Group Blog
 
<<
มกราคม 2553
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
14 มกราคม 2553
 
All Blogs
 
[ ล า ว ๔ ] รั ก ฤ ๅ ผู ก พั น ฯ # ๒ ๕ #

**คำเตือน**




เรื่องนี้ . . .





เป็นเรื่องแต่งขึ้นเพื่อสร้างความบันเทิงเท่านั้นไม่เกี่ยวข้องกับบุคล หรือเหตุการณ์ใด ๆ ที่เกิดขึ้นในบรรณภิภพนี้ ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณในการอ่านอย่างมากถึงมากที่สุด



ปล. เป็นเรื่องแต่งมิได้เกี่ยวข้องใด ๆ ต่อ เจ้าของบล๊อก







ต อ น ที่ ๒ ๕



ผมว่าการกระทำบางอย่างมันไม่มีเหตุผล . . .

. . . หรือ . . .

เพราะว่าความจริงแล้ว รักมันไม่จำเป็นที่จะต้องมีเหตุผลรองรับ คนที่มีความรัก ไม่ว่าใคร ต่างอยากที่จะได้มาในสิ่งที่ตัวเองรักทั้งนั้น ผมไม่โทษใครทั้งสิ้นกับทุก ๆ เรื่องที่ผ่านมา . . .


สิ่งใดก็ตามที่ผมทำลงไปแล้ว ผมไม่คิดที่จะย้อนเวลาเพื่อกลับไปเปลี่ยนแปลงมันอีก ไม่ว่าสิ่งที่ทำลงไปมันจะดีหรือเลวก็ตามแต่

เหมือนกับเรื่องนี้ . . .

ใครจะมองว่าผมโง่ ที่ตัดสินใจเดินออกมาแล้ว เดินกลับเข้าไปใหม่ แต่ในสถานการณ์ของคนที่รักเต็มหัวใจแบบผม การหักใจลาจาก . . .

มันคงไม่สามารถที่จะทำได้ภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง . . .

ผมมีหัวใจ . . .

. . . มีเลือดเนื้อ

. . . มีความรู้สึก . . .

และที่แน่ ๆ ผมมีรักให้คน ๆ นึง

แล้วเมื่อ . . .

. . . คนที่เรารักเจ็บปวด . . .

ในเวลาที่เรายังตัดใจไม่ได้ เราจะไม่หันกลับไปหาเขาเลยหรือ ผมไม่ใช่เป็นคนใจแข็งได้ขนาดนั้น แล้วยิ่งมารับรู้ . . .




ที่มันต้องเจ็บตัวแบบนี้ . . .

มันจะพูดจริงหรือปั้นเรื่องก็ตามแต่ หากผมยอมที่จะให้อภัยมันโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย บางทีอาจจะเป็นผมเองก็ได้ที่ไม่ยอมรับรู้ หรือรับฟังอะไรเลย ถ้าผมยอมที่จะฟังอะไร และใจเย็นมากกว่านี้ . . .

รู้แบบนี้ . . .

. . . แปลว่าแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว

สายเกินไป . . . ที่จะกลับไปแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาด

ผมคงได้แต่เก็บเอาความผิดพลาดมาไว้กับตัวเอง เก็บมันเอาไว้เป็นบทเรียน เพื่อที่ว่าจะไม่ให้มันต้องผิดพลาดอีกในเวลาข้างหน้า คนเราจะผิดพลาดได้สักกี่ครั้งในชีวิต ไม่มีใครบอกได้ . . .

แต่สำหรับ . . . คนแบบผม

จะไม่ยอมให้มันผิดเกิดความผิดพลาดเกินสามครั้งเป็นแน่ ใครจะมองอย่างไร ผมไม่รู้ ผมรู้แค่หัวใจตัวเองเท่านั้นในเวลานี้

. . . ผิดครั้งแรก . . .

เป็นครู . . .

ผิดครั้งที่สอง . . .

. . . เป็นบทเรียนที่จะแก้ไข

ผิดซ้ำครั้งที่สาม . . . คือโง่

หากผมจะโง่ . . .

