ความทรงจำเก่า ๆ ก่อนจะลืมเลือนหายไปกับกาลเวลา
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2559
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
15 มิถุนายน 2559
 
All Blogs
 
เช กู วารา นักปฏิวัติ ฆาตกร คอมมิวนิสต์ และตราสินค้ายอดนิยม







ภาพถ่ายที่เป็นดั่งเครื่องหมายการค้าของเช กูวารา โดย Alberto Korda
(Alberto Korda (Korda)) [Public domain], via Wikimedia Commons



14 มิถุนายน 1928: วันเกิด “เช กูวารา”
นักปฏิวัติ, ฆาตกร, คอมมิวนิสต์, และตราสินค้ายอดนิยม
เออร์เนสโต เกวารา เดอ ลา เซอร์นา (Ernesto Guevara dela Serna) หรือ “เช กูวารา"
เกิดที่โรซาริโอ (Rosario) อาร์เจนตินา ในครอบครัวชนชั้นกลางฐานะดี
เขาเป็นนักทฤษฎีและนักวางแผนในสงครามกองโจร
และเป็นคอมมิสต์ผู้โดดเด่นในการปฏิวัติคิวบา

เมื่อครั้งที่กูวารายังเป็นนักศึกษาแพทย์
เขาได้เดินทางท่องเที่ยวไปทั่วอเมริกาใต้
พร้อมกับอัลแบร์โต กรานาโด (Alberto Granado) เพื่อนของเขา
ด้วยรถจักรยานยนต์เมื่อปี 1951
ภาพที่เขาได้เห็นระหว่างเดินทางทำให้เขาหันมาสนใจปัญหาทางสังคม





เส้นทางที่ทั้งคู่เดินทางด้วยกัน  สีแดงโดยสารด้วยเครื่องบิน


กูวาราได้บันทึกเรื่องราวการเดินทางครั้งนั้นเอาไว้
ก่อนมีการตีพิมพ์ภายใต้การดูแลของครอบครัว
หลังเขาเสียชีวิตไปนานหลายสิบปีในชื่อ
The Motorcycle Diaries: Notes on a Latin Amarican Journey
ในปี 2003 และได้ถูกดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ในปี 2004




The Motorcycle Diaries Official Film Trailer




ในปี 1953 กูวาราเดินทางไปยังกัวเตมาลา
ตรงกับสมัยรัฐบาลของจาโคโบ อาร์เบนซ์ (Jacobo Arbenz)
ที่พยายามปฏิวัติโครงสร้างทางสังคม
หนึ่งในมาตรการสำคัญคือการยึดที่ดินนายทุนที่ไม่ได้ใช้ทำประโยชน์
กระทบถึงทุนอเมริกัน นำไปสู่การรัฐประหารที่มีสหรัฐฯเป็นผู้ให้การสนับสนุน

เหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทำให้เกวาราเชื่อว่า
สหรัฐฯจะต้องเข้าแทรกแซงรัฐบาลฝ่ายซ้ายอยู่ร่ำไป
เขาจึงเชื่อว่าการได้มาซึ่งระบบสังคมนิยมจำเป็นต้องเกิดการปฏิวัติระดับโลก
และกลายมาเป็นผู้อุทิศตนให้กับอุดมการณ์มาร์กซิสต์

กูวาราเดินทางออกจากกัวเตมาลามุ่งหน้าไปยังเม็กซิโก
และได้พบกับสองพี่น้องชาวคิวบา ฟิเดลและราอูล คาสโตร
ซึ่งหลบหนีคดีการเมืองมาวางแผนยึดอำนาจจากรัฐบาลบาติสตา
และกลายมาเป็นมือขวาที่ได้รับความไว้วางใจอย่างมากของคาสโตร

หลังคาสโตรยึดอำนาจได้สำเร็จในวันที่ 2 มกราคม 1959
กูวารากลายเป็นผู้คุมเรือนจำลาคาบานา (La Cabana)
พร้อมกับหน้าที่ในการดูแลและสังหารบุคคลใด ๆ
ก็ตามที่เป็นศัตรูต่อการปฏิวัติของระบอบใหม่

“ เราจับคนมากมายมายิงเป้าโดยไม่รู้ว่าพวกเขาทำความผิดจริงรึป่าว ”

