Group Blog
 
<<
มกราคม 2553
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
12 มกราคม 2553
 
All Blogs
 
[ ภู ทั บ เ บิ ก ๒ ] รั ก ฤ ๅ ผู ก พั น ฯ # ๑๙ #

**คำเตือน**




เรื่องนี้ . . .





เป็นเรื่องแต่งขึ้นเพื่อสร้างความบันเทิงเท่านั้นไม่เกี่ยวข้องกับบุคล หรือเหตุการณ์ใด ๆ ที่เกิดขึ้นในบรรณภิภพนี้ ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณในการอ่านอย่างมากถึงมากที่สุด



ปล. เป็นเรื่องแต่งมิได้เกี่ยวข้องใด ๆ ต่อ เจ้าของบล๊อก







ต อ น ที่ ๑ ๙



ไม่มีใครที่รู้อนาคตวันข้างหน้า เพราะว่ามันยังมาไม่ถึง หากคนเราควรคิดว่าจะทำอย่างไร แล้วหากไม่ได้แบบที่เราคิด เราจะมีแผนสำรองรองรับหรือไม่ สำหรับผมแล้ว ผมรู้แค่ว่า จะทำอย่างไรต่อไป ผมไม่เคยคิดเลย . . . จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง . . .

แล้ว . . . จะแก้ไขมันอย่างไร

ผมได้ปล่อยให้วันเวลามันผ่านเลยไป ด้วยความไว้ใจที่ผมมี เพราะผมเชื่อ ผมไม่ได้มีเจตนาที่จะทำร้ายเขา ผมอยากเห็นเขาเดินไปในทางที่ดี แม้มันจะมีเรื่องที่เกิดรอยด่างขึ้นมาบ้าง

อาจเพราะ . . .

เวลาที่อยู่กันมานาน นานจนทำให้ผมเชื่อโดยสนิทใจว่า เขาจะไม่มีวันทำร้ายผม เพราะสิ่งที่เขาทำมาทั้งหมด เป็นข้อพิสูจน์ได้ดีในระดับนึงว่า หากจะมีใครที่ผมพอจะฝากผีฝากไข้ได้ น่าจะเป็นมัน . . .

สิ่งที่แน่นอนอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เราคิด . . .

ผมลืมนึกไป . . .

. . . ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปด้วยเวลา

เวลา . . .

. . . เป็นทั้งผู้สร้างและผู้ทำลาย . . .

หลังเหตุการณ์ครั้งนั้น ดูเหมือนว่าผมจะมีเรื่องพูดกับโกน้อยลง แต่มิได้หมายความว่าผมจะไม่สังเกตุ ความเป็นไปของคนที่ผมรัก ผมได้แต่มองดูเขาห่าง ๆ ปล่อยให้เขาได้เติบโตไปตามทางที่เขาอยากจะโต อยากจะเป็น





“พี่อาร์ม อีกสองอาทิตย์จะสอบแล้วล่ะ สอบเสร็จแล้ว ผมกลับบ้าน พี่อาร์มจะกลับมั้ย”

“ไม่ดีกว่า เพิ่งไปมาเมื่อสงกรานต์เอง”

“ว้า น่าจะไปด้วยกัน ปลายฝนต้นหนาวแบบนี้สวยออก”

“ก็งานมันยุ่งนี่หว่า”

“จะฝากอะไรไปให้หลวงพ่อมั้ย ผมจะแวะไปกราบก่อนเข้าบ้าน”

ผมยิ้ม เพราะมันยังเสมอต้นเสมอปลาย มันจะแวะไปกราบหลวงพ่อแทบทุกครั้งในเวลาที่มันกลับไปเยี่ยมบ้าน มันเคารพเหมือนเป็นพ่อคนนึงของมัน ผมมองการกระทำของมันเงียบ ๆ

ไม่ต้องบอกหรอกว่าผมรู้สึกดีขนาดไหน . . .

มันไม่ใช่สายเลือด . . .

. . . แต่ผมอบอุ่นที่อยู่ใกล้

. . . มันไม่ใช่น้อง . . .

แต่มันคือชีวิต . . .

คือทุกสิ่งทุกอย่างที่รวมกันเป็นผม มันคือความหวังเดียวที่ผมมี หวังที่อยากเห็นมันเดินไปถึงจุดหมายปลายทาง . . .

ปลายทางที่ผมวาดหวัง . . .

. . . และนั่นเป็นสิ่งเดียวที่โยงใยผมเอาไว้มากที่สุดคือ

อยากเห็นวันที่มันใส่ครุยแดง . . .

วันนั้นคงเป็นวันที่ผมมีความสุขที่สุดในชีวิต . .

วันที่ต้นไม้ที่ผมปลูกมากับมือ ปริดอก ออกผล ให้กับเจ้าของที่แท้จริง ผมเป็นแค่คนปลูก ที่หมั่นคอยรดน้ำพรวนดิน เมื่อต้นไม้เจริญเต็มที่ ผมจะปล่อยคืนเจ้าของเดิม

สิ่งเดียวที่ผมรอคอย มันใกล้เข้ามาทุกที

ผมเฝ้ารอวันนั้นด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความสุข . . .

