Group Blog
 
 
ธันวาคม 2552
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
8 ธันวาคม 2552
 
All Blogs
 
[ ป า ย ] รั ก ฤ ๅ ผู ก พั น . . . ก็ เ จ็ บ ป ว ด เ ท่ า กั น # ๓ #

**คำเตือน** 

เรื่องนี้ . . .



เป็นเรื่องแต่งขึ้นเพื่อสร้างความบันเทิง



ไม่เกี่ยวข้องกับ  บุคล  แต่อาจเกี่ยวพันกับสถานที่ 



หรือเหตุการณ์ใด ๆ ที่เกิดขึ้นในบรรณภิภพนี้



ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณในการอ่านอย่างมากถึงมากที่สุด



ปล. เป็นเรื่องแต่งมิได้เกี่ยวข้องใด ๆ ต่อ เจ้าของบล๊อก







ต อ น ที่   ๓







Free TextEditor

โลกมีด้านมืดและด่านสว่าง ชีวิตของคนเราก็เหมือนกับโลก มีทั้งความมืดมิดและสว่าง ไม่มีใครหรอกที่จะมืดมิดตลอดกาล ในความรู้สึกที่แอบรักคนอื่นมันมีทั้งความสุข และความทรมานในเวลาเดียวกัน แต่ผมยินดีที่จะทรมาน เพราะว่านั่นคือทางที่ได้เลือกเดิน

การรักใครสักคนคือความสุขบนความทรมานของตัวเอง

ผมยินดี . . . ยินดีอย่างที่สุดแล้ว

“ไอ้อาร์ม มึงแน่ใจนะโว้ย ว่าจะไม่ไปเที่ยวพีพีกับกู” ไอ้เพื่อนรักมันมองหน้าผม หลังจากที่เราสอบวิชาสุดท้ายเสร็จ

“อือ”

“ห่านี่ ทุกครั้งพอจะไปทะเลกระดี้กระด้า แล้วคราวนี้ทำไมไม่อยากไปว่ะ”

“กลับบ้าน”

“ไอ้อาร์ม ไปพีพีกันก่อนเหอะมึง อาทิตย์เดียวเอง ขาดมึงไปคนไม่มันว่ะ” ไอ้เพื่อนรักมันต่อรอง

ผมได้แต่ยิ้มกับมัน จะบอกมันได้อย่างไร ว่าตอนนี้หัวใจผมมันกลับไปที่เมืองเล็ก ๆ กลางหุบเขาเสียแล้ว ในเมื่อผมรู้ว่าหัวใจผมอยู่ที่ใด ร่างกายผมจะต้องตามไปหาหัวใจตัวเองสิ ใครเลยจะปล่อยให้หัวใจห่างร่างกายได้นาน

ผมสัญญากับมันว่าจะไป ผมก็ต้องไป ในเมื่อมันบอกว่าจะรอผม ผมก็จะไปหามัน ต่อให้ตรงถนนที่มันยืนอยู่จะเป็นนรก หากมันอยากให้ผมเดินไปหา ผมก็ต้องไป และไปด้วยความเต็มใจอย่างที่สุด

เพราะหากผมไม่ไป

คำมั่นสัญญา . . .

. . . จะมีค่าอะไร

มันคงไม่แตกต่างจากคำพูดที่หลุดออกมาจากปาก เป็นแค่สิ่งเน่าเหม็นที่หลุดลอยออกมาไม่มีคุณค่าที่ควรเอามาใส่ใจ แต่ผมสัญญาเอาไว้ ผมต้องทำตามสัญญา สัญญาที่ผมต้องรักษามันไว้ด้วยหัวใจ

“ว่าไงมึง จะยิ้มทำบ้าไรว่ะ”

“ไว้คราวหน้าเหอะ คราวนี้ไม่ได้จริง ๆ ว่ะ”

“สัส ติดสาวเหรอมึง เทอมหน้าก็ฤดูฝน ใครเขาไปทะเลกัน มีนาแบบนี้ทะเลสวยนะมึง เปลี่ยนใจยังทันนะมรึง”

“เหี้ยนี่ สาวที่ไหนไม่มี ติดหนุ่มว่าไปอย่าง” ผมอมยิ้ม หัวใจคิดถึงอีกคนที่อยู่เมืองเหนือ ทำไมมันมีอิทธิพลต่อหัวใจผมมากขนาดนี้หนอ

