Group Blog
 
<<
มกราคม 2553
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
27 มกราคม 2553
 
All Blogs
 
[ ห้ ว ย แ ม่ ข มิ้ น ] รั ก ฤ ๅ ผู ก พั น ฯ # ๔ ๓ #

**คำเตือน**




เรื่องนี้ . . .





เป็นเรื่องแต่งขึ้นเพื่อสร้างความบันเทิงเท่านั้นไม่เกี่ยวข้องกับบุคล หรือเหตุการณ์ใด ๆ ที่เกิดขึ้นในบรรณภิภพนี้ ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณในการอ่านอย่างมากถึงมากที่สุด



ปล. เป็นเรื่องแต่งมิได้เกี่ยวข้องใด ๆ ต่อ เจ้าของบล๊อก







ต อ น ที่ ๔ ๓



บ้าน . . . อย่างไรก็อบอุ่น

สายตาแม่เหมือนแปลกใจที่จู่ ๆ ผมกลับมานอนบ้าน นานแค่ไหนแล้วที่ผมไม่เข้ามานอนบ้าน มันคงนานพอ ๆ กับที่มีอีกคนเข้ามาในชีวิตของผม ชีวิตที่ผมคิดแค่ว่า หากผมดึงใครเข้ามา ทั้งพ่อและแม่ อาจหันกลับมามองผมบ้าง . . .


แต่ . . .

มันไม่เป็นแบบที่ผมคิดเลย ไม่มีใครมองผมเลย ทุกคนทำเพื่อตัวเองทั้งสิ้น พ่อทำทุกอย่างเพื่อความสุขของตัวเอง แม่ได้แต่ทนอยู่กับสภาวะหน้าชื่นอกตรม ผมช่วยอะไรใครไม่ได้เลย ผมได้แต่ยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นเงียบ ๆ

พี่อาร์ม . . .

. . . ไม่ใช่พี่ . . .

พี่อาร์มไม่ใช่ญาติพี่น้อง . . .

หากแต่ผมกลับรู้สึกดีที่ได้อยู่ใกล้ ๆ ได้ฟังพี่อาร์มพูด ได้ยินเสียงพร่ำสอนของพี่อาร์ม คำสอนที่แม้แต่พ่อและแม่ไม่เคยสอนผมสักครั้ง ถ้าพี่อาร์มเป็นพี่ของผมจริง ๆ ก็คงจะดี อย่างน้อยผมจะมีเพื่อนมีพี่ที่ผมคุยอะไรได้

แต่ . . . เราไม่ได้เป็นอะไรกัน

. . . เราไม่มีความผูกพันทางสายเลือด . . .

หากเวลาต่อมา ผมถึงได้รู้ ความผูกพันบางอย่างเหนียวแน่นกว่าสายโลหิตเดียวกันเสียอีก แต่กว่าที่ผมจะรู้ คน ๆ นั้นเขาไปไกลแล้ว ไปไกลเกินกว่าที่ผมจะดึงมากอดเอาไว้ได้




คนที่เคยยกโทษให้ผมตลอด . . .

. . . คนที่กอดเก็บความเจ็บปวดเอาไว้คนเดียว . . .

คนเดียวที่ผมคิดว่าไม่มีวันที่ผมจะสูญเสีย สิ่งที่ผมคิด มันเข้าข้างตัวเองแทบทั้งสิ้น เพราะในความเป็นจริงแล้ว ใม่มีใครหรอกที่จะกอดเก็บเอาความเจ็บปวดไว้จนตาย ทุกคนต่างดิ้นรนเพื่อให้ตัวเองหายเจ็บให้เร็วที่สุด . . .

ป่านนี้พี่อาร์มคงถึงเชียงใหม่แล้ว . . .

ผมนั่งมองโทรศัพท์ ด้วยหวังว่าพี่อาร์มจะโทรมาบ้าง แต่มันคงเหมือนกับครั้งที่แล้ว ครั้งที่พี่อาร์มกลับไป แล้วหายเงียบไปเลย ไม่เคยส่งข่าวกลับมาเลย บางครั้งผมอยากมีใครสักคนใกล้ ๆ ไว้คอยคุย คอยปรึกษา แต่ดูเหมือนสิ่งที่ผมวาดหวังมันจะห่างตัวผมออกไปทุกที ไม่มีเสียงโทรศัพท์ ตลอดทั้งคืน และล่วงเลยมาจนเที่ยงอีกวัน . . .

พี่อาร์มหายไปแล้ว . . .

หายไปแบบที่เคยหายไปเมื่อครั้งก่อน ต่อจากนี้ ผมคงจต้องรอเวลา รอให้พี่อาร์มกลับมาอีกครั้ง ซึ่งก็คงเป็นช่วงที่มหาวิทยาลัยพี่อาร์มปิดเทอม มันอีกสามเดือน มันนานนะ สำหรับการรอใครสักคน

การรอคอยมันทรมานเสมอ . . .

ผมไม่รู้ด้วยซ้ำ ปลายทางแห่งการรอคอยจะมีพี่อาร์มหรือไม่ หากแต่ผมยังวาดหวังที่จะรอ เพราะการคิดว่าพี่อาร์มจะกลับมาอีกครั้ง พี่อาร์มจะกลับมาอีก เป็นความสุขของคนที่ได้คิดไปเองแบบผม อย่างน้อยที่สุด ช่วงเวลาที่ผมได้รู้จักกับพี่อาร์มคือช่วงเวลาที่ดีที่สุดของผม เป็นห้วงเวลาที่ผมไม่เคยลืมมันเลย

แม้ . . .

จะเป็นห้วงเวลาเพียงสั้น ๆ ก็ตาม

น่าเสียดาย . . .

. . . ที่ต่อมาอีกไม่กี่ปี . .

