Group Blog
 
<<
มกราคม 2553
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
13 มกราคม 2553
 
All Blogs
 
[ ล า ว ๒ ] รั ก ฤ ๅ ผู ก พั น ฯ # ๒ ๓ #

**คำเตือน**




เรื่องนี้ . . .





เป็นเรื่องแต่งขึ้นเพื่อสร้างความบันเทิงเท่านั้นไม่เกี่ยวข้องกับบุคล หรือเหตุการณ์ใด ๆ ที่เกิดขึ้นในบรรณภิภพนี้ ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณในการอ่านอย่างมากถึงมากที่สุด



ปล. เป็นเรื่องแต่งมิได้เกี่ยวข้องใด ๆ ต่อ เจ้าของบล๊อก







ต อ น ที่ ๒ ๓



ถนนสายนี้ทอดยาวไปสิ้นสุดที่ไหนผมไม่รู้ ผมรู้เพียงแค่ว่า ตอนนี้ผมเจ็บปวดไปหมด ผมไม่อยากอยู่บนโลกนี้เสียด้วยซ้ำ มันเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตของผม คนที่ผมรัก ค่อย ๆ หายไปจากชีวิตของผมทีละคน . . .

แม่ . . .

. . . คนที่ผมรักมากที่สุด จากผมไปโดยไม่มีวันกลับ

คนที่ผมรักรองจากแม่ . . .

. . . พ่อ เข้าสู่ร่มเงาของพระศาสนา

โกเมศวร์ . . . ผู้ชายที่ผมรัก กำลังจะจากผมไป

ความพลัดพราก . . .

. . . มรดกที่บรรพบุรุษมนุษย์ทิ้งเอาไว้ . . .

ทุกคนล้วนเจอกับความพลัดพรากตลอดเวลา ผมเองก็หนีไม่พ้นข้อนั้นเช่นกัน ที่ผ่านมาผมได้รู้จักกับการพลัดพราก . . .

แม่ . . . พรากจากด้วยความตาย

วันนี้ . . .

โกเมศวร์ กำลังสอนให้ผมรู้จักกับการต้องลาจากอีกรูปแบบหนึ่ง และผมรู้เองก็ได้รู้ว่ามันทรมานกว่าการจากแบบแรก . . . การจากเป็น

การจากลาที่สร้างความเจ็บปวดอย่างที่สุดในหัวใจ . . .

แล้ว . . .




ผมยังต้องจากอะไรอีกในวันข้างหน้า ยังมีใครอีกที่ผมต้องสูญเสีย ในเมื่อคนที่ผมรัก ค่อย ๆ หายไปจากชีวิตของผม . . .

ผมเปิดเครื่องอีกครั้งเมื่อเมื่อรถตู้มาถึงที่แยกแม่มาลัย หลายสิบสายที่โทรเข้ามา ผมมองเครื่องในมือ . . .

. . . ถ้าเราเลือกที่จะเดินแล้ว เราจะถอยกลับไม่ได้มิใช่หรือ ผมสูดลมหายใจเข้าปอดช้า ๆ เลือกที่จะโทรไปหาบางคน

หากแต่ . . .

ผมยิ้ม เมื่อสายที่ผมอยากโทรหา โทรเข้ามาพอดี . . .

“แดน” ผมกรอกเสียงไปตามสาย

“พี่อาร์ม พี่อาร์มอยู่ไหน ผมเพิ่งลงจากเครื่อง กำลังหารถเช่า”

ผมหลับตา . . .

. . . ความรู้สึกมันตื้นตัน ผมไม่คาดคิดว่ามันจะทำตามที่มันพูด แต่สิ่งที่มันทำ ผมไม่แน่ใจ ว่าผมกำลังทำร้ายคนดี ๆ อีกคนหนึ่งอยู่อีกมั้ย

“แยกแม่มาลัย มาทำไมก็ไม่รู้”

“เอาน่า ไหน ๆ ก็มาแล้วถือเสียว่ามาเล่นสงกรานต์เลยไง พี่อาร์มรถจอดที่อาเขตหรือปล่าว”

“อืม”

“โอเค งั้นผมไปรอที่อาเขตแล้วกันนะพี่”

“ขอบใจนะแดน ขอบใจ”

ผมไม่รู้จะพูดอะไรมากกว่านั้น เพราะสิ่งที่มันอัดอั้นมาตลอดทางคือในสมองของผมจะมีแต่คำว่า . . .ทำไม

ทำไมมันต้องทำแบบนี้กับผม . . .

