ความทรงจำเก่า ๆ ก่อนจะลืมเลือนหายไปกับกาลเวลา
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2552
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
28 กรกฏาคม 2552
 
All Blogs
 
ชีวิตชายแดนปาดังเบซาร์ - ร้านทองแห่งแรก

ชีวิตชายแดนปาดังเบซาร์ - ร้านทองแห่งแรก

ร้านทองแห่งแรกในปาดังเบซาร์
เป็นของโกอ่าง ลูกคนจีนไหหลำที่มีร้านทองอยู่ที่อำเภอสะเดา
ห่างจากปาดังเบซาร์ สิบสองกิโลเมตร
มีความแปลกอยู่อย่างหนึ่งคือ
ตัวอำเภอสะเดาไปชายแดนมาเลย์มีสองจุด
จุดแรกตรงจากถนนกาญจนวนิชย์ (หาดใหญ่)
ไปที่ด่านนอกหรือจังโหลน(มาเลย์) ผ่านอำเภอสะเดา
ชื่อเดิมมีสองความหมายคือ คำไทย
ช้างหล่น (ช้างตกหล่ม) หรือ ใบจัง (คลุมหลังคา) หล่น
ด่านนอกอยู่ห่างจากตัวอำเภอสะเดาสิบสองกิโลเมตร
เท่ากันกับปาดังเบซาร์ที่ต้องเลี้ยวขวา(ถ้ามาจากหาดใหญ่)
ที่ทั้งสองจุดชายแดนไทย-มาเลย์
ห่างกันระยะ่ทางเท่ากันคือสิบสองกิโลเมตร
แต่เดิมด่านนอกไม่มีความเจริญเท่าใดนัก
มาเจริญหลังช่วง พลเอก อาทิตย์ กำลังเอก
มีการปล่อยเสรีระดับหนึ่งแถวชายแดน
ทำให้มีการพัฒนาบ้านเรือนและร้านค้าติดกับด่านมาเลย์
เลยมีความเจริญมากกว่าปาดังเบซาร์ในปัจจุบัน

โกอ่างมาเปิดร้านทองแห่งแรกในปาดังเบซาร์
ช่วงแรก ๆ ต้องระมัดระวังตัวพอสมควร
พกปืนสั้นติดตัวและมีประจำไว้ที่ร้านทองไม่ต่ำกว่าสองกระบอก
เพราะเป็นเมืองชายแดนสามารถเข้าออกได้สะบายมาก
ทั้งทางฝั่งไทยและฝั่งมาเลย์ ไม่รู้ใครเป็นใคร
จึงต้องมีพรรคพวกมากโดยการคบหากับบุคคลทุกประเภท
เช่น เจ้าของบาร์ ตำรวจ ด่านศุลกากร สรรพสามิต ผู้ใหญ่บ้าน นักเลง
รวมตลอดจนถึง โจรจีนมาลายา เพื่อความปลอดภัยของร้านค้าทอง
จากการถูกปล้นหรือขอค่าคุ้มครองความปลอดภัยในการค้าขาย

มีความแปลกอยู่อย่างหนึ่งของเมืองหาดใหญ่และสงขลา
คือร้านทองส่วนมากจะเป็นของคนจีนไหหลำมากกว่าจีนแต้จิ๋ว
มีแต่ช่วงหลัง ๆ ที่เป็นของคนจีนแต้จิ๋วมากขึ้นกว่าเดิม
แต่ร้านทองส่วนมากในกรุงเทพฯ จะเป็นของคนจีนแต้จิ๋ว

โกอ่างเปิดร้านทองในปาดังเบซาร์แล้ว
ธุรกิจค้าขายทองจะเป็นธุรกิจที่ดีมาก
เพราะสามารถขายทอง รับซื้อทองคืน รับจำนำทอง
เรียกว่า THREE IN ONE ทีเดียว
ขณะที่ธุรกิจอื่น ๆ จะทำแบบนี้ได้ยาก
จนมีคำพูดในหมู่คนค้าขายทองรูปพรรณว่า
คนค้าขายอะไร ไม่สู้คนค้าขายทอง
เพราะศักดิ์ศรีดูดีมีสกุลและดูว่าร่ำรวยกว่าค้าขายอย่างอื่น
ตลอดจนเวลามีศึกเหนือเสือใต้
ก็ใช้เวลาขนย้ายทรัพย์สินเร็วกว่าคนค้าขายอย่างอื่น
ทั้งยังสามารถนำไปขายเพื่อแปลงเป็นเงินสดได้รวดเร็วกว่าสินค้าอื่น