เราเลือกที่จะทำลายเหล่านั้น เวลาที่ทั้งผมและพี่อาร์มช่วยกันทำลาย จนมันแทบไม่เหลือสิ่งดีไว้ให้เราจดจำเลย

กว่าที่เราจะสร้างมันขึ้นมา ใช้เวลามากมาย และเราทุ่มไปด้วยความรู้สึกหลายหลาก หากในเวลาที่เราทำลาย เรากลับทำให้มันหายไปในพริบตา เหมือนน้ำป่าที่หลากมาอย่างรวดเร็ว มันกวาดไปหมดทุกอย่างทิ้งไว้เพียงแค่ซาก . . .

ซาก . .




ที่เหลือมันทรมานความรู้สึกเป็นที่สุด เหมือนคนที่ตายทั้งเป็น ผมรู้ดีความเจ็บปวดเป็นอย่างไร ความเจ็บปวดที่ผมไม่อยากจะเฉียดใกล้เข้าไปด้วยซ้ำ แต่ผมยังเลือกที่จะหยิบยื่นความเจ็บปวดนั้นให้พี่อาร์ม . . .

และ . . .

. . . กลืนกินมันเข้าไปเอง . . .

ผมทำร้ายตัวเอง ทำร้ายคนที่ผมรัก เพียงเพราะอะไรบางอย่าง เหมือนอารมณ์ชั่ววูบที่เราทำลงไป แล้วเราต้องยอมรับสิ่งที่มันเกิดขึ้น ผลจากสิ่งที่คิดเพียงชั่ววูบมันทำลายทุกอย่างลงหมดสิ้น

เสียใจมั้ย ? . . .

ยิ่งกว่าเสียใจ

ยิ่งกว่าทุก ๆ อย่างทั้งหมดที่ผมเคยเจอมาทั้งชีวิต ชีวิตผมมีลมหายใจเพราะพ่อกับแม่ หาก . . .

อนาคต . . .

. . . อนาคตที่ผมมี . . .

มาจากหยดเลือดและหยาดน้ำตาของพี่อาร์ม

สิ่งที่ผมทำได้ . . .

ในตอนนั้น ผมได้แต่รอ . . . รอว่าสักวันนึงพี่อาร์มจะติดต่อกลับมา

. . . หากแต่ไม่มี . . . ไม่มีอีกแล้ว

พี่อาร์มกลับไป . . .

พร้อมกับลมหนาวระลอกสุดท้ายที่มันเริ่มหายไปจากป่า ทิ้งไว้แค่ความระลึกถึง น่าแปลก ที่ผมกลับอยากเจอพี่อาร์ม อยากรู้เรื่องเรียนจากพี่อาร์ม ยิ่งผมคิดถึงพี่อาร์มมากเท่าไหร่ ดูเหมือนพี่อาร์มจะยิ่งหายไปจากชีวิตของผมมากเท่านั้น

ผมน่าจะรู้จักพี่อาร์ม . . .

. . .หากผมโหยหา . . .

พี่อาร์มจะร้างลา . . .

วัฏจักรนั้นมันย้อนกลับมาอีกครั้งในห้วงเวลาไม่ถึงสิบปี ผมทำร้ายพี่อาร์มอีก แล้วเป็นพี่อาร์มที่ห่างหายผมไปอีก เกือบครึ่งค่อนโลกที่พี่อาร์มหนีไป เกือบปีที่ห่างหาย ผมไม่รู้พี่อาร์มเจออะไรบ้าง

แต่ . . .

ผมรู้ . . . สิ่งที่ผมเจอ

. . . นรกทั้งเป็น . . .




อเวจีขุมที่ลึกที่สุดที่ผมเลือกเดินลงไปเอง ผมทำทุกอย่างมันเองทั้งสิ้น ถ้าวันนั้น ผมเลือกที่จะรักษาความรู้สึกของพี่อาร์ม บางที ความเจ็บปวดมันอาจจะไม่เกิดขึ้นกับเราก็เป็นได้ แต่ผมพลาด

ผมทำสิ่งผิดพลาดซ้ำ ๆ เสมอมา

สถานีขนส่งเชียงใหม่อาเขต ค่อนข้างวุ่นวาย เพราะเป็นช่วงเทศกาลปีใหม่ วันหยุดยาว และดูเหมือนว่ายิ่งบ่ายค่อนไปทางตอนเย็น ผู้คนยิ่งมากหน้า ผมหรือ เหมือนคนไร้ลมหายใจ หรือตอนนี้หัวใจผมมันเต้นช้าลงก็ไม่รู้

ภาพคนที่นอนขดตัว . . .


ผมอยากปลุกให้คนนั้นตื่นมา ตื่นมาเจอหน้ากันอีกครั้ง แต่ผมไม่กล้า ผมกลัว หากเขาตื่นมาเจอผม แน่นอนผมดีใจ แล้วพี่อาร์มล่ะ พี่เขาจะรู้สึกแบบที่ผมรู้สึกหรือเปล่า แผลที่ผมฝากเอาไว้ มันเลือนหายไปหรือยัง

แผลหัวใจ . . .

. . . หายได้ง่ายดายหรือ

ผมรู้ดี ไม่หายหรอก แผลที่ผมฝากเอาไว้ มันลึกมาก ลึกเกินกว่าที่มันจะทำให้คน ๆ นึงยิ้มออกมาได้ในระยะเวลาอันสั้น เพราะอะไรนะหรือ คนที่วาดหวังเอาไว้มาก ยามผิดหวัง สิ่งเดียวที่เขาทำได้ คือการเดินออกจากตรงนั้นให้เร็วที่สุด

และ . . . ไกลที่สุด

พี่อาร์มเดินเร็ว . . . และไกล

หาก . . . มันไกลที่สุดแล้วหรือยังล่ะ ยังหรอก ยังไม่ไกลพอกระมัง ถ้าผมเลือกที่จะรอให้พี่อาร์มตื่น บางที คราวนี้ พี่อาร์มอาจไปไกลกว่าริมทะเลอาระเบียนก็เป็นได้ ทางเดียวทีผมเลือกได้ เดินออกมาจากตรงนั้น

เก็บภาพนั้นเอาไว้ . . .