“ห่าลาก เล่นไปเรื่อย มึงไม่ไปแบบนี้ไอ้แดนมันคงบายอีกคน” เจ้าตัวคล้ายบ่น ๆ

“ไปสิ มันบอกว่าไป มันก็ต้องไปสิ มันไม่ได้ติดอะไรกับกูขนาดนั้น ห่านี่ คิดอะไรอยู่ว่ะ . . .” ผมมองหน้ามัน

“อย่านะมรึง อย่าแม้แต่จะคิด”

“คิดไร” มันทำหน้าอ้อนอวัยวะเบืองล่างได้ใจจริง ๆ

“เถียงกูเหรอ ไม่เคยมีใครบอกเหรอ ห้ามเถียงเพื่อน” ผมเอามือจับคางมันส่ายไปมา

เพื่อนผมล่ะครับ บ่อยครั้งที่มันกับผมจะเล่นอะไรที่ระคายเคืองสายตาผู้ชายที่มองมา แต่สำหรับผมและมันแล้ว มันคือเรื่องปกติ ทุกอย่างมันเป็นไปแบบธรรมชาติมากที่สุดแล้ว

“โอ้ยไอ้เพื่อนเทวดา ไม่เถียงแล้วคร๊าบบบบบบบบ” มันทำท่ายกมือไหว้เหนือหัว

นี่แหละครับ . . . คือมัน

. . . เพื่อนผม . . .

เพื่อนรักของผมเอง มันชื่อโอ๋

ไอ้หน้าหล่อของรุ่นครับ มีมันไว้นี่ดีไปหลายอย่าง เวลาเดินในมหาวิทยาลัย บ่อยครั้งที่สาว ๆ แอบมองเหลียวหลัง ผมรู้จักกับผมมาตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัย มันเป็นคนต่างจังหวัดร้อยเปอร์เซ็นต์ บ้านมันเหรอครับ

ไกลมาก . . . ริมโขง

นิสัยมันดี ถึงดีมาก เป็นเพื่อนที่ผมรู้สึกสนิทใจมากที่สุดในชีวิต มันไม่ใช่แค่เพื่อนกิน เพื่อนเที่ยว หากมันคือเพื่อนที่ผมพร้อมจะตายแทนได้ เป็นคนเดียวที่อยู่ข้าง ๆ ผมยามที่ผมอ่อนแอที่สุดในชีวิต และในเวลาที่ผมมีความสุขมากที่สุดในชีวิต ผมก็จะหันไปเห็นมันอยู่ใกล้ ๆ เสมอ

“ดีมากลูกพ่อ” ผมเอามือตบไปที่ไหล่มันถี่ ๆ

วันคืนดี ๆ ของผม . . .

วันที่ทำผมยิ้มได้ยามเหนื่อยอ่อน เพื่อนคือสิ่งเดียวที่ไม่เคยทอดทิ้งผม เพื่อนที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมา หากชีวิตนี้ผมจะมีเพื่อนแค่คนเดียว ผมขอมีแค่มันนี่แหละ ไอ้เพื่อนรักของผม




ผมกลับไปที่ปายอีกครั้ง . . .


ผมไปตามสัญญา . . . ผมไม่อยากผิดสัญญากับคนที่ผมรัก แม้ว่าความรักที่ผมมี จะแตกต่างจากสิ่งที่มันมีให้ผม แต่ผมก็ยึดถือกับคำมั่นสัญญาเสมอมา

สองเดือนที่ผ่านมา . . .

ไม่มีสักวันที่ผมไม่คิดถึงมัน แต่ยิ่งคิดถึงมันยิ่งเจ็บปวด ผมพยายามแล้วที่จะไม่รักมัน แต่ดูเหมือนว่า ยิ่งผมพยายามจะถอยห่างเท่าไหร่ เหมือนหัวใจยิ่งวิ่งไปใกล้กัน หรือว่าเป็นเพราะผมอ่อนแอ ผมไม่ได้โทรหาทั้ง ๆ ที่หลายครั้งผมกดโทรศัพท์ไปที่บ้านโก . . .

แต่ . . .

ผมวางสายก่อนทุกครั้งที่จะมีคนรับ ผมต้องการแค่นี้จริง ๆ

กลางเดือนมีนาคม . . .

ฤดูร้อน นักท่องเที่ยวบางตา อาจเพราะไม่ใช่ฤดูกาลท่องเที่ยวของเมืองเล็ก ๆ กลางหุบเขาแห่งนี้ ผมลงรถที่เดิม หลังจากที่วิ่งมาจากสถานีเชียงใหม่แห่งใหม่มาร่วมสี่ชั่วโมง . . .

