Group Blog
 
<<
มกราคม 2553
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
12 มกราคม 2553
 
All Blogs
 
[ เ ก า ะ เ ต่ า ] รั ก ฤ ๅ ผู ก พั น ฯ # ๑ ๗ #

 

**คำเตือน** 





เรื่องนี้ . . .





เป็นเรื่องแต่งขึ้นเพื่อสร้างความบันเทิงเท่านั้นไม่เกี่ยวข้องกับบุคล  หรือเหตุการณ์ใด ๆ ที่เกิดขึ้นในบรรณภิภพนี้ ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณในการอ่านอย่างมากถึงมากที่สุด



ปล. เป็นเรื่องแต่งมิได้เกี่ยวข้องใด ๆ ต่อ เจ้าของบล๊อก





ต อ น ที่   ๑ ๗






Free TextEditor

ในห้วงเวลาที่แย่ มันไม่ได้แย่จนผมไม่สามารถยืนได้ อย่างน้อยที่สุด ผมค่อย ๆ ปรับตัวกับการที่จะยืนหยัดบนโลกนี้ ยังมีอะไรมากมายบนโลกใบนี้ ที่เราต้องเรียนรู้ การอยู่ของเรา ย่อมหมายถึงการอยู่ของอีกหลาย ๆ คน

เบอร์แปลก ๆ ไม่คุ้นตาโทรเข้ามา . . .

“สวัสดีครับ”

“น้องอาร์ม” เสียงนั้น ผมคุ้นเคย นานแล้วที่ผมไม่ได้คุยกัน นานมากทีเดียว แต่ผมจำได้ไม่เคยลืม

“ครับผม ป้าภา สบายดีมั้ยครับ ตั้งแต่งานแม่ยังไม่ได้เจอป้าภาเลย ไม่ค่อยได้โทรหาด้วยครับ พอดียุ่ง ๆ มากเลยครับช่วงนี้”

“ป้าก็เรื่อย ๆ น้องอาร์ม” เสียงป้าภา คล้ายมีอะไรในใจ

“ครับผม ฟังอยู่”

“น้องอาร์มพอมีเงินบ้างมั้ย”

“ก็มีครับ ป้าจำเป็นใช้เงินหรือครับ”

“ไม่อยากกวนน้องอาร์ม แต่มันหมุนไม่ทันจริง ๆ”

“ครับผม พอมีครับ ถ้าไม่มาก ก็พอได้ครับ”

“สักสองหมื่นได้ไหมน้องอาร์ม”

“ได้ครับ มีเลขที่บัญชีมั้ยครับ” ผมบอกไป ทั้ง ๆ ที่ผมเองก็ใช่ว่าจะมีเงินมากมาย แต่ไม่รู้เหมือนกัน เรื่องยืมเงิน ใครเดือดร้อนมา ผมมักจะปฏิเสธไม่เป็น และมันดูเหมือนว่าที่เสียไปเพราะเรื่องแบบนี้มากต่อมาก




ไม่รู้สิ . . .

. . . ผมคิดว่า ถ้าเขาไม่เดือดร้อน เขาไม่บากหน้ายืมหรอก . . .

ส่วน . . .

ถ้าไม่มีการคืน . . .

ก็ชาติก่อนยืมเขามา ชาตินี้เลยต้องใช้คืน ผมคิดแบบนี้นะ คิดแบบที่ทำให้ตัวเองรู้สึกสบายใจมากที่สุด เพราะอย่างไรเสีย เราไม่สามารถที่จะบังคับให้เขาคืนได้ หากเขาไม่มี

เชื่อมั้ย!

หลังจากวางสาย ผมฝากเคาน์เตอร์กับเพื่อน ก่อนเดินไปที่ตู้ ATM ในทันที ผมบ้าดีเดือดนะ ไม่รู้เหมือนกันคิดอะไรในตอนนั้น ผมรู้แค่ ผมไม่มีใครแล้วนี่หว่า แล้วคนที่เอ่ยปาก . . . แม่

แม่ของคนที่ผมรัก . . .

บางทีผมเองก็พยายามหาเหตุผลที่ดูดี ทั้ง ๆ ที่ความเป็นจริงแล้ว มันไม่ต้องทำขนาดนั้นก็ได้ ตั้งแต่มีโกเมศวร์เข้ามาในชีวิต ผมเหมือนคนที่ทำอะไรเพื่อคนอื่นตลอด แทบมีไม่กี่เรื่องที่ผมทำเพื่อตัวเอง

บางคน . . .

. . . เลือกทำอะไรเพื่อตัวเองก่อน . . .