ที่ผ่านมา ผมเหมือนคนที่ไม่รู้หัวใจตัวเอง ไม่ใช่สิ ผมรู้ รู้มาตลอด เพียงแต่ผมเลือกที่จะไม่ทำตามหัวใจตัวเอง คนเรา มิต้องทำอะไรเพื่อตัวเองเสมอไปมิใช่หรือ ?

การทำอะไรเพื่อตัวเอง . . . ย่อมก่อให้เกิดความเห็นแก่ตัวอย่างที่สุด

หาก . . .

การทำอะไรเพื่อคนอื่น การให้ผู้อื่น คือเมตตาอันประเสริฐที่สุดมิใช่หรือ ?




และ . . . ความรัก มันก็เป็นสิ่งที่ไม่สามารถบังคับกันได้ หัวใจคนเรา เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลามิใช่หรือ ไม่มีใครผิดที่จะรัก และผิดที่เป็นผู้ถูกรัก หากผิดที่ไม่รู้จักยับยั้งขอบเขตของความรักนั้น

ชีวิตผม . . . มิได้มีแค่ผม

แต่ . . .

มันหมายถึงคนอื่น ๆ รอบตัวผม คนอื่น ๆ อีกมากมายที่ผมต้องพบเจอ ต้องสังคมด้วย แล้วหากมีสิ่งใดที่ผมเลือก โดยมิมีพี่อาร์ม

ผมผิดหรือ ?

ผมเคยถามตัวเอง เมื่อวันก่อน ผมผิดมากใช่ไหม หากผมบอกตัวเอง อะไรไม่สำคัญเท่าเรารู้ว่าเรากำลังทำอะไร คนเรา มีวิถีชีวิตที่แตกต่างกันออกไป การเดินบนถนนเส้นเดียวกันก็มิได้แปลว่าเราจะมองเห็นสองข้างทางเหมือนกันมิใช่หรือ

ถนนของผม . . . พี่อาร์มแผ้วถางเอาไว้ ไม่ให้ผมเดินไปเจอพงหนาม

แต่ . . . หากไม่มีหยดเลือด และบาดแผลฝากเอาไว้ ผมจะรู้ได้อย่างไร ว่าคนที่รักผม เขารักผมมากมายสักเพียงไหน

สิ่งเดียวที่ผมทำได้ในเวลานี้ . . .

. . . ดูแลสิ่งที่พี่อาร์มรักให้ดีที่สุด . . .





“โก . . . มีอะไรด่วนมั้ย มาหาพี่ถึงที่นี่” พี่โอ๋ เหมือนจะแปลกใจที่ผมก้าวย่างไปหาพี่เขาถึงสุวรรณภูมิ

ผมยิ้มให้พี่โอ๋

เพื่อนที่พี่อาร์มรักมากที่สุด และน่าจะเป็นคนเดียวที่รู้ว่าพี่อาร์มอยู่ที่ไหน หากพี่โอ๋ไม่ยอมที่จะบอกผม ผมเข้าใจดี เข้าใจในทุก ๆ อย่างที่ผมเจอ เพราะถ้าผมเป็นพี่โอ๋ ผมก็ทำแบบที่พี่โอ๋ทำเหมือนกัน


“ป่าวพี่ พอดีผมเพิ่งกลับมาจากบ้านเลยเอามาฝาก” ผมชูถุงของฝากจากเชียงใหม่

“หลวงพ่อสบายดีมั้ย” แววตาพี่โอ๋ห่วง ผมมองหน้า ค้นหาอะไรสักอย่าง บางทีพี่โอ๋อาจจะมีอะไรที่ไม่อยากบอกผมก็เป็นได้

“ก็ต้องกำชับให้กินยาตามที่หมอสั่ง แต่คราวนี้ดีกว่าเดิม ได้หมอดี” ผมยิ้ม

ยิ้มที่หยันตัวเอง พี่โอ๋ไม่มีวันเข้าใจหรอก . . . หมอดี

“กินอะไรยัง ไปหาอะไรกินกันมั้ย”




“เอาสิพี่ . . . ผมกำลังหิวเลย ตั้งแต่เช้ารีบเคลียร์งาน พอเลิกก็รีบดิ่งมาที่นี่เลย เกือบทุ่มแล้ว เพิ่งรู้ยังไม่กินข้าวเลยตั้งแต่เช้า”

“ดูแลตัวเองบ้าง อย่าโหมงานหนัก พัก ๆ เสียหน่อย ไปหาหลวงพ่อทุกเดือนอีก มีเวลาพักบ้างมั้ยนี่ เอางี้เดี๋ยวพาไปกินข้าว แล้วนั่งมองเครื่องบิน”

“แพง”

“ไม่หรอก มีคูปองฟรี กินได้” พี่โอ๋ยิ้มก่อน เดินนำผมขึ้นไปชั้นสี่ แล้วเดินไปชั้นสูงสุดของอาคารสนามบินเดี่ยวที่ใหญ่ที่สุดในโลก ผมเดินตามอย่างว่าง่าย

โต๊ะที่ติดกระจก มองจากด้านบน เห็นโครงหลังคาเหล็กโค้ง มีผืนผ้าใบสีขาวสลับกับกระจก คล้ายกลีบอะไรสักอย่าง บางเกทมีงวงช้างสองงวงยื่นมาที่ลานจอด เครื่องบินลำตัวสีขาวยาว ๆ หากช่วงปลายหางเป็นลวดลายคล้ายใครเอาริบบิ้นสีน้ำเงิน และสีทองมาพันเอาไว้เป็นลวดลายอ่อนช้อย ตรงแพนหางด้านบนสัญลักษณ์จำปี . . .

เจ้าบ้านจอดเทียบเกทสงบนิ่ง . . .