. . . และความหวัง . . .

หาก . . .

ผมไม่เคยเตรียมใจไว้ก่อนเลย

. . . โลกมีสองด้านเสมอ . . .

ความหวัง เคียงคู่มากับ ความผิดหวัง

“แม่โทรมาพี่” มันบอก ผมต้องปล่อยมันออกจากอ้อมแขน

“. . .ครับแม่”




ผมนอนนิ่ง ๆ เวลานอน เวลาที่ผมมีความสุขมากที่สุด ยามผมหลับตาภาพสุดท้ายของวัน ผมเจอมัน ยามลืมตาตอนเช้าคนแรกที่ผมเจอก็มันอีก . . . สิ่งที่ผมรักและหวงแหนยิ่งชีวิตของผมเอง

“อยู่ครับแม่ เดี๋ยวนะครับ”

มันยื่นโทรศัพท์ให้ผม

“. . .ครับป้าภา”

“น้องอาร์ม ป้าถามอะไรหน่อย”

“อะไรเหรอครับ”’

“น้องอาร์ม ออกมาคุยห่างน้องโกได้มั้ย”

“ได้ครับได้” ผมรับปาก ก่อนเดินออกมาจากห้องนอน เข้าใจว่าป้าภาคงมีเรื่องสำคัญที่ไม่อยากให้โกรู้

“น้องอาร์มรู้จักทนายบ้างมั้ย”

“ครับ พอมีเหมือนกันครับ”

“ป้าอยากรู้ว่าถ้าเราทำพินัยกรรมเอาไว้ เราต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง แล้วเราจะต้องทำยังไง”

“มีอะไรหรือเปล่าครับ” ผมไม่สบายใจกับสิ่งที่ป้าภาพูด ระยะหลัง โกบอก ป้าภามาหาหมอบ่อย ผมใจคอไม่ดีเลย

ผมเคยสูญเสีย . . .

ทำไมผมจะไม่รู้ คนที่ผมรัก ค่อย ๆ หายไปจากชีวิตของผมทีละคน การสูญเสียมันเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

“อยากทำไว้ให้เรียบร้อยก่อนนะ ไม่มีอะไรหรอก”

เห็นมั้ย . . .

ป้าภามีเรื่องอะไรในใจแน่ ๆ ถึงไม่ยอมพูดให้หมด แล้วไอ้เรื่องที่แกมาหาหมอบ่อย ๆ มันน่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้แกคุยเรื่องนี้กับผมก็ได้ ผมได้แต่เก็บเอาความรู้สึกนี้ไว้ในหัวใจ

“อย่าพูดแบบนั้นดิครับ ใจคอไม่ค่อยดีเลย”

“ไม่มีอะไรจริง ๆ น้องอาร์มยังมีเงินใช้มั้ย”

“มีครับ ป้าจะเอาอีกหรือครับ”

“ไม่เอาแล้ว แต่อยากบอกว่า อีกสักพักนะ เดี๋ยวป้าจะรีบเคลียร์ให้”

“ได้ครับผม ไม่มีปัญหา ถ้าไม่พอ โทรมาบอกก็ได้ครับ อย่าไปกู้แถวนั้นเลย ดอกแพง เสียดาย”




“จ้ะ แล้วอย่าลืมเรื่องทนายนะน้องอาร์ม ด่วนหน่อยก็ดี”

“ครับ”

ผมวางสายจากป้าภา สมองผมคิด คนเรา ถ้าไม่มีเรื่องสำคัญจะทำพินัยกรรมไปเพื่ออะไร แล้วเรื่องสำคัญอะไรที่เกี่ยวเนื่องกับพินัยกรรมนอกจาก . . .

. . . ความตาย

ความตาย . . .

อีกแล้วหรือ ?

ผมขนลุกชัน หนาวเหน็บไปถึงหัวใจ

คนที่ผมรักอีกคน . . .

. . . รู้อะไรล่วงหน้าอย่างนั้นหรือ มองผมหนัก ๆ เพราะกังวลกับเรื่องที่เพิ่งรับรู้มา บางที คนเราอาจจะต้องทำใจยอมรับกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น ไม่มีใครหรอกที่จะหนีมันได้พ้น

ทุกคนล้วนเป็นไปตาม . . . กรรม

ผมเดินกลับเข้ามาในห้องนอน โกเมศวร์นอนดูทีวีอยู่ มันจะรู้เรื่องที่แม่กำลังทำอยู่หรือเปล่า แล้วถ้ามันรู้มันจะทำยังไง ผมมองมันได้แต่สงสารคนที่ผมรักอย่างเต็มหัวใจ ผมล้มตัวลงนอน ก่อนกอดมันเอาไว้

ร่างกายมันอบอุ่น . . .

