Group Blog
 
<<
มกราคม 2553
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
14 มกราคม 2553
 
All Blogs
 
[ ล า ว ๓ ] รั ก ฤ ๅ ผู ก พั น ฯ # ๒ ๔ #

**คำเตือน**




เรื่องนี้ . . .





เป็นเรื่องแต่งขึ้นเพื่อสร้างความบันเทิงเท่านั้นไม่เกี่ยวข้องกับบุคล หรือเหตุการณ์ใด ๆ ที่เกิดขึ้นในบรรณภิภพนี้ ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณในการอ่านอย่างมากถึงมากที่สุด



ปล. เป็นเรื่องแต่งมิได้เกี่ยวข้องใด ๆ ต่อ เจ้าของบล๊อก







ต อ น ที่ ๒ ๔




ไม่มีใครรู้อนาคต . . .

แม้กระทั่ง . . . หมอดู

ทุกอย่างที่เกิดขึ้น เราไม่สามารถรู้ได้ล่วงหน้า สิ่งที่เกิดขึ้น บางทีมันทำให้เรารู้ว่า แท้จริงแล้วมนุษย์ยังมีอะไรมากมายที่ต้องเจออีก ไม่มีใครหลีกหนีมันได้พ้น


ผมเชื่อ . . .

. . . ความรักเหนือสิ่งอื่นใดทั้งหมด . . .

ถ้าคุณเป็นผม . . . ในเวลานั้น

คุณจะตัดสินใจอย่างไร ? . . .

. . . ความรักที่ไม่มีการอภัยเรียกว่าความรักได้หรือ . . .

ผมเลยเลือกที่จะให้อภัยกับคนที่ผมรัก สิ่งที่มันทำให้ผมเจ็บปวด คงเทียบไม่ได้กับสิ่งที่ผมเห็นอยู่ตอนนี้ คนที่นอนเจ็บอยู่บนเตียง . . .

ผมรักมัน . . .

. . . โดยลืมรักตัวเอง

“กลับก่อนนะ” ผมบอกเมื่อมันดึกแล้ว

“พี่อาร์ม . . . นอนที่นี่ได้มั้ย” แววตามันมองผม ผมมองหน้ามัน ก่อนหันมองหน้าแดน และป้าภา . . .

แกมองผมกับลูกชายคนเดียวของแก . . .

สายตาคล้ายมีคำถาม . . . หรือป้าภากำลังสงสัยอะไรอยู่หรือเปล่า ผมหันมายิ้มกับมันอีกครั้ง




“แดนเปิดห้องไว้แล้ว”

“ให้แม่ไปนอนที่โรงแรมได้มั้ย แล้วพี่นอนที่นี่ . . .” มันอ้อนเหมือนเด็ก

“. . . ได้มั้ยแม่ แม่นอนที่โรงแรมได้มั้ย”

“เอาแบบนั้นหรือลูก แม่นะยังไงก็ได้ ลูกอาร์มว่าไง”

“แดน . . .” ผมหันไปหามัน

“เอาแบบนั้นก็ได้ งั้นเดี๋ยวพี่ไปส่งแม่ที่โรงแรมก่อนนะโก แล้วเลยอาบน้ำสักหน่อย เด๋วพี่มานอนเป็นเพื่อนด้วยอีกคน . . .” แดนมันยิ้ม

“. . . พี่อาร์มจะเอาอะไรมั้ย” แดนมันหันมาถามผม

ผมส่ายหน้า . . .

ทั้งห้องเหลือแค่ผมกับมัน . . .

. . . ความเงียบเข้ามาปกคลุม มีเรื่องอะไรมากมายที่มันเกิดขึ้นกับผม ผมได้แต่มองหน้ามันเงียบ ๆ นั่งกุมมือมันเอาไว้ มันจะรู้ได้มั้ย ว่าผมเจ็บกว่าที่มันเห็นเสียด้วยซ้ำ

“เจ็บมั้ย” ผมจับที่รอยถลอกบนใบหน้า

“ตึง ๆ ยังไม่เท่าไหร่ คืนนี้สิน่าจะเจ็บ”

“ไม่น่าเลย หัวแตกด้วยหรือ” ผมเอามือแตะที่ผ้าพันแผลคล้ายมัมมี่ของโกเบา ๆ มันมีแผลเต็มไปหมดตามตัว แผลที่เกิดจากการดื้อของผมเอง

