สัพเพเหระกับนายโจ๊ก+-+jOkeCup+-+
Scream 1-3 ย้อนอดีตกลับไป"หวีด"กันอีกครั้ง

Scream 1-3


ก่อนการมาถึงของ Scream ตลาดหนังสยองขวัญในฮอลลีวู้ด โดยเฉพาะในแนวเชือดๆ หวีดๆ มีฆาตกรเที่ยวไล่ฆ่าคนอย่างต่อเนื่องโดยไม่รู้สาเหตุ ถือว่าซบเซามานาน ไม่ว่าจะวัดจากจำนวนหนังที่ถูกสร้างเพื่อออกฉายในแต่ละปี หรือจากรายได้ของหนังแนวนี้แต่ละเรื่อง ที่น้อยจนไม่น่าคุ้มทุนสร้าง เนื่องจากคนดูรู้สึกเบื่อหน่ายกับพล็อตเรื่องแบบเดิมๆ ไม่มีอะไรแปลกใหม่ให้ได้ตื่นเต้น ความนิยมต่อหนังแนวนี้จึงค่อยๆเสื่อมลงไป จนกระทั่งการมาถึงของ เควิน วิลเลียมสัน มือเขียนบทผู้ปลุกหนังแนวนี้ให้ได้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ที่หนังเรื่อง Scream ที่เขาเขียนบท และได้ เวส คราเวน เจ้าพ่อหนังสยองขวัญผู้เชี่ยวชาญการทำหนังแนวนี้มาทำหน้าที่กำกับให้ ถูกแจ๊คพ๊อตกวาดรายได้ไปอย่างล้นหลาม พร้อมสร้างฐานแฟนคลับกลุ่มใหญ่ให้กับหนัง จนสามารถสร้างภาคต่อได้อีก 2 ภาคหลังจากนั้นไม่นาน วันนี้เลยขอย้อนกลับไปรำลึกนึกถึงหนังสยองขวัญที่ถือว่าเป็นต้นแบบของหนังแนวนี้ยุคใหม่กันอีกครั้ง เพื่อเรียกน้ำย่อยก่อนการมาถึงของภาค 4 ที่จะเข้าฉายในช่วงต้นปีหน้า



Scream (1996)






อย่างที่บอกว่าก่อนการมาถึงของ Scream ภาคแรก ตลาดหนังแนวนี้ซบเซาไปนาน หนังเรื่องนี้ตอนแรกก็ถูกมองว่าคงไม่แคล้วเข้าฉายแบบผ่านมาแล้วผ่านไป แม้ว่าจะได้เจ้าพ่อหนังแนวนี้อย่าง เวส คราเวน มากำกับก็ตาม แต่หนังฮิตเรื่องสุดท้ายของ คราเวน มีใครจำได้บ้างรึเปล่า และเมื่อหนังเปิดตัวเข้าฉายจริงๆ สถานการณ์ในสัปดาห์แรกก็ไม่ผิดจากที่คาดจริงๆ เพราะจำได้ว่าหนังเปิดตัวด้วยรายได้ต่ำเตี้ยแค่ 5-6 ล้านเท่านั้นใน 3 วันแรก ไม่ติด Top 5 ของบ็อกซ์ออฟฟิศด้วยซ้ำมั้ง แถมยังเข้าฉายแบบไม่ถูกเทศกาลซะอีก เพราะดันไปเข้าฉายช่วงสิ้นปีที่คนส่วนใหญ่น่าจะเลือกดูหนังที่สร้างความสบายอกสบายใจให้มากกว่า