. . . ผมรู้สึกได้จากร่างที่เราเบียดชิดกัน แต่ทำไมไม่รู้

ผมกลับรู้สึก . . . หัวใจของผมมันหนาวเหน็บ

. . . ผมอยากให้มันรู้ สิ่งที่อัดอั้นในหัวใจผมตอนนี้ ผมอึดอัดมากเหลือเกินกับคำพูดของป้าภา มันมีอะไรแอบแฝงเป็นนัยยะแห่งคำพูดอย่างนั้นหรือ

การสูญเสีย . . .

คนที่ให้กำเนิดเรามามันทรมานขนาดไหน ผมรู้ดี เพราะผมผ่านเวลานั้นมาแล้ว หากคนที่ผมรักเจอเข้าล่ะ ผมบอกไม่ถูกเหมือนกัน เพราะผมรู้จักโกเมศวร์

คนที่มันรักยิ่งชีวิตของมัน . . . แม่




ผมจัดการตามที่ป้าภาสั่งเรียบร้อยในอาทิตย์ถัดมา อย่างน้อยที่สุด สิ่งใดก็ตามที่เป็นความประสงค์ของคนที่เกี่ยวข้องกับคนที่ผมรัก ผมทำให้ได้ ผมไม่ลังเลที่จะทำแม้แต่น้อย

โกกลับมาหลังจากที่มันกลับบ้านไปได้อาทิตย์เดียว ผมสังเกตว่าการกลับมาของมันในครั้งนี้ มันเงียบลงมากกว่าเดิม บางครั้งมันเหมือนมีอะไรที่เก็บเอาไว้ในใจ ผมคิดเอาเอง อาจเป็นเรื่องที่ป้าภาพูดมาในครั้งก่อน

มันอาจจะรู้เรื่อง . . .

ผมไม่ได้ถามมัน เพราะผมรู้ดี เรื่องแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องที่จะมานั่งคุยกัน สมองผมตอนนั้นคิดแต่เรื่อง เจ็บไข้ แต่จะเป็นโรคอะไรที่ต้องทำพินัยกรรมล่วงหน้านี่สิ มันน่าคิด ผมสงสารโก

ถ้ามันรู้ล่วงหน้า . . .

. . . นับวันรอวันจากลา

มันคงเป็นเวลาที่ทรมานน่าดู กับการนับวันรอจากลาคนที่เรารัก แตกต่างจากผม ที่รู้แค่คืนเดียว แล้วผมก็ลาจาก . . .

ไม่มีใครอยากลาจาก . . .

ไม่มีใครอยากที่จะสูญเสีย แต่เราจะหนีมันได้หรือ ในเมื่อสิ่งเหล่านั้น มันพร้อมที่จะมาหาเราตลอดเวลา สิ่งเดียวที่ผมทำได้ คืนนอนกอดมันเอาไว้ก่อนนอน ผมอยากให้มันรู้ มันยังมีผม

ผมอีกคนที่ไม่เคยคิดจะทอดทิ้งมัน . . .

. . . ผมสาบาน

. . . มันจะอยู่ในความทรงจำของผมตราบลมหายใจสุดท้ายของผมเอง วันข้างหน้า ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ผมรู้ มันคือคนเดียวที่ผมจะรักได้ . . .

“พี่อาร์ม ปีใหม่ผมหยุดสิบวันนะพี่”

“ดีเลย ไปเที่ยวกระบี่กัน”

“ผมว่าจะกลับบ้าน”

“ทำไมอ่ะ ก็นัดกันแล้ว ว่าจะไปกระบี่” ผมมองหน้ามัน

“หลังปีใหม่ได้มั้ยพี่ อยากกลับบ้าน”

“เพิ่งกลับมาเมื่อเดือนก่อนเอง จะกลับอีกแล้วหรือ” ผมมองหน้ามัน มันไม่สดชื่นเลยตั้งแต่กลับมาเมื่อเดือนก่อน

บางที . . .

. . . มันอาจอยากจะกลับไปหา . . . แม่

ผมสลัดความอยากส่วนตัวทิ้งไปในทันทีเมื่อนึกถึงเวลาที่มันมีเหลืออยู่ อาจเป็นเวลาที่เหลืออยู่อันน้อยนิด และมันอยากจะอยู่กับคนที่มันรักให้นานที่สุด

“ไปเหอะ อยากกลับก็กลับ โทรหาพี่บ้างก็แล้วกัน” ผมต้องสั่งมัน เพราะมันงก ไม่ค่อยโทรหาสักเท่าไหร่




ถ้า . . .

ผมรู้ล่วงหน้า . . .

. . . ผมจะไม่ยอมให้มันกลับ

ไม่มีวันยอมเด็ดขาด . . .

. . . หัวเด็ดตีนขาดผมก็ไม่มีวันยอม

มันกลับไปแล้ว ผมต้องอยู่เหงาคนเดียวอีกหลายวัน ปีที่เจ็ดแล้วที่อยู่ด้วยกัน ผมชินกับการตื่นมาแล้วเจอหน้ามัน ชินกับการกลับมาจากทำงานแล้วได้หอมแก้มมันก่อนนอน

สิ่งที่ผ่านมาระหว่างมันกับผม . . .