หากที่จอดแซมอยู่เป็นสายการบินอื่น ๆ อีกมากมาย แต่ที่สะดุดตาผมที่สุดคงเป็นเจ้าเครื่องสีขาว ตรงเครื่องยนต์มีรูปมาสคอสต์เอเชี่ยนเกมส์ ที่แพนหางเป็นรูปกีฬาจักรยาน . . .

ผมอยากมีตาทิพย์ อยากมองให้ทะลุไปในเคบินของเครื่องลำนั้น . . .

“ชอบเครื่องบินตั้งแต่เมื่อไหร่” พี่โอ๋หันมาทางผมเมื่อผมปล่อยให้พี่เขาสั่งอาหารเสร็จ

“เมื่อวาน” ผมบอก ทั้ง ๆ ที่สายตายังจับจ้องไปที่เครื่องลำนั้น ผมไม่เคยรู้สึกชอบเครื่องบิน จนกระทั่งเมื่อวาน เมื่อผมเห็นคนที่นอนหลับเป็นตาย

ผมรักเครื่องบินขึ้นมาจับหัวใจเลยทีเดียว . . .

“มีงี้ด้วย ชอบเมื่อวาน วันนี้เลยมาหาพี่ถึงที่นี่”

“ถ้าภาษาผมเก่งก็ดีสินะ” เสียงผมคล้ายบ่นกับตัวเอง มากกว่าที่จะคุยกับอีกฝ่าย

“ทำไมเหรอ”

“จะสอบสจ๊วต” ผมหันมามองหน้าพี่โอ๋

แววตาพี่โอ๋เป็นปกติ ไม่มีอาการอะไรเลยสักอย่าง ผมพยายามหาสิ่งที่ผิดปกติจากแววตา แต่ดูเหมือนว่า พี่โอ๋จะเก็บความรู้สึกเอาไว้อย่างมิดชิด มิน่า พี่อาร์มถึงบอก พี่โอ๋เหมือนผม หากไม่พูด คนอยู่ใกล้ไม่มีวันรู้หรอกว่ารู้สึกอย่างไร

“ไม่ชอบเป็นวิศวกรแล้วเหรอ”

“แล้วเขาห้ามวิศวะเป็นสจ๊วตเหรอพี่” ผมยิ้มบาง ๆ




พี่โอ๋ เป็นคนเดียวที่ผมคุยด้วยแล้วมีความสุข มากกว่าพี่อาร์มเสียอีก ผมหมายถึงพี่อาร์มคนที่ผมเจอที่กรุงเทพฯ ไม่ใช่พี่อาร์มคนแรกที่ผมเจอที่ . . . ปาย

“ไม่ห้าม แต่นึกไงวันนี้มาแปลกชอบเครื่องบิน อยากเป็นสจ๊วต”

“คนอื่น ๆ ยังเป็นได้เลย ทำไมผมอยากเป็นบ้างไม่ได้”

“ใคร” คราวนี้ คิ้วพี่โอ๋ขมวดเข้าหากัน

ผมยิ้มให้อีกครั้ง การจะถามอะไรตรง ๆ คำตอบก็คงเป็นแบบเดิม พี่โอ๋ไม่มีวันทรยศต่อเพื่อนรักของแกแน่ ๆ สิ่งเดียวที่ผมทำได้คือการเลียบ ๆ เคียง ๆ แล้วเอามาปะติดปะต่อกันเอง

“เยอะแยะไปพี่ คนที่เป็นสจ๊วตเพราะต้องการบางอย่าง” ผมหันไปมองเครื่องบินต่อ วันนี้ผมเริ่มชอบ ยามเครื่องลำใหญ่ ๆ ค่อย ๆ ถอยจากเกท ด้วยรถคันเล็ก ๆ ที่ดันให้มันถอยหลังมาช้า ๆ

เครื่องบินไม่มีเกียร์ถอยหลัง . . .

คงเหมือนหัวใจบางคน . . . แล้วหัวใจผมมันก็เย็นเยียบเมื่อนึกถึงบางคนที่ผมคิดถึง บางที สิ่งที่ผมวาดหวังอาจจะอยู่ไกลเกินไปในตอนนี้

“เช่นอะไรเหรอ เงิน ความก้าวหน้าในชีวิต”

“ก็แน่นอนพี่ คนเราทำงานต้องการเงินทั้งนั้น แต่บางคนทำงานเพราะหนีนี่สิ ผมไม่รู้ เขาทำไปได้ไง การหนี มันทำให้เขามีความสุขหรือ มันทำให้คนรอบ ๆ ตัวมีความสุขหรือ ผมไม่รู้นะ ว่าคนเราจะหนีตัวเองไปได้ตลอดชีวิตหรือเปล่า”

“พูดอะไรพี่งง”

“พี่โอ๋ . . . อยากหายงงมั้ย” ผมหันกลับมามองหน้าพี่โอ๋

อีกฝ่ายพยักหน้ารับ . . .

“พี่ตอบคำถามผมมา คำถามเดียวเท่านั้น”

“อะไร”

“พี่อาร์มอยู่ไหน” ผมจ้องหน้พี่โอ๋นิ่ง ผมหวัง บางทีครั้งนี้พี่อโอ๋อาจจะยอมที่จะพูดความจริงกับผมบ้าง ความจริงที่ผมเจอมาเมื่อวานจากคนที่นอนขดตัวนิ่งด้วยความเหนื่อยอ่อนในกุฎิหลวงพ่อ

“ก็บอกไปแล้ว”

“มันกว้างนะพี่ ดินแดนทะเลทรายอย่าง . . . ตะวันออกกลาง . . .” ผมแค่นเสียงออกมา คล้ายเยาะตัวเอง



“. . . ประเทศไหนหรือพี่ ซาอุฯ อิมิเรสต์ อิหร่าน หรือ. . .” ผมย้ำคำสุดท้าย

“. . .การ์ต้า”

