Group Blog
 
<<
มกราคม 2553
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
19 มกราคม 2553
 
All Blogs
 

[ FD 3200 ] รั ก ฤ ๅ ผู ก พั น ฯ # ๓๐ #

**คำเตือน**




เรื่องนี้ . . .





เป็นเรื่องแต่งขึ้นเพื่อสร้างความบันเทิงเท่านั้นไม่เกี่ยวข้องกับบุคล หรือเหตุการณ์ใด ๆ ที่เกิดขึ้นในบรรณภิภพนี้ ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณในการอ่านอย่างมากถึงมากที่สุด



ปล. เป็นเรื่องแต่งมิได้เกี่ยวข้องใด ๆ ต่อ เจ้าของบล๊อก







ต อ น ที่ ๓ ๐




ผมไม่เคยเข้าใจมัน หรือเพราะผมไม่เคยมองไปให้ถึงหัวใจของมันกันแน่ ผมทำอะไรอยู่ ผมได้แต่ร้องไห้ ทำไมผมต้องเป็นแบบนี้ด้วย ผมไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจตัวเอง หรือเพราะตอนนั้น ผมไม่เคยรักตัวเอง

ที่ผมบอกว่ารักมัน . . .

. . . ผมเคยรักมันจริง ๆ หรือเปล่า ?

ผมได้แต่ถามตัวเอง . . .

หากแต่ไม่มีคำตอบหรอก จะมีได้อย่างไร คนทีสติแบบผมมีสติหรือ ผมมีสติ คงไม่คิดจะทำแบบนั้นอีกเป็นครั้งที่สอง

เมื่อรถข้ามสะพานพระนั่งเกล้ามา มันเหยียบด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้น เพราะดึกแบบนี้แทบจะไม่มีรถ ตอนนั้นผมรู้แค่ว่า ทำไมหัวใจผมมันเจ็บปวดแบบนี้ก็ไม่รู้ มันเจ็บเหลือเกินแล้ว

ผมเปิดประตู ในขณะที่รถมันแล่นไปข้างหน้าอย่างกับพายุ . . .

“พอเหอะพี่อาร์ม อย่าทำอะไรแบบนี้อีกเลย” มันดึงเสื้อผมเอาไว้ พร้อม ๆ กับที่มันลดความเร็วลง มันจอดรถไว้ข้างทาง

มันกอดผมเอาไว้ . . .

. . . มันร้องไห้ . . .

แต่ตอนนั้น . . .

ผมมันสติแตกไปแล้ว ผมจะทนอยู่กับมันได้อีกหรือ ในเมื่อผมเองพยายามที่จะทำตัวเองให้เข้มแข็ง แต่ดูเหมือนกับว่ามันยิ่งทำ ยิ่งตอกย้ำให้ตัวเองรู้ว่า ผมไม่มีความเข้มแข็งหลงเหลืออยู่อีกแล้ว ผมมันแค่คนอ่อนแอคนนึงเท่านั้น




“อย่าทำแบบนี้เลยพี่ อย่าทำร้ายตัวเองอีกเลยพี่อาร์ม”

“แล้วพี่จะอยู่ไปเพื่ออะไร อยู่ไปทำไม มันเจ็บ มันทรมาน” ผมนะหรือ หนักกว่ามันด้วยซ้ำ ร้องไห้กับมัน

มันดึงผมไปกอดเอาไว้ แล้วมันขับกลับไปบ้านอย่างช้า ๆ . . .

“ทำอะไร” ผมถามมันเมื่อมันเดินตามผมเข้ามาในห้อง

“นอนไง”

“ไปนอนห้องโน้นเหอะ อยากอยู่คนเดียว”

“ไม่ได้ พี่โอ๋สั่งไว้ เดี๋ยวพี่ทำแบบเมื่อกี้อีก สองรอบแล้วนะพี่ ผมไม่ยอมให้พี่ห่างตาผมจนกว่าพี่โอ๋จะกลับมา” มันบอกผม

ผมจ้องหน้ามันนิ่ง

“แค่นั้นใช่มั้ย แค่คำสั่งไอ้โอ๋ใช่มั้ย ในความรู้สึกที่แท้จริงของโก เคยห่วงพี่บ้างมั้ย เคยอยากที่จะทำอะไรเพื่อพี่บ้างมั้ยโก” ผมเขย่าตัวมัน

“ไม่ตอบ แปลว่าไม่มี ใช่ ที่ผ่านมา มันไม่เคยมีค่าอะไรเลย มันไม่มีค่าอะไรสำหรับคนแบบโก”