ความรัก . . . มีแน่ ๆ

ความผูกพัน . . . ฝังลึก

ผมไม่รู้เหมือนกันระหว่างความรักกับความผูกพันที่ผมมีกับมัน อย่างไหนจะมากกว่ากัน เพราะผมไม่เคยนับ ไม่เคยวัด ไม่เคยตวง ไม่มีมาตราใดที่จะวัดความรู้สึกทั้งหมดที่ผมมี นอกจาก . . . หัวใจ

ผมรู้แค่ . . .

ความรักสื่อออกมาจาก . . . คำพูด

. . . จากน้ำคำที่คน ๆ นึงจะบอกให้อีกคนนึงได้รับฟัง ในสิ่งที่หัวใจตนปรารถนา

หาก . . .

ความผูกพัน . . . พูดไม่ได้

แต่มันคือการกระทำ ที่เราสามารถรับรู้เองได้ว่า มันใช่แบบที่เราคิดหรือไม่ คนเราหากไม่รัก จะทำสิ่งที่ดีให้อีกฝ่ายได้หรือ แล้วอะไรก็ตามที่ไม่ได้กระทำออกมาจากหัวใจ คนรับเขารับรู้ได้ สัมผัสได้จากสิ่งที่อีกฝ่ายส่งมา

สิ่งนี้แหละที่เจ็บปวด . . .

สิ่งดี ๆ ที่ได้รับจากคนที่เรารักนี่แหละคือสิ่งที่เป็นตัววัดระดับความผูกพันแน่นลึก บางครั้งมันแน่นหนาจนยากที่เราจะถอนตัวได้ กว่าที่เราจะรู้ มันก็หนักหนาสาหัสจนแทบไม่อยากหายใจเลยทีเดียว

โกเมศวร์กลับมาหลังปีใหม่ ก่อนวันเกิดผมหนึ่งวัน . . .

“สุขสันต์วันเกิดนะครับ” มันกอดผมเอาไว้จากด้านหลัง ผมนอนนิ่งยิ้ม มีความสุขกับสิ่งที่มันทำ

อย่างน้อยที่สุด . . .

. . . ผมได้หัวใจมัน . . .





ผมเชื่อเช่นนั้นเพราะหาไม่แล้ว . . . ไม่มีใครหรอกที่จะกระทำแบบนั้นกับคนที่ตัวเองไม่รัก ผมไม่เชื่อว่านี่แค่ความรักของน้องที่มีต่อ . . . พี่ชาย

ไม่มีพี่น้องคนไหนแสดงความรักออกมามากมายขนาดนี้เป็นแน่ . . .

แต่ . . สิ่งที่เกิดขึ้นอาจเป็นภาพลวงตา

ทำไมนะหรือครับ มันเปลี่ยนไปมาก . . .

ความเปลี่ยนแปลงที่ผมเองก็รับรู้ได้ อย่าลืมว่ามันอยู่กับผมมานานขนาดไหน แล้วการเปลี่ยนไปของมันก็สร้างความรู้สึกเจ็บปวดให้กับผม

มันนั่งอ่านหนังสือเหมือนเคย . . .

. . . แต่มันคุยโทรศัพท์ไปด้วย

อ่านรู้เรื่องได้อย่างไร . . .

หรือมันเก่งสามารถแยกโสตประสาทได้ มันมีสมองที่แยกส่วนได้แบบนั้นจริงหรือ ผมเคยเห็นมันตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือดึก ๆ ผมยิ้มที่มันขยัน

แต่ . . . ตอนนี้ ผมเกลียดภาพนี้จัง

ภาพที่เริ่มเข้ามาชินตาสำหรับผม . . .

โกเมศวร์คุยไป เปิดหนังสือหน้าโน้นที หน้านี้ที สิ่งที่มันเป็นอยู่ตอนนี้มีหรือที่ผมจะไม่รู้ ผมได้แต่รู้สึกน้อยใจกับสิ่งที่มันทำ ต้นไม้ที่ผมปลูก เริ่มมีแมลงมาชอนไชอย่างนั้นหรือ

สิ่งที่ผมทำได้ในเวลานั้น . . .

. . . ผมเงียบ . . .

ไม่พูดไม่จากับมันเลย ผมคิดว่า การที่ผมไม่พูด อาจจะทำให้มันสนใจผมบ้าง มันอาจจะอยากรู้บ้าง ว่าผมเป็นอะไรที่ไม่ยอมพูด ทั้ง ๆ ที่มันพูดกับผม แต่ผมจะนิ่งเงียบทุกครั้ง . . .

ถ้า . . .

. . . มันคิดสักนิด

สิ่งที่ผมทำอยู่ เขาอาจมีอะไรในใจ ถ้ามันรักผมมันคงถามผมตั้งแต่อาทิตย์แรกที่ผมไม่พูดไม่จา มองมันเหมือนสิ่งแปลกหน้า หากมันไม่เคยเฉลียวใจ มันได้แต่ปล่อยให้ผมที่น้อยอกน้อยใจ จนนอนน้ำตาไหล

บางคืน . . .

