ความทรงจำเก่า ๆ ก่อนจะลืมเลือนหายไปกับกาลเวลา
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2559
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
10 กรกฏาคม 2559
 
All Blogs
 
ชีวิตแม่น้ำหลังพังเขื่อน






After Largest Dam Removal in U.S. History, This River Is Thriving







เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2557
การพังเขื่อนครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกาได้เริ่มต้นขึ้น
เขื่อน Elwha Dam ถูกคนงานหลายคนช่วยกันระเบิดทิ้งและรื้อถอนสิ่งกีดขวางทางน้ำ
หลังจากที่เขื่อน Glines Canyon Dam ที่อยู่ด้านบนถูกพังทิ้งไปก่อนหน้านี้แล้ว
เขื่อน Elwaha มีความสูง 64 เมตรอยู่ท้ายเขื่อน Glines Canyon Dam
ทั้งสองเขื่อนขวางกั้นแม่น้ำ Elwha ทางตะวันตกเฉียงเหนือของรัฐวอชิงตัน






Dam breached, river flows free: Elwha River Glines Canyon Dam on Former Lake Mills



โครงการพังเขื่อนนี้ได้เริ่มต้นศึกษากันในปี พ.ศ.2554
โดยได้รับการสนับสนุนจาก U.S. National Park Service
ที่ดูแลพื้นที่โดยรอบของวนอุทยาน Olympic National Park

เป้าหมายคือการพังเขื่อนที่ไม่จำเป็นและล้าสมัย
เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศน์แม่น้ำกลับคืนสู่ธรรมชาติ
คาดว่าจะเกิดประโยชน์กับสภาพสิ่งแวดล้อม
สัตว์น้ำนานาชนิดและสัตว์ป่านานาชนิด

ฝูง Salmon ได้กลับมาสู่แม่น้ำ Elwha อีกครั้ง
หลังจากหายสาบสูญไปนานมากแล้ว
เช่นเดียวกับสัตว์น้ำและสัตว์ชนิดต่าง ๆ
ก็กลับมาปรากฏตัวอย่างหนาแน่นขึ้น

การฟื้นฟูระบบนิเวศไม่ใช่พึ่งพาแม่น้ำเพียงอย่างเดียว

Anne Shaffer นักชีววิทยาทางทะเล
องค์กรภาคเอกชน(NGO) Coastal Watershed Institute
ที่ Port Angeles รัฐ Washington
Ph.D. (candidate) University of Victoria ที่ Canada

Shaffer ทำงานในแถบลุ่มแม่น้ำ Elwha
มาเป็นเวลาเกือบ 30 ปีแล้ว
โดยเน้นศึกษา สิ่งแวดล้อมใกล้ชายฝั่งทะเล
ระบบนิเวศทางน้ำที่เป็นพื้นที่หลบภัยและเป็นแหล่งอาหาร
ของปลารวมทั้งสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ และช่วยให้สัตว์น้ำย้ายถิ่นฐาน
จากน้ำจืดไปสู่น้ำเค็มได้แบบไม่เป็นเรื่องยากจนเกินไป

แต่การบริหารจัดการลุ่มน้ำ Elwha ไม่ใช่เรื่องง่าย
เพราะมีบริเวณพื้นที่หลายแห่งนี้ใกล้ ๆ กันนี้
ไม่ได้อยู่ในเขต Olympic National Park
จึงมีความเสี่ยงที่จะถูกคุกคาม
จากการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
ของพวกนักลงทุนที่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินพื้นที่ข้างเคียง




เราได้สัมภาษณ์ Anne Shaffer
ถึงผลลัพธ์หลังพังเขื่อนที่ขวางกั้นแม่น้ำ
และความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมริมชายฝั่งทะเล


หลายคนยังไม่สามารถเชื่อมโยงได้ว่า
เขื่อน แม่น้ำ ทะเล มีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร
และทำไมความเชื่อมโยงเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญ


ความอุดมสมบูรณ์ในลุ่มน้ำ Elwha
ขึ้นอยู่กับระบบนิเวศชายทะเลใกล้ฝั่ง
Salmon ต้องมีระบบนิเวศที่ดีริมชายฝั่งทะเล
ไม่เช่นนั้นพวกมันอาจไม่รอดได้
Herring และ Smelt ที่เป็นอาหารหลักของ
แซลมอน ปลาวาฬเพชฌฆาต และนกนานาชนิด

ในเวลาเดียวกัน ระบบแม่น้ำยังเป็นแหล่งสำคัญ
ของตะกอนที่ช่วยเสริมสร้างสิ่งแวดล้อมริมชายฝั่งทะเล
สารอาหารและต้นไม้ ที่ช่วยสนับสนุนสิ่งมีชีวิตนานาชนิด

แต่ถ้าคุณสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำ ต่อให้คุณสร้างบันไดปลาโจน
คุณก็กักไม่ให้ตะกอนและขอนไม้ที่ลอยไปลอยมาตามน้ำ
ส่งผลให้ระบบนิเวศริมชายฝั่งทะเลซึ่งเชื่อมต่อกับแม่น้ำ
ขาดสารอาหารและขาดความอุดมสมบูรณ์



Elwha River ไหลลง Strait of Juan de Fuca พัดพาตะกอนหลังเขื่อน
ช่วยสร้างดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำและแหล่งอาหาร/ที่อยู่อาศัยของสัตว์นานาชนิด
Credit : ELAINE THOMPSON, ASSOCIATED PRESS





ตั้งแต่การพังเขื่อน เกิดอะไรขึ้นกับระบบนิเวศชายฝั่งบ้าง

มันเป็นเรื่องที่แปลกใจสำหรับพวกเราเป็นอย่างมาก
เพราะทุกสิ่งเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมาก
เราพบถิ่นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ
ในพื้นที่กว่า 250 ไร่มีความอุดมสมบูรณ์เพิ่มขึ้น
รวมถึงปลาชนิดต่าง ๆ ก็มีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
เรายังพบชนิดพันธุ์(species)ใหม่ ๆ
เข้ามาอยู่อาศัยในบริเวณพื้นที่ดังกล่าว
ภายในไม่กี่สัปดาห์หลังการพังเขื่อน

หลังจากการพังเขื่อนผ่านไป 2 ปีแล้ว
มีการขยายตัวของพื้นดินมหาสมุทร
ใกล้ปากแม่น้ำสูงขึ้นเกือบ 10 เมตร
กลายเป็นดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ
River Delta https://goo.gl/ao3kmB (ไทย)
ทำให้ระบบนิเวศปากแม่น้ำตอนนี้อุดมสมบูรณ์
River Delta ซึ่งครั้งหนึ่งเคยสูญหายไป
เพราะตะกอนดินที่ถูกกักไว้ที่หลังเขื่อน


ปลาชนิดพันธุ์ใดบ้างที่มีการเปลี่ยนแปลง

เราพบว่าปริมาณ Chinook salmon
ในวัยเจริญพันธุ่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
พอ ๆ กับ Coho salmon ที่พบได้มากขึ้น
รวมถึง Trout และ Steelhead(Rainblow)

เรายังพบปลา Eulachon
นับเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี
(ปลาชนิดนี้มีน้ำมันเยอะมากจนใช้ติดไฟได้
และเป็นแหล่งอาหารของสัตว์หลายชนิด)



น้ำใหม่จาก Elwha River ไหลคดเคี้ยวผ่านทะเลสาบเดิมของเขื่น
Credit : JASON JAACKS, NATIONAL GEOGRAPHIC CREATIVE



นอกจากปลาแล้วสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ
มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง


เราพบที่อยู่ใหม่ของปู Dungeness
หอย และสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น ๆ เพิ่มขึ้น
จำนวนนกก็เพิ่มมากขึ้นเป็น 2 เท่า

ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ
ที่เกิดขึ้นมาใหม่อีกครั้ง
กลายเป็นที่อยู่ของพวกนกนางนวล