คงมีแค่เรื่องเดียวในชีวิต เรื่องที่ผมรักคนอื่นมากกว่าตัวเอง แล้วหากวันนึง ผมเลือกที่จะรักตัวเองบ้าง จะมีใครว่าผมมั้ย

“แดน . . . อยู่ไหนว่ะ” ผมโทรหามัน หลังจากที่มันกลับไปกรุงเทพฯ ได้สองวันแล้ว

มันกลับไปพร้อมไอ้เพื่อนรักของผม . . .

“ที่ทำงานดิพี่ จะกลับไฟลท์วันนี้ไม่ใช่เหรอ”

“อืม”

“แล้วมีอะไรมั้ยพี่ แขกเยอะนะวันนี้ กำลังยุ่ง”

“มีตังค์เท่าไหร่ ตอนนี้พอมีมั้ย”

“ก็มีอยู่ จะออกจากโรงพยาบาลแล้วเหรอ”

“อืม”

“แม่เขาไม่มีเลยเหรอ” เสียงมันเหมือนจะไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ ผมเข้าใจดี เพราะเรื่องเงินทอง มีหลายครั้งแล้วที่ผมยื่นมือเข้าไป เป็นมือที่มันเองไม่เคยมองเห็นเสียด้วยซ้ำ




“ไม่พอ ขาดอีกราวหมื่นนึง”

“มันไม่มีประกันหรือ”

“มีแต่ที่ประกันมหาวิทยาลัย แต่ต้องทดรองจ่ายก่อนอยู่ดีแหละ ได้มั้ยนี่ ไม่ได้จะไปหาที่อื่นอีก” ผมเริ่มหงุดหงิดกับน้ำเสียงของไอ้แดน

ทำไมหรือ . . .

ผมผิดใช่ไหม ที่ทำแบบนั้น ผมเลือกโทรหามัน เพราะคิดว่ามันจะเข้าใจผม แต่มันซักอย่างกะผมเป็นผู้ต้องหาของมันก็มิปาน

“ได้ ๆ อีกสิบนาทีพี่ไปกดเอาเองแล้วกัน ทำไมไม่ทำประกันชีวิตนะ เกิดอุบัติเหตุยังพออุ่นใจ ปีนึงหมื่นเดียวเอง” มันบ่นมาตามสาย

“บ่นเป็นคนแก่ไปได้คนเรา”

“ผมไม่ได้บ่นนะพี่ พูดจริง ๆ คนเราไม่ค่อยวางแผนล่วงหน้าหรอก เอาเหอะ พูดไปเดี๋ยวพี่เสียมากกว่านี้อีก แค่นี้ก่อนนะพี่อาร์ม เดี๋ยวผมมจัดการให้”

ผมรู้ มันบ่นไปแบบนั้นเองแหละ เพราะถึงอย่างไร อีกไม่เกินสิบนาทีต่อมาผมก็ไปกดเงินที่มันโอนมา แล้วไปเคลียร์ที่การเงินของโรงพยาบาล ก่อนที่จะขึ้นกลับไปที่ห้อง . . .

หาก . . . เสียงที่ลอดออกมาจากห้อง

ผมยืนนิ่ง . . .

“ทำไมไม่กลับบ้านเรา โกจะลงไปกรุงเทพฯ เลยหรือ แล้วจะอยู่ยังไง ขายังใส่เฝือกแบบนี้” เสียงป้าภาดังลอดมาผมได้ยินถนัด

“อยู่ได้น่าแม่”

“โก . . . แม่ถามลูกจริง ๆ นะ ลูกกับพี่อาร์ม มีอะไรมากกันกว่าพี่น้องธรรมดาหรือเปล่า”

ผมยืนนิ่งเหมือนถูกสาป . . .

ไม่เคยคิด จะได้ยินเรื่องแบบนี้ แม้พยายามทำใจเอาไว้บ้าง แต่ไม่นึกว่า พอได้ยินจริง ๆ มันยิ่งกว่าการนึกไปเองเสียอีก ผมเข้าใจป้าภา เข้าใจแกดี แกคงห่วงลูกชายของแก คงไม่มีพ่อแม่คนไหนหรอกที่อยากจะเห็นลูกตัวเองเป็นอย่างที่ผมกำลังเป็น

เสียงในห้องเงียบอยู่พักใหญ่ . . .

