Group Blog
 
<<
มกราคม 2553
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
21 มกราคม 2553
 
All Blogs
 
[ FD 3182 ] รั ก ฤ ๅ ผู ก พั น ฯ # ๓ ๔ #

**คำเตือน**




เรื่องนี้ . . .





เป็นเรื่องแต่งขึ้นเพื่อสร้างความบันเทิงเท่านั้นไม่เกี่ยวข้องกับบุคล หรือเหตุการณ์ใด ๆ ที่เกิดขึ้นในบรรณภิภพนี้ ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณในการอ่านอย่างมากถึงมากที่สุด



ปล. เป็นเรื่องแต่งมิได้เกี่ยวข้องใด ๆ ต่อ เจ้าของบล๊อก







ต อ น ที่ ๓ ๔



เสียงเรียกผู้โดยให้ขึ้นเครื่อง ผมหัวใจหายวาบ ต่อจากนี้ผมคงต้องจากแผ่นดินนี้แม่แล้ว แผ่นดินที่ผมอาศัยมาตลอดยี่สิบกว่าปี เพียงเพราะคนเพียงคนเดียวเท่านั้น ผมเดินไปตามอุโมงค์ช้า ๆ เจ้าเครื่อง AIRBUS A330 ลายเอเชี่ยนเกมส์สีแดงเพลิง จอดสงบนิ่งเทียบที่เกท ผมไม่รู้เหมือนกันว่านี่คือการตัดสินใจถูกหรือผิดกันแน่

ผมห้ามไอ้แดนเด็ดขาดไม่ให้มาส่งที่ดอนเมือง เพราะผมรู้ดี ว่าผมคงไม่สามารถกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้อีกแน่ ๆ ผมไม่อยากเดินจากใครด้วยน้ำตาอีกแล้ว

ชีวิตผมหักเหมากพอแล้ว . . .

สำหรับมัน . . .

. . . โกเมศวร์

ผมคิดถึงมันจับใจ ภาพวันเก่า ๆ สิ่งดี ๆ ที่มันทำเอาไว้กับผม ผมไม่เคยลืม ผมนั่งนึกถึงมัน ผมยิ้มทั้งน้ำตา นี่ผมทำอะไรเอาไว้กับมันมากมายขนาดนี้เลยหรือ ผมทำเพื่อคน ๆ นึงเพียงเพราะผมอยากให้เขาอยู่ใกล้ . . .

หรือ . .

เพราะอยากเห็นเขามีอนาคตที่ดีกันแน่ . . .

. . . ผมยังหาคำตอบที่แท้จริงไม่ได้อยู่ดี

ป่านนี้ . . . มันจะกำลังคิดถึงผมอยู่บ้างไหม?

สุดท้าย . . .

. . . ผมก็ยังตัดใจไม่ได้




เพียงแต่ว่า ผมไม่โหยหามันเหมือนตอนที่ผ่านมา เวลามันทำให้ผมได้รู้จักความรักในอีกมุม ผมรู้ว่าผมควรรักมันได้แค่ไหน

ผมรักมันมาก . . .

. . . มากเกินกว่าที่ผมจะหวนกลับไปทำร้ายมันได้อีก

ผมสัญญา . . .

. . . ผมไม่มีวันกลับไปทำร้ายมันอีกแล้ว มันจะไม่ต้องเจ็บปวดเพราะผมอีก ผมให้สัญญา

เครื่องค่อย ๆ แท็กซี่ไปตามแท็กซี่เวย์ทางด้านทิศเหนือช้า ๆ ก่อนไปสุดทางเจ้านกยักษ์ ค่อย ๆ ตีวงขวาเข้าสู่รันเวย์ เมื่อตั้งลำตรง เครื่องยนต์ ค่อย ๆ เพิ่มแรงขับ ก่อนเครื่องจะกระชากตัวพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ผมมองออกนอกห้องเคบิน โบกมือน้อย ๆ ให้กับอาคารสนามบินดอนเมือง ก่อนที่เครื่องจะ TAKE OFF แล้วทะยานไปในอากาศ

ผมยกมือไหว้แผ่นดินแม่อีกครั้ง . . .

. . . เพื่อลา

ต่อจากนี้ . . .

. . . ผมคงใช้ชีวิตในที่ใหม่ แต่ไม่รู้ทำไม ยิ่งเครื่องไต่ระดับมากแค่ไหน หัวใจของผมกลับคิดถึงใครบางคน . . .

ผมเอามือลูบที่หน้าผากด้านซ้าย . . .

