Group Blog
 
<<
มกราคม 2553
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
26 มกราคม 2553
 
All Blogs
 
[ ห้ ว ย แ ม่ ข มิ้ น ] รั ก ฤ ๅ ผู ก พั น ฯ # ๔ ๒ #

**คำเตือน**




เรื่องนี้ . . .





เป็นเรื่องแต่งขึ้นเพื่อสร้างความบันเทิงเท่านั้นไม่เกี่ยวข้องกับบุคล หรือเหตุการณ์ใด ๆ ที่เกิดขึ้นในบรรณภิภพนี้ ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณในการอ่านอย่างมากถึงมากที่สุด



ปล. เป็นเรื่องแต่งมิได้เกี่ยวข้องใด ๆ ต่อ เจ้าของบล๊อก







ต อ น ที่ ๔ ๒



ที่ผมรับรู้ได้ในเวลานี้คือ ผมรักคนไม่ผิด แม้ที่ผ่านมา ผมจะเจ็บปวด แต่ผมกลับรู้สึกเจ็บปวดมากกว่าครั้งใด ๆ ทั้งหมด ที่ผมได้อ่านสิ่งที่โกเมศวร์เขียนเอาไว้เพียงไม่กี่หน้ากระดาษ ทำไมมันมีแต่ความเจ็บปวดก็ไม่รู้

ผมลืมตา ยิ้มให้กับคนที่นั่งตรงหน้าผมอีกครั้ง . . .

ผมจะอ่านต่อ แม้มันจะเจ็บปวดเจียนตาย ผมขออ่านอีกสักนิดได้ไหม ลายมือมันสวยกว่าทุก ๆ ครั้งที่ผมเห็น





ถ้าเราย้อนเวลาได้ เราอยากจะย้อนเวลามั้ย ?

สำหรับผม . . .


ผมจะย้อน ผมจะย้อนเวลามันกลับไป ผมจะไม่ยอมให้เรื่องราวมันเกิดขึ้นแบบที่ผ่านมาเป็นแน่ ผมจะเก็บจะกอดเอาคนที่ผมรักเอาไว้ ผมจะไม่ยอมให้คนที่ผมรักต้องเสียน้ำตาเด็ดขาด สิ่งที่ผมทำลงไป มันเลวร้ายที่สุดสำหรับชีวิตของคนสองคน

. . . บทเรียนที่ผมไม่มีวันลืมชั่วชีวิต . . . .

ผมเหนื่อย . . .

ทำไมนะหรือครับ ไม่รู้เหมือนกัน ผมรู้แค่ว่า วันเวลามันผ่านไปรวดเร็วมาก บางครั้งมันผ่านไปทั้ง ๆ ที่ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลย . . .

สำหรับผม . . . มีทางเลือกไม่มากนัก




และดูเหมือนว่าทางที่ผมเลือกมันจะทำให้ผมกลายเป็นคนเลวเสียด้วยซ้ำ ผมอยากเลือกมันหรือ ไม่ใช่ ไม่ใช่ผมอยากจะเลือก และผมไม่เคยที่อยากจะเลือกมันเสียด้วยซ้ำ หากสิ่งที่ผมเลือกคือการทำร้ายคนที่ผมรัก ผมยังอยากจะเลือกสิ่งนั้นมันอีกหรือ

ในทางกลับกัน . . .

หากผมไม่เลือก . . . ผมต้องกลับทำร้ายอีกคน ?

คนที่ผมรักสองคน . . . มีเพียงคนเดียวที่สมหวัง และอีกคนต้องเจ็บปางตาย ถ้าผมเลือกได้ ผมขอรับเอาความเจ็บทั้งหมดมาไว้ที่ผมคนเดียว

เวลาที่ผมเจ็บ ผมได้แต่เก็บมันเอาไว้ในใจ เก็บมันเอาไว้ให้ลึกที่สุด ไม่ให้ใครมองเห็น ไม่มีใครหรอกที่จะเข้าใจกับสิ่งที่ผมกระทำลงไป ผมจึงเหมือนคนเลว คนที่โดนตราหน้าว่าเลวมันจะมองหน้าคนอื่นได้อย่างไร

ผมออกจะโชคร้ายสักหน่อยตรงที่เกิดมาในครอบครัวที่มีแต่ความแตกแยก ผมโตมาก็เห็นความหมางเมินขอมงพ่อกับแม่ ผมจะทำยังไงได้ ในเมื่อผมเป็นแค่เด็กตัวเล็ก ๆ คนนึง ผมได้แต่มองแม่ที่นั่งจมทุกข์ ผมโตมากับหยาดน้ำตาของแม่ . . .

ทางเลือกในตอนนั้น . . .

ผมต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อให้ทั้งพ่อและแม่หันมามองผม หันมาใส่ใจลูกแบบผม มากกว่าที่จะเมินหมางกัน แล้วผมก็ตัดสินใจที่จะไม่เรียนต่อ ทั้ง ๆ ที่กำลังจะจบ ม.๓ อยู่แล้ว การเลือกเส้นทางนั้นของผม ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมาเลย เพราะปัญหาที่ทางบ้านแบกอยู่ ไม่มีใครหรอกที่จะหันมามองปัญหาของผม แล้วผมก็ได้รู้ การตัดสินใจของเด็กสิบห้าปีแบบผมไม่ได้ช่วยให้อะไรมันกระเตื้องขึ้นมาเลย ตรงกันข้าม มันกลับทำให้ผมเป็นคนที่เหมือนไร้อนาคตในทันที จนกระทั่ง . . .




ก่อนหนาวแรกของปีนั้น . . . นานมาแล้ว


. . . พี่อาร์ม . .