ปริมาณปลาที่เพิ่มมากขึ้น
ทำให้มีนกชนิดต่าง ๆ มาหากินที่นี่มากขึ้น

เราเห็นชายหาดที่สวยงามงอกเพิ่มขึ้น
จากตะกอนที่ลอยมาตามแม่น้ำ
ไหลไปทับถมพื้นที่ชายหาด
และริมชายฝั่งก็เปลี่ยนแปลงจาก
กรวดหยาบที่ดูเหมือนผิวโลกพระจันทร์
กลายเป็นทรายละเอียดมากกว่าเดิม


การพังเขื่อนมีกระทบเชิงลบอย่างไรบ้าง


ก่อนหน้านี้มีสาหร่ายทะเล Kelp กลุ่มหนึ่ง
อยู่ไม่ห่างจากบริเวณปากแม่น้ำ
แต่หลังจากการพังเขื่อนแล้ว
ตะกอนดินก็กลบทับสาหร่ายทะเลจนมิด
ทำให้พื้นที่บริเวณนี้กลับดีต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
โดยภาพรวมแล้ว การพังเขื่อนให้ผลลัพธ์เชิงบวก






มีความเสี่ยงหรือไม่ที่พื้นที่ซึ่งฟื้นฟูมาใหม่นี้
จะมีคนนำไปพัฒนาเป็นอสังหาริมทรัพย์


แน่นอนเป็นไปได้ เพราะพื้นที่หลายแห่งในบริเวณนี้
ไม่ได้อยู่ในเขตวนอุทยานแห่งชาติ
และชาวบ้านท้องถิ่นก็สนใจชายหาดแห่งใหม่นี้
หลายต่อหลายคนก็ย้ายเข้ามาอยู่ในชุมชนแถบนี้

พวกเขาเริ่มสร้างบ้านพักอยู่ติดชายฝั่งมากขึ้น
ซึ่งอาจเกิดปัญหาเรื่องการปนเปื้อน
จากสารเคมี(ที่ใช้กันในบ้าน/ในสวน)
หากเกิดพายุฝน หรือการกัดเซาะชายฝั่ง
เรื่องนี้ทำให้เราค่อนข้างกังวลมาก


คุณเรียนรู้อะไรบ้างจาก Elwha
ที่อาจนำไปใช้กับโครงการพังเขื่อน
หรือโอกาสฟื้นฟูที่อาจจะมีขึ้นในอนาคต


เราอยากที่จะเผยแพร่
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการพังเขื่อน
ที่มีผลต่อระบบนิเวศริมชายฝั่ง
เพราะคุณจำเป็นต้องปล่อยให้ตะกอน
ไหลไปตามธรรมชาติเพื่อให้เกิดการฟื้นฟู

อีกประเด็นหนึ่งคือเราต้องดูภาพรวมโครงการพังขื่อน
ว่าโครงการนั้นจะก่อให้เกิดผลกระทบอย่างไรบ้าง
ต่อระบบนิเวศโดยรอบ รวมถึงพื้นที่ชายฝั่งด้วย


เรียบเรียง/ที่มา


http://goo.gl/UqwI1N
http://goo.gl/wVrd10






Colorado River - I Am Red


รอถึง 16 ปีแม่น้ำโคโลราโด้จึงได้จุมพิตทะเลคอร์เตซ

http://pantip.com/topic/32078698






ภาพเพิ่มเติม























ประมาณการว่ามีเขื่อนถึง 8,100 แห่งในสหรัฐอเมริกา ในปี 2006
The National Inventory of Dams ให้คำจำกัดความเขื่อนว่า
ต้องสูงขั้นต่ำ 50 ฟุต (15 เมตร) จุน้ำได้อย่างน้อย
5,000 เอเคอร์ฟุต (6,200,000 ลบ.เมตร)
หรือความสูงขนาดใดก็ได้แต่ต้องจุน้ำได้อย่างน้อย
25,000 เอเคอร์ฟุต (31,000,000 ลบ.เมตร)
ไม่จำกัดว่าเป็นการลงทุนของภาครัฐหรือภาคเอกชน

ที่มา https://goo.gl/jbPbGe




เขื่อนแรกของไทย

เขื่อนภูมิพล เป็นเขื่อนอเนกประสงค์แห่งแรกในประเทศไทย
ลักษณะเป็นเขื่อนคอนกรีตรูปโค้ง เริ่มสำรวจงานก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. 2496
(สมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม)