. . . ทำไมมันต้องโกหกผม

ทำไม . . . มันต้องขับรถตามผมมาด้วย

ทำไม . . . ทำไม . . . ทำไม

สารพัดคำถาม ที่ผมเองก็ไม่สามารถที่จะตอบเองได้ ผมน่าจะคิดอะไรให้มากกว่านั้น น่าจะหาเหตุผลว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมา มันคืออะไร แต่ในเวลาแบบนั้น ผมคงไม่สามารถหาเหตุผลนั้นได้ . . .

เพราะ . . .




กิเลส . . . ความอยาก มันมาบดบังผมเอาไว้เสียหมด ผมรู้แค่ว่า ผมต้องเสียมันไปแล้ว ผมจะทำยังไง . . . จะเอายังไงกับชีวิตต่อดี

สิ่งที่ผมเกลียดที่สุด . . . การโกหก

ผมเหมือนคนที่โดนโกหกซ้ำ ๆ . . . แล้วไอ้หัวใจที่เป็นก้อนเนื้ออ่อน ๆ ของผม มันจะทานทนได้ไหวหรือ ผมไม่ใช่คนเข้มแข็ง เมื่อเจอแรงกระทบแบบนี้ ผมแทบจะไม่อยากหายใจอยู่แล้ว



ทันทีที่รถจอที่อาเขต ผมเจอหน้า . . . แดน

มันมาช่วยรับกระเป๋าจากผม มันเดินโอบไหล่ผมเอาไว้โดยที่ไม่พูดอะไรสักคำ แค่นี้ผมก็ดีใจแล้ว อย่างน้อยที่สุด ในเวลานี้ผมไม่ต้องเดินคนเดียว ผมยังมีอีกคนที่เขาจะเดินเคียงข้างผม


“ไปไหนเหรอ” ผมถามเมื่อเห็นแดนมันเลี้ยวขวามาทางถนนสุเทพ ที่แยกชลประทาน

“เอาน่า อ่าเพิ่งถามเลย”

ในเมื่อมันบอกไม่ให้ถาม ผมก็ไม่ถาม ผมนั่งมองลอดออกไปหน้ากระจก ที่รถแล่นผ่านหน้า มช. ผ่านสวนรุกขชาติ แล้วก็ผ่านสวนสัตว์เชียงใหม่ ก่อนที่แดนจะมาจอดที่ตีนดอยสุเทพ . . .

“ครูบา” ผมมองหน้า

“ไหว้พระกัน” แดนยิ้ม ก่อนลงจากรถไปซื้อดอกไม้ธูปเทียน

ผมมองมัน ทำไมหนอ ทำไมผมถึงรักแดนมันไม่ได้ ทำใมผมต้องรักคนที่เขาทำให้ผมต้องเจ็บปวดหัวใจอยู่เสมอ

ถ้าผมรักแดน . . .

. . . อย่าคิดแบบนั้น . . .

เหมือนมีอีกเสียงในร่างกายผมเตือน อย่าลืมสิ ว่าเมื่อก่อนก็เคยมีความสุขกับคน ๆ นั้นมิใช่หรือ ทุกอย่างมันมีทั้งสุขและทุกข์เสมอ ไม่มีอะไรยืนยงตลอดกาลหรอก

นั่นนะสิ . . .

. . . จุดจบ มันมาจากจุดเริ่มต้นทั้งนั้น

แล้ว . . .

ถ้าเราเริ่มต้นใหม่ . . .

เราคิดหรือว่ามันจะไม่มีจุดจบ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เริ่มต้น ล้วนต้องเดินไปข้างหน้า แล้วมันก็จะจบลงทั้งนั้น

“คิดอะไรอยู่” แดนเดินมาสะกิดผมจากสิ่งที่คิดไปวนมา




“ป่าว” ผมรับดอกไม้พื้นเมือง กับธูปเทียน ก่อนเดินไปที่อนุสาวรีย์รูปปั้นนักบุญล้านนา

ผมท่องคำไหว้คำบูชาครูบาที่นั่น ผมมองหน้าท่าน เหมือนท่านยิ้ม ใบหน้าท่านมีแต่ความเมตตา ผมนั่งนิ่งอยู่ตรงนั้นนาน ที่นั่นสงบร่มเย็น . . .

“ไปกันเหอะ จะห้าโมงแล้ว” มันบอกผม

ผมเดินตามมันเหมือนคนว่าง่าย . . .

ต่อจากนี้ มันจะพาผมไปไหน ผมไปทั้งนั้น ผมรู้ดี คนที่นำทางผมอยู่ตอนนี้เขาไม่มีวันทำอันตรายผมเด็ดขาด ดูเหมือนมันจะเงียบกว่าที่เคย มันไม่ถามผมเลยว่าเกิดอะไรขึ้น

ผมมีความสุขที่มันไม่ได้ถาม . . .