พี่โอ๋มองหน้าผม แววตาคล้ายหนักอกหนักใจ

ผมยิ้มให้ อย่าวาดหวังว่าผมจะพูดอะไรมากกว่านี้อีกเลย เพราะในความเป็นจริงพี่โอ๋น่าจะรู้ดีกว่าผมเป็นไหน ๆ


“แล้วพี่อาร์มเขาไปทำงานอะไร พี่อาร์มต้องไปทำอะไรที่นั่น”

“พี่ไม่รู้”

“ผมรู้ว่าพี่รู้”

ผมจะเชื่อได้อย่างไร เพื่อนสนิทที่สุดจะไม่รู้ ว่าเพื่อนไปทำงานที่ไหน ทั้ง ๆ ที่ผมรู้คำตอบอยู่แล้ว แต่ผมอยากจะรู้จากปากพี่โอ๋มากกว่า ผมไม่สามารถที่จะไปบังคับอะไรพี่โอ๋เขาได้หรอก เพราะเขากับพี่อาร์มมันเพื่อนตายกัน

. . . เพื่อนแท้ คนสุดท้าย . . .

ส่วนผม . . .

วันนี้ . . .

ผมมีใครเสียที่ไหน ชีวิตของผม ไม่มีอะไรสักอย่าง ผมทำลายทุกอย่างที่มี คนดี ๆ รอบ ๆ ตัวผม ค่อย ๆ หายไปทีละคน ชีวิตผมเหมือนตัวคนเดียวในโลกเมื่อไม่มี . . . พี่อาร์ม

กว่าเราจะรู้ค่าของสิ่งที่มี . . .

ก็เมื่อเราสูญเสียมันไปแล้ว แต่ผมยังหวัง สักวัน ผมจะดึงเขากลับมา ดึงกลับมาเป็นของผม ในเมื่อมันเป็นของผมมาตั้งแต่ต้น ถึงจะหายไป แต่ความเป็นเจ้าของก็ยังเป็นผมมิใช่หรือ

“ถ้ารู้ว่าพี่รู้ ก็น่าจะรู้ ว่าไม่มีวันที่พี่จะทรยศเพื่อน”

เป็นไปตามที่ผมคาดหมาย เพราะท้ายที่สุดแล้วพี่โอ๋ก็ไม่ยอมที่จะบอกความจริงอยู่ดี ผมดีใจที่อย่างน้อยพี่อาร์มมีเพื่อนแบบพี่โอ๋

“พี่โอ๋ดูเครื่องลำนั้นสิ” ผมชี้ไปที่เครื่องลายเอเชี่ยนเกมส์

“ทำไมเหรอ”

“พี่เห็นใช่มั้ย เครื่องจากตะวันออกกลาง” ผมยิ้มกับเครื่อง

“อืม ของการ์ตา”

“พี่อาร์มอยู่ในนั้น” ผมยิ้ม ผมมั่นใจ ความรู้สึกบางอย่างของผมมันบอกแบบนั้น ผมรู้สึกเหมือนพี่อาร์มอยู่ใกล้ ๆ ผมมองเครื่องบิน ผมยิ้มให้เครื่องบิน ยิ้มให้กับอะไรบางอย่างที่ผมเองก็ไม่สามารถบอกได้ว่ามันคืออะไร




ที่ผมมา . . . ผมแค่หวัง

. . . ผมอาจเจอพี่อาร์มที่ประตูลูกเรือ . . .

ผมหวังได้เสมอมิใช่หรือ ความหวังก็เหมือนน้ำที่หล่อเลี้ยงหัวใจ ตราบใดที่ผมยังมีหัวใจ ผมก็อยากรู้ว่าหัวใจผมมันอยู่ที่ไหน

“เฮ้ย” พี่โอ๋ตกใจ

“ทำไมต้องตกใจขนาดนั้นล่ะพี่ ในเมื่อพี่บอกผมเองว่าไม่รู้ว่าพี่อาร์มอยู่ที่ไหน” ผมยิ้มอย่างคนเป็นต่อ

พี่โอ๋เฉมองลงไปที่ลานจอดไม่ยอมพูดอะไรอีก

“จริง ๆ นะพี่ ผมว่าพี่อาร์มต้องอยู่ในเครื่องลำนั้นแน่ ๆ” ผมหันมามองหน้าพี่โอ๋ ผมไม่เคยรู้สึกอุ่นหัวใจเลยตั้งแต่วันที่ผมออกมาจากชีวิตพี่อาร์ม จนกระทั่งเมื่อวานหัวใจผมยังหนาวเหน็บเมื่อผมมองเห็นคนที่นอนขดตัวในกุฎิ

หาก . . .

ตอนนี้

เมื่อผมบอกออกไปว่าพี่อาร์มอยู่ในเครื่องลำนั้น ทำไมหัวใจผมมันกลับอุ่น มันอบอุ่นแบบที่ผมเองก็หาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ ผมหันไปมองเครื่องลำนั้นอีกครั้ง ผมเห็นนะ เครื่องแอร์บัส A330-300 มันสวยกว่าเครื่องทุกลำที่จอดอยู่ที่นั่น

“มันอาจจะทำงานที่อิมิเรสต์ หรือ เอทิฮัทก็ได้”

ผมยิ้มอีก คราวนี้ผมยิ้มกว้าง โดยที่สายตายังมองผ่านกระจกไปที่เครื่องบิน ลำที่ผมแน่ใจเป็นที่สุดว่ามีหัวใจผมอยู่ อย่างน้อยตอนนี้ผมรู้แล้วหัวใจผมอยู่ที่ไหน ทำอะไร ไม่นานหรอก ผมจะตามหัวใจผมคืน

“บอกผมเองนะ ว่าพี่อาร์มทำงานสายการบินแน่นอนแล้ว” ผมเอ่ย แต่ไม่หันมามองพี่โอ๋

“เฮ้ย ไอ้นี่”