โกเมศวร์พยักหน้ารับ

“. . . แค่แปดเข็ม ไกลหัวใจ”

“ตั้งแปดเข็ม เจ็บมากมั้ย” ก็แผลที่ผมผ่าตัดเพิ่งเย็บไปห้าเข็มเอง แล้วนี่มันมากกว่าที่ผมเจอมาเสียอีก

“ดี เอาเลือดชั่ว ๆ ออกเสียบ้างน่าจะดี”

“ทำไมพูดแบบนั้น” ผมมองหน้ามัน แววตามันเศร้า

“ก็มันจริง ผมทำให้พี่ต้องเจ็บ ต้องเดือดร้อน ผมรู้ ผมมันเลว ที่จริงผมน่าจะตาย ๆ ไปเสียให้พ้น ๆ พี่จะได้ไม่ต้องมาร้องไห้เพราะผมอีก” น้ำตามันไหล ผมใจอ่อนยวบอีกแล้ว ถ้ามันเป็นนักแสดง มันคงจะเป็นนักแสดงที่เล่นได้อย่างสมบทบาทที่สุด

ผมเอามันมากอดเอาไว้ . . .

“ไม่นะ ไม่เลย โกไม่ได้ทำ ไม่ได้ทำอะไรเลย” ในอ้อมกอดผม มีมันอยู่ ผมลูบหลังมันเบา ๆ

“พี่อาร์ม”

“ครับ” ผมปล่อยมันจากอ้อมกอด มองหน้ามันเอาไว้




“พี่รู้มั้ย ตอนที่ผมขับตามพี่มา ผมรู้ พี่ไปแล้ว พี่ไปจากผมแล้ว ผมไม่ยอมหรอก ผมไม่ให้พี่ไปหรอก ผมบิดไม่กลัวเลยนะ ตอนนั้นตาผมมันมองไม่เห็น ผมไม่รู้ทำไมผมถึงรู้สึกเสียใจขนาดนั้น”

“โก” ผมจับมือมันเอาไว้

“ผมตามพี่ไม่ทันแล้ว ถ้าผมตายพี่คงได้รู้ว่าผมตามพี่ ผมไม่ได้อยากให้พี่กลับ” มันมองหน้าผม น้ำตามันไหลริน

ผมได้แต่เอามือเช็ดน้ำตามันเบา ๆ

“ทำไมต้องทำขนาดนั้น” ผมเจ็บแปลบในหัวใจ นี่ผมกำลังทำอะไรอยู่ ผมทำร้ายหัวใจตัวเองได้ขนาดนี้เลยเชียวหรือ

ผมเชื่อ . . .

. . . มันไม่ได้โกหกผม . . .

“ก็พี่บอก . . . ลาก่อน”

“แล้วไง”

“ผมรู้พี่อาร์ม . . . ผมรู้สิ่งที่พี่พูด สิ่งที่พี่คิด ไม่มีวันหรอกพี่อาร์ม ไม่มีวันที่ผมจะยอม” มันดื้อตาใสจริง ๆ

“อะไร” ผมถาม เมื่อมันยื่นมือมาให้ผม

“เขาโทรมา”

“รับสิ”

มันส่ายหน้า “ไม่หรอก พี่ไม่ชอบ ผมไม่อยากให้พี่ไม่สบายใจ”

“ทำไม”

“เดี๋ยวพี่หนีผมไปอีก เมื่อตอนเที่ยงเขาโทรมา . . .” มันกลืนน้ำลายลงคอช้า ๆ มันคงเจ็บปวดกับเรื่องที่มันจะเล่า

“. . . ผมบอกเลิก ว่าเราเป็นเพื่อนกันเถอะ แต่เขาถามผมทำไม มันเกิดอะไรขึ้น เขาพยายามพูดให้ผมกลับไปเป็นแบบเดิม แต่ผมบอก ผมคงทำไม่ได้ เป็นเพื่อนกันดีแล้ว”

ผมหลับตานิ่ง . . . มิน่าสีหน้ามันตอนนั้นดูเครียดเสียเหลือเกิน

ทำไมนะ ทำไมตอนนั้นผมถึงไม่เข้าใจมัน ในเวลาที่มันมีทุกข์ ผมน่าจะอยู่ข้าง ๆ มัน แต่ทำไมผมกลับเอาปัญหาไปให้มัน หรืออาจเพราะว่า ผมรักมันมาก มากจนลืมความถูกต้องทั้งหมด