. . . ผมจะทำยังไงดี

อยู่ที่เดิมตรงนี้ . . .

หรือ เดินเข้าไป แต่สุดท้าย ผมเลือกที่จะอยู่เงียบ ๆ นิ่ง ๆ คอยฟังอย่างเดียว และจะต้องเข้าใจกับสิ่งที่มันเกิดขึ้น เพราะอย่างไรเสีย สิ่งที่เป็นอยู่ กับสิ่งที่คนอื่นมองด้วยความสงสัย มันก็เรื่องราวเดียวกัน




ความจริง . . .

. . . สักวัน คนอื่นก็ต้องรู้

“แม่ . . .”

“ทำไมต้องตกใจ ถ้าไม่มีอะไรก็บอกไม่มี แม่นะเป็นแม่เรานะ ทำไมแม่จะไม่สังเกต มันอยู่ที่ว่าแม่จะพูดหรือไม่พูดก็เท่านั้น ตั้งนานแล้วที่แม่มองเราสองคน แต่แม่ไม่แน่ใจ จนเมื่อวันที่เข้าโรงพยาบาล . . .”

“ทำไมเหรอแม่”

“. . . แม่ว่าแม่คิดไม่ผิด พอลูกอาร์มมาเท่านั้น แม่เห็นนะโก แม่เห็น มันอยู่ที่ว่าแม่จะคิดไปขนาดไหน แม่ถึงถามโก ว่าโกมีอะไรมากกว่าพี่น้องกับลูกอาร์มหรือ”

“ไม่มีหรอกแม่ แม่คิดมากไป แม่อย่าลืมนะ พี่อาร์มไม่มีใครนะแม่ พี่เขาตัวคนเดียว แล้วเขาก็เอาผมไปเรียน อยู่กันมาตั้งหลายปี ถ้ามีก็มีไปนานแล้วแม่ คนที่เขาไม่มีใครอยู่บนโลกนี้โดยไม่มีพ่อแม่ มันเหงาขนาดไหน เขาก็มีแต่ผมนี่แหละ”

มันบอกแม่มัน . . .

หัวใจผมอิ่มเอม แบบที่มันเป็นอยู่ น่าจะดีที่สุด แต่ทำไม ผมกลับไม่รู้สึกว่าอยากได้แบบที่โกบอก ผมอยากให้มันบอกแม่ไปตามตรงมากกว่า ผมคิดแต่สิ่งที่ตัวเองได้ ไม่มองสิ่งที่คนอื่นต้องสูญเสีย . . .

“โกแน่ใจหรือลูก”

“แน่ใจเรื่องอะไร”

“ที่ไม่มีอะไรกัน”

“ทำไมเหรอแม่ เรื่องนี้มันสำคัญมากขนาดไหนหรือ”

“สำคัญสิโก สำคัญมาก โกอย่าลืมนะ ว่าผู้หญิงนะ เกิดมาคู่ผู้ชาย แล้วมาผิดเพศผิดคู่แบบนี้ มันดีหรือ รู้ไปถึงไหนอายไปถึงนั่น”

“อายหรือแม่ . . . อย่างผมมีอะไรน่าอายอีก”

“ทำไม”

“พ่อแม่เลิกกัน พ่อได้เมียอีกเป็นสิบ ผมมีเมียเด็กบาร์มาก่อน แล้วแม่ . .”

“หยุดเลยนะโก . . .ใครสั่งใครสอนให้โกพูดกับแม่แบบนี้” ป้าภาเสียงสั่น เรื่องที่น่าอายของตัวเอง ไม่อยากให้ลูกพูดกระมัง

“ได้แม่ ถ้าแม่เห็นว่าโกทำเลว แม่คอยดูต่อไปแล้วกัน แต่ผมขอกลับกรุงเทพฯ ผมบอกตรง ๆ ผมรักแม่รักมากกว่าใครทั้งหมด แต่ผมรังเกียจคนที่บ้าน”

“ทำไมพูดแบบนี้”




“ผมบอกตามที่ผมคิด แต่ความสุขของแม่ผมยอม”

ความสุขของแม่ . . .

. . . ผมยอม . . .