จริง ๆ แล้ว ทองรูปพรรณฝั่งไทยจะมีเนื้อทองมากกว่ามาเลย์
สีของทองจึงออกจะสุกแดงเปล่งปลั่งกว่าของมาเลย์
เวลารับซื้อทองรูปพรรณหรือทองแท่งของไทยจะราคาดีกว่าของมาเลย์
ทำให้คนมาเลย์ส่วนมากนิยมมาซื้อทองฝั่งไทย
เผื่อว่ายามฉุกเฉินหรือจำเป็นสามารถแปลงสินทรัพย์เป็นเงินสดได้ดีกว่า
รวมทั้งเป็นวัฒนธรรมท้องถิ่นของภาคใต้ด้วยที่ว่า
เวลามีงานบุณย์เดือนสิบหรืองานประเพณีต่าง ๆ
ทุกคนต้องมีทองรูปพรรณติดตัวเพื่อโชว์ฐานะ
ใครไม่มีถือว่าจนมาก ไร้ศักดิ์ศรี หรือไม่มีเงิน ไม่มีปัญญาหาทองติดตัว
แต่ธรรมเนียมนี้เฉพาะคนในชนบท/ท้องถิ่น ดูหมิ่นดูแคลนกัน
แต่ถ้าคนในเมืองใหญ่ไปร่วมพิธีในฐานะเขย หรือลูกสะไภ้ หรือญาติพี่น้อง
ก็จะไม่สนใจในเรื่องนี้ เพราะรู้กันอยู่ว่า
การอวดฐานะหรือการโชว์ทองรูปพรรณในเมืองใหญ่
เป็นช่องทางเจ็บตัวมากกว่าจะดูดีมีความร่ำรวย
เป็นช่องทางได้รับเภทภัยจากการฉกชิงวิ่งราวทองคำ
หรือคนในเมืองใหญ่ส่วนใหญ่ก็หาเงินทองได้มากกว่า
คนในท้องถิ่นหรือชนบทอยู่แล้วคิดเป็นอัตราส่วนเปรียบเทียบ
ส่วนจะซื้อทองรูปพรรณหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องจำเป็นมากนัก

ครั้งหนึ่ง โกอ่างเป็นข่าวลงในหนังสือพิมพ์ และ ไอทีวี
เพราะอธิบดีรายหนึ่งให้การสัมภาษณ์ว่า
ปริมาณทองคำในไทยมีมากกว่าเดิมเพราะมีทองเถื่อนเข้ามาขาย
เลยมีข่าวลือปนข่าวมั่วว่า
โกอ่างค้าทองเถื่อน(ทองของมาเลย์มาหลอมขาย)
เพราะเห็นว่าร้านทองของแกมียอดขายมากและลูกค้ามากกว่าร้านทองอื่น ๆ
ที่มาเปิดร้านทองขายในปาดังเบซาร์ภายหลัง
แกเลยท้าทายว่าคนออกข่าวหรือเจ้าหน้าที่รัฐให้มาจับแกได้เลย
ถ้ามีทองเถื่อนในร้านค้าของแก
เพราะแกรับซื้อ/รับจำนำถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่าง
คือมีบัตรประชาชนยืนยันการจำนำทองคำหรือการขายทองคำ
แถมแกยังบอกเลยว่า การค้าทองตอนนี้ไม่ใช่กำไรมากมายนัก
อยู่ที่การเก็งราคารับซื้อกับราคาขายทองแท่งออกไป
โดยบางครั้งต้องหลอมทองรูปพรรณโดยยอมเสียค่ากำเหน็จ
เพื่อนำไปขายต่อให้กับร้านทองแห่งอื่นไปทำทองรูปพรรณต่อไป
ส่วนทองที่ได้มาก็จากการรับซื้อหรือการหลุดจำนำไปนานแล้ว
ก่อนพยายามขายต่อไปในลักษณะทองรูปพรรณ
แต่ถ้าขายไม่ได้จริง ๆ แล้วก็จะนำไปหลอมเป็นแท่งขายต่อไป
และแกท้าให้ไปดูราคาทองมาเลย์ว่า
ซื้อมาหลอมเป็นทองแท่งหรือนำเข้าเป็นทองแท่ง
นำเข้าเมืองไทยแล้วมาขายถูกกว่าทองในเมืองไทย
แกกล้ารับซื้อทั้งหมดเลย มีกี่ตันแกก็กล้าเหมาหมด
ผลก็คือ ข่าวนี้จบแบบไทย ๆ
คือ เงียบหายไปในที่สุด ไม่มีอะไรคืบหน้า

