Group Blog
 
 
ธันวาคม 2552
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
10 ธันวาคม 2552
 
All Blogs
 
[ ป า ย ] รั ก ฤ ๅ ผู ก พั น . . . ก็ เ จ็ บ ป ว ด เ ท่ า กั น # ๔ #

**คำเตือน** 

เรื่องนี้ . . .



เป็นเรื่องแต่งขึ้นเพื่อสร้างความบันเทิง



ไม่เกี่ยวข้องกับ  บุคล  แต่อาจเกี่ยวพันกับสถานที่ 



หรือเหตุการณ์ใด ๆ ที่เกิดขึ้นในบรรณภิภพนี้



ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณในการอ่านอย่างมากถึงมากที่สุด



ปล. เป็นเรื่องแต่งมิได้เกี่ยวข้องใด ๆ ต่อ เจ้าของบล๊อก







ต อ น ที่  ๔






Free TextEditor


ผมไม่รู้เหมือนกัน คนอื่น ๆ ถ้าเจอแบบผมจะทำอย่างไร มองไปทางไหนก็เห็นเงาครึ้มของปัญหาแทบทั้งนั้น ทั้งปัญหาของตัวเอง ปัญหาที่เกี่ยวพันกับคนรอบ ๆ ตัว ได้ยาพาราไปสองเม็ด สมองเริ่มกลับเข้าสู่สภาวะที่พร้อมจะรับรู้รับฟังอะไร . . .

ผมมองดูนาฬิกา . . . เกือบสี่ทุ่ม

กินข้าวกับชัยตั้งแต่เที่ยง จนป่านนี้ยังไม่ได้กินอะไรเลย อาจเพราะเรื่องของโก ทำให้เครียดเลยพาลไม่หิวก็เป็นได้ ผมว่าตอนผมอยู่มหาวิทยาลัย ผมสนุกกับเพื่อน ๆ วัยเดียวกัน มันไม่มีอะไรให้ต้องคิดนอกจากหน้าที่ของตัวเอง

หน้าที่เรียน . . .

. . . เรียนให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ . . .

แต่. . .

พอมาอยู่ที่นี่เมืองเล็ก ๆ ที่ห้อมล้อมด้วยขุนเขา ผมกลับเห็นปัญหามากมายสารพัด ปัญหาที่เหมือนกระจกส่องทาง มีทั้งปัญหาครอบครัว ปัญหาสังคม . . .

ครอบครัว . . .

. . . ของคนที่ผมรัก

สังคม . . .

. . .การเติบโตของเมืองท่องเที่ยวที่ไร้การควบคุมจากการวางแผนที่ดี

การไหลบ่าของวัฒนธรรมตะวันตก . . . การกอดจูบ แสดงความรักของคนตะวันตก เริ่มกลายเป็นภาพที่ชินตาของผู้คน ภาพที่เด็กเล็กเด็กน้อยปิดตา แต่แอบมองตามง่ามนิ้ว




แล้ว . . . อนาคต

ผมได้แต่มองเมืองท่องเที่ยวกลางหุบเขาอย่างเงียบ ๆ อย่างน้อยที่สุด วิชาที่ผมเรียนมา มันทำให้ผมพอจะวิเคราะห์ การไหลบ่าของกระแสเงินตราได้ ผมไม่ขัดขืนการไหลบ่าของนักท่องเที่ยว เพราะรู้ดี ประเทศต้องการเงินตราเพื่อเข้ามากอบกู้ระบบเศรษฐกิจที่กำลังย่ำแย่จากการดำเนินการที่ผิดพลาด . . .

คนทั้งประเทศไม่มีใครไม่รู้จัก . . . IMF

ปัญหาคนตกงาน . . . โรงงานปิดกิจการหนี เพราะทนแบกดอกเบี้ยจากการอ่อนลงของค่าเงินไม่ไหว ปัญหามหภาคที่เราไม่สามารถควบคุมได้ แต่ปัญหาเล็ก ๆ ของครอบครัว เราสามารถที่จะป้องกันได้มิใช่หรือ

ปัญหาจุลภาค . . .

. . . เรื่องของโก

ผมเดินมาเรื่อย ๆ อากาศยามดึก ไม่ร้อน และค่อนข้างไปทางเย็นชื้น ๆ เสียด้วยซ้ำ เมืองกลางหุบเขาก็แบบนี้ กลางวันอากาศอบอ้าวหากกลางคืน . . . หนาว

คนที่นั่งเหม่อที่ร้านเดิม . . .

. . .โกเมศร์

มันยิ้มกว้างเมื่อเห็นผม “พี่อาร์ม”

ผมยิ้มให้โก แปลกจัง ที่วันนี้ผมไม่เจ็บปวดเหมือนคืนก่อนวันเกิด อาจเพราะเรื่องราวที่ผมรับรู้มาจากชัย มันทำให้ผมมองไปอีกขั้น

มันอาจมีห่วงผูกอยู่ . . .