คนที่ก้าวเข้ามาในชีวิตของผม เขาเป็นหลานของอาสะใภ้ ผมได้แต่มองเขาเงียบ ๆ พี่เขาค่อนข้างจะเก็บตัว เวลาที่ว่าง ๆ ผมจะเห็นพี่เขาสะพายกล้องถ่ายรูป แล้วหายไปเป็นวัน ๆ ก่อนจะกลับมายังที่พัก อายุของพี่เขาน่าจะแก่กว่าผมไม่มากเท่าไหร่ ผมไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม ผมถึงชอบมองพี่เขา




ในยามเช้าที่อากาศหนาวเหน็บ ผมเห็นพี่เขาตามตลาดนัด แกจะมีความสุขกับการได้ถ่ายภาพวิถีชีวิตความเป็นไปของคนที่บ้านผม ภาพชาวเขาที่เอาของป่าแปลก ๆ มาขาย พี่แกจะหยุดถ่ายภาพ และจะตอบแทนน้ำใจของเขา โดยการซื้อสินค้า ทั้ง ๆ ที่บางครั้ง แกไม่ได้ใช้สินค้าที่แกซื้อเสียด้วยซ้ำ
ผมยิ้มกับสิ่งที่ผมเห็น . . .
ผมเป็นอะไรไปหว่า . . . ทำไมผมมองผู้ชาย โดยเฉพาะพี่อาร์ม ผมอยากมองนะมองโดยไม่เบื่อเลย แต่ผมไม่อยากมีอะไรแบบที่คนทั่วไปอยากจะมีกัน ผมรู้อย่างไรเสีย ผมก็เป็นผู้ชาย และผมมีความรู้สึกว่า ผมไม่ได้มองพี่เขาเพราะเรื่องชู้สาวแน่ ๆ ไม่รู้นะ เวลาสาย ๆ บางครั้งผมจะเห็นพี่เขาที่ร้านกาแฟ เขานั่งอ่านหนังสือ และที่ขาดไม่ได้ บนโต๊ะนั่นจะมีกล้องอยู่ข้าง ๆ ตัวด้วยทุกครั้ง
บางครั้งพี่เขาหันมามองผม . . .
ผมต้องหลบสายตา จนกระทั่งวันนึง พี่เขายิ้มให้ แล้วทักทายกับผม ผมดีใจนะ พี่เขาเป็นกันเองกับผมมาก และมักจะมีเรื่องสนุกมากมายมาเล่าให้ผมฟังอยู่เสมอ และแทบทุกครั้งพี่แกจะถามอยู่เสมอ . . . ทำไมไม่เรียนต่อ
ผมมักจะนิ่งเพราะตอบคำถามนั้นไม่ถูก จนพี่เขาจะต้องเปลี่ยนเรื่องคุยไปเอง ผมไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม ผมถึงไม่กล้าที่จะตอบคำถามนั้น หรืออาจเพราะว่าผมไม่กล้า ผมกลัวจนเกินไปก็เป็นได้ ผมกลัวอะไรนะหรือ ?

ผมบอกไม่ถูก . . .

แล้วพี่อาร์มก็กลับไปเรียนต่อ แต่พี่เขาสัญญากับผมแล้วนี่ ว่าปีใหม่จะกลับมา พี่อาร์มจากไปพร้อมคำถามที่ถามผมเอาไว้

สิบปีข้างหน้าทำอะไร ? . . .

. . . แล้วอีกห้าปีล่ะ ? . . . ปีหน้า ?

เดือนหน้า . . . แล้วถ้าวันนึงไม่มีนักท่องเที่ยวจะทำอะไรต่อ ?

ผมไม่รู้หรอกว่าพี่เขาคิดอะไร ผมรู้เพียงแค่ว่า ผมต้องหาเวลาไปเรียน กศน. อย่างน้อยที่สุด พี่อาร์มกลับมาคราวหน้า แกอาจจะดีใจที่ผมเรียนจน จบ ม.๓ แล้วก็ได้ ผมอยากเห็นพี่เขายิ้ม เพราะผมรู้สึกว่าสิ่งเดียวที่ผมคุยกับพี่เขารู้เรื่องมากที่สุดคือเรื่องเรียนต่อของผมนี่แหละ . . .

หาก . . . ผมพลาด

ผมพลาดอีก ที่เลือกจะมีคน ๆ นึงเข้ามาพัวพันในชีวิต เมื่อมีผู้หญิงคนนึงเข้ามาติดพัน และผมเห็นว่า ไม่น่าจะเป็นเรื่องที่เสียหายอะไร ผมเลยปล่อยให้ทุกสิ่งทุกอย่างมันเป็นไปตามธรรมชาติ และมันน่าจะทำให้พ่อหันมามองผมบ้าง ธรรมชาติของคนเป็นพ่อเป็นแม่ ย่อมไม่อยากให้ลูกเดินทางผิด แต่ทำไม ความคิดนั้นไม่มีในพ่อและแม่ของผม . . .




ปีใหม่ . . .

หนาวจัดเลยทีเดียว หากผมหนาวในหัวใจยิ่งกว่า สามวันแล้วที่พี่อาร์มกลับมาที่นี่อีกครั้ง แต่ดูเหมือนว่าผมจะไม่ได้เจอหน้าพี่อาร์มเลย ผมไม่กล้าที่จะเดินเข้าไปหา ทำไมนะหรือครับ เพราะห่วงที่พันธนาการผมเอาไว้ ผมจะทำอย่างไร ในเมื่อมีผู้หญิงอีกคนที่ผมต้องรับผิดชอบ แล้วผมจะทิ้งคนที่ผมดึงมาในวังวนนั้นได้หรือ

นั่นไง . . . พี่อาร์ม

ผมนั่งจากอีกร้านนั่งมองพี่เขาอยู่นาน พี่อาร์มเหมือนมีอะไรในหัวใจ แกนั่งนิ่ง ๆ คล้ายคนเหม่อลอย บางครั้งแกเอานิ้ววนไปวนมาที่ปากขวดเบียร์เหมือนคนที่มีอะไรในหัวใจ บางครั้งเกก็ยกขวดเบียร์ขึ้นกระดกแทบหมดขวด

ผมเหมือนคนขี้ขลาดตาขาวที่ไม่กล้าไปหา . . . ได้แต่ปล่อยให้เวลาผ่านไปเรื่อย ๆ จนผมบอกตัวเองว่า ไปเหอะ เข้าไปคุยกับพี่เขาเหอะ . . .

