สัพเพเหระกับนายโจ๊ก+-+jOkeCup+-+
Heavenly Forest : รักครั้งหนึ่ง จะคิดถึงตลอดไป

Heavenly Forest : รักครั้งหนึ่ง จะคิดถึงตลอดไป



เมื่อสัก 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา เพื่อนสนิทคนหนึ่งเข้ามาโพสต์ข้อความใน fb ของผมว่า ให้ช่วยหาหนังเรื่องหนึ่งมาให้หน่อย พร้อมชื่อหนังญี่ปุ่นที่เขียนทับศัพท์เป็นภาษาอังกฤษ ที่ส่วนตัวไม่คุ้นชินว่าเคยผ่านตาหรือรู้จักมาก่อนเลย เลยต้องก๊อปชื่อหนังไปเสิร์ซหาข้อมูลในอากู๋ ว่าหน้าตาหนังเรื่องที่ว่าเป็นอย่างไร แนวไหน ใครแสดง ผลที่ได้ออกมาคือหนังญี่ปุ่น(ที่ตอนเห็นครั้งแรกคิดว่าเป็น)แนวรักรันทด เศร้าเคล้าน้ำตา มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Heavenly Forest เห็นหน้านักแสดงนำที่คุ้นหน้าคุ้นตาดี ทั้งพระเอกและนางเอก แต่ไม่เคยรู้จักหนังเรื่องนี้มาก่อน ไม่รู้เล็ดลอดสายตาไปได้อย่างไร ตอนนั้นรับปากเพื่อนไปว่าจะไปตามหามาให้ แต่ไม่รับประกันว่าจะได้หรือเปล่า




หลังจากนั้นด้วยภาระหน้าที่งานที่ทำให้ไม่สามารถไปตามหนังให้เพื่อนได้อย่างที่รับปาก เพื่อนก็เวียนเข้ามาทวงถามทาง fb ตลอด จนกระทั่งเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ตัดสินใจออกจากที่ทำงานเร็วกว่าปกติ เพื่อไปหาหนังให้เพื่อน แต่ด้วยเหตุขัดข้องบางประการก็ไม่ได้ไปอย่างที่ตั้งใจ แต่ในเมื่อบอกเพื่อนไปแล้วว่าจะไปหาให้ เลยเปลี่ยนจากการไปถึงที่เป็นการโทรศัพท์ไปถามทางร้านแทนว่ามีหนังเรื่องนี้หรือเปล่า ถ้าไม่มีจะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปเอง แล้วคงปล่อยให้เพื่อนต้องผิดหวังไปตามระเบียบ แต่ในเมื่อผมมาเขียนบล็อกถึงหนังเรื่องนี้ในวันนี้แล้ว คงไม่ต้องบอกนะครับว่าทางร้านเขามีหนังเรื่องนี้ให้หรือเปล่า


เมื่อไม่ได้ไปในวันศุกร์ ผมก็เลยต้องไปตามหนังให้เพื่อนในวันเสาร์แทน ได้หนังมาเสร็จ คืนนั้นผมเลยตัดสินใจเปิดหนังดูก่อนเพื่อน ด้วยความสงสัยใคร่รู้อย่างที่สุดว่าทำไมเพื่อนถึงอยากดูนัก แม้กระทั่งเมื่อดูจนจบจะไม่ได้คำตอบว่าเพราะอะไร แต่อย่างน้อยที่รู้สึกคือ การตามหาหนังเรื่องนี้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ไม่ใช่การเสียเปล่าเลย และต้องขอบคุณเพื่อนมากๆที่ช่วยแนะนำหนังเรื่องนี้ทางอ้อม เพราะถ้าไม่ได้เพื่อนมาขอให้ช่วยตามหาหนังให้ ผมคงไม่รู้จักหนังเรื่องนี้ และคงไม่มีทางได้ไปหามาดูเองเป็นแน่