มันแทงหัวใจผม มันจะแตกต่างอะไรจากที่มันเคยพูดกับผมเมื่อหลายปีก่อน

. . . ความสุขของพี่ . . . ผมยอม

ถ้า . . . ผมไม่เคยทำอะไรเพื่อตัวผมเอง

แล้ว . . .

โกเมศวร์ . . . มันเคยทำอะไรเพื่อตัวมันเองบ้างกระนั้นหรือ ผมถึงบอก ผมไม่โกรธมัน ไม่เคยเลยสักครั้งที่ผมจะโกรธหรือเกลียดมัน ผมเข้าใจ มันมีเหตุผลในการกระทำเสมอ เพียงแต่ว่ามันจะบอกเหตุผลนั้นให้ใครฟังหรือเปล่า . . .

ผมยืนนิ่ง . . .

สมองผมคิดนะ ตอนนั้นผมคิดอะไรอยู่ผมไม่แน่ใจ แต่ผมว่าน่าจะเป็นเรื่องที่ผมมีส่วนทำให้แม่กับลูกต้องมีปากเสียงกันกระมัง นี่ผมกำลังทำอะไรลงไป สิ่งที่ผมทำ มันดีที่สุดอยู่แบบนั้นหรือ

บางที . . . น่าจะถึงเวลาที่ผมจะส่งต้นไม้คืนเจ้าของ

แต่ . . .

ผมจะคืนอย่างไร ในเมื่อหัวใจผมรักต้นไม้ที่ผมปลูก รักจนยากที่ผมจะถอยออกมาง่าย ๆ ผมจะทำอย่างไรกับความพันผูกที่ผมถักทอมันขึ้นมา ผมจะแก้ไขสิ่งที่ผมทำได้อย่างไร

“ผมยอมให้แม่ เพราะแม่คือแม่ แต่สำหรับ คนที่บ้าน ผมไม่ยอม ยังไงผมก็ไม่มีวันยอมรับ แม่เข้าใจมั้ย ผมไม่ยอมรับ” เสียงมันดังขึ้น เหมือนคนที่ร้องไห้ด้วย

ผมเจ็บปวด . . .

เจ็บเกินกว่าที่จะยืนฟังอยู่ได้อีก ผมค่อย ๆ หลบออกมาอย่างเงียบ ๆ ความจริงหากผมไม่หลบออกมา บางที ผมอาจจะไม่รู้สึกอะไรมากมาย แต่ผมไม่กล้าพอที่จะยอมรับความจริงในเวลานี้ ความจริงที่ผมเองก็รู้

มันเจ็บปวด . . .



ผมคิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นในครั้งนั้นจะทำให้มันกับผมเข้าใจกันมากขึ้น แต่ผมคิดผิด เพราะความเป็นจริงแล้ว มันเพิ่งเป็นแค่จุดเริ่มต้น เป็นจุดเริ่มต้นที่จะพาให้ผมและมันเดินไปสู่จุดที่แตกหัก . . .

เพราะความคิดที่แตกต่างกันกระมัง

“ทำไมติด F เรียนยังไงถึงตก”




“ก็มันยาก”

“ไม่มีอะไรยากเกินไปกว่าความพยายามของเราหรอกโก ที่คิดว่ายากนะ มันยากขนาดไหน ทำไมเพื่อน F กันทั้งห้องหรือไง”

“ก็ตกเยอะ”

“แต่ไม่ได้แปลว่าทั้งห้อง”

“ไม่กี่คน”

“ทำไมเหรอโก ทำไมเราไม่เป็นคนในส่วนน้อยนั่นหละ ทีนี่โกรู้แล้วใช่ไหม ทำไมพี่ถึงบอกว่า ถ้าการมีแฟนมันจะกระทบต่อการเรียน ถ้าก่อนหน้านี้ โกเอาใจใส่กับการเรียนมากกว่านี้ มันคงไม่ตกหรอก โกเคยเต็มที่กับมันมั้ยที่ผ่านมา พอพี่พูดก็หาว่าเอาเรื่องที่ผ่านมาแล้วมาพูดอีก แต่เพราะเรื่องที่ผ่านมาไม่ใช่หรือที่มันทำให้เกิดผลแบบนี้ ถ้าวันนั้นเชื่อพี่ จะออกมาแบบนี้มั้ย” ผมเทศน์มันแล้วล่ะ

สิ่งที่ผมเคยเฝ้าบอกมัน มาตอบสนองมันแล้ว . . .