ผมหรือ . . . ทำเพื่อตัวเองเหมือนกัน แต่ ให้เพื่อหวังหรือเปล่า เพราะทุกคนที่ล้อมรอบตัวผมเกี่ยวเนื่องต่อกันแทบทั้งนั้น

สิ่งที่ผมทำ อยู่ในสายตาคนบางคนตลอดเวลา



หน้าร้อนปีนั้น ผมไปปายอีกครั้ง หลังจากที่ไม่ได้ไปมาหลายปี ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด จากแค่ที่พักระหว่างทางมีรีสอร์ทแค่ไม่กี่หลัง กลับกลายเป็นว่า มีเรือนพักมากมายที่สร้างขนานไปกับสายน้ำสายเล็ก ๆ แห่งนั้น ทุกอย่างกลายเป็นสิ่งแปลกตาไปหมด ความเจริญแผ่เข้ามาอย่างรวดเร็ว

กระแสการท่องเที่ยว . . .

เราหยุดมันไม่ได้ ตราบใดที่เรายังต้องการสกุลเงินตราจากต่างประเทศ ในเมื่อเรามีทรัพยากรท่องเที่ยวมากมาย แต่เรากลับใช้ทรัพยากรนั้นอย่างฟุ่มเฟือย โดยไม่รู้ค่าของมัน เรายังคิดว่า ความเจริญจะดึงนักท่องเที่ยวเข้าประเทศให้มากขึ้น

น่าขัน . . .

บ้านเมืองตะวันตกเจริญกว่าเรามากมาย เขาจะมาดูอะไร?




คำถามที่ ททท. เองก็สามารถตอบได้ นักท่องเที่ยวอยากนอนกระท่อม ฟังเสียงหรีดหริ่งเรไร หาใช่อยากนอนที่หรูหรา . . .

คนในพื้นที่ขายที่ดินให้พวกนายทุนจากเมืองหลวงมากขึ้น วัฒนธรรมดั้งเดิมเริ่มเลือนหายไปในคนรุ่นที่สอง ตอนนี้ปายเองก็ไม่แตกต่างไปจากเมืองท่องเที่ยวอื่น ๆ เพราะในแต่ละวัน มีแต่คนคุยกันถึงเงินที่จะเข้ามา

ไม่มีใครมองถึง . . .

. . . การเกื้อกูลกันแบบครั้งก่อน

เมื่อเงินตราไหลบ่า . . .

. . . น้ำใจก็ถอยถด . . .

รีสอร์ทของอาเปลี่ยนไปมาก มีการขยายไปใหญ่โต จนจำเค้าเดิมแทบไม่ได้ ตอนนี้อามีลูกเล็ก ๆ ที่กำลังน่ารักเพิ่มอีกสอง ส่วนไอ้คนโต เข้าประถมแล้ว ผมมองหลาน ๆ ด้วยความรู้สึกแปลกหน้า . . .

เพราะความห่างหาย . . .

หาก . . .

สิ่งเดียวที่รู้ และยึดเหนี่ยวกันเอาไว้ สายเลือดเดียวกัน นี่คือสายเลือดที่ผมมีอยู่กระมัง แต่ก็นับว่าห่างออกไป เพราะภาระหน้าที่ของแต่ละคนที่แตกต่างกันออกไป

“หลวงพ่อสบายดีมั้ย” อาดูสูงวัยมากขึ้น แกค่อย ๆ ตักข้าวป้อนไอ้ตัวเล็กที่กำลังวุ่นได้ใจ

“ก็ดีครับ เพิ่งแวะไปหาก่อนมานี่”

“สงสัยไม่สึก”

“ไม่ต้องสงสัยเลย แน่นอนที่สุด” ผมมองหน้าไอ้ตัวเล็ก ก่อนยื่นนิ้วมือไปสัมผัสมือเล็ก ๆ ที่ยื่นมา

มือนั้นเล็ก . . .

หากแต่อบอุ่น ยามมือเล็ก ๆ กำนิ้วมือผมเอาไว้ ผมบอกไม่ถูก ว่ามีความสุขขนาดไหน ผมยิ้มกับน้องตัวน้อย เด็กน้อยยิ้มกว้าง ยังไม่มีฟันเสียด้วยซ้ำ เด็กดูสดใจ

“ชอบเด็กก็รีบแต่งเมียเข้าจะได้มีลูกเสียสักที จะได้รู้เองว่าเวลามีลูกมันสุขขนาดไหน” อายิ้ม

“ตัวเองยังเอาไม่ค่อยรอด”

“พูดเข้า สมบัติพ่อทิ้งไว้ ชาตินี้ก็ใช้ไม่หมด ทำไมไม่ลาออกแล้วมาดูแลกิจการเองล่ะ ปล่อยให้คนอื่นทำ ไว้ใจได้เหรอ”




“ก็เอาเท่าที่เหลือไงครับ ทำเองเป็นเสียที่ไหน ตั้งแต่เกิดมา ไม่เคยไปยุ่งเลย อีกอย่าง จ้างบัญชีมาคุม ไอ้คนคุมก็เพื่อนกัน มันจะโกงเพื่อนก็ตามใจละครับ”

“ว่าได้หรือ ของแบบนี้ ยามขาดมือ เงินน่ะ ไม่เข้าใครออกใครหรอกนะอาร์ม” อาสอน ผมรู้ อาห่วงผม

“ครับ”

“แล้วโกเป็นไงบ้าง ไปอยู่ด้วยกันมิใช่หรือ”

