Group Blog
 
 
ธันวาคม 2552
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
23 ธันวาคม 2552
 
All Blogs
 
[ เ ชี ย ง ใ ห ม่ ] รั ก ฤ ๅ ผู ก พั น . . . ก็ เ จ็ บ ป ว ด เ ท่ า กั น # ๙ #

 

**คำเตือน** 


เรื่องนี้ . . .


เป็นเรื่องแต่งขึ้นเพื่อสร้างความบันเทิง


ไม่เกี่ยวข้องกับ  บุคล  แต่อาจเกี่ยวพันกับสถานที่ 


หรือเหตุการณ์ใด ๆ ที่เกิดขึ้นในบรรณภิภพนี้


ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณในการอ่านอย่างมากถึงมากที่สุด


ปล. เป็นเรื่องแต่งมิได้เกี่ยวข้องใด ๆ ต่อ เจ้าของบล๊อก





ต อ น ที่   ๙






Free TextEditor

สำหรับคนที่เคยกะเวลาไปไหนมาไหนได้ พอมานั่งรถเมล์หรือรถตู้ มันลำบากมาก ผมต้องปรับตัว เพื่อที่จะตื่นเช้ากว่าเดิม บางครั้งต้องทนแออัดไปบนรถเมล์ที่แน่นขนัดไปด้วยผู้คน เพราะช่วงเช้ารถขาดช่วง อีกมากมายสารพัดที่ผมต้องทนลำบาก

แต่ . . . ผมมิเคยปริปากบ่น

ผมขอแค่ . . .

. . . คนที่ผมรักปลอดภัย

เท่านี้ผมก็มีความสุขแล้ว มันอาจเป็นเรื่องเล็ก ๆ สำหรับคนอื่น ๆ หากผมกลับคิดว่า การที่เราเอาใครมาอยู่ด้วย สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความปลอดภัยของคน ๆ นั้นมากกว่า

สิ่งที่ผมทำ . . .

น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้ว ในห้วงเวลานี้ ทางเดียวที่จะทำให้ผมรู้สึกสบายใจมากกว่าที่จะคอยห่วงหาว่าโกเมศวร์จะกลับมาถึงบ้านอย่างปลอดภัยมั้ย

อย่างน้อยที่สุด . . .

ผมใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ นานกว่าโก และผมก็สามารถที่จะต่อรถเมล์ไปไหนมาไหนได้มากกว่าโกเสียอีก เพราะมันแทบไม่รู้จักที่อื่นเลยนอกจาก โรงเรียน บ้าน เดอะมอลล์ สวนจตุจักร ถ้าเอามันปล่อยไกลกว่านี้ มันหลงแน่ ๆ

สิ่งที่เรียกว่าความลำบาก . . .

หากผมมองในอีกมุม มองไปอีกด้านของเหรียญ ที่เราไม่อาจมองเห็น มันดีเสียอีก ที่จะได้มีเวลาอยู่กับเพื่อนมากขึ้น ทำไมนะหรือ ก็มีเวลามารอรถเมล์กับเพื่อน อะไรทำนองนี้

ผมมองเรื่องลำบาก . . .




. . . เป็นเรื่องสนุกสนาน

มันดีนะ . . .

ผมว่า มุมที่เราไม่เคยมอง หรือมุมที่เราเห็นว่ามันแย่ มันแย่เพราะเราคิดว่าแย่หรือเปล่า หากทำไมเราไม่มองให้มันเป็นเรื่องธรรมดาล่ะ ผมน่ะ ปรับสภาพตัวเองได้ง่ายเสมอ เพราะผมไม่ยึดติดกับสิ่งของนอกกาย

แล้ว . . .

เรื่องของหัวใจล่ะ . . .

ผมไม่รู้เลย ว่าสิ่งที่ผมทำ มันจะกลายเป็นเหมือนเส้นด้าย ที่ค่อย ๆ พันกันเป็นเกลียวเชือก นับวันมันยิ่งแน่น ยิ่งเหนียว จนกลายมาเป็นสิ่งที่เราเรียกว่า . . . ความผูกพัน

ความผูกพัน . . .

. . . มันฝังแน่นกว่าความรัก

คนรักกัน . . .

หากหมดรัก ก็ห่างหาย

แต่ . . .

ความผูกพันนั้นเจ็บปวด มันไม่เลือนหาย มันยังคงติดกับตัวเรา ทั้ง ๆ ที่เราไม่มีความรู้สึกใด ๆ กับคนที่เรารักแล้ว แต่ทุกครั้งที่เราเห็น หรือเราได้เจอกับสถานที่ กับสิ่งที่คนที่เรารักชอบ เราจะคิดถึงมัน

ความผูกพัน . . .