. . . แผลยังไม่หายสนิทเลย กี่วันแล้วนะ อืม เหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน ผมไม่โกรธมันนะ ไม่เคยโกรธมันเลย ดีเสียอีก ที่อย่างน้อยที่สุด ผมมีแผลที่ระลึกยามที่ผมนึกถึงใครคนนั้น

. . . คนที่ผมไม่เคยลืมไปจากหัวใจได้เลย . . .



ผมปล่อยใจไปตามความนุ่มของอากาศยาน ที่บัดนี้ เริ่มไต่ระดับเรียบร้อยแล้ว ลูกเรือต่างประจำหน้าที่ของตัวเอง ผมมองภาพนั้น อีกไม่นาน ผมก็คงไม่แตกต่างอะไรจากเขาเหล่านั้น บางที ผมอาจจะได้ร่วมงานกับคนที่กำลังวุ่นอยู่ตอนนี้ก็เป็นได้

“Coffee or tea” เสียงทักทายปลุกผมจากความคิด

“Tea . .” ผมหันไปยิ้ม

“. . .ชาก็ได้ครับ” ผมพูดภาษาไทย เมื่อเห็นป้ายชื่อลูกเรือคนนั้น

MEKCHAI KOSIN Mr.

“คนไทยหรือครับ” ลูกเรือหนุ่มยิ้ม ก่อนรินชาใส่แก้ว

“ครับผม”

“ดีจังนาน ๆ ได้เจอคนไทย โดฮาหรือทรานซิสต์ครับ”

“โดฮาครับ . . . ไปทำงาน”




“ดีจัง มีคนไทยเพิ่มอีกคนแล้ว ที่โดฮาคนไทยน้อยมากครับ บางครั้งก็เลยเหงา . . . ชาได้แล้วครับ” เจ้าตัวโค้งคำนับก่อนเดินไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อ

เหงา . . .

ผมเกลียดคำนี้จับหัวใจ แต่ต้องรีบสลัดความคิดนั้นทิ้งไป เพราะหลังจากนี้ ผมจะต้องเดินไปข้างหน้า จะไม่มีวันย้อนกลับมาทางเดิมอีกแล้ว . . .

ท่องเอาไว้นะอาร์ม อะไรที่ผ่านมาแล้ว อย่าไปหวนคิดถึงมันอีก อย่าให้มันมาเกาะกินหัวใจเราอีก เราต้องเดินไปข้างหน้า แม้จะช้า แต่ทุกก้าวย่าง เราต้องเหยียบอย่างมั่นคง

เหยียบมันให้เต็มตีน !

หน้าจอทีวีส่วนตัว . . . บอกตำแหน่งของเครื่อง

หัวใจผมเย็นเยียบ . . .

. . . หากหัวตาร้อนผ่าว . . .

ผมใกล้หลุดจากแผ่นดินเกิดเต็มที . . .

ต่อจากนี้ ไม่รู้อีกนานแค่ไหนกว่าที่จะได้กลับมา ผมตั้งใจเอาไว้ อย่างน้อยน่าจะสักสองปี มันคงนานพอให้ผมได้ลืมอะไรที่เกิดกับชีวิตผมก็เป็นได้ . . .

ต่อจากนี้ . . .

. . . เดินไปคนเดียวแล้วนะอาร์ม

ที่โน่น . . . ไม่มีอดีต

. . . ไม่มีเพื่อน . . .

สิ่งที่อาร์มมี . . .

. . . หน้าที่เท่านั้นนะอาร์ม

ผมได้แต่บอกตัวเองทั้ง ๆ ที่หัวใจของผมมันมีแค่ความคิดถึงเมืองไทย นึกถึงคืนวันที่ผ่านมา ทั้งยามที่ทุกข์อย่างที่สุด และยามที่สุขอย่างที่สุด อย่างไรเสียที่ผมจากมาก็แผ่นดินเกิด จะไปทางไหน ผมก็มีรอยยิ้มได้

หาก . . .

ที่ผมกำลังไป . . .

. . . มีอะไรรอผมอยู่บ้างก็ไม่รู้

กลัวทำไมว่ะอาร์ม ในเมื่อที่ผ่านมา มันเลวร้ายมากที่สุดแล้ว เวลาที่เหลือต่อจากนี้ เป็นเวลาที่แกควรใช้มันให้คุ้มค่ามากที่สุด บางทีเวลาเก้าปีที่ผ่านมา มันอาจเป็นเวลาที่แกเสียไปโดยไร้ประโยชน์

อดีต . . .





. . . มีไว้ให้จดจำ

หาก . . .