“ครับ จบ ปวส. แล้วล่ะครับ”

“ดีแล้วล่ะ ถ้าขืนอยู่ที่นี่ ป่านนี้ไม่รู้เสียผู้เสียคนขนาดไหน เอาน้องไปเรียนก็ดี ได้บุญดี แล้วจะเรียนจนจบตรีมั้ยนั่น”

“เห็นว่าสมัครสอบราชมงคลกับพระจอมเกล้าฯ น่ะครับ”

“เรียนดีมั้ยล่ะ”

“หัวดีกว่าผมอีก”

“เหรอ เสียดาย พ่อไปทาง แม่ไปทาง น่าสงสาร” อาถอนหายใจ เหมือนมีอะไรในใจ ผมได้แต่นิ่งเงียบ ไม่รู้เรื่องที่อากำลังคิด

“ธรรมดาครับ เด็กที่โตมาจากความแตกแยก หากรู้จักเอาตัวรอดก็ได้ดิบได้ดี แต่หากทำตัวมีปัญหาตามก็แย่”

“โกมันโชคดี อาร์มของอาปั้นเอาไว้สวย”

“ผมไม่ได้ทำอะไรนี่ครับ ถ้าเขาถามผมก็ตอบเท่าที่ผมจะให้คำแนะนำได้ ไม่รู้สิครับ ผมว่า ถ้าไม่เรียนจะยิ่งลำบาก โลกสมัยนี้หมุนไปเร็ว ขนาดคนที่เรียนยังตามไม่ค่อยทันเลย”

“ดูแลน้องดี ๆ ล่ะ ความหวังของคนทั้งบ้านเลยนะนั่น รู้จักไม่ใช่หรือ ตาเจนน่ะ”

“พ่อป้าภา”

“นั่นแหละ ตาแกมีลูกแปดคน ลูกไม่มีใครเรียนสักคน มารุ่นหลานไม่มีใครเรียนอีก ถ้าโกเรียนจบนี่ถือเป็นคนแรกของตระกูลเลยนะที่จบปริญญาตรี ความหวังของทุกคนในบ้านเลยนะอาร์ม ยังไงก็เข็น ๆ น้องมันหน่อย”

“ผมจะทำเท่าที่ทำได้แหละครับ เดี๋ยวนี้ทุนเมืองเริ่มกลืนทุนดั้งเดิม สัญญาณหายนะแห่งเมืองท่องเที่ยวล่ะครับ”

ผมจบการท่องเที่ยวมานี่ครับ . . .

แล้วก็ยังอยู่ในแวดวงที่ต้องสัมผัสกับนักท่องเที่ยวอีก เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นเรื่องที่เคยเกิดมาแล้วกับแหล่งท่องเที่ยวดัง ๆ ของประเทศ คนไทยไม่เคยศึกษาความล่มสลายของวัฒนธรรมดั้งเดิม




“นั่นนะสิ ดูแต่คนแถวนี้สิ ขายที่ให้นายทุน เมืองเจริญขึ้นทุกวัน ค่าครองชีพของเมืองท่องเที่ยวถีบตัวสูงอย่างรวดเร็ว แต่คนมีรายได้เท่าเดิม”

อาเหมือนจะปลง . . .

ภาครัฐเคยยื่นมาเข้ามาถึงหรือ นอกจากจะโฆษณาตีปี้บปีนี้นักท่องเที่ยวมากกว่าสิบล้าน . . . คุ้มมั้ยกับนักท่อเที่ยวเงินน้อยที่ผลาญทรัพยากรการท่องเที่ยวแบบนี้

“ธรรมดาครับอา เมืองไทยตอนนี้กลายเป็นสังคมบูชาเงินเต็มรูปแบบ”

“นั่นนะสิ ห่วงแต่พวกตัวเล็กมัน” แววตาจริงจัง

“ทำไมเหรอครับ”

“อาร์มไม่เห็นหรือ ที่นี่เปลี่ยนแปลงไปทุก ๆ ปี แล้วช่วงฤดูเที่ยวก็ไม่เกินสี่เดือน เป็นช่วงเก็บ แต่ก็นั่นแหละอาร์ม ทุนจากเมืองมันหนา สายป่านเขายาว ไอ้เราไม่ปรับตัว ไม่หาทุนมาเพิ่มก็มีแต่ตายกับตาย”

“อาหมายถึงกู้แบงค์มาเหรอครับ”

อาปูมองหน้าผม พยักหน้าแทนคำตอบ . . .

