ความทรงจำเก่า ๆ ก่อนจะลืมเลือนหายไปกับกาลเวลา
Group Blog
 
<<
เมษายน 2560
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
27 เมษายน 2560
 
All Blogs
 
ช้างป่า 11 ตัวติดหล่มโคลนได้รับการช่วยเหลือจากคน





Rescuing 11 Wild Elephants out of waterhole in Mondulkiri Province, Cambodia #01




Rescuing 11 Wild Elephants out of waterhole in Mondulkiri Province, Cambodia #02







ที่เขตสงวนพันธุ์สัตว์ป่าเขียวสีมา Keo Seima Wildlife Sanctuary
จังหวัดมณฑลคีรี Mondolkiri ในกัมพูชา
โขลงช้างป่าจำนวน 11 ตัวติดหล่มโคลนเหนียวข้นอยู่ในสระน้ำ
ที่อยู่ใกล้กับบริเวณป่าไม้ที่โขลงช้างป่าหาอาหารเป็นประจำ
สระน้ำแห่งนี้เกิดขึ้นจากหลุมระเบิดของเครื่องบิน B52 ของสหรัฐ
กองทัพอากาศสหรัฐบินมาทิ้งระเบิดในเขมร
เพื่อทำการสะกัดกั้นเส้นทางสัญจรของเวียตกง
ที่ใช้เดินทัพอ้อมผ่านเขมรเข้าไปรบในเวียตนามใต้ในสมัยนั้น
ชาวบ้านจึงช่วยกันขุดขยายหลุมระเบิดเก่านี้ให้กว้างขึ้นกว่าเดิม
จนกลายเป็นสระน้ำที่ลึก 3 เมตรและยาว 10 เมตร

ชาวบ้านในบริเวณใกล้เคียงสระน้ำพบว่า
ช้างพังตัวเมีย 3 ตัวกับช้างพลายอีก 8 ตัว
ติดหล่มโคลนข้นเหนียวอยู่ในสระน้ำดังกล่าวเป็นเวลา 4 วันแล้ว
โขลงช้างไม่สามารถปีนขึ้นมาบนฝั่งได้
ทีมช่วยเหลือช้างต้องโยนไม้ไผ่กับกิ่งไม้ลงไปในสระน้ำ
เพื่อให้เป็นอาหารช้างป่าพร้อมกับทำการฉีดรดน้ำให้ตัวช้างป่าด้วย
ส่วนหนึ่งเป็นการทำให้โคลนตมเหลวขึ้นกว่าเดิม

เขียว โสเพ็ค Keo Sopheak หัวหน้าฝ่ายสิ่งแวดล้อมของจังหวัด
ให้สัมภาษณ์ว่าได้รับการติดต่อจากชาวบ้านที่อยู่ใกล้สระน้ำแห่งนี้
Keo Sopheak มาถึงที่นี่ตอนสี่โมงเช้า (10.00 น.)
พร้อมกับทีมพรานเขตสงวนพันธุ์สัตว์ป่า
ชาวบ้านและกลุ่มอนุรักษ์ WWF
Wildlife Conservation Society
Wildlife Alliance and Elephant Livelihood Initiative Environment (ELIE)

ทุกคนต่างช่วยกันใช้มือและเครื่องมือขุดช่องทางข้างหลุม
แล้ววางไม้ซุงกับกิ่งไม้เพื่อช่วยให้ช้างปีนขึ้นมาได้




Jemma Bullock ผู้จัดการโครงการ ELIE
ให้สัมภาษณ์เรื่องการช่วยเหลือช้างว่า

" การช่วยเหลือโขลงช้างต้องทำอย่างรวดเร็ว
เพราะเหลือเวลาอีกไม่มากนักแล้ว

พวกมันติดหล่มโคลนที่เหนียวหนึบมาหลายวันแล้ว
ช้างตัวเล็กเริ่มหมดแรงแล้วและจมปลักอยู่ในโคลนเหนียวข้น
พวกมันต่างจมอยู่ในโคลนและต้องชูงวงให้พ้นหล่มโคลน