เขื่อนนี้เดิมชื่อ เขื่อนยันฮี
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระปรมาภิไธย
ให้ตั้งชื่อเขื่อนว่า เขื่อนภูมิพล เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2500
(สมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์)

เขื่อนภูมิพลสร้างปิดกั้นลำน้ำปิง
ที่บริเวณเขาแก้ว อำเภอสามเงา จังหวัดตาก
มีรัศมีความโค้ง 250 เมตร สูง 154 เมตร ยาว 486 เมตร
ความกว้างของสันเขื่อน 6 เมตร
พื้นที่เขื่อนสามารถรองรับน้ำได้สูงสุด 13,462 ล้านลูกบาศก์เมตร
เขื่อนภูมิพลเป็นเขื่อนโค้งที่สูงเป็นอันดับ 27 ของโลก

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนิน
ทรงวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2504
(สมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์)

การก่อสร้างในระยะแรกประกอบด้วย
งานก่อสร้างตัวเขื่อน ระบบส่งไฟฟ้า และอาคารโรงไฟฟ้า
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนิน
ทรงเปิดเขื่อน เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2507
(สมัยจอมพลถนอม กิตติขจร)

หน่วยงานที่ก่อตั้งขึ้นมาควบคุมการก่อสร้าง
บำรุงรักษาและบริหารงานเขื่อนภูมิพล เมื่อ พ.ศ. 2500
เป็นรัฐวิสาหกิจมีชื่อว่า "การไฟฟ้ายันฮี"
ซึ่งต่อมาได้ควบรวมกับรัฐวิสาหกิจ "การลิกไนต์"
และ "การไฟฟ้าตะวันออกเฉียงเหนือ"
เป็น การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)
เมื่อ พ.ศ. 2511 มีผู้ว่าการคนแรกคือ นายเกษม จาติกวณิช
(มีฉายาว่า Super K)

ที่มา http://bit.ly/1Zbbpuu

ยันฮี เคยอ่านพบว่า
พรานนำทางท้องถิ่นเรียกว่า ย่านฮี
ตรงบริเวณนั้นมีหญ้าฮีขึ้นกันอย่างหนาแน่นแบบวัชชพืช

หรือเป็นร่องน้ำที่ถูกเขาขนาบทำให้น้ำไหลตรงรี่ออกมา
เลยมีคำเรียกว่า ย่านรี แต่ออกเสียงไม่ชัด รี เป็น ฮี

พื้นที่ตรงนี้เหมาะสมกับการลงมือก่อสร้างเป็นแนวสันเขื่อน
แต่คนคิดลึก/อุบาทว์แผลงเป็นตำนานว่า
แบบที่ชอบพูดกันในวงสุรายาเมา




การพังอ่างเก็บน้ำ

อ่างเก็บน้ำห้วยละห้า บ้านโนนตาล กิ่ง อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี
ก่อสร้างโดยสำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบท (รพช.)
รูปแบบโครงการเป็นฝายน้ำล้น
เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2520 ก่อสร้างเสร็จเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2521
โครงการดังกล่าวทำให้ที่นาของยายไฮ ขันจันทา กับเพื่อนบ้าน 21 ราย
จมอยู่ใต้อ่างเก็บน้ำไม่สามารถทำนาได้

มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า โครงการครั้งนี้
เป็นการร่วมมือ/การสบคบคิดหากินกับงบประมาณโดย
ผู้รับเหมา ผู้ขายวัสดุก่อสร้าง นักการเมือง
ข้าราชการ หัวคะแนน ลูกน้องบริวาร

เธอเรียกร้องตั้งแต่สมัยเปรม-ทักษิณ
ใช้เวลา 32 ปี กว่าจะพังอ่างเก็บน้ำ

มีคนสรุปไว้ว่า

เปรม /ฯลฯ รับทราบ

ทักษิณ แก้ปัญหา

อภิสิทธิ์ เอาหน้า





ยายไฮ ขันจันทา


ข้อมูลเพิ่มเติม http://bit.ly/29rLQAJ




หมายเหตุ พื้นที่กักเก็บน้ำที่ยังมีปัญหากันทุกปี

เขื่อนปากมูล บ้านหัวเห่ว ต.โขงเจียม อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี
ต้องปิดเปิดทุกปีให้สัตว์น้ำขึ้นไปวางไข่แพร่พันธุ์ได้
ชาวบ้านต้องร้องเรียนทุกปี