“พี่อาร์ม เมามากแล้ว นอนเหอะ”

“เมาเหล้าไม่เท่าไหร่มั้ง แต่เมาชีวิตนี้สิ ที่ผ่านมาพี่คิดตลอด พี่ไม่เคยโกหกคนที่พี่รัก พี่ไม่เคยทรยศต่อเขา พี่ไม่คิด ไม่เคยคิดว่าเขาจะทรยศพี่ได้ ตอนนี้เป้นไงล่ะ สาสมใจหรือยัง สาสมกับที่อยากเห็นหรือยัง ที่เป็นแบบนี้สมแก่ใจที่พี่ทำเอาไว้หรือยัง เอาดิ ถ้ายังไม่พอ เอาเลย . . .” ผมเอามือไปจับมือมัน

ผมจับมือมัน ตบหน้าผม ตบมันแรง ๆ ให้สมกับความโง่ที่ทำอะไรลงไป ถ้าผมไม่เดินล้ำเส้นไปตั้งแต่คราวนั้น มันคงไม่มีใครต้องมาเจ็บปวดกับเรื่องแบบนั้น มันขัดขืน

“ไม่ตบเหรอ ได้ ไม่ทำ พี่ทำเอง”

ผมเอามือตบแก้มผมสุดแรง . . .

ไม่รู้กี่ครั้งที่ต่อกี่ครั้งที่แก้มผมโดนแรงตบจากมือตัวเอง มันเจ็บ มันชาไปหมด ผมทำไปเพื่ออะไรในตอนนั้น ทำไมผมไม่รักตัวเองเลย ทำไม่ศรัทธาตัวเองเลย ผมทำไปเพื่ออะไรกันก็เมื่อผมเองเลือกที่จะจบลงแบบนี้เอง แล้วผมจะทำแบบนี้เพื่ออะไรกัน

ผมไม่รู้ . . . ผมไม่รู้

ผมรู้แต่ว่า . . . ทุกสิ่งที่ผ่านมา ผมผิด ผมผิดเอง ผมผิดตั้งแต่แรก ผิดตั้งแต่ที่รักมัน ผิดตั้งแต่ที่ไม่ห้ามหัวใจตัวเอง

“พอเหอะพี่อาร์ม พอ” มันมากอดผมเอาไว้




ตอนนั้นผมเสียใจ . . .

. . . แล้วมันล่ะ . . .

มันเคยร้องไห้เหรอ ที่ผ่านมา มันเก็บความรู้สึกเก่งจะตาย แต่ที่มันกอดผมอยู่ตอนนี้มันร้องหนักกว่าผมเสียอีก มันกอดผมเอาไว้แน่น ราวกับว่า ผมจะจากมันไปตั้งแต่ตอนนั้น

ผมแยกไม่ออกหรอกว่าอันไหนคือน้ำตาของผม . . .

. . . หรือ . . .

ส่วนไหนกันแน่ น้ำตาของมัน มันปนเปกันไปหมด ใบหน้ามันจดอยู่บนใบหน้าผม แบบนี้หรือ . . . ความรัก

มันมีแต่ความเจ็บปวดทรมานแบบนี้เอง

“โกกลับมาอยู่บ้านนะ กลับมาอยู่กับพี่”

ส่วนลึกที่สุดในตัวของผม ความปรารถนาที่ผมมี สิ่งนี้กระมัง ผมบอกกับมัน ในตอนที่เรานิ่งเงียบกันนาน ผมนอนซุกในอ้อมกอดของมัน

ถ้า . . .

วันนั้นมันกลับมา . . .

. . . ถ้า . . . มันมาตามคำเรียกร้องของผม

วันข้างหน้าผมคงไม่เดินมาไกลขนาดนี้ . . .

ผมพร้อมที่จะทิ้งทุก ๆ อย่างที่ผมมี จะแปลกอะไร ในเมื่อผมรู้หัวใจตัวเอง มันอยู่ในหัวใจผมตลอดเวลา

เวลาที่ห่างกันผมรู้ ผมเจ็บ . . .

แต่ . . . พอผมเจอมัน ผมเจ็บยิ่งกว่า

ตอนนี้ . . .