บ้านเรือนแปลกตากว่าสองเดือนก่อน . . .

แปลกตาอย่างไรหรือ เริ่มมีการก่อสร้างมากขึ้น มองไปทางไหนก็มีแต่โครงไม้ โครงเหล็ก เสียงตอกตะปู เสียงเครื่องบดผสมซีเมนต์ เขาต้องเร่งทำเพื่อที่จะรับฤดูกาลท่องเที่ยวหน้า ความเจริญเริ่มก้าวเข้ามาช้า ๆ และอาจจะรวดเร็วต่อจากนี้อีกไม่กี่ปีข้างหน้า

กิจการที่มีอยู่จะต้องค่อย ๆ ปรับตัวให้พร้อมกับการแข่งขัน . . .

ทุน . . . จากนอกพื้นที่จะค่อย ๆ ไหลบ่ามาเหมือนน้ำป่าที่หลากไหล และเมื่อนั้นคนที่ไม่ปรับตัวจะค่อย ๆ หายไปจากระบบ นี่คือวัฏจักรของการพัฒนา

การพัฒนา . . .

. . . คำพูดที่สวยหรู

แท้จริง . . .

การทำลาย . . . เป็นการทำลายรากเหง้าทางวัฒนธรรมอย่างช้า ๆ หากแต่ไม่มีใครหรอกที่จะสนใจรากเหง้า เขามองกันเพียงแค่ว่า จะทำอย่างไรให้กิจการอยู่ได้ จะทำเช่นไร ให้มีกระแสเงินสดหมุนเวียนในกิจการมากที่สุด

ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไป . . .

เงิน . . . เข้ามาขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจในเมืองเล็ก ๆ มันค่อย ๆ ซึมอย่างช้า ๆ และไม่นานทุกคนจะโหยหาแต่เงิน เพื่อประคองตัวให้อยู่รอดท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นทุกวัน ระบบทุนนิยมจะค่อย ๆ กลืนทุนขนาดเล็ก

ปลาใหญ่ค่อย ๆ กินปลาเล็ก

ทุกอย่างจะเป็นไปตามธรรมชาติของมัน คนที่ปรับตัวตามสภาพการณ์เท่านั้นที่จะอยู่ได้ ส่วนคนที่ปรับตัวเองไม่ได้จะค่อย ๆ หายไปจากวงการ . . .

“พี่อาร์ม . . . ผมไปส่งมั้ยพี่” ผมหันไปตามเสียง

“ไอ้ชัย . . .ไปไหนมาหรือ” ผมทักทายเด็กรุ่นน้อง ซึ่งก็รุ่น ๆ เดียวกันกับโก จะว่าไปแล้ว มันก็ญาติกันนั่นแหละ . . .

ย่าของชัย . . . เป็นพี่สาวของปู่โก

“เออ เอาดิ” ผมไม่รอช้าขึ้นคร่อมข้างหลังชัยมันทันที คร่อมมอเตอร์ไซด์นะครับ อย่าเข้าใจอะไรผิดไปจากนี้

“มากี่วันพี่คราวนี้”

“ไม่รู้ว่ะ เบื่อก็กลับ”

“ไม่เอาแฟนมาด้วยละพี่”

“หาไม่ได้”

“เชื่อตาย สาวกรุงเทพฯ เยอะจะตาย” มันชวนผมคุยเรื่อย ๆ จะว่าไปแล้วผมกับมันนี่คุยกันมากกว่าที่ผมคุยกับโกเสียอีก

ผมรู้จักมันก่อนโก . . .

แต่ . . . หัวใจผมมันดันไม่รักดี ไปรักคนมีเจ้าของแล้วซะงั้น เรื่องของหัวใจมันบังคับกันไม่ได้นี่หว่า ถ้าบังคับได้ ผมคงไม่ต้องเจ็บปวดเหมือนตอนปีใหม่ มันขับมาส่งผมที่รีสอร์ทของอา

“แวะกินอะไรก่อนมั้ย”

“เลี้ยงป่าว”

“เออเด่ะ อยากกินไรสั่ง เคยจ่ายเสียที่ไหนเล่า” ผมยิ้มกับมัน ก่อนเดินนำมันไปที่ร้านอาหาร ที่อยู่ท่ามกลางร่มไม้ใหญ่

