Group Blog
 
<<
มีนาคม 2560
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
19 มีนาคม 2560
 
All Blogs
 
ตอนที่ ๑๓ พี่น้องต้องช่วยเหลือกัน



ธารารินบอกคนที่นาว่าวันนี้จะไปช้าหน่อยเพราะต้องจัดการงานบ้านของตัวเอง บุษบารับหน้าที่ปัดกวาดเช็ดถูและเตรียมอาหารส่วนหญิงสาวเอาผ้าไปซักเครื่องหยอดเหรียญและนำกลับมาตาก แม้ต้องเดินบ้างหิ้วตะกร้าเสื้อผ้าด้วย แต่ระยะทางไม่ไกลเลย อยู่หน้าบ้านเช่านี่เองและยังจัดว่าเป็นงานที่ไม่ต้องใช้แรงมากเมื่อเทียบกับหน้าที่ของบุษบา

ที่จริงแล้วบุษบารับอาสาทำให้ทุกอย่างแต่ธารารินค้านว่ามาอยู่กันแบบครอบครัวก็ต้องช่วยเหลือกันบุษบาจึงไม่ขอรับเงินเดือนเพราะกินอยู่ใช้จ่ายอะไรหญิงสาวรับผิดชอบหมด อีกทั้งตัวเองก็พอมีเงินเก็บที่สะสมอดออมไว้ตั้งแต่เริ่มทำงานเมื่อสมัยสาวๆจนปัจจุบัน ยิ่งมีที่ดินทำกินและบ้านที่ไม่ต้องเช่าในอนาคตนอกจากจะมีเงินพอใช้จ่ายไปจนแก่ชราแล้วยังเหลือเก็บอีกแน่นอน

เมื่อบุษบาว่าอย่างนั้น ธารารินจึงตั้งใจจะโอนเงินเข้าบัญชีให้พี่เลี้ยงทุกเดือนแม้ไม่ได้เยอะเท่าเงินเดือนตอนอยู่กรุงเทพฯ แต่ถือว่าเป็นเงินสะสมไว้ใช้ยามฉุกเฉินก็คล้ายกับการทำประกันชีวิตให้ แต่ได้เงินคืนทุกบาทและไม่ต้องเสียอะไรเลย เผื่อในอนาคตเธอเป็นอะไรไปก่อนบุษบาก็ยังมีเงินเก็บอีกก้อนไว้สำหรับตั้งตัวใหม่ หรือหากไม่คิดจากไปไหนอีกก็ยังมีที่ดินผืนใหญ่กับบ้านของตาเทียนให้อาศัยพักพิงไม่ต้องเดือดร้อนยามชรา

หญิงสาวตั้งใจมาให้ทันกินมื้อกลางวันแต่เมื่อมาถึงที่นาปรากฏว่ามีแขกรออยู่แล้ว แต่ไม่ได้รอเฉยๆยศวินกำลังช่วยฌอนทำหลังคาต่อออกมาจากกระต๊อบของนายสง่าเนื่องจากพื้นที่ครัวอยู่ฝั่งตะวันตก ยามเย็นแสงแดดจึงสาดใส่ตู้เย็นตรงๆ ไม่มีที่ให้หลบแบบนี้จะยิ่งเปลืองค่าไฟฌอนจึงคิดต่อเติมหลังคาและทำผนังบังแดดเพื่อช่วยเธอลดค่าใช้จ่ายนายสง่าเป็นผู้อธิบายถึงที่มาที่ไปในการทำงานช่างของสองหนุ่ม

“แหม ดูเหมือนสองหนุ่มนั่นจะเป็นเพื่อนกันไปแล้วนะคะสงสัยเมื่อวานจะคุยกันถูกคอ วันนี้มาช่วยกันทำงาน แถมยังคุยกันไม่หยุดเลยน่าเอ็นดู” บุษบาให้ความเห็น

ธารารินมองสองหนุ่มที่ทำงานไปก็ตะโกนเถียงกันไปด้วยอย่างพูดอะไรไม่ออกหญิงสาวต้องสงบจิตสงบใจอยู่พักหนึ่งจึงขอให้บุษบาช่วยจัดอาหารกลางวันที่นำมาด้วยตรงแคร่ไม้ไผ่ใต้ต้นก้ามกรามส่วนเธอตรงเข้าไปหาฌอนกับยศวินที่กระต๊อบ

“ผมว่าเริ่มปูหลังคาทางนี้ก่อนดีกว่า”ฌอนตะโกนบอก

“ต้องทางนี้ก่อนสิ ผมพร้อมแล้วนะคุณน่ะเดินมาส่งทางนี้เลย” ยศวินยืนยันหน้าเคร่งเขานั่งคร่อมโครงหลังคาที่ทำจากไม้ไผ่ ในมือมีเชือกฟางพร้อมผูกตับหญ้าแฝกมุงเป็นหลังคา

