ความทรงจำเก่า ๆ ก่อนจะลืมเลือนหายไปกับกาลเวลา
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2559
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
1 ตุลาคม 2559
 
All Blogs
 
สำหรับชาวไวกิ้ง ฆาตกรรมคือเรื่องของครอบครัว





Norsemen ขึ้นฝั่งใน Iceland หลังการเดินทางอันยาวนานและอันตราย
สิ่งสุดท้ายที่พวกไวกิ้งไม่ต้องการคือ การถูกฆ่าตาย
ดังนั้นความปลอดภัยชีวิตพวกเขาขึ้นกับคนในครอบครัว





การมีครอบครัวขนาดใหญ่ของชนเผ่า Viking
คือเรื่องหนึ่งที่สร้างความมั่นคงปลอดภัยที่สูดของชนเผ่า Viking
จากรายงานที่ตีพิมพ์ครั้งล่าสุดเรื่อง วิวัฒนาการและพฤติกรรมนุษย์
Evolution and Human Behavior https://goo.gl/gkBFV6
นักวิจัยค้นพบว่า บรรดาฆาตกรในสังคมไวกิ้งของไอร์แลนด์
มักจะมีขนาดของครอบครัวใหญ่เป็นสองเท่าของเหยื่อฆาตกรรม

ครอบครัวไวกิ้งไอร์แลนด์สามตระกูลหลักที่มีตำนานครอบครัวได้จดบันทึกเรื่องราวต่าง ๆ ไว้
ตำนานของครอบครัวเหล่านี้ประกอบด้วย ประวัติของครอบครัว บันทึกเรื่องราวสำคัญ ๆ
เช่น การเกิด การแต่งงาน และความตาย รวมแม้กระทั่งเหตุการณ์ระหองระแหงกับครอบครัวอื่น ๆ
เรื่องที่สำคัญ คือพวกเขามักจะบันทึกความทรงจำเป็นประจำในช่วงเหตุการณ์ที่ยังมีชีวิตอยู่
และเหตุการณ์เหล่านี้สามารถตรวจสอบและยืนยันได้จากครอบครัวอื่น ๆ เช่นกันว่ามีเรื่องนี้จริง
เรื่องราวเหล่านี้จึงสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้นักวิจัยได้ในระดับสูงกว่าตำนานทั่ว ๆ ไป
เกี่ยวกับเหตุการณ์ตำนานความตายของครอบครัว และเหตุผลต่าง ๆ เบื้องหลังพวกเขา

นักวิจัยมีความสนใจชาวไวกิ้งไอร์แลนด์ Icelandic Vikings
เพราะพวกเขาต่างพำนักอยู่ในถิ่นทุรกันดารในช่วง 200 ปีก่อน
หลังจากได้บุกเบิกและเริ่มก่อร่างสร้างอาณานิคม
ทั้งกฎหมายยังเอื้อมมือไปไม่ถึงกับพวกผู้บุกเบิกเลย
เหมือนกับพวกเขาอยู่กันแบบพวกไร้กฎหมาย/บ้านป่าเมืองเถื่อน
ทำให้แต่ละครอบครัวต้องมีหน้าที่รับผิดชอบ
ความยุติธรรมที่ใช้จัดการคนที่ทำความผิดรวมทั้งฆาตกร

ถ้าคนในครอบครัวคนหนึ่งถูกฆ่าตาย
มันคือสิทธิ์ของครอบครัวที่จะเรียกค่าชดเชยจากฆาตกร
ให้จ่ายค่าชดเชย หรือ ค่าชีวิตคนตาย ที่ฆ่าญาติพี่น้องของพวกเขา
หรือแม้กระทั่งการล้างแค้นฆาตกร แบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน

เพราะเรื่องแบบนี้ครอบครัวถือว่าเป็นเรื่องสำคัญของครอบครัว
มันคือความรับผิดชอบของทุกครอบครัวที่จะต้องสร้างความมั่นใจว่า
ความยุติธรรมจะต้องได้รับและมีการจัดการอย่างสมเหตุสมผล