“ดูทำหน้าเข้า ธุรกิจนะอาร์ม ไม่มีใครเอาเงินสดไปลงทุนหรอก เขากู้เอาทั้งนั้นแหละ ในแวดวงธุรกิจ ไม่มีหนี้ไม่มีเครดิตรู้ไหม”

“แต่มันก็คือหนี้”

“เอ้า มีหนี้มากเครดิตมากนะอาร์ม หากเราไม่ขาดส่ง ปีหน้ากู้เพิ่มได้อีก คนที่อยู่บนหลังเสือนะอาร์ม จะลงจากหลังเสือมันลำบาก ลงแบบไหน ลงอย่างไร ไม่ให้ตัวเองเจ็บ หรือตายจากเสือที่คอยตะปบ”

“ครับ ผมจะจดจำเอาไว้ เวลาต้องลงจากหลังเสือ” ผมยิ้มให้อา



เช้าวันต่อมา ผมไปที่บ้านป้าภา ในขณะที่รีสอร์ทคนอื่นปรัปรุงเพื่อให้ทันต่อโลก แต่ของป้ากลับดูทรุดโทรม ทั้ง ๆ ที่มันน่าจะได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นกว่านี้ ในช่วงที่รีสอร์ทต่างแข่งขันเพื่อการอยู่รอด
“น้องอาร์ม กินอะไรมาหรือยัง”

“ยังครับ ทำอะไรครับหอมเชียว” ผมชะโงกหน้าไปดูในกระทะ

“ฉู่ฉี่กุ้งแม่น้ำ”

กุ้งแม่น้ำตัวโต ๆ สีแดงออกส้ม นอนสะดุ้งไฟในกะทะที่อุดมไปด้วยน้ำพริกแกงหอมกรุ่น ป้าภาเบาไฟ ก่อนใส่ใบมะกรูดหั่นฝอยกับพริกชี้ฟ้าแดง ก่อนตักใส่จานราดด้วยนมสด แล้วไปวางรวมกับอย่างอื่นบนโต๊ะ





“ทำเสียเยอะหลายอย่างเชียวนะครับ โกไปไหน ยังไม่ตื่นเหรอ”

“ไปวัด ไปรับอาจารย์”

“อาจารย์” ผมทวนคำ ไม่เข้าใจ อาจารย์ที่ไหน

“โน่นมาพอดี นั่นแหละอาจารย์”

ผมหันไปตามเสียงจอดมอเตอร์ไซด์ คนที่ซ้อนมันมา เป็นนักบวช ผมไหว้เมื่อท่านเดินเข้ามาถึงที่รับรองแขกด้านหน้า

“นิมนต์ก่อนค่ะท่าน”

“คนนี่หรือโก ที่โกไปอยู่ด้วย” ท่านมองมาทางผม หากหันไปถามโกเมศวร์ ผมนั่งกับพื้น ยังไม่รู้จักนี่หว่า ไม่คุ้นหน้า ไม่ใช่พระที่จำวัดที่นี่แน่ ๆ เพราะพระที่วัดผมรู้จักทุกรูป ถึงจะแค่รู้จักหน้าก็เถอะ

“โก เอาอาหารไปถวาย” ป้าภาร้องบอกลูกชายคนเดียว

ผมมองสิ่งที่ป้าภาทำ อาจจะนิมนต์ท่านมาฉันเช้า แต่ด้วยอะไรก็ตามแต่ สิ่งที่ผมสังเกตเห็น . . . สายตา

คำพูดหากเราไม่พูด . . .

. . . ไม่มีใครรู้ . . .

แต่ . . .

สายตา มันสามารถปกปิดสิ่งที่มันซ่อนเร้นอยู่ในสายตาได้หรือ ผมได้แต่สังเกตมอง หากแต่สมองคิด ความคิดในแง่ลบ สำหรับผม มันน่าจะเรียกว่า . . . อกุศล

ผมไปที่นั่นสามเช้า . . .

. . . ภาพที่ผมเห็นเฉกเช่นดิม

วันที่ผมกลับ . . .

โกมันกลับมาพร้อมผม โดยมีอาจารย์กลับมาด้วย เมื่อมาถึงท่ารถตู้ ที่เดี๋ยวนี้เปิดให้บริการแทบทุกชั่วโมง อาจารย์ใช้มือหยิบเงินในย่ามส่งให้โกเมศวร์

ผมขมวดคิ้ว . . .

. . . หลวงพ่อ . . . ก็เป็นพระ

หากท่าน . . . มิเคยใช้มือจับปัจจัยเลย

ทุกอย่างผ่านซองขาว ๆ ทั้งนั้น ยามใครเดือดร้อน ท่านจะเอาซองมาให้ แล้วให้เขาหยิบเอาเอง ท่านบอก

“. . .พระไม่ควรจับต้องสิ่งที่เป็นกิเลส แล้วปัจจัยนะญาติโยมบริจาคมา ถึงเวลาญาติโยมเดือดร้อนก็ช่วยเหลือเท่าที่ทำได้ . . .”



“เอาไป”

ผมยื่นเงินให้ มันทำหน้าเหรอหรา มองเงินในมือ มองหน้าผม แบบที่ผมเองก็ไม่เคยเห็นมันเป็นแบบนี้มาก่อน

“อะไรพี่”

“ค่ารถ”

“อ๋อ อาจารย์ออกให้แล้ว” มันยิ้ม

แต่ . . .

ผมจับใบแดง ๆ สองใบยัดในกระเป๋ากางเกง ก่อนขึ้นไปนั่งบนรถ ผมนิ่งเงียบมาตลอดทาง หลายสิ่งหลายอย่างทำให้ผมเริ่มคิด สายตานักบวชที่มองผม ไม่เห็นเหมือนพระที่วัดมองผมเลย

หรือ . . .