มันค่อย ๆ ซึมซับเข้ามาในหัวใจของผมอย่างช้า ๆ เหมือนลมหนาวที่ค่อย ๆ แทรกเข้ามา กว่าที่ผมจะรู้ตัวมันก็สายไปเสียแล้ว . . .

สายเกินไป . . .

คำนี้ ไม่เคยอยู่ในสองผมเลย ผมไม่เคยคิดว่าคนที่ผมรักจะทำกับผม เพราะผมคิดเสมอ ผมไม่ทำร้ายใครก่อน เขาเหล่านั้นคงไม่ทำร้ายผม แต่ผมคิดผิด เพราะคนเรามีห้วงระยะเวลาของมัน

ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับเวลา . . .

เวลา . . .

. . . ที่เป็นทั้งผู้สร้าง และ ผู้ทำลาย . . .

ปิดเทอมคราวนั้นผมไม่ได้กลับไปปาย ผมอยู่ที่กรุงเทพฯ เพราะผมมีเวลาอีกแค่เทอมเดียวเอง แล้วผมก็จะจบ ช่วงเวลาที่ห่างจากกัน ผมคิดถึงมันเหลือเกิน แม้ว่ามันจะเป็นฝ่ายโทรมาหาผมแทบทุกวัน





. . . แต่ผมก็รู้ เสียงที่ได้ยิน มันเทียบกันไม่ได้ กับที่ผมได้อยู่กับมัน

แบบนี้ . . . เขาเรียกว่าอะไรหรือ ?

มันกลับไปบ้านแค่สิบกว่าวัน . . .

. . . ผมแปลกใจแต่ไม่ได้ถามมัน . . .

ผมอยากให้มันเดินเข้ามาหา มาคุยกับผมมากกว่า แต่ในเมื่อมันไม่เล่า ผมไม่ถาม เพราะผมคิดเสมอ ผมมีอะไร ผมคุยกับมันตลอด ผมอยากให้มันเดินมาคุยกับผม เพราะผมเป็นคนเดียวที่จะรับฟังมันได้ทุกเรื่อง

คืนแรก . . .

โกมันกลับมา มันมานอนกอดผมเอาไว้ ผมแปลกใจนะ เพราะปกติแล้ว ผมจะเป็นฝ่ายนอนกอดมันมากกว่า

“เป็นอะไร หนาวหรือ”

“ปล่าวครับ” มันตอบ แต่มันกลับเบียดร่างมันเข้าหาผม

“ผลสอบออกยัง”

“วันพฤหัสฯ หน้า เขาประชุมผู้ปกครองด้วยนะพี่อาร์ม ลงทะเบียนด้วย พี่ว่างมั้ย”

“ว่างดิ ยังไงก็ต้องว่าง โกบอกพี่ไว้รอบนึงแล้ว”

“พี่อาร์ม . . .” มันเรียก ก่อนซุกหน้าลงที่อกผม

ผมรู้สึกดีนะ ที่มีคนมานอนกอดผมเอาไว้ แล้วยิ่งมันเป็นอ้อมกอดของคนที่ผมรักสุดหัวใจอีก ผมไม่อยากบอกหรอกว่าในเวลานั้นผมมีความสุขมากมายขนาดไหน มันอาจเป็นที่สุดของชีวิตผมก็ได้

ความสุข . . .

. . . ที่ผมเอามันมาปลอบประโลมใจผมทุกครั้งยามผมอ่อนแอ ในเวลาที่อ่อนล้า ความสุขในวันเก่า ๆ จะกลับมาเตือนหัวใจผมเสมอ

หาก . . . ไม่มีความสุขในวันที่ผ่านมา

ป่านนี้ . . .

. . . ผมอาจมีแค่ชื่อฝากไว้บนโลกนี้ก็เป็นได้

“ทำไมพี่ดีกับผมเหลือเกิน ดีกว่าพ่อผมเสียอีก พ่อผมยังไม่เคยสอนผมเลย พี่อาร์ม นอกจากแม่แล้วผมก็มีแต่พี่นั่นแหละที่ห่วงผม”

มันพูด แต่ทำไม ผมกลับรู้สึกจุกที่อก . . .

. . . มันเห็นผมเป็นเหมือนแสงสว่างของมัน . . .

แล้วผมล่ะ ?




ทำไมผมรักมันแบบน้องไม่ได้ ผมทำใจรักมันแบบที่ผมรักไอ้โอ๋ไม่ได้หรือ ความรักที่อยากเห็นคนที่เรารักมีความสุข ไม่ใช่ความรักแบบที่ผมอยากจะครอบครองมันเอาไว้แบบนี้ ทำไมผมมันเห็นแก่ตัวได้ขนาดนี้ น้ำตาผมไหล . . .

ผมเกลียดตัวเอง . . .