. . . มิได้มีไว้เพื่อเก็บกอดมันเอาไว้ไปจนตายเสียเมื่อไหร่

ผมยิ้ม ยิ้มทั้ง ๆ ที่รู้ว่า ไม่มีวันที่ผมจะลืมสิ่งที่ผ่านมาได้หรอก แต่ในเมื่ออยู่ใกล้กันมันเจ็บ การอยู่เมืองไทย อาจจะทำให้ผมเจอกับมันบ่อยขึ้น และมันเท่ากับว่า แผลที่ผมมีมันไม่หายสักที การที่เดินมาไกลขนาดนี้ บางทีอาจทำให้แผลที่มีหายขาดก็เป็นได้ ไม่มีใครรู้ว่าหนทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไร

เราควรมีสติ . . .

. . . ในการเดินทุกย่างก้าว


ผมอยู่บนเครื่องมากี่ชั่วโมงแล้วผมไม่รู้ ผมรู้แค่ว่า มารู้สึกตัวเมื่อเสียงเพอร์เชอร์ประกาศเครื่องใกล้แลนด์ดิ้ง ผมมองลอดออกไปนอกหน้าต่าง ทุกอย่างเวิ้งว้างสุดลูกหูลูกตา มีแต่ทรายเป็นระลอกคล้ายทะเล ที่เห็นไกล ๆ เมืองขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ท่ามกลางทะเลทราย และอีกฝั่งของเมืองติดทะเล . . .

. . . ทะเลอาระเบียน . . .

ผมตรวจเอกสารขอเข้าเมือง ตั้งแต่ที่เจ้าหน้าที่เอามาให้กรอกตั้งแต่ตอนเครื่องเข้าสู่เขตพม่า เอกสารทุกอย่างครบถูกต้อง ผมสูดลมหายใจเข้าปอด ต่อจากนี้ ผมจะได้เริ่มชีวิตใหม่ นครรัฐอิสระกลางทะเลทราย

. . . กาตาร์ . . .

เวลาที่นั่นช้ากว่าประเทศไทยราวห้าชั่วโมง กว่าผมจะหลุดรอดออกมาจากตรวจคนเข้าเมืองก็แทบแย่ ดีที่มีเจ้าหน้าที่ของสายการบินมารอรับ และพาไปส่งยังคอร์ทที่พัก

“ตอนนี้คอร์ทที่ว่างอยู่ เป็นลูกเรือคนไทย คุณต้องอยู่ร่วมก่อนชั่วคราวนะค่ะ” เสียงเจ้าหน้าที่คนเดิมที่ผมภายหลังว่าเป็นคนอินโดนีเซียแจ้งให้ผมทราบ เพราะตามเอกสารที่ผมระบุมา ไม่อยากอยู่ร่วมกับคนไทย

ไม่รู้สิ . . . ตอนนี้ผมอยากหนี

ไปให้ไกลทุก ๆ อย่างที่เกี่ยวกับเมืองไทย . . .

“ไม่เป็นไรครับ” ผมตอบบอกไป หากสีหน้าผมเซ็งสุดตีน อากาศเดือนนี้ร้อน และรู้สึกว่าร้อนมากกว่าเมืองไทยเสียอีก หากแต่กลางคืนอากาศจะหนาวเหน็บกว่ากลางวัน อากาศทะเลทรายมักจะเหมือนกัน กลางวันร้อนจัดกลางคืนหนาวจัด




“อ้าวมาพอดี รูมเมทของคุณอาร์ม” สายตาที่เจ้าหน้าที่มองไปที่ล้อบบี้ ทำให้ผมต้องหันไปมองตาม

ลูกเรือกลุ่มนั้นหลากหลายเชื้อชาติ . . .

“คุณโกสินทร์ค่ะ” เจ้าหน้าที่คนเดิมเดินไปที่ลูกเรือกลุ่มนั้น หล่อนตรงไปยังชายคนที่ผมคุ้นหน้า

“ครับผม”

“นี่รูมเมทคนใหม่นะค่ะ เพิ่งมาจากเมืองไทย”

“อ้าว . . “ ทั้งผมและรูมเมททักพร้อมกัน

“เจอกันบนเครื่องแล้วครับพี่ โอเคครับพี่ ไว้ผมดูแลให้เองนะครับ” โกสินทร์ ยิ้มให้กับเจ้าหล่อนที่ไปรอรับผม

“งั้นฝากน้องโกสินทร์เลยแล้วกัน พี่เข้าออฟฟิศก่อนนะค่ะ . . . เจอกันพรุ่งนี้ที่ออฟฟิศนะค่ะ” เจ้าหล่อนหันมายิ้มกับผม

“ขอบคุณครับ”

“ไม่บอกผมตั้งแต่ทีแรกว่าทำงานที่นี่” โกสินทร์ยิ้ม รอยยิ้มนั้นดูอบอุ่น อาจเพราะผมไม่คิดว่าจะเจอคนไทยก็ได้ พอได้มาเจอคนไทยที่ไกลบ้านด้วยกัน เลยรู้สึกดีตั้งแต่ครั้งแรกที่ผมเจอ

ต่อจากหนี้ . . .