ผมไม่อยากเสียมันไป ไม่อยากให้มันต้องจากผมไปอีกแล้ว ผมเจ็บเกินที่จะทนแล้ว มันเกินหัวใจดวงน้อย ๆ ของผมที่จะรับมันไหวอีก

“คืนนี้ได้ พรุ่งนี้ได้ แต่หลังจากนั้น พี่ต้องอยู่ให้ได้นะพี่อาร์ม พี่ต้องทำได้” มันกอดผมเอาไว้

มันเองก็แต่ทำไมเจ็บ . . .

แล้วทำไม . . .

. . . มันไม่กลับมาหาผม

“พี่ขอโทษนะโก พี่ขอโทษ กลับมาได้มั้ย กลับมาอยู่กับพี่ แล้วโกจะทำอะไรก็ได้ พี่ยอม ยอมทั้งนั้น”




“พี่อาร์ม อย่าเพิ่งพูดอะไรเลย นอนเถอะนะ”

“ไม่ . . . ไม่อยากนอน ไม่อยากหลับ กลัวว่าตื่นขึ้นมา แล้วพี่จะไม่ได้เห็นหน้าโกอีก พี่ไม่อยากตกใจตื่นมาโดยไม่มีโกแบบที่ผ่านมาอีก โกรู้มั้ยมันทรมานขนาดไหน เมื่อก่อน ก่อนนอนคนที่นอนตรงนี้ มีโก เวลาพี่ตื่นตอนเช้า คนที่พี่เห็นคือโก แล้วเดือนกว่าที่ผ่านมา พี่ตื่นมาพร้อมคราบน้ำตาทุกเช้า” ผมร้องไห้ เมื่อนึกถึงสิ่งที่ผ่านมา

“พี่อาร์ม เข้มแข็งไว้นะพี่ พี่ต้องผ่านช่วงนี้ไปให้ได้ ต้องผ่านมันไปให้ได้” มันกอดผมเอาไว้ มันเองก็ไม่แตกต่างไปจากผมหรอก

ผมไม่รู้หรอกว่าตอนนั้นระหว่างผมกับมัน . . .

. . . ใครเจ็บปวดมากกว่ากัน

“โกช่วยพี่ได้มั้ย ช่วยกลับมาอยู่กับพี่ได้มั้ย”

“อย่าเพิ่งพูดเรื่องนี้เลยพี่อาร์ม เรื่องบางอย่างมันต้องใช้เวลานะพี่ ตอนนี้ผมอยากให้พี่เข้มแข็ง อยากให้พี่ยืนให้ได้”

“พี่จะอยู่ได้อย่างไรถ้าไม่มีโก”

“ต้องได้พี่ ต้องได้ พี่ต้องอยู่ได้” มันซุกหน้าเข้ากับอกผม มันร้องเหมือนเด็ก ๆ ที่เสียใจอย่างมาก

สิ่งที่มันทำ ผมไม่เข้าใจเลย ไม่เข้าใจมันจริง ๆ . . .

ผมบอกตัวเองเสมอ . . .

. . . ผมรู้จักมันดี

แต่แท้จริงแล้ว ผมไม่รู้จักมันเลย ไม่รู้จักมันสักนิดเดียว ถ้าวันนั้นผมมองมันให้ลึกกว่านั้น ผมจะรู้ว่าแท้จริงแล้วเรื่องที่มันเกิดขึ้นมาทั้งหมด . . .

ใครกันแน่ที่ผิด . . .

คืนนั้น . . .

. . . มันนอนกอดผมเอาไว้ทั้งคืน . . .

หากรุ่งเช้า . . .

ผมปวดหัวแทบลุกไม่ขึ้น มันเหมือนคนเมาค้าง ทุกอย่างหนักไปหมด คล้าย ๆ มีใครเอาลูกตุ้มเหล็กมาวางทับไว้บนหัว มันปวดจนหัวแทบจะระเบิดออกเป็นเสี่ยง ๆ แล้วผมก็หนาว . .

แปลก . . . ไม่เปิดแอร์ หนาวได้ไงหว่า

“พี่อาร์ม กินข้าวเร็ว ทำกับข้าวเสร็จแล้ว มียำหมูยอด้วย ผมไปซื้อมายำเองเลยนะ อร่อยจริง ๆ รับรอง” มันมาเรียกผม ก่อนเที่ยงเล็กน้อย

“ไม่หิว” ผมส่ายมือไปในอากาศ




“ลุกกินสักหน่อยค่อยนอนต่อ”

“ไม่อ่ะ เมาค้างแน่เลย ขอนอนก่อนนะ แล้วไม่ต้องเรียก เดี๋ยวเย็น ๆ ตื่นมา คงหาย” ผมบอกกับมัน ก่อนหลับตาลงอีก

“เอางั้นหรือพี่”

“อือ”

“ก็ได้ งั้นพี่นอนนะ เดี๋ยวผมลงไปซักผ้าให้พี่นะ ใส่ไว้ไม่ยอมซักเลย กางเกงในมีเหลือแค่สองตัวแล้ว เดี๋ยวก็ไม่มีใส่หรอก”

เสียงมันบ่น หากผมน้ำตาไหล . . .