ความคิดผมมันต่ำ ผมรักมันตรงไหน ตรงหัวใจ หรือร่างกายของมัน ทำไมผมถึงต้องคิดชั่ว ๆ กับมัน กับคนที่มันมองผมเหมือนคนที่ให้ชีวิตมัน

“ห่วงสิ อาร์มเป็นน้องพี่” ผมปดมัน ผมเลวนะ ทั้ง ๆ ที่หัวใจผมบอก คนที่อยู่ในอ้อมกอดผมตอนนี้ คือคนที่ผมอยากใช้ชีวิตด้วย . . .

“ถ้าพี่เป็นพี่ผมจริง ๆ ก็ดีสินะ”

ผมไม่ตอบ ได้แต่กอดมันแน่นขึ้น ผมจูบที่หน้าผากมันเบา ๆ ก่อนที่จะกอดมันเอาไว้ แค่นี้ล่ะมั้งที่ผมมีสิทธิ์

ถึงความต้องการทางร่างกายผมจะมาก . . .

แต่ . . .

. . . ผมไม่เคยคิดหักหาญน้ำใจมัน ผมรักมันมากเกินกว่าที่จะให้มันมองผมเป็นตัวอะไร สิ่งที่ผมทำไปทั้งหมด ผมไม่เคยคิดมาก่อน มันจะกลับมาเป็นหอก ดาบ ที่ฟาดฟันผม จนแทบจะเอาชีวิตไม่รอด



วันที่มันประชุมผู้ปกครอง ของเทอมที่สอง ผมก็ไปตามปกติ เพราะผมคือผู้ปกครองของมัน วันนี้ ทุก ๆ อย่างที่ผมสงสัย มันค่อย ๆ คลายออกมา ผมเพิ่งรู้ . . .

สาเหตุที่มันต้องกลับมาก่อน . . .

. . . วันนั้นป้าภาโทรเข้าเครื่องผม

“น้องอาร์ม ฝากน้องโกด้วยนะ”

“ป้าภา อะไรครับ พูดอะไรนะครับ” ผมงง เพราะแกเล่นพูดมาแบบที่ผมไม่ทันตั้งตัว

“อย่าทิ้งน้องนะอาร์ม ป้าไม่ไหวแล้วน้องอาร์มเอ้ย ป้าจะไปไหนสักแห่ง อย่าทิ้งน้องนะน้องอาร์ม สงสารน้องมัน ป้าเห็นจะมีแต่น้องอาร์มนี่แหละที่พอจะฝากฝังได้” เสียงป้าภาเหมือนคนที่ร้องไห้มา แล้วแกก็ตัดสายทิ้งไป

ผมยืนนิ่ง . . .

งงยิ่งกว่าไก่ตาแตก มันเกิดอะไรขึ้นหรือ มีอะไรที่ผมยังไม่รู้ใช่หรือไม่ แล้วทำไมโกไม่บอกผม มีเรื่องอะไร ทำกไมมันไม่พูดกับผมให้เป็นเรื่องเป็นราว




ผมพยายามโทรกลับตามเบอร์ที่โชว์ แต่มันไม่สามารถติดต่อได้ อาจเป็นเบอร์ตู้ ผมยืนงงเหมือนปลาช่อนที่โดนทุบหัว

มันเกิดอะไรขึ้น . . .

“พี่อาร์ม ต้องลงทะเบียนด้วย เงินไม่พอ แต่ผมขอเขาจ่ายแค่ครึ่งนึงก่อน” มันเดินมาหาผม ในเวลาที่ผมยังตั้งสติไม่ได้

หน้าตามัน . . . อมทุกข์

สมองผมตอนนั้นมันเบลอ ๆ ผมยังตั้งตัวไม่ทัน นี่มันเรื่องอะไรกันหว่า ป้าภาแกมีเรื่องราวอะไรที่คับอกคับใจมากมายขนาดนั้นหรือ

ผมมองหน้าโกเมศวร์มัน สงสารมันจับใจ มันรู้เรื่องอะไรหรือเปล่า ?

คำถามที่มันเกิดขึ้นในหัวใจของผม แล้วมันรู้เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดหรือไม่ ถ้ามันรู้เรื่อง ทำไมมันไม่บอกผมตั้งแต่ทีแรก เพราะหากมันบอกผม ผมจะหาทางแก้ไขได้ทันท่วงที ไม่ใช่มาบอกเอาตอนเวลาจวนเจียนเช่นนี้

“”อ้าว แม่ไม่ได้ให้มาหรือ”

“แม่หนีไปไหนไม่รู้พี่อาร์ม เหลือแต่น้าส้ม แกมาคุมรีสอร์ทแทนแม่ แกบอกแขกน้อยให้มาห้าพันเอง พ่อก็ไม่เคยสนใจ ไปขลุกอยู่กับ . . . ” มันนิ่ง แววตามันแดง ๆ

“เออ รู้แล้ว ไม่ต้องพูดก็ได้ ถ้าลำบากใจ”

ผมหรือ . . .