ผมต้องหาหน้ากากมาสวมเอาไว้ หน้ากากแห่งความสุข ที่ฉาบเคลือบสิ่งที่เก็บในหัวใจไว้ทั้งหมด

“ผมชื่อโกสินทร์ เกิดตอนปีฉลองกรุงเทพ ฯ ๒๐๐ ปี เรียกสั้น ๆ ว่าอาร์มดีกว่า”

“อาร์ม” ผมยิ้มกว้างนะ โลกกลมดีจริง ๆ หากแต่ . . . สิ่งที่ผมมองมันแล้วยิ้ม มันเกิดปีเดียวกับโกเมศวร์เลย แถมชื่อมันยังคล้ายกันอีก

“ครับยิ้มทำไมครับ คุณชื่ออะไรนะครับ”

“อาร์ม”

“ขี้เล่นนะเนี่ย”

“ชื่ออาร์มครับ จะสั้นจะยาวก็อาร์ม มีชื่อเดียวครับ”

“อ้าว ชื่อเหมือนกันอีก ขึ้นไปบนห้องดีกว่าครับ แม่บ้านน่าจะทำความสะอาดไว้ให้แล้ว”

ผมเดินตามอาร์มไปอย่างว่าง่าย . . .

เอาว่ะ ดีเสียอีก อย่างน้อยก็คุยกันรู้เรื่องกว่าไอ้พวกที่ใช้ภาษาที่สองล่ะว้า ก็แปลกดี มาต่างเมืองวันแรก เจอรูมเมทชื่อเดียวกัน ผมเดินตามอาร์มไปจนถึงห้อง ท่องเอาไว้นะ อย่าให้ใครรู้สิ่งที่อยู่ในหัวใจเราเด็ดขาด




“งั้นพี่แก่กว่าเพราะพี่เกิดก่อนปีฉลองกรุงหลายปี” ผมบอกไป

“อ่ะ พี่ก็อาร์มแก่ ผมอาร์มอ่อนดิ . . . นี่ครับห้องพี่อาร์ม” มันหัวเราะเบา ๆ ก่อนเปิดห้องให้ผม

“โห ใครเขาพูดเรื่องอายุกันน้องอาร์ม ขอบคุณนะครับ”

“ไม่เป็นไรครับพี่ พักผ่อนตามสบายก่อนนะครับ เย็น ๆ ผมจะไป Souk Waqif จะไปกันกับผมมั้ย”

“อะไรเหรอ Souk Waqif” ผมเลิกคิ้วสูง

“อ๋อ ลืมไป ตลาดวาชิฟ เป็นตลาดพื้นเมืองที่เก่าที่สุดของกาตาร์ คล้าย ๆ จตุจักรบ้านเรานะครับ แต่ที่นี่จะแบบเวิ้งนาครนะพี่ เป็นตลาดเก่าที่พ่อค้าเบดูอินสร้างไว้นานแล้ว”

เบดูอิน . . . ชาวพื้นเมืองดั้งเดิม

“อืม ถ้าไม่เหนื่อยมากเกินไปนะครับ ยังไม่รู้เหมือนกันว่าเอาของมาครบมั้ย พี่ขอตัวก่อนแล้วกันนะครับ” ผมยิ้มให้อาร์ม

“อ้อ แล้วมีไวเลสทั้งตึกนะพี่ รถบริษัทจะมารับก่อนเจ็ดโมงเช้า สำหรับลูกเรือที่ต้องเข้าฝึกหัด แต่พอพี่บิน เขาจะมารับตามสเก็ตดวลนะครับ”

“ขอบคุณนะครับ น้องอาร์มอ่อน” ผมยิ้ม ก่อนที่จะปิดประตู

ผมยืนพิงประตูอย่างเหนื่อยอ่อน . . .

มองไปรอบ ๆ ห้อง ที่ตรงนี้ โลกของผม โลกส่วนตัวที่จะไม่มีใครก้าวข้ามมาได้ แต่นอกประตูนี้ เป็นโลกที่ผมมีหน้าที่ มนุษย์เราเกิดมาพร้อมหน้าที่ ผมเองก็จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

ที่นี่เพิ่งจะเที่ยง

หากแต่ . . . เมืองไทยคงจะเย็นแล้วล่ะ ป่านนี้ไอ้โกทำอะไรอยู่หว่า มันยังอยู่ที่ปายหรือกลับมาถึงกรุงเทพฯ แล้วนะ

เห็นมั้ย . . . ท้ายที่สุดแล้วผมก็ยังไม่ลืม ไม่เคยลืมมันสักที

สิ่งที่อยากลืม . . .