. . . เจ็บปวดรวดร้าวกับสิ่งที่ได้ยิน

“คิดถึงนะ ดูแลตัวเองด้วยนะ”




ผมนอนน้ำตาไหลพราก มันไม่รู้จะพูดออกมาอย่างไร คนที่นอนอยู่กับผม คุยโทรศัพท์ครั้งละสองสามชั่วโมง ก่อนจากมีห่วงใย นี่ผมเป็นตัวอะไร ทำไมผมถึงทนอะไรได้ขนาดนี้ ผมไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน อาจเพราะว่า

ผมรักมันมาก . . .

มากเกินไปกว่าจะจะทนเห็นมันเดินออกไปจากผมได้ ถ้ามันแค่คืนสองคืน ผมจะไม่เจ็บปวด แต่ตอนนี้มันทุกคืน ตั้งแต่หลังจากวันเกิดผม ทุกคืนที่ผมนอนหลับทั้งน้ำตา ทุกคืนที่ผมต้องทนได้ยิน

“คิดถึงหน่อยนะ ดูแลตัวเองนะ”

ผมได้แต่นอนกอดหมอนเอาไว้ ยึดหมอนเอาไว้ เป็นเพื่อนแท้ที่คอยซับน้ำตาผม มันเกิดอะไรขึ้น มันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ ผมไม่เข้าใจ ขนาดมันไม่เคยบอกรักคนนั้นให้ผมได้ยิน ผมก็เจ็บเจียนขาดใจ แล้วหากวันใด . . .

ผมไม่อยากจะคิด . . .

. . . คนที่ผมรักยิ่งชีวิตจะทำร้ายผม

มันฆ่าผมช้า ๆ อย่างเลือดเย็นที่สุด . . .

คนที่ผมรักมากที่สุด ค่อย ๆ กรีดมีดลงในหัวใจผมช้า ๆ เลือดในกายเหมือนค่อย ๆ ไหล มันไม่รวดเร็ว แต่มันค่อย ๆ ซึม และในไม่ช้า มันคงไหลจนหมดจากร่างกายของผมเอง . . . หน่อย . . .

ชื่อนี้ผมจารจำไปจนวันหมดลม





“พี่อาร์ม เป็นไรหรือเปล่า ข้าวปลาไม่ค่อยกิน ซูบไปนะเนี่ย” ไอ้แดนมันมองผมด้วยความห่วงใย

“เปล่า นอนไม่ค่อยหลับ”

“ทะเลาะกับโกหรือ”

“ไม่นี่ ไม่ได้ทะเลาะ”

ผมไม่ได้โกหก . . .

ผมไม่ได้ทะเลาะกับมันจริง ๆ นี่หว่า ผมแค่น้อยใจกับสิ่งที่มันทำลงไป มันเริ่มห่างหายไปทีละน้อย จนผมเองก็รู้สึกได้ ผมได้แต่เก็บความน้อยใจเอาไว้กับผมคนเดียว

ของบางอย่างผมต้องค่อย ๆ เรียนรู้ . . .

. . . ใกล้ตัว ไกลใจ . . .



“พี่อาร์ม ผมไม่รู้ว่าพี่เป็นอะไร แต่ผมห่วงพี่นะ”

ผมหันไปมองหน้าไอ้แดน ผมยิ้มให้มัน แม้จะเป็นยิ้มที่ขัดต่อความรู้สึกในตัวเองตอนนั้นก็เถอะ แต่ผมก็อยากจะยิ้มให้มัน คนที่มันห่วงผม ผมจะทำร้ายน้ำใจคนที่เขาห่วงผมได้อย่างไร

“กินเหล้าดีกว่าพี่คืนนี้ เดี๋ยวโทรบอกพี่โอ๋”

เหล้า . . .

สิ่งเดียวเท่านั้นมั้งที่ทำให้ผมลืม ๆ ภาพอะไรบางอย่างได้ ภาพที่ผมเองก็ไม่อยากเห็น ภาพที่แม้แต่วันนี้ผมเองก็เคยลบเลือน

เหมือนแผลเป็น . . . ตรงกลางหัวใจผม

เสียงเพลงในยามค่ำ ยังเป็นเพลงฟังนุ่ม ๆ สบาย ๆ วันนี้วันศุกร์ในร้านคนค่อนข้างมาก โต๊ะผมมีกันแค่สามคนเอง ผม ไอ้เพื่อนรัก ไอ้แดน ผมนั่งกินเบา ๆ หากเพลงแต่ละเพลงมันเสียดแทนความรู้สึกของคนที่กำลังสูญเสีย

นักร้องนั่นเล่นกีตาร์โปร่งไปด้วย ร้องไปด้วย ส่วนอีกคน มีอะไรในมือไม่รู้ คอยเขย่าให้จังหวะ ผมนั่งโซฟาเล็ก ๆ สองที่นั่ง ผมนั่งติดกับไอ้เพื่อนรัก เพราะมันน่ะชอบมอมเหล้าคนอื่น การนั่งไกลมันอันตราย

“มึงเป็นอะไรมั้ยนี่” มันกระซิบที่ข้างหูผม

“ไม่มีไรนี่”