ทั้งรีสอร์ทนี่ ผมเดินสียจนปรุ ปิดตาเดินยังไหวเลย ด้านหลังของร้านอาหารเป็นเรือนพัก ที่สร้างไปจนถึงริมลำน้ำ ที่หน้าร้อนแบบนี้น้ำแห้งสามารถเดินข้ามไปอีกฝั่งได้สบาย

“ไอ้โกมันมีเมียไปแล้วนะพี่”

“เออ รู้มาเหมือนกันปีใหม่เจอมันแล้ว” ผมพยายามทำตัวให้ปกติที่สุด ด้วยไม่รู้ว่าใครเป็นอย่างไรบ้าง

“เออ เห็นมันก็บอกปีใหม่พี่มา แต่ผมไปเชียงใหม่มาเด่ะ”

“เลยไม่ได้เจอชัย แล้วเราเมื่อไหร่มีเมียมั่ง”

“มีไปเรื่อย ๆ ดีแล้วพี่ อย่าเอามาเป็นห่วงแบบไอ้โกเลย”

ไอ้ชัยมันบอก . . .

แต่ . . .





หัวใจผมเจ็บ และห่วงไอ้โกมัน ไม่อยากให้มันมีเมียเลย แต่ของแบบนี้มันไม่เกี่ยวกับคนที่สามแบบผม อะไรที่ไม่ใช่ของเรา มันก็ไม่ใช่ของเรา

“มันน่ะบ้า ว่าไปแล้วมันทำไรไม่คิด”

“ทำไมเหรอ”

ผมเริ่มสนใจกับข้อมูลที่ชัยมันบอก แม้แค่เพียงเล็กน้อย แต่ผมกลับรู้สึกเหมือนมันมีอะไรแฝงอยู่ ผมไม่ได้รู้จักกับโกมาตั้งแต่ต้น บางเรื่องที่ผมอยากรู้ ผมคงต้องคุยกับคนที่คุ้นเคยกับโกมากกว่า

“ก็ลุงมล แกไปมีเมียใหม่” ชัยหมายถึงพ่อของโก

“แล้วเกี่ยวไรกัน”

“ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเกี่ยวมั้ย ก็ไอ้โกรักป้าภาจะตาย แถมเมียน้อยลุงมลเป็นเด็กบาร์อีก”

“เมียไอ้โกก็เด็กบาร์ไม่ใช่เหรอ” ผมมองหน้า

“ก็ใช่พี่ มันอยากประชดพ่อมันมั้ง เลยเอาเด็กบาร์มาทำเมีย เละขนาดนั้นใครจะเอามาทำเมียว่ะ ผมเลยบอกว่ามันบ้า”

“มันไม่ได้รักกันหรือไง”

“เป็นพี่รักเข้าไปลงเหรอ เมาทีไรลากฝรั่งไปดูดปากไม่อายใครเลย”

“แล้วมันว่าไง ไม่หึงเหรอ”

“ไม่รู้แม่ง เงียบแบบที่มันเป็นนั่นแหละ เป็นผมเลิกไปนานแล้ว ไม่ทนอยู่กับผู้หญิงแบบนั้นหรอก ให้ฟรียังคิดนานเลย”

แปลกนะ . . .

จากที่เคยเจ็บแปล๊บ เมื่อตอนที่เริ่มคุยเรื่องเมียของมัน ตอนนี้กลายเป็นว่าผมกลับสงสารมัน เป็นห่วงมันสารพัด ทั้ง ๆ ที่มันเองกับผมก็ไม่ได้สนิทสนมกันมาก มีแต่ผมกระมังที่อยากจะสนิทสนมกับมัน และเรื่องที่ชัยเล่ามา มันกับผู้หญิงคนนั้นแทบไม่น่าจะอยู่กันด้วยความรัก . . .

คนรักกัน . . .

. . . ต้องแคร์ความรู้สึกของกันและกันมิใช่หรือ?

“ขนาดนั้นเลยเหรอ”

“อืม ผมถึงว่าไง มันประชด”

“ประชดเพื่ออะไร” ผมมองหน้าคนแจ้งข่าว

นี่ . . . ข่าวดีของผมหรือ?

ข่าวร้ายมากกว่า . . .

เพราะผมสงสารคนที่ผมรักจับหัวใจ ทำไมมันไม่คิดให้เยอะ ๆ ก่อนที่จะทำอะไรลงไป คนเราควรคิดให้มาก มากกว่าที่จะทำอะไรไปด้วยอารมณ์ ปัญหาที่บ้านมากพออยู่แล้ว ทำไมเราจะต้องเอาปัญหาไปสุมอีก . . .