. . . กลับจำ

ผมรีบเรียกสติตัวเองกลับมา . . .

ต้องเริ่มจัดห้องก่อน ข้างของหลายอย่างผมรื้อมันออกมาจากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ ก่อนที่จะจัดเรียงลงตู้ ที่นี่ดี มีของให้ครบทั้ง ตู้ เตียง ทีวี เครื่องเสียง ไม่แตกต่างไปจากโรงแรมเลย

ผมคงมีความสุขกับการใช้ชีวิตที่นี่ . . .

. . . ชีวิตที่ผมเลิกมันเอง

โลกมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา . . . แล้วใจคนล่ะ




ผมเคยถาม . . .

แต่ตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกัน บางครั้งสิ่งที่เราทำมันกลับย้อนมาสร้างความรวดร้าวให้กับเรามากเหลือคณานับ แต่นั่นแหละ คนเราต้องยอมรับในสิ่งที่มันเกิดขึ้น การเฝ้าโทษตัวเองหรือโทษผู้อื่นมันไม่ได้ให้อะไรมันดีขึ้นมาหรอก

ผมเลยยิ้ม . . . พยายามที่จะยิ้ม เพื่อการยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไร



วันนั้นกว่าจะกลับเข้ามาก็ดึกมาแล้ว โกสินทร์พาผมไปที่ตลาดวาชิฟ กลางคืนไม่ร้อน แต่ทำไมผมถึงไม่ชินก็ไม่รู้ ขากลับ มันพาผมไป คอร์นิช (Corniche) เป็นทางเลียบแม่น้ำที่เชื่อมทะเลของอ่าวอาระเบียน ที่นี่สวยมาก มีพันธุ์ไม้ทะเลทรายประเภทปาล์มเต็มสองข้างถนนไปหมด

“ขอบใจนะสินทร์ วันแรกได้ตะลุยโดฮาเลย” ผมเรียกขานชื่อเล่น ไม่ให้เหมือนกับชื่อผม

“ไม่เป็นไรพี่อาร์ม เรื่องเล็ก ฝันดีนะพี่”

“เหมือนกัน ฝันดีนะ” ผมปิดประตูห้องรวม เข้าสู่ห้องส่วนตัวของผม ก่อนทิ้งตัวนอน

เมืองนอก . . . มันไม่เหมือนกรุงเทพฯ ที่เคยอยู่เลยแฮะ

แม้จะมีเพื่อนคนแรกเป็นคนไทย . . . แต่ทำไมหัวใจมันระส่ำแบบนี้ก็ไม่รู้ จะว่าคิดถึงเมืองไทยก็ไม่ใช่ เพราะผมคิดถึงไอ้คนที่อยู่ที่เมืองไทยมากกว่า

ผมหลับไป เพราะยังไม่ชินกับสภาพเวลาที่แตกต่างกันร่วมห้าชั่วโมง . . . .

วันที่สองในโดฮา . . .

หลังจากที่ผมไปรายงานตัวที่สำนักงานใหญ่ มีการปฐมนิเทศการทำงานกันราวครึ่งวัน กว่าจะกลับมาถึงที่พักก็บ่ายจัดเข้าไปแล้ว มันร้อนเหลือเกิน ผมกลับเข้ามาในห้อง โกสินทร์มันนั่งอยู่ที่ห้องรวมส่วนกลาง . . .

“กลับมาแล้วเหรอพี่อาร์ม . . . มาดูหนังกันมั้ย ผมซื้อมาจากเมืองไทยเยอะเลย” มันชวนผม ให้มาดูหนังเป็นเพื่อนมัน

ก็ . . . ทำอย่างไรได้ ในเมื่อเราต้องมาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน แม้ ห้องนอนจะคนละห้อง แต่ ห้องนั่งเล่น ห้องกินข้าว ห้องครัวมันเป็นห้องรวม แล้วน้องมันก็อยู่มาก่อน ถือว่าเป็นรุ่นพี่ของการทำงาน ไอ้จะไม่เสวนาด้วยก็ประหลาดอยู่

สิ่งที่ผมกลัว . . .

. . . มันคงเป็นการอยู่ร่วมกับคนไทยนี่เอง




ทำไมนะหรือครับ เพราะสังคมวัฒนธรรมของเรา สอนและหล่อหลอมให้เราช่วยเหลือกัน มีอะไรแบ่งปันกัน เรามีสังคมที่ต้องปฎิสัมพันธ์ต่อกัน และผมเองก็รู้ ผมมาที่นี่เพราะผมอยากหนีตรงจุดแบบนั้น . . .