ทุกอย่างที่เคยผ่านมา มันกำลังกลับมาอีกครั้งกระนั้นหรือ หากแต่อาการเมาค้าง กับที่ผมร้องไห้เกือบทั้งคืน ทำเอาผมหลับไป ผมหลับไปนานแค่ไหนไม่รู้ . . .

. . . รู้เพียงแต่ว่ามารู้สึกตัวอีกทีบนเตียงแคบ ๆ

ผมพยายามปรับสายตา . . .

โรงพยาบาล . . . ผมบอกตัวเองช้า ๆ ที่หลังมือข้างซ้ายคล้ายมีอะไรฝังอยู่ในเนื้อ ผมมองดู สายน้ำเกลือ . . . นี่ผมเป็นอะไร

“โอ้ย . . .” ผมขยับตัว แต่รู้สึกมึนหนักไปอีก

“ฟื้นแล้ว พี่โอ๋ พี่อาร์มฟื้นแล้ว” มันมาประชิดผมที่เตียง

“กูเป็นอะไร” ผมไอ เหมือนคอแห้งเสียเหลือเกิน

“ไงล่ะมึง แม่งต้องให้กูกับน้องมึงแบกมาโรงพยาบาลเลยนะ. . .” มันยิ้มให้ผม ก่อนเอาน้ำใส่แก้วมาให้

“. . .เบา ๆ นะมึง อย่าเพิ่งสำลักน้ำตายไปเสียก่อน” ไอ้เพื่อนรักมันเอาน้ำให้ผมกินช้าๆ

“ไอ้เหี้ยยังไม่อยากตาย”

“ปากดี ทีเมื่อคืนอยากตายซะงั้น เล่นเอากูใจหายแว๊บ หัวใจแทบหยุดเต้น”

“ไม่ใช่กูแล้วที่มึงเห็นนะ” ผมยิ้มให้มัน เพื่อนที่ไม่เคยทิ้งผมไปเลย

“เออ ปากดีให้พอเหอะมึง ดีนะที่กูแวะไปเมื่อบ่าย ไอ้โกมันบอกมึงเมาค้าง กูติด ๆ ในใจเลยขึ้นไปดู สัสเอ้ย ตัวร้อนอย่างกะไฟ แถมเพ้อ เรียกหาแต่แม่ กูงี้หัวใจหล่นตาตุ่ม ไอ้โกเลยช่วยกูแบกมานี่ไง”

มันเล่าให้ฟัง . . . ผมมองหน้ามัน อำกูหรือนี่ ผมเป็นอะไรไปขนาดนั้นเลยเหรอ ผมมองหน้ามันอีกครั้ง เพื่อให้มันบอกว่า แน่ใจในสิ่งที่มันพูด

“กูพูดจริง สาบาน ตกใจชิบหายเลย”

“แล้วหมอบอกเป็นไร”




“อ่อนเพลีย พักผ่อนน้อง แอลกอร์ฮอร์ในเลือดมาก เครียดหมอให้ยาคลายเครียดไปแล้ว ห้ามเครื่องดื่มที่มีแอลกอร์ฮอร์ ให้นอนดูอาการคืนนึงก่อน”

“ขอบใจนะโว้ย”

“เออ ไม่เป็นไร แต่ถ้าให้ดี ขอบใจคนแบกมาดีกว่า” มันหันไปทางโกเมศวร์

ผมมองหน้ามัน . . .

ไม่รู้สิ ผมไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรดี ทุกอย่างที่มันเกิดขึ้นในชีวิตของผม ความจริงหรือความฝันกันแน่ . . .

ยิ่งมันดีกับผมมากเท่าไหร่ . . .

. . . ผมยิ่งเจ็บปวดที่ทำแย่ ๆ กับมัน



หลังจากเหตุการณ์ในครั้ง ไอ้เพื่อนรัก มันไม่ปล่อยให้ผมคลาดสายตาอีกเลย มันคุมแทบจะเรียกว่าทุกฝีก้าวก็ได้ เพราะถ้าวันไหน มันเข้ากะที่ไม่ตรงกับผม มันก็จะให้ไอ้แดนมานอนเป็นเพื่อนผม

มันกลัว . . .