ธุรกิจร้านทองรูปพรรณอยู่ได้เพราะการซื้อมา ขายไป และรับจำนำ
เลยต้องมีการคบค้าสมาคมเพื่อนฝูงหลากหลาย
ทำให้โกอ่างติดสุรายาเมาเวลายามเย็น
แกต้องออกตระเวณหาเพื่อนฝูงมาชุมนุมสามัคคี
ดื่มน้ำร่วมสาบานเพื่อการสนทนายามเย็นให้เป็นที่สนุกสนาน
ทำให้สุขภาพเริ่มมีปัญหาในระยะยาว
ผลเป็นโรคตับแข็งต้องเยียวยารักษาพยาบาล
จนกระทั่งอาการเริ่มดีขึ้นมากกว่าเดิม
แกก็ยังไม่ยอมหยุดการดื่มสุรายาเมา
โดยบอกดื่มแต่เบียร์เล็กน้อยไม่เป็นไรมาก
แล้วค่อย ๆ เขยิบกลับคืนแบบเดิม
ครั้งที่สองปรากฎว่าไม่รอดอีก
เพราะอาการหนักกว่าเดิมมาก
ผลสุดท้ายก็คือ
เดินทางไกล ไปไม่กลับ หลับไม่ตื่น ฟื้นไม่มี หนีไม่พ้น
ปิดตำนานเจ้าของร้านทองแห่งแรกในปาดังเบซาร์

ขอแก้ไขเพิ่มเติม
ทราบจากการสอบถามคนที่ปาดังเบซาร์
แจ้งว่า โกอ่างเป็นลมในสวนยางพาราหรือสวนปาล์ม(ไม่แน่ใจ)
ปรากฎว่าหัวฟาดพื้นดินแล้วมีอาการหนัก
จนเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ในช่วงนั้นแกก็เพิ่งหายจากโรคตับแข็งไม่นานนัก
แต่ก็กลับมาจิบ ๆ เบียร์และเหล้าอีกในบางเวลา
ทำให้สุขภาพเสื่อมโทรมลงตามลำดับ
ที่ทราบเพราะไปพบแกครั้งหนึ่งก่อนเสียชิวิตไม่นานนัก
แกก็บ่นว่าเบื่อ ๆ อยาก ๆ หมอห้ามกินเหล้า
แกก็ว่ากินไปเลย กลัวทำไม เดี๋ยวก็รักษาหายอีก
ตอนงานศพแก ต้องขอโทษด้วยที่ไม่ได้ไป
เพราะตอนนั้นไปอบรมอยู่ทีกรงเทพฯ
ไม่มีใครแจ้งให้ทราบ มาทราบภายหลังว่าแกเสียชีวิตแล้ว

พร้อม ๆ กับที่ดินสวนยางพารา และสวนปาล์ม
ที่โกอ่างสร้างสมขึ้นมาในระหว่างเปิดร้านทองรูปพรรณ
ที่ต้องมีการตีความกันในระหว่างพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันว่า
เป็นสมบัติของกงสี (ครอบครัว)
ซื้อขึ้นมาหรือเป็นสมบัติส่วนตัวโกอ่าง
แต่มีดีอย่างที่พี่น้องครอบครัวนี้
มองที่ผลลัพท์สุดท้ายคือ
สมบัติที่เพียรพยายามสร้างสมขึ้นมา
ต้องอดกินอดทนเป็นเวลานาน
กว่าจะได้เก็บเกี่ยวผลประโยชน์
(ปลูกยางพาราใช้เวลาเจ็ดปี
ปลูกปาล์มน้ำมันใช้เวลาสามปีเศษ
แต่ต้นทุนการลงทุนแตกต่างกัน)
ก็เพื่อลูกเพื่อหลานในอนาคต
จึงตกลงแบ่งสันปันส่วนกันลงตัวในที่สุด
ก็เพื่อประโยชน์ของลูกหลานทุก ๆ คน



Create Date : 28 กรกฎาคม 2552
Last Update : 10 สิงหาคม 2552 19:36:18 น. 16 comments
Counter : Pageviews.