. . . เพิ่งประจักษ์แจ้ง คอแห้งเป็นผุยผง

แค่น้ำลายที่จะกลืนลงคอมันยังยากเย็นเสียเหลือเกิน มันตืบตันไปหมด ผมอยากดึงมันมากอดเอาไว้ สงสารมันจับหัวใจ แววตามมันเศร้า ร้าวลึก แต่ผมทำไม่ได้ ในสถานที่แบบนั้นผมทำได้อย่างไร

“แล้วเขาหมดเวลาลงทะเบียนกี่โมง”

“สามโมงเย็นครับ”

ผมยกข้อมือนาฬิกาดู ยังไม่เที่ยงเลย ยังพอมีเวลา แต่ผมจะทำยังไง ในเมื่อผมเองก็เพิ่งลงทะเบียนไป เงินที่ผมมี ไม่ถึงสามพัน ผมต้องใช้อีกอาทิตย์กว่า ๆ เสียด้วย ถึงโรงเรียนของมันจะให้ผ่อนจ่ายก็เหอะ แต่ยังไม่รู้เลย แม่มันจะกลับมาวันไหน

“อาร์มไปซื้อน้ำให้พี่หน่อย หิวน้ำ” ผมส่งเงินให้อาร์ม แค่มันเดินลับตาไปเท่านั้น ผมกดโทรศัพท์

“ไอ้โอ๋เหรอ ทำไรอยู่ว่ะ”




“อยู่บ้าน มึงมีไรเสียงไม่ค่อยดีเลย” ไอ้เพื่อนรัก มันจับความรู้สึกได้เสมอ เพราะมันกับผมประเภท มองตาก็รู้ใจ

“กูมีเรื่องใช้เงินว่ะ ไม่กล้าโทรขอพ่อ แกเพิ่งโอนมาเมื่ออาทิตย์ก่อนเอง”

“มึงจะเอาวันไหน เท่าไหร่ว่ะกูพอมี”

“วันนี้ ก่อนบ่ายสาม ห้าพัน”

“เหี้ยแร่ะ กูมีพันสอง”

พันสองของมัน กับสามพันกว่าของผม มันพอเสียที่ไหน ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ จะทำยังไงดี

“ไม่พอว่ะ ทำไงดีว่ะ” ผมเริ่มร้อนรน

“เอาทองกูไปจำก่อน บาทนึงได้หกพันกว่า พอน่า” มันบอกกลับมา

“เฮ้ย ไม่ดีมั้ง”

“ไอ้เหี้ยนี่ มึงเดือดร้อน แล้วกูก็ไม้ได้ใช้ทองทำอะไรด้วย มึงจะมาลีลาหาหอกอะไรว่ะ”

“แต่กูเกรงใจมึง”

“ไอ้เหี้ยอาร์ม แล้วมึงจะโทรหากูทำหอกอะไร ถ้ามึงไม่เอา มึงจะโทรมาหากูทำพ่อมึงเหรอ มึงบอกกูมาจะให้กูเอาไปให้ที่ไหน เดี๋ยวกูออกไปตึ้งไว้ที่หน้าร้านปากซอย”

“ขอบใจนะมึง อยู่โรงเรียนไอ้โก มันทำตังค์หาย ต้องลงทะเบียน”

ผมโกหกเพื่อน ผมรู้มันเป็นบาป แต่ผมจะทำอย่างไรในสถานการณ์เช่นนี้ ผมจำเป็นที่ต้องโกหก ผมโกหกเพื่อนที่ผมรักมากที่สุดในชีวิต เพื่อนที่มันนั่งข้าง ๆ ผม ในวันที่คนที่ผมรักมากที่สุดเดินจากผมไป . . .

คนเดียวที่เข้าใจผมเสมอ . . .

. . . มันไม่เคยทิ้งผม ไม่เคยเลยสักครั้ง . . .

“เสือกไม่บอกทีแรก ทำมาลีลา น้องมึงก็เหมือนน้องกูแหละ เรื่องแบบนี้เสือกจะเล่นตัวอีก รอที่นั่นนะมึง อีกไม่เกินชั่วโมง”

ผมได้แต่หลับตานิ่ง . . .

สมองโล่ง ยิ้มออกมาอย่ามีความสุขที่สุด อย่างน้อยผมก็มีเพื่อนที่ดี ผมสัมผัสได้ถึงความห่วงใยที่มันมีให้ผม ให้คนที่ผมรัก มันดีกับผมจนผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าในชีวิตนี้ ผมจะหาเพื่อนแบบมันได้อีกที่ไหน

ผมอาจจะโชคดีกว่าคนอื่น ๆ ตรงที่ผมมี . . .

. . . เพื่อนแท้ . . .