. . . พันธะทางกาย . . .

ส่วน . . . หัวใจ

บางทีในหัวใจของมัน อาจยังไม่มีใคร มันยังอาจมีที่ว่าง ๆ สำหรับผมที่จะแทรกเข้าไปในหัวใจของมันก็ได้ ผมรักมัน รักอย่างคน ๆ นึงพึงจะรักใครสักคนได้ ผมแน่ใจ ในวันข้างหน้า ผมจะทำให้มันรักผมให้ได้

ผมเชื่อ . . .

. . . ความผูกพัน

เหมือนเกลียวเชือก แน่นเหนียว ยาวนาน ยากจะจะตัดได้ง่าย ๆ ความผูกพันมันค่อย ๆ สร้างจากหัวใจสู่หัวใจ




ผมเดินไปหามัน ผมมองบนโต๊ะ มีขวดปล่าวสองขวด กับอีกครึ่งขวดที่อยู่ในมือของโก มันกินเบียร์ด้วยเหรอ เพราะปกติมันจะไม่ค่อยกินของมึนเมาสักเท่าไหร่ ชีวิตของมันมีแต่งานเท่านั้นกระมังที่ผมเห็น

“ไงไอ้เสือ มานั่งดวดเบียร์คนเดียว”

“เบื่อ ๆ อ่ะพี่ แล้วพี่มาเมื่อไหร่ ไม่โทรมาหาผมเล้ยยยย” ปลายเสียงมันเหมือนคนน้อยใจ

“มาถึงเมื่อเช้า ไม่โทรเพราะไม่มีตังค์” ผมปดมันทั้ง ๆ ที่ผมอยากโทรหามัน อยากคุยกับมัน แต่มันมีครอบครัวแล้ว มันไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือยแบบที่ผ่านมา ผมจะโทรมาหามัน จะคุยกับมันเรื่องอะไร ถามมันเหรอว่า กับเมียเป็นไงบ้าง มันก็ไม่ใช่เรื่อง ผมขีดตัวเองเอาไว้ ด้วยรู้ดี อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดเราห้ามกันไม่ได้หรอก ผมได้แต่ยิ้มให้มันอีกครั้ง

“เบื่อไรนักหนา ชีวิตยังอีกยาวไกล” ผมจ้องหน้ามันชัด ๆ มันเหมือนคนมีเรื่องคับอกคับใจ

“ไม่รู้สิพี่ . . . มันบอกไม่ถูก”

“พี่ก็เคยเบื่อ เบื่อแบบหาสาเหตุไม่เจอ”

“แล้วพี่ทำไง . . .” มันเลื่อนขวดเบียร์ที่เด็กเสิร์ฟเอามาวางหน้าผม

“ก็นึกถึงคนที่เรารักมาก ๆ พ่อ แม่ บางทีเรายังมีอะไรอีกมากมายที่เรายังไม่ได้ทำ แต่พ่อแม่ เขาผ่านอะไรมามากกว่าเรา ถ้าท้อมาก ๆ จนอยากจะร้องก็เข้าไปกอดแม่เอาไว้ ทำบ่อย”

“พี่รักแม่มากสินะ”

“อืม”

“ผมก็รักแม่”

“งั้นที่บอกว่าเบื่อ ลองทำอะไรเพื่อแม่บ้างสิ บางทีเราอาจทำเรื่องหนักอกหนักใจให้แม่ แต่คนเป็นแม่เขาไม่พูดหรอกโก แม่ให้อภัยลูกได้เสมอ แม่รับสภาพลูกได้ ไม่ว่าลูกจะทำเลวมาขนาดไหน ทั้ง ๆ ที่บางที หัวใจแม่อาจย่อยยับแล้วที่ลูกทำไปแบบนั้น” ผมมองหน้ามัน

มันหลบสายตา ที่ผมมองมัน . . .

ผมรู้ว่ามันเองก็รู้ว่าผมแอบด่ามันกลาย ๆ แต่การจะโน้มน้าวคนแบบมัน ต้องเอาคำพูดดี ๆ เข้าข่ม ผมรู้จักมัน จุดอ่อนของมันอยู่ที่มันรักแม่มัน การที่จะให้มันตัดสินใจทำอะไร ต้องพูดในแนวว่า แม่มันเจ็บปวดกับสิ่งที่มันกำลังกระทำ

มันนิ่งเงียบ . . .