“หมาเหอะ เห็นเงียบ ตั้งหน้าตั้งตาแดก มึงจะรีบไปไหน ยังอีกนานคืนนี้เพิ่งสี่ทุ่มกว่าเอง”

“อ้าวมากินเหล้า”

“เออ อย่าแดกมาก ขับรถอีก กูห่วง”

“ใครบอกกูขับ มึงขับ” ผมมองหน้ามันก่อนยกแก้วชนไอ้แดน แล้วทำสัญญาณมือก้นแก้ว ผมเริ่มตึงแล้วล่ะครับ เหล้าหมดไปตั้งเกือบขวด ก็คนมันอยากเมานี่หว่า กินเหล้าก็ต้องกินให้เมาสิ ไม่งั้นไปกินนมร้านมนต์ที่เสาชิงช้าไม่ดีกว่าหรือ

“ครับผม ต่อไปขอเชิญนักร้องรับเชิญนะครับ คุณแดนสรวงครับ” นักร้องนั้นผายมือมาที่โต๊ะผม

ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ . . .

เพราะปกติ มันก็จะแจมเป็นประจำ เสียงตบมือเกรียวกราว ร้านนี้ส่วนมากมีแต่แขกประจำทั้งนั้น แล้วเสียงมันก็ระดับออกเทปได้สบายเสียด้วย

“มันไปนั่งประจำที่กลางเวที แสงไฟสาดส่อง . . .

“เพลงนี้ครับ มอบให้ทุกคนนะครับ พิเศษสุดสำหรับคนที่รู้ตัวว่าอกหักนะครับ” ลูกเล่นมันแพรวพราว เรียกเสียงตบมือเกรียวกราวอีกครั้ง




เสียงกีตาร์เบา ๆ ก่อนที่เสียงมันจะสะกดคนทั้งร้าน

“ . . . เจอะเธอ ทุก ๆ ครั้ง พร้อมรอยน้ำตากับความทุกข์ที่มีมาเพื่อมาระบาย เมื่อคนที่เธอรักเขาไม่เคยแคร์ และเหมือนโดนเขารังแกอยู่ร่ำไป . . . “ มันทอดสายตามาทางผม ผมยิ้มให้มัน ก่อนยกแก้วนั้น ชูให้มัน แล้วหมดแก้ว

“เหี้ยนี่ เบา ๆ เดี๋ยวเมาตาย” ไอ้เพื่อนรักปราม แต่ยังเสือกเอาแก้วไปชงต่อ มันรักกูจัง ปากห้ามมือช่วยส่งลงนรก

“. . . ไม่อยากจะถามเธอ ให้เสียบรรยากาศ ว่ารักตัวเขามากมายสักเพียงไหน มีเพียงคำถามเดียวที่ฉันไม่เข้าใจ สิ่งที่ฉันนั้นห่วงใยและอยากรู้ . . .” มันจะบอกอะไรผมอีก มันชอบบอกผมผ่านเสียงเพลง

มันรู้ไหม

. . . ตอนนี้ หัวใจผมมันเต้นแรง มันสั่นไปหมด

หัวตาผมมันร้อนผ่าว ผมมองมันผ่านแสงสีหลากหลาย กลางเวที มันหล่อนะ เสียงมันก็ดี มันห่วงผม ผมรู้ ผมสัมผัสได้ จากทุก ๆ อย่างที่มันมีให้ผม

“. . . เหนื่อยมั้ยสิ่งที่เธอทำอยู่ สิ่งที่ฉันได้คอยเฝ้าดู ยิ่งรู้ยิ่งห่วงใย เหนื่อยมั้ยกับที่ต้องร้องไห้ ให้กับเขาที่เธอปักใจ แต่เขาไม่เคยรับรู้เลย . . .”

ผมยิ้มทั้งน้ำตา . . . ก่อนยกแก้วที่ไอ้โอ๋ชงให้ใหม่

“พอเหอะ . . . แก้วต่อแก้วแบบนี้เดี๋ยวเมาอ้วกหรอกมึง” มันดึงมือผมเอาไว้ มันจ้องหน้าผม

มันเห็นแววตาผมมั้ย . . .

ไอ้เพื่อนรักจะมองเห็นอะไรในตาผมหรือปล่าว ความอ่อนแอที่มันถาโถมจู่โจมหัวใจผมอย่างรวดเร็ว และตอนนี้มันมารออยู่ที่ดวงตา

. . . แววตาที่เอ่อล้นด้วยอะไรบางอย่าง

“มึงเป็นอะไรนักหนาว่ะ กินเบา ๆ”

ผมไม่ตอบมันโผกอดมันเอาไว้แน่น ผมเหมือนคนหมดแรงต้านทาน กอดมันเอาไว้ ก่อนปล่อยสิ่งที่มันหนักหน่วงอยู่ในหัวใจตอนนี้ ดูมันตกใจ

“เฮ้ยมึงเป็นอะไร”

ยิ่งมันพูด ผมยิ่งห้ามตัวเองไม่ได้ ภาพที่ผมเห็นมันตามมาหลอนผม เสียงที่มันเคยบอกคิดถึงคนอื่นมาตลอดสองเดือน มันเจ็บ . . .