มันขับรถขึ้นไปบนดอยสุเทพ แดนปิดแอร์ ก่อนเปิดให้ลมลอดผ่านกระจกที่ลดต่ำลง ใกล้ค่ำ แม้จะช่วงปีใหม่เมือง แต่อากาศไม่ร้อน ยิ่งขึ้นไปด้านบนมาเท่าไหร่ อากาศยิ่งเย็นสบาย

“ไปไหว้พระธาตุก่อน”

“จะดีเหรอ” ผมมองหน้า

“ทำไมจะไม่ดีล่ะ”

“ก็ใจมันไม่สงบ มันร้อนรุ่มอยู่แบบนี้ กลัวจะทำให้ศาสนามัวหมอง”

“พี่อาร์ม วัดนะที่พึ่งทางใจนะครับ เป็นที่สงบ เป็นที่มีแต่น้ำเย็น ในเมื่อร้อนมา เราก็ควรไปไหว้พระ ไปดับร้อนในใจที่มีไงพี่”

“แดนว่างั้นเหรอ”

“ครับไปน่าพี่ แล้วเดี๋ยวลงมาค่อยบอกผมว่ามันสงบลงกว่าตอนนี้มั้ย”

ผมเดินตามมันไป ที่นี่บ้านผมแท้ ๆ แต่ผมกลับให้คนกรุงเทพฯ แบบมันเป็นคนนำทาง นึกแล้วยังอดที่จะขำตัวเองไม่ได้ มันพาผมเดินไปขึ้นลิฟท์ ปลายทาง . . . พระธาตุดอยสุเทพ

ใกล้ค่ำหากแต่คนยังมาก . . .

หลังไหว้พระธาตุ ผมนั่งอยู่นาน นั่งมองพระธาตุที่เป็นสีทองทั้งองค์ หากด้านหลัง ท้องฟ้าเริ่มมืด ขับองค์พระธาตุโดดเด่น น่าแปลกที่ผมรู้สึกสงบแบบที่แดนบอก ใต้ร่มเงาใดคงไม่เย็นเท่าร่มเงา . . .

. . . พระศาสนา

มิน่า . . .

. . . หลวงพ่อถึงไม่ยอมสึก . . .

คนเรามีถนนสายชีวิตที่แตกต่างกันออกไป ทุกคนล้วนเป็นไปตามกรรม ผมนั่งทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมาระหว่างผมกับโกเมศวร์ . . .

ผมแยกเขามา . . . จากคนของเขาเมื่อเจ็ดปีก่อน




คนของเขาคงเจ็บปวด กับสิ่งที่โกเมศวร์ไม่เคยบอกให้เขาตั้งตัว เขาคงทรมานที่ต้องสูญเสียของรักไป ไม่มีใครยากสูญเสีย แต่ความสูญเสียคือส่วนหนึ่งในชีวิตของมนุษย์

มาวันนี้ . . .

. . . กรรม . . . ที่ผมเคยกระทำในครั้งนั้นมันย้อนมาทวงคืน

ผลจากการที่ผมแยกเขามา วันนี้มีอีกคนมาแยกเขาไป กรรมที่เราได้กระทำลงไปในวันก่อนมันย้อนกลับมาหาเราแล้ว กรรมใดที่เราก่อเอาไว้มันเริ่มตอบสนอง เราไม่ควรวิ่งหนีกรรม

หาก . . .

. . . ควรยิ้มรับกับสิ่งที่เราเองหว่านเอาไว้

เหมือนการหว่านพืช . . .

. . . หว่านพืชชนิดใด ย่อมให้ผลชนิดนั้น . . .

กรรมที่แยกเขามา . . .

ต้องรับกรรม โดยการที่เขาถูกแยกไป ผมค่อย ๆ เรียนรู้กฎแห่งกรรม สิ่งเดียวที่ทำให้ผมค่อย ๆ สบายใจ และมีรอยยิ้ม สิ่งที่ดีที่สุดมันผ่านมาแล้ว สิ่งที่ผมทำลงไปนั้นคือสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว . . .

“ขอบใจนะแดน” ผมยิ้มให้มัน หลังจากที่รู้ตัวว่า อะไรที่ไม่ใช่ของ ๆ เรา สักวันนึงเขาก็ต้องไปจากเรา

“ขอบใจทำไม”

“ก็อยากขอบใจ ที่ไม่ทิ้งกัน”

“ทิ้งได้ไง พี่ผมทั้งคน”

ผมหันไปมองหน้ามัน

“. . . พี่ผมทั้งคน หมายความว่างัย”

“ก็พี่ไงครับ พี่ชายผมเจ็บปวด ผมก็ต้องคอยดูแลสิครับ”

“แน่ใจเหรอ”

“แน่นอนที่สุดพี่ ยิ่งผมเห็นพี่เจ็บปวดกับเรื่องที่พี่ทำลงไปมากเท่าไหร่ ผมยิ่งไม่อยากให้ตัวเองเดินไปหาพี่มากกว่านั้น ระยะห่างบางทีมันก็ดีนะพี่ มันทำให้เราไม่ต้องเจ็บปวด”

มันคิดอะไรมากกว่าที่ผมมอง หรือเพราะว่าในความเป็นจริงตลอดเวลาที่ผมดูแลโกเมศวร์ผมไม่เคยมองสิ่งเหล่านั้น พอถึงเวลาที่ควรมอง ผมถึงรู้ว่า ความจริงมันเป็นสิ่งที่เราหนีไม่ได้

“ถ้าวันก่อนพี่ไม่เดินไปหามันมากกว่านี้ก็ดี”

“เราเปลี่ยนอะไรไม่ได้พี่ อดีตที่ผ่านมาแล้วเราไม่สามารถที่จะเปลี่ยนได้ แต่อดีตใหม่ เราทำมันให้ดีได้”




“อดีตใหม่” ผมงงกับคำที่มันสรรหามา

“ครับ อดีตใหม่นับจากนี้ ก็คือวันนี้ เมื่อใดก็ตามที่เราทำวันนี้ให้ดีที่สุด ทำสิ่งที่เหมาะสมและถูกต้อง พอถึงวันพรุ่งนี้ วันนี้ก็จะกลายเป็นอดีตของวันพรุ่งนี้ เห็นมั้ย อดีตใหม่มันก็ดี และสวยงาม เพราะเราทำวันนี้ให้มันดีไง”

“เออ คิดแปลกดี”

“ผมก็งี้แหละพี่ คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย บางครั้งดูออกจะไร้สาระเสียด้วยซ้ำ”

“ไม่นะ พี่ว่าดีเสียอีก ต่อไปนี้ พี่ควรจะเริ่มทำอดีตใหม่ให้ดี หรือไม่ก็ ทำให้มันเลวสุดโต่งไปเลย”

“พี่อาร์ม”

“เอาน่า เรื่องแบบนี้มันต้องใช้เวลานะแดน พี่อยู่กับมันมาตั้งหกเจ็ดปี จะให้พี่เดินสะบัดตูดออกมา แล้วบอกว่า พี่ไม่ได้คิดอะไรนะหรือ มันจะหลอกตัวเองเกินไปหรือเปล่า”

“ผมไม่บอกนี่ครับว่าให้พี่ลืม”

“แล้วที่พูด”

“ก็หมายถึงทำทุก ๆ วันต่อจากนี้ให้ดีที่สุด หากวันไหนเหงา นึกถึงสิ่งที่ผ่านมา มันก็อาจอ่อนแอได้ แต่พี่ต้องลุกมาจากช่วงเวลาตรงนั้นให้ได้ ลุกมาเดินในช่วงเวลาเดิมของพี่ที่เป็นปัจจุบันให้เร็วที่สุด”

“จะพยายามนะ”

“ผมเชื่อว่าพี่ต้องทำได้ แม้มันจะยาก แต่พี่อย่าลืมนะ พี่ยังมีผม มีพี่โอ๋ ไม่มีใครเขาทิ้งพี่หรอก”

“เออ ขอบใจ” ผมยิ้มให้มัน




แดนขับรถมาจอดที่ลานจอดรถหน้าโรงแรมริมถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ เพราะบ้านที่เชียงใหม่ ผมให้ฝรั่งเช่าเป็นรายปีไปแล้ว ในเมื่อไม่มีใครอยู่ปล่อยร้างไว้ก็ไม่มีประโยชน์อะไร

“พี่อาร์ม อยู่คนเดียวก่อนได้มั้ย”

“จะไปไหน” ผมมองมัน เมื่อมันมาส่งผมถึงห้องพัก

“ว่าจะไปหาซื้อเสื้อผ้า ไม่ได้เอามาสักชุด” ผมมองมัน มันยังอยู่ในชุดทำงานเสียด้วยซ้ำ ผมลืมไปเสียสนิท ตอนผมโทรหามัน ยังเป็นเวลางานมันเลย มันทิ้งงานมาเพื่อผมนี่นะ

“ใส่ของพี่ก็ได้”