. . . .ท่านเห็นอะไรในตัวผม

หากท่านเห็นอะไรในตัวผม . . .

มีหรือที่ผมจะไม่เห็นอะไรในแววตาของท่าน อย่างที่ผมบอก สายตามันไม่สามารถที่จะปกปิดความรู้สึกที่อยู่ในหัวใจได้ ผมมีหัวใจ มำไมผมจะมองแบบที่ผมมอง และคิกแบบที่ผมคิดไม่ได้ล่ะ

เมื่อมาถึงเชียงใหม่ . . .

. . . อีกครั้งที่ผมเห็น นักบวชท่านนั้นใช้มือหยิบธนบัตรราคาสูงสุดอีกครั้ง ส่งให้โกเมศวร์ สิ่งเดียวที่ผมทำได้ ละสายตาจากภาพนั้นเสีย

ผมมองด้วยความอิจฉาหรือ . . .

. . . ไม่ใช่แน่ ๆ . . .

แต่ผมกลัวมากกว่า . . .

. . . นักบวชท่านนั้นมาลงที่อยุธยา . . .

โกเมศวร์มันบอกให้ผมไปนั่งกับมันแทนที่นักบวช แต่ผมมีความรู้สึกว่าอีกแค่ไม่นานก็ถึงรังสิตแล้ว ผมไม่จำเป็นต้องไปนั่งทับที่ของใคร สิ่งที่มันวกวนอยู่ในสมองของผมตอนนี้ต่างหากที่มันรบกวนจิตใจผมอยู่ตลอดเวลา

หรือ ?

ผมคิดมากไปเอง . . . .

“นี่ซองอะไรเหรอ” กลับมาถึงบ้าน ผมรีบเอาเสื้อผ้าจากเป้ ผมต้องค้นหาสิ่งที่ผมอยากรู้ให้ได้ ซองสีขาวในกระเป๋ากางเกงของโกเมศวร์





“ซองเงิน” มันบอก

“เงินไรว่ะ”

“อาจารย์ให้มา”

“เอามาทำไม เงินเขาทำบุญ”

“อาจารย์เขาให้” มันเสียงอ่อย คงรู้ ผมตำหนิมันทางสายตา

. . . ผมไม่พอใจ . . .

ทำไมเหรอ ผมอิจฉานักบวชที่ให้เงินมันหรือ ไม่ใช่แน่ ๆ แต่สิ่งที่มันยังค้างคาในหัวใจผมต่างหาก ผมได้แต่เก็บเรื่องนั้นเอาไว้ เหมือนไฟที่มันสุมอยู่ในหัวอก มันร้อนรุ่มไปหมด

“พี่อาร์ม ผมไปพัทยานะ” มันโทรมาบอกผม หลังจากที่เรากลับมาจากบ้านไม่ถึงอาทิตย์

“ไปกี่วัน”

“คืนเดียว”

“ไม่มีเรียนเหรอ”

“ผมโทรลาแล้ว” เสียงมันอ่อนลงเมื่อผมถามมันถึงเรื่องการเรียน

หน้าที่ของมันมิใช่หรือ ?

สำหรับผม หน้าที่ต้องมาก่อนสิ่งอื่นใดเสมอ แล้วมันไม่รู้จักกับคนอย่างผมเลยใช่ไหม ว่าการที่มันทิ้งหน้าที่ของตัวเอง ผมจะรู้สึกเช่นไร

หรือ . . .

บางที่ ค่าความรู้สึกของผม สำหรับมัน ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน

“ไปทำไมเหรอ มีเรื่องด่วนหรือ”

“อืม มีคนนิมนต์อาจารย์ไปงานเปิดร้านพรุ่งนี้ ผมเลยขับรถไปให้”

“อาจารย์ไหนว่ะ”

“ก็อาจารย์ที่แม่ไปบวชที่วัดไง ที่กลับมาพร้อมเราวันนั้นไงพี่ จำไม่ได้เหรอ ท่านให้ผมช่วยขับรถไปให้”

ผมกดวางสาย . . .

. . . ก่อนปิดเครื่องทันที

อารมณ์ในตอนนั้นมันพุ่งมาสุดขีดแล้ว ปกติมันไม่เคยขาดเรียน ยกเว้นตอนงานของแม่ผม แต่วันนี้เมื่อมีอีกคนเข้ามาในชีวิต มันยอมขาดเรียน คนที่ทำให้มันขาดเรียนได้ แสดงว่าสำคัญต่อชีวิตของมันมาก

หรือ . . .

. . . ผมรีบสลัดความคิดชั่ว ๆ ในสมองทิ้งทันที




อะไรที่มันยังไม่แจ่มชัด อย่าเพิ่งด่วนสรุป . . . .