“แม่บอกพี่อาร์มมาตั้งหลายวัน ไม่เจอหน้าเลย”

พี่อาร์มเงยหน้ามามองผม ผมเห็นนะ แวบเดี่ยวเท่านั้นที่ผมเห็น แววตาพี่อาร์มเหมือนไม่มีผมในสายตา แต่มันแค่แว่บเดียวจริง ๆ เท่านั้น เพราะเพียงครู่เดียว แววตาที่พี่อาร์มมองมา ก็เหมือนเดิม เป็นพี่อาร์มคนเดิมที่ผมรู้จัก

“มาก็ไม่ยอมแวะไปหาคนเรา ผมคอย”

“กินเบียร์มั้ย”

พี่อาร์มไม่รอคำตอบจากผม แกยกมือชี้ที่ขวด ก่อนชูสองนิ้วเป็นสัญญาณขอสองขวด ผมรู้ ผมต้องนั่งลงแล้ว มันถึงเวลาที่ผมจะได้คุยกับพี่อาร์มอีก หลังจากที่ไม่ได้คุยมานาน นานขนาดไหนนะหรือ . . .

“เอ้าชน” พี่อาร์มยกขวดมาค้างเอาไว้

ผมมองหน้าแก แกเป็นไรไปหว่า

“ ใครไม่หมดเป็นหมา”

พี่อาร์มเอาปากขวดมากระทบที่ขวดผมเบา ๆ ก่อนที่จะยกขวดเบียร์นั้นไปจนหมดขวด พี่อาร์มเปลี่ยนไป แกเปลี่ยนไปแล้ว ผมได้แต่มองพี่อาร์ม ที่ดูเหมือนว่า แกจะพยายามฝืนยิ้มออกมาให้ผม

“ได้แค่นี้เองเหรอ นึกว่าจะแน่ ที่แท้ก็อ่อน”

“ทำไมพี่กินเก่งจัง อกหักหรือ” ปากผมหรือ ถามอะไรออกไปแบบนั้น ผมมองหน้าพี่อาร์ม ไม่น่าถามออกไปเลย ผมก้มหน้าคล้ายคนที่รู้สึกผิด

“อกหักดีกว่ารักไม่เป็นว่ะ”




“เอาน่าพี่ . . . เดี๋ยวมันก็หายเอง”

“เหรอ . . . สงสัยยากว่ะ” พี่อาร์มแกคว้าขวดเบียร์จากมือผม ก่อนจะยกจดริมฝีปาก แล้วกระดกมันจนหมดอีกในเวลาไม่ถึงห้านาทีจากขวดก่อนหน้า ก่อนส่งสัญญาณขออีก มันไม่ใช่เหตุการณ์ปกติแบบที่ผมเคยเจอ

พี่อาร์มไม่เคยดื่มมากขนาดนี้

“เมาแล้วหายเหรอพี่”

“ดีกว่าตอนไม่เมาหน่อยนึง”

“เล่าให้ผมฟังได้มั้ยพี่”

“เล่าเรื่อง” คิ้วพี่อาร์มขมวดเข้าหากัน

แกอาจไม่พอใจที่ผมล้ำเข้าไป แต่ผมอยากให้พี่อาร์มพูดออกมา บางทีสิ่งที่มันอึดอัดในใจพี่อาร์ม อาจจะหายไปบ้าง

“ใครทำพี่อกหัก”

พี่อาร์มเงียบ เงียบจนผมรู้สึกกลัว

“ขอโทษพี่ ที่ถามแบบนั้น ที่เข้าไปยุ่งเรื่องส่วนตัว ผมแค่เป็นห่วงพี่ พี่อาร์ม ผมไม่อยากให้พี่เป็นแบบนี้เลยรู้มั้ย” ผมดึงขวดจากมือพี่อาร์ม แววตาเรามองประสานกัน พี่เขาจะรู้ไหม ผมเป็นห่วง ผมไม่อยากเห็นพี่อาร์มเป็นแบบนี้เลย . . . ผมไม่อยากเห็นจริง ๆ

“พอเหอะพี่ เมามากแล้ว”

“น่า ขอเมาคืนนี้คืนเดียว พรุ่งนี้ก็คงหาย” พี่อาร์มยิ้ม หน้าแดงก่ำเพราะฤทธิ์แอลกอร์ฮอ ผมไม่ชอบเลยที่พี่อาร์มเป็นแบบนี้

“แน่ใจเหรอพี่ พี่รู้ได้ไงว่าพรุ่งนี้มันจะหาย”

“เปลี่ยนเรื่องคุยเหอะ ไม่อยากคุยเรื่องที่มันเศร้า ๆ ว่ะ”

“ก็ได้ . . . ผมบอกให้โทรมาก่อนวันไหนพี่จะมา จะไปรับ แล้วทำไมไม่โทรมา ไม่โทรมาคุยกันเลย พี่ผิดสัญญา”

ผมจ้องมองหน้าพี่อาร์ม แกปาดน้ำตาทิ้ง ราวกับกลัวอะไรสักอย่าง ก่อนที่จะหันมายิ้มให้ผม แต่มันแค่การฝืนยิ้มเท่านั้น เพราะผมรู้ พี่อาร์มมีอะไรในหัวใจ แล้วมันเรื่องอะไร ทำไมพี่อาร์มบอกผมไม่ได้

ผมไม่มีค่าพอที่พี่อาร์มมจะเล่าเรื่องราวที่หนักอกหนักใจอย่างนั้นหรือ . . .