“มันตกกันได้พี่”

“พูดง่าย ๆ ถ้าคนเรา ไม่มองที่ผ่านมา แล้วคิดแต่จะแก้ปัญหา มีหวังตามแก้กันไม่รู้จบ ทำไมไม่หัดคิดว่า ถ้าทำแบบนี้จะเกิดแบบไหน ถ้าทำแบบนั้นจะเกิดแบบนี้มั้ย เวลาทำอะไรทำไมไม่ลองหัดคิดดูบ้าง”

“เอาน่าแค่ตัวเดียวเอง”

“ตัวเดียวก็มีผล ทำให้จบช้าได้เหมือนกัน”

“แต่ก็จบ”

“จบแบบนั้นจะภูมิใจเหรอ จบแบบที่เราเองก็รู้ว่าตรงไหนมีรอยด่าง กับการจบแบบยืดอก ความรู้สึกต่างกันว่ะ ถ้าโกคิดแค่ว่า เรียนเพื่อให้จบ ลองใช้สมองคิดอีกรอบดูมั้ยว่ามันใช่แบบที่คิดตอนนี้หรือไม่”

“ยังไงพี่ก็ได้เห็นผมใส่ครุยแดง”

“ขอบใจ ที่ยังจำได้ และจะขอบใจอีก ถ้าทำตามสัญญาที่ให้ไว้ เพราะจะเห็นหรือไม่มันไม่สำคัญ ถ้าก่อนหน้าวันใส่ครุยแดงโกมีคนอื่น”

“หาเรื่องเหรอ พูดอะไร เรื่องมันผ่านมาแล้ว”

“ก็เตือนให้จำไง ว่าอย่าให้มีอีก เพราะความรู้สึกบางอย่างมันไม่สามารถเรียกคืนได้ทุกครั้ง” ผมมองหน้ามันนิ่ง

ผมยอมรับ . . .




หลังจากลับมาจากเชียงใหม่ ผมเริ่มห่างเหินกับมัน ผมไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร แต่ดูเหมือนว่าสิ่งที่ป้าภาพูดกับมันจะมากระทบต่อความรู้สึกของผมอยู่ตลอดเวลา ผมอยากถอยห่างออกมา ให้มากกว่าที่เป็นอยู่ ทั้ง ๆ ที่ในเวลานั้น

ผมมีแต่ความหวาดระแวง . . .

. . . กลัวมันเรียนไม่จบตามกำหนด . . .

กลัวมันกลับไปหาผู้หญิงคนนั้นอีก

ทำไมนะหรือครับ . . . ก็คนเคยมีประวัติ

มันเคยโกหกผมเอาไว้ แล้วถ้ามันจะโกหกผมอีก ผมจะทนได้หรือ ที่จะให้ใครมาโกหกผมซ้ำ ๆ ซาก ๆ ในเมื่อที่ผ่านมา ผมเจ็บขนาดนั้น ถ้าผมต้องเจ็บอีก ผมจะทนได้หรือ ผมเลยมีแต่ความระแวงในตัวของโกเมศวร์

สิ่งที่ผมหวานระแวงมากที่สุด . . .โทรศัพท์

เพราะนั่นคือทางเดียวที่คนห่างไกลจะสามารถติดต่อกันได มันอยู่กับผม เรื่องที่มันหายไปนอนที่อื่นผมรู้แน่ ๆ แต่เรื่องโทรศัพท์ มันไม่ได้อยู่กับผมตลอดเวลา . . .

อย่างที่ผมบอกมาเสมอ . . .

ผมก็มนุษย์ธรรมดา รู้จักเจ็บ รู้จักปวด แล้วผมก็ทำสิ่งที่ไม่น่ากระทำ ผมเอาโทรศัพท์มันมาดู เมื่อมันเข้าไปอาบน้ำ

เช็ควัน . . .

. . . ผมขมวดคิ้ว เดี๋ยวนี้วันของมันใช้ได้ไปถึงปีหน้า

ผมยืนนิ่ง . . .