ผมไม่เร่งมันหรอก ของแบบนี้ ถ้ามันไม่คิด มันไม่เงียบ สิ่งที่ผมพูดกับมัน แค่ส่วนน้อยนิดของความรักที่ป้าภามีให้มัน มันสัมผัสได้นะผมว่า แต่อยู่ที่ว่ามันจะตัดสินใจอย่างไรมากกว่า

“คนเราทำผิดได้เสมอโก บางทีแค่คำขอโทษไม่พอหรอก เราอาจต้องทำความดีไถ่โทษ” ผมยิ้ม ก่อนกระดกเบียร์เข้าปาก






“พี่ว่าอย่างผมจะเรียนต่อได้มั้ย”

“ห๊า”

“ไม่ต้องทำท่าตกอกตกใจขนาดนั้นก็ได้พี่ ผมแค่อยากรู้ว่าผมจะเรียนต่อได้มั้ย”

จะไม่ให้ผมตกใจได้อย่างไร สิ่งที่มันพูด ผมแทบไม่เชื่อหูตัวเอง ผมเคยคุยเรื่องเรียนต่อกับมัน แต่มันก็ทำเฉย แล้วจู่ ๆ มันกลับพูดเรื่องนี้ขึ้นมา ผมก็ต้องประหลาดใจเป็นธรรมดา

“แล้วจบไรมา”

“กศน.”

“สามหรือหก”

“สาม”

อืม . . . น้อยจริง ๆ สำหรับคนที่จบแค่มอสาม นี่กรูจะจบตรีแร่ะ แต่มันเพิ่งจะเริ่มเรียน ก็ยังดีที่มันยังคิดที่จะเรียน ไม่มีใครสายเกินไปที่จะเรียนหรอก ความรู้มันอยู่รอบ ๆ ตัวเราตลอดเวลา อยู่ที่ว่าเราจะไขว่คว้ามันมาหรือเปล่า

“จบสามก็ต่อ สี่ห้าหก หรือไม่ก็ ปวช. สายพาณิชย์ พวกบัญชี หรือการตลาด ไม่ก็สายเทคนิค ไฟฟ้า อิเลค โอ้ยเรียนได้เยอะแยะมากมาย อยู่ที่ว่าชอบอะไร” ผมบอกมันเท่าที่ผมรู้

“พี่ว่าผมเรียนต่อดีมั้ย”

“เรียนนะดีอยู่แล้ว แต่ . . .” ผมมองหน้ามัน ปัญหาของคนมีครอบครัวแล้ว จะแก้อย่างไร ผมว่ามันก็คงรู้ในจุดนี้ดี

“เมีย”

ผมพยักหน้ารับ . . .

. . . มันเงียบ . . .

ปัญหาที่มันเป็นคนก่อขึ้นมาเอง ผมไม่รู้จะเริ่มยังไงเหมือนกัน ทั้ง ๆ ที่นี่น่าจะเป็นโอกาสดีที่ผมจะพูดกับมัน เพราะว่ามันเป็นฝ่ายเปิดประเด็นขึ้นมาก่อน ปัญหาข้อนี้ มันคนเดียวที่จะแก้ได้ เพราะคนอื่น คงไม่มีใครแก้ให้มันได้

“ผมชอบพวกเครื่องยนต์”

“ก็มีช่างกลโรงงานกับช่างยนต์”

“พี่ว่าผมเรียนดีมั้ย” มันถามย้ำ

ผมยิ้ม มองหน้ามัน เหมือนเด็กที่ขอคำตัดสิน ดู ๆ ไปแล้ว มันก็ไม่ใช่คนที่มีความมั่นใจใน ตัวเองสักเท่าไหร่ อาจเพราะมันเป็นลูกคนเดียว ที่ครอบครัวไม่ค่อยลงรอยกันเท่าไหร่ มันอาจเติมโตมาด้วยความรักของแม่ แต่เท่าที่ผมรู้ พ่อมันมีเมียน้อยมาแล้วเป็นสิบ แยกห้องนอนกับแม่มันนานแล้ว ด้วยเหตุนี้กระมัง ที่ทำให้มันติดผม




เพราะผมเป็นคนเดียวที่คอยแนะนำ คอยสอนมัน ให้คำปรึกษามันได้ . . .

มันไว้ใจผมเหมือนผมเป็นพี่แท้ ๆ ของมัน . . .

แต่ . . .

. . . ผมเลว . . .

รักมันมากกว่าน้อง . . . มากกว่าที่ผมควรจะรัก

“แล้วแต่โก”

“พี่” มันมองหน้าผม ยิ้ม

“คิดเอาเอง โตแล้ว อยากเรียนอะไร แต่ถ้าโกถามพี่ สี่ห้าหก ตัดทิ้งไปได้เลย เพราะ . . .” ผมมองหน้ามัน

“อะไรหรือพี่”

“อย่างแรก จบ กศน. มาฐานไม่แน่น ไปเรียนก็สู้คนอื่นลำบาก อย่างที่สอง อายุมากกว่าคนอื่น การปรับตัวเข้าหาเพื่อนที่อายุน้อยกว่า อาจจะทำให้อึดอัด ไม่ได้เรียนมาสองปีแล้วมิใช่หรือ”

มันพยักหน้ารับในสิ่งที่ผมพูด . . .