เขื่อนปากพนัง หมู่ 5 ต.หูล่อง อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช
ต้องเปิดในฤดูฝนเพื่อระบายน้ำเสีย/ของเสียที่สะสมในหน้าแล้ง
กับเปิดทางให้สัตว์น้ำไปวางไข่ในแม่น้ำได้
ชาวบ้านต้องร้องเรียนทุกปีเช่นกัน




ป่าไม้กับเขื่อน

ป่าไม้ไม่ได้ทำให้เกิดฝนเสมอไป
ป่าที่อุ้มน้ำเยอะ (มีความชื้นมาก) อาจก่อให้เกิดฝนได้จริง
แต่ปัจจัยหลักคือ น้ำ
ป่าอุดมสมบูรณ์มักมีฝนตกชุกอยู่ตลอด ๆ
เป็นเพราะสภาพแวดล้อมมีความชื้นสูง
ทำให้วัฏจักรน้ำกลายเป็นไอได้ง่าย
ไม่เหมือนในเมืองที่มีพื้นที่ธรรมชาติ/ต้นไม้ไม่มาก
ทำให้วัฏจักรน้ำเกิดอย่างเป็นระบบได้น้อย
ยกเว้นบางเมืองที่ติดทะเล มีร่องมรสุม/ลมประจำถิ่นพัดผ่าน
หรืออยู่ติดแหล่งน้ำ เช่น กรุงเทพ โตเกียว ไทเป ที่ฤดูฝนมักมีพายุฝนทุกปี

ภาคใต้มีป่าเยอะ ฝนจึงตกมาก ไม่เป็นความจริง
ภูมิศาสตร์ของภาคใต้เป็นคาบสมุทร
มีทะเลขนาบทั้งสองข้าง (อันดามัน-อ่าวไทย)
และยังมีร่องมรสุมพัดผ่าน ทำให้ความชื้นถูกมรสุมพัดพาไอน้ำ
มากระทบในพื้นที่/มีปริมาณการจับตัวเป็นก้อนเมฆมาก
โอกาสที่ฝนตกจึงมากกว่าภาคอื่น ๆ

เพราะไอน้ำในก้อนเมฆมีความหนาแน่นมากขึ้นจนควบแน่นกลายเป็นน้ำ
เมื่อมีความหนาแน่นถึงจุดๆ หนึ่ง ก็จะกลายเป็นน้ำตกลงมา เรียกว่า "ฝน"
แต่ฝนจะตกได้ไม่จำเป็นต้องมีเพียงสาเหตุเดียวเสมอไปครับ
อาจจะเกิดจาก Frontal Activity (แนวอากาศร้อนและอากาศเย็นปะทะกัน บางครั้งอาจเกิดเป็นพายุ)
การพาความร้อน (Convection) ฝนปะทะภูเขา (Orographic Effect)
หรือเป็นเขต/ฤดูมรสุม (Within the Tropic/Wet Season/Monsoon) ฯลฯ
ฝนจึงไม่จำเป็นต้องตกในที่อุณหภูมิต่ำเสมอไป

Credit : สายฝนและต้นไม้ http://pantip.com/topic/35359002/comment4




เรื่องเล่าไร้สาระ

ฉัตรไชย วิเศษสุวรรณภูมิ (เพชรพระอุมา) เคยเขียนว่า
ต้นไม้ทั่วไปจะดูดซับน้ำได้ไม่น้อยกว่า 20 ลิตร
ถ้าตัดโค่นต้นไม้จำนวนมากปริมาณน้ำฝนจะไหลทะลักลงมามหาศาล