“เสื้อผ้านะได้ กางเกงในอีก แปรงสีฟัน โอ้ยหลายอย่าง เดี๋ยวมา อยู่คนเดียวนะพี่ แล้วอย่าคิดสั้นนะ ชั้นสิบสองแบบนี้ ลงไปไม่สวย”

“ไอ้บ้า ยังไม่ขนาดอยากตาย”

“อ้าวรู้ได้เหรอ บอกเอาไว้ก่อน สัญญานะอย่าทำไรแบบที่ผมคิด”

“เออ รอแดกงานแต่งมึงก่อนค่อยตาย” ผมยิ้ม

มันทำหน้าทะเล้นใส่ก่อนที่จะเดินกลับลงไป ผมทิ้งตัวลงนอนบนเตียงเล็ก ๆ ที่ปูด้วยผ้าสีขาวสะอาดตา

เบอร์ที่โทรเข้ามา . . .

. . . ไอ้เพื่อนรัก

“ว่าไงมึง สบายดีมั้ย” ผมทักทายไป

“กูนี่ . . . ควรถามมึงมากกว่าไอ้คำถามนั้น”

“อ้าว อะไรของมึง”

“ปิดเครื่องทำบ้าไร โทรไปไม่มีสัญญาณตลอด”

“มึงบ้ามั้ยนี่ จากปายมาเชียงใหม่มีสัญญาณกี่จุดกัน แล้วมึงไม่ต้องมาเนียนกับกู ถ้ามึงโทรมากูเห็นแล้วสิ แต่เบอร์ที่โทรเข้ามา ไม่มีเบอร์มึงว่ะเพื่อน อย่ามาอำ” ผมบอกหากหัวใจแวบนึกไปถึงอีกคน

หรือ . . .

. . . มันจะโทรหาไอ้เพื่อนรักผม . . .

“เออ อยู่ไหนนะมึง”

“เชียงใหม่”

“อยู่กับใคร ?”

“ซักอย่างก๊ะกูเป็นเมีย เมื่อกี้อยู่กับไอ้แดน แต่ตอนนี้อยู่คนเดียว ไอ้แดนไปซื้อของเดี๋ยวคงมามั้ง พอใจยัง”

“ไหนบอกไปปาย”

“ไปแล้ว . . . กลับมาแล้ว”

“มีอะไร ทำไมรีบกลับ มีเรื่องอะไรทำไมไม่คุยให้เคลียร์ว่ะ ต้องรอให้เกิดเรื่องจนได้สิน่า”

ผมรู้แล้ว สิ่งที่มันพูดแบบนี้ . . .

ไม่ต้องตีความหมาย มันอาจได้รับสัญญาณอะไรบางอย่างมา ใช่สิ ผมลืมไป มันสองคนสนิทกัน บางที สนิทกันแบบที่ผมอยากให้มันรู้ว่า นี่คือเพื่อนที่ผมรักที่สุด และนี่ คือ . . . หัวใจของผม




“เรื่องบ้าอะไร ถ้ามึงเพื่อนกูก็เงียบปากซะ ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น กูยังไม่อยากคุยเรื่องที่มึงกำลังจะพูดกับกู กูเหนื่อยอยากอยู่เงียบ ๆ เข้าใจมั้ย”

“ไม่เข้าใจโว้ย ถ้ารักกูอย่างที่ปากบอก อย่าเสือกตัดสายกูทิ้ง ก่อนที่กูจะพูดกับมึงรู้เรื่อง เข้าใจมั้ยไอ้อาร์ม มึงทำไรลงไปรู้ตัวบ้างมั้ย”

มันคล้ายต่อว่าผม . . .

ผมน้ำตาคลอ มันเพื่อนผมแท้ ๆ แต่มันไม่ฟังผมสักคำ มันน่าจะฟังผมก่อน ก่อนที่มันจะฟังอะไรมาจากใคร

. . . ผมน้อยใจมันนะ

น้อยใจมันเป็นที่สุด ที่วันนี้มันไม่ได้อยู่ข้าง ๆ ผมแบบเมื่อวันก่อน ๆ

“รู้ดิ กูรู้” เสียงผมสั่น

“รู้อะไร มึงก็ดีแต่เอาแต่ใจตัวเอง มึงไม่เคยมองคนอื่นบ้าง มึงหัดเข้าใจคนอื่นบ้างก็คงจะดี”