หัวใจคล้ายถูกบีบ . .






มันเกินกว่าที่ผมจะเก็บเอาไว้ได้ ผมไม่อายเลย ผมอายไม่เป็น ตอนนั้น ผมรู้แค่ว่า มีแต่เพื่อนเท่านั้น

ผมไม่หวังให้มันมาเข้าอกเข้าใจผม . . .

แต่ . . .มันคือเพื่อนผม

มันคือคนเดียวที่ผมรู้ว่ามันไม่ทิ้งผม ผมกอดมันเอาไว้ ยึดมันเป็นสิ่งสุดท้ายที่ผมมี ผมกลัวมาก กลัวที่จะสูญเสียมันไป น้ำตาน้ำมูกผมเลอะมันไปหมด แต่มันไม่รังเกียจผม มันกอดผมเอาไว้

ไอ้โอ๋ได้แต่ลูบหัวผมเบา ๆ เหมือนผมเป็นเด็ก

“เอาน่า มึงมีอะไร ก็บอก พูดสิว่ะ กูเพื่อนมึงนะโว้ย”

“ไม่มี ไม่มี” ผมกัดฟันบอกมัน

ทั้ง ๆ ที่หัวใจผมมันโหยหา ผมแค่อยากร้องไห้ หรือผมอ่อนแอกันแน่ ผมไม่รู้ ห้ามตัวเองไม่ได้ ผมห้ามสิ่งที่ผมเก็บเอาไว้ไม่ได้ ผมรู้ ต่อจากนี้ ผมต้องเจอกับการสูญเสีย

การสูญเสียที่ผมเองก็เริ่มทำใจเอาไว้ . . .

แต่ผมยังหวัง ยังเข้าข้างตัวเอง มันไม่ใช่ มันไม่ทิ้งผมหรอก สิ่งที่ผมคิด มันเข้าข้างตัวเองเสมอ ผมอ่อนแอเกินกว่าที่จะยอมรับความเป็นจริงได้ ผมเหนื่อยเพราะร้องไห้เสียจนตัวโยน สิ่งที่ผมเก็บกดมาสองเดือนโดนปลดปล่อย เหมือนเขื่อนที่แตก น้ำไหลบ่าเต็มไปหมด

“เก็บอาการหน่อยมึง คนมองใหญ่แล้ว”

“เรื่องของกู กูไม่ใช่เพื่อนมึงเหรอ”

“เออ งั้นมึงร้องไปจนกว่ามึงจะพอใจ กูกอดมึงไว้แบบนี้ก็ได้”

“พี่อาร์ม” ไอ้แดนเอามือมาแตะไหล่ผมเอาไว้เบา หลังจากที่มันทำหน้าที่ของมันบนเวทีเรียบร้อย มันแน่มาก เรียกน้ำตาผมกลางร้าน

แล้วไอ้เวลาที่เริ่มเมา . . .

เสียงเพลงมันบริ้วอารมณ์ขนาดนั้น คนที่มันไปทำหน้าที่ตรงกลางเวที มันอยากสื่ออะไรให้ผม ทำกไมผมจะไม่รู้ มีหรือที่บ่อน้ำตาผมจะไม่แตก

“ไหวมั้ยพี่” น้ำเสียงมันห่วงใยผม

แต่ . . .

. . . ยิ่งมีคนแสดงความห่วงใยมากแค่ไหน

มันยิ่งเพิ่มความเจ็บปวดให้ผมมากเท่านั้น

บางที หากไม่มีใครเลย ผมอาจจะเข้มแข็งมากกว่านี้ ผมเกลียดจริง ๆ กับความอ่อนแอในตัวเอง ทำไมผมไม่เข้มแข็งบ้างก็ไม่รู้ ผมอยากยืนได้ ยิ้มได้กับทุก ๆ เรื่องราวที่มันผ่านเข้ามา




แต่ดูเหมือนว่า . .

ผมอ่อนแอเสียเหลือเกิน . . .

ผมไม่รู้เหมือนกันว่าวันนั้น ผมร้องไห้ไปนานแค่ไหน ผมรู้แค่ว่า เมื่อได้ปลดปล่อยมันออกไป ผมรู้สึกโล่งออกมา แต่มันไม่ได้หมายความว่าจะหายมิใช่หรือ . . .

“โก มาแล้วนั่ง ๆ” ไอ้โอ๋บอกให้คนมาใหม่

ผมมองหน้ามัน . . . ทั้ง ๆ ที่ไม่อยากมอง ผมเคยรักมันสุดหัวใจ แม้แต่เวลานี้ก็ยังรัก แต่ความน้อยอกน้อยใจ ทำให้ผมไม่อยากที่จะมองหน้ามันเลย

“ใครบอกว่าอยู่นี่” ผมถามมัน

“พี่แดนโทรไปบอกว่าพี่เมา”

ผมหันไปมองหน้าไอ้แดน มันยิ้มเจื่อน ๆ “พี่โอ๋บอกให้โทรตาม”

มันโยนกันไป โยนกันมา เห็นเป็นเรื่องสนุกนักหรือมึง . . .