“แต่ของกองอยู่ทางนี้ ผมว่าเริ่มจากทางนี้จะเร็วกว่าไม่ต้องเดินไปเดินมาให้เสียเวลา คุณน่ะปีนกลับมาฝั่งนี้เลย” ฌอนอยู่ที่พื้น แบกตับหญ้าแฝกเอาไว้แต่ไม่ยอมเดินไปส่งให้คนรอเหมือนจงใจแกล้ง

“ง่ายสำหรับคุณน่ะสิผมอยู่ข้างบนนะ ขึ้นลงลำบาก แดดก็ร้อนมากด้วย คุณขึ้นมามุงเองไหมล่ะ?”

“ผมก็อยากทำนะคุณยอร์ช แต่คุณอยู่ข้างบนแล้วนี่ทำต่อเถอะ จะได้เสร็จเร็วๆ นะ อย่าเรื่องมากเลย”

เนื่องจากออกเสียง ‘ยศวิน’ ยาก ฌอนเลยตั้งชื่อใหม่ให้เกษตรอำเภอหนุ่มตามความพึงพอใจของตัวเอง

“ฌอน!” ธารารินปรามเสียงเข้มเห็นชัดเลยว่าฌอนจงใจแกล้งยศวิน “พอได้แล้วนะคะ คุณไม่ควรใช้ให้คุณยศทำอะไรแบบนี้”

ก่อนจะหันไปทางเกษตรอำเภอหนุ่มและพูดด้วยเสียงที่อ่อนลงเป็นปกติ“ลงมาก่อนเถอะค่ะคุณยศ แดดเที่ยงวันร้อนมาก ที่เหลือไว้ให้ฌอนจัดการต่อได้ข่าวว่านี่เป็นความคิดเขา”

หญิงสาวพูดทั้งหมดเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อฌอนจะได้เข้าใจด้วยไม่ต้องเสียเวลาแปลอีก และเพื่อให้ชายหนุ่มรู้ว่างานที่เหลือจากนี้เป็นหน้าที่เขาทั้งหมดซึ่งหากเขาไม่ทำต่อ เธอก็ไม่คิดบังคับ เพียงแต่ไม่ได้พูดออกไปตรงๆ

“ไม่เป็นไรครับแธม ผมยินดีช่วย”ยศวินอยากได้ความดีความชอบด้วย ไม่อย่างนั้นฌอนจะได้คะแนนคนเดียว

“ขอบคุณมากค่ะ แต่คุณลงมาก่อนเถอะพี่บุษเตรียมมื้อเที่ยงมาด้วย ทานข้าวด้วยกันก่อนนะคะ”

คราวนี้หญิงสาวพูดภาษาไทยทำให้ผู้ชายอีกคนที่ฟังไม่รู้เรื่องถึงกับหน้ามุ่ย มองเธอด้วยสายตากล่าวหา

“ฉันชวนคุณยศทานข้าวด้วยถ้าคุณหิวก็ตามมา แต่ถ้าอยากทำงานให้เสร็จก่อนก็ตามใจ ฉันจะแบ่งกับข้าวไว้ให้”เธอบอกเขาอย่างไม่ใส่ใจ แล้วเดินนำยศวินไปที่ต้นก้ามกราม

หนุ่มไทยอมยิ้มกรุ้มกริ่มและหันกลับมายักคิ้วหลิ่วตาเยาะเย้ยคู่แข่งหนุ่มต่างชาติครางฮึ่มฮั่นในลำคออย่างเจ็บใจโยนตับหญ้าแฝกลงกองรวมกับชิ้นอื่นแล้วก้าวยาวๆ ตามสองหนุ่มสาวไปจนทัน

“คุณยศมาธุระอะไรรึเปล่าคะ ทำไมถึงมาช่วยฌอนทำหลังคาได้”ธารารินถามไถ่ระหว่างเดินไปสมทบกับคนอีกกลุ่มที่แคร่ไม้ไผ่

“ผมมาออกพื้นที่ที่หมู่บ้านใกล้ๆนี่เองครับ เลยตั้งใจแวะมาดูที่นาของคุณแธมด้วยเห็นฌอนพยายามสื่อสารกับน้าหง่าน้าจินแต่คุยกันไม่รู้เรื่องสักทีก็เลยเข้ามาช่วยแปล จนรู้ว่าฌอนจะทำอะไรผมเลยอาสาช่วยอีกแรง”