“ทำไมว่ะไอ้โอ๋ มึงเพื่อนกูนะโว้ย แล้วทำไมมีเรื่องอะไรมึงถึงโทรมาว่ากูฉอด ๆ มึงถามกูบ้างมั้ย มันเกิดอะไรขึ้นกับกู มึงฟังเองเออเองตลอด ถ้ามึงไม่รู้อะไรมึงเงียบไปเลย กูอยากอยู่คนเดียว” ผมไม่ไหวแล้ว บอกมันไป ร้องไปพลาง ผมเสียใจ น้อยใจ มันทำอะไรกับผมแบบนั้น

“ไอ้อาร์ม เป็นไร เฮ้ยมึง เป็นไรไป”

“มึงบอกกูเอง กูเอาแต่ใจ มึงจะมาสนใจกูทำไม อย่ามาวุ่นวายกับกู ตอนนี้กูไม่อยากคุยกับใคร ไม่อยากคุยทั้งนั้น ถ้ามึงไม่มีอะไรแล้วแค่นี่นะ”

“เดี๋ยว . . . กูมีเรื่องจะบอก”

“อะไรของมึงอีก แค่นี้ยังไม่สาแก่ใจมึงอีกเหรอ ที่โทรมาด่ากูปาว ๆ นี่ยังไม่พอใช่มั้ยไอ้เหี้ย” สุดท้ายก็ปล่อยสัตว์ใส่มันอีก

“ไอ้โก . . . น้องมึงอ่ะรถมอเตอร์ไซด์แหกโค้ง ตอนนี้แม่มันพามาเชียงใหม่ราม กูอยากบอกมึงแค่นี้ ส่วนเรื่องอื่นมึงคงรู้เรื่องดีกว่ากูนะ”

มันวางหูไปแล้ว . . .

แต่ผมล่ะ น้ำตายังไหล

. . . สิ่งที่มันบอก เพราะผมหรือ ผมทำให้มันเกิดเรื่องขึ้นหรือ ในเมื่อสิ่งที่เกิดขึ้นมาทั้งหมด ผมเป็นฝ่ายเริ่มใช่ไหม ผมอยากให้มันเป็นแบบนั้นหรือ

ถ้าผมไม่กลับมา . . .

. . . มันคงไม่เจ็บ

ถ้ามันไม่ขับตามผมมา . . .




. . . มันคงไม่เกิดอะไรขึ้น . . .

เพราะผมคนเดียว . . .

ผมทำให้คนที่ผมรักต้องเจ็บ ผมน่าจะอยู่ตรงนั้น ถึงผมจะเจ็บ แต่ผมทนได้นะ ทนได้กว่าตอนนี้ที่ผมรู้ว่ามันเจ็บเสียอีก ตอนนี้ผมเจ็บปวด เจ็บปวดกับข่าวที่ไอ้เพื่อนรักมันโทรมาบอกผม

ผมได้แต่ล้มตัวลงนอน . . .

. . . ปล่อยน้ำตาไหลรินเป็นทาง



ผมเกลียดมันหรือ . . .

ไม่ใช่แน่ ๆ สิ่งที่เพื่อนบอกมา ผมควรจะทำอย่างไรดี ในใจยอมรับว่าห่วงมันสารพัด มันจะเป็นอะไรมากหรือเปล่า . . .


เสียงเคาะหน้าห้อง . . .

ผมรีบปาดหยาดน้ำตาทิ้ง เริ่มมืดแล้ว นี่ผมร้องไห้ไปร่วมชั่วโมงแล้วอย่างนั้นหรือ ทำไมความอ่อนแอมันเกาะกุมหัวใจผมได้มากมายขนาดนี้

“พี่อาร์ม ไปกัน” มันลุกลน

“ไปไหน”

“เอาน่า อย่าเพิ่งถามเลย” มันลากผมออกมาจากห้องอย่างรวดเร็ว นี่เกิดไฟไหม้โรงแรมหรือไง มันถึงได้รีบร้อนขนาดนี้

โทรศัพท์ผมเข้ามาอีกเมื่อลงมาถึงล้อบบี้ของโรงแรม . . .

“สวัสดีครับ อาร์มครับ”

“พี่อาร์ม ชัยเองนะครับ”

“ว่าไง มีอะไร”

“ก็ไปหาพี่ น้าปูบอกพี่กลับแล้ว”

“มีธุระนิดหน่อย ชัยมีอะไรป่าว”

“ไอ้โกรถแหกโค้ง ป้าภาเอาไปโรงพยาบาลที่เชียงใหม่ . . .” เสียงมันบอกมา ตอกย้ำให้ผมรู้ เรื่องนี้ผมผิด . . .