และถ้าไม่มีการจ่ายค่าชดเชยให้กับญาติพี่น้องของฝ่ายผู้ตาย
ก็เป็นเรื่องที่ญาติพี่น้องของฆาตกรจะต้องได้รับการแก้แค้นคืนเช่นกัน
เรื่องแบบนี้บางครั้งจึงกลายเป็นเรื่องผูกใจเจ็บผูกใจอาฆาตกัน
ระหว่างสองครอบครัวที่กินเวลายาวนานหลายรุ่นของครอบครัว

แต่เมื่อเจาะลึกเข้าไปในตำนานและเปรียบเทียบกับขนาดของครอบครัว
ระหว่างขนาดครอบครัวของฆาตกรกับขนาดครอบครัวของเหยื่อฆาตกร
จะพบกว่าฆาตกรส่วนมากมักจะมีญาติพี่น้องมากกว่า
ทำให้พวกมันได้รับความคุ้มครองจากการถูกฆ่าล้างแค้นมากกว่า
ทำให้ครอบครัวที่มีขนาดเล็กกว่ามักจะเลือกค่าชดเชย
มากกว่าที่จะเสี่ยงกับการมีเรื่องบาดหมางในระยะยาว

มีผู้กล้าหาญเพียงไม่กี่คนที่พร้อมรับมือกับผล
ความเกลียดชัง/ความเลวร้ายที่จะตามมาภายหลัง
นักวิจัยได้ศึกษา Egil Skallagrimsson บุคคลในตำนาน
ผู้มีสันดานชอบบุกยึดรุกล้ำที่ดินของคนอื่น
คนที่ไม่มีครอบครัว/ญาติพีน้องใกล้ชิดมาก
เพราะ Egil Skallagrimsson มันมีครอบครัวขนาดใหญ่หนุนหลัง
ไม่ได้อยู่เพียงผู้เดียวตามลำพัง ทำให้มันได้รับการป้องกันภัย
จากการถูกคนอื่นตอบโต้กลับได้เวลาไปคุกคามคนที่อ่อนแอกว่า

การค้นคว้าตำนานของสามครอบครัว(ตระกูล) พบว่า
มีคนเพียง 6 คนที่รับผิดชอบต่อการฆ่าคนตายถึง 1 ใน 3 จาก 153 ราย

แม้ว่าจะมีผู้ชายถึง 1 ใน 5 ตามรายชื่อที่ระบุไว้ในตำนานครอบครัว
ที่ถูกฆ่าตายจากเงื้อมมือของใครบางคนในชุมชนรุ่นบุกเบิกนี้
นักวิจัยได้ตั้งข้อสังเกตว่า เกือบทุกรายไม่มีการตามหาฆาตกร
เพื่อมาจัดการฆ่าล้างแค้นโดยคนในครอบครัวของผู้ตาย
สาเหตุน่าจะมาจากพวกเขาไม่อยากจะเสียเวลาไปกับเรื่องนี้
หรืออย่างน้อยก็ยังพิสูจน์ไม่ได้แน่ชัดว่าคนตายถูกใครฆ่าตาย

สันนิษฐานว่าญาติพี่น้องพวกมันฆ่ากันตายเอง
คนตายกับฆาตกรน่าจะเป็นคนแบบโครงกระดูกในตู้
ตามหนังสือ มรว.คึกฤทธิ์ ปราโมช
ที่เขียนว่า ญาติพี่น้องบางคนในครอบครัว/สายสกุล
ไม่อยากเอ่ยชื่อหรือพูดถึงเลยว่าร่วมสายสกุลเดียวกัน
เพราะเป็นคนประเภทที่ว่ารู้ไปถึงไหนอายเขาที่นั่น
หรือเจอคนฆ่าประเภทเจ้าพ่อในพื้นที่เลยไม่อยากต่อกรด้วย