แต่แล้วสิ่งที่ไม่น่าเชื่อก็บังเกิด เนื่องจากหนังได้กระแสเสียงบอกต่อจากคนดูอย่างอื้ออึง หลายเสียงเล่าขานถึงความสนุกสนานของตัวหนังต่อๆกันจนคนเริ่มอยากเข้าไปพิสูจน์ด้วยตัวเอง นอกจากนี้หนังยังได้รับเสียงวิจารณ์ในด้านบวกจากนักวิจารณ์อีกด้วย ถึงความสร้างสรรค์ของตัวบท ที่นอกจากจะสร้างความสยดสยองให้กับคนดูได้จริงๆแล้ว ยังแทรกบรรยากาศตลกร้ายด้วยการเสียดสี ล้อเลียนหนังแนวนี้ในยุคก่อนๆ(ที่หลายเรื่องกำกับโดยผู้กำกับหนังเรื่องนี้เองนั่นแหล่ะ) ผ่านคำพูดและการกระทำของตัวละครในเรื่อง(เช่น หนังยังมีตัวละครที่เป็นสาวเซ็กซี่ อกอึ๋ม ผมบลอนด์สลวยที่โง่ได้อีก เช่นเดียวกับหนังแนวนี้รุ่นก่อนๆ ที่ไม่แคล้วมาเพื่อเป็นเหยื่อ) และนี่คือเสน่ห์ที่ทำให้ Scream ค่อยๆดึงดูดคนจนสามารถไต่ชาร์ตทำรายได้ปิดท้ายไปเกินร้อยล้านอย่างไม่น่าเชื่อ(เมื่อเทียบจากรายได้เปิดตัว)

เสน่ห์ของ Scream ภาคแรกคือการสร้างตัวละครที่คนดูพร้อมเอาใจช่วยได้โดยไม่ตะขิดตะขวงใจ ฉากไล่ล่าที่ตื่นเต้นทำเอาคนดูลุ้นแทบนั่งไม่ติดเก้าอี้ บรรยากาศชวนสงสัยที่ว่าใครเป็นฆาตกร และทำไปเพื่ออะไร แต่สิ่งที่สำคัญที่ผมมองว่าเป็นเสน่ห์แบบแปลกๆที่คนดูชอบที่สุดของหนังเรื่องนี้ก็คือ ผู้ร้ายที่เป็นคนปกติธรรมดาเนี่ยแหล่ะ ไม่ได้เก่งกาจจนเว่อร์ มีหลายครั้งที่ผู้ร้ายโง่จนคนดูอดหัวเราะด้วยความสมเพชไม่ได้ และบางครั้งก็แอบเผลอเอาใจช่วยมันด้วยซ้ำ(เพราะบางครั้งรู้สึกว่าผู้ร้ายโดนเยอะซะจนน่ากลัวว่าจะพิการไปก่อนหนังจะจบและเฉลยตัวฆาตกรด้วยซ้ำ)

แต่เหนือสิ่งอื่นใดที่ผมว่าน่าจะเป็นตัวเรียกแขกชั้นดีของหนังคือกองทัพดาราวัยรุ่นที่หลายคนกำลังเป็นดาวรุ่ง ซึ่งปัจจุบันคงพิสูจน์ได้แล้วว่าใครรุ่งจริง และใครรุ่งริ่ง(ส่วนใหญ่ออกแนวรุ่งริ่งมากกว่า) ภาคแรกที่ขนมามี เนฟ แคมป์เบลล์,คอร์ทนี่ย์ ค็อกซ์,เดวิด อาร์เคว็ตต์(ชอบตัวละครนี้ที่สุดในเรื่อง ตอนแรกนึกว่าจะม่องเท่งไปซะแล้ว),สกีซ อุลริช,แม็ทธิว ลิลลาร์ด,เจมี่ เคนเนดี้,เลียฟ ชโรเบอร์(ประคองตัวได้นานสุด จนตอนนี้เป็นนักแสดงคุณภาพไปแล้ว),(สาวอึ๋ม)โรส แม็กโกเวิร์น)และ(สาวอึ๋มอวบ)ดรูว์ แบร์รี่มอร์
ส่วนตัวผมชอบหนังภาคแรกในระดับนึงนะครับ และคิดว่าภาคแรกทำได้ดีมากในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครที่เหลือรอดกับคนดู จนคิดว่าคนที่ได้ดูภาคแรก ยังไงก็ต้องตามไปเชียร์พวกเขาต่อแน่นอนในภาค 2