ถ้าพวกเราไม่ช่วยมันในวันอาทิตย์นี้
พวกมันอาจะตายเพราะหมดแรงก็ได้

ช้างจำนวน 10 ตัวหลุดพ้น
จากหล่มโคลนก่อนเวลา 3.30 น.ตอนบ่าย
และต้องใช้เวลาอีกชั่วโมงเศษ
ในการดึงช้างตัวเล็กขึ้นมาด้วยแรงคนกับเชือก

เราได้ยินเสียงโขลงข้างอยู่ใกล้ ๆ
เพราะพวกมันกำลังรอเพื่อนมันอยู่
เราจึงมั่นใจว่าเธอจะต้องสบายดี
แล้วจะได้กลับไปรวมโขลงช้างในป่าอีก

คาดว่าช้างรุ่นแม่มีอายุราว 30 ปี
ส่วนช้างรุ่นลูกที่มีอายุน้อยสุดราว 1 ปี "




ในวิดีโอ จะเห็นว่าช้างในโขลงต่างช่วยกันใช้งวงกับกระพอง
(กระพอง ส่วนที่นูนเป็นปุ่มสองข้างที่ศีรษะช้าง)
เพื่อช่วยกันผลักช่วยกันดันช้างแต่ละตัวให้ปีนขึ้นไปได้
ช้างเป็นสัตว์สังคมและเป็นสัตว์ที่ร่วมมือกันอย่างดี
ในการศึกษาช้างเอเชียในปี 2011
ผลการศึกษาพบว่า โขลงช้างร่วมมือกันในการหาอาหาร
และบางครั้งต่างปลอบโยนซึ่งกันและกันในยามเศร้า
นักวิจัยได้รายงานในวารสาร PeerJ ในปี 2014 https://goo.gl/r89NaT

ช้างเชือกสุดท้ายยังติดอยู่ในหล่มโคลน
เพราะไม่มีสมาชิกในโขลงช้างช่วยดันมันขึ้นมา
ทำให้คนที่ไปช่วยเหลือต้องคล้องเชือกช้าง
แล้วร่วมแรงร่วมใจกันจนดึงช้างขึ้นมาบนฝั่งได้

" มีช้างป่าราว 200-250 ตัวในจังหวัดมณฑลคีรี Mondolkiri
คาดว่าน่าจะสร้างแนวลาดชันด้านหนึ่งของสระน้ำ(ให้ช้างเดินขึ้นลงได้)
หรือหารั้วมากั้นรอบ ๆ บริเวณนี้เพื่อกันชัางลงไปอีก "
Keo Sopheak ให้สัมภาษณ์

" บ่อยครั้ง เรื่องราวเกี่ยวกับการอนุรักษ์ช้าง
มักจะกลายเป็นเรื่องความขัดแย้งและตามมาด้วยความล้มเหลว
แต่กรณีครั้งนี้ เป็นความร่วมมือที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม
เพราะช้างเชือกสุดท้ายจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากทุกคน
ในการคล้องเชือกแล้วช่วยกันดึงมันขึ้นมาพร้อมกันจากหล่มโคลน
เป็นสัญลักษณ์ของการทำงานร่วมกันเพื่อการอนุรักษ์ช้าง "
Ross Sinclair ผู้อำนวยการท้องถิ่นของ WCS ในเขมร ให้สัมภาษณ์




การช่วยชีวิตช้างในเขตสงวนพันธุ์สัตว์ป่า
Keo Seima Wildlife Sanctuary
พื้นที่ป่าสงวนในภาคตะวันออกของเขมร
ที่ตีนเขาของเทือกเขาอนันมิตร Annamite
ตามรายงานของ WCS คาดว่ามีสัตว์ป่ามากกว่า 60 ชนิด
ที่อยู่ในบริเวณป่าสงวนที่ถูกคุกคามหรือใกล้ถูกคุกคาม
พื้นที่ดังกล่าวยังไม่ได้รับการศึกษาอย่างจริงจังจากนักวิทยาศาสตร์
(เขมรยังมีกับระเบิดที่ฝังอยู่พร้อมระเบิดหลายล้านลูก)
โดยเฉพาะช้างป่าเอเซียที่ตกอยู่ในภยันตรายใกล้สูญพันธุ์
เพราะการเผชิญหน้าและขัดแย้งกับชาวไร่ชาวนาจำนวนมาก

