ความทรงจำเก่า ๆ ก่อนจะลืมเลือนหายไปกับกาลเวลา
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2559
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
16 กรกฏาคม 2559
 
All Blogs
 
งานแต่งงานที่เมืองขยะในอียิปต์









Zabbaleen: Trash Town. A whole community in Egypt that lives on rubbish





Zabaleen คนเก็บขยะ คือ ชุมชนที่มีคนราว 20,000 ถึง 30,000 คน
ที่อาศัยอยู่ในสลัมของกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ ตั้งแต่ช่วงกลางศตวรรษที่ 20
พวกเขาหากินด้วยการเดินไปตามบ้านแต่ละหลัง
แล้วคุ้ยหาขยะในถังขยะของบ้านแต่ละหลัง
เพื่อหาข้าวของที่นำมารีไซเคิล/ขายได้
มีการประมาณการกันว่าคนเก็บขยะพวกนี้
สามารถขจัดขยะในเมืองไคโรได้วันละกว่า 9,000 ต้น

พวกเขาใช้ลาบรรทุกขยะ หรือรถบรรทุกเก่า ๆ ช่วยในการขนส่งขยะ
ชาว Zabaleen จะขนขยะกลับไปที่หมู่บ้าน Mokattam
หรือเรียกกันว่า เมืองขยะ Garbage City
ขยะมากกว่าร้อยละ 80 ที่พวกเขาคุ้ยเก็บมา
จะเป็นขยะที่นำมารีไซเคิลและนำไปขายต่อได้
ในทางกลับกันที่ยุโรปเฉลี่ยทำได้เพียงร้อยละ 32 เท่านั้นเอง

มีครั้งหนึ่ง Municipal Solid Waste (MSW)
ได้รับเงินจาก IMF มาลงทุนให้บริการเก็บขยะในไคโร
โดยเรียกเก็บขยะจากแต่ละบ้านตามชุมชนในเมือง
เพื่อมากำจัดให้ถูกตามสุขอนามัยที่ดี
ด้วยการออกกฎหมายคุ้มครองธุรกิจผูกขาดดังกล่าว
และห้ามพวก Zabaleen คุ้ยหาและเก็บขยะภายในเมืองไคโรอีก
ผลปรากฎว่าหน่วยงานนี้หาคนงานไม่ได้เลย
พร้อมกับมีขยะตกค้างจำนวนมหาศาล
ทำให้กิจการต้องล้มเลิกไปแล้วต้องหันหน้ามาเป็นพันธมิตรกับพวก Zabaleen
ด้วยการอนุญาตให้พวก Zabaleen เก็บขยะตามเดิม
และว่าจ้างกันเป็นรายเดือนหรือเป็นรายเหมาต่อไป




ชาว Zabaleen อยู่ในหมู่บ้านสลัม Mokattam ในกรุง Cairo พวกเขายังชีพด้วยการคุ้ยหาขยะ
นำมารีไซเคิลได้มากกว่า 80% จากข้าวของที่ชาวบ้านทิ้งแล้ว




ฉันใช้เวลานานกว่า 6 เดือนแล้วในกรุงไคโร
แล้วมีเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งชวนฉันไปเป็นเพื่อน
ไปเยี่ยมชมเมืองขยะ Garbage City
จริง ๆ แล้วฉันไม่ชอบเลยที่จะไปถ่ายภาพที่นั่น
เพราะส่วนใหญ่แล้วสลัมมักจะมีเรื่องราว
เล่าขานกันมากมายในหนังสือนิตยสารต่าง ๆ นานา
แต่มันก็เป็นโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิตของฉัน
ที่จะได้เปิดหูเปิดตาในสถานที่จริง ๆ สักครั้ง
ฉันจึงพากล้องถ่ายรูปแล้วสวมเสื้อผ้าชุดเก่าที่สุดไปที่นั่น



Samira เต้นงานกับแขกร่วมงานแต่งงานของเธอใน Garbage City



เราต้องเรียกรถแท็กซี่หลายคัน
กว่าจะมีคันหนึ่งยอมพาเราไปที่ Mokattam
ในตอนแรกที่พวกเราเข้าไปเมืองแห่งนั้น
เราไม่สามารถหนีกลิ่นเหม็นเน่าผสมกลิ่นเหม็นไหม้จากยางได้เลย