. . . คล้ายตัดสินใจ อะไรที่จะเห็นต่อจากนี้ต้องยอมรับให้ได้ เพราะไม่มีอะไรที่จะเลวร้ายกว่าเรื่องที่ผ่านมาอีกแล้ว ถ้าจะมีอะไรต่อจากนี้เข้มแข็งไว้ได้มั้ย ผมถามตัวเอง ถ้าคิดว่าเข้มแข็งพอ ก็เลือกที่จะทำต่อไป

หาก . . . คิดว่าอ่อนแอ

วางมันเอาไว้ที่เดิม แล้วคิดเสียว่า มันไม่เคยมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นเลย มันไม่เคยเกิดขึ้นมาเลย ลืมเรื่องวันที่มีในโทรศัพท์ของมันซะ

มือผมคล้าย ๆ จะไม่มีแรงมองเครื่องที่อยู่ในมือ ก่อนกดไปดู . . .

เบอร์ที่โทรเข้าโทรออก ผมเช็คทุกเบอร์ . . .

ข้อมูลการใช้ . . .

. . . โทรออก

โทรเช้าวันไหน แต่ละครั้งใช้เวลานานเท่าไหร่ . . .





เทคโลยี่เดี๋ยวนี้ก้าวหน้า หากมันก็เหมือนหอกดาบที่กลับมาทำร้ายเราดี ๆ นี่เอง การที่เราเห็นอะไร มันทำให้เราอดคิดไม่ได้ ผมไม่น่าอยากรู้เลย ไม่น่าอยากรู้ว่ามีอะไรในโทรศัพท์ของคนอื่น ของที่ไม่ใช่ของผมเอง

. . . นิด . . .

มีชื่อนี้ที่มันใช้บ่อยมาก ทั้งโทรออกและโทรเข้ามา และที่สำคัญ ใช่แต่ละครั้งนานเกินชั่วโมง

ผมโง่ . . .

. . . ฉลาดแต่ไม่เฉลียว

“แดน โทรเบอร์นี้ให้หน่อยดิ แต่บอกขอสายอ้อมนะ” ผมบอกไอ้แดนในวันรุ่งขึ้นเมื่อกลับมาจากกินข้าวตอนพักเที่ยง

“เบอร์ใครเหรอพี่”

“ไม่รู้”

“อ้าว . . .” มันมองหน้าผม

“. . . อ๋อ เดียวนี้หัดเช็คคนที่บ้านแล้วเหรอ ไม่ไว้ใจว่างั้น”

“รู้ดีอีกนะมึง”

“มันจะดีหรือพี่”

“ทำไม”

“พี่คิดว่า ถ้าพี่รู้ว่าปลายสายคือใคร พี่จะสบายใจแบบนั้นหรือ พี่อยากรู้จริง ๆ ว่าปลายสายเป็นใคร ถ้าเป็นคนที่พี่คิดอยู่ พี่จะทนได้หรือ” มันมองหน้าผม

สิ่งที่มันพูดก็ถูก . . .

. . . ผมจะทนได้หรือ . . .

“ไม่รู้เหมือนกัน แต่มันอึดอัด อยากรู้”

“ถ้ารู้แล้วไม่สบายใจพี่จะยังอยากรู้อีกมั้ย”

ผมนิ่งไปนาน . . .

จะเอาอย่างไรต่อไปดี บางทีที่มันเป็นอยู่ทุกวันนี้ก็ดีอยู่แล้วมิใช่หรือ เพราะผมกลับไปก็เห็นคนที่บ้าน แม้มันจะโทรศัพท์บ้าง แต่ไม่นานเท่าเมื่อก่อน

“อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดว่ะแดน ถ้ามันยังอยู่ด้วยความโกหกกันอีก เราก็ควรที่จะเดินจากไปตามทางชีวิตของแต่ละคน”

“แล้วพี่จะทนได้หรือถ้าไม่มีมัน”

นั่นสิ . . . ผมจะทนได้หรือ ถ้าต้องอยู่โดยไม่มีคนที่ผมรัก




แล้วผมจะทนได้หรือ . . .

. . . ถ้าหัวใจของคนที่ผมรัก . . .