“แหมพี่! มันคงคิดว่าถ้ามันมีเมียเป็นเด็กบาร์บ้าง พ่อมันจะห้ามจะว่ามัน แล้วมันก็จะย้อนพ่อมันได้ ทีพ่อมีได้ มันคงคิดแบบนั้นแหละ”

ผมส่ายหน้า . . .

. . . คนเจ็บปวด

แม่ไอ้โก . . . ป้าภา

มันคิดตามประสาเด็ก . . .

หรือ . . . มองอีกมุม

อายุมันแค่นั้น มันจะคิดอะไรได้มากกว่านั้น มันก็เหมือนเด็กบ้านแตก ขาดความอบอุ่นจากที่บ้าน มันคิดว่าการที่ทำอะไรเรียกร้องความสนใจจะทำให้อะไรมันดีขึ้นมากระมัง

มันคิดผิด . . .

มันสร้างปัญหาเพิ่มขึ้นมาโดยที่มันไม่รู้

จากที่ผมเคืองมันที่มันมีเมีย กลายเป็นว่าผมสงสารมันมากขึ้นไปอีก มิน่าตอนปีใหม่ตอนเมียมันมาตามมันถึงทำท่าอย่างคนเซ็งกะตาย ทำไมผมไม่ถามมันเสียตั้งแต่ตอนนั้น

เพราะผมคิด . . .

. . . ไม่อยากยื่นมือไปทำให้ใครต้องแตกแยก . . .

เรื่องที่ชัยเล่า . . . มันทำให้ผมคิดตลอดทั้งวันนั้น วันที่ผมก้าวเท้ามาที่นี่อีกครั้ง ผมสงสารมันจับหัวใจ แต่ผมจะช่วยมันได้อย่างไร เรื่องแบบนี้ ถ้ามันไม่เอ่ยปาก ผมจะแส่มือเข้าไปก็ใช่ที่





เสียงนกร้องกลับรวงรัง หากแต่ผมยังคงเก็บตัวเงียบอยู่ในห้อง ผิดกับทุก ๆ ครั้งที่ยามเย็นแบบนี้ผมจะไปเดินเล่นแถวลำน้ำปาย ผมไม่รู้เหมือนกันว่าเรื่องที่ชัยพูดมากับผมเมื่อตอนกลางวัน จะเป็นเรื่องเดียวที่วนเวียนอยู่ในหัวของผมตอนนี้หรือไม่

ผมรู้แค่ว่า . . .

ผมสงสารคนที่ผมรัก . . . เรื่องไอ้โกมีเมีย อาจเป็นเรื่องธรรมดาของคนที่นี่ แต่สำหรับผมมันเป็นเรื่องใหญ่และสำคัญ

สำคัญมากเสียด้วย . . .

. . . ก็ผมรักมันไปหมดหัวใจแล้วนี่ครับ

“น้องอาร์ม น้องอาร์มอยู่มั้ย” เสียงร้องเรียกที่หน้าห้องผม เสียงนั้นปลุกผมจากความคิด ผมจำน้ำเสียงที่ร้องเรียกนั้นได้

“ครับผม”

ผมเปิดประตูออกมา ต้อนรับผู้มาเยือน

“สวัสดีครับป้าภา มีธุระด่วนหรือครับ ไม่ให้ใครมาตามผมไปที่บ้านก็ได้เดินมาถึงที่นี่เลย” ผมยกมือไหว้ แม่สะใภ้ในอนาคต

เอ! หรือแม่ผัวหว่า กร๊ากกกกกกกกก

“มาคุยกับน้องปู เห็นน้องปูบอกว่าอาร์มมา เลยแวะมาหา” ป้าภาแกหมายถึงอาผม

“ครับ นั่งก่อนครับป้า” ผมเชิญแกนั่งที่หน้าห้องพัก ที่มีโต๊ะไม้สำหรับนั่งเล่น ก่อนเดินไปรินน้ำในห้องออกมารับแขก

แขกพิเศษของผมครับ . . .