" ช้างเหล่านี้เป็นตัวแทนที่สำคัญของประชากรสัตว์
ในเขตสงวนพันธุ์สัตว์ป่า Keo Seima Wildlife Sanctuary
การสูญเสียช้าง คือ การสิ้นสุดสัญลักษณ์การอนุรักษ์สัตว์"
Tan Setha ที่ปรึกษาด้านเทคนิคของเขตสงวนพันธุ์สัตว์ป่า ให้สัมภาษณ์

ประมาณการว่ามีช้างป่าเอเชีย
ราว 40,000-50,000 เชือก
ระหว่างอินเดียกับเอเชียอาคเนย์
จำนวนประชากรช้างเริ่มลดลง
เพราะการขาดแคลนพืชและอาหาร
จากการบุกรุกแย่งชิงพื้นที่ป่าไม้ของมนุษย์
ตามการคาดการณ์ของนักชีววิทยาและนักอนุรักษ์สัตว์ป่า ของ
International Union for Conservation of Nature


เรียบเรียง/ที่มา

https://goo.gl/Xo9F00
https://goo.gl/Spjjlk
https://goo.gl/3WmC78








ช้าง ข้อมูลเพิ่มเติม-ไทย https://goo.gl/6Dwzo5







Create Date : 27 เมษายน 2560
Last Update : 27 เมษายน 2560 3:47:23 น. 0 comments
Counter : 203 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ravio
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 26 คน [?]




เกิดหาดใหญ่ วัยเด็กเรียนหนังสือโรงเรียน Catholic คณะ Salesian มีนักบุญประจำโรงเรียน Saint Bosco, Saint Savio ชอบอ่านหนังสือ godfather เกี่ยวกับ Mafio ของพวกซิซีเลียน เคยเล่นเกมส์ Mario แล้วได้คะแนนนำเลยนำสระโอมาต่อท้ายชื่อเป็น Ravio ได้กลิ่นอายแบบ Italino เคยเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเรียนวิชาชีพทำมาหากิน แต่ไม่ใช่วิชาที่ชื่นชอบมากนัก เรียนอยู่กว่าเจ็ดปี ต้องกลับมาทำงานเป็นกรรมกรที่บ้านเกิด จนเริ่มเกิดความหลงรักชีวิตบ้านนอก และวิถีชิวิตชุมชนท้องถิ่นที่ตนอยู่และไปร่วมวงเสวนา

เกิดเดือนมีนาคม แต่ลัคนาราศรีตุลย์ ชอบไปทุกเรื่อง สุดท้ายทำอะไรที่ได้เรื่องไม่กี่เรื่อง แต่ส่วนมากมักไม่ได้เรื่อง

ชอบขับรถยนต์ท่องเที่ยวชมภูเขา ป่าไม้ น้ำตก แต่ไม่ชอบทะเลหรือชายหาด เพราะรู้สึกอ้างว้าง โดดเดี่ยว เมื่อคิดถึงชีวิตตนเองที่มาเปรียบเทียบกับสองสิ่งสองอย่างนี้ รู้สึกว่ามนุษย์เป็นเพียงชีวิตที่เล็กน้อยมากที่มาอยู่อาศัยในโลกใบนี้

ชอบอ่านหนังสือ ท่องเที่ยวใน Internet ชอบเดินทางท่องเที่ยวแถว ในละแวกท้องถิ่นบ้านเกิด นาน ๆ ครั้งจะขึ้นไปเยี่ยมเพื่อนที่กรุงเทพฯ หรือไปหาซื้อหนังสือแถวสยามสแควร์ ถิ่นเก่าที่อยู่และที่เรียน






Friends' blogs
[Add ravio's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.