Heavenly Forest เป็นหนังที่ออกฉายตั้งแต่ปี 2006 แล้ว ด้วยความที่ดูหนังเสร็จแล้วเขียนถึงเลย ผมเลยไม่มีโอกาสได้หาข้อมูลเกี่ยวกับหนังมาบอก ว่าเมื่อครั้งที่มันออกฉาย มันประสบความสำเร็จหรือไม่ เป็นที่กล่าวขวัญถึงขนาดไหน และส่วนตัวที่รู้สึกแปลกใจก็คือ ดูจากหน้าหนัง และดารานำแสดงแล้ว ไม่รู้ว่าทำไมมันถึงไม่มีโอกาสเข้ามาฉายในโรงบ้านเรา ส่วนตัวคิดว่าถ้าเอามาฉายที่เครือเอเพ็กซ์นี่ หนังน่าจะประสบความสำเร็จในวงจำกัด เหมือนที่หนังแนวนี้เรื่องอื่นๆเคยทำได้มาแล้ว


จริงๆตัวหนังเองก็ไม่ได้มีอะไรที่แตกต่างไปจากหนังแนวนี้เรื่องอื่นๆ หนังเล่าเรื่องราวของตัวละครเอก 2 คนที่ดูเป็นพวกแปลกแยกทางสังคม ทำตัวไม่เหมือนคนปกติทั่วไป เซงาว่า มาโกโตะ ชายหนุ่มที่ดูภายนอกก็เหมือนเราๆท่านๆทั้งหลายนี่แหล่ะ แต่จริงๆแล้วเขามีปมบางอย่างที่ (ทำให้คิดไปเองว่าตัวเอง) ผิดแผกไปจากคนอื่นๆ อันเป็นที่มาของการทำตัวแปลกแยก ชอบเก็บตัวและไม่ค่อยสุงสิงกับใคร และแทบจะไม่เคยคุยกับใครก่อนเลย ส่วนหญิงสาวซาโตนากะ ชิสึรุ นั้นแค่ภายนอกก็ไม่เหมือนคนธรรมดาทั่วไปแล้ว ทั้งทรงผมที่ยุ่งเหยิง การแต่งเนื้อแต่งตัวที่ประหลาดล้ำ และพฤติกรรมการกระทำต่างๆ ที่ทำให้คนส่วนใหญ่ เลือกที่ถอยห่างไม่กล้าเข้าไปสุงสิงด้วย




แล้วคนแปลกๆ 2 คนก็ได้มารู้จักกัน ในสถานการณ์ที่ไม่ควรจะรู้จักกันด้วยซ้ำ หญิงสาวพยายามจะข้ามถนนตรงทางม้าลายที่ไม่เคยมีใครข้ามได้สำเร็จ ในขณะที่ชายหนุ่มผู้หวังดีก็เข้าไปบอกให้รู้ว่าทางม้าลายนี้ไม่มีคนใช้แล้ว เพราะรถไม่เคยจอดให้ข้ามเลย และแนะนำให้หญิงสาวเดินไปข้ามถนนตรงสัญญาณไฟแดงข้างหน้าจะดีกว่า แล้วฉากนั้นก็จบลงแบบแปลกๆตรงที่หญิงสาวก็ยังคงยืนกรานจะข้ามถนนตรงนั้นต่อไป เพื่อพิสูจน์ความเชื่ออะไรบางอย่างของเธอ และชายหนุ่มก็เดินจากมาอย่างงงๆในพฤติกรรมของหญิงสาว แต่ก่อนจากลา เขาแอบหยิบกล้องถ่ายรูปออกมาถ่ายภาพหญิงสาวที่กำลังพยายามจะข้ามถนนตรงนั้นอยู่ต่อไป โดยไม่ให้เธอรู้ตัว