“พี่ก็รู้ ผมไม่เคยวางสายใครก่อน ผมพยายามบอกให้เขาวางแล้ว แต่เขาไม่ยอม เขาถามว่าเขาไม่ดีตรงไหน และอีกหลาย ๆ อย่างที่เขาพยายามให้ผมกลับไปเหมือนเดิม จนกระทั่งพี่มาคว้าโทรศัพท์ ผมโล่ง แต่สายตาที่พี่มองผม . . . พี่โกรธผม”




“แล้วทำไมไม่บอก ทำไมไม่พูดตั้งแต่ตอนนั้น”

“ก็พี่เปิดโอกาสให้ผมมั้ย พี่พูดเอา ๆ แล้วพี่ก็เดินกลับไป พี่ไม่รู้หรือ ผมก็เจ็บเป็นนะพี่” ผมกอดมันเอาไว้

ผมเกลียดตัวเอง ผมเหมือนคนโง่ที่ไม่ยอมรับฟังอะไรเลย เอาแต่ใจ เอาแต่ความรู้สึกของตัวเอง ถ้าผมใจเย็นกว่านั้นสักนิด ยอมรับฟังอะไรจากมันบ้าง ผมคงไม่เจ็บปวดกับการเห็นแล้วคิดไปเอง

“ผมไปที่บ้านน้าปู . . .” มันหยุด มองหน้าผม

“. . . น้าปูบอกพี่กลับไปเมื่อกี้ พี่รู้มั้ยในตอนนั้นผมรู้ พี่ไม่กลับมาอีก ผมไม่ได้เจอพี่อีกแน่ ๆ ผมเลยไปรอที่ท่ารถ ผมขอนะพี่ ขอให้ได้เจอพี่ ผมรู้ผมรั้งพี่เอาไว้ได้ เพราะไม่มีวันที่พี่จะโกรธผม ผมรู้พี่ไม่ทิ้งผมแน่ ๆ แต่มันไม่ใช่แบบที่ผมคิด พี่ไม่ฟังอะไร พี่ไม่ยอมถามอะไรผมเลย จนกระทั่งรถออก . . .” มันเอามือปาดน้ำตาของมัน

“. . . พี่รู้ไหม มันเจ็บปวดจนที่สุดแล้ว ผมยืนมองรถที่ออกไปช้า มันเหมือนใครมาเฉือนหัวใจผมไปแล้ว ตอนนั้นผมบอกตัวเองเลย ผมไม่ยอมอีก ผมไม่ยอมให้พี่ไปหรอก ผมต้องตามพี่กลับมา”

“โก” ผมได้แต่ครางเท่านั้นจริง ๆ วันนี้มันพูดยาว สิ่งที่มันเก็บเอาไว้ในหัวใจกระมัง สิ่งที่มันไม่เคยพูดออกมาให้ผมได้รับรู้เลย

“ผมขับรถตามไป พยายามโทรหาพี่ แต่พี่ปิดเครื่อง หรือไม่มีสัญญาณ ผมไม่แน่ใจ จนรถมาถึงโค้ง ผม . . .”

“พอแล้ว พอแล้ว ไม่ต้องเล่าแล้ว” ผมดึงมันมากอดเอาไว้

นี่ถ้าผม . . . ไม่ใจร้อน

ถ้าผมมีเหตุผลมากกว่านี้ . . .

ผมไม่รู้สิ่งที่เกิดขึ้นเขาเรียกว่าอะไร แต่สำหรับผม นี่คือวันที่เลวร้ายที่สุด และดีที่สุด ในวันนั้นผมได้รู้หัวใจที่แท้จริงของมัน ผมรู้ชีวิตผม ผมรักคนไม่ผิด ผมดีใจที่ได้ตามหาหัวใจตัวเองจนเจอ

“พี่รักโก พี่ขอโทษ ขอโทษที่ทำให้มันต้องเกิดเรื่องแบบนี้ด้วย”

“ผมไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ผมรู้ มือผมกำโทรศัพท์เอาไว้แน่น จนคนมาเจอ เขาโทรบอกแม่ ผมเจ็บ แต่ผมบอกแม่เอง มาโรงพยาบาลที่เชียงใหม่ ผมเจ็บนะพี่ แต่ผมทนได้ ผมต้องมาเชียงใหม่”