ในเมืองไทยมีนักโทษการเมืองที่ติดคุกที่เกาะตะรุเตา
ในช่วงหลังการปฏิวัติรัฐประหารหลังพ.ศ.2475
ได้ทะยอยแปลพจนานุกรมอังกฤษ-ไทย ตีพิมพ์เผยแพร่/ขาย
ในช่วงเป็นนักโทษการเมืองอยู่ในขณะนั้น

ต่อมาท่านได้เปลี่ยนนามสกุลตนเองเป็นตัวสะกดแบบจอมพล ป.
เพราะญาติพี่น้องร่วมนามสกุลที่เป็นพ่อค้าวาณิชย์/รับราชการ
จัดท่านเป็นประเภทโครงกระดูกในตู้คนหนึ่ง
เพราะกลัวกระทบกระทั่งกับธุรกิจการค้า/รับราชการของพวกตน
มีบางคนเปลี่ยนไปใช้นามสกุลตามราชทินนามของพ่อตนเอง
บางคนยังใช้นามสกุลแบบเดิมที่มีอยู่จนทุกวันนี้





เรียบเรียง/ที่มา

https://goo.gl/cJcj91
https://goo.gl/gkBFV6

Download เอกสารที่ https://goo.gl/rVSAF7





ลำดับชั้นและสายสัมพันธ์ทางเครือญาติ



การกระจายความถี่ของจำนวนเหยื่อที่ถูกฆ่าต่อฆาตกร



ค่า Median (±50 ที่ Rages 95%) จำนวนตัวเลขของเครือญาติรวมของฆาตกรและเหยื่อ



ค่า Mean (±1se) จำนวนเครือญาติของฆาตกรและเหยื่อ
ปัจจัยหนึ่งที่จำนวนแต่ละคนที่ถูกฆาตกรฆ่า
จำนวนญาติพี่น้องของเหยื่อไม่มีผลต่อการฆ่า
แต่จำนวนญาติพี่น้องฆาตกรมีมากกว่าจำนวนของเหยื่อ



ดูภาพขนาดใหญ่ได้ที่ https://goo.gl/nWu1N0

แผนที่ฆาตกรและเหยื่อ ที่มีความเกี่ยวพันกัน
ทางเครือญาติของ Icelandic Vikings
จุดต่อสีเขียวคือฆาตกร จุดต่อสีน้ำเงินคือเหยื่อ
ความสัมพันธ์ฆาตกร-เหยื่อ จะถูกระบุด้วยเส้นสีแดง
เส้นสีน้ำตาลจะเกี่ยวข้องกับบุคคลจำนวนมาก
เครือญาติทางชีวภาพจะถูกระบุด้วยเส้นสีน้ำเงิน
เครือญาติทางการแต่งงานจะถูกระบุด้วยเส้นสีเขียว
และเครือญาติอุปถัมภ์จะถูกระบุด้วยเส้นสีเทา







เรื่องเล่าไร้สาระ


ในสังคมชนบทของไทยในอดีต
การมีญาติพี่น้องมากกว่าอีกฝ่าย
จะได้รับความเกรงใจหรือปลอดภัยมากกว่า
พวกหัวเดียวกระเทียมลีบหรือไร้ญาติขาดมิตร
ทำให้สังคมชาวใต้จะมีการผูกเกลอ
ส่วนทางอีสานจะมีการผูกเสี่ยว

เพื่อในระยะยาวจะได้นับญาติพี่น้องกัน
มีอะไรจะได้ช่วยเหลือเจือจุนกันยาวนาน
การนับถือญาติพี่น้องของเกลอ/เสี่ยว
จะถือเสมือนคนในครอบครัวเดียวกัน
ทำให้มีญาติพี่น้องเพิ่มจำนวนมากกว่าคนอื่น
เวลาไปไหนมาไหนก็ได้รับความสะดวก
และคนอื่นเกรงใจเพราะมีพรรคพวกมากกว่า
ในกรณีที่เกิดมีปัญหาข้อพิพาทขึ้นกันระหว่างญาติพี่น้อง
ความเป็นเครือญาติก็จะแก้ไขปัญหา
และรอมชอมซึ่งกันและกันได้มากกว่าคนไม่ใช่ญาติ