ยศวินบิดเบือนความจริงเล็กน้อยหนุ่มอเมริกันที่อยู่ในภาวะล้มเหลวด้านการสื่อสารหันมาเห็นเขาลงจากรถพอดีจึงตรงดิ่งเข้ามากอดคอและลากเขามาช่วยแปลอย่างไม่เต็มใจ...ในตอนแรกจนรู้ว่าฌอนต้องการทำอะไรและอยากได้อะไรบ้าง เขาเห็นว่าขืนปล่อยให้ฌอนทำทั้งหมดคนเดียวก็จะได้คะแนนนิยมไปเต็มๆจึงลงมาลุยด้วยอีกคน เขายังเล่าอีกว่านายสง่าพาไปตัดลำไม้ไผ่จากอีกด้านหนึ่งของที่ดินแล้วแบกกลับมาที่นี่เพื่อทำโครงหลังคา

ชายหนุ่มถามฌอนว่าทำไมไม่ใช้เหล็กทำโครงแล้วใช้หลังคาเมทัลชีทเพื่ออายุการใช้งานที่นานขึ้นและแน่นอนว่ามีความแข็งแรงมากกว่าด้วยฌอนให้เหตุผลว่านี่เป็นเพียงห้องครัวชั่วคราว ธารารินมีแผนจะปลูกบ้านที่นี่เพราะน้ำไฟเข้าถึงแล้ว แถมยังสะดวกในการดูแลพืชผลด้วยเพียงแต่ตอนนี้ยังหาช่างไม่ได้ ก็เลยต้องไปๆ มาๆ แทบทุกวัน

“แล้วหญ้ามุงหลังคาพวกนั้นเอามาจากไหนคะ”

“ชาวบ้านที่นาติดกันเขาทำขายครับตับละยี่สิบห้าบาท น้าหง่าว่าถ้าไม่รีบ เขาทำให้ได้แต่ฌอนว่าจำเป็นต้องทำวันนี้ก็เลยซื้อเอา”

“อย่าบอกนะคะว่าเงินคุณ”เธอถามอย่างเกรงใจจนแทบจะครางออกมา

“เปล่าครับ เงินฌอน เขาขอแลกผมยี่สิบดอลลาร์”เรื่องนี้ไม่อยากยกความดีความชอบให้คู่แข่งแต่ก็แรงไปหากจะบอกว่าตัวเองออกเงินทั้งที่ไม่ได้ออก และ ‘ยัง’ ไม่มีเหตุผลต้องออก ในขณะที่ฌอนถือเป็นผู้อาศัย ช่วยออกอะไรนิดๆ หน่อยๆบ้างไม่ถือเป็นเรื่องพิเศษ

“เฮ้พวกคุณ ผมอยู่ตรงนี้ด้วยนะช่วยพูดภาษาอังกฤษได้ไหม” ฌอนโวยวายขึ้นในที่สุด เขาพยายามอดทนอดกลั้นแล้วนะแต่ความอดทนของเขาสุดปลายปรอทแล้วจริงๆ

“อ้าว คุณอยู่ตรงนี้ด้วยเหรอคะขอโทษจริงๆ ไม่ทันรู้ตัว มัวแต่คุยเพลิน”

หญิงสาวรู้ว่าฌอนตามมาทันสักพักแล้วแต่ไม่ได้หันไปมองเดี๋ยวเขาจะทึกทักเอาว่าเธอสนใจ จึงรอให้ชายหนุ่มเป็นฝ่ายโอดครวญขึ้นมาก่อน

“แต่อย่างน้อยก็พูดถึงผม น่าปลื้มจริงๆ”ฌอนยิ้มแฉ่ง เขาได้ยินชื่อตัวเองในบทสนทนา มั่นใจว่าทายไม่ผิดแน่

ตอนนั้นเดินมาถึงแคร่กันพอดีธารารินจึงไม่ต่อปากต่อคำด้วย บุษบาจัดอาหารเสร็จแล้วนายสง่ากับภรรยาก็ล้างหน้าล้างมือเตรียมพร้อมแล้ว ตรงนี้เย็นกว่าในกระต๊อบเพราะก้ามกรามต้นใหญ่ให้ร่มเงาแผ่คลุมเป็นบริเวณกว้างกอปรกับอยู่ริมห้วยสายลมจึงพัดพาเอาละลองน้ำและความเย็นมาบรรเทาความผ่าวร้อนของกาศยามเที่ยงวัน

“มากันพอดีเข้ามานั่งล้อมวงเลยค่ะคุณยศ พ่อฌอน” บุษบากวักมือเรียกเพื่อให้ฌอนเข้าใจง่ายขึ้น