“ทำไมโก ทำไม” คราวนี้เป็นผมที่เจ็บ เจ็บกับสิ่งที่มันเล่ามาให้ผมฟัง




“เพราะถ้าช้ากว่านี้ ผมจะไม่มีวันได้เจอพี่อีก พี่ไปแล้ว ผมไม่ยอมหรอก ผมไม่ยอมให้พี่ไปหรอก ผมบอกแม่โทรหาพี่ตลอดทาง แต่พี่ไม่เปิดเครื่อง
“
ผมกอดมันนิ่งเหมือนคนที่ถูกสาป เรื่องที่มันเล่าให้ผมฟังจะจริงเท็จอย่างไร ผมไม่รู้ แต่สิ่งที่มันอยู่เป็นหลักฐานในตัวมัน ผมรู้แล้ว ผมทำร้ายมัน ผมทำร้ายมันอย่างที่ผมไม่อยากให้อภัยตัวเอง

“ผมเลยต้องโทรหาพี่โอ๋ ผมบอกว่าผมแหกโค้ง ติดต่อพี่ไม่ได้ ให้พี่โอ๋โทรหาพี่หน่อย เพราะพี่อยู่เชียงใหม่”

ผมหลับตานิ่ง ปะติดปะต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้นมาทั้งหมด . . .

สิ่งที่เกิดขึ้นกับผมยิ่งกว่านิยายน้ำเน่าเสียอีก มันรักผมมากขนาดนั้นเลยเชียวหรือ ทำไมที่ผ่านมา ผมเองที่รู้สึกว่าผมรักมัน แต่ผมไม่เคยได้ความรักจากมันเลย แต่วันนี้ผมกลับรู้สึกอีกแบบ

วันนี้ผมรู้สึกหัวใจผมอิ่ม . . .

. . . ความรักที่ผมตามหามาตลอด . . .

หัวใจมันอยู่กับผม . . .

. . . อยู่กับผมตลอดเวลา

มันอยู่กับผม อยู่ข้าง ๆ ผมไม่ได้ไปไหน ความรักที่มันมีให้ผม แม้มันไม่พูดผมจะรู้มั้ย แต่วันนี้ ผมรู้แล้ว มันรักผม จะเป็นรักแบบไหน ผมไม่สนใจ ผมรู้แค่มันรักผมแค่นั้นเป็นพอ

ถึงผมจะเสียมันไปอีก . . . ผมก็ไม่เสียใจ

. . . เพราะผมรู้ครั้งหนึ่งผมได้หัวใจมันแล้ว



สำหรับผม เรื่องที่เกิดขึ้นมาทั้งหมด มันทำให้ผมต้องทบทวนตัวเองอีกครั้ง มันเกิดอะไรขึ้นกับผม ผมรักมันนะ สุดหัวใจอยู่แล้ว ถ้ามันสั่งให้ผมไปตาย ผมไม่รีรอเลยนะ ผมจะทำให้มันทันที

ผมโง่มาก . . . ที่ยึดความรักเอาไว้เป็นสรณะแบบนั้น

ก็ . . . มันคือด้ายเส้นบาง ๆ เส้นเดียวที่ผมมี

. . . มันไม่ใช่น้อง แต่เป็นยิ่งกว่าน้อง

ไม่ใช่ครอบครัว . . .

. . . แต่ยิ่งกว่าสายเลือดเดียวกัน

มันอยู่กับผมจนเราแทบจะเป็นชีวิตเดียวกันอยู่แล้ว พอมีเรื่องที่เหมือนกระทบใจ ผมจึงเจ็บปวด

และ . . .




นึกโมโหตัวเองทุกครั้งที่ผมทำลงไปแบบนั้น . . .

. . . ถ้าผมมีสติกว่าที่เป็นอยู่ ผมคงจะไม่ต้องเสียอะไรที่ผมไม่อยากเสีย อาจเพราะบางที เวลาของคนบางคนมีมาแค่นั้นก็เป็นได้

เมื่อก่อน . . .

ผมรักมันทั้งหัวใจ . . .

. . . ด้วยหัวใจผมเอง

หากแต่ . . . วันนี้

ผมยังรักมัน . . . ด้วยหัวใจผมเอง แต่ที่มีเพิ่มเข้ามา คือ ความหวาดระแวง เพราะผมไม่สามารถรักมัน โดยไม่มีข้อแม้แบบครั้งก่อนได้อีกแล้ว . . .