“ทีนี้เหลือแค่พาณิชย์กับช่างกล”

“พี่ว่าอย่างไหนดีกว่ากัน” มันขาดความมั่นใจจริง ๆ ไม่อย่างนั้น มันคงตัดสินใจเองได้ไม่ยาก ในเมื่อตัวมันเองก็รู้อยู่แล้วว่ามันชอบอะไร

“พาณิชย์” ผมมองหน้า

“ผมไม่ถนัดบัญชี ทำไมต้องพาณิชย์”

“ก็ บ้านของโกมีกิจการ แล้วแม่ไม่รู้หนังสือ พ่อไม่เคยสนใจกิจการ แล้วเมืองท่องเที่ยวมันโตขึ้นทุกวัน คนที่มีความรู้จบมาก็บริหารงานได้ คนที่ไม่มีความรู้จะสู้คนอื่นได้อย่างไรกัน ถ้าโกเรียนสายพาณิชย์ อย่างน้อยจบมาก็บริหารกิจการที่พ่อแม่ทำเอาไว้ได้”

ผมเชื่อ . . . ทุนใหญ่กลืนทุนเล็ก

ไม่ช้าไม่นาน เมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ก็จะโดนกลืนโดยทุนใหญ่ เช่นเดียวกับเมืองท่องเที่ยวหลาย ๆ แห่งในเมืองไทย เพราะระบบปฏิบัติ หรือโมเดลทางธุรกิจเป็นมาแบบนี้ ไล่มาจาก ภูเก็ต เชียงใหม่ พัทยา สมุย พะงัน เกาะเต่า

และอีกไม่ช้า . . . ปาย

ปายแบบอดีตจะไม่หลงเหลือความมีมนต์เสน่ห์อีกต่อไป อาจเหลือแค่มนต์ แต่ไร้เสน่ห์ เพราะกระแสทุนจะเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของผู้คน

“แต่ผมชอบเครื่องยนต์”

“งั้นก็จบ . . . รู้อยู่แล้วว่าชอบอะไร ก็ไม่ยาก”






“โก มาอีกแล้วนะ พี่คนนี้มาทีไร มาเที่ยวดึก ๆ กันทุกที ถามจริง ๆ เหอะ มีอะไรกันเหรอ” เสียงพิฆาตของเมียมันดังมาจากข้างหลังผม

ผมจิ้ดขึ้นมาทันที . . . มีอะไรกันเหรอ

มันคงดูผมออกมั้งว่าผมแอบชอบผัวมัน . . .

ไอ้สิ่งเลวในตัวของผมกระตุ้นบอกตัวเอง คอยดูกูจะเอาผัวมึงไปเรียนต่อกับกูให้ได้ แล้วเมื่อถึงวันนั้น อย่ามานั่งโอดครวญ ผมไม่หันไปมองหน้าเขาหรอก เพราะผมคิดเสมอ ไม่ลดตัวลงไปเกลือกกลั้วกับผู้หญิงแบบที่ชัยมันเล่า

“เงียบไปเลย ไม่รู้อะไรอย่าพูด” มันขึ้นเสียง

“ทำไมเหรอ เห็นตูดดีกว่า . . . “

มันหยาบเกินที่ผมจะรับได้ ถึงผมจะทะลึ่งตึงตังกับเพื่อนมากขนาดไหน แต่ผมไม่เคยเอ่ยถึงส่วนนั้น ไม่เคยด่าใครแบบนั้น ผมเชื่อ คนเรา หากมีการศึกษาพอ ควรรู้มารยาทในการเจรจา

“ไปก่อนนะโก . . . ไว้คุยกันใหม่ดีกว่า บรรยากาศเริ่มมีกลิ่นว่ะ”

“พี่อาร์ม” มันเรียก ผมยกมือห้ามมัน ก่อนหันไปมองเมียมันด้วยหางตา

“เมียคอยมาคุม คอยมาคุ้ม คอยมาคุม” ผมได้แต่ฮัมเพลง และดังมากพอที่คนแถวนั้นจะได้ยิน เพลงฮิตเพลงนี้ใช้การได้เสมอ

ผมเข้าใจดี . . .

. . . วันนี้ไม่ใช่วันของผม




หาก . . . ผมย้อนเวลาได้

ผมแน่ใจนะว่าผมยังคงทำแบบที่ผมทำ เพราผมมีเหตุผลในการรองรับการกระทำของตัวผมเองเสมอ คนอื่นอาจจะไม่เข้าใจกับสิ่งที่ผมกระทำ แต่ผมรู้ว่าผมทำอะไรลงไป และผมแน่ใจว่า มันดีพอ

ดีพอ . . . ในสายตาของผม

หรือ . . .