แล้วเหตุการณ์แปลกๆนั้นก็นำพาให้คนทั้ง 2 ได้รู้จักกัน เพราะเมื่อได้มาพบกันภายในมหา’ลัยอีกครั้ง (โดยไม่ได้เกิดจากเหตุบังเอิญแน่ๆ) ความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนก็ได้เริ่มก่อตัวขึ้นภายนอก พร้อมความรู้สึกฉันท์คนรักก็ได้ก่อขึ้นภายในหัวใจของใครคนหนึ่งอยู่เงียบๆเช่นเดียวกัน มาโกโตะนั้นเปิดใจรับเพื่อนใหม่คนนี้อาจจะเพราะเหตุผลที่ว่าเธอเป็นโรคภูมิแพ้ และจมูกได้รับกลิ่นแค่ 1 ใน 100 ของคนปกติ ซึ่งทำให้เขาไม่ต้องคอยกังวลเกี่ยวกับปมที่เขากลัวจนทำให้ไม่กล้าเข้าสังคม หลังจากสนิทกันแล้วทั้ง 2 ก็ได้พากันลอบเข้าไปในสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งถูกติดป้ายห้ามเข้าเอาไว้ มันคือสถานที่ๆมาโกโตะได้พบเจอและสงสัยมาตลอดว่ามีอะไรที่อยู่ในนั้น ซึ่งสถานที่แห่งนี้ก็คือที่มาของชื่อหนังนี่เอง





นอกจากคนแปลกๆทั้ง 2 แล้ว หนังยังมีตัวละครสำคัญอีกตัวคือ มิยูกิ ผู้หญิงที่เรียนเอกเดียวกับมาโกโตะ และเขามีความรู้สึกดีด้วย จะบอกว่ามิยูกิเป็นตัวละครที่ดูปกติก็คงใช่ เมื่อเทียบกับมาโกโตะและชิสึรุแล้ว แต่ผมว่าจริงๆตัวมิยูกิเองก็ดูไม่ค่อยปกติเท่าไหร่เหมือนกัน เพราะตลอดทั้งเรื่องเธอดูนางเอกจนเกินงาม (พฤติกรรมดูเป็นนางเอกมากกว่าตัวนางเอกจริงๆเสียอีก) และที่สำคัญที่ทำให้ผมมองว่าเธอก็ไม่ค่อยปกติเท่าไหร่ก็คือ เธอดันชอบผู้ชายแปลกๆอย่างมาโกโตะ ถึงขนาดเป็นฝ่ายเข้าไปทำความรู้จักกับผู้ชายแปลกๆคนนี้ก่อนด้วย (ขอนอกเรื่องนิดนึงนะครับ ผมมีความรู้สึกว่า มิยูกิ นี่สวยดีนะครับ แต่หน้าเธอเหมือน คุณชมพู่ ก่อนบ่ายมากๆ เวลาเธอออกฉากทีไร นึกว่าคุณชมพู่กำลังแสดงอยู่ด้วยทุกที จะแอบขำทุกครั้ง แม้แต่ฉากซึ้งๆก็ตาม)


เช่นเดียวกับหนังญี่ปุ่นแนวนี้เรื่องอื่นๆ ที่พฤติกรรมต่างๆของตัวละคร เหตุการณ์ต่างๆที่เหมือนจะสำคัญบ้าง ไม่สำคัญบ้าง และรายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่ถูกปล่อยทิ้งเป็นทางมาตลอดเวลาที่เรื่องราวดำเนินไป จะถูกนำกลับมาใช้ในตอนที่เรื่องราวดำเนินมาขมวดเกลียวใกล้จะจบเรื่อง (ซึ่งไม่ขอพูดถึงนะครับ เพราะอาจจะทำลายอรรถรสของคนที่ยังไม่ได้ดู) และแน่นอนว่าความซาบซึ้งทั้งหลายมันจะอยู่ตรงนี้แหล่ะครับ คือถ้าตลอดทั้งเรื่องนั้น คนดูสามารถเก็บเกี่ยวอะไรต่างๆที่เขาปล่อยออกมาได้มาก มันก็จะทำให้เราซาบซึ้งมาก แต่ในทางกลับกัน มันก็มีผลเสียสำหรับคนที่ดูหนังไปเรื่อยๆ ไม่ค่อยได้ใส่ใจจะเก็บรายละเอียดเท่าไหร่ ก็อาจจะทำให้ดูแล้วไม่ค่อยอิน หรือไม่เกิดความรู้สึกร่วมไปกับตัวหนังได้ อันนี้ก็แล้วแต่มุมมองของใครก็ของใครครับ