บทเรียน . . . ที่ผมแลกมาด้วยน้ำตา

มันคือบทเรียนที่ผมจะต้องเรียนรู้ และนำมาแก้ไขในสิ่งที่เคยผิดพลาด จะไม่ยอมให้เกิดการผิดพลาดกับตัวเองอีก เพราะถ้าผิดอีก นั่นเท่ากับว่า ผมได้ฆ่าตัวเองอีกครั้ง ที่เอาตัวเองไปเจ็บปวดกับเรื่องความรัก

ในขณะที่ผมหลับสนิท ผมรู้สึกเหมือนมีใครมาตบกบาล . . .

“ไอ้เหี้ย” ผมงัวเงียเมื่อเห็นหน้ามัน ไอ้เพื่อนรัก มันเดินเข้ามาพร้อมไอ้แดนที่บอกว่าออกไปส่งป้าภาตั้งแต่ตอนดึก

“เจอหน้ากันไม่ได้นะมึง อวยพรกูเรื่อย ง่วงโว้ย ให้กูนอนด้วย” มันโยนกระเป๋าใบเขื่อง ไปที่ปลายเตียงคนเฝ้าไข้

ผมมองเวลาตีหนึ่งกว่าเข้าไปแล้ว . . .

“โกเป็นไงบ้าง เจ็บมากมั้ย” มันเดินไปที่เตียงนอนของโก

“ก็เจ็บพี่ เริ่มปวดที่แผล”

“เอายาแก้ปวดมั้ย” ผมหันไปมองหน้า

“ไม่ต้องพี่ แล้วพี่โอ๋มายังไง”

“ถึงพี่จะไม่ทำงานอยู่บูติคแอร์ไลน์แบบไอ้สองตัวนั่น . . .” โอ๋มันบุ้ยปากมาที่ผมและแดน

“. . . วาสนาของพี่ทำได้แค่นั่งนกฮูกเท่านั้นน้องเอ้ย”

“นกฮูก” โกมันทำหน้าประหลาดใจ

“ก็จองไว้นานแล้ว ก็ไอ้นี่ดิ บอกจะมาปาย พี่กับไอ้แดนเลยจองนกไฟลท์ดึกหลังเที่ยงคืนไว้ สี่ร้อยกว่าก็นั่งเครื่องได้ แต่รายนั้นหนีมาก่อนเมื่อบ่าย” มันยิ้ม ไปทางไอ้แดน

“จริงดิพี่”

ผมหันไปทางแดน มันยิ้มเก้อ ๆ เกาหัวแกรก ๆ




“เอ้า พูดเล่นที่ไหนกัน เฉพาะห้าวันช่วงสงกรานต์เท่านั้นน้องเอ้ย ไม่งั้นมะมีปัญญาหรอก ทีแรกนึกว่าจะได้เจอที่ปาย แต่ก็ดี พรุ่งนี้ได้เล่นสงกรานต์ริมคูเมือง”

“ผมอดเลย” มันทำหน้าเซ็ง

“กะจะไปเซอร์ไพรซ์เพื่อนมัน ที่ไหนได้ เพื่อนดันเซอร์ไพรซ์ซะก่อน . . .” มันหันมาทางผม

“. . . ไอ้อาร์ม มึงไปนอนบนเตียงกับน้องมึงไป เดี๋ยวกูนอนกับไอ้แดน”

“ไม่เอา เขาถือ”

“ถือเหี้ยไร”

“คนไม่เจ็บนอนเตียงคนป่วยจะเจ็บ”

“เป็นไรไป มึงเคยนอนแล้ว ไม่เจ็บอีกหรอก”

“เอางั้นเหรอ”

“เออเด่ะ ไปเลยไป” มันไล่อีกครั้งนั่นแหละ ผมถึงได้ไปนอนเบียดที่เตียงคนเจ็บ

ฟ้าหลังฝน . . .

หรือ . . . ฟ้าสว่างก่อนพายุใหญ่กันแน่



ตอนที่ผมเข้าโรงพยาบาลมันดูแลผมเป็นอย่างดี แต่ตอนนี้กลับกัน มันเป็นคนเข้าโรงพยาบาล แล้วผมดูแลมัน . . .

ผมดูแลมันได้ไม่เท่าที่มันดูแลผม . .

อาจเป็นเพราะ . . .