ฉันรู้สึกว่าจะเป็นการแสดงความไม่สุภาพหรือดูถูกคนในชุมชนได้
ถ้าฉันใช้ผ้าคลุม/หรือหน้ากากอนามัยปิดจมูกเวลาเข้าไปในสถานที่นั้น
ฉันจึงเลือกที่จะขอสูบบุหรี่สักตัวหนึ่ง
เพื่อกลบกลิ่นเหม็นเน่าเหล่านี้แทน
แม้ว่าฉันจะไม่สูบบุหรี่ก็ตามแต่

แล้วในไม่ช้า ฉันกลับพบว่ากลิ่นควันเหล่านี้
กลับไม่ใช่กลิ่นที่เหม็นอย่างร้ายกาจที่สุด
จากประสบการณ์ที่ฉันพบเห็นได้ในที่นี่
รอบ ๆ ตัวฉัน มีผู้หญิงและเด็ก ๆ กำลังนั่งบนพื้นดิน
รอบ ๆ กองขยะที่มีการคัดแยกออกมาถึง 16 อย่าง

หลังจากคัดแยกออกมาเรียบร้อยแล้ว
พวกเขาจะขายให้กับคนรับซื้อของเก่า
ที่เป็นโรงงานอุตสาหกรรมหรือพ่อค้าส่ง
แต่ยังมีกลิ่นของเสียจากขี้หมู
ที่พวกเขาเลี้ยงจากเศษอาหารจากร้านค้าในเมือง
เพื่อนำไปขายหมูเป็นอาหารให้กับโรงแรม/ที่พักนักท่องเที่ยว
เพราะสามารถขายหมูได้ถึงตัวละ 1,400 เหรียญสหรัฐ
โดยเลี้ยงกันภายในบ้านหรือบนหลังคาบ้านของพวกเขา



ขยะพวกเศษอาหารตกค้างในเมือง ช่วงมีการฆ่าหมูทิ้ง



มีครั้งหนึ่งในปี 2009 มีโรคไขหวัดสุกรระบาด
ทางการอียิปต์ได้กำจัดสุกรทั่วประเทศถึง 300,000 ตัว
และในเมืองขยะก็โดนฆ่าหมูไปหลายตัวจนหมดเมือง
เท่ากับเป็นการทำลายกระปุกออมสินของพวกเขา
กว่าพวกเขาจะกลับมาเลี้ยงได้อีกก็ใช้เวลานานพอสมควร
และทำให้มีเศษอาหารและขยะมูลฝอยตกค้างในเมืองจำนวนมาก
กว่าจะกลับคืนมาสู่สภาพเหมือนตอนพวกเขาเลี้ยงหมูอีกครั้ง
แต่ในบางบ้านมีการใช้ขี้หมูมาทำเป็นก๊าซชีวภาพใช้กันภายในบ้าน



Samira แต่งตัวเตรียมต้อนรับแขกเหรื่อในงานมงคลสมรสที่ร้านเสริมสวนใน Garbage City



เพื่อนฉันกับฉันพบว่า การรีไซเคิลมักจะทำกันในห้องกว้าง
หรือที่ชั้นล่างสุดของบ้าน อลูมีเนียม พลาสติค หรืออะไรก็ได้ที่นำไปรีไซเคิลได้
จะถูกคัดแยกออกมาแล้วรวบรวมเพื่อเตรียมขายต่อไป
เราเห็นผู้ชายที่กำลังแบกขนถุงที่เต็มไปด้วยกระป๋องอลูมีเนียมใช้แล้ว
และหลายห้องที่เต็มไปด้วยขวดพลาสติคใช้แล้ว กระดาษใช้แล้ว กองเป็นภูเขาเลากา
ใบหน้าของพวกเขาแม้ดูว่าเหน็ดเหนื่อย แต่หลายคนยังหัวเราะได้อย่างมีความสุข