“มือผมเลอะ เหงื่อก็ท่วมตัวเลย ยังไงขอล้างหน้าล้างตาก่อนนะครับเชิญทุกคนจัดก่อนเลย” ยศวินว่าอย่างเกรงใจสภาพตัวเองพลางตรงไปที่กระติกน้ำแข็ง

ฌอนอมยิ้มในหน้า เกทับไปเลยว่า“ผมก็ร้อนมาก ขอกระโดดห้วยล้างตัวก่อนก็แล้วกันนะ”

ยศวินชะงักมือที่กำลังจะตักน้ำในกระติกมาล้างหน้าขณะที่ฌอนไขว้แขนเลิกชายเสื้อยืดขึ้นทางศีรษะแล้วโยนไปกองบนยอดหญ้าริมห้วยอวดซิกซ์แพ็กและมัดกล้ามหนั่นแน่นที่เจ้าตัวแสนภาคภูมิใจ ก่อนจะเดินลงไปที่ท่าน้ำตั้งท่าสวย แล้วกระโดดตูมลงไปในน้ำ ก่อนจะโผล่หัวขึ้นมาชูกำปั้นยิ้มกว้างพลางตะโกนร้องอย่างสะใจ

“มาเล่นด้วยน้ำด้วยกันไหมคุณยอร์ชเย็นสดชื่นดีจริงๆ นะ ยะฮู้!”

คำพูดนั้นไม่ต่างอะไรจากคำท้าดวล ยศวินก็ลูกผู้ชายคนหนึ่งแถมอยู่หน้าสาวที่เขากำลังจีบด้วย เรื่องอะไรจะยอมแพ้ง่ายๆ

ชายหนุ่มลุกขึ้น ยิ้มมุมปาก ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตลายหมากรุกออกทีละเม็ดอวดซิกซ์แพ็กที่มีไม่ต่างกันแล้วเดินลงไปที่ท่าน้ำอย่างมั่นใจ

คิดว่าเขากลัวน้ำในลำห้วยแบบนี้หรือรู้จักยศวินน้อยไปแล้ว!

ฌอนดำผุดดำว่ายรอพลางส่งเสียงเชียร์เกือบตลอดเวลา“ให้มันได้อย่างนี้สิไอ้น้องชาย”

อีกฝ่ายขมวดคิ้วรีบกระโดดตามลงไปทันที พอโผล่หัวขึ้นมาก็เสยผมจากใบหน้าแล้วถามอย่างเคร่งเครียด “ผมเป็นพี่รึเปล่า?”

“ไม่อยู่แล้ว ผมเกิดก่อนคุณนะต้องเป็นพี่ชายสิ”

ระหว่างที่ยศวินเผลอมาช่วยงานฌอนสองหนุ่มมีโอกาสถามไถ่และแลกเปลี่ยนข้อมูลส่วนตัวกันไม่น้อย นั่นรวมถึงปีเกิดด้วยฌอนเกิดก่อนยศวินเพียงสามเดือน แต่คนละปีกันยศวินจึงรู้สึกว่าตัวเองด้อยกว่าเล็กน้อย

“คุณไม่เคยดูหนังจีนรึไงศิษย์พี่ศิษย์น้องไม่เกี่ยวกับอายุ ความอาวุโสอยู่ที่ความสามารถ” คนที่ดูหนังจีนมาเพียงผิวเผินกล่าวอ้างเพื่อตนจะได้เหนือกว่า

“ผมไม่รู้ว่าคุณพูดเรื่องอะไรนะแต่ถ้าจะพูดถึงความสามารถ ผมว่าผมว่ายน้ำเร็วกว่าคุณแน่”คนไม่เคยดูหนังจีนตอบโต้และท้าดวลความเร็วไปด้วยเลย

“อย่าเพิ่งมั่นใจนักน้องชาย”ยศวินไม่ยอมเป็นน้อง จนกว่าผลการตัดสินจะปรากฏ

“ได้ งั้นเรามาตัดสินกันว่าใครจะเป็นพี่ ใครจะเป็นน้อง ว่ายไปเก็บดอกผักตบชวาตรงนั้นแล้วกลับมาที่ท่าน้ำใครถึงก่อนเป็นพี่ชาย นับหนึ่งถึงสามแล้วออกตัว”

สองหนุ่มแตะมือกันเป็นสัญญาณว่าตกลงก่อนว่ายกลับมาเริ่มต้นที่ท่าน้ำ มองหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใครก่อนจะนับหนึ่งถึงสามแล้วพุ่งออกไปอย่างรวดเร็วทำให้คนที่อยู่บนฝั่งต่างหันมาให้ความสนใจอย่างพร้อมเพรียง