ส่วนตัวผมเอง หนังมีช่วงจี๊ดมากๆกับคำพูดของนางเอกในตอนที่พระเอกพามิยูกิไปที่สวนด้วย คนเราบางครั้งมักชอบคิดเองเออเองว่าตัวเองมีความสำคัญกับใครคนหนึ่งมาก จากการกระทำเล็กๆน้อยๆของเขา โดยที่บางทีนั้น เขาเองอาจจะทำโดยที่ไม่ได้ตั้งใจให้เราคิดอะไรไปไกลเลยก็เป็นได้ อาจจะเพราะส่วนตัวเคยผ่านเหตุการณ์แบบนั้นมา เลยอินกับฉากนี้เป็นพิเศษ แต่ต้องขอบอกว่าหนังเรื่องนี้เจ๋งกว่านั้น เหมือนคำพูดหนึ่งที่ชิสึรุพูดกับมาโกโตะประมาณว่า ชอบพูดให้รู้สึกดี แล้วก็ผลักให้ตกนรกในประโยคถัดมา เพราะในขณะที่ผมกำลังอินได้ที่ และเชียร์นางเอกสุดใจ หนังก็ดันผลักผมตกนรกในฉากถัดมา ที่ให้นางเอกเข้าไปทำความรู้จักกับมิยูกิ พร้อมกับประโยคที่บอกพระเอกว่า “ไม่ว่าคนที่ฉันรักรักใคร ฉันก็อยากจะรักคนๆนั้นด้วย” จริงๆมันจะซึ้งมากๆถ้าผมจะไม่คิดว่า ฉันอุตส่าห์เชียร์เธอนะ น่าจะเล่นตัวให้นานกว่านี้หน่อยสิ


ส่วนดีที่สุดของหนังเรื่องนี้คือการถ่ายภาพครับ อยากจะบอกว่าหนังเรื่องนี้ถ่ายภาพสวยมากจริงๆ ยิ่งในฉากธรรมชาติทั้งหลาย มันให้ความรู้สึกว่านี่คือ Heavenly Forest สมชื่อจริงๆ และที่ต้องขอชื่นชมมากๆอีกอีกด้วยคือการแสดงของ 2 พระ-นาง ที่เป็นครั้งแรกที่ผมได้มีโอกาสได้ดูผลงานเขาเต็มๆเป็นครั้งแรกทั้งคู่ อาโออิ มิยาซากิ ผมเคยผ่านตาเธอจาก Su-Ki-Da หนังที่ผม (ทน) ดูได้นิดเดียวก็ต้องปิดเพราะความเอื่อยสุดๆเกินจะรับไหวของมัน ส่วน Nana หนังที่ทำให้เธอโด่งดังผมก็ยังไม่ได้ดูเลยจนวันนี้ (ทั้งๆที่มีแผ่นอยู่) แต่หลังจากที่ได้ดูหนังเรื่องนี้แล้ว ผมคงต้องไปเอาทั้ง 2 เรื่องนี้มาดูในเร็ววันนี้แน่ๆ อาโออิแสดงในหนังเรื่องนี้ได้น่ารักน่าชังมากๆครับ ทุกครั้งที่เธอปรากฏตัว ฉากนั้นจะมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที ไม่น่าแปลกใจเลยเมื่อตอนที่เธอหายไปจากจอในช่วงท้ายๆเรื่อง หนังจะแลดูจืดลงไปด้วยเลย