กูวารากล่าวยอมรับว่าเขาอาจสังหารผู้บริสุทธิ์

“ ในเวลานั้นฝ่ายปฏิวัติ ไม่มีเวลามาหยุดทำการสอบสวนอะไรมากมาย
ภาระสำคัญที่สุดคือการกุมชัยชนะ ”

พยานผู้เห็นเหตุการณ์อ้างว่า
กูวาราไม่มีความปราณีแม้แต่กับเด็กอายุ 17 ปี
ที่มาเป็นทหารเพื่อหาเงินส่งให้แม่

“ ผมไม่เคยฆ่าใครเลย ผมเพิ่งจะมาถึงที่นี่
แม่ผมเป็นม่าย แล้วผมก็เป็นลูกคนเดียว
ผมเข้ากองทัพก็เพราะต้องการเงินเดือนเพื่อส่งให้แม่ทุกเดือน
อย่าฆ่าผมเลย อย่าฆ่าผม ” ทหารหนุ่มกล่าว

ก่อนที่กูวาราจะตอบกลับไปว่า
“ ทำไมจะไม่ละว่ะ ? ”
และฆ่าทหารหนุ่มรายนี้อย่างไม่ลังเล

หลังฝ่ายปฏิวัติยึดอำนาจในคิวบาได้สำเร็จเพียงสองปี
มีการบันทึกว่าระบอบใหม่ได้สังหาร
นักโทษไปทั้งสิ้น 1,118 ราย (ในปี 1959 และ 1960)
ขณะที่ภายใต้ระบอบเผด็จการบาติสตาระหว่างปี 1952-1959
มีผู้เสียชีวิตที่ไม่ได้เกิดจากการต่อสู้ 747 ราย
วิสามัญฆาตกรรมหรือลอบสังหาร 687 ราย
ประหารชีวิต 19 ราย และสูญหาย 22 คน
(ตัวเลขจากรายงาน Che Guevara Forgotten Victims)

นอกจากนี้ กูวารายังไม่เชื่อในเรื่องเสรีภาพของสื่อ
ในปี 1959 เขาเคยให้สัมภาษณ์กับนักข่าวคิวบา
โฆเซ ปาร์โด ยาดา (Jose Pardo Llada) ว่า
“เราต้องกำจัดหนังสือพิมพ์ทิ้ง
เราไม่อาจปฏิวัติได้หากสื่อมีเสรีภาพ
หนังสือพิมพ์คือเครื่องมือของพวกอภิชน”

กูวารายังได้รับหน้าที่ดูแลนโยบายทางเศรษฐกิจของคิวบา
ทั้งด้านการเกษตร อุตสาหกรรมและการเงิน
ด้วยนโยบายเศรษฐกิจแบบรวมศูนย์
ที่ดินและโรงงานจึงตกมาอยู่ในมือของรัฐ
เขาเรียกร้องให้แรงงานคิวบาทุกคน
ต้องทำงานเพื่อสังคมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว
และปฏิเสธสิทธิในการต่อรองของแรงงาน

“ แรงงานคิวบาทุกคนจะปรับตัว
ให้เข้ากับการใช้ชีวิตในระบอบเพื่อส่วนรวม
และไม่ว่าจะด้วยสถานการณ์ใด ๆ
พวกคุณไม่มีสิทธิที่จะนัดหยุดงาน ”
กูวารากล่าวผ่านการถ่ายทอดโทรทัศน์ในประเทศ

ในด้านการต่างประเทศ
กูวาราเป็นบุคคลสำคัญผู้กำหนดทิศทาง
ความสัมพันธ์ระหว่างคิวบาและโซเวียต
ซึ่งภายหลังวิกฤติการณ์นิวเคลียร์ในปี 1962
เมื่อโซเวียตตัดสินใจถอนหัวรบนิวเคลียร์ออกจากคิวบา
ทำให้เขารู้สึกว่า โซเวียตหักหลัง
จึงทำให้เขาหันไปหาจีนมากขึ้น

ในเดือนธันวาคม 1964
กูวารา เดินทางไปยังนิวยอร์กเพื่อร่วมประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ
ซึ่งเขาได้โจมตีสหรัฐฯต่อการแทรกแซงกิจการภายใน
และการรุกรานน่านฟ้าของประเทศคิวบา