สถานการณ์ในตอนนั้นทำให้พอดูออกว่าฌอนกับยศวินกำลังว่ายน้ำแข่งกันเลยเกิดเสียงเชียร์ไล่หลังไปแต่เป็นการเชียร์ทั้งสองฝ่าย ไม่มีใครเลือกข้างเพราะฌอนเป็นตัวตั้งตัวตีในการคิดทำหลังคาส่วนเกษตรอำเภอก็มีน้ำใจมาช่วยเหลือทั้งที่ไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้

ธารารินได้แต่ถอนใจอ่อนระอาจะกินข้าวกันอยู่แล้วยังมีแก่ใจไปว่ายน้ำแข่งขัน ปล่อยให้คนอื่นเขาหิ้วท้องรอนี่เธอกำลังรับมืออยู่กับผู้ใหญ่สองคนหรือเด็กสองคนกันแน่ เฮ้อ...

ผลการแข่งขันไม่เป็นเอกฉันท์นักดอกผักตบชวาถูกแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนดอกสีม่วงอ่อนนั้นอยู่กับฌอนแต่ก้านอยู่กับยศวิน และสองหนุ่มแตะท่าน้ำแทบจะพร้อมกันจนดูไม่ทันว่าใครถึงก่อน จึงยังมีการถกเถียงกันต่อว่าใครชนะธารารินจึงบอกทุกคนว่า

“เราไปทานมื้อกลางวันก่อนเถอะค่ะถ้ารอสองคนนี้ท่าจะอีกนาน”

บ่ายวันนั้นยศวินกลับไปพร้อมกางเกงขายาวเปียกๆและก้านดอกผักตบชวา ฌอนยกดอกผักสีม่วงให้หญิงสาวและโอ่ว่าเขาชนะ ได้เป็นพี่ชาย

“ฉันจะเอาดอกผักตบชวานี่ไปทำไมคะ”เธอแกล้งถาม

“ก็...เก็บไว้เป็นที่ระลึกถึงความพยายามของผมไงตอนนี้เราเสมอกันอยู่หนึ่งต่อหนึ่ง”

ถึงตอนนี้ธารารินไม่ได้ปฏิเสธอีกแล้วว่ายศวินไม่ได้คิดอะไรกับเธอเขาคงคิดบ้าง ไม่ว่ามากหรือน้อย ไม่เช่นนั้นจะมาช่วยฌอนทำหลังคาห้องครัวทำไมถึงเขามีน้ำใจแต่ทำถึงขนาดนี้ก็ไม่ใช่เรื่องปกติแล้ว แถมยังแข่งว่ายน้ำกับฌอนและถกเถียงกันเพื่อเป็นผู้ชนะอย่างเอาเป็นเอาตายอีกแบบนี้ถ้าไม่คิดอะไรกับเธอก็คงแอบปิ๊งฌอนแล้วละ ซึ่งข้อหลังคงตกประเด็นไปเพราะฌอนบอกเธอเองเมื่อวานนี้ว่าเขามีคู่แข่ง

เธอจ้องเขาเขม็ง “พวกคุณเห็นฉันเป็นอะไรคิดว่าฉันต้องยอมรับผู้ชนะเหรอ”

“แธม...อย่าโกรธสิไม่มีใครคิดแบบนั้นหรอก ถึงรู้จักกันเมื่อวาน แต่ผมต้องยอมรับว่าคุณยอร์ชก็เป็นลูกผู้ชายคนหนึ่งเขาคงไม่บังคับใจคุณ ถ้าคุณไม่ชอบเขาจริงๆ”

แม้ไม่อยากยอมรับว่ายศวินเป็นผู้ชายที่ใช้ได้แต่เขาก็รู้สึกชอบพอเกษตรอำเภอหนุ่มผู้นี้ไม่น้อย แม้กำลังแข่งขันกันทำคะแนนยศวินก็ไม่ได้เล่นสกปรก การลงแรงช่วยเขาทำงานทำให้รู้สึกว่าอีกฝ่ายเป็นคนจริงใจยศวินไม่ต้องทำแบบนี้ก็ได้ แค่หันไปทำคะแนนในเรื่องอื่น แน่นอนว่าต้องทำประโยชน์ให้ธารารินได้อีกหลายอย่างหากหญิงสาวอยากทำเกษตรกรรมเป็นอาชีพหลักโดยที่ยศวินไม่ต้องลงแรงทำงานด้วยซ้ำไป