ผมเลยเลือกที่จะไม่อยากอยู่กับคนไทยตั้งแต่ที่เขาให้ผมกรอกรายละเอียด

เหตุผลก็อย่างที่ผมบอกมาข้างต้น . . .

“ขออาบน้ำก่อนได้มั้ยร้อนมากเลย”

“โอเคพี่ รีบหน่อยนะพี่ ผมเพิ่งเปิดดูไม่ถึงสิบนาทีเลย” มันบอกแต่ผมแสลงหัวใจพิลึก

. . . หน่อย . . .

ไม่อยากได้ยินเลยให้ตายดิเอ้า นี่ถ้าได้รูมเมทต่างชาติ ผมคงไม่ต้องมาคอยเสวนากันแบบนี้ก็เป็นได้ แต่เหมือนจะโดนสวรรค์แกล้งเสียยังไงก็ไม่รู้

ผมเข้าสู่โลกส่วนตัวของผม โลกเล็ก ๆ ในเมืองที่ผมมีคนรู้จักแค่คนเดียวในตอนนี้ มันเหวง ๆ หัวใจอย่างไรไม่รู้ พาลคิดถึงเมืองไทย ผมเลยต้องรีบอาบน้ำ ออกไปนั่งดูหนังกับไอ้สินทร์คงจะดีกว่านอนในห้องที่บรรยากาศชวนเสียน้ำตาเช่นนี้

ถ้าผมรู้ล่วงหน้า . . . .

ผมจะไม่มีวันก้าวเท้าออกไปดูหนังเลยให้ตายดิ๊ . . . .

“สินทร์ไม่มีบินหรือวันนี้” ผมถาม เมื่อโผล่หน้าไปจากห้อง

“หยุดสองวันพี่ ของสดในตู้เย็นมีนะพี่ อยากกินอะไรทำกินเลย แต่ซื้อมาใส่ด้วยนะ โอเคป่ะ”

“ได้ . . . ดูเรื่องไรอยู่”

“เพื่อนสนิท ซันนี่น่ารัก เรื่องนี้ผมดูที่เมืองไทยแล้ว แต่พอมีดีวีดี เลยซื้อมาอีก ชอบที่สุดเลยไข่ย้อยน่ารัก โดยเฉพาะตอนตัดผมสกินเฮดนะพี่ หล่อมากเลย” ผมมองหน้ามัน

อิบหายแร่ะ . . .

เพศเดียวกับกูอีกหรือนี่ จะดีเหรอ มีคนเพศเดียวกันอยู่ร่วมกันแบบนี้

มันนะ . . . ไม่น่ากลัวหรอก

แต่ . . . ผมกลัวหัวใจตัวเอง เกิดหลงรักมันทำไงหว่า ยิ่งมีคนบอกอยู่ การที่เราจะลืมรักเก่าได้ เราต้องมีรักใหม่

ผมไม่ใช่คนรักใครง่าย ๆ หรอกน่า . . .

แค่นอกกายนิดนึง . . .

. . . แต่ไม่เคยนอกใจ




เอาใหญ่แร่ะกู ตั้งแต่เกิดเรื่องกับมัน มีหลุด ๆ เรื่อย ไม่มีไรหรอกคราบ แค่อยากจะปรับตัวเองให้ดูเป็นคนธรรมดาที่สุด ไม่ใช่เป็นคนที่แบกโลกทั้งโลกเอาไว้เหมือนที่ผ่านมา

ในขณะที่ผมบอกตัวเองว่า . . .

. . . ต้องเริ่มต้นใหม่ . . .

หากแต่ หัวใจผมกลับยังยึดติดกับสิ่ง เก่า ๆ

ผมต้องหลุดจากโลกเก่า ๆ เสียที ผมได้แต่บอกตัวเอง แล้วผมก็ตัด สิ่งที่คิดว่าจะทำให้ผมคิดถึงเรื่องที่ผ่านมา ผมไม่ติดต่อใครที่เมืองไทยเลย ตลอดในการฝึกสามเดือน มันเป็นช่วงที่ผมเรียกว่าทรมาน . . .

. . . ผมไม่ได้ตัดแค่มัน . . .

แต่ . . .