. . . กลัวว่าผมจะคิดสั้นอีก

แต่สำหรับผม คงไม่มีเหตุการณ์แบบนั้นอีกแล้ว เพราะผมเมื่อผมหายเมา ผมมานั่งทบทวนดู ผมขนลุกเกรียว

. . . ผมไม่อยากเชื่อว่าผมทำแบบนั้นลงไปได้อย่างไร

ส่วนโกเมศวร์ . . .

มันค่อย ๆ หายไปจากชีวิตผมช้า ๆ เหมือนตะกอนที่ค่อย ๆ นอนลงเมื่อน้ำเริ่มนิ่ง มันไม่โทรมา และผมเองก็ไม่ได้โทรไปหามัน ทั้ง ๆ ที่ผมคิดถึงมันใจแทบขาด

แต่ . . .

ผมไม่เจ็บปวดแบบที่ผ่านมา ไม่เจ็บปวดเหมือนตอนวันที่มันเดินออกไปจากบ้าน . . .

ผมควรหยุด . . .

. . . หยุดทำร้ายคนที่ผมรักได้แล้วกระมัง

. . . และ . .

เพราะเหตุการณ์ครั้งนั้น . . .

ทำให้ผมรู้ . . .

. . . ความรักมันอยู่รอบๆ ตัวเรานี่แหละ





คนที่รักกัน . . . ไม่จำเป็นที่จะต้องอยู่ด้วยกัน แต่เราคงต้องใช้เวลาอีกสักระยะ ที่จะลืมมัน สิ่งที่ผ่านมามันเกิดจากการใช้เวลา การที่เราจะลืมอะไรสักอย่าง ก็ต้องให้เวลาเหมือนกัน

บางที . . .

. . . การห่างหาย

อาจจะทำให้เรารู้จักหัวใจของตัวเองได้ดีขึ้นก็เป็นได้ . . .

อีกไม่นาน . . .

ผมก็ห่างจากคนที่ผมรักแล้ว บางทีการเดินจากไปของผมคราวนี้ อาจจะทำให้เรื่องร้าย ๆ มันดีขึ้นมาก็ได้ ทุกคนต่างได้รู้ในสิ่งที่ตัวเองเป็น ผมคงจะไปทำงานอย่างมีความสุข อย่างน้อยสิ่งที่ติดในหัวใจผม มันก็น้องลง

ผมรู้แค่ . . . ผมต้องเดินไป เพื่อตัวผมเองในวันข้างหน้า

“พี่อาร์ม”

“อืม พี่โอ๋จะบวชนะ วันที่ยี่สิบนี้ รู้หรือยัง” ผมกรอกเสียงไปตามสาย

“ยังเลยครับ”

“บวชที่ธาตุพนม ไกลอยู่ แต่บอกเอาไว้ เดี๋ยวหาว่ามีอะไรไม่บอก” ผมโทรหามัน หลังจากที่พยายามหาเรื่องที่จะคุยกับมัน แต่ไม่รู้จะคุยกับมันเรื่องอะไรดี

“ครับ . . .” มันตอบมา

แปลก . . .

ตอนนี้มันเหมือนคนแปลกหน้าของผมไปแล้ว มันไม่ใช่คนที่รู้จักกันอีกแล้ว

ไม่ใช่พี่ . . .

. . . ไม่ใช่น้อง หรืออาจเพราะเวลาเดือนกว่า ๆ มันทำให้ผมลืมสิ่งที่เคยทำกันมาหมดไปแล้ว เวลาสั้น ๆ ทำให้เราลืมกันได้ง่าย ๆ หรือ

ไม่ใช่หรอก . . .

เพียงแต่เหมือนว่าตอนนี้ทั้งมันและผมมีอะไรในใจมากกว่า สิ่งที่ทั้งมันและผมถอยมายังจุดที่จะมองอีกฝ่ายมากกว่า

สำหรับผม . . .

ผมรู้แค่ ไม่อยากทำร้ายมันอีกแล้ว ผมเหนื่อยเกินกว่าที่จะทำร้ายคนที่ผมรักได้อีก ไม่อยากได้ อยากมี อยากดึงมันมาอยู่ใกล้ ๆ ผมเหมือนเมื่อก่อนอีก อาจเพราะผมต้องทำใจให้เย็นลง เพราะผมมีเวลาอีกไม่นาน

หาก . . . ผมตัดมันไม่ได้

. . . ไกลสุดฟากฟ้า . . .