ในความเป็นจริงแล้ว ผมมันก็แค่คนที่เห็นแก่ตัวคนนึง คนที่อยากได้อยากมี อยากเอาชนะ ผมทำในสิ่งที่ผมคิดว่าดี โดยที่ผมไม่เคยถามคนที่เขามีส่วนกระทำเลยด้วยซ้ำว่าเขายินดีกับการกระทำของผมด้วยหรือไม่

ผมผิดใช่ไหม . . .

. . . ที่อยากอยู่ใกล้ ๆ คนที่ผมรัก

การที่ผมทำทุกอย่างเพื่อคนที่ผมรัก . . .






. . . ผมเลวใช่ไหม?

คำถามที่ผมเองไม่เคยพิจารณาให้ถี่ถ้วนมาก่อนเลยในเวลานั้น ผมรู้เพียงแต่ว่า โลกมันหมุนไปทุกวัน ความเจริญมันไหลบ่ามาอย่างรวดเร็ว แล้วสิ่งที่สำคัญในการดำรงชีวิตประจำวันคือ . . . เงิน

คนไม่มีเงิน . . .

. . . อยู่บนโลกนี้ได้อย่างไร

แล้วหนทางที่จะได้เงินมาดำรงชีพ . . . การศึกษา

ผมไม่รู้นะ ผมรู้แค่ว่า คนที่ศึกษาน้อยมักตกเป็นเหยื่อของคนที่เก่งกว่า เพราะการศึกษาสอนให้คนคิดสลับซับซ้อน เหมือนผมไง . . .

. . . ผมรักโก

ผมอยากได้มันมาอยู่กับผม ทุกครั้งที่ผมคุยกับมัน ผมมักจะพูดถึงแต่อนาคต วันข้างหน้า จะลำบากขนาดไหน ถ้าเราไม่มีความรู้ เราต้องตกเป็นเหยื่อของคนที่มีความรู้ ภาพที่ผมวาดให้มันดูน่ากลัว . . .

มันจะกำจัดภาพนั้นได้ ก็ต่อเมื่อ . . .

. . . มันต้องเรียน . . .

เห็นมั้ย . . .

โดยแท้จริงแล้ว ผมอยากให้มันเรียนหรือผมอยากให้มันมาอยู่ใกล้ ๆ ผมกันแน่ ในเวลานั้นผมคิดว่า ผมอยากให้โกเรียน เรียนให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ แต่พอวันเวลาผ่านไป ผมมองย้อนกลับไปอีกครั้ง มองในสิ่งที่ผมกระทำลงไป สิ่งที่ผมเฝ้าบอก ผมอยากให้มันเรียนนั้น แท้จริงแล้วเป็นแบบนั้นหรือปล่าว แน่ใจใช่ไหมว่ามันไม่มีอะไรแอบแฝงอยู่

สิ่งที่แอบแฝงที่ผมมองไม่เห็นในเวลานั้น . . .

ผมยอมรับอย่างไม่อาย ทั้งสองอย่างที่ผมกล่าวมานั่นแหละ มันคือส่วนผสมที่ลงตัวนะ มันเรียนเพื่ออนาคตที่ดีของมัน แต่มันต้องแลกกับการตกเป็นเหยื่อของคนแบบผม

เหยื่อ ?

ในเวลานั้น . . .

มุมมองความรักของผมอาจจะแคบ

ผมอาจจะรักมาก และ รุนแรง อยากอยู่ใกล้คนที่ผมรัก อยากทำอะไรให้คนที่ผมรัก จับเขาปั้น แต่งแบบที่ผมอยากให้เป็น โดยที่ผมไม่มองสักนิดว่าเขาจะรู้สึกเช่นไร อะไรก็ตามที่ผมมองว่าดี ผมจะทำลงไป เพื่อให้โกมันได้เข้ามาเรียน

“พี่อาร์ม พี่อาร์ม” เสียงมันร้องเรียกผมจากหน้าห้อง ผมงัวเงียตื่นขึ้นมาเปิดประตู





“เข้ามาก่อน” ผมทิ้งตัวลงไปบนที่นอนเช่นเดิม

มันเดินเข้ามาในห้องผม ทุกซอกทุกมุมในห้องมันคุ้นเคยดี เพราะไม่ใช่ครั้งแรกที่มันมา เวลามันว่างมันชอบมาฟังเพลงดูทีวีในห้องผมเป็นประจำอยู่แล้ว ผมได้แต่มองมันด้วยรอยยิ้ม ไม่เคยถือวิสาสะ ก้าวล้ำในตัวมันเลยสักครั้ง

“จะเที่ยงแล้วพี่ ตื่นได้แล้ว” มันมาดึงแขนผมให้ลุกจากเตียงเหมือนเด็ก ๆ ที่อ้อนอยากให้ผมพาออกไปเที่ยว

“อีกหน่อย เมื่อคืนดึกมาก” ผมไม่ได้ปด เพราะเมื่อแยกจากมันแล้ว ผมไปนั่งต่อที่ร้านอีกร้าน มันมีเรื่องให้ผมคิดมากมาย

ผมถามตัวเอง . . . รักโกมั้ย

. . . รัก . . .