ในสมัยก่อนอายุคนไทยสั้นกว่าปัจจุบัน
ชนชั้นขุนนาง/คนร่ำรวย/เจ้าสัวมักจะมีเมียมาก
เพื่อคัดเลือกลูกชายที่เก่งไว้ดูแลตระกูล
ส่วนลูกสาวไว้แต่งงานเกี่ยวดองกับสกุลอื่น

จำได้กรมพระยาดำรงเดชานุภาพ
ได้ทรงพิจารณาหนังสือเล่มหนึ่ง
ที่ผู้แต่งนำเสนอให้เขียนคำนำก่อนส่งตีพิมพ์เผยแพร่
เกี่ยวกับเรื่องระหองระแหงของตระกูล ชู. กับ บุ. ที่มีมานานแล้ว
ทรงพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่สมควรเผยแพร่
เพราะเรื่องราวก็ล่วงเลยมาเนิ่นนานมากแล้ว
ไม่เป็นประโยชน์กับยิ่งสร้างความบาดหมางกันอีก
จึงเก็บรักษาไว้เป็นการส่วนพระองค์
ตามพระราชดำริของพระปิยะมหาราช
ที่ทรงพิจารณาแล้วเห็นชอบกับพระองค์

หนังสือเครือญาติของไทยที่เคยอ่านมีของสกุล
บุนนาค ณ ระนอง ณ สงขลา ณ พัทลุง

ญี่ปุ่นมักจะมีคนมาซื้อหนังสืองานศพคนไทย
เพราะข้างในจะระบุรายชื่อลูกหลานและทายาทไว้
เกือบครบทุกคนว่าเกี่ยวดองกับครอบครัวนี้
ยกเว้นแต่สายภริยาน้อยบางครั้งทำเป็นลืมไม่ลงไว้
ทำให้นักวิจัยญี่ปุ่นสามารถรู้ถึงความเกี่ยวพันทางเครือญาติ
ของนามสกุลต่าง ๆ ในเมืองไทยได้เป็นอย่างดี
สามารถนำผลไปใช้ในการศึกษา
และพัฒนาไปใช้ในเชิงกลยุทธ์
สร้างความสัมพันธ์กับคู่ค้าได้เป็นอย่างดี




แต่ถ้ามีการอาฆาตแค้นกันระหว่างตระกูล
ที่เป็นตำนานจะมีมากแถวพัทลุง นครศรีธรรมราช ทุ่งสง
มักจะเป็นตำนานเล่าขานว่า สองตระกูลนี้มักจะยิงกันเป็นว่าเล่น
ซึ่งรายละเอียดจะสอบถามคนในพื้นที่จะทราบกันดี
เรียกว่างานศพ งานแต่งงาน งานบวช งานโรงเรียน
ให้แยกให้กันคนสองครอบครัวนี้ออกห่างจากกัน ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่
อย่าให้มาเวลาเดียวกันหรือเจอกันในงานโดยเด็ดขาด
เดี๋ยวจะมีเรื่องราวในงาน เบาะ ๆ ก็ด่าแม่กัน หรือชกต่อยกัน
ถ้ารุนแรงมากกว่านั้นบางครั้งก็ยิงกันในงาน

ที่หาดใหญ่ใน ก็มีสองตระกูลที่รบราฆ่าฟันกัน
จนเป็นตำนานของอำเภอ แม้ว่าเดิมจะเป็นญาติพี่น้องกัน
แต่การแข่งขันชิงดีชิงเด่นทางการเมืองทำให้อาฆาตกัน
มีชื่อนามสกุลเป็นถนนทั้งสองตระกูลในเขตหาดใหญ่ใน
เจ้าหน้าที่อำเภอกับสถานีตำรวจต่างระอากับสองตระกูลนี้
เพราะหนี้แค้นสะสมกันยาวนานมากระหว่างทั้งสองตระกูล