ฉันสัญญากับตนเองว่า ฉันจะเลิกบ่นเรื่องความยากลำบากของชีวิตฉันแล้ว



งานเลี้ยงแต่งงานใน Garbage City


ก่อนสิ้นเย็นวันนั้น ไกด์ของเรายินดีและยืนยันที่จะเชิญเรา
ไปเยี่ยมชมโบสถ์ Saint Simon ที่ฝังตัวอยู่ในถ้ำแห่งหนึ่ง
ประชากรในเมืองขยะแห่งนี้กว่า 90%
นับถือศาสนาคริสต์นิกาย Coptic Christian
และพวกเขาต่างภาคภูมิใจอย่างแรงกับโบสถ์หลังนี้
มันตั้งอยู่ด้านบนของเมืองขยะและคาดว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง
เราเดินอย่างเหนื่อยล้าท่ามกลางถนนที่มืดมิดจนไปถึงยอดเขา Mokattam

ชาวบ้านหลายคนแต่งตัวในชุดที่ดีที่สุด/สวยงามที่สุดยืนอยู่ด้านนอกโบสถ์
เด็ก ๆ ต่างวิ่งเต้นรอบ ๆ อย่างมีความสุข
มีรถยนต์คันหนึ่งบรรทุกคนโดยสารมาเต็มคันรถ
พร้อมกับเสียงประทัดดังกึกก้องไปทั้งบริเวณ
มันคืองานฉลองงานแต่งงาน



Hala กับ Girgis get ได้แต่งงานใน Saint Simon’s Church หรือเรียกกันว่า Cave Church
มันตั้งอยู่บน Mokattam Mountain ด้านบนของ Garbage City




ภายในโบสถ์เต็มไปด้วยพิธีกรรมของงานแต่งงาน
ที่เหมือน ๆ กับงานแต่งงานหลายแห่งของโลกใบนี้
ทั้งเจ้าบ่าวกับเจ้าสาวดูค่อนข้างจะตื่นเต้นกับงานแต่งงานครั้งนี้
และแล้วในตอนที่เรากำลังเดินลงมาที่ถนนเพื่อไปงานเลี้ยงฉลองสมรส

ภาพที่ขัดแย้งกันอย่างมากในสายตาของเราคือ
ชุดแต่งงานที่เลิศเลอกับภูมิประเทศที่โดดเด่น
ฝูงหนูที่หลบซ่อนตัวอยู่ตามกองขยะและกลิ่นเดิมอบอวลอีกครั้ง
แต่ขบวนสมรสดูเหมือนไม่สนใจหรือสังเกตเห็นแต่อย่างใด
เพราะทุกคนต่างเต็มเปี่ยมล้นไปด้วยความสุขและสนุกสนาน



ชาวบ้านต่างมาร่วมงานแต่งงานที่ Saint Simon’s Church บน Mokattam Mountain


จากภาพที่ฉันพบเห็นนี้
ฉันเชื่อเลยว่าภาพได้บอกเล่าเรื่องราวที่ฉันอยากจะบอก
นี่เป็นงานเลี้ยงแต่งงานที่ฉันชื่นชอบมากที่สุดเลย
แม้ว่าสี่เดือนที่ผ่านมานี้ ฉันได้ไปงานเลี้ยงแต่งงานมาแล้วหลายแห่งก็ตาม
มันเหมือนกับงานแต่งงานทั่วไปในเมือง Garbage City
มีการจัดงานเลี้ยงบนกลางถนน
ในตอนที่คู่แต่งงานมาถึงบริเวณจัดงานเลี้ยง
ครอบครัวและเพื่อน ๆ ของพวกเขาต่างรออยู่
พร้อมกับเสียงเพลงที่ดังกระหึ่ม เต็มไปด้วยคนที่กำลังเต้นรำ
บางคนก็ยิงปืนขึ้นฟ้า และเป็นงานเลี้ยงที่เสียงดังอย่างไม่น่าเชื่อเลย

เจ้าบ่าวเจ้าสาวนั่งบนเก้าอี้ตามประเพณีงานแต่งงาน
เพื่อจะได้ดูแลและทักทายแขกเหรื่อที่เดินทางมาถึง
ทุกคนต่างยินดีที่จะมาร่วมงานเฉลิมฉลอง
เบียร์และอาหารกลางวันจะมีการเสิร์ฟที่โต๊ะ