แล้วผมก็เห็นซองแบบเดิมกับที่ผมเคยเห็นอีกครั้งหลังจากที่มันกลับมาจากพัทยา คราวนี้ความคิดของผมเตลิดไปไกล มีสองทางในตอนนั้นที่ผมคิดอยู่

ไม่มีใครหว่านพืชไม่หวังผล . . .

. . . บรรทัดฐานในตัวของผมเอง . . .

ผมเอามาเป็นเกณฑ์

เพราะในเมื่อตัวผมเองก็หวังผลจากการที่เอามันมาเรียน มีหรือที่คนอื่นที่เข้ามาแล้วทุ่มทุนสร้างแบบนั้นจะไม่หวังผล แต่จะหวังผลอะไรนี่สิมันยังเป็นเรื่องที่ผมคิดไม่ออก หรือจะเรียกให้ถูก ผมยังไม่อยากคิดอกุศลไปมากกว่านี้ . . .

. . . ของแบบนี้ต้องดูกันนาน ๆ . . .

แล้วอีกอาทิตย์ต่อมา มันโทรบอกผมจะไปเพชรบูรณ์อีก มันบอกอาจารย์ให้มันขับรถไปให้เพื่อจะไปเอาสมุนไพรอะไรบางอย่าง ผมน่ะอยากจะด่ามันใจแทบขาด แต่ผมยังไม่ด่ามัน ผมคงรอให้เวลามันสุกงอมมากกว่านี้กระมัง

แล้วก็เหมือนเดิม . . .

. . . ซองขาวในกระเป๋ากางเกงของมัน . . .

แล้วนี่มันขาดเรียนสองครั้งแล้ว ถึงจะขาดโดยการลาก็ตาม แต่ผมไม่ชอบ ผมเกลียดนัก คนที่ไม่รู้จักหน้าที่ของตัวเอง เราอาจมีน้ำใจกับคนอื่นได้ ไม่มีผิด แต่น้ำใจที่เรามีกับคนอื่นต้องมากลังหน้าที่ของตัวเอง

มนุษย์เราเกิดมาพร้อมหน้าที่ . . .

. . . คือสิ่งที่เราต้องรับผิดชอบต้องไม่เสีย หน้าที่ของการเป็นนักเรียน มันต้องรู้ตัวเอง หน้าที่หลักคืออะไร

แต่มัน . . .

. . . ละทิ้งหน้าที่หลักของตัวมันเอง

เดือนนั้น . . .

มันขาดเรียนสี่รอบ ซึ่งมันก็คงจะมากพอที่ผมต้องพูดเรื่องนี้เสียแล้ว มันอาจจะไม่คิดอะไร เพราะคนอย่างมัน มองโลกสวยงาม แต่คนที่ผ่านอะไรมามากมายแบบผม ไม่ได้มองแบบที่มันมองเป็นแน่แท้

ถ้าผมหวังอะไรจากมัน . . .

. . . มีหรือคนอื่นจะไม่หวัง . . .

แต่จะเป็นหวังอะไรนี่สิ




“รถใคร” ผมถามเมื่อเดินเข้ามาในบ้าน ผมจอดรถหน้าบ้าน เพราะในบ้านมีวีโก้คันใหม่จอดอยู่

“รถอาจารย์”

“ป้ายแดงนี่นะ”

“อืม เพิ่งออกวันนี้เอง พี่ดูสิ” มันยื่นเอกสารมาให้ผมดู ผมรับเอกสารที่มันส่งมาดู

เจ้าของรถ . . .

. . . นางวัลภา โชติช่วงชรินทร์ . . .

“ทำไมชื่อแม่”

“ก็อาจารย์เป็นพระซื้อรถไม่ได้”

“แล้วญาติพี่น้องทางโน้นไม่มีเหรอ”

“มี แต่แกไว้ใจแม่มากกว่า แกบอกให้โกเอามาใช้ก่อน ไว้เวลาแกไปไหน แกจะโทรมาบอก”

“หมายความว่าซื้อให้โกใช้” ผมมองหน้ามัน

“ครับ”

ผมยิ้ม . . .

ยิ้มที่ผมเองมองคนใต้ผ้าเหลืองไม่ผิด ผมไม่ได้รังเกียจศาสนา แต่ผมเกลียดคนที่อยู่ใต้เงาศาสนาแล้วไม่รู้จักการปล่อยปละละวาง สิ่งที่เป็นกิเลสทั้งหมด ผมมองหน้าโกมัน

“ว่าจะไม่พูด แต่วันนี้คงต้องพูดแล้วล่ะ”

“เรื่องอะไรพี่”

“อาจารย์ไง”

“ทำไมพี่”

“นี่โกโง่ถึงขนาดคิดอะไรไม่ออก หรือโกอยากได้จนลืมทุกอย่างที่มันเป็นความถูกต้องกันแน่ว่ะ” ผมเริ่มเสียงดัง

“ทำไมเหรอพี่ ทำไมพี่ต้องโวยวายขนาดนี้ด้วย”