หาดใหญ่ มีรางรถไฟกั้นหาดใหญ่ออกเป็น 2 ฝั่ง
คือ หาดใหญ่ กับ หาดใหญ่ใน
หาดใหญ่ เดิมคือพื้นที่ให้กรรมกรคนจีนอยู่กัน
ในช่วงการสร้างทางรถไฟสายใต้ในอดีต
แล้วต่อมามีคนจีนมาอยู่อาศัยกันมากขึ้น
เป็นหลักการแบ่งแยกแล้วปกครองส่วนหนึ่ง
กับการป้องกันเหตุร้ายจากคนจีน
เผื่อว่ามีอะไรทางชุมชนไทยจะได้ตั้งหลักทัน

หาดใหญ่ในเป็นเขตชุมชนที่คนไทยอยู่กันมาก
เป็นสถานที่ตั้งที่ว่าการอำเภอ สถานีตำรวจ
ร้านค้าขายติดคลองอู่ตะเภาและชุมชนดั้งเดิม
เดิมด้านหน้าสถานีรถไฟอยู่ฝั่งนี้

ยังมีชื่อถนนหน้าสถานีที่ฝั่งหาดใหญ่ใน
ใกล้กับสถานีตำรวจหาดใหญ่
ก่อนย้ายหน้าสถานีชุมทางหาดใหญ่มาฝั่งหาดใหญ่
ที่ถนนรถไฟเดิมชาวบ้านเรียกว่าถนนหลังสถานี
ทั้งนี้เพราะเส้นทางการคมนาคม
ผู้โดยสารและการขนส่งฝั่งนี้
จะมีปริมาณคับคั่งมากกว่าฝั่งหาดใหญ่ใน





ฝั่งตะวันออกกลาง มักจะนิยมตาต่อตา ฟันต่อฟัน
เพราะการให้อภัยเป็นเรื่องของมนุษย์
ถ้ามนุษย์ให้อภัยแล้วพระเจ้าก็จะให้อภัยด้วยเช่นกัน

ผู้มีสิทธิ์ในการให้อภัยคือ พ่อ ลูกชายคนโต
ถ้าไม่มีก็ลำดับรองลงมาตามลำดับ
ไล่ไปจนถึงลูกสาว แม่ ภริยา

หลังจากให้อภัยฆาตกรแล้ว
ค่าชดเชยมี 2 แบบที่ฆาตกรจะมอบให้
1. แบบรายได้ผูกพันกับอนาคต
ที่คาดว่าคนตายจะทำมาหาได้
ในการเลี้ยงดูครอบครัวจนเติบโต
2. แบบส่วนหนึ่งของความสำนึกผิดและขออภัย

เรื่องนี้ถามเพื่อนมุสลิมว่ามีคนชั่วเบี้ยวบางไหม
แกบอกว่าก็มีบางตัวทำแบบนี้ตามที่ทราบมา
แต่ถือว่าฝ่ายคนตายได้ให้อภัยไปแล้ว
เงินชดเชยเป็นเรื่องสำนึกผิด/น้ำใจ
คนทำเรื่องเลวทรามแบบนี้สังคมมักจะไม่ยอมรับ




มีเรื่องล่าสุดที่อิหร่านในวันประหารชีวิต
แม่คนตายเดินเข้ามาตบหน้าฆาตกรวัยรุ่นชาย
แล้วร้องไห้พร้อมกับบอกว่าให้อภัยแล้ว
ทำให้ฆาตกรผู้นั้นรอดจากการถูกแขวนคอจนตาย