“คุณก็ด้วยใช่ไหม ถ้าฉันไม่ชอบคุณคุณก็จะไม่บังคับใจฉัน” หญิงสาวย้อนถามเป็นเชิงประชดมากกว่าต้องการคำตอบจริงจัง

ชายหนุ่มยักไหล่ยิ้มเผล่และตอบอย่างไม่อาย “ผมยังไม่ได้พูดซักคำเลยนะว่าผมเป็นลูกผู้ชาย”

“นี่คุณ”ธารารินมองเขาอย่างหมั่นไส้ แต่ไม่รู้จะต่อว่ายังไงดีเลยพูดแค่นั้น

“แต่ผมเป็นพ่อของลูกคุณ”

“ฉันยังไม่ได้ยอมรับ”

“ฝากท้องรึยัง” ฌอนไม่ยอมเถียงด้วยแต่ถามเรื่องสำคัญพอที่หญิงสาวจะให้ความสนใจและหยุดต่อต้านเขา

“ตั้งแต่มาอยู่นี่ฉันยังไม่มีโอกาสไปโรงพยาบาลเลยมัวแต่ยุ่งเรื่องนั้นเรื่องนี้ แต่ฉันหาข้อมูลเยอะนะคะ ดูเหมือนทุกอย่างก็ปกติดีคิดว่ามีเวลามากกว่านี้ค่อยแวะไป อีกร่วมสามเดือนโน่นกว่าจะคลอด”หญิงสาวพึมพำเสียงอ่อย เป็นการยอมรับกลายๆ ว่านี่ไม่ถูกต้องนัก

“คุณจะมาอ้างว่าหาข้อมูลเยอะแล้วไม่ต้องไปหาหมอไม่ได้หรอกนะแธมรอผมเปลี่ยนชุดเดี๋ยวเดียว แล้วเราไปโรงพยาบาลกัน”

ชายหนุ่มตัดสินใจเด็ดขาดท่าทางจริงจังและเป็นผู้ใหญ่จนธารารินค้านไม่ออก แต่ยังไม่วายต่อรอง

“ฉันไปกับพี่บุษดีกว่าค่ะ”

“ไปกับพี่เลี้ยงจะดีกว่าไปกับพ่อของลูกได้ยังไงบอกแนนนี่เลยนะว่าให้อยู่รอที่นี่ เสร็จธุระแล้วคุณค่อยกลับมารับ”

“แต่ว่า...”

“เชื่อใจผมซักเรื่องได้ไหมแธมขอให้ผมได้ทำเรื่องสำคัญนี้กับคุณ”

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะสายตาของเขาทำให้เธอมีความเชื่อมั่นและอุ่นใจหรือเพราะสิทธิ์ที่ชายหนุ่มมีโดยไม่ต้องผ่านความเห็นชอบของกฎหมายแต่ธารารินก็ยอมไปฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลกับฌอนโดยไม่พ่วงเอาพี่เลี้ยงติดสอยห้อยตามไปด้วยเหมือนทุกที

มีเสียงซุบซิบเล็กน้อยเมื่อธารารินปรากฏตัวในชุดคลุมท้องที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดพร้อมหนุ่มต่างชาติผู้โดดเด่นในทุกย่างก้าวเนื่องจากฌอนตัวสูงและเป็นคนต่างชาติ สีผิว สีผม สีตาของเขาจึงแปลกแยกจากคนอื่นๆหนำซ้ำยังเป็นฝรั่งที่ยังไม่แก่ แถมหน้าตาดีจัดอีกด้วยสาวคนไหนเห็นแล้วเป็นต้องมองตามด้วยความสนใจและเสียดายเพราะคิดว่าชายหนุ่มมากับเมียที่กำลังตั้งท้อง จนกระทั่งมองหน้าฝ่ายหญิงความสนใจจึงถูกดึงไปที่อดีตดาราสาวคนดังแทน

ธารารินได้แต่คิดเสียใจว่าไม่ควรใจอ่อนยอมให้ฌอนมาด้วยเลยไม่อย่างนั้นเธอคงไม่เป็นจุดสนใจมากเท่านี้แต่เมื่อถึงนาทีที่คุณหมอตรวจทุกอย่างเสร็จและให้ลองฟังเสียงหัวใจลูกเต้นฌอนนั่งอยู่ข้างเตียง กุมมือเธอไว้ตลอด เขาขอฟังด้วย เธอไม่อาจใจร้ายปฏิเสธได้ และสายตาที่เขามองเธอมองหน้าท้องนูนซึ่งมีชีวิตเล็กๆ อาศัยอยู่ ก็เป็นสายตาที่บ่งบอกถึงความรู้สึกตื้นตันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับเธออย่างไร้ข้อกังขาเธอรู้อยู่แล้วว่าเด็กคนนี้คือสิ่งล้ำค่า แต่ฌอนยิ่งทำให้เธอมั่นใจมากขึ้น