ที่นั่งตามประเพณีงานแต่งงานแบบดั้งเดิมในเมืองขยะ



เรื่องนี้ทำให้ฉันประหลาดใจมาก
เพราะฉันเดินจากที่แห่งหนึ่ง
ไปยังขบวนงานแต่งงานในวันเดียวกัน
คนในชุมชนก็ดูเหมือนประหลาดใจมาก
ที่เห็นช่างภาพชาวต่างชาติมาร่วมงานแต่งงานของพวกเขา
และพวกเขาได้ต้อนรับฉันด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่น
เชิญเลี้ยงอาหาร และเชิญให้เต้นรำ
ฉันก็เต้นอย่างร่าเริงหลายชั่วโมงเช่นกัน
ขณะที่พวกเด็ก ๆ ต่างเล่นประทัดส่งเสียงดังไปรอบ ๆ งาน



ชายสองคนกำลังเต้นรำแบบอียิปต์ที่มีไม้ประกอบการเต้นรำ
มีการเต้นรำแบบนี้กินเวลาหลายชั่วโมงเป็นประเพณีแบบดั้งเดิม
ของงานเลี้ยงเฉลิมฉลองและอวยพรคู่บ่าวสาว



ในที่สุด เรื่องที่ฉันหลงใหลและปลื้มได้มากที่สุด
คือ งานแต่งงานในเมืองขยะที่ลืมไม่ลงเลย
ในสภาพแวดล้อมและบรรยากาศที่สนุกสนาน
และเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความสุขแบบเรียบง่าย





Erica Canepa เป็นช่างภาพสารคดีอิสระ Freelance อิตาลี
ดูข้อมูลเพิ่มเติมของภาพของเธอในเรื่อง
"การถ่ายภาพภายในชุมชนปิด " http://goo.gl/Q9rIEi
เช่นเดียวกับบนเว็บไซต์ของเธอ http://goo.gl/zFM6fu
ตอนนี้เธอใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในอาร์เยนติน่า

เรียบเรียง/ที่มา

http://goo.gl/XAD7b9
http://goo.gl/32etWA
https://goo.gl/fno2ME




Copts เป็นศาสนาผสมผสานความเชื่อดั้งเดิม
ของชนกลุ่มน้อยในแอฟริกาเหนือกับตะวันออกกลาง
ส่วนมากจะอยู่ในอียิปต์ ซึ่งเป็นชุมชนคริสต์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด
และยังมีบางส่วนอยู่ใน Sudan กับ Libya
ตามประวัติศาสตร์เดิมพวกเขามีภาษา Coptic
ที่สืบเชื้อสายชาวอียิปต์ในยุคโรมัน
แต่พอช่วงศตวรรษที่ 18 ก็เริ่มพูดกันน้อยลงมาก
จนทำให้ตอนนี้มักจะพูดภาษาอารบิก





St. Simon the Shoemaker
ช่างทำรองเท้าที่มีตาข้างเดียว
ถือเหยือกน้ำไปให้คนป่วยหรือคนชรา
ทุกวันในตอนเช้าก่อนไปทำงาน
ชาตะในศตวรรษที่ 10 ที่อียิปต์
มตะในศตวรรษที่ 10 เมืองไคโรเก่า อียิปต์

https://goo.gl/EPqDe1





























http://goo.gl/mBdu3y



นักบวช Coptic ช่วงปี 1898 - 1914



 คนเก็บขยะตามท้องถนน


เรื่องเล่าไร้สาระ

อียิปต์เป็นชาติที่มีชนชาติหลายเผ่าพันธุ์
ที่ต่างเข้ามายึดครองเป็นเมืองขึ้นและปกครองมานาน
เช่น กรีก เปอร์เซียร์ โรมัน อาหรับ ยิว
ทำให้คนชาตินี้มีหน้าตาผสมผสานกันหลายอย่าง
มีทั้งหน้าตาระดับดาราหรือโจรผู้ร้ายหรือชาวบ้านทั่วไป

กรีก เคยสร้างห้องสมุดอเล็กซานเดรีย
ที่ตามตำนานเล่าว่ามีหนังสือมากที่สุด
และมีขนาดห้องสมุดใหญ่ที่สุดที่นี่
ก่อนถูกโรมันเผาทิ้งไปครั้งแรก
ต่อมาโรมันพัฒนาขึ้นมาใหม่
แล้วถูกพวกอาหรับเผาทิ้งไปในที่สุด