“เออดิ ลองมาเป็นพี่สิ โกไปเอาของเขามา โกรู้จักเขาดีแล้วเหรอ หรือโกคิดว่าเขาเป็นพระ แล้วพระต้องดีทุกคนเหรอ พระที่ไหนจับเงิน พระที่ไหนให้เงินคนเดิมทุกครั้ง พระที่ไหนไปฉันข้าวที่บ้านสีกามั้งว่ะ เรื่องแบบนี้ต้องให้ป่าวประกาศให้อายเหรอ”

“พี่คิดมากไปป่าว อาจารย์เขาเอ็นดู”

“ระวังเหอะ สักวันเขาอยากดูเอ็นแก”

“พี่อาร์ม ทำไมพูดแบบนี้ พี่อย่าคิดว่าเขาจะเหมือนพี่สิ” มันเถียงผม มันมองหน้าผมนิ่ง

ใช่ ผมเอ็นดูมัน จนอยากดูเอ็นมัน และผมก็ทำได้ คำที่มันย้อนกลับมา ความจริงทั้งหมด ความจริงที่ผมทำดีกับมันเพื่อให้มันมาย้อนด่าผมแบบตอนนี้ไง



ผมมองหน้ามันด้วยสายตาที่รังเกียจ หรืออาจจะเรียกว่า ไม่สามารถรับความจริงที่มันพูดได้มากกว่า

“เดี๋ยวนี้เถียงเหรอ ที่พูดนะเพราะหวังดี ได้ ในเมื่อสอนไม่ได้ ว่าไม่ได้ ก็ไม่ต้องสอนกันอีก แต่ลองคิดดูแล้วกัน โกมาอยู่กรุงเทพฯ เพราะอะไร เพราะโกต้องเรียน แล้วทำไม เดือนที่แล้ว โกขาดเรียนไปกี่วัน ถ้าไอ้นั่นเป็นพระที่ดี มันต้องรู้สิ เวลาไหนสมควรหรือไม่สมควร ไม่ใช่เรียกใช้ตะพึดตะพือขนาดนี้ ถ้าอยากได้เงินมากจนลืมไปว่ามาเรียน ก็ไป ไปขับรถให้พระอาจารย์โน่น จะมานั่งเรียนหาส้นตีนอะไร” ผมตะโกนใส่หน้ามัน โมโหอย่างที่สุด

ผมมองหน้ามัน แววตาผมเอ่อล้นด้วยอะไรบางอย่าง

“ก็เขาช่วยแม่”

“แน่ใจเหรอ โกคิดเหรอ คนที่ไม่รู้จักกันจะทำอะไรกันได้ โกรู้จักเขาดีเหมือนที่แกรู้จักพี่หรือ ทำไมว่ะ กับการไปขับรถ แล้วโยนเศษเงินที่ชาวบ้านยกมือท่วมหัวมาให้แก โกก็คิดว่าเขาเป็นคนดีเหรอ”

“เขาไม่ได้เป็นแบบนั้น”

“เจ็บแทน ทำไมเหรอ มีอะไรกับพระนั่นแล้วเหรอ”

“พี่อาร์ม” มันตะโกน มันมองหน้าผม ไม่เชื่อว่า ผมจะพูดอะไรแบบนั้นออกมาได้

ผมมองหน้ามัน ยามผมห้ามตัวเองไม่ได้ อะไรก็ขวางผมเอาไว้ไม่อยู่ ผมคิดวิเคราะห์แล้วจะบาปก็ยอมล่ะ

“ผมไม่ใช่คนดีนะครับ ผมมองออกใครดีหรือไม่ดีอย่างไร คนแบบนั้น ถ้าไม่หวังในตัวโก ก็หวังในแม่โก”

“พี่อาร์ม” มันจับตัวผมเขย่า

“พี่มีสติดี มีสติครบทุกอย่าง เรื่องที่พี่พูดวันนี้ มันอาจจะบาป ที่พี่คิดแบบนั้น แต่ถ้าวันนึง มันเป็นอย่างที่พี่พูด โกลองคิดดูใครจะบาปมากกว่ากัน พี่เอาโกมาเรียน เพราะอยากให้เรียน ไม่ใช่ไปหลงยึดติดกับสิ่งของที่ใครเขาเอามาหลอกล่อ”

“แต่ . . .”

“เรื่องของโก ถ้าแกคิดว่ารถนั่นสำคัญกว่าความรู้สึกของพี่ โกก็อยู่กับรถไปแล้วกัน” ผมมองหน้ามันนิ่ง




ผมเดินขึ้นไปบนห้องช้า ๆ ผมปล่อยไปหมดแล้ว ความรู้สึกนึกคิดตั้งแต่วันแรกที่ผมเจอกับนักบวชท่านนั้น มาถึงวันนี้ มันก็บ่งบอกอะไรได้พอสมควร ผมอาจจะคิดให้สิ่งที่ผมคิดมันผิด ให้ผมบาปที่คิดไปเองแบบนั้น

หาก . . .

ถ้าเรื่องที่ผมคิดเป็นจริง . .

. . . นักบวช . . . กับ แม่โก

หรือ . . .