หญิงสาวพลันรู้สึกว่า ‘ก็ดีแล้วที่มีเขาอยู่ข้างๆ’

“ตื่นเต้นจังเลยแธมอีกสองเดือนกับสิบสี่วัน ลูกเราก็จะลืมตาดูโลกแล้ว ถ้าเป็นเด็กผู้ชายผมยกให้คุณตั้งชื่อนะ แต่ถ้าเป็นลูกสาว ผมมีชื่อสำหรับแกไว้ในใจแล้ว”ว่าที่คุณพ่อเห่อหนักมากเสียดายนิดหน่อยที่ธารารินยืนยันว่าไม่ขออัลตราซาวน์ดูเพศของลูกไว้รอลุ้นในวันคลอดเอา แต่เขาไม่ซีเรียสอยู่แล้ว ไม่ว่าลูกชายหรือลูกสาวเขาก็รักทั้งนั้นชายหนุ่มจึงคุยจ้อเรื่องลูกไม่หยุดตั้งแต่ขึ้นรถออกมาจากโรงพยาบาลด้วยกัน

“ใครบอกคุณว่าฉันจะตกลงด้วย”หญิงสาวนึกหมั่นไส้จนอดแย้งไม่ได้ นี่เธอยังไม่ได้เอ่ยปากยอมรับเขาด้วยซ้ำฌอนก็ทำท่าราวกับว่าเราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วงั้นแหละ

“ผมบอกเอง”เขาหันมายิ้มให้เธออย่างอบอุ่นและมั่นใจ “ผมรู้ว่าคุณจะตกลง”

ธารารินรู้สึกว่าแก้มร้อนจนต้องถอนสายตาไปมองที่อื่นได้แต่ขบริมฝีปากตัวเองอย่างว้าวุ่น แถมยังไม่กล้าแม้แต่จะปฏิเสธความเชื่อมั่นของเขา

ทำไมนะ ทำไมฌอนถึงชอบทำให้เธอไม่เป็นตัวของตัวเองอยู่เรื่อยเลย...

คืนนั้นฌอนเห่อลูกจนนอนไม่หลับ เฝ้าคิดวางแผนสำหรับอนาคตของเด็กน้อยเอาไว้ในหัวมากมายแต่ก่อนที่ความคิดจะเตลิดไกลจนกู่ไม่กลับเขาก็ดันคิดได้ว่าต้องวางแผนอนาคตอันใกล้นี้เสียก่อน โดยเฉพาะเมื่อยามท้องแก่ใกล้คลอดหากบ้านที่นายังสร้างไม่เสร็จ เขาจะดูแลหญิงสาวอย่างใกล้ชิดได้ยังไงหากเจ็บท้องกลางดึกใครจะพาส่งโรงพยาบาล พี่เลี้ยงของหญิงสาวก็ขับรถไม่เป็นเขาเองก็ไม่มีรถขับไปหา

ร่างสูงทะลึ่งพรวดขึ้นจากที่นอนปิกนิกเอื้อมมือควานหาโทรศัพท์มือถือเพื่อขอความช่วยเหลือจากใครคนหนึ่ง เขาได้แลกเบอร์ติดต่อกับยศวินเอาไว้เพราะนอกจากธารารินแล้วดูเหมือนจะมีแต่เกษตรอำเภอหนุ่มผู้เป็นคู่แข่งเท่านั้นที่พูดคุยกับเขารู้เรื่องยศวินมีท่าทีไม่เต็มใจนัก แต่พอเขาขู่ว่า

‘งั้นผมโทรหาแธมคนเดียวก็ได้’

เพียงเท่านั้นชายหนุ่มก็ยอมแลกเบอร์ด้วยทันที

ฌอนโทรหาคู่แข่งโดยไม่ได้ดูเวลาที่หน้าจอตอนนั้นตีสามจวนครึ่งแล้ว รอสายอยู่นานกว่าอีกฝ่ายจะกดรับด้วยน้ำเสียงงัวเงีย

“ฮัลโหล...ใครโทรมาดึกๆ ดื่นๆเนี่ย รู้เวลาซะบ้างสิครับ”

แม้แต่จะบ่นยังต้องมีคำลงท้ายยศวินเป็นผู้ชายที่สุภาพโดยแท้ แต่ฌอนไม่รู้เรื่องนั้นหรอก และไม่สนใจด้วย