กรีกเคยปกครองดินแดนอียิปต์มาก่อนพวกโรมัน
และสร้างเมืองท่าไว้ติดต่อค้าขายทางทะเล
คลีโอพัตรา มีการสันนิษฐานว่าเชื้อสายราชันย์กรีก
แต่มีนักประวัติศาสตร์ชาตินิยมซูดาน
อ้างว่าเป็นลูกครึ่งกรีกกับคนผิวดำ
หรือบางคนว่าเป็นคนผิวดำที่เป็นชาวยิว
ที่เคยมีอำนาจปกครองอียิปต์ในยุคหนึ่ง
ข้อมูลเพิ่มเติม



http://pantip.com/topic/33506815 ปิรามิดที่ถูกลืมในซูดาน


ที่มหาวิทยาลัยไคโร มีคณะที่สอนศาสนาอิสลาม
ที่ใหญ่ที่สุดและมีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งในโลกอาหรับ
การสอบเข้าเรียนวิชาศาสนาอิสลามที่นั่น
ง่ายมาก แต่ยากมาก
เพราะผู้สอบเข้าต้องท่องจำพระคัมภีร์อัลกุรอ่านได้ทั้งเล่ม
มีคนไทยที่เคยไปเรียนที่นั่นเล่าว่า
ต้องเริ่มท่องพระคัมภีร์ตั้งแต่เด็ก ๆ จนไปสอบเข้าเรียนต่อที่นั่น

คณาจารย์ที่นั่นเก่งและเชี่ยวชาญในการตีความศาสนาอิสลามมาก
จนสามารถเป็นบรรทัดฐานในการตีความศาสนาอิสลามได้
อย่างผลตอบแทนหรือกำไรในการกู้ซื้อบ้านและที่ดิน ทรัพย์สินต่าง ๆ
ธนาคารอิสลามของไทยก็นำมาจากแนวคิดนักการศาสนามหาวิทยาลัยนี้

ท่านเล่าว่ามีอาจารย์ตาบอดทั้งสองข้างท่านหนึ่งที่มาสอนในวันแรก
จะเรียกให้นักศึกษาทุกคนนั่งประจำที่ แล้วให้ขานชื่อตนเอง
วันต่อมาให้นั่งที่เดิม แล้วไม่ต้องขานชื่อ
ท่านจำชื่อได้หมดว่าชื่ออะไร นั่งตรงไหน
พอสักพักใครนั่งผิดที่พอขานตอบรับ
ท่านจำได้ทันทีว่าชื่ออะไร เคยนั่งตรงไหน

แต่ระบบการเรียนการสอนที่คณะนั้น
ท่านยอมรับว่ามั่วมากในสมัยที่ท่านไปเรียนมา
เพราะเวลาจบต้องวิ่งหาอาจารย์ให้ลงชื่อรับรอง
ใน Transcript ว่าจบวิชาที่เรียนนี้และสอบผ่านได้
ไม่มีระบบตัดเกรดแบบเป็นทางการเหมือนมหาวิทยาลัยทั่วไป/คณะอื่น ๆ
ทำให้เสียเวลามากที่สุดในเรื่องการขอจบวิชาศาสนาที่นั่น
ทำให้มีปัญหาเวลามาทำงานที่เมืองไทย
หน่วยงานราชการไทยไม่รับรองระบบการศึกษาที่นั่น
แต่ชาติทางอาหรับหรือชาติที่นับถือศาสนาอิสลาม
ต่างยอมรับคนที่จบวิชาศาสนาจากมหาวิทยาลัยไคโร

บางคนบอกว่าเมืองไทยมีปัญหาการรับรองวุฒิการศึกษา
เพราะคนในหน่วยราชการไม่รู้ ไม่ยอมถามชอบทำฟอร์มใช้วาทกรรมเก่ง
หรือไม่สนใจจะรับรู้แบบทำฟอร์มแบบไทย ๆ กลัวเพื่อนหาว่าโง่
เหมือนกับยุคแรก ๆ ที่เล่ากันว่า
คนไทยจบ School of Laws หรือ School of Economics
มาขอปรับวุฒิที่เมืองไทย เพื่อเลื่อนชั้นหรือวุฒิการศึกษา
หลายหน่วยงานไม่ยอมรับว่าจบปริญญาโท บอกจบแค่โรงเรียน
เพราะในใบวุฒิบัตรระบุว่า โรงเรียน ตามที่แปลตามพจนานุกรม
ทั้งที่จริง ๆ พวกนี้คือระดับวิทยาลัย สถาบันการศึกษาขั้นสูง
เพราะมีอาจารย์ระดับปริญญาเอก หรือ
รับรางวัลโนเบิล มาสอนกันหลายคน