เรื่องผู้หญิงคนนั้นยังรบกวนหัวใจผมอยู่ ตลอดเวลา แม้มันจะไม่รับโทรศัพท์ แต่ดูเหมือนว่าความพยายามของผู้หญิงคนนั้นจะมีมากกว่าที่ผมคิด นอกจากจะส่ง SMS ข้อความหวาน ๆ มาแล้ว หล่อนถึงกับลงทุนโทรเข้าเครื่องผม . . .

“สวัสดีครับ อาร์มครับ”

“พี่อาร์มหรือค่ะ หน่อยเองค่ะ”

ผมหน้าตึงทันที . . .
. . . เพราะผมไม่อยากเสวนาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แล้วนี่เจ้าตัวกล้าหาญขนาดที่โทรเข้ามาถึงเครื่องผมเสียอีก แบบนี้ผมยิ่งว้าวุ่นใจหนักเข้าไปอีก

“มีอะไรหรือครับ” ผมต้องพยายามเป็นอย่างมากในการปรับน้ำเสียงให้ฟังดูเป็นปกติมากที่สุด

“พี่โกเป็นไงบ้างพี่ หน่อยโทรหาเขาไม่รับสายเลย”





ดีจังเลย เจ้าหล่อนตรงไปตรงมาดีแท้ ๆ บอกความต้องการที่แท้จริงให้มาเสียด้วย ไอ้อารมณ์ดีที่มีมีสองสามวันเริ่มพุ่งปรี๊ด . . .

“ไม่รู้สิครับ โทรศัพท์ก็อยู่กับมันนี่ครับ”

“หน่อยขอคุยกับพี่เขาได้มั้ยค่ะ”

“พี่อยู่ข้างนอกกับเพื่อนครับ ไม่รู้จะเข้าไปโรงพยาบาลตอนไหนเหมือนกัน” ผมไม่ได้โกหกนะ เพราะตอนนี้ผมออกมาซื้อของที่ร้านเซเว่นใกล้ ๆ กับโรงพยาบาลนั่นแหละ

“จริง ๆ เหรอพี่”

“โกหกได้ตังค์มั้ยครับ”

“ปล่าวพี่ แค่หน่อยเป็นห่วงเค้า คิดถึงเค้า”

นี่ตกลงกูเป็นตัวอะไรไปแล้วหว่า ทำไมต้องมาคุยมาต่อความยาวสาวความยืดกับคนแบบนี้ด้วย ทั้ง ๆ ที่บอกตรง ๆ ไม่ชอบ หรือจะเรียกว่าเกลียดก็น่าจะได้ แต่ผมยังคุยกับเขาอยู่ได้ อาจเพราะผมยังระแวงอยู่ก็ได้

การผูกมิตรเพื่อหาความลับอะไรบางอย่างมันก็ดีกว่าตัดไปเลยมิใช่หรือ ?

“ธรรมดาครับ เรื่องคิดถึงห่วงหา ใคร ๆ ก็พูดได้ ทำได้ครับ”

“พี่หมายความว่าไงค่ะ”

“ก็คิดถึงไงครับ พี่เองเคยเป็น คิดถึงคนที่เรารัก อยากเจอ อยากคุยด้วย วันไหนไม่ได้เจอ มันเหมือนขาดอะไรบางอย่าง”

“หน่อยก็รู้สึกแบบนั้นแหละพี่”

“ชัยสบายดีเหรอ”

“อะไรนะค่ะ” เสียงหล่อนเหมือนตกใจ

“พี่ถามว่าชัยสบายดีหรือ . . .”

“พี่รู้จักชัยด้วยหรือ”

“รู้จักสิ รู้จักดี รู้จักกับมันก่อนรู้จักโกเสียอีก”

“อ้าว พี่ไม่ได้เป็นพี่น้องกับพี่โกหรือ”

“เขาบอกแบบนั้นหรือ”

“ใช่ พี่โกบอกอยู่กับพี่ชายที่กรุงเทพฯ หน่อยเลยนึกว่าเป็นพี่น้องกัน” คงใช่ในสายตาของมันผมเป็นได้แค่นี้กระมัง มากกว่านี้ ผมเป็นไม่ได้ และไม่มีทางเป็นได้

ผมเข้าใจมันนะ สถานะที่ดีที่สุดในการบอก . . .

. . . เพื่อน

พี่ . . .