หมายถึง . . . ทุกคนที่เมืองไทย

. . . ตอนนี้ผมเหมือนอยู่ตัวคนเดียวในโลก

เพราะตลอดสามเดือนในโดฮา ที่นี่สอนอะไรผมหลายอย่าง อะไรก็ตามที่เราวิ่งหนี มันจะยิ่งเจ็บปวด เวลาที่ผมฝึก ใจผมอยู่กับงาน หากเวลาที่กลับมาห้อง ถ้าโกสินทร์ไม่มีบินก็ดีหน่อย มีเพื่อนเล่น เพื่อนคุย แต่ถ้าวันไหนที่มันมีบิน ผมก็ต้องอยู่ห้องคนเดียว ไอ้ที่ต้องอยู่คนเดียวนี่แหละ . .

มันเจ็บปวด . . .

. . . รู้จักมั้ยครับ . . .

ความเหงา

จะค่อย ๆ คลืบคลานเข้ามาหาเราช้า ๆ ในเวลาที่เราคิดถึงใครมาก ๆ มันลอยมาเหมือนลมหนาว ที่เข้าโอบคลุมร่างกาย หากความเหงามันเข้ามาเกาะกุมหัวใจ จนบางครั้งต้องแอบปาดน้ำตา

แต่ . . .

. . . ความเหงา มันทำให้ผมรู้ว่า . . .

ผมยังมีลมหายใจอยู่ ผมยังมีชีวิตอยู่

. . . ไอ้ความเหงามันทำผมหลับทั้งน้ำตาด้วยความคิดถึง . . .

“สวัสดีครับ”

ผมกำโทรศัพท์เอาไว้แน่น เมื่อได้ยินเสียงตอบรับจากปลายสาย ที่ผมโทรไปหามัน ไม่ต้องบอกก็รู้ ผมดีใจขนาดไหน

“ไอ้โอ๋”






“ไอ้สัสสสสส อาร์ม หายไปเหมือนตายจากนะมึง สบายดีมั้ย แล้วมึงอยู่ที่ไหน มีรูทบินเข้าไทยเมื่อไหร่” มันใส่มาเป็นชุด ๆ

“ตอบไม่ทันว่ะ . . .” ผมบอกมัน วันนี้หัวใจผมพองโตที่สุดในรอบสามเดือนที่ผ่านมา

“เป็นไงบ้าง มึงสบายดีมั้ย”

“อือ”

“ไอ้โกมาหากูเมื่อวันก่อน . . .”

“แค่นี้นะ” ผมตัดสายมันทิ้ง

ผมไม่อยากรู้เรื่องของมัน ผมไม่อยากรู้อะไรเกี่ยวกับมันอีก ที่ผมเป็นอยู่ตอนนี้ผมก็คิดถึงมันจะแย่อยู่แล้ว ผมคิดถึงทั้ง ๆ ที่ผมเองก็รู้ ที่ผ่านมา ความรักที่ผมมีให้มันมีแต่ความเจ็บปวดที่ผมได้รับ แต่ทำไม ทำไมผมไม่หายคิดถึงมันสักทีก็ไม่รู้

พรุ่งนี้ผมมีบินไฟล์ทแรกของชีวิต. . .

ผมโทรหาเพื่อนที่ผมรักมากที่สุด ผมอยากบอกมันว่าพรุ่งนี้ ผมจะได้บินแล้ว ผมมีอะไรมากมายที่อยากจะคุยกับมัน หากแต่มันกลับพูดถึงอีกคน ผมพยายามหลีกที่จะได้ยินชื่อนั้น แต่ดูเหมือนว่า ชื่อนั้นจะตามมาหลอนผมอยู่ตลอดเวลา

“เป็นเหี้ยอะไรมึงตัดสายทิ้ง” มันด่าผม หลังจากที่ผมโทรไปหามันอีกครั้งในชั่วโมงถัดมา

“นอนยังมึง”

“ใกล้แล้วล่ะ ไอ้อาร์ม”

“อะไร”

“ถ้ามึงอยู่ไม่ได้ กลับมาอยู่เมืองไทยก็ได้นะมึง เดี๋ยวเงินค่าปรับกูช่วยมึงเอง ไม่ต้องห่วง” ผมยิ้มกับตัวเอง . .

เออ . . . มึงจะแดกยังไม่คอยพอเลย หาให้ผีแดงให้พอแต่ละซีซั่นก่อนก็ได้ หรือไม่ก็ ไม่ต้องมาพึ่งเงินเด็กหงส์แบบกู ไปจ่ายให้โต๊ะ กูก็พอใจแร่ะ แต่ผมดีใจนะ มันห่วงผม สิ่งที่มันบอก ผมดีใจชะมัด

“ได้สิ ทำไมจะไม่ได้ล่ะ ตอนนี้ก็ปรับตัวได้แล้วนะ พรุ่งนี้ได้บินวันแรก ไปเอเธนส์ แต่เสียดายไปกลับ ถ้าได้ค้างก็คงดี”

“เมื่อไหร่มีบินเข้าไทย”

“ไม่รู้ว่ะ เดือนแรกยังไม่มีมั้ง”

จะมีได้อย่างไร ผมยอมให้เพื่อนแลกไปเรียบร้อยแล้ว อย่างที่บอก ผมตั้งใจแล้วไม่กลับเมืองไทยเด็ดขาด อย่างน้อยที่สุดสักสองปี แต่ผมก็ไม่บอกมันหรอก จะบอกมันได้อย่างไร

มันจะได้ตามมาลากคอผมถึงโดฮาสิ . . .