. . . แม่คนที่สองของผม

“ป้าภาสบายดีนะครับ เมื่อคืนนั่งรถมาไม่ได้หลับทั้งคืน มาถึงหลับเป็นตายเลย กะว่าค่ำ ๆ จะเดินไปหาอยู่เหมือนกัน แต่ป้าเดินมาหาผมเสียก่อน”

“ก็งั้น ๆ แหละ น้องอาร์มสบายดีไหม ผอมไปหรือปล่าว” น้ำเสียงคล้ายคนที่ปลงกับชีวิต

“เหรอครับ” ผมก้มมองตัวเอง “คงเรียนหนักมั้งครับ ปีสุดท้ายแล้วครับ จะจบเสียที หมดเวลาขอตังค์ที่บ้านแล้วล่ะครับ” ผมยิ้มอย่างเคย
“ดีจังเลย จบแล้วมาทำงานที่นี่มั้ย”

“เหอะ ไม่อาววววววววววว” ผมส่ายหน้าปฎิเสธ

“เจอน้องมันหรือยัง” สายตาที่ทอดมองมายังผม เจือแววเอ็นดู ป้าภาไม่เฉลียวใจสักนิด ว่าผมคิดอะไรอยู่

“ยังเลยครับ มาถึงก็นอนทั้งวันเลย เหนื่อย เมื่อคืนบนรถไฟคนเยอะมาก ไม่ได้นอนเลยครับตื่นเต้นได้กลับมาที่นี่”

จริง ๆ นี่ครับ . . .

ผมรอคอยวันที่จะได้กลับมาอย่างใจจดใจจ่อ อย่างน้อยที่สุด ผมก็ยังได้เห็นหน้าคนที่ผมรัก ถึงแม้ว่าในสายตาของเขา ผมเป็นได้แค่ . . . พี่

แค่นี้ . . .

ดีถมเถไปแล้วมิใช่หรือ ?

“มันมีเมียไปแล้ว” แกมองหน้าผม

ผมพยักหน้ารับทราบ

“เฮ้ยยยยยยยย” เสียงป้าภาถอนหายใจ

ผมมองหน้าแกยิ้มเจื่อน ๆ เหมือนแกจะแบกเอาเรื่องหนักอกหนักใจไว้เต็มบ่า ไอ้ผมมันพวกใจอ่อนเสียด้วย มองมาก ๆ เดี๋ยวพาลร้องไห้ไปกับแกแล้วแย่เลย

“เป็นอะไรครับ มีอะไรหนักใจขนาดนั้นหรือครับ”

“อาร์ม เอาน้องมันไปเรียนที่กรุงเทพฯ ด้วยสิ”

ผมมองหน้าแก จ้องมองอยู่นาน . . .

ความคิดนี้ ผมเคยคิดเล่น ๆ ถ้ามันไปเรียนต่อ ไปอยู่กรุงเทพฯ กับผม ผมคงมีความสุขมาก อย่างน้อยที่สุด ผมจะได้อยู่กับคนที่ผมรัก ผมจะดูแลมันอย่างดีที่สุด จะถนอมมันเอาไว้ให้สมกับที่มันได้หัวใจผมไป

ผมแน่ใจ . . .

ผมทำให้มันรักผมได้แน่ ๆ ก็มันเรียบร้อยขนาดนั้น เพื่อน ๆ มันยังล้อว่ามันเป็นตุ๊ด แต่พอมันมีเมีย ความรู้สึกที่ผมอยากให้มันไปอยู่ค่อย ๆ หมดไป เหมือนแสงเทียนที่ค่อย ๆ มอดลงเมื่อไร้ไส้เทียน

ผมไม่อยากแยกคู่ . . .

การแยกผัวแยกเมียมันจะเป็นบาป และบาปนั้นมันจะสนองเราเร็ว ผมกลัวการพลัดพราก เพราะรู้ดี การห่างไกลคนที่เรารักมันทรมานขนาดไหน กว่าจะผ่านแต่ละวันไปได้ มันช่างเชื่องช้าเสียเหลือเกิน

ผมเจอมาแล้ว . . .

ตั้งแต่ปีใหม่ . . .จนวันนี้ ผมคิดถึงคน ๆ นึง ทุกลมหายใจเข้าออกเลยทีเดียว

“ไม่ไหวแล้วน้องอาร์ม ออกไปไหนไม่ได้ มีแต่คนพูดกัน ผัวไปได้เด็กบาร์ ลูกคนเดียวได้เด็กบาร์ อายจนไม่รู้จะอายยังไงแล้ว” แกยกมือปาดน้ำตา

น้ำตาของคนเป็นเมีย . . .

น้ำตาจากคนเป็นแม่ . . . แม่ของคนที่ผมรักสุดหัวใจ ชีวิตของแกคงพังทลายไปหมดแล้ว ผมนั่งนิ่ง ๆ ไม่กล้าออกความเห็นใด ๆ

ผมสงสารแกจับหัวใจ . . .