เพื่อนแบบนี้ . . .

ขอคนเดียวในโลกก็เพียงพอ . . .




เรื่องลงทะเบียนของมันหายห่วง เพราะได้อัศวินขี่ม้าขาวมาช่วย ไอ้เพื่อนรักของผม หากไม่มีมัน ผมไม่รู้เหมือนกันว่า ในเวลานั้นผมจำทำอย่างไร แถมด้วยข่าวดีของโก . . . เทอมแรกของมัน มันเรียนได้ ๓.๗๖ ผมยิ้มกว้าง ผมช่วยคนผิด อย่างน้อยสิ่งที่ผมทำลงไป มันทำให้ผมมีแรงที่จะทำต่อไปอีก

ผลการเรียน . . .

. . . คือสิ่งเดียวของมันที่ทำให้ผมยิ้มได้

สำหรับคนที่ทิ้งไปสองปี การกลับมาเรียนแล้วทำได้ดีขนาดนี้ ถือว่าเป็นผลการเรียนที่เยี่ยมยอดที่สุดแล้ว เพราะผมเองยังไม่เรียนได้เท่ากับที่มันเรียนเลย ผมยิ้มกับตัวเอง อย่างน้อยที่สุดต้นไม้ที่ผมปลูก มันเริ่มมีทีท่าว่าจะเติบโตเป็นต้นไม้ที่งดงาม

ผมเหมือนคนปลูกต้นไม้ . . .

. . . ยิ้มเมื่อเห็นมันแตกกิ่งก้าน

หาก . . . ความรู้สึกส่วนลึกของผม รักมันมากกว่าน้อง ความรู้สึกนั้นผมยังลบมันไปจากหัวใจไม่ได้ ผมยังอยากมีความต้องการแบบนั้นอยู่ตลอดเวลา เพียงแต่ผมข่มมันเอาไว้

เก็บมันเอาไว้ให้ลึกมากที่สุด . . .

ผมต้องเฝ้ามองโก . . .

. . . ดูแลมันให้ดีที่สุด ตอนนี้มันเหมือนแก้วที่เปราะบาง มันไม่มีใครอีกแล้ว ป้าภาหายไปไหน ไม่มีใครรู้ โกมันเหมือนเรือที่ลอยท่ามกลางพายุใหญ่ สภาพเรือจะประคองให้ผ่านพ้นพายุได้อย่างไร ผมยังมองไม่เห็นทาง ผมสงสารมันจับหัวใจ

ผมทำได้แค่นอนกอดมันเอาไว้ . . .

มีหลายครั้งที่มันนอน แล้วเผลอละเมอหาแม่ มันอาจจะฝัน ในฝันของมัน ที่เดียวที่ผมเข้าไปไม่ได้ น้ามันส่งเงินมาให้ตามมีตามเกิด . . .

. . . ครั้งละพัน

สองพัน . . .

มันเพียงพอเสียที่ไหนสำหรับคนที่กำลังเรียน การเรียนสิ่งที่สำคัญคือเงิน ไม่มีเงินลำบาก ค่าที่อยู่ที่กิน ค่าอะไรอีกมากมายสารพัด. . .

สิ่งที่ผมทำได้ . . .

. . . แอบโอนเงินเข้าบัญชีมัน

เพราะถ้ามันรู้ . . .




มันคงไม่รับเงินของผม นี่แหละ สิ่งที่ผมทำลงไป ผมนึกถึงเรื่องนี้ทีไร ความรู้สึกมันอัดแน่น ผมทำอะไรลงไป ถ้าในเวลานั้น ผมไม่ใส่เงินไปในบัญชีมัน ชีวิตมันจะได้เรียนต่อหรือ ?

และถ้ามันไม่ได้เรียนต่อ . . .

วันนี้ . . .

. . . ทั้งมันและผมคงไม่ต้องเจ็บปวดแบบนี้ . . .

แต่ . . .

เราไม่สามารถย้อนกลับไปวันเวลาเดิม ๆ ได้ ผมจึงทำได้แค่ เก็บเอาความทรงจำที่เริ่มเลือนหาย มาปะติดปะต่อใหม่ อย่างน้อยที่สุด มันคือคนที่ผมรักมากที่สุด มันคือคนเดียวที่มันให้ผมยิ้มกว้าง และเสียน้ำตามากที่สุดเช่นเดียวกัน

เทอมนั้นผมพูดได้เต็มปาก . . .

. . . น้ามันโอนเงินมาให้มันแค่ห้าพัน . . .

สี่เดือน . . . มันได้ใช้เงินจากที่บ้านมันเท่านั้น เพียงพอหรือกับค่าครองชีพในเมืองใหญ่ เมืองที่เป็นศูนย์กลางของประเทศ

ผมไม่เคยบอกมัน . . .