ก็ทรมานเจียนตาย แล้วผมจะอยู่กับความทรมานไปจนตายได้หรือ

“กินข้าวหรือยัง”

“เรียบร้อยแล้วครับ พี่อาร์มละครับ”

“กินมาจากที่ทำงานแล้ว จะนอนแล้วล่ะ พรุ่งนี้มีธุระแต่เช้า อย่านอนดึกมากนักล่ะ แค่นี้นะ”

“เดี๋ยว . . .”

“อะไรหรือ”

“อย่ากินเหล้าอีกนะ มันไม่ดีพี่”

“อือ”

ผมวางสายจากมัน ผมยิ้ม ผมไม่ได้ทุรนทุรายที่ไม่มีมันอยู่ใกล้ ๆ ผมมีความสุขกับการได้คุยกับมัน ได้ยินเสียงของมัน

เวลา . . .

. . . . เป็นสิ่งที่สอนให้รู้

ของบางอย่าง . . . อยู่ที่ระยะเวลาของมัน

สิ่งใดก็ตามแต่ มีระยะเวลา บางทีในตอนที่มันร้อนเราไม่ควรเข้าไปจับ หากแต่ต้องใช้เวลาสักระยะ ให้มันค่อย ๆ เย็นลงก่อน แล้วเราค่อยแตะ

เวลามันสอนให้ผมรู้จักความหมาย . . .

. . . ใกล้ใจ แม้ไกลตัว . . .



ตอนนี้ผมไม่ได้ไปทำงานที่เดิมแล้ว เพราะผมลาออกเรียบร้อยแล้ว ผมมีเวลาอีกไม่มากในเมืองไทย ผมยังไม่ได้ตระเตรียมข้าวของอะไรเลย ผมรู้เพียงแต่ว่า มีอะไรบ้างที่ผมควรจะเอาไป สิ่งที่ขาดไม่ได้ แลปท้อป เพราะบริษัทแจ้งเอาไว้แล้วตั้งแต่ต้น ว่ามีการสั่งงานผ่านเน็ท และ หากมีการเปลี่ยนแปลงก็จะแจ้งผ่านมือถือ

ตอนนี้ผมยืนอยู่ริมตึกใหญ่แถวสุขุมวิท . . .

. . . บริษัทเรียกเข้ามาเซ็นสัญญา

ผมสูดลมหายใจเข้าปอด ชีวิตผมเมื่อเดินก้าวเข้าไปในตึกแห่งนี้ ผมจะเปลี่ยนไปแล้ว ทุกอย่างที่กรุงเทพฯ จะกลายเป็นอดีตไปหมด ผมจะเริ่มชีวิตใหม่ เริ่มชีวิตการทำงานที่หลายคนใฝ่ฝัน

แต่ . . .

ไม่ใช่ผม . . . ไม่ใช่งานที่ผมฝันเอาไว้แน่ ๆ ถึงไม่ใช่งานที่ผมใฝ่ฝัน แต่ผมก็ตั้งใจแล้ว ทำมันให้ดีที่สุด




หน้าที่ . . .

. . . ทุกคนมีภาระหน้าที่และความรับผิดชอบแตกต่างกัน . . .

ผมเพียงแค่ . . . อยากเดินออกไปจากชีวิตของใครบางคน

ผมรู้ดี . . .

ผมทำร้ายเขามามาก ที่ผ่านมาทั้งหมด ผมที่เริ่มเองทั้งนั้น แล้วเมื่อวันหนึ่ง ผมจะเดินจากไป ก็มิใช่เรื่องแปลกอะไร ผมเดินก้าวเข้าไปในตึกนั่น อย่างมั่นใจที่สุดกับการตัดสินใจ

เส้นทางที่เปลี่ยนชีวิตของผม . . .

ผมนั่งอ่านเอกสารปึกใหญ่ ที่เจ้าหน้าที่เอามาให้อ่าน และถ้าตกลงใจก็เซ็นชื่อ และมีเอกสารบางชุดที่ผมต้องกรอก . . .