“. . . พี่อาร์ม ฟังอยู่มั้ย”

“ฟัง ๆ มีอะไร”

“ถามอะไรพี่สักนิดได้มั้ย”

“ถามมา”

“โกอยู่กรุงเทพฯ มีแฟนมั้ย”




“ไม่รู้เหมือนกัน ทำไมเหรอ”

“ป่าวพี่ แค่อยากรู้”

“เรื่องหน่อยเหรอ”

“พี่รู้ด้วยเหรอ . . .”

“ก็เดาเอา ว่าแต่เรื่องเป็นมายังไงเหรอ”

“ก็ผมอยู่กันมาสองปี คนแถวนั้นก็รู้ แต่แม่แกไม่ค่อยชอบหน่อยเท่าไหร่ แกบอกมันไม่เรียน ไม่มีอนาคต แล้วอีกอย่าง มันค่อนข้างจะสนิทกับผู้ชายคนอื่นง่ายด้วย แม่เลยยิ่งไม่ชอบใหญ่”

“อือ”

“แล้วทีนี้เมื่อปีที่แล้ว ผมมาเรียนต่อที่เชียงใหม่ แต่ก็ยังกลับบ้านเกือบทุกอาทิตย์ พอดีตอนปีใหม่ เจอโกมันที่บาร์เบียร์ ผมไปกับหน่อย เลยนั่งคุยกัน พออีกวันผมเริ่มทะเลาะกับหน่อยมัน แล้วมันก็เปลี่ยนไป”

“เห็นโกบอกพี่ ชัยเจ้าชู้ไปอยู่เชียงใหม่มีคนอื่น”

“โกบอกพี่แบบนั้นหรือ”

“ก็ใช่ มันบอกว่าหน่อยบอกมันแบบนั้น พี่ไม่ได้สนใจอะไร เพราะไม่ใช่เรื่องอะไรของพี่” ผมโกหกอีกแล้ว ผมจะบอกคนอื่นได้อย่างไร ว่าผมกับโกมีอะไรกัน

เรื่องแบบนี้ มันจะมองหน้าคนทั้งหมู่บ้านได้อย่างไร ถ้ามีอะไรกับผู้ชาย . . .

“ไม่ใช่แล้วพี่ ผมอาจจะทะเลาะกันก็จริง แต่เราก็อยู่กันได้ แต่พอผมรู้ว่าโกมันแทรกเข้ามา ผมก็คิดว่าผมควรจะถอย จะแย่งผู้หญิงคนเดียวกันให้เสียเพื่อนทำไม อีกอย่างมันกับผมก็นามสกุลเดียวกันอีก พี่ว่ามั้ย”

“อืม แล้วไงต่อ”

“ไม่รู้สิพี่ เมื่อคืนผมไปนอนบ้านหน่อย เช้ามาเขามาขอเลิกกับผม”

ผมยิ้มเยาะตัวเอง . . .

สมเพช บางคนทำอะไรได้ขนาดนั้นเลยหรือ ทำไมคนอย่างมันจะหาคนที่ดีกว่านี้ไม่ได้หรือ ในขณะที่คบอยู่กับอีกคน แต่กลับไปนอนอยู่กับผู้ชายอีกคน

คนแบบนี้ . . . ผมไม่อยากข้องแวะด้วย

หาก . . . ผมจะปล่อยคนที่ผมรักต้องอยู่กับคนแบบนี้หรือ

ผมเอามันไปจากชีวิตของหญิงบาร์เมื่อเจ็ดปีก่อน แล้ววันนี้มันจะกลับมาเพื่อคว้าผู้หญิงแบบนี้ทำเมียอีกหรือ ผมจะทำยังไงดี ในเมื่อตอนนี้ผมเองก็รู้ ผมไม่เคยโกรธ หรือเกลียดมันเลย ผมจะยอมให้มันเจอกับผู้หญิงแบบนี้หรือ ?




“แล้วชัยว่าไง”

“เมียผมทั้งคนนะพี่ ผมเจ็บเป็นนะ ผมว่าจะไปคุยกับโกมัน แต่มันขับรถแหกโค้งเสียก่อน ถ้ามันอยากได้ ผมก็จะยกให้”

“เอาน่า อย่าคิดมาก ของทุกอย่างมีทางแก้เสมอ แค่นี้ก่อนนะ เดี๋ยวว่าง ๆ พี่โทรกลับ” ผมบอกเมื่อรถเลี้ยวมาในที่จอดรถของโรงพยาบาล

“ทำอะไร” ผมหันไปถามแดน

“พี่โอ๋โทรบอกผมตอนที่ผมออกไปซื้อของ ผมเลยคิดว่า. . .” แดนมองหน้าผม

“. . .พี่อาร์ม อย่าฐิทิเลยพี่”

“เรื่องอะไร”