 
เด็กสะเดางับ
ยินดีที่ได้รับรู้เรื่องราวดีๆๆ


โดย: pur IP: 58.147.54.155 วันที่: 28 กรกฎาคม 2552 เวลา:16:40:56 น.  

 
ตามมาอ่านและให้กำลังใจครับ


โดย: หนูน้อยเหล็กดัดฟัน IP: 114.128.76.83 วันที่: 28 กรกฎาคม 2552 เวลา:19:24:34 น.  

 
สนุกดีค่ะ ชอบ ชอบ

ได้มารู้จักโกอ่าง




โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 29 กรกฎาคม 2552 เวลา:10:48:47 น.  

 
ยังรักษาจุดยืนในการเขียนเหมือนเดิม
กึ่งความรู้ กึ่งเรื่องเล่าในอดีต
เป็นงานเขียนที่ชอบอ่าน

เขียนในยุคปัจจุบัน ภาษาปัจจุบัน
แต่เป็นเรื่องอดีตกาลนานนัก
ใช่จะเขียนได้ง่าย




โดย: หมุยจุ๋ย วันที่: 29 กรกฎาคม 2552 เวลา:22:30:39 น.  

 
สวัสดีตอนสาย ๆ ค่ะ

เห็นมะ เขียนแล้วอ่านสนุก มีแต่คนชม เนาะ



โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 30 กรกฎาคม 2552 เวลา:10:46:22 น.  

 
จากบล็อก...น่าคิดเนาะ เปลี่ยนแม่พันธุ์ด้วย น่าจะมากกว่าวันละ 1 เนาะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 30 กรกฎาคม 2552 เวลา:14:08:46 น.  

 


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 30 กรกฎาคม 2552 เวลา:18:09:16 น.  

 
สวัสดีค่ะ

คิดว่าใช่นะคะ ประโยคนี้เคยเห็นในภาพโฆษณาเหล้าแม่โขง น่าจะนะคะ ว่าจะเขียนเนาะ เหลือบไปข้างบนเขียนไว้เพียบเลยค่ะ

แต่เอ ว่าเราสัปดนไหมเนี่ย ???


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 31 กรกฎาคม 2552 เวลา:12:39:08 น.  

 

ให้ึคิดว่าเป็นการปลดปล่อยความคิด
และการพยายามลืมสัญชาตญาณการตาย - Freud, M.






โดย: ravio วันที่: 31 กรกฎาคม 2552 เวลา:14:08:07 น.  

 
ขอบคุณนะคะที่เข้าไปที่บล็อกส้ม ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ แล้วก็เห็นแอ้ดส้มไว้เลยแอ้ดกลับแล้วล่ะ ดีใจที่เป็นเพื่อนบ้านกันค่ะ

เพิ่งเข้ามาเป็นครั้งแรก อ่านเรื่องในวันนี้แล้วสนุกค่ะ ชอบด้วย ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือแต่งขึ้นคะ


โดย: ส้มแช่อิ่ม วันที่: 31 กรกฎาคม 2552 เวลา:21:44:00 น.  

 




เรื่องที่เขียนเป็นเรื่องจริงทั้งหมด
เขียนจากความทรงจำที่รู้สึกดี ๆ
ฃ่วงไปทำงานที่ปาดังเบซาร์



โดย: ravio วันที่: 31 กรกฎาคม 2552 เวลา:23:17:48 น.  

 
ช่วงนี้ยุ่งๆเลยไม่ค่อยได้เข้ามาอ่าน ยังไงจะตามเก็บให้หมดนะค่ะ ^_____^

รุ่นพ่อก็ทำงงานแบบกงสี คืออากงใหญ่คนเดียว ลุกๆก็ไม่กล้า ตอนพ่อแยกตัวออกมาทำทะเลาะกันน่าดู แต่เราเกิดหลังจากนั้นนิดหน่อย ฟังมาบ้าง แต่ก็เป็นแนวทางให้น้องๆคนอื่นทำได้บ้าง

แต่ตอนนี้เหมือนพ่อกำลังใช้ระบบกึ่งๆกงสีอยู่เลย ปวดหัว


โดย: ก้าวไปตามใจฝัน วันที่: 1 สิงหาคม 2552 เวลา:15:16:43 น.  