. . . คือคำตอบ

รักแบบไหน ?

. . . อย่าถามได้มั้ย รักคือรัก ไม่อยากตอบ ไม่อยากรู้อะไรมากกว่านี้

เห็นมั้ย ผมมันคนขี้ขลาดมาแต่ไหนแต่ไร ผมไม่กล้าตอบ ผมกลัวหัวใจตัวเอง ทั้ง ๆ ที่ผมก็รู้นะ ตอนนี้ผมรักมันมาก มากกว่าความเป็นพี่เป็นน้องเสียอีก แต่ผมยังปฎิบัติตัวเช่นเดิม ผมกลัวด้วยมั้ง กลัวว่าหากผมบอกมันไปในตอนนี้

ผมเสียมันไปแน่ ๆ . . .

มันรับสภาพได้หรือ ในเมื่อมันมองผมเป็นพี่ชาย เป็นพี่ที่ดีของมัน แล้วจู่ ๆ หากผมเปลี่ยนสถานะ มันรับไม่ไหวหรอก แล้วมันอาจเดินหนีจากผมไปเลยก็เป็นได้ ผมจะทนได้หรือ ถ้ามันเดินจากผมไป

ผมโง่เอง . . . ที่ไม่บอกไปตั้งแต่วันนั้น

ผมปล่อยให้วันเวลามันร้อยถัก ผูกมัด พันแน่น เป็นความรักเต็มหัวใจ เป็นความผูกพันฝังลึก แล้วเมื่อถึงวันของการลาจาก . . .

“ผมตัดสินใจแล้วพี่ ผมต้องไปเรียน” มันลงมานอนใกล้ ๆ ผม เมื่อเห็นว่า ไม่สามารถดึงผมให้ลุกแบบที่มันต้องการได้

“อืม” ผมตอบรับมัน เพราะได้ยินไม่ชัด

“ห๊า . . . “ ผมผงกคอดูมัน เมื่อสมองผมคิดทวนสิ่งที่มันบอก มันมีทั้งอารมณ์ดีใจ และตกใจคละเคล้ากันไป

“ได้ยินไม่ผิดหรอกน่าพี่อาร์ม” มันยิ้มกว้าง

“อย่ามาทำเป็นเล่น”






“ผมพูดจริง ๆ นะพี่ ผมไม่เคยมั่นใจอะไรขนาดนี้มาก่อนเลย”

“อะไรดลใจว่ะ”

“ความรักมั้งพี่” ผมมองหน้ามันอีก อดดีใจไม่ได้ มันรักผมหรือ มันถึงได้พูดกับผมแบบนี้

“อย่ามาตลก”

“จริง ๆ พี่ ที่พี่ถามผมคราวก่อนโน้นจำได้มั้ย”

“ถามไรว่ะ” ผมมองหน้ามัน พูดกันเป็นร้อยเรื่องใครจะไปจำได้หมด ผมน่ะมีเรื่องมาคุยกับมันได้ร้อยแปด แต่มันจะมีเรื่องคุยกับผมบ้างมั้ยนี่สิน่าคิด

“ที่ถามว่า สิบปีข้างหน้าทำไร ห้าปีทำไรไง ผมคิดนะพี่ ผมคิดมาตลอดเวลา จนกระทั่งเมื่อคืน ผมถึงแน่ใจ ว่าผมต้องเรียนต่อ”

“อือ”

“อย่าทำเป็นเล่นไป การเรียนมันต้องใช้เงินเยอะนะ สงสารคนส่งด้วย”

“ผมรู้พี่ ผมถึงบอกพี่ไง ผมอยากเรียนต่อเพราะความรัก”

จะบอกรักกรูเหรอ บอกมาตรง ๆ ก็ได้ ไม่ต้องอ้อมค้อมขนาดนั้นก็ได้ กรูนะรับได้ รอให้มรึงบอกรักมานานแร่ะ มรึงเฉไปเรื่อย . . . ไอ้ความคิดชั่ว ๆ ในหัวทำให้ผมอดยิ้มไม่ได้

“พี่อยากให้ผมเรียน พี่คอยสอนผม พี่อาร์มรู้มั้ย ไม่เคยมีใครสอนผม บอกผม ให้ผมเรียนต่อเลย พ่อกับแม่ยิ่งแล้วใหญ่ ตามใจไม่อยากเรียนก็ไม่ต้องเรียน จนพี่เข้ามาในชีวิตผม พี่พูดแต่เรื่องเรียน พูดจนผมต้องคิด” มันพูดยาว ผมนอนตะแคงมองมองมัน มันนอนหงายมองเพดาน

ผมยิ้ม . . . อย่างน้อยสิ่งที่ผมพูด ก็เข้าไปอยู่ในความรู้สึกของมัน

“ดีแล้วล่ะ”