ไม่ได้อยู่กับผม ผมไม่เคยอยู่ในสายตาของมันเลย อย่างไหนจะเจ็บปวดมากกว่ากันล่ะ

“แดน ที่ผ่านมามันก็เจ็บจนเกินกว่าเจ็บอยู่แล้ว ถ้าต้องเจ็บอีก มันก็ไม่ตายหรอก ลองโทรเหอะ อยากรู้ว่าใคร แต่อย่าลืมนะ ขอสายอ้อม ถ้าเขาบอกไม่มีหลอกล่อถามว่าใคร”

ผมบอกมันตัดสินใจแล้ว . . .

. . . สิ่งใดที่ตัดสินใจแล้ว . . .

ผมจะต้องยอมรับมันให้ได้ ไม่ว่าผลของการตัดสินใจจะก่อให้เกิดความสุขหรือความเจ็บปวดขนาดไหนก็ตาม ผมขอรับผิดชอบกับสิ่งที่ได้ตัดสินใจมันไป โดยไม่มีข้อโต้แย้ง . . .

ผมนั่งมองโทรศัพท์ที่แดนโทรออกด้วยความกระวนกระวาย เสียงมันเปิดลำโพง ทำให้ผมได้ยินถนัด

“สวัสดีค่ะ”

ผมชัดแจ้ง . . .

. . .หัวใจชาวาบ . . .

เสียงนั่นผมเคยได้ยิน มันเหมือนเสียงที่พิพากษาสิ่งที่ผมอยากรู้ ผมตัวเย็นเยียบ ขนลุกเกรียว เข้าใจดี และจะต้องเรียนรู้การอยู่คนเดียวเสียแล้ว เสียงที่ประหารผม . . .

“อ้อมหรือป่าวครับ”

“ไม่ใช่ค่ะ”

“แล้วอ้อมไปไหนครับ”

“ไม่ใช่เบอร์อ้อมนะค่ะ”

“ขอโทษครับ ไม่ใช่เบอร์อ้อม แล้วนั่นเบอร์ใครล่ะครับ พอดีเมื่อก่อนอ้อมใช้เบอร์นี้น่ะครับ” ไอ้แดนมันกะล่อนได้ใจผมจริง ๆ

“หน่อยค่ะ”

“งั้นขอโทษนะครับ ไม่ทราบคุณหน่อยอยู่ที่ไหนครับ พอดีผมว่าเบอร์นี้เบอร์อ้อมนะครับ”

“หน่อยอยู่ปายค่ะ”

ชัดเจนในหัวใจของผม . . .

. . . นิด . . .

ความหมายเดียวกัน . . . หน่อย

ผมไม่น่าโง่เลย . . .




ผมโดนมันแทง มันลอบทำร้ายผมอีกครั้ง เรื่องมันยังไม่จบ ได้ ในเมื่อมันยังไม่จบ ผมจะเล่นกับมันด้วย

“ขอโทษนะครับ ขอโทษที่โทรผิด” แดนกดวางสายมันมองหน้าผมนิ่ง

“พี่อาร์ม”

“ขอบใจนะ”

“ไหวมั้ยพี่”

“เรื่องอะไร”

“เสียงสั่นขนาดนั้น ผมบอกแล้ว อย่าโทร”

“โทรสิดี ในเมื่อมันทำพี่เจ็บ ในเมื่อมันทำร้ายความรู้สึกพี่ ต่อจากนี้ พี่จะเอาคืน มันต้องได้รับบทเรียน พี่ไม่ยอมให้มันทำกับพี่ฝ่ายเดียวแบบนี้แน่ ๆ มันต้องเจ็บ เจ็บกว่าที่พี่เจ็บ” แววตาผมเปลี่ยนไป

สิ่งไหนที่ผมเจ็บ ผมขอทวงคืน ผมจะตอบแทนมันให้สาสมกับที่มันทำร้ายหัวใจของผม ผมไม่ยอม จะไม่มีวันยอมอีกแล้ว

“พี่อาร์ม อย่าทำเลยพี่ ทำร้ายคนที่เรารัก คนที่เจ็บปวดยิ่งกว่าคือพี่เองนะพี่”

“อย่าห้ามเลยแดน . . . มันต้องชดใช้ สิ่งไหนที่มันทำไงไว้กับพี่พี่ขอทวงคืน” ผมแค้นจนไม่รู้จะแค้นอย่างไรแล้ว