นายที่สั่งก็ไม่รู้เรื่อง
เลยสั่งงานรอท่าเรื่อง
คนทำงานก็ทำตามไปตามเรื่อง
ผลที่ออกมาคือไม่ได้เรื่อง




ห้องสมุดอเล็กซานเดรียในอียิปต์ยุคโบราณ กับ กรุงคอนแสตนตินโนเปิล
ถูกราชาบ้าอำนาจ/คลั่งศาสนาเผาทิ้ง ด้วยข้ออ้างโง่ ๆ ว่า
ถ้าไม่มีหนังสืออะไรยิ่งใหญ่กว่าพระคัมภีร์ ก็ให้เผาทิ้งให้หมด
ถ้ามีหนังสือที่เทียบเท่าพระคัมภีร์ ก็ไม่จำเป็น ให้เผาทิ้งให้หมด
เพราะอ่านพระคัมภีร์เล่มเดียวก็พอแล้ว

แต่จริง ๆ การเผาหนังสือในยุคเดิม
คือ ถ้าเผาหนังสือได้ ก็เผาคนทั้งเป็นได้
การเผาหนังสือ คือ การทำลายรากฐานความเชื่อ
ภูมิปัญญาวัฒนธรรมที่มีการจดบันทึกมาไม่ให้เรียนรู้กันอีกต่อไป
ให้เชื่อแต่คนปกครองที่จะขีดเขียนอย่างไรก็ได้ในอนาคต
เพราะความจำคนส่วนมากมีข้อจำกัด
ที่อยากลืมกลับจำ ที่อยากจำกลับลืม
หรือบางเรื่องจำไม่ได้ แต่ลืมไม่ลง

ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมามีการเผาหนังสือหลายครั้งแล้ว
จีนมีในยุคจิ๋นซีฮ่องเต้ เจงกิสข่าน เหมาเจ๋อตุง
อินเดียก็ยุคพวกมุสลิมเตอร์กบุกเผาวัดนาลันทา/ทำลายพุทธศาสนา
เยอรมันนีก็ยุคฮิตเลอร์เถลิงอำนาจ

ไทยก็สมัยนายกรัฐมนตรีหอยในปี 2519
ที่มีหนังสือต้องห้ามตามกฎหมายจำนวนหนึ่ง
ทำให้หลายบ้านที่มีในครอบครองต้องเผาทิ้ง

ในยุคสมัยจอมพลผ้าขาวม้าแดง
พวกสอพลอบอกชาวบ้านให้เผาคัมภีร์ใบลานที่จารึกอักษรขอม
ด้วยการยุยงว่าเป็นชาติศัตรูทำให้สูญเสียเขาพระวิหาร
กับใครมีหนังสือขอมไว้ในบ้านเป็นคนไม่รักชาติ
ทำให้หนังสือสวดมนตร์ ตำรายาโบราณ มรดกวัฒนธรรมในอดีต
สูญหายเป็นจำนวนมากเป็นเถ้าถ่าน หรือรูปผงสีดำ
พวกหมอผี/เกจิอันธพาลก็ไปผสมขาย
อ้างเป็นเครื่องรางของขลัง/พุทธพาณิชย์
หาเงินได้จากความงมงาย/ความหลงเชื่อกันต่อไป

ข้อมูลเพิ่มเติม

http://goo.gl/zCrieK
http://goo.gl/HLhp8z
http://goo.gl/AFyS6D



เรื่องหมู

ที่มาเลย์ ก็มีการเลี้ยงหมูกันจำนวนมากในบางรัฐ
เพื่อขายเนื้อให้กับคนจีนคนพื้นเมืองที่ชอบกินหมู
รวมทั้งชำแหละส่งออกให้กับสิงคโปร์
มีบางรัฐที่เคร่งครัดกับศาสนาอิสลามไม่ส่งเสริมแต่ไม่ห้าม
แต่มีวิธีคุมกำเนิดธุรกิจเกี่ยวกับหมู