แต่จะเป็นเพื่อนได้อย่างไร ในเมื่ออายุมันห่างกันขนาดที่ดีที่สุดก็คือ . . .พี่

“งั้นพี่ก็เป็นพี่น้องกับชัยเหมือนกัน”

“พี่อาร์มพูดถึงชัยบ่อย”

“อืม เพราะพี่เข้าใจคนที่จะเสียของรักเป็นยังไง”

“เรื่องอะไรพี่ หน่อยไม่เข้าใจ”

“ไม่ต้องเข้าใจก็ได้ แค่อยากให้รู้ ถ้าเรารักอะไรมาก ๆ เราจะทนได้หรือ ถ้าเราต้องเสียสิ่งนั้นไปให้คนอื่น แล้วเราจะทนได้อีกหรือ ถ้าคนที่ได้ไปไม่ใช่คนที่คู่ควร หรืออาจเป็นคนที่ด้อยค่ากว่าของที่เรารัก”

“ไม่รู้เหมือนกันพี่ หน่อยไม่รู้พี่พูดเรื่องอะไร”

“ก็อาจหมายถึงนกสักตัวที่เราเจอตอนที่มันหนาวสั่นใกล้ตาย เราเอามาประคบประหงม เฝ้าถนอมเลี้ยงดูให้มันเติบใหญ่ สีขนงดงาม แล้วทีนี้พอมันหลุดจากกรง ใครก็ไม่รู้จับเอาไว้ เลี้ยงดูแบบทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ ถ้าเราไปเจอ เราจะทนได้หรือ กับสิ่งที่เราดูแลมาต้องเป็นแบบนั้น”

“หน่อยงง พี่พูดอะไรพี่อาร์ม”

“เรื่องทั่ว ๆ ไปไง”

“หน่อยไม่รู้พี่หมายความว่าอย่างไร แต่ถ้าเป็นหน่อย หน่อยคงไม่ยอมเสียของรักให้ใครง่าย ๆ หรอก”

“แม้กระทั่งเจ้าของเดิมเขาทวงคืนแบบนั้นหรือ”

“ใช่พี่ ถ้าหน่อยรักใคร หน่อยจะทำให้เขามาเป็นของหน่อยให้ได้”

ผมเงียบไปชั่วครู่ . . .

ผู้หญิงแบบนี้ผมบอกได้คำเดียวว่าน่ากลัว หากแต่ผมยังจำเป็นที่ต้องเสวนาด้วย เพราะอย่างน้อยที่สุด ผมว่าผู้หญิงคนนี้น่าจะให้ผมได้รู้อะไรที่ผมยังไม่รู้ หล่อนไม่ใช่คนที่เก็บความรู้สึกได้ดี เพราะฉะนั้น การค่อย ๆ หลอกล่อเพื่อจะถามอะไรไม่ใช่เรื่องยาก

“วันก่อนชัยโทรมาหาพี่”

“เกี่ยวไรกับหน่อย”

“ไม่รู้ ก็เห็นว่าเพื่อนกันเลยบอกให้ฟัง มันโทรมาปรับทุกข์ เรื่องจะโดนทิ้งอะไรแบบนี้”

“หน่อยกับชัยจบไปแล้วพี่ เราจบกันตั้งนานแล้ว”

“บางทีเราอาจคิดว่าจบ แต่ถ้าอีกฝ่ายไม่ยอมจบมันก็แย่เหมือนกัน จะทำอย่างไรดี ให้มันจบได้โดยสมบูรณ์ นอกจากมาคุยกันทั้งสองฝ่าย ยอมที่จะเดินคนละทางกันทั้งสองฝ่าย”

“พี่หมายความว่างัย”




“ก็ไม่นี่ สำหรับพี่ ถ้าคนที่พี่รักเขาไม่ต้องการพี่แล้ว พี่จะไม่รั้งเขาเอาไว้หรอก การที่เรารั้งเขาเอาไว้มันทรมานเสียเปล่า ๆ ยกเว้น. . .”

