ความทรงจำเก่า ๆ ก่อนจะลืมเลือนหายไปกับกาลเวลา
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2559
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
26 กรกฏาคม 2559
 
All Blogs
 
เส้นทางสายไหมแพร่กระจายโรคพยาธิ



Figure 4. One of the personal hygiene sticks found in the latrine at the Xuanquanzhi site.
The stick is wrapped with cloth at one end and there are traces of brown material, human faeces.


มีการสันนิษฐานกับตั้งข้อสงสัยมานานมากแล้วว่า
เส้นทางการค้าจะมีการส่งผ่าน/แลกเปลี่ยนโรคพยาธินอกเหนือจากสินค้า
โดยเฉพาะเส้นทางสายไหม “Silk Road”
ที่เป็นเส้นทางการค้าสายหลักระหว่างยุโรปกับเอเซียตะวันออก

นักวิทยาศาสตร์ได้ทดสอบแนวคิดนี้
ด้วยการตรวจสอบไข่พยาธิจากไม้เช็ดอุจจาระกับเศษผ้าชิ้นเล็ก ๆ
วัสดุเหล่านี้ถูกทิ้งไว้ในห้องส้วมที่จุดพักกลางทางของเส้นทางสายไหม
ในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีนราว 100 ปีก่อนคริสตศักราช
และมันกลายเป็นข้อมูลชิ้นสำคัญมากในการพบไข่พยาธิ
ที่มีตั้งแต่ Liver-flukes Tapeworms Roundworms และ Whipworm

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นระหว่างการเดินทางบนเส้นทางสายไหม
ไข่พยาธิอายุกว่า 2000 ปียังทิ้งร่องรอยไว้ในไม้เช็ดอุจจาระ/เศษผ้าชิ้นเล็ก ๆ
ที่ห้องส้วมจุดพักกลางทาง Xuanquanzhi Relay Station ในจีน

เส้นทางสายไหมมักจะตกเป็นจำเลยในเรื่องการแพร่ระบาดเชื้อโรคในอดีต
ระหว่างเอเซียตะวันออก เอเซียตอนกลาง และยุโรป
แม้ว่าข้อสันนิษฐานนี้จะถูกต้อง แต่ไม่มีพยานหลักฐาน/ข้อมูลยืนยันในเรื่องนี้
ว่าพวกมันมาจากการเดินทางติดต่อของผู้คนจากที่ต่าง ๆ กันมาพบกันที่จุดพักกลางทาง



Extent of Silk Route/Silk Road. Red is land route and the blue is the sea/water route. NASA/wikimedia



วัตถุประสงค์ของการศึกษาครั้งนี้ คือ การค้นหาไข่พยาธิจากไม้/เศษผ้าเช็ดอุจจาระ
ในห้องส้วมรวมที่จุดพักเส้นทางสายไหมที่ Xuanquanzhi (111 BCE–CE 109)
ทางสายตะวันออกของ Tarim Basin ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน
นักวิทยาศาสตร์พบไข่ของพยาธิถึง 4 สายพันธุ์ ในไม้/เศษผ้าเช็ดอุจจาระ มี

1. Chinese liver fluke (Clonorchis sinensis)
2. Taenia sp. tapeworm (likely Taenia asiatica, Taenia solium or Taenia saginata)
3. Roundworm (Ascaris lumbricoides)
4. Whipworm (Trichuris trichiura)

พยาธิใบไม้ในตับ Chinese liver fluke
วงจรชีวิตของพวกมันต้องการพื้นที่ในเขตที่ชุ่มชื้น
ทำให้มันสูญพันธุ์ในเขตพื้นที่แห้งแล้งแถบนี้ไม่ขยายพันธุ์ไปไกลอีก
สายพันธุ์ที่พบในเขตนี้ยืนยันข้อสันนิษฐานว่า

ผู้คนจากพื้นที่มีน้ำใช้อย่างอุดมสมบูรณ์ทางภาคตะวันออกหรือภาคใต้ของจีน
เดินทางมาพร้อมกับพยาธิในร่างกายแล้วแวะตามจุดพักต่าง ๆ บนเส้นทางสายไหม
เพื่อวัตถุที่ประสงค์ทางการค้าหรือปฏิบัติหน้าที่ทางราชการ
นี่คือหลักฐานโบราณคดีชิ้นล่าสุดที่ยืนยันว่าโรคพยาธิมาตามเส้นทางสายไหม