มาเลย์มี 14 รัฐ รัฐที่หยุดวันศุกร์เสาร์
เพื่อประกอบศาสนกิจอิสลามมี 4 รัฐ
Kedah(ไทรบุรี) Kelantan(กลันตัน) Johor(ยะโฮร์) และ Terengganu(ตรังกานู)
โดยเฉพาะรัฐที่ยังมีสุลต่านเป็นของตกทอดแต่เดิม
จะตั้งจุฬาราชมนตรีของตนเองเฉพาะรัฐตนเอง
นักการเมืองไทยบางคนชอบมั่วว่ามาเลย์หยุดวันศุกร์
แต่ไม่ยอมบอกว่าหยุดเพียงบางรัฐไว้หลอกชาวบ้าน

บางรัฐมีวิธีคุมกำเนิดธุรกิจเกี่ยวกับหมู
เช่น คนเลี้ยงหมู ร้านขายเนื้อหมูแดง หมูย่าง พะโล้ ขาหมู
ด้วยการไม่ออกใบอนุญาตใบใหม่ให้กับ
พ่อค้า/แม่ขายเนื้อหมู หรือรายใหม่ 
และถ้าผู้ประกอบการธุรกิจเกี่ยวกับหมูตายลง
จะไม่มีการต่อใบอนุญาตให้กับลูกหลานหรือทายาทธุรกิจอีก
ทำให้ร้านดัง ๆ ที่ค้าขายหมูแดง หมูย่าง ในมาเลย์
ค่อย ๆ หายไปเป็นจำนวนมากแล้วในตอนนี้
และร้านค้าที่เปิดใหม่ก็หายากมากเช่นกัน



Create Date : 16 กรกฎาคม 2559
Last Update : 16 กรกฎาคม 2559 12:39:21 น. 0 comments
Counter : 378 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ravio
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 25 คน [?]




เกิดหาดใหญ่ วัยเด็กเรียนหนังสือโรงเรียน Catholic คณะ Salesian มีนักบุญประจำโรงเรียน Saint Bosco, Saint Savio ชอบอ่านหนังสือ godfather เกี่ยวกับ Mafio ของพวกซิซีเลียน เคยเล่นเกมส์ Mario แล้วได้คะแนนนำเลยนำสระโอมาต่อท้ายชื่อเป็น Ravio ได้กลิ่นอายแบบ Italino เคยเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเรียนวิชาชีพทำมาหากิน แต่ไม่ใช่วิชาที่ชื่นชอบมากนัก เรียนอยู่กว่าเจ็ดปี ต้องกลับมาทำงานเป็นกรรมกรที่บ้านเกิด จนเริ่มเกิดความหลงรักชีวิตบ้านนอก และวิถีชิวิตชุมชนท้องถิ่นที่ตนอยู่และไปร่วมวงเสวนา

เกิดเดือนมีนาคม แต่ลัคนาราศรีตุลย์ ชอบไปทุกเรื่อง สุดท้ายทำอะไรที่ได้เรื่องไม่กี่เรื่อง แต่ส่วนมากมักไม่ได้เรื่อง

ชอบขับรถยนต์ท่องเที่ยวชมภูเขา ป่าไม้ น้ำตก แต่ไม่ชอบทะเลหรือชายหาด เพราะรู้สึกอ้างว้าง โดดเดี่ยว เมื่อคิดถึงชีวิตตนเองที่มาเปรียบเทียบกับสองสิ่งสองอย่างนี้ รู้สึกว่ามนุษย์เป็นเพียงชีวิตที่เล็กน้อยมากที่มาอยู่อาศัยในโลกใบนี้

ชอบอ่านหนังสือ ท่องเที่ยวใน Internet ชอบเดินทางท่องเที่ยวแถว ในละแวกท้องถิ่นบ้านเกิด นาน ๆ ครั้งจะขึ้นไปเยี่ยมเพื่อนที่กรุงเทพฯ หรือไปหาซื้อหนังสือแถวสยามสแควร์ ถิ่นเก่าที่อยู่และที่เรียน






Friends' blogs
[Add ravio's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.