“ผมรักแม่ . . . รักแม่นะพี่อาร์ม”

สาดดดดดดดดดดดดดดด ไม่ช่กรู ที่แท้มรึงพูดมาทั้งหมดนี่มรึงรักแม่ เล่นเอาทำหัวใจกรูพองโตคับอกตั้งนาน

“ดีมากเลยโกเมศวร์ ไม่มีใครรักและให้อภัยเราได้ทุกเรื่องเท่ากับพ่อ กับแม่หรอก” ผมขานชื่อมันเต็ม ๆ ก่อนยิ้ม ยินดีกับมันด้วย

“พี่อาร์ม . . .” มันเรียกแล้วหันมานอนตะแคงมองหน้าผม จนผมหลบแทบไม่ทัน ไม่อยากให้มันรู้สายตาผมจ้องมองมันอยู่

“หือ”

“แม่จะดีใจมั้ยถ้าผมเรียนต่อ”

“แน่นอนที่สุด ป้าภายินดีเป็นที่สุด” ผมยิ้ม

“แต่แม่ต้องหาเงินส่งผมอีก” แววตามันกังวล




“ก็ใช้ประหยัดสิ อีกอย่างกู้เรียนได้นี่ เดี๋ยวนี้มีกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา มีทั้งค่าเทอมค่าหอ ค่ากิน เรียนจบค่อยใช้ทุนคืน”

“จริงดิ๊ ผมไม่เห็นรู้เรื่อเลย”

ผมยิ้มเจือสงสารมัน นี่มันจะรู้อะไรบ้าง ชีวิตคนต่างจังหวัด มีอีกมากมายที่ข่าวสารเข้าไม่ถึง ผมยิ้มกับมันเอ็นดูในความไร้เดียงสาของมัน

“จะเรียนไหน . . . เชียงใหม่เหรอ”

“ไม่รู้”

“หรือกรุงเทพฯ” ผมดูหยั่งท่าทีมัน เห็นมันเงียบ

“กรุงเทพฯ ก็ดีนะ สังคมมันกว้าง มีโรงเรียนเยอะ จะเรียนตอนไหนก็ได้ มีทั้งภาคเช้า ภาคค่ำ เสาร์อาทิตย์ สะดวกเวลาไหนก็เรียนเวลานั้น เคยเข้ากรุงเทพฯยัง”

“ครั้งเดียวเอง นานมากแล้วด้วย”

“เอางี้ เดี๋ยวหลังสงกรานต์พี่เข้ากรุงเทพฯ ไปกับพี่ก่อนมั้ย ลองไปดูว่าชอบมั้ย ถ้าชอบก็หาที่เรียน ถ้าไม่ชอบก็กลับมาเรียนเชียงใหม่”

“เอางั้นหรือพี่ กรุงเทพฯ ก็ดีนะ เชียงใหม่ใกล้บ้านเดี๋ยวพอไปเรียน ไป ๆ มา ๆ ไม่อยากกลับไปเรียนอีก กรุงเทพฯ ไกลดี ปิดเทอมค่อยกลับ พี่ว่าดีมั้ย” มันถามผม ผมก็ต้องว่าดีสิครับ อยากอยู่ใกล้ ๆ มันอยู่แล้วนี่

“แล้วแต่สิ โกเป็นคนเรียน”

“งั้นผมเลือกกรุงเทพฯ ดีกว่า ตอนนี้ผมรู้แล้ว ผมจะเรียนต่อที่ไหน เรียนอะไร เหลือแค่” มันทำหน้าเศร้า

“อะไรเหรอ” ผมนึกไปถึงเมียมัน ท่าทางมันจะยังมีห่วง

“แม่”

“ทำไม” ผมงง ไม่ใช่สิ่งที่ผมคิด

“พี่พูดกับแม่ให้หน่อยนะ บอกแม่ว่าผมอยากเรียนต่อ ผมไม่กล้า นะพี่อาร์มมนะ พี่ไปพูดแม่ต้องยอมแน่ ๆ ช่วยผมนะพี่อาร์มนะ” มันเขย่าแขนผมเหมือนเด็ก ๆ

“นึกว่าเรื่องอะไร ได้สิ” ผมยิ้ม ทุกอย่างมันลงตัวอยู่แล้ว

“พี่อาร์มใจดีจัง ถ้าผมมีพี่แบบพี่อาร์มนะผมรักตายเลย”

ผมยิ้ม หากหัวใจผมเศร้า

. . . ถ้าผมมีพี่แบบพี่อาร์มนะผมรักตายเลย . . .

เสียงนี้มันก้องอยู่ในหัวผม มันคอยเตือนให้ผมรู้ เส้นทางของผมและของมัน ไม่ใช่เส้นทางเดียวกัน





แล้ว . . .