“เออ ขอโทษ”

“แล้วพี่อยู่กี่วัน พรุ่งนี้ไปห้วยน้ำดังกันมั้ยพี่ ผมต้องขับรถพาฝรั่งไปค้างสองคืน ไปกันนะพี่ ห้วยน้ำดังสวย ไปกางเต็นท์นอนกัน”




“กลับพรุ่งนี้แล้ว”

พี่อาร์มบอก แต่ทำไมหัวใจผมมันวังเวงแบบนี้ก็ไม่รู้ ผมรู้สึกคล้ายกับว่า พี่อาร์มจะไม่มาที่นี่อีกแล้ว แววตาพี่อาร์มบอกแบบนั้น มันเกิดอะไรขึ้นหรือ ในเมื่อคราวก่อนพี่อาร์มยังสนุกกับป่า กับริมคลองที่ผมพาไปเที่ยวอยู่เลย

“อ้าว เพิ่งเจอแปบเดียวเองจะกลับแล้วเหรอ เสียดายจัง อยากให้พี่ไปเที่ยวห้วยน้ำดังด้วยกันก่อน ผมตามหาพี่เสียทั่วเลยตั้งแต่บ่าย ที่แม่บอกว่าต้องไปห้วยน้ำดัง ไม่ลองไปชวนพี่อาร์มด้วยล่ะ ผมนึกว่าแม่อำเสียอีกว่าพี่มา นะพี่อาร์มนะ อยู่ต่อสักสองวัน แล้วค่อยกลับไม่ได้เหรอ”

“ไม่ได้หรอก มหาลัยเปิดเรียน ไม่อยากขาดเรียน”

“ถ้างั้น . . . พรุ่งนี้ผมไปส่งพี่ก่อน เพราะกว่าจะไปห้วยน้ำดังก็เกือบเที่ยง พี่จะเข้ากรุงเทพฯ เลยหรือ” เสียดายพี่อาร์มน่าจะได้ไปกับผมก่อน

“ก็จะแวะบ้านที่เชียงใหม่ก่อน เดี๋ยวนี้แม่บ่น มาเป็นลูกปายไปแล้ว ไม่ค่อยแวะที่บ้าน”

“เหอะ ๆ ๆ หลงเสน่ห์ปายหรือหลงเสน่ห์เด็กปาย”

“หลงทางมากกว่าว่ะ อย่าพูดถึงมันเลย”

“เพิ่งเจอแปบเดียวเองจะกลับแล้วเหรอ เสียดายจัง”

แม้ว่า . . .

ผมอยากจะรั้งพี่อาร์มเอาไว้ก็เหอะ แต่พี่อาร์มคงต้องกลับแล้วจริง ๆ พี่เขาต้องกลับไปเรียนนี่นา มหาวิทยาลัยพี่อาร์มปิดปีใหม่อาทิตย์เดียวเอง อีกตั้งนานกว่าพี่เขาจะกลับมาอีก

พรุ่งนี้ . . . วันเกิดพี่อาร์ม

ผมตั้งใจจะชวนไปห้วยน้ำดังด้วยกัน แต่พี่อาร์มต้องกลับกรุงเทพฯ ผมยังไม่ได้มีเวลาคุยกับพี่อาร์มให้หายคิดถึงเลย แต่พี่อาร์มคงมีเหตุผล อีกอย่างพี่อาร์มเหมือนคนแบกโลก แกอาจมีอะไรในใจที่อยากจะคิด อยากจะตัดสินใจ ผมไม่ใช่คนสำคัญขนาดที่พี่อาร์มจะเล่าอะไรให้ฟังอยู่แล้วนี่นา

ผมอยากให้พี่อาร์มรู้ . . . แบบที่พี่อาร์มเป็นตอนนี้ ผมไม่อยากเห็นเลย ผมอยากเห็นพี่อาร์มคนเดิมที่ร่าเริง สนุกสนาน ผมอยากเห็นพี่อาร์มคนนั้นมากกว่า

“เอ้างั้นให้อีกขวด ไหน ๆ ก็จะกลับแล้ว” ผมเลือขขวดเบียร์ไปให้พี่อาร์ม แกยกมาตะแคงให้ชน

“โก กลับบ้านได้แล้ว” เสียงนั่น

“เดี๋ยวกลับ อีกแปบ”

“ไม่ต้องเดี๋ยวเลย กลับเดี๋ยวนี้”




ผมรู้ . . .ผมคงต้องกลับแล้ว พี่อาร์มยิ้มแปลก ๆ ก่อนที่จะไล่ให้ผมกลับ เพราะเจ้าตัวมีแววว่าจะเสียงดังมากขึ้นกว่าเดิม . . .

“พรุ่งนี้ผมไปส่งนะพี่”




เช้าวันที่ ๔ มกราคม . . .

ผมตื่นแต่เช้า . . . มีอะไรไม่รู้มันบอกผมว่าพี่อาร์มจะกลับรถเที่ยวเช้าแน่ ๆ ผมไม่รีรอ รีบไปที่รีสอร์ทน้าปู แล้วมันก็เป็นจริงดังที่ผมคิด


“อ้าว อาร์มออกไปเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วนี่” น้าปูบอกไม่ทันจบ ผมวิ่งออกมาที่รถมอเตอร์ไซด์ทันที ผมไม่รู้ว่าพี่อาร์มมีอะไรในใจ แต่ผมรู้ว่า ผมอาจจะไม่ได้เจอพี่อาร์มอีกแล้ว ผมไม่เข้าใจตัวเอง ทำไมอยากที่จะเจอพี่อาร์ม

รถค่อย ๆ เคลื่อนออกไปแล้ว พี่อาร์มไปแล้วจริง ๆ ด้วย ผมจำได้ คนที่ก้าวขึ้นรถคนสุดท้าย

พี่อาร์ม . . .