ส่วนหญ้าคาวัชชพืชทำหน้าที่เสมือนผ้าขี้ริ้วที่ดูดซับน้ำฝนส่วนเกิน
งานศึกษาระบบนิเวศน์ของอาจารย์ท่านหนึ่งบรรยายไว้นานแล้ว (จำชื่อไม่ได้)
ถ้าทั้งสองอย่างนี้สูญสิ้น ต้องเตรียมจัดการเรื่องน้ำท่วมกับฝนแล้ง

การตัดป่าไม้สร้างเขื่อน ถ้าไม่มีการศึกษาอย่างเป็นระบบอย่างจริงจัง
มีโอกาสทำลายทรัพยากรที่เก็บไว้ให้คนรุ่นหลังมากกว่าการสร้างสรรค์
รวมทั้งทำลายปอดธรรมชาติของมนุษย์ สิ่งมีชีวิต และสภาพแวดล้อมธรรมชาติ
หรือกลายเป็นการสมคบคิดกินงบประมาณหลวงอย่างที่ผ่านมาหลายโครงการ

มีคนชั่วบางกลุ่มคิดอุบาทว์พยายามทำลายป่าไม้สมบูรณ์ให้เป็นป่าเสื่อมโทรม
เพื่อให้ทางการเพิกถอนออกจากป่าสงวนแห่งชาติ/ป่าสาธารณะ
จะได้เข้าไปจับจอง/นำมาพัฒนาอสังหาริมทรัพย์/สร้างเขื่อน
เหตุเกิดในหลายประเทศที่พัฒนาแต่ด้อยพัฒนา

ยิวมีป่าไม้น้อย แต่ลงทุนระบบน้ำในท่อและเก็บกักน้ำไว้ใช้ตอนหน้าฝน

ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา บางเมืองต้องทำอุโมงค์ใต้ดินระบายน้ำเพราะปริมาณน้ำฝนมาก

ฮอลแลนด์มีพื้นที่อยู่ในที่ลุ่มต่ำกว่าระดับน้ำทะเลมากจึงต้องสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วม

มาเลย์มีป่าไม้มาก กับติดมหาสมุทรสองด้าน แปซิฟิค อินเดีย
เลยต้องลงทุนสร้างท่ออุโมงค์ระบายน้ำตอนหน้าฝนใน KL กัวลาลัมเปอร์
สร้างเป็นถนนสองชั้น กรณีน้ำมากเปิดเป็นทางระบายน้ำทั้งสองขั้นได้เลย

ทุกอย่างขึ้นกับเหตุและปัจจัยสภาพแวดล้อมของแต่ละประเทศในการบริหารจัดการ
ต้องระมัดระวังนักการเมือง/นักวิชาการ มักเสนอยกตัวอย่างที่สนับสนุนตนเองมาหาผลประโยชน์


แถวบ้านถ้าเพื่อนสนิทบอกไป KL ต้องถามก่อนว่า มาเลย์ หรือ ควนลัง หาดใหญ่ใน
เพราะมักมีการหลอกกันเล่นเช่น ไก่ทอด KL ไปกินข้าวที่ KL ฝนตกหนักที่ KL




เขื่อนกั้นแม่น้ำโขง

ผู้ใดมีอำนาจ ผู้ใดมีอาวุธ ผู้ใดมีกองกำลัง
ผู้นั้นมีความชอบธรรมในการเจรจาต่อรอง
เพราะผู้ถืออาวุธสุดจักร้ายพึงระวังตัวทุกครั้ง

ตัวอย่างเช่น

ซูดาน ต้นกำเนิดแม่น้ำไนล์ จะสร้างเขื่อนโดยพละการไม่ได้
ต้องได้รับความยินยอมจากกองทัพอียิปต์ก่อนทุกครั้ง มิฉะนั้นโดน...