“ผมไม่อยากเชื่อว่านี่คือพี่อาร์ม พี่อาร์มคนที่ผมเคยรู้จัก” แดนมันมองหน้าผม

“แกเชื่อเหอะแดน ว่าคนอย่างอาร์มรักใครเท่าชีวิต ใครที่มันทรยศ อาร์มจะเอามันคืนเท่าชีวิตเหมือนกัน” ผมมองหน้าแดน น้ำตาคลอหน่วย

“พี่อาร์ม” มันมองหน้าผม อย่างคนที่คาดไม่ถึง

“อย่าห้ามให้ยากเลยแดน บทเรียนครั้งนี้ พี่จะเอามาเก็บ เอามากอดเอาไว้ แล้วพี่จะคืนให้มัน ให้คนที่ทำให้พี่เจ็บปวดอย่างที่สุดแล้ว”

“พี่อาร์ม . . . ผมไม่อยากเชื่อ ว่าคนที่นั่งตรงหน้าผมจะใช่พี่อาร์มที่ผมรู้จัก พี่อาร์มคนที่ทำอะไรเพื่อความรัก แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ . . .” แววตาแดนผิดหวัง

“. . . ไม่ใช่พี่อาร์ม ไม่ใช่เลย” มันค่อย ๆ ลุกออกไปอย่างช้า

ผมมองตามแดน . . . บางที มันอาจเดินออกไปจากชีวิตของผมอีกคน แต่จะอะไรก็ตาม ในเวลานี้ หัวใจของผมมีแต่ไฟแค้น มันพร้อมที่จะเผาไหม้ทุก ๆ อย่างที่อยู่ข้างหน้า

หากตอนนั้น . . .

. . .ผมเหมือนคนที่หมดทุกอย่างแล้ว คนที่หมดศรัทธา ย่อมไม่มีสมองมาคิดถึงเรื่องใด ๆ อีกแน่ ๆ



ผมเจ็บซ้ำด้วยสิ่งเดิม ๆ มันทำอย่างไรไว้กับผม . . .

ผมไม่ยอม ไม่มีวันที่ผมจะยอมเสียน้ำตาคนเดียวอีกแล้ว มันจะต้องได้รับการสั่งสอน ที่มันทำกับผมแบบนี้ มันทำแบบนี้กับผมได้อย่างไร ในเมื่อผมนี่แหละที่ให้มันทุกอย่าง ผมสร้างมันมาด้วยมือของผมเอง

แล้ว . . .

. . . ถ้าตีนผมจะเหยียบจะย่ำ ก็คงไม่แปลก . . .

ผมกำมือเอาไว้แน่น . . .

กรามขบกันจนนูนที่แก้ม แค้นอย่างที่สุดแล้ว ในเวลานี้ไม่มีอะไรมาหยุดผมได้อีก เพราะสิ่งเดียวที่เข้ามาอยู่ในตัวผมตอนนั้น ผีร้าย . . .

สิ่งที่ผมคิด . . .

ต้องทำให้มันเจ็บปวดอย่างที่สุด ให้สาสมกับที่มันทำเอาไว้กับผม . . .

มันดูถูกผม . . .

. . . มันทำร้ายหัวใจผม

. . . มันเห็นน้ำตาผมไม่ค่า . . .

ต่อจากนี้ มันจะได้รับการตอบแทน สิ่งที่มันทำไว้กับผม ผมขอทวงคืน ผมจะทวงคืนน้ำตาทุกหยาดหยดที่ผมเสียไป ผมไม่ยอมให้ผมเสียน้ำตาไปฟรี ๆ





Create Date : 14 มกราคม 2553
Last Update : 14 มกราคม 2553 19:43:36 น. 1 comments
Counter : 256 Pageviews.

 
โหว์.. คิดม่ะถึงเหมือนแดนเลยอ่าค่ะ อีก ๑ เม้นท์นะค่ะ


โดย: ผู้หญิงมากฝัน (maesnake ) วันที่: 14 มกราคม 2553 เวลา:21:57:40 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

นนท์ปวิชญ์
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add นนท์ปวิชญ์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.