ผมบิดคันเร่งเพื่อจะไล่ให้ทันรถคันนั้น . . .

“พี่อาร์ม พี่อาร์ม” ผมตะโกนเรียก เมื่อรถหวานเย็นที่จอดรับคนที่ป้ายถัดไป ค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกช้า ๆ

คนที่ชะโงกหน้าออกมา แววตาแดง เหมือนคนอดนอนผสมกับเพิ่งเสียน้ำตา พี่อาร์มเป็นอะไรไป ทำไมพี่อาร์มไม่ยอมบอกให้ผมฟังบ้าง ในเมื่อพี่อาร์มไว้ใจผม และเอ็นดูผม แล้วเรื่องที่หนักอกหนักใจ ทำไมพี่อาร์มไม่ยอมพูดให้ผมฟังบ้าง

“ไหนบอกกลับเที่ยวเดิมไง ผมไปหาน้าปู แกบอกพี่ออกมาแล้ว ทำไมพี่ไม่รอผม”

“เดี๋ยวไม่ทันรถที่เชียงใหม่ . . .” เสียงพี่อาร์มตะโกนกลับมา

โกหก . . . พี่อาร์มโกหกผม

เมื่อวานบอกว่าจะแวะบ้านพ่อ แล้วรถจากเชียงใหม่เข้ากรุงเทพฯ มันตอนค่ำ แล้วนี่มันเช้าตรู่ ยังไงเสียพี่อาร์มก็ไปถึง เชียงใหม่ก่อนเที่ยง พี่อาร์มโกหกผมทำไมกัน ถ้าบอกว่ามีธุระที่เชียงใหม่ยังดีเสียกว่าอีก

“สุขสันต์วันเกิดนะพี่ มีความสุขมาก ๆ นะพี่” ผมยิ้ม ผมรู้แค่ว่า ถ้ามีใครสักคนที่ห่วงผม ผมจะเห็นพี่อาร์มเป็นคนแรกเสมอ

“ขอบใจ” เสียงพี่อาร์มสั่น




“ผมให้พี่” ผมยื่นสร้องคอถัก กับจี้พระครูบาศรีวิชัย ที่ได้รับจากพ่อให้พี่อาร์ม สิ่งที่ผมรักและหวงแหน แต่ผมอยากให้พี่อาร์ม พระจะคุ้มครองพี่อาร์ม ให้หายจากความทุกข์ ซึ่งผมเองก็ไม่รู้ว่าพี่อาร์มทุกข์ด้วยเรื่องอะไร

ผมเห็น รอยยิ้มในน้ำตาของพี่อาร์ม

. . . พี่อาร์มยิ้มทั้งน้ำตา . . .

เพราะอะไรหรือ ผมไม่รู้เหมือนกัน ผมรู้แค่ว่าผมเกลียดแววตาเวลาที่พึ่อาร์มเศร้าเป็นที่สุด ผมไม่ชอบเลย ผมไม่อยากเห็นแววตาเศร้าของพี่อาร์ม

“ปิดเทอมมาอีกนะพี่”

“ไม่รู้เหมือนกัน ปีหน้าจะจบแล้วพี่อาจต้องลงเรียนซัมเมอร์”

พี่อาร์มไม่อยากมา พี่อาร์มไม่อยากกลับมาแล้วหรือ

. . . ไม่มีทาง . . .

ผมไม่ยอมหรอก ผมไม่ยอมหรอกพี่อาร์ม ยังไงผมจะทำให้พี่กลับมา กลับมาหาผมอีก ผมไม่รู้หรอกสิ่งที่ผมทำจะเรียกว่าอะไร ผมรู้แค่ว่า เวลาที่ผมอยู่กับพี่อาร์ม ผมปลอดภัยแน่นอน

“ไม่เรียนไม่ได้หรือ ไม่รู้ล่ะ ผมอยากให้พี่มานะพี่ สัญญาสิพี่ ว่าพี่จะกลับมาหาผม พี่มาคราวหน้าผมจะพาไปปางอุ๋ง” ผมร้องเรียก เมื่อรถค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกอีกครั้ง

“กลับไปเหอะ . . . ต้องไปห้วยน้ำดังไม่ใช่หรือ” พี่อาร์มตะโกน

“ไม่กลับ ถ้าพี่ไม่สัญญาว่าจะกลับมา ผมจะขับไปแบบนี้แหละ น้ำมันหมดเมื่อไหร่ค่อยเข็นกลับ” ผมไม่ยอมหรอก ไม่มีวันยอม

ผมรู้ พี่อาร์มไม่กลับมาแน่ ๆ ถ้าไม่สัญญา พี่อาร์มรักษาสัญญาเสมอถ้ารับคำเอาไว้ ผมรู้จักพี่อาร์ม ผมรู้จักพี่อาร์มกว่าหลาย ๆ คนรู้จักเป็นแน่

“เออ ๆ มา ๆ ปิดเทอมมจะกลับมา”

“สัญญาแล้วนะพี่ ถึงกรุงเทพฯ โทรหาผมด้วยนะ ผมจะคอย” ผมตะโกน ก่อนโบกมือให้พี่อาร์ม

อากาศหนาวเหน็บจนผมต้องกอดตัวเองเอาไว้ รถคันนั้นค่อย ๆ กลืนหายไปกับสายหมอกยามเช้า หากที่ผมไม่รู้ น้ำตาผมไหลออกมาทำไม

ผมได้แต่ยืนนิ่ง ๆ

ปล่อยให้ความรู้สึกภายในมันหายไปให้หมดก่อน แล้วผมจะเข้มแข็ง ผมจะกลับไปบ้าน บ้านที่ผมเกิดและเติบโตมา ผมไม่รู้หรอก ว่าน้ำที่อยู่บนใบหน้าผม อย่างไหนคือน้ำค้างยามเช้าหรือหยาดน้ำตากันแน่

ผมรู้แค่ว่า . . .