“นี่ฌอนนะคุณยอร์ชคุณต้องพูดภาษาอังกฤษแล้วละ”

“ฌอน?”อีกฝ่ายเหมือนยังงงว่าฌอนไหนแต่เป็นอันรับรู้ได้ว่าเขาเข้าใจภาษาอังกฤษแม้ในเวลาที่ยังตื่นไม่เต็มตา

“ใช่ พี่ชายคุณไง”

คราวนี้ยศวินนิ่งไปอึดใจหนึ่งก่อนจะกรอกเสียงตอบอย่างต้องการให้อีกฝ่ายรู้ว่าเขาไม่พอใจ “นี่มันตีสามครึ่งแล้วนะฌอนกระท่อมไฟไหม้เหรอ ถ้าไม่ใช่ ผมต้องวางแล้ว”

“ถ้าใช่ล่ะ?”

“ก็จะโทรเรียกรถดับเพลิงให้”

ฌอนหัวเราะอย่างอารมณ์ดีมาตามสายแม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายประชดทำให้คนที่ถูกรบกวนเวลาพักผ่อนหัวเสียมากยิ่งขึ้น แต่แปลกที่ยศวินไม่ได้โกรธเกลียดตัวป่วนเท่าที่ควรรู้สึกอาจเป็นเพราะเสียงหัวเราะที่บ่งบอกถึงความเป็นกันเอง หรือจะอะไรก็ช่างหัวมันเถอะเอาเป็นว่าเขาต้องรู้จุดประสงค์ของฌอนแล้วจะได้นอนต่อเสียที คืนนี้ยิ่งรู้สึกหนักๆหัวอยู่ด้วย เจ็บคอนิดๆ อีกต่างหาก

“พูดธุระของคุณมาฌอนไม่งั้นผมจะนอนต่อ”

“ก็ได้ๆ พรุ่งนี้มารับผมแต่เช้านะผมอยากไปธุระในเมือง วันเสาร์นี่ คุณคงไม่ติดงาน”

ยศวินขมวดคิ้วนิ่วหน้า“แล้วทำไมผมต้องไปรับคุณด้วยล่ะ ธุระของคุณไม่ใช่ของผมนี่”

“ก็เราพี่น้องกันมีอะไรก็ต้องช่วยเหลือกัน พี่น้องต้องสามัคคีนะยอร์ช”

“เราไม่ใช่พี่น้องกันนะแต่ชอบผู้หญิงคนเดียวกันต่างหาก และเราก็เป็นคู่แข่งกันอยู่ด้วย”

“โอเค ไม่เป็นไรงั้นผมไปกับแธมก็แล้วกัน บาย”

“เดี๋ยวๆ ฌอน” เกษตรอำเภอหนุ่มร้องลั่นแล้วได้แต่ฮึ่มฮั่มอยู่ในใจสักพักก็สูดลมหายใจลึก ก่อนระบายออกเชื่องช้า สะกดอารมณ์เต็มที่ แล้วกัดฟันบอกว่า“ได้ พรุ่งนี้เจอกันแต่เช้านะพี่ชาย!”

แล้วเขาก็วางสายแต่ยังได้ยินเสียงหัวเราะทุ้มๆ ของฌอนตามมาหลอกหลอนจนข่มตาหลับแทบไม่ลง เขารู้สึกคันจมูกและจามสองสามทีแล้วก็มีน้ำมูกตามมา

“ให้ตายสงสัยจะโดนทั้งคนทั้งหวัดเล่นงานซะแล้ว เฮ้อ!”

_________________________________________________

ตอนนี้แอบสงสารยศวินเบาๆ ค่ะ ถูกคู่แข่งจิกใช้ซะแล้ว 5555





Create Date : 19 มีนาคม 2560
Last Update : 19 มีนาคม 2560 10:57:19 น. 2 comments
Counter : 421 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

 
55555++


โดย: sakeena IP: 49.228.196.157 วันที่: 20 มีนาคม 2560 เวลา:9:11:07 น.  

 
ฌอนจับทางยศวินถูก เจ้าเล่ห์จริงๆ
สงสัยจะเร่งสร้างบ้าน
แธมฝากท้องช้ามากเลยนะคะ ถ้าท้อง 7 เดือนก็จะได้เวลาคลอดแล้ว


โดย: goldensun IP: 203.144.134.3 วันที่: 20 มีนาคม 2560 เวลา:18:19:24 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ระตา
Location :
นครปฐม Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 17 คน [?]




รู้สึกอยู่เสมอว่าการได้มีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้คือความมหัศจรรย์...และการอ่านออกเขียนได้คือรางวัลของชีวิต...
Friends' blogs
[Add ระตา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.