Piers Mitchell ให้ความเห็น

Hui-Yuan Yeh กับ Piers Mitchell นักวิจัยจาก
University of Cambridge’s Department of Archaeology and Anthropology
ใช้กล้องจุลทรรศน์เพื่อตรวจสอบอุจจาระของคนโบราณที่พบในไม้เช็ดก้น
บนจุดพักกลางทางเส้นทางสายไหม ที่ Tamrin Basin เขตพื้นที่ทะเลทราย Taklamakan
ส้วมที่จุดนี้คาดว่ามีการใช้งานตั้งแต่ 111 BC (Han Dynasty) จนกระทั่ง 109 AD

“ ตอนที่ผมส่องกล้องจุลทรรศน์เห็นไข่พยาธิใบไม้ในตับของจีน
ผมรู้ว่าพวกเราได้ค้นพบสิ่งที่สำคัญที่สุด
ผลการศึกษาของเราเป็นครั้งแรกที่ใช้หลักฐานทางโบราณคดี
จากแหล่งขุดค้นบนเส้นทางสายไหมที่บรรดานักเดินทางต่างพาโรคต่าง ๆ
มาพบกันที่นี่(ห้องส้วมสถานีพักกลางทาง) หลังจากการเดินทางที่ยาวไกล "
Hui-Yuan Yeh นักวิจัยคนหนึ่งระบุ

“ ที่ผ่านมายังไม่มีข้อพิสูจน์ยืนยันว่า เส้นทางสายไหมเป็นจำเลยของการแพร่กระจายโรค
เพราะมันอาจจะแพร่กระจายระหว่างจีนกับยุโรป ผ่านอินเดียไปทางซีกโลกตอนใต้
หรือผ่านทางมองโกเลียและรัสเซียไปทางซีกโลกตอนเหนือ " Piers Mitchell หัวหน้าทีมวิจัย




ที่มา http://bit.ly/2a9fCdx


ทีมนักวิจัยจาก Cambridge ทำงานร่วมกับนักวิจัยชาวจีน Ruilin Mao กับ Hui Wang
จาก Gansu Institute for Cultural Relics and Archaeology
ที่ทำงานขุดค้นหลุมโบราณคดีพบห้องส้วมและจุดพักกลางทางที่เขต Ganzu
เป็นจุดพักที่นิยมกันมากแห่งหนึ่งบนเส้นทางสายไหม
เพราะนักเดินทาง/พ่อค้ารวมทั้งข้าราชการจะพักที่นี่ด้วย
พร้อมกับทำการค้าขาย หรือเปลี่ยนม้าเดินทางไกล
เป็นจุดที่รับส่งจดหมาย/เอกสารทางราชการ


หมายเหตุ

ผลการศึกษาเป็นการยืนยันสิ่งบ่งชี้เรื่องโรคกับทางภูมิศาสตร์ได้ชัดเจนว่า
ต้นตอของโรคพยาธิบางชนิดมีแหล่งกำเนิดจากที่ใดอย่างชัดเจน
รองลงมาอาจจะเป็นข้อมูลทางประวัติศาสตร์ในการศึกษาเรื่องอื่น ๆ ต่อไป
หรือเป็นการเหยียดทางเชื้อชาติหรือประณามต้นตอของโรคในเรื่องการเมืองระหว่างประเทศ
เหมือนกับ โรคเอดส์ หนองใน ซิฟิลิส กาฬโรค อหิวาตกโรค ที่มีการศึกษาต้นตอ/ที่มาของโรค





เรียบเรียง/ที่มา

http://bit.ly/2a9fCdx
http://bit.ly/2anE0eF
http://bit.ly/2a8NUkE
http://bit.ly/2aaOYEl














ที่มา http://bit.ly/2aaTe6P







เรื่องเล่าไร้สาระ

เมืองไทยสมัยก่อนก็ใช้ไม้เช็ดอุจจาระ
เรียกว่า ไม้แกงก้น หรือไม้แก้งขี้
มีตำนานว่า พระร่วงใช้ไม้ชนิดหนึ่งเช็ดก้นแล้ว
ทำให้ต้นไม้ชนิดนั้นมีกลิ่นเหม็น บางคนว่าเหมือนกลิ่นอุจจาระ
จึงมีบางท้องถิ่นเรียกว่า ไม้แก้งขี้พระร่วง
แก้ง เป็นคำโบราณหมายถึง การทำความสะอาด