“แล้วแต่พี่จะตัดสินใจแล้วกัน . . .“ มันจอดรถนิ่ง มองหน้าผม

“. . .แต่ถ้าเป็นผม ผมจะไม่รีรออะไรเลย ผมจะไปทันทีที่ผมรู้ว่าคนที่ผมรักเจ็บ” มันจ้องหน้าผม

“ขอบใจนะ ขอบใจ” ผมโผเข้ากอดมัน เป็นกอดแรกที่ผมกอดมันด้วยความรู้สึกอยากกอด

ผมเดินเข้าไปในโรงพยาบาลด้วยหัวใจที่กลัว ผมกลัวไปหมด หลายสิ่งหลายอย่างมันเหมือนตีกันอยู่ในตัวผมเอง . . .

ผมมาหยุดที่ป้ายชื่อหน้าห้อง . . .

. . . โกเมศวร์ โชติช่วงชรินทร์ . . .

ผมมองราวกับว่าจะให้ทะลุไปในห้อง ถ้าผมเปิดประตูเข้าไป แล้วมีคนของมันอยู่ ผมจะยังทำใจได้หรือ แล้วถ้ามันเจ็บหนัก ผมจะยังยืนมองมันได้หรือ แดนมันเอามือมาแตะที่ไหล่ผม มันบีบเบา ๆ

น่าแปลก . . .

. . . ผมสัมผัสได้ถึงความห่วงใยที่มันมีให้ผม . . .

ผมสูดลมหายใจเข้าปอด . . .ก่อนเคาะประตู

“น้องอาร์ม” ป้าภา แกยังร้องไห้อยู่เลย แกโผเข้ามากอดผมเอาไว้

ผมมองไปที่ร่างที่นอนอยู่บนเตียง ขาข้างหนึ่งหมอดามเอาไว้ด้วยเฝือกอ่อน ผมกวาดสายตามองไปยังส่วนที่สูงขึ้นของร่างกาย แขนมันมีรอยถลอกเป็นทาง ผมแทบจะกลั้นความรู้สึกของตัวเองไม่อยู่แล้ว มันอุ่น ๆ ที่หางตา

ผมมองมาที่ใบหน้า ผิวที่ไถไปกับพื้นเหมือนมีรอยไหม้ หากบนศรีษะมันโพกไว้ด้วยผ้าขาวคล้ายมัมมี่ แววตามันที่มองผม มีแต่น้ำตาคลอหน่วย . . .

ผลงานของผม . . .




“พี่อาร์ม ผมนึกว่าพี่จะไม่มาหาผมอีกแล้ว” เสียงมันเรียกน้ำตามันไหลอาบแก้ม

ผมหมดความเข้มแข็งในตัวเอง เดินไปกอดมันเอาไว้ ผมเสียใจ น้ำตาผมไหล ผมรู้มันสะอื้นอยู่แนบอกของผม มันร้องไห้ แต่หัวใจผมจะขาด มันต้องมาเจ็บทั้งกายทั้งหัวใจ มันเจ็บนะผมรู้ เพราะปกติมันจะไม่ร้องมันเก็บความรู้สึกเก่งจะตายไป

“พี่ขอโทษ ขอโทษ” ผมลูบที่ท้ายทอยของมันเบา ๆ

ในเวลานั้น ผมหายโกรธ หายน้อยใจมันทุกเรื่อง ผมได้หัวใจมัน ผมควรยินดีไม่ใช่หรือ

“ผมผิดเองพี่ ผมผิดเอง” มันสะอื้นเหมือนเด็กเล็ก ๆ

หาก . . . มันจะรู้มั้ย ยิ่งมันเจ็บ ผมเจ็บกว่ามันเป็นร้อยเท่า ผมเกลียดตัวเองที่บุ่มบ่ามใจร้อน ถ้าวันนี้ผมเลือกที่จะกลับไปพร้อมกับมันที่ท่ารถ ผมคงไม่เห็นมันเจ็บปวดแบบนี้

มันเจ็บ . . .

. . . แต่ผมแทบขาดใจอยู่แล้ว

นี่ผมกำลังทำร้ายหัวใจผมเองอยู่หรือ ?





Create Date : 13 มกราคม 2553
Last Update : 13 มกราคม 2553 15:43:10 น. 1 comments
Counter : 443 Pageviews.

 
อ่า.. มักจะมีอะไรดีๆ สอดแทรกเสมอ


โดย: ผู้หญิงมากฝัน (maesnake ) วันที่: 13 มกราคม 2553 เวลา:16:43:59 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

นนท์ปวิชญ์
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add นนท์ปวิชญ์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.