“เอาน่าพี่ อย่างน้อย ๆ ผมก็ได้นิสัยพี่อาร์มมาบ้างแหละน่า ตะวันออกกลางทำงานอะไรได้ ถ้าไม่ใช่สจ๊วต แล้วเหรียญทองแบบพี่อาร์ม ทำงานกราวน์มาตลอด จะเลื่อนมาเป็นสจ๊วตมันไม่แปลกหรอก ถึงพี่อาร์มจะไม่ชอบ แต่มันมีเหตุผลที่อนุมานได้ว่าตอนนี้พี่อาร์มเป็นสจ๊วตอยู่การ์ตา” ผมมองหน้าพี่โอ๋นิ่ง

“ทำไมต้องการ์ตา ที่อื่นก็มี”




“พี่บอกผมเอง อาจจะที่อิมิเรสต์หรือ เอทิฮัทก็ได้ อาจจะ . . . แปลว่า ไม่แน่ใจ ในเมื่อพี่โอ๋ไม่แน่ใจ แต่ผมแน่ใจยิ่งกว่าแน่ใจเสียอีกว่าพี่อาร์ม อยู่ในเครื่องบินลำนั้น” ผมหันไปชี้อีกที ที่เครื่องมีแพนหางสีแดงรูปสัญญลักษณ์กีฬา

ผมไม่เคยแน่ใจอะไรเท่ากับวันนี้มาก่อนเลย . . .

“เออ มันไปเป็นจ๊วต แต่ที่ไหน พี่ไม่รู้”

“จริงหรือพี่”

พี่โอ๋พยักหน้ารับแทนคำตอบ

. . . บางที . . .

พี่โอ๋อาจไม่อยากพูดโกหกเลยต้องใช้การพยักหน้าแทนคำตอบก็เป็นได้ ผมแน่ใจกว่าเมื่อวาน พี่อาร์มทำอะไรอยู่ที่ไหน ตอนนี้ผมทำได้แค่รอ รอให้พี่อาร์มได้อยู่กับความเป็นจริง หรือ อาจจะให้แผลที่ผมกรีดเอาไว้หายสนิทเสียก่อน

แล้ว . . . ต่อจากนั้นตลอดชีวิต

ผมจะอยู่ให้พี่อาร์มเหม็นหน้าไปจนตาย ผมไม่ยอมปล่อยให้สิ่งที่ดีมันเดินผ่านผมไปอีก ผมไม่มีวันยอมทำอะไรแบบที่ผ่านมาอีกแล้ว บางที บทเรียนแห่งความเจ็บปวดมันอาจจะทำร้ายเราสองคนมามากพอแล้ว

“งั้นผมบอกพี่นะครับ พี่อาร์มทำงานที่การ์ตาแน่นอน ผมเอาหัวเป็นประกัน”

“ทำไม”

“ผมเจอพี่อาร์ม”

“ที่ไหน มันสบายดีมั้ย มันผอมลงไปมั้ย แล้วทำไมไม่พามันมาด้วย” พี่โอ๋ดูจะตื่นเต้นกับเรื่องที่ผมบอก บางที พี่โอ๋อาจจะไม่เจอพี่อาร์มเลยก็เป็นได้

“ที่กุฎิหลวงพ่อ เมื่อวาน”

“แล้วคุยกันหรือยัง”

ผมส่ายหน้า ก่อนหันไปมองเจ้าเครื่องลำนั้น

ถ้าผมมีเวทย์มนต์ ผมจะเสกให้ตัวเองสามารถเข้าไปในเครื่องลำนั้นตอนนี้ อย่างน้อยที่สุด สิ่งที่ผมคิดมันเป็นจริงหรือเปล่า ผมอยากรู้ มันจริงแบบที่ผมคิดใช่มั้ย

“ทำไม”

“ผมไม่กล้าปลุกพี่อาร์ม พี่อาร์มหลับ แต่เสื้อนอกแขวนอยู่ ป้ายชื่อบอกหราเลย สายการบินอะไร คราวนี้พี่ปิดผมไม่ได้แล้วล่ะ พี่อาร์มเขาอาจเพิ่งบินกลับมา ถ้าเขามาจากโดฮา หมายความว่าเขาบินไปเชียงใหม่เลย พี่เขาคงเหนื่อยกับเวลาที่ไม่เหมือนกัน ผมเลยไม่ปลุก ปล่อยให้พี่เขานอน อีกอย่าง . . .” ผมมองหน้าพี่โอ๋




“อะไร”

“ผมกลัว”

“กลัวอะไร”

“พี่โอ๋ว่าถ้าพี่อาร์มไม่หายโกรธผม ถ้าพี่อาร์มไม่หายเจ็บกับสิ่งที่เกิดขึ้น ถ้าพี่อาร์มรู้ว่าผมรู้ว่าพี่อาร์มทำอะไรอยู่ที่ไหน พี่โอ๋คิดว่าพี่อาร์มจะทำยังไงต่อไปหลังจากเจอหน้าผม”

“หนี”

“นั่นแหละพี่ ผมไม่กล้าปลุก ถ้าพี่อาร์มหนีอีก คราวนี้อาจไม่ใช่แค่ตะวันออกกลาง ผมเลยเดินออกมา แล้ววันนี้ผมเช็คแล้ว การ์ตาออกสองไฟลท์ เมื่อเช้ากับลำนั้น จะออกตอนสองทุ่ม” ผมชี้ไปที่เครื่องแอร์บัส

“อาร์มอาจมีบินตอนเช้า เพราะมันบอก มันบินแต่ละครั้งอยู่ไม่เกินสามสิบชั่วโมง”

“พี่รู้ รู้มาตลอด แต่ไม่บอกผมเลยนี่นะ” ผมยิ้ม

“พี่มีสัญญากับมัน แต่ในเมื่อโกเจอเอง พี่ก็ไม่ผิดสัญญา แล้วรู้ได้ไงว่ามันบินตอนค่ำ ตั้งแต่มันไป พี่ไม่เคยเจอมันเลย มันไม่เคยแวะหาพี่เลยด้วยซ้ำ” พี่โอ๋คล้ายน้อยใจ