. . . ผู้หญิงเพศแม่




แบกเรื่องราวไว้มากขนาดนี้เลยหรือ ผู้หญิงส่วนมากมีความอดทนสูงกว่าผู้ชาย และดูเหมือนว่าคนที่นั่งตรงหน้าผม จะมีเรื่องราวคับหัวอกมากมายเลยทีเดียว ผมได้แต่นั่งเงียบ ๆ มองด้วยความสงสารในชะตากรรมที่ป้าภาเจอ

“ไปวัดคนก็ซุบซิบกัน เดินตลาดเขาก็พูด น้องอาร์มพูดกับน้องมันหน่อยนะ ช่วยพูดให้มันไปเรียนด้วยเหอะ”

“ผมจะลองดูนะครับ แต่ยังไม่รับปากนะป้าว่ามันจะยอมไปมั้ย”

“ถ้าน้องอาร์มพูด โกมันไปอยู่แล้ว มันรักน้องอาร์มจะตาย ป้าน่ะอยากให้ลูกได้เรียน ไม่อยากให้มีชีวิตแบบนี้ เราไม่ได้เรียนทีนึงแล้ว ไม่อยากให้ลูกโง่เหมือนเรา ไม่เรียนไม่เท่าไหร่ นี่ไปคว้าเด็กบาร์มาอยู่ออกหน้าออกตา จะพูดก็กลัวลูกเสียใจ แต่ลูกมันไม่เคยคิด หัวใจแม่มันยับเยินขนาดไหน”

ป้าภาหลบหน้า ยกมือปาดน้ำตาทิ้ง . .

หัวใจผมหรือ . . . หล่นวูบตามภาพที่มองเห็น

“ครับ”

“ช่วยป้าหน่อยนะน้องอาร์ม พูดกับน้องให้น้องมันไปเรียนต่อทีเหอะ เอามันไปให้พ้น ๆ จากสังคมแย่ ๆ ทีเหอะ ถือว่าทำบุญก็แล้วกันจะให้ทำอะไรป้าก็ยอม ป้าไหว้ล่ะ” แกยกมือไหว้ผม

เล่นเอาผมทรุดลงกับพื้นเลย . . .

ผมกราบแกด้วยความเคารพ รู้สึกผิดมาก ที่เห็นป้าภายกมือไหว้ ทำไมหรือครับ ผมบอกไม่ถูกเหมือนกัน ผมรู้แค่ว่า ผมไม่อยากให้ป้าภาทำแบบที่ทำเมื่อสักครู่

แกดึงผมเข้ามากอด ร้องไห้เสียตัวโยน ผมได้แต่หลับตานิ่ง สมองผมตอนนี้มันทึบ มืด คิดอะไรไม่ออกเหมือนกัน ผมไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้มาก่อน มือไม้ไม่รู้จะวางไว้ตรงไหนดี จะลูบปลอบแกก็ไม่สมควร น้ำตาของคนเป็นแม่ที่ห่วงลูก ผมจะทำยังไงดี แกบากหน้ามาหาผม เพราะคิดว่า ผมน่าจะช่วยแกได้ ผมอาจเป็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์สำหรับแก

“ป้ามองไม่เห็นทางเลยน้องอาร์ม มองไม่เห็นใครเลยจริง ๆ มีแต่น้องอาร์มนี่แหละที่จะพูดกับโกได้ ช่วยป้านะน้องอาร์ม” เสียงป้าภาย้ำสำทับ

“ครับ . . . ผมจะพูดกับโก”

“ช่วยให้ได้นะน้องอาร์ม”

“ครับ ผมสัญญา ผมจะเอาโกไปเรียนต่อ ผมจะเอาไปเรียนให้ได้ครับ ป้าภาไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะพูดกับน้องมันเอง”

พันธะสัญญา . . .

. . . หรือ . . .

บ่วง . . . มันค่อย ๆ รัดผมเอาไว้ กว่าผมจะรู้ตัว บ่วงนั้นกลับมารัดคอผมเอาไว้แทบตาย แต่ผมก็ยินดีที่จะรับมันไว้ แม้จะมีทั้งหยดเลือดและหยาดน้ำตา

ผมมีเรื่องที่ต้องคิด คิดมากเสียด้วย . . .