Scream 2 (1997)






ผ่านไปปีเดียวเอง หนังภาค 2 ก็ตามออกมา พร้อมผู้เหลือรอดจากภาคแรก 5 ราย(4 รายรอดมาจากเหตุการณ์สยอง อีกรายรอดมาจากคุก) คิดว่าเยอะมากนะสำหรับหนังแนวนี้

ด้วยความที่สานต่อความดังจากภาคแรกแบบฝุ่นควันยังตลบอยู่ ไม่น่าแปลกที่หนังจะเปิดตัวแบบถล่มทลาย มากกว่ารายได้เปิดตัวของภาคแรกร่วมๆ 4-5 เท่าเลยทีเดียว แต่รายรับสุดท้ายของหนังภาคแรกกับภาค 2 อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกันนะ อาจจะเพราะคำวิจารณ์ที่ไม่ดีเท่าภาคแรก ทำให้รายได้ตกเร็วกว่านั่นเอง แต่ส่วนตัวแล้วผมชอบภาคนี้มากกว่า เพราะรู้สึกว่าตัวเองได้นับญาติกับ ซิดนี่ย์,เกลและดิวอี้ ไปแล้วนั่นเอง เลยลุ้นตื่นเต้นเอาใจช่วยมากกว่าตอนที่ดูภาคแรก

ฉากที่ผมชอบที่สุดของภาคนี้ คือตอนที่เกลและดิวอี้แอบเข้าไปในมหาวิทยาลัยเพื่อหาทางเปิดเทปวีดีโอดู ก่อนที่จะรู้ว่าพวกเขาไม่ได้แอบลอบเข้าไปแค่ 2 คนเท่านั้น แต่ยังมีเจ้าฆาตกรร่วมตามเข้าไปสร้างความตื่นเต้นให้ด้วย ฉากเกมส์แมวจับหนูระหว่างฆาตกรกับเกลโคตรจะตื่นเต้นและลุ้นเลย แต่พอตอนหลังมีดิวอี้เข้ามาร่วมแจมด้วย ทำเอาหัวใจเกือบวาย(บอกแล้วครับว่าเป็นแฟนคลับดิวอี้ ถ้าดิวอี้ตายภาคไหน จะเลิกดูทันที)

ภาคนี้นอกจาก 5 ดาราที่เหลือรอดจากภาคแรก ยังเพิ่มดาราเรียกแขกมาอีกหลายคนทั้ง ซาร่า มิเชลล์ เกลล่าร์,จาด้า พินเก็ตต์,โอมาร์ เอ็พพ์,เฮเธอร์ แกรห์ม,เจอร์รี่ โอคอนเนอร์,ทิมโอธี โอลีแฟลนท์,ลุค วิลสัน(เห็นเขากันรึเปล่า),ทอรี่ สเปลลิ่ง,ปอเตีย เดอ รอสซี่,รีเบคก้า เกย์ฮาร์ต และรุ่นใหญ่ ลอรี่ เมทคลาฟท์(เคยติดใจฝีมือเธอจาก Internal Affairs ที่ริชาร์ด เกียร์แสดง แล้วไม่เห็นเธอเล่นเรื่องอื่นเลยจนมาเจอกันเรื่องนี้...จำเธอไม่ได้แล้ว)

ภาคนี้ส่วนตัวชอบกว่าภาคแรก แต่อารมณ์เสียที่โดนหลอกเป็นครั้งที่ 2 ให้คิดว่าดิวอี้ตาย แต่สุดท้ายดันรอดหน้าตาเฉยอีกแล้ว ภาคหน้าเราจะไม่หลงกลอีกแล้ว



Scream 3 (2000)