“ผมแน่ใจพี่ว่าพี่อาร์มบิน 611 แน่ ๆ ผมเช็คกับเพื่อนที่ทีจีแล้ว พี่อาร์มบินกลับมาจากเชียงใหม่เมื่อเช้าไฟลท์แรก ซึ่งมันบอกกฏการบินต้องพักเกินกว่าจะบินไฟลท์เช้าได้ผมเลยคิดว่าพี่อาร์มไม่มีบินไฟลท์เช้า”

“เลยมาส่งอาร์มว่างั้น”

“ครับ ผมมาส่งพี่อาร์ม ถ้าผมรู้ พี่อาร์มบินมาไทยวันไหน ผมสัญญาพี่ ผมจะมาส่ง มาส่งพี่อาร์มทุกไฟลท์ ทุกครั้ง” ผมมองหน้าพี่โอ๋

สิ่งเดียวที่ผมทำได้ในตอนนี้ . . .

“กินเหอะ . . . กินให้อิ่มก่อน อีกเดี๋ยวเครื่องก็จะเทคออฟแล้วล่ะ” พี่โอ๋เลื่อนจานที่พนักงานเดินเอามาเสิร์ฟ

“เดือนหน้าผมมีไปดูงานที่ลอนดอน ผมจะลองขอที่บริษัทบินกับการ์ตา”

“ทำไมต้องทำถึงขนาดนั้นว่ะโก” พี่โอ๋มองหน้าผม

“ผมไม่รู้ แต่ถ้าเป็นพี่ พี่จะทำแบบที่ผมทำเหมือนกันผมแน่ใจ” ผมมองหน้าพี่โอ๋




ใครก็ตามที่รู้หัวใจตัวเอง จะไม่มีวันปล่อยโอกาสให้มันหลุดลอยไปอีก โอกาสมันจะเดินผ่านเราไปเสมอ หากเรารีรอ เราจะเสียใจกับสิ่งที่ผ่านเราไปแล้ว

บทเรียน . . . สอนให้เราไม่รีรอ

“อะไร” ผมมองหน้าพี่โอ๋ เมื่อพี่เขายื่นโทรศัพท์มาให้ผม

“พี่ว่า ความรัก มันเหมือนสายใย บางอย่างมันเกินที่จะคาดเดา”

ผมรับโทรศัพท์จากพี่โอ๋ . . . ข้อความมัลติมิเดีย เพิ่งได้รับก่อนที่พี่โอ๋จะส่งให้ผมแค่ชั่วลมหายใจเท่านั้น ผมมองภาพในโทรศัพท์มือถือ ภาพถ่ายที่เหมือนจะเพิ่งถ่ายในเคบิน . . .

. . . QR 611 Bye Bye THAILAND เพื่อนรัก มาคราวหน้าค่อยเจอกันนะ . . .

ผมรีบโทรกลับไปตามเบอร์นั้น . . .

“สวัสดีครับ อาร์มครับ ฝากข้อความไว้นะครับ”

เสียงพี่อาร์ม เสียงที่ขาดหายไปจากชีวิตผมนานเหลือเกิน ผมจำได้ หัวใจผมเต้นแรง ผมหันไปมองเครื่องลำนั้นอีกครั้ง ผมอยากแหวกทุกอย่างไปยืนในเคบินของเครื่องแอร์บัสลำที่จอดเทียบเกท

“ถ้าอาร์มมันรู้ มันคงดีใจ” พี่โอ๋ยิ้มให้ผมอย่างอ่อนโยนที่สุด เป็นรอยยิ้มที่ผมเพิ่งสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่ขาดหายไป นับตั้งแต่ที่พี่อาร์มหายไปร่วมปี

เรานั่งกันอยู่จนกระทั่งเครื่องบินลำนั้นค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกจาเกทช้า ๆ ผมมองเครื่องที่ค่อย ๆ อุ้ยอ้ายไปตามแทกซี่เวย์ หัวใจผมเย็นเยียบ คล้ายใครเอาน้ำแข็งมาทาบทับเอาไว้ เมื่อเครื่องไปสุดรันเวย์ แล้วมันค่อย ๆ เพิ่มความเร็วก่อนที่จะทะยานไปบนฟากฟ้า หายไปในความมืด ทิ้งไว้เพียงร่องรอยของหัวใจที่มันหนาวเหน็บ

หัวใจผมสั่นเหมือนใครมาโยกคลอน . . .




ผมปิดสมุดเล่มนั้นลง มันเจ็บปวดเกินกว่าที่ผมจะอ่านมันอีกต่อไป สิ่งที่โกเมศวร์ มันเขียนเอาไว้ บอกทุก ๆ เรื่องราวได้ดี ผมรู้จักความทรมาน และคิดว่าตัวเองทรมานที่โดนทรยศ แต่ไม่เคยมองอีกฝ่าย

“อาร์ม”

“อะไร ไหวน่า” ผมปาดน้ำตาทิ้ง

“พอแล้ว พอเหอะ ไม่อยากรู้ ไม่อยากอ่านอะไรอีกแล้ว ทำไมต้องทำกันถึงขนาดนี้ด้วย” ผมมองหน้า เพื่อนรัก กับ น้องรัก

“เพราะทุกคนรักมึงไงไอ้อาร์ม ไม่มีใครอยากเห็นมึงหนีไปไหนอีกแล้ว ทุกคนต่างทำร้ายกันมามากแล้วอาร์ม คนที่เจ็บปวด ไม่ใช่แค่มึงสองคน แต่หมายถึงทุก ๆ คนรอบ ๆ ตัวมึงนะอาร์ม”

“เออ ขอบใจที่ห่วงกู”

“รู้แบบนี้กลับโดฮาอีกมั้ยพี่อาร์ม”

“กลับสิ ต้องกลับไปทำงาน”