“ก็กูขับรถไม่ไหว เพราะกูจะเมาเป็นเพื่อนมึงไง” มันยกแก้วมันชนที่แก้วผม ก่อนกระดกหมดแก้ว

“ต้องรีบตามเพื่อนให้ทัน เพื่อนเมาล่วงหน้าไปแล้ว” มันเทเหล้าไปอีกเกือบครึ่งแก้ว ก่อนยกขึ้นซ้ำ

“มองอะไร มึงอยากเมาไม่ใช่เหรอ เอาดิ กูเมาเป็นเพื่อน แต่แดกมิกซ์ เปลือง ออนเดอะร๊อคแม่งเลย” มันเทลงอีกค่อนแก้วก่อนยกอีกรอบ

“พอเหอะมึง” ผมบอกมันเสียงอ้อแอ้

“สัสนี่ ทีเมื่อกี้ ใครแดกยังก๊ะน้ำ เอาดิ มึงเมากูก็เมา”

ผมไม่รู้จะพูดยังไงดี

. . . สิ่งที่มันทำ มันประชดผม หรือว่ามันรักผม แต่สิ่งที่ผมรู้ ช่วงเวลาที่ดี มันอยู่กับเราไม่นานหรอก เราควรที่จะเก็บมันเอาไว้ รักษามันเอาไว้ก่อนที่ทุกอย่างมันจะสายเกินไป

สายเกินไป . . .

. . . ผมเกลียดคำนี้เหลือเกิน

แต่ยิ่งเกลียด . . . เราก็ต้องยิ่งเจอมิใช่หรือ

โกขับรถไปส่งไอ้โอ๋ที่บ้าน มันดื้อไม่ยอมไปค้างที่บ้านผม ส่วนไอ้แดนไม่เมา แล้วคอนโดมันก็ใกล้ร้านเหล้ามากที่สุด ผมเมานะวันนั้น เมามาก ตอนเดินเข้าบ้านแทบจะประคองตัวเองไม่อยู่ เหมือนบ้านหมุนติ้ว ๆ

เกือบตีสอง . . .

ผมแหงนดูเวลา ก่อนที่จะล้มตัวลงนอน




โกเมศวร์เข้ามาเปลี่ยนเสื้อให้ผม มันถอดเสื้อผมออก ก่อนเช็ดตัว ทำไมมันต้องทำแบบนี้ด้วย ผมไม่เข้าใจตัวเองกับสิ่งที่มันทำ

เสียงโทรศัพท์มันดัง หลังจากที่มันเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ผมเรียบร้อยแล้ว . . .

ผมยังไม่หลับ . . .

ผมยังนอนอยู่ ยังหายใจ . . .

ผมยังมีชีวิต มีเลือดเนื้อ เพราะหัวใจผมมันทำด้วยเนื้อ ถึงแม้ตอนนี้ผมจะเมา มันคุยกันกระหนุงกระหนิงบีบหัวใจผมเหลือเกิน มันจะรู้บ้างมั้ย ทุกวันนี้ มันกำลังฆ่าผมอย่างเลือดเย็นมากที่สุด

มันสุดจะทนทาน ผมโผเข้าหามันกอดมันเอาไว้ ผมร้องไห้หนักกว่าตอนที่ผมกอดเพื่อนรักผมเอาไว้อีก

“พี่อาร์ม เป็นอะไร” มันเขย่าตัวผม

“แค่นี้ก่อนนะหน่อย คิดถึงนะ”

จนเวลานี้แล้วมันยังไม่รู้ มันยังไม่รู้อีกหรือ ผมได้แต่ปล่อยความอ่อนแอของตัวเองออกมา มันกอดผมเอาไว้ แต่ยิ่งมันกอดผมเอาไว้มากเท่าไหร่ ผมยิ่งอ่อนแอมากเท่านั้น ผมเหมือนคนที่หยุดตัวเองไม่ได้ ผมห้ามความรู้สึกตัวเองไม่ได้ ความน้อยเนื้อต่ำใจมันประเดประดังเข้ามา ผมไม่มีอะไรอีกแล้ว ผมไม่เหลืออะไรอีก

แม้แต่ . . .

คนที่นอนกอดผม เช็ดน้ำตาผมอยู่ตอนนี้

มันไม่ใช่ของผม . . .

. . .ไม่ใช่อีกแล้วนะไอ้อาร์ม ท่องเอาไว้ให้ขึ้นใจนะมึง





Create Date : 12 มกราคม 2553
Last Update : 12 มกราคม 2553 18:05:21 น. 1 comments
Counter : 370 Pageviews.

 
อ่า.. อารมณ์ล้วนๆ ๑ เม้นท์ค่าอ่านค่ะ


โดย: ผู้หญิงมากฝัน (maesnake ) วันที่: 13 มกราคม 2553 เวลา:14:16:40 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

นนท์ปวิชญ์
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add นนท์ปวิชญ์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.