ผมจะพูดอย่างไร ผมจะแยกคนที่เขาอยู่ด้วยกันได้อย่างไรกัน ในเมื่อตอนนี้ดูเหมือนว่า อะไร ๆ มันจะช้าไปเสียแล้ว ผมได้แต่วาดหวังเอาไว้ ขอให้มันเป็นแค่ช้าไปแล้ว อย่าให้มันได้ชื่อว่า . . .

. . . สายเกินไป

ผมไม่ชอบเลยคำนี้ . . . สายเกินไป

ผมมองหน้าป้าภา หัวใจผมหวิว ๆ บางครั้งผมรู้สึกผิดในหัวใจ กับความคิดที่มันซ่อนอยู่ภายในลึก ๆ ของผม

ถ้าหาก . . .

ป้าภารู้ ผมคิดกับลูกแกเกินกว่าพี่น้อง . . .

. . . ป้าแกจะมาพูดเรื่องนี้กับผมมั้ยนะ

ป้าภากลับไป ผมต้องรีบเอาพาราสองเม็ดซัดเข้าปาก เพราะสมองผมมันปวดตึ้บไปหมด ผมต้องนอนเอามือก่ายหน้าผาก เพราะเรื่องที่ป้าภาแกมาขอให้ผมช่วย มันอาจเป็นอะไรที่ใหญ่สำหรับคนตัวเล็ก ๆ แบบผม

การที่จะมีใครเข้ามาในชีวิตเรา . . .

มันไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เลย ผมจะทำยังไงดี ผมจะต้องใช้วิธีไหน การแยกคนคู่คนอื่นมันเป็นบาป แล้วไอ้บาปบางอย่างมันสนองเร็วเสียด้วย

ผมไม่เคยคิดการตัดสินใจของผมในครั้งนั้นมันจะส่งผลกระทบมาถึงผมในอนาคต . . . กรรมในการแยกคนอื่น

มันส่งผลตอบแทนอย่างสาสม . . .

ถ้าวันนั้น . . .

. . . เมื่อสิบปีก่อนผมรู้ผลของวันนี้

ผมจะยังทำแบบนี้อีกไหม . . .

ผมถามตัวเอง ในขณะที่นั่งนึกถึงเรื่องที่ผ่านมา ในเวลาตอนนั้น ผมไม่รู้จะทำยังไงดีแล้ว . . .

ทางเลือกสำหรับผมในเวลานั้นมันมีไม่มากนัก เหมือนผมโดนบีบมาให้อยู่ในจุดที่ต้องตัดสินใจ สิ่งที่ผมตัดสินใจ มันย่อมมีผลกระทบกับคนใดคนหนึ่งแน่นอน ปัญหาบางเรื่องมันแก้ง่ายนักหรือ

ผมต้องแยกมันออกจากเมียมันหรือ?

มันต้องไปเรียนต่อใช่ไหม ?

แล้ว . . . ผมจะเลิกรักมันเกินน้องได้หรือ?

สารพัดกับปัญหาที่ผมคิด . . . ก่อนที่ฤทธิ์ยาจะออกแรง สายตาผมพร่ามัว ผมอยากนอน อยากหลับไม่ต้องรับรู้กับปัญหาใด ๆ

ปัญหา . . . ที่ไม่เกี่ยวอะไรกับผมเลย ทางออกของเรื่องนี้ ผมมีแต่เสียกับเสียแน่นอน

แต่ . . .

. . . ผมเสือกเอาตัวเข้าไปพัวพัน นึก ๆ ไปก็สมน้ำหน้าตัวเองดี






Create Date : 08 ธันวาคม 2552
Last Update : 8 ธันวาคม 2552 19:31:40 น. 3 comments
Counter : 268 Pageviews.

 
หนุกๆๆๆ

ไว้จะมาอ่านใหม่นะ


โดย: ggg* (clyt ) วันที่: 9 ธันวาคม 2552 เวลา:1:53:13 น.  

 
รูปน้อยไปไหมหว่า


โดย: นนท์ปวิชญ์ วันที่: 9 ธันวาคม 2552 เวลา:11:56:45 น.  

 
แวะมาทักทาย
และขอบคุณที่ไปเยี่ยมบล๊อกครับ....

ลองอ่านต่อที่ตอน 2 อีกก้ดีนะครับ
ผมเขียนไว้ 3 ตอน....

มีความสุขมากๆนะครับ


โดย: wicsir วันที่: 9 ธันวาคม 2552 เวลา:14:57:27 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นนท์ปวิชญ์
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add นนท์ปวิชญ์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.