“ไอ้อาร์ม กูไม่คิดมึงจะใจแข็งขนาดนี้ กูเชื่อเลยมึง ก็คิดว่ามึงจะฟังอะไรบ้าง แต่มึงไม่ฟังอะไรเลย กูผิดหวังนะมึง ผิดหวังตั้งแต่วันที่ไอ้โกรับปริญญาแล้ว” มันน้อยใจผมแล้ว อาการแบบนี้ผมรู้ รู้ดี

“ทำไม”

“อาร์ม มึงลองนึกถึงใจมึงสิ วันที่มึงทำสำเร็จ คนที่เขาอยู่เบื้องหลังไม่มาให้เห็นมึงคิดมั้ยว่ามันจะรู้สึกแบบไหน มันโหยหามึง มันชะเง้อรอมึงตลอดเวลา แต่มึงมันใจดำ รู้ทั้งรู้ ว่ามันคอย แต่มึงก็ไม่มา มันรอคอยมึงอย่างใจจดใจจ่อ เพราะมันบอกว่า มันแน่ใจ พี่อาร์มต้องมาพี่โอ๋ พี่อาร์มต้องมา มันบอกกู น้ำตามันไหล มันรอคอยมึง รอคอยคนที่สำคัญที่ทำให้มันมีวันนั้น แต่มันต้องผิดหวัง การรอคอยของมัน ว่างเปล่าอาร์ม กูอยากรู้จังหัวใจมึงทำด้วยอะไรว่ะนี่” ไอ้เพื่อนรักมองหน้าผมเหมือนผมเป็นตัวประหลาด

“เหรอ” ผมมองหน้ามัน ก่อนเปิดแลปท้อปอีกครั้ง ก่อนหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมา

“แล้วนี่อะไร ดูเอาเอง” ผมเปิดกระเป๋าสตางค์ให้มันดู

คนอยู่ตรงกลางใส่ครุยสีหมากสุก ส่วนที่ขนาบทั้งซ้ายและขวาไอ้เพื่อนรักของผม กับไอ้แดน และที่เห็นด้านหลัง . . . ผมเอง

รูปนี้ผมพกติดกระเป๋าตลอดเวลา

“ถ้ายังไม่เชื่อดูนี่” ผมเปิดไฟล์ในแลปท้อป ตั้งแต่วินาทีแรกที่ผมบินจากโดฮา มาถึงกรุงเทพฯ จนกระทั่งเข้าไปในไบเทคบางนา หลักฐานทุกอย่างมันชัดเจน มันแทนคำพูดใด ๆ ทั้งหมดที่ผมโดนกล่าวหา ผมมองหน้ามัน น้อยใจที่มันไม่รู้จักผม มันไม่รู้จักคนแบบผมเลยหรือ

“อาร์ม กูขอโทษเพื่อน กูขอโทษ” มันกอดผมเอาไว้หลวม ๆ

“ช่างมันเหอะ แค่มึงเข้าใจกู กูก็ดีใจแล้ว กูไม่ใช่คนเข้มแข็ง กูอ่อนแอเสียด้วยซ้ำ สิ่งที่กูทำไปทั้งหมด กูทำไปด้วยหัวใจ สิ่งที่กูทำ กูคิดว่ามันดีที่สุดแล้วเพื่อน ดีที่สุดแล้ว ขอบใจทั้งมึงทั้งแดนที่ทำอะไรให้กูมาตลอด ขอบใจที่สุดเพื่อน”

ผมผละจากมัน

“จะไปไหน . . .” มันถามพร้อมกันเมื่อผมลุกขึ้น




“อยากเดินเล่นว่ะ ไม่ต้องตามนะ ขอเดินคนเดียวสักพัก อ้อ นั่งดูรูปไปแล้วกัน เกือบห้าร้อยรูปนะมึง รูปรับปริญญาในมุมที่มึงไม่เคยเห็นแน่ ๆ” ผมยิ้มก่อนชี้ไปที่แลปท้อป

ผมยังนึกเลย . . .

ถ้าในหนัง ผมออกมาเดินเล่นที่ชายหาดผมจะได้เจอกับมันแน่ ๆ ผมอยากให้เหมือนในหนัง แอบหวังเอาไว้ลึก ๆ ว่าจะมีมัน แต่ชีวิตคนไม่ใช่หนัง . . .

. . . ไม่มีแม้แต่เงาของมัน แต่ผมไม่เสียใจนะ เพราะอย่างน้อยที่สุด ตอนนี้ผมรู้แล้ว ผมรู้จักมันมากขึ้น

ความโง่ที่บดบังตาของผม . . .

. . . มันจบลงแล้ว ตอนนี้ผมตาสว่าง ผมรู้แล้ว สิ่งทีผมเคยทรมานมันเทียบไม่ได้ กับความสุขที่ผมรู้ว่า มันรักผม จะแบบไหนก็เหอะ ผมก็ได้ความรักจากมันก็แล้วกัน





Create Date : 27 มกราคม 2553
Last Update : 27 มกราคม 2553 11:45:40 น. 2 comments
Counter : 901 Pageviews.

 
โหว์.. ภาพแรก ภาพป้อจายหน้ามน จนภาพสุดท้ายที่มีอยู่ในตอนที่ ๔๓ อ่าค่ะ ขอแอบชมนิดนึง หน้าหวาน+หน้าสวย อ่าค่ะ.. แต่อาร์มกะโก ถูกใจกว่า อ่ะอ่ะอ่ะ พี่ต้นอย่าลืมนะ.. จบเรื่องนี้แล้วมีเรื่องอื่นต่อด้วยนะค่ะ Plzzzzz..


โดย: ผู้หญิงมากฝัน (maesnake ) วันที่: 27 มกราคม 2553 เวลา:12:32:19 น.  

 
อีกตอนเดียวแล้วเร่อเนี๊ยะ


โดย: ผักกาด IP: 58.137.0.162 วันที่: 27 มกราคม 2553 เวลา:12:49:58 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

นนท์ปวิชญ์
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add นนท์ปวิชญ์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.