ภาคนี้ทิ้งห่างภาคที่แล้ว 2 ปีกว่าๆ ให้ดาราได้พักบ้างอะไรบ้าง ภาคนี้แม้ผู้กำกับจะคงเดิมจากสองภาคแรก แต่มือเขียนบทที่นำพาหนังให้ประสบความสำเร็จกลับไม่ยอมกลับมาในภาคนี้ ขอทำหน้าที่แค่อำนวยการสร้างพอ แล้วให้ อีห์เรน ครูเกอร์(ไม่ทราบเป็นญาติข้างไหนกับเฟรดดี้ นิ้วเขมือบ)ที่เชียวชาญหนังแนวนี้ไม่น้อยหน้ามาเขียนบทแทน ซึ่งพอเปลี่ยนคนเขียนบท ผมว่าหนังก็เปลี่ยนโทนไปด้วยเช่นเดียวกัน

จากหนังสยองขวัญแบบตลกร้ายแต่ดูง่ายใน 2 ภาคแรก หนังเริ่มซับซ้อนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และเสน่ห์บางอย่างมันขาดหายไป เช่น ตัวละครเริ่มโตเป็นผู้ใหญ่และเหตุการณ์ในเรื่องไม่ได้เกิดขึ้นในรั้วมหาวิทยาลัยอีกแล้ว บรรยากาศของหนังมันเลยดูโตตามไปด้วย มันดูเคร่งขรึมขึ้นยังไงพิกล คนดู(อย่างผม)ปรับตัวตามไม่ทัน และที่ทำให้ความสนุกตื่นเต้นลดน้อยลงอีกอย่างคือ ภาคนี้เริ่มไม่ลุ้นเอาใจช่วย 3 ตัวละครสำคัญแล้ว เพราะเริ่มรู้แกวว่าไม่ตายแน่ๆแล้ว ส่วนตัวละครที่เหลือก็มีไม่กี่ตัวที่ได้ใจและทำให้อยากเอาใจช่วย

ถ้าจะมีส่วนที่สนุกในภาคนี้ ก็คงจะเป็นบรรยากาศหนังซ้อนหนัง ที่เหตุการณ์ในเรื่องเกิดในกองถ่ายหนังเรื่อง Stab 3 เพราะงั้นในเรื่องนี้จึงมี ซิดนี่ย์,เกลและดิวอี้อย่างละ 2 คน และความฮาแบบตลกร้ายมาพร้อมกับการเสียดสีตัวละครหลักในเรื่องนี่เอง โดยเฉพาะกับตัวละครเกลที่งานนี้โดนกัดไปหลายดอก ฉากที่เกลแท้กับเกลเทียมออกด้วยกันนี่เป็นฉากที่ผมถือได้ว่าเป็นไฮไลต์ทุกฉาก ตั้งแต่ตอนเกลียดขี้หน้ากัน ว่าแดกกันต่างๆนานา ไปจนสุดท้ายต้องช่วยเหลือและร่วมมือกัน

ส่วนฉากที่ลุ้นสุดๆในภาคนี้คงเป็นตอนที่ตัวละครอยู่ในบ้านคุณผู้อำนวยการสร้างหนัง แล้วแยกกลุ่มกันสำรวจบ้าน แล้วโดนตามเก็บทีละราย ฉากนี้ลุ้นมันมากๆ พร้อมความสงสัยว่าแล้วใคร(วะ)ที่เป็นฆาตกร ในเมื่อมันก็อยู่กัน(เกือบ)ครบทุกคนในเรื่องแล้ว

ภาคนี้ดาราเยอะมากครับ นอกจาก 5 รายจาก 2 ภาคก่อนที่กลับมาแล้ว(รายนึงตายไปแล้ว ยังได้มาออกภาคนี้อีก แหล่มมาก) ยังมี แพทริค เด็มป์เซย์(ก่อนเป็นคุณหมอแม๊คดรีมมี่สุดหล่อ),สก๊อต โฟลี่ย์,แมตต์ คลีสลาห์,พาร์คเกอร์ โพซี่ย์(อดีตเจ้าแม่หนังอินดี้มาเพื่อขโมยทุกซีน),เอมิลี่ มอร์ติเมอร์(ยังไม่เห็นแววนักแสดงมากฝีมือแบบที่เป็นในปัจจุบันเลย),(สาวอึ๋ม)เจนนี่ แม็คคาร์ธนี่ย์,แพทริค วอร์เบอร์ตัน และรุ่นใหญ่ แลนซ์ เฮนริคเซ่น รวมทั้งนักแสดงที่ออกแค่ฉากเดียวอีกหลายคน แบบลุกเข้าห้องน้ำอาจจะไม่รู้ว่าเขาหรือเธอมาเล่นด้วย