สัญญาการทำงาน . . .ปีต่อปี

ผมยอมรับได้ ไม่เป็นไร แค่ปีเดียวเอง ต้องฝึกสามเดือน ที่ฐานการบินของสายการบิน ไม่ใช่ปัญหา ผมยอมรับได้ เพราะผมตัดสินใจแล้ว ไม่เห็นจะแปลกอะไรก็ผมไม่ได้ทำงานกับบริษัทในเมืองไทยนี่หว่า

. . . ได้สิทธิ์กลับบ้าน ๑๕ วัน ในทุก ๆ ๖ เดือน . . . ไม่กลับหรอก มีไว้ก็เท่านั้น กลับมาทำไมตั้งสิบห้าวัน ไปแล้วจะกลับมาอีกทำไม สู้เปิดหูเปิดตาบินเที่ยวยุโรป หรืออเมริกาดีกว่า ก็ราคาตั๋วถูกดี

. . . พนักงานมีสิทธิ์ได้ตั๋วราคา 0% 10% หรือ 20% . . . และ ฯลฯ ของราคาตั๋ว ขึ้นอยู่กับอายุของงาน เห็นมะ สวัสดิการดีจะตาย ถ้าราคาตั๋วร้อย จ่ายสิบเอง มิน่าใคร ๆ ถึงอยากเป็นนางฟ้ากันจัง . . .

. . . มีรูทบินกลับประเทศบ้านเกิด (ในกรณีที่บริษัทมีรูทในประเทศท่าน) เดือนละ ๑ ครั้ง หวาย . . . ขอแลกได้มั้ย ไม่อยากกลับเลย เบื่อเมืองไทย อากาศร้อน แถมรถติด โอ้ย สารพัดข้ออ้างที่ผมไม่อยากกลับ

. . . บริษัทมีที่พักให้เป็นคอร์ท แต่ละห้องมีสองห้องนอน พนักงานอยู่ห้องละหนึ่งคน ไม่อยากพักรวมสัญชาติไหน ให้ระบุ . . . กลัวมีการเหยียดเชื้อชาติแหง ๆ ผมระบุไปแล้ว THAILAND . . .

กลัวมาก . . .

กลัวเจอใครที่เป็นคนชาติเดียวกัน แล้วต้องเสวนากัน สนิทกัน แล้วถ้ารักมันเข้าอีก . . . เพราะเหตุนี้ ไม่ขอร่วมห้องกับคนที่เขียนกรอกไปข้างต้น . . .

มิน่า . . . ใคร ๆ อยากมาทำกันจัง ไอ้ไฟว์สตาร์ห้าดาวนี่ ผมไม่กังขากับสิ่งที่อ่านเลยแม้แต่น้อย . . .




ทุกอย่างดูดีไปหมดเลย ผมเซ็นไปในเอกสารฉบับแรกในทันทีโดยไม่มีข้อสงสัยแม้แต่น้อย . . .

ทุกอย่าง . . . ดีไปหมด

หากเอกสารฉบับที่สอง . . .

. . . กรมธรรม์ประกันชีวิต . . . มันจะแปลกอะไร การทำงานแบบผม อัตราความเสี่ยงสูงจะตาย แต่บริษัทประกันนี่สิ . . . อังกฤษ

โอ้โห . . .

บริษัทประกันอันดับหนึ่งของอังกฤษเสียด้วย ผมอ่านดู ความคุ้มครอง วงเงินประกันที่บริษัทจ่ายให้หากเสียชีวิต . . .ห้าแสนปอนด์

ห้าแสนปอนด์ . . .

เวอร์โครต ๆ ไอ้สายการบินนี้ ลืมไป บ้านมันขายน้ำมัน ทองคำเหลวใต้พื้นดินทั้งนั้น มันจะเนรมิตอะไรก็ย่อมได้อยู่แล้ว แถมพวกนี้ ไม่ชอบงานบริการอีก เพราะมันเห็นว่า บ้านมันรวยกระมัง ไม่อยากทำงานที่ต้องมารองรับอารมณ์คนมากมาย หลากหลายชาติพันธุ์

ปอนด์นึง . . . หกสิบกว่าบาท

. . . ห้าแสนปอนด์ สามสิบกว่าล้าน . .

ชาตินี้จะหาได้ที่ไหนว่ะ . . . สามสิบล้าน

ผมว่าผมน่าจะตัดสินใจถูกต้องแล้วล่ะที่เลือกที่นี่ . . .

เพราะ . . .

ไอ้บูติคแอร์ไลน์ของผม แม้จะจ่ายโบนัสหกเดือน แต่ยังมีการทยอยจ่ายอีกนะ ไม่ได้รวดเดียวหกเดือน แต่ให้เป็นงวดหกงวด แถมใครลาออกไม่ได้ด้วย . . .