แต่หนังยังโชคดีที่ ฮิโรชิ ทามากิ คนเดียว ยังประคองหนังเอาไว้ได้อยู่ ก่อนหน้าเรื่องนี้ ผมไม่เคยผ่านตางานแสดงของเขามาก่อน อาจจะแค่เคยเห็นหน้ามาบ้าง (หรือเคยผ่านแต่จำไม่ได้ก็ไม่รู้) แม้ส่วนตัวผมจะรู้สึกว่าเขาไม่ค่อยหล่อเท่าไหร่ แต่เขาก็ทำให้ผมเชื่อได้ว่ามีผู้หญิงถึง 2 คนมารุมรัก ทั้งที่บุคลิกก็ดูแปลกๆ ฮิโรชิฉายเสน่ห์ของตัวละครมาโกโตะออกมาได้ดีครับ โดยเฉพาะรอยยิ้มที่แสนจะจริงใจของเขา ยิ่งช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้มาโกโตะมากขึ้นอีกเยอะเชียว และที่สำคัญ เขาเป็นผู้ชายที่ร้องไห้ได้สวยมาก ในฉากสำคัญที่น้ำตาเขาไหล ผมเองก็เกือบจะเสียน้ำตาตามไปด้วยเช่นเดียวกัน และเช่นเดียวกับอาโออิ หลังจากนี้ผมคงต้องไปหาหนังของเขามาดูเพิ่มแล้ว เพราะติดใจในฝีไม้ลายมือและหน้าตาที่ไม่ (ถึงกับ) หล่อมาก แต่ก็มีเสน่ห์ไม่น้อยทีเดียว

สุดท้ายถ้าจะมีอะไรให้ติอยู่บ้าง คงจะเป็นช่วงท้ายที่หนังดูจะจงใจเล่นกับอารมณ์คนดูจนเกินงามไปนิด และดูฟูมฟายมากไปหน่อย เหมือนพยายามปล่อยหมัดฮุกกะจะน็อกปลายคางหลายหมัดมากไป เลยมีอาการจั่วลมไปไม่น้อยเช่นกัน แต่นั่นคือข้อเสียเล็กๆน้อยๆเท่านั้น ที่แทบไม่เป็นประเด็นสาระอะไร เมื่อเทียบกับความดีที่หนังมีมาตลอดทั้งเรื่อง แม้สุดท้ายมันจะไม่ได้เป็นหนังญี่ปุ่นที่ผมจะจัดเข้าทำเนียบรักมากมาย (อย่างที่ Love Letter,La Maison de Himiko,Hula Girl,Welcome Back Mr.Macdonald,Waterboys,Memories of Matsuko เป็น) แต่อย่างน้อยมันก็ควรค่าแก่การบอกต่อ และแนะนำให้คนที่ชอบหนังแนวนี้ได้ไปหามาดูกัน ส่วนใครจะจัดให้มันอยู่หมวดไหน รัก ชอบ หรือเฉยๆ ก็แล้วแต่ความรู้สึกของแต่ละคน ว่าจะเก็บอะไรที่หนังหย่อนเอาไว้ตามทาง ได้มากน้อยซักแค่ไหน อย่างที่บอกไว้นั่นแหล่ะครับ เก็บได้มากอาจจะซึ้งมาก เก็บได้น้อยก็อาจจะไม่ซึ้งเลย เป็นของธรรมดา





ขอบคุณคลิปยูทูปจากคุณ WaBuRoCkStAr




Create Date : 27 กันยายน 2553
Last Update : 28 กันยายน 2553 5:50:49 น. 12 comments
Counter : 2329 Pageviews.

 
ขอบคุณค่ะ...ชอบอ่านกระทู้แบบนี้จังอ่ะ ^^

จำได้ว่าตอนอยู่ไม่เกินป.4 ป.5 นี่แหล่ะ ชอบดูหนังญี่ปุ่นมากๆ ยุคที่ซีรีย์ญี่ปุ่นบูมในทีวีบ้านเรา...
เรียกว่าติดงอมแงมเหมือนกัน..ไม่ใช่แค่เราคนเดียวนะ..เพื่อนๆ ที่ห้องเรียนก็ดูกันทุกคน...
คุณเกาเหลาเคยดูหนังญี่ปุ่นเรื่อง"สิงห็สาวนักสืบ" มั๊ย?? เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่ทำให้รู้จักซีรีย์ญี่ปุ่น นานมากกกกกกกกกกกก.....
นางเอกเป็นผู้หญิงพี่น้องกัน 3 คน (มีลูกข่างเป็นอาวุธ
นางเอกที่ชื่อ...ยูกิ มินามิโนะ (ดังมากๆ ที่มีไฝตรงปากน๊ะ..จำได้ว่าดังมากๆ เลย)
กระทู้คุณเกาเหลา...มักทำให้คิดย้อนวันวานดีจัง...ขอบคุณค่ะที่ทำให้นึกถึงซีรีย์ญี่ปุ่นที่เคยคลั่งไคล้มากๆ เมื่อนานมาแล้ว