เธอเล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า
เมื่อคืนก่อนวันประหารชีวิตฆาตกร
ลูกชายมาเข้าฝันบอกให้อภัยฆาตกรแล้ว
และหน้าตาลูกชายในฝันก็อิ่มเอิบมีความสุขดี
รวมทั้งเธอทำใจกับการตายของลูกชายได้แล้ว
เพราะกินเวลานานร่วมสองปีแล้ว
กับเห็นอกเห็นใจแม่ฆาตกรเช่นกัน
ที่ลูกชายจะต้องตายต่อหน้าต่อตา




ฝรั่งที่เป็นตำนานก็มี The Godfather
เรื่องของวงการมาเฟียที่ครอบครัวต้องมาก่อน
การดูแลคุ้มครองและการล้างแค้นให้ครอบครัว
คือหน้าที่ความรับผิดชอบของทุกคนในครอบครัว

ส่วนอีกเรื่องคือ โรมิโอจูเลียต
ที่สองตระกูลไม่ถูกกันมีความแค้นระหว่างกัน
ผลร้ายเลยตกกับสองหนุ่มสาวห้ามรักกัน
จนความตายมาพรากจากกัน
ให้สุดท้ายทั้งสองได้ครองคู่ร่วมกันในสุสาน




ที่เมืองจีนก็เคยมีเหตุการณ์ฆ่ากัน
พวกแซ่ที่มีญาติพี่น้องมากกว่าจัดการฆ่าฟันอีกแซ่หนึ่ง
ตำนานคนแซ่เบ๊  https://goo.gl/rNvesZ





Create Date : 01 ตุลาคม 2559
Last Update : 4 ตุลาคม 2559 7:17:05 น. 0 comments
Counter : 357 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ravio
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 26 คน [?]




เกิดหาดใหญ่ วัยเด็กเรียนหนังสือโรงเรียน Catholic คณะ Salesian มีนักบุญประจำโรงเรียน Saint Bosco, Saint Savio ชอบอ่านหนังสือ godfather เกี่ยวกับ Mafio ของพวกซิซีเลียน เคยเล่นเกมส์ Mario แล้วได้คะแนนนำเลยนำสระโอมาต่อท้ายชื่อเป็น Ravio ได้กลิ่นอายแบบ Italino เคยเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเรียนวิชาชีพทำมาหากิน แต่ไม่ใช่วิชาที่ชื่นชอบมากนัก เรียนอยู่กว่าเจ็ดปี ต้องกลับมาทำงานเป็นกรรมกรที่บ้านเกิด จนเริ่มเกิดความหลงรักชีวิตบ้านนอก และวิถีชิวิตชุมชนท้องถิ่นที่ตนอยู่และไปร่วมวงเสวนา

เกิดเดือนมีนาคม แต่ลัคนาราศรีตุลย์ ชอบไปทุกเรื่อง สุดท้ายทำอะไรที่ได้เรื่องไม่กี่เรื่อง แต่ส่วนมากมักไม่ได้เรื่อง

ชอบขับรถยนต์ท่องเที่ยวชมภูเขา ป่าไม้ น้ำตก แต่ไม่ชอบทะเลหรือชายหาด เพราะรู้สึกอ้างว้าง โดดเดี่ยว เมื่อคิดถึงชีวิตตนเองที่มาเปรียบเทียบกับสองสิ่งสองอย่างนี้ รู้สึกว่ามนุษย์เป็นเพียงชีวิตที่เล็กน้อยมากที่มาอยู่อาศัยในโลกใบนี้

ชอบอ่านหนังสือ ท่องเที่ยวใน Internet ชอบเดินทางท่องเที่ยวแถว ในละแวกท้องถิ่นบ้านเกิด นาน ๆ ครั้งจะขึ้นไปเยี่ยมเพื่อนที่กรุงเทพฯ หรือไปหาซื้อหนังสือแถวสยามสแควร์ ถิ่นเก่าที่อยู่และที่เรียน






Friends' blogs
[Add ravio's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.