ไม่เคยปริปากที่จะถามหรือเอ่ยเรื่องเงินให้มันรู้ เพราะผมรู้ดี ไม่อยากให้น้องมันลำบากใจไปมากกว่านี้ เท่าที่เป็นอยู่ในตอนนี้ มันก็ตัวลีบ ผมมองสายตามันออก มันเกรงใจผม

ป้าภายังคงหายลับเข้ากลีบเมฆ ไม่มีใครรู้ ผมรู้ว่ามันเองก็คิดถึงแม่ แต่ผมจะช่วยมันได้อย่างไร ผมทำได้แค่ คอยประคองมัน ให้ผ่านช่วงเลวร้ายนี้ไปให้ได้ ช่วงที่มันเลวร้ายที่สุด ผมจะทิ้งมันได้อย่างไร

. . . มันคือหัวใจของผม . . .

ผมหวังแค่ว่า . . .

หากชีวิตผมเจอเรื่องเลวร้าย . . .

. . . อาจพอจะมีสักมือที่ประคองผมบ้าง?

หลายคนอาจมองว่าผมรักมันหรือหลงมัน ผมเหมือนคนโง่ที่ทำไปแบบนั้น แต่ผมบอกแล้วสำหรับผม ถ้าผมรักใครสักคน ผมไม่สนหรอกว่าชีวิตผมจะเป็นอย่างไร ผมรู้แค่ว่า ชีวิตคนที่ผมรักต้องมาก่อน . . .

เรื่องของผมกับโก . . .

มันแค่เริ่มต้น . . . มันยังมีอีกมากมายที่ผมเจอ หนทางข้างหน้ามันมีอะไรอีกเยอะแยะ ที่ผมเองเมื่อย้อนไปมอง ผมยิ้มหยันตัวเอง ทำไมผมทำไปแบบนั้นได้ ผมทำไปได้อย่างไรกัน




ถ้า . . .

ผมมีชีวิตเพื่อความรัก . . .

. . . นั่นคือรักครั้งแรก

และมันจะเป็นรักครั้งเดียวในชีวิต . . . ผมสาบาน

ผมตาบอดเพราะความรัก หากผมจะต้องตายไป โดยไม่มีมันอยู่ข้าง ๆ แต่ผมจะยินดี และยิ้มได้ก่อนตาย ว่าอย่างน้อยในชีวิตนี้ผมรู้จัก . . . ความรัก

ผมเรียนจบ . . .

. . . สิ่งแรกที่ผมต้องทำ

หางานทำ . . . และต้องได้งานอย่างเร็วที่สุด ผมโชคดี ไอ้แดนมันมีญาติเป็นเจ้าของสายการบิน . . . บูติคแอร์ไลน์

ภาษาผมก็จัดในขั้นดี . . .

. . . โทอิคหกร้อยปลาย ๆ เพียงพอที่จะเป็นใบเบิกทาง . . .

แถมจบการโรงแรมและการท่องเที่ยว เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ไม่ยากเลยกับรอบ ๆ ตัวที่ผมมี ผมได้เปลี่ยนจากชุดนักศึกษามาเป็นชุดพนักงานเพียงแค่ไม่เกินเจ็ดวันที่ก้าวผ่านรั้วมหาวิทยาลัย

ผมรู้ . . .

ในเวลานี้เงินสำคัญมากที่สุด . . .

ผมจำเป็นต้องใช้เงินมากพอสมควรในแต่ละเดือน อย่างน้อย ไม่ใช่แค่ผมคนเดียว ที่ต้องใช้ ผมยังมีภาระอีกที่ผมต้องรับผิดชอบ

ชีวิตของอีกคน . . .

. . . บูติคแอร์ไลน์ . . .

“ทำไมไม่สมัครสจ๊วตล่ะพี่อาร์ม อย่างพี่อาร์มนะได้แน่ ๆ สมัครทำไมแค่กราวน์”

“สจ๊วตเหรอ อี๋ ไม่เอา ไม่อยากเป็น เกลียดที่สุดในชีวิต ถ้าเลือกได้ ไม่ขอเป็น ไม่เด็ดขาด ให้มันเป็นทางเลือกสุดท้ายเหอะไอ้อาชีพนั้นน่ะ อีกอย่าง ไม่อยากห่างโก ไปบินทีนึงหลายวัน เป็นห่วงโก”

“เงินดีออก”

“ถูกเงินดี ถึงพี่อยากมีเงิน แต่เงินสำหรับพี่ ไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต หากมีเงิน แต่ไม่มรความสุข โกว่าโกอยากมีเงินไหม”

“ไม่หรอก ผมอยากมีความสุขมากกว่าอยากมีเงิน”

“อืม ดีแล้ว ไว้วันไหน พี่ไม่อยากมีความสุขพี่จะไปเป็นสจ๊วต ไปทรมานตัวเองเล่น ๆ ดีมั้ย” ผมยิ้มให้มัน




ถ้า . . .