หลังเดือนเมษายน 1965
เขาได้หายตัวไปจากกระแสข่าวเป็นเวลาราว 2 ปี
ก่อนเป็นที่ทราบภายหลังว่าเขาเดินทางไปยังดินแดนที่ปัจจุบันคือ
คองโกเพื่อร่วมการปฏิวัติกับกองกำลังท้องถิ่น แต่ล้มเหลว
ในช่วงนี้เขาได้ลาออกจากตำแหน่งในรัฐบาลคิวบาทั้งหมด
พร้อมสละสัญชาติคิวบา

ในปี 1966 เขาเดินทางไปยังโบลิเวีย
และได้สร้างหน่วยรบกองโจรในภูมิภาคซานตาครูซ
หลังได้รับชัยชนะในการสู้รบช่วงแรก ๆ
เขาและหน่วยรบต้องเป็นฝ่ายล่าถอยจากกองทัพโบลิเวียอย่างต่อเนื่อง

ในวันที่ 8 ตุลาคม 1967
หน่วยรบของเขาเกือบถูกกำจัดจนสิ้นซาก
โดยหน่วยรบพิเศษของโบลิเวีย
ด้วยความช่วยเหลือจากซีไอเอ
ตัวเขาเองถูกจับในขณะได้รับบาดเจ็บ
ก่อนถูกยิงเสียชีวิตและฝังร่างอย่างลับ ๆ
หลังถูกตัดมือออกเพื่อเป็นเครื่องยืนยันอัตลักษณ์



ภาพถ่ายหลังวันมตะที่ 10 ตุลาคม 1967
ศพ Guevara ในห้องซักรีดเสื้อผ้าคนไข้
โรงพยาบาล Nuestra Señora de Malta เมือง Vallegrande
ได้ถูกนำเสนอไปยังสื่อมวลชนทั่วโลก
(photo by Freddy Alborta)


ทันทีที่กูวาราเสียชีวิต
เขาได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์สำคัญในฐานะนักปฏิวัติ
ผู้ได้รับความชื่นชมอย่างกว้างขวางจากกลุ่มวัยรุ่นฝ่ายซ้าย
ในยุโรปตะวันตกและอเมริกาเหนือ
ในยุค 60 ซึ่งเกิดกระแสปฏิวัติไปทั่ว

ภาพถ่ายโดยช่างภาพชาวคิวบา อัลแบร์โต กอร์ดา (Alberto Korda)
แสดงใบหน้าและดวงตาที่แน่วแน่ของกูวารา
พร้อมผมยาวรุงรัง สวมหมวกเบเรต์ติดดาว
กลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของ
นักปฏิวัติชาวอาร์เจนตินาที่ถูกทำซ้ำบ่อยครั้ง
และพบเห็นได้ประจำในการชุมนุมประท้วง

ภายหลังภาพดังกล่าวของกูวารา
กลายเป็นที่แพร่หลายนอกวงฝ่ายซ้าย
และปรากฏบนสินค้าแทบทุกชนิด
ตั้งแต่เสื้อผ้า นาฬิกา พวงกุญแจ ไฟแช็ก แก้วกาแฟ
กระเป๋า ผ้าเช็ดตัว หรือแม้กระทั่งชุดบิกินี
ขณะที่ในเมืองไทยภาพของเขา
ยังเป็นที่นิยมนำมาทำเป็นสติกเกอร์ติดท้ายรถบรรทุกอีกด้วย

———————-----------------
อดิเทพ พันธ์ทอง, ศิลปวัฒนธรรม
ข้อมูลจาก
1. "Che Guevara". Encyclopædia Britannica. Encyclopædia Britannica Online.
Encyclopædia Britannica Inc., 2016. Web. 13 Jun. 2016 http://goo.gl/V9nuZ6

เพิ่มเติม

https://goo.gl/UhwHcM
https://goo.gl/XhxJNe ภาษาไทย


2. “Che Guevara Forgotten Victims”. Maria C Werlau.

Download เอกสารนี้ได้ที่ http://goo.gl/4u39wV

เป็นภาษาอังกฤษจำนวน 32 หน้า (ไฟล์ PDF)

credit ที่มา : https://goo.gl/R99WTh
Facebook ศิลปวัฒนธรรม









หมายเหตุ

ต้นฉบับใช้คำว่า เช เกวารา
บางแห่งใช้คำว่า เช เกบารา
แต่เมืองไทยใช้ เช กูวารา
ตามหนังสือที่ตีพิมพ์เผยแพร่ครั้งแรก