ภาคนี้ทำรายได้น้อยสุดใน 3 ภาค และคำวิจารณ์ก็แย่สุดด้วย ส่วนความรู้สึกของผมตอนดูโรงเฉยๆมากๆ คิดว่าสนุกเทียบ 2 ภาคแรกไม่ได้เลย แต่พอมาดูแผ่นอีกครั้งก็เริ่มชอบมากขึ้น โดยเฉพาะยายเกลเทียมนี่มาเพื่อขโมยทุกซีนจริงๆนะ





ต้นปีหน้า Scream 4 จะกลับมาแล้ว พร้อมคนเขียนบทคนเดิม เควิน วิลเลียมสัน และผู้กำกับเจ้าประจำ เวส คราเวน พร้อม 3 ทัพหน้าที่คราวนี้ไม่แน่ใจว่าใครจะรอดบ้าง เพราะไม่แน่ใจอีกเช่นกันว่าผู้สร้างจะถ่ายเลือดใหม่รึเปล่า เพราะงั้นแฟนๆของ ซิดนี่ย์,เกลและดิวอี้(ยกมือสูงเลยคนนี้ ยังชอบไม่เสื่อมคลาย ตอนประกาศสร้างภาค 4 ลุ้นคนนี้คนเดียวเลย ถ้าไม่กลับมาจะไม่ดู)อย่าพลาดเป็นอันขาดนะครับ เพราะไม่รู้ว่าถ้าเผื่อมีภาค 5 เราจะได้เจอพวกเขากันอีกมั้ย ตอนนี้ไปย้อนดูตอนเก่าๆเรียกน้ำย่อยกันไปก่อนก็แล้วกันนะ














Create Date : 08 พฤศจิกายน 2553
Last Update : 8 พฤศจิกายน 2553 10:34:20 น. 30 comments
Counter : 5731 Pageviews.

 
หนังสยองขวัญ...ถ้าเลือกได้จะไม่ดูนะ
ไม่เชิงว่ากลัวน่ะ แต่อารมณืเสียดายมากๆ ถ้าเลือกที่จะดูแล้วมาพลาดฉากสำคัญๆ ทุกทีอ่ะ..
พอฉากที่สุดของหนังมาถึงเมื่อไหร่
ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องเมินหน้าไปทางอื่นตลอดเลย....555+

ปล.เป็นคนช่างเก็บอะไรไปฝันไง..
เคยดูหนังสยองขวัญแล้วฝันร้ายตอนเด็กๆ เลยฝังใจมาจนโต


โดย: Blue wide or narrow Way IP: 125.26.19.15 วันที่: 8 พฤศจิกายน 2553 เวลา:19:59:49 น.  

 
อ้าว..!! พอคุยเรื่องนี้ที่ไรทำเบลอเลย จนลืมขอบคุณสาระที่ได้รับจากการเขียนของคุณเกาเหลาใส่เส้นเลยค่ะ

ขอบคุณนะค่ะ...ถ้าเป็นหัวหนังสือไม่มีเก็บไปฝันหร๊อก


โดย: Blue wide or narrow Way IP: 125.26.19.15 วันที่: 8 พฤศจิกายน 2553 เวลา:20:03:34 น.  

 
ลืมอีก 1 เรื่องค่ะ อิ อิ ^___^
..เห็นอย่างนี้ก็เห่อะ!!
จะบอกว่าดู Scream ภาค1 & 2 มาแล้วน่ะ


โดย: Blue wide or narrow Way IP: 125.26.19.15 วันที่: 8 พฤศจิกายน 2553 เวลา:20:05:46 น.  