ปล.แอบบอกว่า...ส่วนตัวชอบซีรีย์ญี่ปุ่นมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ จะตามดูตลอดถ้าเอามาฉายทางทีวี..ช่องหอยม่วงยังมีบ้างเน๊อะ




โดย: Blue wide or narrow Way IP: 125.26.19.235 วันที่: 27 กันยายน 2553 เวลา:19:25:13 น.  

 
แก้ไข : ข้างบนชื่อโยโกะ มินามิโนะ (ที่มีไฝนะ) เป็นนางเอกเรื่องสิงห์สาวนักสืบจร้าาาา ^___^


โดย: ิ Blue wide or narrow Way IP: 125.26.19.235 วันที่: 27 กันยายน 2553 เวลา:19:30:32 น.  

 
ทามากิ ฮิโรชิแสดงใน waterboys ด้วยค่ะ แต่คุณเกาเหลาฯ เจ้าของบล๊อคจะนึกออกหรือเปล่าเท่านั้น

ส่วนงานเด่นของเจ้าตัวก็คือ ซีรีส์ที่ปลุกกระแสเพลงคลาสสิคในญี่ปุ่น nodame cantabile

ส่วนอาโออิจัง ลองดูละครประวัติศาสตร์เรื่องยาว Atsuhime ที่ได้ออกอากาศทางทีพีบีเอสค่ะ



โดย: eureka IP: 61.90.28.184 วันที่: 27 กันยายน 2553 เวลา:23:51:28 น.  

 
คุณ Blue wide or narrow Way เราต้องวัยใกล้ๆกันแน่ๆเลยครับ ถึงดูอะไรตอนเด็กๆเหมือนๆกันตลอด

ตอนเด็กๆผมก็ชอบดูซีรีย์ญี่ปุ่นครับ จำได้ว่าเรื่องแรกที่ดูๆนี่น่าจะ โอชิน แล้วกเรื่องอะไรนะที่มี จุง โคชิกะ ที่เล่นวอลเลย์กัน ตอนนั้นเด็กมากๆ

จนมาถึงตอนที่ช่อง 3 เอามาฉายตอนเย็นๆ ก็ต้องกลับบ้านมานั่งดูทุกเรื่อง ตอนที่ช่อง 3 เลิกนี่แทบจะลงแดงเลยนะครับ

ไม่นานมานี้มีคนตั้งกระทู้รำลึกนึกถึงซีรีย์ญี่ปุ่นเก่าๆ ผมไปนั่งอ่าน มันคงจะนานมากจริงๆแล่ะครับ เพราะจำได้นะว่าเรื่องนั้นเรื่องนี้เคยดู แต่อย่าถามว่าเรื่องราวเป็นยังไงนะครับ ลืมไปหมดแล้ว ที่พอจะจำได้มีอยู่เรื่องเดียว สวรรค์ลำเอียง

ส่วนที่เอามาฉายช่อง ไอทีวี ยาวมาทีวีไทยนี่ ได้ดูบ้างบางเรื่องครับ แต่เรื่องที่ชอบสุดแบบจำฝังใจคือ สูตรรักข้าวห่อไข่ ว่าจะเขียนถึงสึกครั้งหนึ่ง เป็นที่ระลึกถึงความประทับใจ

สิงห์สาวนักสืบ นี่ผมรู้จักครับ แต่ไม่เคยดู เคยอ่านเวอร์ชั่นการ์ตูนผ่านๆด้วย มีความรู้สึกว่าการ์ตูนนางเอกหน้าโหดมาก แต่พอเป็นละครแล้ว ทำไมน่ารักจัง(วะ)