ดินแดนรอบ ๆ ยิว ชาติไหนกักเก็บน้ำ
ไม่ปล่อยลงมาให้ยิวจะถูกบอมบ์ทันที
ไม่มีความปราณี/อ้อนวอนขอร้องให้ทำ

ลาว เขมรจะปิดกั้นน้ำในแม่น้ำที่ไหลลงเวียตนาม
โดยเวียตนามไม่ยินยอมไม่ได้โดยเด็ดขาด
เพราะอาจจะโดนสงครามสั่งสอนพอเป็นพิธี

สิงคโปร์ต้องนำน้ำเสียมาบำบัดเป็นน้ำดี
แล้วผสมขายเป็นน้ำแร่ชั้นดีให้มาเลย์
กว่ามาเลย์จะรู้เรื่องโวยวายในภายหลัง
ซิงลี่เกรงใจและลึก ๆ กลัวแขกมาเลย์แกล้ง
มีสิทธิ์อดน้ำ/วุ่นวายกันทั้งเมืองลอดช่อง
เพราะเคยโดนแขกแกล้งมาแล้ว
อ้างท่อส่งน้ำประปาชำรุดเกือบอาทิตย์
ตอนนี้ซิงลี่กำลังขอต่อท่อน้ำจากอินโดนีเซียไว้สำรอง




Create Date : 10 กรกฎาคม 2559
Last Update : 11 กรกฎาคม 2559 23:43:08 น. 3 comments
Counter : 452 Pageviews.

 
สวัสดีค่ะ..

คาดไม่ถึงเลยนะคะ..



โดย: อ้อมแอ้ม (คนผ่านทางมาเจอ ) วันที่: 10 กรกฎาคม 2559 เวลา:18:27:31 น.  

 
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ทนายอ้วน Food Blog ดู Blog
ravio Education Blog ดู Blog

เป็นเรื่องที่น่าสนใจมากเลยค่ะ ขอบคุรสำหรับเรื่องราวดีๆ แบบนี้


โดย: Maeboon วันที่: 10 กรกฎาคม 2559 เวลา:19:59:47 น.  

 
ธรรมชาติโดยคนสู่ธรรมชาติดั้งเดิม


โดย: เศษเสี้ยว วันที่: 11 กรกฎาคม 2559 เวลา:11:13:23 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ravio
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 25 คน [?]




เกิดหาดใหญ่ วัยเด็กเรียนหนังสือโรงเรียน Catholic คณะ Salesian มีนักบุญประจำโรงเรียน Saint Bosco, Saint Savio ชอบอ่านหนังสือ godfather เกี่ยวกับ Mafio ของพวกซิซีเลียน เคยเล่นเกมส์ Mario แล้วได้คะแนนนำเลยนำสระโอมาต่อท้ายชื่อเป็น Ravio ได้กลิ่นอายแบบ Italino เคยเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเรียนวิชาชีพทำมาหากิน แต่ไม่ใช่วิชาที่ชื่นชอบมากนัก เรียนอยู่กว่าเจ็ดปี ต้องกลับมาทำงานเป็นกรรมกรที่บ้านเกิด จนเริ่มเกิดความหลงรักชีวิตบ้านนอก และวิถีชิวิตชุมชนท้องถิ่นที่ตนอยู่และไปร่วมวงเสวนา

เกิดเดือนมีนาคม แต่ลัคนาราศรีตุลย์ ชอบไปทุกเรื่อง สุดท้ายทำอะไรที่ได้เรื่องไม่กี่เรื่อง แต่ส่วนมากมักไม่ได้เรื่อง

ชอบขับรถยนต์ท่องเที่ยวชมภูเขา ป่าไม้ น้ำตก แต่ไม่ชอบทะเลหรือชายหาด เพราะรู้สึกอ้างว้าง โดดเดี่ยว เมื่อคิดถึงชีวิตตนเองที่มาเปรียบเทียบกับสองสิ่งสองอย่างนี้ รู้สึกว่ามนุษย์เป็นเพียงชีวิตที่เล็กน้อยมากที่มาอยู่อาศัยในโลกใบนี้

ชอบอ่านหนังสือ ท่องเที่ยวใน Internet ชอบเดินทางท่องเที่ยวแถว ในละแวกท้องถิ่นบ้านเกิด นาน ๆ ครั้งจะขึ้นไปเยี่ยมเพื่อนที่กรุงเทพฯ หรือไปหาซื้อหนังสือแถวสยามสแควร์ ถิ่นเก่าที่อยู่และที่เรียน






Friends' blogs
[Add ravio's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.