 



โดย: เศษเสี้ยว วันที่: 9 พฤศจิกายน 2553 เวลา:0:20:38 น.  

 


โดย: veerar วันที่: 9 พฤศจิกายน 2553 เวลา:0:22:09 น.  

 
สุขสันต์วันเกิดครับ ขอให้มีสุขภาพร่างกายเเข็งเเรง
คิดสิ่งใดก็ขอให้สมปรารถนาเเละมีความสุขในทุกๆวันครับ


โดย: Don't try this at home. วันที่: 9 พฤศจิกายน 2553 เวลา:0:47:04 น.  

 
happy birthday ka

ขอให้มีความสุขมากๆ สุขภาพแข็งแรง และเป็นที่รักของทุกๆคนนะคะ


โดย: Sugar lip วันที่: 9 พฤศจิกายน 2553 เวลา:0:47:55 น.  

 

สุขสันต์วันเกิด ขอให้พบกับสิ่งดีๆ ในชีวิตนะค่ะ




โดย: brackleyvee วันที่: 9 พฤศจิกายน 2553 เวลา:2:43:52 น.  

 

 
สุขสันต์วันเกิดครับ
.......................................


โดย: panwat วันที่: 9 พฤศจิกายน 2553 เวลา:8:55:29 น.  

 



สุขสันต์วันเกิด จ้า

พรใดที่เป็นของชาวโลก

สุขใดที่ช่วงโชติของชาวสวรรค์

รักใดที่อมตะและนิรันดร์

ขอรักนั้นและพรนั้น จงเป็นของ จขบ. จ้า



โดย: หน่อยอิง วันที่: 9 พฤศจิกายน 2553 เวลา:9:04:36 น.  

 
สุขสันต์วันเกิดนะจ๊ะ ขอให้มีความสุขมากๆค่ะ


โดย: KowneawMooping@MooBambam วันที่: 9 พฤศจิกายน 2553 เวลา:9:48:31 น.  

 

สุขสันต์วันเกืดค่ะ..

ขอให้มีสุขภาพแข็งแรงและสมบูรณ์..

ขอให้ร่ำรวยเงินทอง..

มีความสุขมากๆนะค่ะ

ยกเอาพระมาสวดอวยพรให้เลยค่ะ



โดย: คนผ่านทางมาเจอ วันที่: 9 พฤศจิกายน 2553 เวลา:10:23:21 น.  

 


โดย: nujeejee2 วันที่: 9 พฤศจิกายน 2553 เวลา:10:52:50 น.  

 


ป้าเชิญนางฟ้า...มาอวยพรวันเกิดค่ะ
ขอให้พบแต่สิ่งดีๆ คนที่ดีมีจิตใจดี
และเหตุการณ์ดีๆรวมทั้ง...
ความรักที่ดีที่สุดในชีวิตนะคะ
หวังว่าคงจะไม่ช้าไปนะคะ
*********
*******
*****
***
*





โดย: ป้าหู้เองจ่ะ (fifty-four ) วันที่: 9 พฤศจิกายน 2553 เวลา:10:57:16 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: รักดี09 วันที่: 9 พฤศจิกายน 2553 เวลา:11:53:38 น.  

 
Photobucket
สุขสันต์วันเกิดค่ะ ขอให้มีความสุขมากๆ มีสุขภาพแข็งแรงทั้งกายและใจ ทำสิ่งใดก็ขอให้ประสบความสำเร็จทุกประการค่ะ


โดย: แม่น้องแปงแปง วันที่: 9 พฤศจิกายน 2553 เวลา:13:03:00 น.  

 
สุขสันต์วันเกิดนะคะ




โดย: nootikky วันที่: 9 พฤศจิกายน 2553 เวลา:14:21:59 น.  

 
Happy Birthday ค่ะ




โดย: jamaica วันที่: 9 พฤศจิกายน 2553 เวลา:16:35:54 น.  