ทุกวันนี้เดินผ่านท่าพระจันทร์ยังเห็นร้านแว่นมีรูปนางเอกเรื่องนี้ แต่งชุดนักเรียน ถือลูกข่าง แปะโปสเตอร์ไว้อยู่เลยครับ

คุณ eureka พอบอกอย่างนี้แล้วผมอ๋อขึ้นมาเลย ผมจำไม่ได้จริงๆครับ อีตาหัวฟูๆ มีใฝนั่นน่ะเหรอ พระเอกเรื่องนี้ ดีนะเนี่ยที่จำไม่ได้ตอนที่ดู ไม่งั้น555+ ขอบคุณครับที่ช่วยเตือนความทรงจำ

ซีรี่ย์ทั้ง 2 เรื่องที่บอกผมรู้จักครับ แต่ไม่เคยดูเลย อยากลองหา nodame cantabile มาดูเหมือนกันนะครับ เห็นเขาว่าสนุก และชอบนางเอกด้วย น่ารักดี

ขอบคุณที่เข้ามาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันนะครับ



โดย: เกาเหลาใส่เส้น วันที่: 28 กันยายน 2553 เวลา:6:14:47 น.  

 
เมื่อวานจะลงรูปที่ แคปมา ไฟล์ดันใหญ่ ต้องไปรีไซส์ เพิ่งได้เอามาลง

ขณะที่กำลังแก้บล็อก ลงรูป ข่าวในทีวีบอกว่าคุณย่าโรส แห่งไททานิคเสียแล้ว เป็นข่าวที่ฟังแล้วใจหายเลย ขอแสดงความเสีบใจและร่วมไว้อาลัยมา ณ. ที่นี้ด้วยครับ


โดย: เกาเหลาใส่เส้น วันที่: 28 กันยายน 2553 เวลา:6:17:22 น.  

 
เห็นรูปแหล่ะ...อือ!! นางเอกก่ะพระเอกน่ารักดีอ่ะ ^ ^ (แต่ไม่เคยดูเรื่องนี้หรอกค่ะ...แต่คุ้นกับชื่อไทย และรูปปกอยู่แห่ะ..เหมือนจะเคยผ่านๆ ตาจากร้านขายแผ่นฯ ทั่วไป
ปล.เราคงวัยใกล้เคียงกันจริงๆ อ่ะ...^^


โดย: Blue wide or narrow Way IP: 182.53.67.122 วันที่: 28 กันยายน 2553 เวลา:17:57:38 น.  

 
ซีรีส์ญี่ปุ่นรุ่นหลังมีคุณภาพ สมควรแก่การใช้เวลาดูหลายเรื่องค่ะ

เรื่องที่นำมาออกอากาศทางทีพีบีเอส มักจะคัดสรรเรื่องที่ออกแนวมีสาระประโยชน์ ไม่เน้นแนวรักใคร่ หรือคอเมดี้เท่าไหร่ และกลุ่มผู้ชมอยู่ในวงไม่กว้างนัก




โดย: eureka IP: 58.147.21.152 วันที่: 29 กันยายน 2553 เวลา:12:56:49 น.  

 
เห็นในเฉลิมไทยมีกระทู้ซีรีย์ญี่ปุ่นทางทีวีไทยเรื่องใหม่ เกี่ยวกับพ่อและลูกสาว น่าดูดีเหมือนกันครับ เรื่องสุดท้ายที่ดูนี่คือ Change ก็สนุกมากๆครับ หลังจากนั้นก็ไม่ได้ดูเรื่องอื่นอีกเลยเพราะบางทีกว่าจะกลับถึงบ้านก็มืดแล้ว ไม่รู้วันฉาย แล้วก็ไม่เคยเปิดทีวีด้วย ทำให้พลาดไปหลายเรื่องเลย แต่ดีที่ๆทำงานมีการอัดรายการทีวีไว้ 24 ชั่วโมง ก็เลยกะว่าอาจจะไปเอาแผ่นมาดูย้อนอยู่เหมือนกันครับอยากดูเรื่องอะไรนะ ร้านดอกไม้อะไรสักอย่างเนี่ยแหล่ะครับ เห็นตัวอย่างผ่านตาอยู่





โดย: เกาเหลาใส่เส้น วันที่: 30 กันยายน 2553 เวลา:6:00:01 น.  