แต่ก่อนชาวไทยในวันเข้าพรรษา
จะถวายไม้แกงก้นให้พระภิกษุจำนวนมาก
นอกเหนือจากการใช้ตามบ้านและในวัง
ชาวไทยสมัยก่อนไม่นิยมใช้น้ำล้างก้น
เพราะน้ำหายาก/ต้องหาบ/ต้องคอน มาใส่ไว้ในตุ่มใส่น้ำ
กอปรกับมักมีคนพิเรนทร์แกล้งโรยหมามุ่ย(ถูกแล้วคันมาก)ไว้ในตุ่มใส่น้ำ
หรือน้ำใช้มักจะดูสกปรกหรือดูเหมือนว่าปนเปื้อนบางอย่าง(สังเกตได้จากตามวัด/ตามปั้มน้ำมัน)

ต่อมาจึงมีการใช้กระดาษแบบราคาถูก ๆ ที่นำเข้าเรียกว่า เฉ่าจั้ว (เฉ่า=เลว/เหม็น จั้ว=กระดาษ)
แล้วค่อยหันมาใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ที่มีเหลือเฟือเหลือใช้
จนมีปัญหาสีดำของหมึกพิมพ์ติดตามก้น/ปนเปื้อนสารพิษจึงค่อย ๆ เลิกใช้
หันมาใช้กระดาษทิชชู่/กระดาษชำระในแบบปัจจุบัน
เมื่อระบบน้ำประปามีการแพร่หลายใช้งานสะดวกมากขึ้น
ชาวไทยจึงหันมานิยมใช้หัวฉีดทำความสะอาดก้นกันมากขึ้น
แต่ที่อากาศหนาวเย็น ถ้าไม่ใช่น้ำอุ่น การใช้กระดาษยังสะดวกกว่า

ข้อมูลเพิ่มเติม http://bit.ly/2a16Y0Y


Create Date : 26 กรกฎาคม 2559
Last Update : 26 กรกฎาคม 2559 22:57:13 น. 1 comments
Counter : 322 Pageviews.

 
ได้ความรู้มากเลยค่ะ
ขอบคุณมากๆ ค่ะ


โดย: lovereason วันที่: 26 กรกฎาคม 2559 เวลา:23:35:33 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ravio
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 26 คน [?]




เกิดหาดใหญ่ วัยเด็กเรียนหนังสือโรงเรียน Catholic คณะ Salesian มีนักบุญประจำโรงเรียน Saint Bosco, Saint Savio ชอบอ่านหนังสือ godfather เกี่ยวกับ Mafio ของพวกซิซีเลียน เคยเล่นเกมส์ Mario แล้วได้คะแนนนำเลยนำสระโอมาต่อท้ายชื่อเป็น Ravio ได้กลิ่นอายแบบ Italino เคยเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเรียนวิชาชีพทำมาหากิน แต่ไม่ใช่วิชาที่ชื่นชอบมากนัก เรียนอยู่กว่าเจ็ดปี ต้องกลับมาทำงานเป็นกรรมกรที่บ้านเกิด จนเริ่มเกิดความหลงรักชีวิตบ้านนอก และวิถีชิวิตชุมชนท้องถิ่นที่ตนอยู่และไปร่วมวงเสวนา

เกิดเดือนมีนาคม แต่ลัคนาราศรีตุลย์ ชอบไปทุกเรื่อง สุดท้ายทำอะไรที่ได้เรื่องไม่กี่เรื่อง แต่ส่วนมากมักไม่ได้เรื่อง

ชอบขับรถยนต์ท่องเที่ยวชมภูเขา ป่าไม้ น้ำตก แต่ไม่ชอบทะเลหรือชายหาด เพราะรู้สึกอ้างว้าง โดดเดี่ยว เมื่อคิดถึงชีวิตตนเองที่มาเปรียบเทียบกับสองสิ่งสองอย่างนี้ รู้สึกว่ามนุษย์เป็นเพียงชีวิตที่เล็กน้อยมากที่มาอยู่อาศัยในโลกใบนี้

ชอบอ่านหนังสือ ท่องเที่ยวใน Internet ชอบเดินทางท่องเที่ยวแถว ในละแวกท้องถิ่นบ้านเกิด นาน ๆ ครั้งจะขึ้นไปเยี่ยมเพื่อนที่กรุงเทพฯ หรือไปหาซื้อหนังสือแถวสยามสแควร์ ถิ่นเก่าที่อยู่และที่เรียน






Friends' blogs
[Add ravio's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.