 
สุขสันต์วันเกิดค่ะ

มีความสุขเหมือนทุกๆ วันนะคะ



โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 9 พฤศจิกายน 2553 เวลา:17:41:01 น.  

 
d-day


โดย: no filling วันที่: 9 พฤศจิกายน 2553 เวลา:19:17:13 น.  

 


โดย: จีนี่ในกระจกแก้ว วันที่: 9 พฤศจิกายน 2553 เวลา:20:15:04 น.  

 
Happy Birth day

สุขสันต์วันเกิดจร้า


โดย: สาวสะตอใต้ วันที่: 9 พฤศจิกายน 2553 เวลา:20:27:06 น.  

 
Photobucket


โดย: pinkyrose วันที่: 9 พฤศจิกายน 2553 เวลา:23:07:38 น.  

 
HBD Kaaaa
All the best!!!


โดย: tulaneenidd วันที่: 9 พฤศจิกายน 2553 เวลา:23:47:57 น.  

 


โดย: ภูผา กะ วาริน วันที่: 9 พฤศจิกายน 2553 เวลา:23:52:24 น.  

 
คุณเกาเหลาฯ ดูแฮรี่รึป่าว?
ถ้าสันทัดช่วยสปอยล์ให้ฟังด้วยดิ?
ภาค 1 ยันภาคล่าสุดเลย
อยากรู้ เพราะไม่เคยนึกอยากดู

ปล.สงสัยตัวเองจะเป็นพวกต่อต้านกระแสมั๊ง !! 555+


โดย: Blue wide or narrow Way IP: 125.26.0.122 วันที่: 12 พฤศจิกายน 2553 เวลา:20:28:09 น.  

 
เคยดูภาคแรกในโรงแล้วหลับ เลยไม่ได้สนใจจะดูต่อ

แต่พอมีคนเอาแผ่น 3 ภาคแรก มาให้ดู ก็เลยดู รู้สึกชอบกว่าที่ดูครั้งแรก ชอบภาค 2 แต่หลังจากนั้นก็ไม่เคยดูภาคอื่นๆอีกเลยครับ

เพราะงั้นคงสปอยลืไม่ถูกเหมือนกัน ขออภัยด้วยครับ สงสัยเราจะพวกเดียวกัน อิอิ


โดย: เกาเหลาใส่เส้น วันที่: 15 พฤศจิกายน 2553 เวลา:7:27:43 น.  

 
ู^ ^ ก๊าฟฟฟฟฟฟ


โดย: Blue wide or narrow Way IP: 125.26.18.33 วันที่: 16 พฤศจิกายน 2553 เวลา:19:02:18 น.  

 
คุณเกาเหลาคะ เกิด 9 พ.ย. ผ่านไปสิบวันแล้ว ขออวยพรวันเกิดย้อนหลังนะคะ

สิ่งดี ๆ ขอให้มีแก่คุณเกาเหลาตลอดไปค่ะ

วันนี้คุณเขียนเรื่องหนังได้ละเอียดมากเลย อ่านแล้วเหมือนได้ดูด้วยตัวเอง เพราะจินตนาการตามได้ตลอด

นี่นักเขียนของแท้ของจริง
ว่างๆ ช่วยเขียนเรื่องหนังคาวบอยบ้างนะคะ ชอบมาก เอ...หรือว่าคุณเคยเขียนไปแล้ว เราอาจพลาดไปเองนะคะ


โดย: Ably วันที่: 19 พฤศจิกายน 2553 เวลา:11:05:49 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

เกาเหลาใส่เส้น
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ไม่ชอบอ่านอะไรยาวๆ แต่เขียนอะไรสั้นๆไม่เป็น

ใครเผลอเข้ามาอ่านบล็อกนี้ ทนๆเอาหน่อยนะครับ
Sira Chanchuamas

สร้างลิงค์ของโปรไฟล์ในแบบที่เป็นตัวคุณเอง
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
8 พฤศจิกายน 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add เกาเหลาใส่เส้น's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.