หัวใจผมมันเย็นเยียบ . . . หรือรถสีแดงเล็ก ๆ คันนั้นมันมาพรากเอาหัวใจของผมไปแล้ว ผมเหมือนคนตัวเบา ๆ เหมือนคนไม่มีความรู้สึกใด ๆ

ผมจะรอ . . .

รอวันที่หัวใจผมกลับคืนมา แม้มันจะดูเลือนรางเหมือนสายหมอกในตอนนี้ แต่ผมอยากจะรอ . . .

การรอคอย . . .

สำหรับผมมีความหมาย . . . เพราะผมรู้ พี่อาร์มไม่มีวันให้ผมคอยโดยไม่มีจุดหมายหรอก สักวันนึงพี่อาร์มจะกลับมา . . . ผมแน่ใจ

แน่ใจอย่างที่สุดแล้ว . . .



ผมเอามือปาดน้ำตาตัวเองทิ้ง สิ่งที่ผ่านมาแล้วมันย้อนกลับมาในความทรงจำของผมอีกครั้ง ความทรงจำที่ผมเองก็หวงแหน ไม่ใช่แค่ผมที่กอดเก็บความทรงจำเอาไว้ มันเองก็เก็บและกอดความทรงจำเอาไว้แน่น

หาก . . .

มุมมองความรักของมันกับผมคนละแบบ มันรักผมด้วยหัวใจขอเด็กที่มองอีกคนเหมือนฮีโร่ของมัน ผมเองต่างหากที่รักมันแบบที่อยากครอบครอง

“อาร์ม พอเหอะ”

เสียงนั้นผมรู้ มันห่วงใยผม ห่วงใยผมแบบที่เคยเป็น ผมมองหน้ามัน ยิ้มให้มัน เพื่อนที่อยู่กับผมทุกเวลา

“มันเขียนดีเนาะ” เสียงผมสั่น

“พี่อาร์ม” แดนมองผม แววตามันเศร้าเหมือนเคย

“เป็นไรไป กูไม่ได้ร้องเพราะเสียใจนะ แต่กูดีใจ ที่อย่างน้อยที่สุด ภาพความทรงจำของกูที่มันเริ่มเลือนราง มันกลับมาอีกครั้ง กู . .” ผมสะอื้น

“พอเหอะ ไอ้อาร์มพอแล้ว” ไอ้เพื่อนรักดึงผมไปซบไว้กับไหล่มันเหมือนเคย

“อ้าว มึงอยากให้กูรู้ไม่ใช่เหรอ อยากให้กูอ่านไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมตอนนี้มาสั่งกูพอล่ะ ให้กูอ่านนะ กูอยากรู้” ผมสะอื้น

ใช่ . . .

ผมอยากรู้ อยากรู้ความโง่เง่าของตัวเอง ที่ทำอะไรลงไปแล้วคิดเองเออเอง โดยไม่เคยหยุดมอง และคิดถึงหัวใจของคนอื่น




แสงแดดอ่อน ๆ ยามสายไล่ไอหมอก ให้ค่อย ๆ จางไป แต่ทำไมหัวใจผมมันกลับหวิว ๆ เวลาผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว ผมยังอยู่ที่เดิม ริมถนนเส้นนี้ รถเที่ยวที่สองผ่านไปเมื่อสักครู่ มันผ่านไปเหมือนหัวใจผมที่เหงาเงียบ

ผมถามตัวเอง . . . ทำไม

หาก . . .

ไม่มีคำตอบให้ตัวเองเลย อาจเป็นเพราะว่า ผมไม่รู้ ไม่รู้อะไรเลยสักอย่างเดียวก็เป็นได้ ชีวิตผมในตอนนี้เหมือนภายเรือในอ่าง มันวกวนไปมา ในเวลานั้นผมไม่รู้อะไรเลย ผมรู้แค่ ผมไม่อยากกลับเข้าไปที่บ้าน

บ้าน . . . ที่ผมอยู่มาจนถึงวันนี้ ทำไมผมไม่อยากกลับเข้าไปก็ไม่รู้

ช่วงฤดูหนาวลมค่อนข้างแรง ยามลมพัดมากระทบผิว มันหนาวเหน็บ หนาวจนต้องยกมือมากอดตัวเองเอาไว้ หากแต่ทำไมยามผมนึกถึงพี่อาร์ม ผมเห็นแววตาที่พี่อาร์มมองมายังผม ผมรู้ทันที ความหนาวเหน็บของสายลมมันน้อยมาก เมื่อเทียบกับสายตาที่พี่อาร์มมองมายังผม

ความหนาวเหน็บของหัวใจอย่างนั้นหรือ ?

ผมไม่ได้ไปห้วยน้ำดัง . . . แม่คงด่า

ช่างมัน . . .

ผมบอกตัวเอง อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด ผมไม่อยากไปไหนเลยด้วยซ้ำ ในเมื่อตอนนี้หัวใจผมมันหวิว ๆ ลงทุกขณะ ผมเป็นอะไรไปหว่า ทำไม สายตาพี่อาร์มมันมีอิทธิพลต่อความรู้สึกของผมได้มากขนาดนี้

ผมไม่กล้าคิดต่อ . . .

ความคิดมันน่ากลัว . . .