ผมรู้อนาคตตัวเอง . . .

บูติคแอร์ไลน์ สอนอะไรผมหลายอย่าง ที่ไม่มีในตำราเรียน ภาพที่หลายคนมองสวยหรู อาจจะไม่ใช่สิ่งที่หลายคนมอง เบื้องหน้าชุดที่สวยงาม หากแต่ในการทำงานแล้วมันไม่ใช่อย่างที่คิด ผมต้องทำงานที่เรียกว่า แทบจะทุกอย่าง . . .

. . . นั่งเคาน์เตอร์เช็คตั๋วเดินทาง คอยรับหน้ากับลูกค้าที่จองมาเป็นเครื่องไอพ่น หากเวลาบินจริงคนน้อย ไม่คุ้มการบิน เปลี่ยนมาเป็นเครื่องใบพัด ลูกค้าโวยวาย ผมต้องทนยิ้ม คอยแก้ไขปัญหา สารพัดที่ผมเจอ . . .

บางวันรับเครื่อง ส่งเครื่อง เครื่องดีเลย์ดึกดื่น กว่าจะกลับถึงบ้านเหนื่อยสายตัวแทบขาด แต่ผมต้องอดทน . . . ยังไม่ถึงเดือนเอง จะลาออกได้อย่างไร

สิ่งที่ทำให้ผมยิ้มได้ คือเสียงโทรศัพท์จากคนที่ผมรัก . . .

“เหนื่อยมั้ยพี่ ผมคิดถึงพี่นะครับ”

ผมยิ้มได้ สู้กับงานได้ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงนี้ เสียงที่เป็นกำลังใจให้ผมในทุกครั้งยามผมอ่อนล้า มันเหมือนแรงับมหาศาลยามที่ผมอ่อนล้า ผมรู้สิ่งที่ได้มา มันคุ้มค่ากับสิ่งที่ผมกระทำลงไป

ผมไม่ได้มีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง . . .

แต่ . . .

ผมอยู่ได้เพราะคนที่ผมรัก ผมอยากยืนอยู่เพราะความรักเท่านั้น ผมไม่รู้เหมือนกันสิ่งที่ผมทำ มันจะมีค่าต่อความรู้สึกของอีกคนบ้างไหม แต่สำหรับผมแล้ว มันคือสิ่งที่ดีที่สุดที่ผมได้เจอ

ถ้า . . .

. . . พ่อกับแม่ คือสิ่งที่ผมรักเท่าชีวิต

โกเมศวร์ . . .

. . . คือสิ่งที่ผมต้องดูแลและหวงแหนเท่าชีวิต . . .

ผมยึดถือมันเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต โดยที่ผมเองก็ไม่รู้ นั่นคือการสะสมความเจ็บปวด เพราะเมื่อวันนึง วันที่ต่างฝ่ายต่างมีชีวิตเป็นของตนเอง วันนั้นคือวันที่ผมต้องเจ็บปวดปานขาดใจ

สามปีแล้ว . . ที่ผมรู้จักกับมัน

เป็นสามปีที่ผมมีความสุขมาก . . .

. . . และผมรู้ สองในสามปี ผมไม่เคยทำอะไรเพื่อตัวเอง ผมทำทุกอย่างเพื่อมัน คนที่ผมบอกกับตัวเองเสมอ . . . มันคือหัวใจของผม

ผมกลับไปปายอีกครั้ง . . .




สามเดือนหลังจากที่ผมได้งานทำ ผมมีเวลาว่างสี่วัน เป็นสี่วันที่ผมต้องใช้อย่างคุ้มค่า มีอะไรบางอย่างรอผมที่นั่น . . . ที่แรกที่ผมเจอหัวใจตัวเอง

ทุกอย่างดูเปลี่ยนไป ดูแปลกตา รีสอร์ทของบ้านโกดูโทรมลง พ่อของโก เข้ามาดูแลมากขึ้น อาจเพราะน้าส้มแกเก็บเข้าพกเข้าห่อตัวเอง มากกว่าที่จะเก็บเข้ากองกลาง โกเหมือนจะช่วยงานที่บ้านมากขึ้น คอยดูแลลูกน้อง จ่ายเงินที่ค้างจ่าย

แต่ . . .

. . . ฤดูร้อนไม่ใช่ไฮน์ซีซั่นของที่นั่น . . .

“อะไรหรือน้องอาร์ม” ลุงโกมลมองซองขาวที่ผมวางเอาไว้บนโต๊ะ

ผมมองหน้า ยิ้มเหมือนเคย . . .