 
เขียนละเอียดแบบนี้ ทำให้นึกอยากดูแล้วละค่ะ คงจะดีจริง ๆ แค่เห็นภาพประกอบก็น่าสนใจแล้ว

แต่สไตล์ตัวเองชอบแบบคาวบอย โคบาลแบบนั้นค่ะ อาจจะต่างกันไปนิดนึง



โดย: Ably วันที่: 30 กันยายน 2553 เวลา:15:04:09 น.  

 
แต่เราดูแล้วกลับไม่ค่อยชอบแฮะ
หนังมันเด็ก ๆ เกินจริงไปหน่อย
แต่แอบเห็นด้วยว่าฉากป่ามันสวยจริง ๆ


โดย: ยัยลีลี วันที่: 30 กันยายน 2553 เวลา:21:07:18 น.  

 
คุณเพื่อน....มามะไหร่ ทำไมไม่บอกกันบ้างอ่ะ
เข้าไปทักทายเฉยๆ ใครจะรู้ว่าคุณเพื่อน มาอัพบล็อกแล้วอ่ะ

ขอสไลด์ขึ้นไปอ่านอย่างด่วนก่อนน๊า...แล้วจะเม้นท์มอยคุยด้วยจร้า


โดย: Wonderfulmoon วันที่: 3 ตุลาคม 2553 เวลา:12:37:37 น.  

 
อืมมมมม....เหมือนหนังจะไม่มีอะไรมาก ไปกว่าการให้รู้จักตัวตนของคนที่เรารักมากกว่า ชิมิๆ


แอบเนียนเข้าแก๊งค์เดียวกะคุณโจ๊ก กะคุณนก (Blue wide) ด้วยคนน๊า
ที่ชอบดูซีรีย์ญี่ปุ่น ตอนยังวัยละอ่อนอยู่ (ณ ปัจจุบันยังคงเป็นอยู่นะ )
ชอบดูช่วงเวลา ประมาณ บ่าย 3 ที่ช่อง 3 นำมาออกอากาศน่ะ..จำได้ป่าว ติดหนึ๊บมั่กๆ

อ้อ!!! ถ้าซีรีย์ของญี่ปุ่น ที่ชอบมากๆ ก็เป็น "โดราเอมอน" ไง๊ล๊า...ฮ่าๆๆ (ก็ญี่ปุ่นเหมือนกันหนิ!!)

ชอบที่สุดคงเป็นเรื่อง Freind ที่ญี่ปุ่นกะเกาหลี ร่วมกันสร้างอ่ะ
ที่เคียวโกะ กะ วอน บิน แสดงคู่กันน่ะ จำได้มั๊ย??? รักแบบเพื่อน ใสๆ แต่แอบเศร้าเมื่อต้องจากกัน

อร๊ายยยยย....คล้ายๆ กะซีรีย์ Gun & Grand เลยอ่ะ....มากกว่าเพื่อน แต่ไม่ใช่แฟน...กิ๊วๆๆ
(ขอโปรโมท Love Story ตัวเองในนี้ด้วยน๊า...แอบเนียนขายของอีกแระ)


เมื่อไหร่จะคิดถึงน้องกันของเค้าอีกอ่ะ...จัดมาให้หายคิดถึงหน่อยซิ...คุณเพื่อนเจ้าขา


โดย: Wonderfulmoon วันที่: 3 ตุลาคม 2553 เวลา:12:54:13 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

เกาเหลาใส่เส้น
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ไม่ชอบอ่านอะไรยาวๆ แต่เขียนอะไรสั้นๆไม่เป็น

ใครเผลอเข้ามาอ่านบล็อกนี้ ทนๆเอาหน่อยนะครับ
Sira Chanchuamas

สร้างลิงค์ของโปรไฟล์ในแบบที่เป็นตัวคุณเอง
Group Blog
 
 
กันยายน 2553
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
27 กันยายน 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add เกาเหลาใส่เส้น's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.