“ยังร้องไห้อีกป่าว”

“เหี้ยนี่ ยิ่งเหวง ๆ อยู่”

“เป็นไรอีก”

“คิดถึงหลวงพ่อ คิดถึงมึง วันก่อนไปเดินเล่นที่ห้าง Villaggio ใกล้ ๆ กับ Khalifa International Stadium อ้อ เป็นสนามกีฬาหลักเอเชี่ยนเกมส์โดฮาปลายปีนี้แหละ เห็นร้านขายของผีแดงเลยคิดถึงมึงจับใจเลย อย่าแทงมากนะมึง”

“ไอ้บ้า เลิกแล้ว ตั้งแต่สึกมาเลิกหมดแล้ว”

“ดีมาก ไอ้เลว”

“ชมกูซะงั้น”

“ด่า”

“อ้าว ที่นั่นมึงมีอาหารไทยกินมั้ย อยากได้อะไรมั้ย กูส่งไปให้”

“มีเยอะเยอะ ลูกเรือที่เป็นเพื่อนคนไทย เวลาเขากลับเขาก็หิ้วมา อยากได้อะไรพิเศษก็ฝากซื้อกันไป ไม่ต้องห่วงกูหรอก มาม่าต้มยำกุ้งกูตุนไว้เพียบ”

“เออ หายห่วงหน่อย มึงโทรหาไอ้แดนมั้งมั้ย”

“ไม่อ่ะ ไม่อยากโทรหาใครเลย กลัวคิดถึงเมืองไทย อีกอย่าง ค่าโทรศัพท์แพงมาก”

“งั้นไม่ต้องคุยก็ได้”

“คุยได้ เงินในการ์ดเหลืออีกหน่อย”

“เสาร์นี้กูจะแวะไปหาหลวงพ่อนะ”

“อืม ขอบใจนะมึง กูเป็นลูกที่เลวจริง ๆ ไม่ค่อยได้ดูแลท่านเลย ลำบากมึงอีก”

“เอาน่ากูไม่ลำบาก . . . อาร์ม”

“อะไร”

“เรื่อง . . .” มันอ้ำอึ้ง ผมรู้โดยที่มันไม่ต้องเอ่ยอีกแล้ว อย่างน้อยมันกับผม รู้จักกันมากว่าครึ่งชีวิต ทำไมผมจะไม่รู้ สิ่งที่มันกำลังจะพูด

“อย่าพูดเลยเพื่อน เดี๋ยวกูวางหูอีกนะ ขอร้อง ขอเวลากูหน่อย ให้กูได้ทำใจสักพัก ตอนนี้กูยังไม่พร้อมว่ะ”

“เออ ตามใจ แค่นี้แล้วกัน เปลืองมึงอีก”

มันตัดสายทิ้งไปแล้ว ผมรู้สึกหัวใจชุ่มชื่นเหมือนต้นไม้ที่ได้ฝนแรก หลังที่ต้องทนกับฤดูแล้งอันยาวนาน ผมบอกไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไมผมไม่อยากรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับโกเมศวร์ ทั้ง ๆ ที่หัวใจผมยังรักมัน และคิดถึงมันทุกครั้งยามอยู่คนเดียว

อาจเพราะ . . .

ผมกลัว . . .

. . .ข่าวคราวของมันจะทำให้หัวใจผมเจ็บปวดอีก







Create Date : 21 มกราคม 2553
Last Update : 21 มกราคม 2553 14:17:10 น. 2 comments
Counter : 311 Pageviews.

 
ชีวิตอาร์ม น่าติดตาม จริงๆ
เขาจะสู้ได้ไหม น๊า.....


โดย: Noolee (bettygirl ) วันที่: 21 มกราคม 2553 เวลา:16:05:54 น.  

 
อ่า.. (คอมเม้นท์ข้างบน)แฟนคลับอีกคนแล้ว


โดย: ผู้หญิงมากฝัน (maesnake ) วันที่: 21 มกราคม 2553 เวลา:17:41:22 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

นนท์ปวิชญ์
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add นนท์ปวิชญ์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.