ผมกำลังทำในสิ่งที่ผมไม่รู้เหมือนกันว่าผิดหรือถูก ผมไม่รู้เหมือนกันว่าผมกำลังทำสิ่งที่ดีหรือแย่กันแน่ แต่มันจำเป็นต้องทำ ทางเดียวที่จะทำให้อะไร ๆ มันดีกว่าที่เป็นอยู่

“ลุงมลดูเองนะครับ”

“ลุงรับไม่ได้”

แกเลื่อนซองนั้นกลับมา เมื่อเปิดมองดูมัน แกมองหน้าผม ผมรู้สึกผิดยังไงไม่รู้ บางทีสิ่งที่ผมทำ ผมมองแค่ตัวเอง ไม่เคยมองความรู้สึกของคนอื่น ๆ ก็เป็นได้

“ผมไม่ได้ให้ลุงครับ แต่อยากให้ลุงให้น้องโกมัน” ผมยิ้ม

“ลุงพอมี” เสียงแกแหบแห้ง

“ลุงมล ผมไม่ใช่คนอื่นนะครับ ผมรู้เหมือนที่ลุงรู้ อะไร ๆ ในบ้านผมรู้ทั้งนั้น แล้วลุงบอกผมเองว่ารักผมเหมือนลูก ถ้าลูกจะช่วยพ่อ จะช่วยน้องมันไม่ผิดไม่ใช่หรือครับ” ผมจ้องหน้า

“แต่พ่อที่ไหนจะเอาของลูก”

“ไม่ได้เอานี่ครับ พรุ่งนี้ผมจะกลับแล้ว โกมันก็ต้องไปเรียน แล้วที่ผมรู้ ค่าเทอมมันเกือบเก้าพัน ลุงอย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้นะ ผมอยากให้น้องมันไปเรียนโดยความสบายใจ”

“ทำไมต้องทำแบบนี้น้องอาร์ม”

“ดีที่สุดแล้วครับ โกมันรู้สึกไม่ค่อยดีกับลุงเท่าไหร่ สิ่งที่ผมทำดีที่สุดแล้วครับลุง พรุ่งนี้ลุงค่อยให้โกมันก็ได้ อย่างน้อย ดีกว่าที่ผมจะให้โกเอง แบบนั้นมันจะรู้สึกแย่ไปหมด ผมเอามันไปเรียน ผมอยากให้มันเรียนจนจบ ไม่ใช่ไปเรียนแค่ปีกลับมาอยู่บ้าน อายคนแถวนี้เปล่า ๆ นะครับลุงรับเอาไว้” ผมเลื่อนซองนั้นกลับไปที่ลุงมล

“ขอบใจนะอาร์ม ขอบใจจริง ๆ”

ผมเห็นแววตาของคนเป็นพ่อที่คลอเบ้าตาอยู่นั้น ผมว่าผมทำไม่ผิด อย่างน้อยสิ่งที่อยู่ในซองนั้น ซื้อความรู้สึกที่ไม่ดี ที่ลูกมองพ่อได้ แถมยังส่งผลให้ลูกได้มีโอกาสเรียนต่อ




ผมยืนยัน . . .

. . . หากผมย้อนเวลาได้ ผมก็จะทำ ทำในทุก ๆ เรื่องเหมือนที่ผมเคยทำ เพราะผมคิดว่า สิ่งที่มันเกิดขึ้นมาเป็นบทเรียนราคาแพง ที่ผมหาซื้อไม่ได้ในชีวิตนี้

เช้าวันรุ่งขึ้น . . .

. . . ผมได้เห็น

ภาพที่ทำผมน้ำตารื้น . . . โกมันโผเขากอดพ่อมันเอาไว้ ความรัก ความบาดหมางมันพังทลายลง สิ่งที่ผมทำ มันเป็นความลับระหว่างผมกับพ่อของโกเมศวร์ ความลับที่มันติดอยู่กับผม

มันคือระเบิดเวลา . . .

. . . คือภูเขาไฟที่คุกรุ่นรอวันระเบิด . . .

ผมก็เหมือนคนเลว ๆ คนนึงที่เห็นแก่ตัวเองมากกว่า ผมทำไปเพื่อตัวผมเองใช่คนอื่น แค่แอบอ้างว่าทำไปทั้งหมดเพื่อคนที่ผมรัก แต่แท้จริงแล้ว ผมอาจทำทุกอย่างเพื่อตัวเอง

เพื่อ . . . ให้ได้อยู่ใกล้ ๆ คนที่ผมรักเท่านั้นเอง





Create Date : 23 ธันวาคม 2552
Last Update : 23 ธันวาคม 2552 15:03:54 น. 1 comments
Counter : 254 Pageviews.

 
รอตอนต่อไปอยู่นะจ๊ะ


โดย: ผักกาด IP: 58.137.0.162 วันที่: 28 ธันวาคม 2552 เวลา:10:07:34 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

นนท์ปวิชญ์
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add นนท์ปวิชญ์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.