แต่คุณจันทรำไพ สตรีไทย
มีสามีชาวเอกวาดอร์
ไปทำไร่อยู่ที่เอกวาดอร์กว่า 20 ปี
ในต่วยตูนอ่านว่า เช้ เกว้ารา






ที่มาของภาพ/ข้อมูลเพิ่มเติม http://goo.gl/UnNQyL



แสงดาวแห่งศรัทธา



เรื่องเล่าไร้สาระ

ในเมืองไทยที่เป็นตำนานเล่าขานคล้ายกับ
เช กูวารา คือ จิตร ภูมิศักดิ์

มีเรื่องแปลกที่อ่านเจอใน ต่วย ตูน นานแล้ว
คนเขียนอยู่ในเหตุการณ์ชันสูตรพลิกศพจิตร ภูมิศักดิ์
คนวิทยุแจ้งข่าวการตายเป็นปลัดอำเภอก็จบจากจุฬา ฯ
นายอำเภอที่มาชันสูตรพลิกศพก็จบจากจุฬา ฯ
แพทย์ที่มารับรองการตายก็จบจากจุฬา ฯ
และนายทหารที่มาร่วมชันสูตรพลิกศพก็จบจากจุฬา ฯ เช่นกัน

ส่วนผู้ใหญ่บ้านที่ยิง จิตร ภูมิศักดิ์ เสียชีวิต
ช่วงแรกได้รับการยกย่องอย่างมากจากทางการ
หนังสือพิมพ์ต่างลงข่าวกันอย่างเอิกเกริก
และได้รับเชิญจากอเมริกาให้เดินทางไปท่องเที่ยวฟรี 1 เดือน

บั้นปลายชีวิตแกกลับต้องอยู่อย่างอดสู
เมื่อสถานการณ์โลกพลิกกลับ
เพราะคนที่ไปเยี่ยมอนุสรณ์สถาน
ต่างอยากไปดูบ้านดูหน้าคนยิงจิตร ภูมิศักดิ์
จนลูกสาวแกต้องขอร้องให้จบเรื่องนี้ซะที



Create Date : 15 มิถุนายน 2559
Last Update : 28 มิถุนายน 2559 12:24:11 น. 0 comments
Counter : 597 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ravio
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 26 คน [?]




เกิดหาดใหญ่ วัยเด็กเรียนหนังสือโรงเรียน Catholic คณะ Salesian มีนักบุญประจำโรงเรียน Saint Bosco, Saint Savio ชอบอ่านหนังสือ godfather เกี่ยวกับ Mafio ของพวกซิซีเลียน เคยเล่นเกมส์ Mario แล้วได้คะแนนนำเลยนำสระโอมาต่อท้ายชื่อเป็น Ravio ได้กลิ่นอายแบบ Italino เคยเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเรียนวิชาชีพทำมาหากิน แต่ไม่ใช่วิชาที่ชื่นชอบมากนัก เรียนอยู่กว่าเจ็ดปี ต้องกลับมาทำงานเป็นกรรมกรที่บ้านเกิด จนเริ่มเกิดความหลงรักชีวิตบ้านนอก และวิถีชิวิตชุมชนท้องถิ่นที่ตนอยู่และไปร่วมวงเสวนา

เกิดเดือนมีนาคม แต่ลัคนาราศรีตุลย์ ชอบไปทุกเรื่อง สุดท้ายทำอะไรที่ได้เรื่องไม่กี่เรื่อง แต่ส่วนมากมักไม่ได้เรื่อง

ชอบขับรถยนต์ท่องเที่ยวชมภูเขา ป่าไม้ น้ำตก แต่ไม่ชอบทะเลหรือชายหาด เพราะรู้สึกอ้างว้าง โดดเดี่ยว เมื่อคิดถึงชีวิตตนเองที่มาเปรียบเทียบกับสองสิ่งสองอย่างนี้ รู้สึกว่ามนุษย์เป็นเพียงชีวิตที่เล็กน้อยมากที่มาอยู่อาศัยในโลกใบนี้

ชอบอ่านหนังสือ ท่องเที่ยวใน Internet ชอบเดินทางท่องเที่ยวแถว ในละแวกท้องถิ่นบ้านเกิด นาน ๆ ครั้งจะขึ้นไปเยี่ยมเพื่อนที่กรุงเทพฯ หรือไปหาซื้อหนังสือแถวสยามสแควร์ ถิ่นเก่าที่อยู่และที่เรียน






Friends' blogs
[Add ravio's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.