ผมไม่สามารถที่จะรับรู้ความคิดและคำตอบที่มันมากกว่านี้ได้ ผมไม่พร้อมที่จะรับรู้ว่าแท้จริงแล้ว ในความรู้สึกของคนสองคน มันจะมีอะไรแอบแฝงซ่อนเร้นอยู่หรือไม่ ผมไม่รู้เลย ไม่รู้จริง ๆ

“หายไปไหนมาทั้งวัน”

เสียงของใครบางคนดังมากระทบความรู้สึก ผมมองหน้า ก่อนที่จะนิ่งเงียบแบบเคย เพราะโดยปกติ ผมไม่ค่อยมีอะไรที่จะพูดกับเขาอยู่แล้ว เรื่องที่มันเกิดขึ้นและทำให้เราต้องอยู่ด้วยกัน มันเกิดจากความผิดพลาด

ความผิดที่ผมเลือกเอง . . .

“ไปกับพี่คนนั้นมาอีกหรือ ชอบของปลอมเหรอ ของแท้ไม่ชอบใช่มั้ย” เสียงนั้นดังมากกว่าที่จะเหมือนคนที่คุยกันปกติธรรมดา





ผมเลือกที่จะเดินหนี . . .

ทำไมผมไม่สู้กับความเป็นจริงก็ไม่รู้ การหนี มันไม่ได้ทำให้อะไรมันดีขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย ผมเลือกที่จะหนี ทั้ง ๆ ที่ผมน่าจะทำอะไรให้มันดีกว่านี้ ผมไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไม

“พูดไม่ได้ใช่มั้ย พูดแค่นี้จะเป็นจะตาย”

“เปิดเทอมหน้า จะไปเรียนต่อแล้วนะ” ผมเอ่ยเบา ๆ

“อะไรนะ” เสียงนั้นสูงปรี๊ด เจ้าตัวหันมามองหน้าผม

“บอกว่า เทอมหน้าจะเรียนต่อแล้ว”

“หมายความว่าไง ได้แล้วจะชิ่งเหรอ”

“โอ๋ . . .” ผมเรียกชื่อนั้นเต็มเสียง มองหน้าหล่อนให้ชัดขึ้น

“เราสองก็รู้ ระหว่างเรามันเป็นไปไม่ได้หรอก เราไม่ได้รักกัน การที่เราอยู่ด้วยกันมันแค่อยากสนุกมิใช่หรือ โอ๋บอกเราเอง ไม่มีการผูกมัด แล้วเราจะจากกันเมื่อไหร่ก็ได้ ตอนนี้เราบอกโอ๋ เราอยากเรียนต่อ”

“ไม่ได้”

“ได้สิ มันเป็นชีวิตของเรา โอ๋เองก็บอกเราเอง สนุก ๆ กัน ไม่ผูกมัด แล้วเราก็ไม่เคยมีอะไรกันตั้งแต่ครั้งนั้น ครั้งเดียวเองไม่ใช่หรือโอ๋ การที่เราอยู่กับโอ๋ เราก็รับผิดชอบพอสมควร ตอนนี้ เรารู้แล้วว่าเราควรจะเรียนต่อ เพราะอย่างน้อยที่สุด มันก็หมายถึงวันข้างหน้า อนาคตไง เราไม่อยากมีชีวิตอยู่แบบนี้ เราอยากมีอนาคตที่ดี อยากมีความรู้เหมือนคนอื่น ๆ เขา” สิ่งที่พี่อาร์มเคยพูด มันซึมซับเข้าในสมองผม ผมรู้แค่ว่า ผมจะทำยังไงก็ได้ เพื่อการลาจากกับห่วงที่ผมผูกเอาไว้

ห่วง . . .

ผมจะสลัดมันอย่างไร ที่ไม่ให้เจ็บปวด หากผมรู้สักนิดในวันนั้น ผมจะไม่มีวันยอมเอาตัวเองให้พันผูกกับอีกคนโดยเด็ดขาด เหมือนสายเชือกมันตัดได้ ตัดได้ง่าย ๆ แต่ของบางอย่างมันตัดไม่ได้ง่าย ๆ

บ่วงดวงใจ . . .

หัวใจ . . . ตัด

. . . หัวใจ . . .

ที่เหลือไว้ . . . ซากน้ำตา

“แล้วโอ๋จะอยู่ยังไง”

“ไม่รู้”

“พูดเหมือนคนไม่รับผิดชอบอะไรเลย ทุเรศมาก”




“ถ้าจะให้เรารับผิดชอบ คงต้องให้คนที่เคยนอนกับโอ๋รับผิดชอบด้วยมั้ย คนที่ผ่านมาในชีวิตโอ๋ โอ๋เคยเรียกให้เขารับผิดชอบมั้ย” ผมจ้องหน้าหล่อน ทั้ง ๆ ที่ไม่อยากจะพูดมันออกมาเลยด้วยซ้ำ

“ไอ้โก” เจ้าตัวฟาดมาเต็มใบหน้าผม ผมได้แต่นิ่ง เจ็บ แต่ต้องทน เพราะผมก่อมันเอง และผมต้องรับมันเอง ผมยิ้มบาง ๆ ให้เจ้าตัว ให้หล่อนรู้ ผมไม่โกรธที่หล่อนทำผมแบบนั้น ผมไม่อยากให้เราต้องจากกันด้วยความรู้สึกที่แย่ขนาดนี้

อย่างไรเสีย . . . ผู้หญิงก็เสียเปรียบ

“จะไปไหน” หล่อนหันมาตวาดเมื่อผมเดินออกจากห้อง

“ไปนอนบ้านแม่”

“บ้านแม่หรือบ้านไอ้นั่น”