 
สวัสดีค่ะ
ไปตัดพายชิ้นแรกเลยค่ะ แซบบ่

เมื่อวานไปตีกอล์ฟไล่หวัดค่ะ กับไปยกแก้วค่ะ กว่าจะถึงบ้านเกือบเที่ยงคืน


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 2 สิงหาคม 2552 เวลา:10:24:07 น.  

 
สวัสดีค่ะ
จากบล็อก อ่านเรื่องที่สองแล้วก๊ากเลยค่ะ ปกติจะไม่แปลมันสั้นไปหน่อย แต่ชอบค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 3 สิงหาคม 2552 เวลา:12:17:40 น.  

 
สวัสดีครับ
เท่าที่อ่านมาผมว่ามีความจริงอยู่บ้าง
แต่บ้างอย่างถ้าไม่รู้จริงอย่างพิมพ์หรือเล่าให้
คนอื่นฟังเลยครับ เพราะสิ่งที่พิมพ์มาอาจจะ
ทำให้คนอื่นเสียหายนะครับ
คิดดูให้ดีก่อนจะเล่าให้ใครฟังนะครับ


โดย: คนปาดัง IP: 118.173.152.148 วันที่: 4 สิงหาคม 2552 เวลา:19:25:00 น.  

 

ครับขอบคุณครับ ที่ได้ให้คำแนะนำติชม

แต่ได้ขอออกตัวแต่แรกแล้วว่าเขียนจากความทรงจำ
รวมทั้งประสบการณ์ที่เคยคลุกคลีกับบุคคลในตำนาน
ส่วนการเรียบเรียงก็เขียนตามสิ่งที่รับรู้และสิ่งที่จำได้

การที่เขียนถึงบุคคลในตำนานที่ผ่านมาหลายปีแล้ว
ก็ไม่ได้พิสูจน์ว่าใครถูกใครผิดในการกระทำเรื่องต่าง ๆ
เชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่ข้อมูลข่าวสารที่แต่ละท่านได้รับรู้มา
หรือพิจารณาเองตามหลักกาละมะสูตรครับ

เรื่องราวแต่ต้นอยู่ใน group blog padang ครับ


โดย: ravio วันที่: 5 สิงหาคม 2552 เวลา:0:24:57 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
ravio
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 13 คน [?]




เกิดหาดใหญ่ วัยเด็กเรียนหนังสือโรงเรียน Catholic คณะ Salesian มีนักบุญประจำโรงเรียน Saint Bosco, Saint Savio ชอบอ่านหนังสือ godfather เกี่ยวกับ Mafio ของพวกซิซีเลียน เลยนำสระโอมาต่อท้ายชื่อเป็น Ravio ได้กลิ่นอายแบบ Italino เดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเรียนวิชาชีพทำมาหากิน แต่ไม่ใช่วิชาที่ชื่นชอบมากนัก เรียนอยู่กว่าเจ็ดปี ต้องกลับมาทำงานเป็นกรรมกรที่บ้านเกิด จนเริ่มเกิดความหลงรักชีวิตบ้านนอก และท้องถิ่นที่ตนอยู่

เกิดเดือนมีนาคม แต่ลัคนาราศรีตุลย์ ชอบไปทุกเรื่อง สุดท้ายทำอะไรที่ได้เรื่องไม่กี่เรื่อง แต่ส่วนมากมักไม่ได้เรื่อง

ชอบขับรถยนต์ท่องเที่ยวชมภูเขา ป่าไม้ น้ำตก แต่ไม่ชอบทะเลหรือชายหาด เพราะรู้สึกอ้างว้าง โดดเดี่ยว เมื่อคิดถึงชีวิตตนเองที่มาเปรียบเทียบกับสองสิ่งสองอย่างนี้ รู้สึกว่ามนุษย์เป็นเพียงชีวิตที่เล็กน้อยมากที่มาอยู่อาศัยในโลกใบนี้

ชอบอ่านหนังสือ ท่องเที่ยวใน Internet ชอบเดินทางท่องเที่ยวแถว ในละแวกท้องถิ่นบ้านเกิด นาน ๆ ครั้งจะขึ้นไปเยี่ยมเพื่อนที่กรุงเทพฯ หรือไปหาซื้อหนังสือแถวสยามสแควร์ ถิ่นเก่าที่อยู่และที่เรียน






Friends' blogs
[Add ravio's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.