“ยกเว้นอะไรหรือพี่”

“. . . อยู่เพื่อการแก้แค้น”

“น่ากลัวจัง”

“ก็ว่าอยู่ แต่มันแว่บ ๆ มาเท่านั้น ถ้าเป็นหน่อย หน่อยจะทำยังไง ถ้าคนที่เรารัก เขานอนกับเรา แต่ปากเขาบอกว่าคิดถึงคนอื่น”

“หน่อยทนไม่ได้หรอกพี่ ต้องให้รู้ดำรู้แดงไปเลย”

“นั่นสิ ขอบใจนะ”

“ขอบใจเรื่องอะไร”

“ก็ไม่รู้เหมือนกัน ขอบใจที่โทรมาคุย โทรมาหา บางเรื่องที่คิดไม่ออก ตอนนี้พอจะเริ่มคิดออกมั่งแล้ว บางที พี่ว่า ความรักมันอาจจะไม่จำเป็น คนที่นอนกับเราตอนนี้น่าจะเป็นคนที่เราแคร์ให้มากที่สุด”

“พี่หมายความว่างัยค่ะ”

“คนนอนคุยกัน ยังไงเสียก็สำคัญกว่าคนที่โทรคุยแหละมั้ง”

“แน่ล่ะพี่”

“แค่นี้ก่อนนะชัยมันโทรมา บางทีพี่อาจจะให้มันมาเชียงใหม่วันนี้”

“มีไรพี่ ทำไมต้องให้พี่ชัยไปที่นั่น”

“เปล่าไม่มีไรหรอก แค่อยากเจอมัน ไว้พี่โทรหานะ”

ผมตัดสายทิ้ง ไม่มีใครโทรมาหรอก แต่การที่เราจะขึ้นหลังเสือมันต้องมีลีลากันบ้างเล็กน้อย ผมรู้ผู้หญิงคนนี้ไม่เลิกราง่าย ๆ แน่ ๆ แล้วที่ผมไม่รู้ ระหว่างผู้หญิงคนนี้กับโกเมศวร์จะถึงขั้นนอนคุยกันหรือยัง

ถึงโกจะบอกผมว่ายัง แต่ผมจะเชื่อหรือ . . .

ทางเดียว . . .

ต้องเอามาเป็นพวกก่อนฆ่าทิ้ง หรือบางทีเราก็ได้ที่อาจเป็นคนโดนฆ่า ผมยิ้มกับตัวเอง บางทีเกมส์นี้มันอาจเพิ่งเริ่มก็เป็นได้ เกมส์ที่ผมไม่อยากจะลงเล่นเลยแม้แต่นิดเดียว

หาก . . . โกเมศวร์ มันเปิดเกมส์

แล้ว . . .

มันปิดเกมส์เองไม่ได้ ถ้ามันปิดไม่ได้ ผมนี่แหละที่จะปิดให้มันเอง เกมส์ที่เดิมพันด้วยชีวิตของผมเอง ผมยินดีเอาตัวเข้าไปพัวพันหาก . . .




จะต้องสกัดผู้หญิงคนนี้ออกไปจากชีวิตโกเมศวร์ให้ได้ เพราะปลายทาง . . .

. . . มันแค่เอื้อม

ผมไม่ยอมให้ใคร . . . มาขวางเส้นทางที่มันต้องการหรอก โดยเฉพาะผู้หญิงที่ไร้สมองแบบนั้น

ผมสรุปเอาเลย . . .

. . . ผู้หญิงคนนี้โง่ ไร้สมอง ขนาดผมหลอกด่าแบบกลาย ๆ เจ้าหล่อนยังไม่รู้ หรืออาจแกล้งทำไม่รู้

ส่วน . . .

จริต มารยา ผมไม่รู้ คงมากพอตัวกระมัง ไม่อย่างนั้นคงไม่กล้าสับรางให้กับผู้ชายที่ใช้นามสกุลเดียวกันได้หรอก . . .

ผู้หญิงแบบนี้หรือ . . .

โกเมศวร์ . . . มันรักมันชอบเข้าไปได้อย่างไร




Create Date : 14 มกราคม 2553
Last Update : 14 มกราคม 2553 19:27:30 น. 2 comments
Counter : 263 Pageviews.

 


โดย: ผมชอบกินข้าวมันไก่ วันที่: 14 มกราคม 2553 เวลา:19:24:47 น.  

 
ย้อนกลับมาเม้นท์ ค่ะ ทีแรกเม้นท์ไปละ แต่เน็ตม่ะดี..นึกว่าจะไม่ได้อ่านซะแล้ว เอิ๊กๆๆ


โดย: ผู้หญิงมากฝัน (maesnake ) วันที่: 14 มกราคม 2553 เวลา:21:58:45 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

นนท์ปวิชญ์
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add นนท์ปวิชญ์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.