“ไอ้นั่น” ผมเลิกคิ้วสูง

“ไอ้ของปลอมไง ชอบไม่ใช่เหรอ มิน่า ถึงไม่แตะเนื้อของจริง ที่แท้ชอบของปลอมนี่เอง ไอ้วิปริตเอ้ย” เสียงหล่อนด่า

ผมวิปริตเหรอ การที่ผมไม่นอนกับคนที่มั่วกับผู้ชายอื่นไปทั่วนี่ หล่อนด่าผมว่าวิปริตหรือ ผมวิปริตได้อย่างไร ในเมื่อผมไม่เคยมีอะไรกับพี่อาร์ม และผมไม่เคยคิดว่าพี่อาร์มจะมีทีท่าอะไรกับผม เขาไม่เคยปากว่ามือถึงเหมือนไอ้ลินซี่

ลินซี่ . . . กะเทยในหมู่บ้าน มันมือไม้ถึงจะตายเวลาอยู่ใกล้ ๆ

หาก . . . พี่อาร์ม ไม่เคยแตะ ไม่เคยต้องเสียด้วยซ้ำ แล้วผมจะกล้าคิดหรือว่าพี่เขาจะมาอะไรกับผม เขาเหมือนพี่ผม เหมือนเพื่อนผมมากกว่า พี่อาร์มไม่เหมือนลินซี่ ไม่เป็นแบบลินซี่แน่ ๆ ผมรู้

“แน่ใจหรือสิ่งที่ออกมาจากปากคือคำพูด กลิ่นมันเหมือนทางระบายของเสียเลยนะ” ผมมองหน้า ก่อนเดินจากมา

นี่ล่ะครับ นิสัยที่แย่ ๆ ของผม ไม่กล้าที่จะพูดความจริง ผมไม่เคยปกป้องคนที่ผมรักเลย ผมไม่กล้าที่จะรับความจริงเท่าไหร่ ทั้ง ๆ ที่ผมเองก็สามารถที่จะแก้ต่างได้ ว่าแท้จริงแล้ว ผมกับพี่อาร์มไม่มีอะไรกัน แต่ทำไมผมไม่พูด

ผมปล่อยให้อีกฝ่ายคิดต่ำ ๆ กับพี่อาร์มได้อย่างไรก็ไม่รู้ . . .





ผมยิ้ม . . . . ผมหัวเราะออกมา ผมเกลียดตัวเองจับหัวใจ สิ่งที่โกเมศวร์คิด มีแต่สีขาวสะอาดเอี่ยม แล้วผมล่ะ ผมไม่ใช่หรือ ที่เอาสีดำไปละเลง เอาความสกปรกไปแปดเปื้อน

บางที . . .

สิ่งที่ผมเจอ สิ่งที่ผมคิดว่าเจ็บปวด มันอาจแค่น้อยนิดเมื่อเทียบกับสิ่งที่อีกคนต้องเจอ ผมเอามือปาดน้ำตาตัวเองทิ้ง

ต่อจากนี้ . . .

ผมพยายามเข้มแข็งนะ พยายามฟังความรู้สึกคนอื่นด้วย อย่ายึดตัวเอง มองแค่ตัวเอง เพราะชีวิตคนเรา ไม่ได้มีแค่เรา แต่หมายถึงคนอื่น ๆ รอบ ๆ ตัวเรา ทุก ๆ คนเกี่ยวเนื่อยงกัน และอยู่รอบ ๆ ตัวเราเช่นกัน





Create Date : 26 มกราคม 2553
Last Update : 26 มกราคม 2553 13:09:37 น. 6 comments
Counter : 522 Pageviews.

 


โดย: ผมชอบกินข้าวมันไก่ วันที่: 26 มกราคม 2553 เวลา:12:53:02 น.  

 
ยังอ่านไม่หมดนะคะ เเต่อ่านไปบ้างเเล้ว
เท่าที่อ่าน อินน่ะคะ ถ้าไม่มีจ่าหัวด้านบนว่าเป็นเรื่องเเต่งทั้งหมด
จะคิดว่าเป็นเรื่องเจ้าของบล็อคค่า หุหุ
คิดไปเเล้วด้วยค่า


โดย: yopathum วันที่: 26 มกราคม 2553 เวลา:13:49:02 น.  

 
ใกล้จบแล้วอ่ะ
สงสารทั้งคู่เลย


โดย: ผักกาด IP: 58.137.0.162 วันที่: 26 มกราคม 2553 เวลา:14:44:18 น.  

 
ตามอ่านมา 3 วันแล้วค่ะ ยอมรับว่าติดมาก ๆ สนุกดีค่ะ เขียนมาให้อ่านอีกนะค่ะ


โดย: ps_2a วันที่: 26 มกราคม 2553 เวลา:15:57:09 น.  

 
พี่ต้นค่ะ.. ถ้าอาร์มกะโกจบแล้ว มีเรื่องอื่นต่ออีกป่าวค่ะ.. อ่อ เม้นตอนที่แล้วลืมแซว รูป จขบ. มีตรึมเลย กิ้วๆๆๆ (ไปเที่ยวบ่อยแบบนี้มีแอบอิจฉาเล็กๆ เอิ๊กๆๆๆ) อ่อ.. ตอนนี้อ่านมันส์ มากตื่นเต้น อยากอ่านตอนต่อไปเร็วๆ แต่ก็ยังไม่อยากให้จบเลย 555+


โดย: ผู้หญิงมากฝัน (maesnake ) วันที่: 26 มกราคม 2553 เวลา:16:15:10 น.  

 
God is the way
The Truth
and The Life

when your life need miracal
Ask form him.. Then you will be
impress by its result as I do~!

what is the truth
if u ask me then
I will tell u that
it is GOD


โดย: da IP: 124.122.67.223 วันที่: 27 มกราคม 2553 เวลา:1:17:13 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

นนท์ปวิชญ์
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add นนท์ปวิชญ์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.