. . . โกกับนักบวช

สองสิ่งที่ผมตั้งสมการขึ้นมาในใจ สมการที่แย่ ๆ ผมหลับตานิ่ง ผมขอบาปเองที่คิดไปในทางชั่ว ไม่อยากให้คนที่ผมรักต้องชั่วเพราะเป็นดังที่ผมคิด ความคิดมันอาจทำร้ายเรา ทำร้ายคนที่เรารัก

แต่ . . . ในสถานการณ์แบบนั้น

ผมผิดหรือที่คิดเสียงดังจนต้องทะเลาะกับโกเมศวร์ และนั่นคือทะเลาะแรกกระมัง แก้วที่เริ่มร้าว หากไม่ประสาน นับวันยิ่งยากจะดังเดิม . . .

“แดนเหรอ อยู่ไหนว่ะ”

“คอนโดพี่”

“นอนด้วยคนดิคืนนี้ ไม่อยากเข้าบ้าน”

“ได้สิพี่ ผมไม่ไปไหนหรอก”

ผมวางหูโทรศัพท์จากแดน . . . นี่คงเป็นครั้งแรกที่ผมไม่นอนบ้าน หลังจากมีโกมาอยู่ด้วย เพราะทุกครั้งไม่ว่าดึกขนาดไหน ถ้าโกมันอยู่ ผมจะกลับมานอนที่บ้านเสมอ

“พี่จะไปไหน” มันมองเมื่อเห็นผมเอาชุดทำงานใหม่ลงมาด้วย

“แกจะได้มีเวลาคิด ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมาทั้งหมด มันคืออะไร แล้วแกจำเอาไว้เลยนะไอ้โก . . . “ ผมเอามือชี้หน้าผม

“. . . นี่หน้าแบบนี้ คนแบบที่แกเห็นแกรู้จักมาตลอดหกปี มันมีความรู้สึก แล้วไอ้ความรู้สึกน่ะ . . .” ผมกลืนน้ำลายลงคอช้า ๆ

“. . เงินซื้อไม่ได้”

ผมยิ้มเยาะตัวเองมั้ง ก่อนหันหลังให้มัน ความอ่อนแอเข้ามาปกคลุมหัวใจอย่างที่สุดแล้ว น้ำตาไหลออกมาอาบแก้ม ด้วยความน้อยอกน้อยใจที่ผมคิดไปเอง เพราะความคิดมันบังคับกันยาก

เราบังคับความคิดได้ง่าย ๆ ก็ดีสิ . . .




“พี่อาร์ม” มันเรียกผม ดึงข้อมือผมเอาไว้

ผมหยุด . . .

“ปล่อย” เสียงผมอ่อนแรง

“คุยกันดี ๆ ไม่ได้หรือพี่อาร์ม”

“ดีที่สุดแล้วโก ดีที่สุดแล้ว” เสียงผมแหบพร่า

“มันต้องไม่ใช่แบบนี้สิพี่อาร์ม”

“ปล่อยเหอะ เราอยู่ห่างกันสักคืน บางทีไอ้ที่มันอึมครึมอยู่อาจผ่านไปด้วยดี พี่อยู่ตรงนี้ต่อไป มันก็ไม่มีวันจบสิ้นหรอก” ผมบอกมัน ขยับข้อมือจากการพันธนาการจากมัน

มันค่อย ๆ ปล่อยผมอย่างช้า ๆ . . . .

เวลานั้น . . .

ผมไม่มีความรู้สึกอยากอยู่แม้แต่นิดเดียว ผมอยากออกไปให้ไกลจากตรงนั้นมากที่สุด ยิ่งเห็นวีโก้ป้ายแดง ยิ่งเกลียดนักบวชคนนั้นจับใจ ของที่ได้มาจากการยกมือไหว้ท่วมหัวของคนอื่น ผมบอกตามตรง

ผมรังเกียจ . . . รังเกียจมากที่สุด





Create Date : 12 มกราคม 2553
Last Update : 12 มกราคม 2553 13:50:32 น. 4 comments
Counter : 284 Pageviews.

 
สวัสดีตอนเช้าๆ คับ
วันอังคารแว้วว อีกแป๊ปเดียวก็จะได้หยุดแล้วเนอะ ^^


โดย: ผมชอบกินข้าวมันไก่ วันที่: 12 มกราคม 2553 เวลา:13:46:00 น.  

 
ซีเรียสได้ใจ.. เลยอ่าค่ะตอน ๑๗ เอาไปอีก ๑ เม้นท์นะค่ะ


โดย: ผู้หญิงมากฝัน (maesnake ) วันที่: 12 มกราคม 2553 เวลา:16:15:44 น.  

 
เอาแบลคกราวออกแล้วอ่านง่ายหน่อย

อิอิอิ


โดย: นนท์ปวิชญ์ วันที่: 12 มกราคม 2553 เวลา:16:23:27 น.  

 
อยากไปเกาะเต่ามานานแล้ว พลาดทุกที


โดย: kp ข้าวโพด วันที่: 12 มกราคม 2553 เวลา:23:55:17 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

นนท์ปวิชญ์
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add นนท์ปวิชญ์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.