ถ้ากรูไม่ใช่พี่มรึงนี่ มรึงรักกรูไม่ได้ใช่ไหม กรูก็เป็นแค่คนนอกสายเลือด ผมมองหน้ามัน รู้สึกวังเวงขึ้นมาจับใจ

“เออ พี่อาร์ม ถ้าผมไปอยู่กรุงเทพฯ พี่จะมาหาผมมั้ย”

“มาสิ มาหาจนกว่าอาร์มไม่อยากเห็นพี่นั่นแหละ” ผมรู้สึกแบบนั้นจริง ๆ

หาก . . .

. . . มันต้องการผม

ผมจะอยู่เคียงข้างมัน . . .

. . . ไม่หนีหาย

แต่ . . .

ถ้ามันไม่ต้องการผมแล้ว ผมจะไม่รีรอที่จะเดินออกไปจากชีวิตของมัน จะไปให้ไกลสุดขอบฟ้า ไม่มีวันที่มันจะได้เจอหน้าผมอีกแน่ ๆ . . .

. . . ผมสัญญา

สัญญา . . .

มันจะไม่ได้เจอหน้าผมเด็ดขาดชั่วชีวิตของผม

“ดูพูดเข้า เอ หรือผมจะไปอยู่กับพี่อาร์มดี ให้ผมไปอยู่ด้วยได้มั้ยพี่อาร์ม”

“ได้ . . . ก็ได้”

“เย้ ดีจริง ผมรักพี่จังพี่อาร์ม” มันดีใจเหมือนเด็กได้ของถูกใจ มันโผมากอดผมเอาไว้

อ้อมแขนมันครั้งแรก . . .

ผมกอดมันตอบน้ำตาคลอเบ้า ก่อนไหลอาบร่องแก้มช้า ๆ ผมดีใจนะ ที่มันกอดผม แม้จะคนละแบบกับที่ผมต้องการ มันกอดผมเพราะมันคิดผมคือพี่ แล้วผมล่ะ เห็นมันเกินน้องมานานขนาดไหน อ้อมกอดแรกมันอบอุ่น แม้ไม่ใช่แบบที่ผมคิด

แต่ . . .

มันก็ชดเชยทดแทนกันได้มิใช่หรือ ?






Create Date : 10 ธันวาคม 2552
Last Update : 10 ธันวาคม 2552 1:52:52 น. 4 comments
Counter : 333 Pageviews.

 
น่ารักดีค่ะ


โดย: muay_mazi วันที่: 10 ธันวาคม 2552 เวลา:1:37:33 น.  

 
` ตามมาอ่านเรื่องเยี่ยมๆๆอีกครัง


โดย: ชายเอ ทุ่งรังสิต วันที่: 10 ธันวาคม 2552 เวลา:8:03:39 น.  

 
จ๊าก!! จากครั้งที่แ้ล้วที่อ่าน แหม่ะ..เข้าใจผิดนึกว่าเป็นเรื่องจริง ที่แท้..ม่ะใช่นี่เอง แต่เรื่องราวที่ จขบ. แต่งขึ้นทำซะอินไปกับเรื่องราวด้วยเลย ขออ่านต่อก่อนนะคะ..ชอบๆๆ


โดย: mae (maesnake ) วันที่: 10 ธันวาคม 2552 เวลา:11:55:34 น.  

 
“เวลา” มันเป็นตัวแปรหลัก ในเรื่องของ ความสัมพันธ์จริง ๆ นี่ครับ


มันอาจจะลืมไปแล้ว ว่าเคยมีช่วงเวลาใด ๆ กับผมบ้าง

มันอาจจะลืมไปแล้ว ว่าเคยมีความรู้สึกดี ๆ เคยทะเลาะกันยังไงอะไร กับผมมาบ้าง

และที่เลวร้ายที่สุดคือ... มันคงจะลืมไปแล้ว ว่าเราสองคนเคยรักกันมากแค่ไหน...

และที่เลวร้ายยิ่งกว่าเลวร้ายที่สุดคือ... ผมกลัวว่ามันจะรังเกียจผมไปเลย...

เนื่องจาก ผมเป็นคนเดียวที่รู้จักมันดีที่สุด

ผมเป็นคนเดียวที่มันทั้งรักและระแวงที่สุดในขณะนั้น

ผมเป็นคนเดียวที่มันทั้งเชื่อใจที่สุดและมีความลับด้วยมากที่สุด

และเมื่อทุกอย่างจบลง... ผมก้อเป็นคนเดียว ที่มันไม่อยากให้ผมรับรู้เรื่องราวต่าง ๆ ของมันอีกมากที่สุดครับ...

ปล. ยืมคำพูดน้องบางคนมันมา กินใจสุด ๆ






โดย: นนท์ปวิชญ์ IP: 58.10.84.103 วันที่: 10 ธันวาคม 2552 เวลา:13:04:23 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

นนท์ปวิชญ์
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add นนท์ปวิชญ์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.