นี่ . . .

ผมขาดทุนโบนัสจากบูติกแอร์ไลน์อยู่หลายเดือน ทั้ง ๆ ที่ปีที่ผ่านมา ผมทำงานทั้งปี แต่พอมาลาออกปีนี้ ยังได้โบนัสไม่ครบเลย เซ็งสายการบินในประเทศเลย พอมาเจออะไรที่เจริญหูเจริญตาแบบนี้

ผมอ่านมาถึงช่อง . . .

. . . ผู้รับผลประโยชน์ในกรรมธรรม์

ผมกรอกไปทันทีด้วยความเคยชิน หากพอรู้ตัวอีกที ก็ยิ้มกับตัวเอง ทำไมนะ ผมไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน สมองผมมันสั่งการได้รวดเร็วขนาดนั้นเลยหรือ

1. KOMESE CHOTCHUNGCHARIN

2. AKEKARAT KEAWKANHA




ใช่!. . .

ผมชินกับการมีชื่อคนสองคนเท่านั้น

หรือหากมองอีกแง่ ทำไมไม่มีแดน . . .

ผมบอกเลย แดนมันรวย คนบ้านมันรวยไม่ลำบากหรอก แต่คนที่ไม่มีอะไรนี่สิ มันต้องดิ้นรนขวนขวาย เพื่อให้ได้มาถึงสิ่งที่ตัวเองต้องการ

หาก . . .

อีกสองคน . . .

ยังไม่รู้เลย จะหาบ้านใหญ่ ๆ ไว้เป็นที่พักพิงยามแก่เฒ่าได้หรือเปล่า ผมยิ้มเมื่อนึกถึงใบหน้าของเจ้าของชื่อที่ผมเพิ่งกรอกลงไปในเอกสาร ผมรวบเอกสารไว้รวมกัน ก่อนเอาเอกสารทั้งหมดไปยื่นให้เจ้าหน้าที่ ที่รอตรวจความเรียบร้อย

“คุณอาร์มค่ะ”

“ครับผม มีอะไรผิดพลาดหรือครับ”

“ช่องนี้นะค่ะ ไม่แน่ใจว่าผิดพลาดหรือเปล่า” เจ้าหน้าที่ อายุมากกว่าผม เอาเอกสารมาให้ผมดู

ผมยิ้ม . . .

“ไม่ผิดครับ . . . ถูกต้องครับ”

“คนละนามสกุลกับคุณอาร์มด้วยนี่ค่ะ”

“ครับผม ผมไม่มีญาติพี่น้องนี่ครับ มีแค่เพื่อนสนิทสองคน ในชื่อที่ผมเขียนไปเท่านั้นเองครับ”

“อ่อค่ะ งั้นเรียบร้อยแล้วค่ะ”

“ครับผม ผมกลับได้เลยใช่มั้ยครับ”

“ค่ะ นี่ค่ะตั๋วเครื่อง ยินดีที่ได้ร่วมงานด้วยกันนะค่ะ อิจฉาเพื่อนคุณอาร์มจัง มีเพื่อนน่ารักแบบนี้”

“ขอบคุณครับ . . .” ผมรับตั๋วมา

“. . . อย่าอิจฉาเลยครับ แต่ใจผมนะ อยากให้เครื่องตกตั้งแต่ไฟลท์แรกที่ผมบินเลยนะครับ”

“ดูพูดเข้า ตลกนะคะคุณอาร์ม”

“จริง ๆ นะครับ สามสิบกว่าล้าน เพื่อนผมมันคงรักผมมากยิ่งขึ้นแน่ ๆ ที่จู่ ๆ มีเงินสดมากองตรงหน้า”

ผมมองหน้าเจ้าหน้าที่ ยิ้มให้หล่อน

“ไม่ตกหรอกค่ะ สายการบินเราไม่เคยมีประวัติเรื่องอุบัติเหตุนะค่ะ” หล่อนยิ้ม

ผมออกมาจากบริษัท . . .

ต่อจากนี้ อีกไม่นาน ผมจะไปจากที่นี่แล้ว อีกไม่กี่วันผมได้ไปทำงาน งานที่ผมไม่เคยคิดจะทำมาก่อนในชีวิต

ถนนสายชีวิต . . . หักเหเสมอ





 

Create Date : 19 มกราคม 2553
2 comments
Last Update : 19 มกราคม 2553 19:16:29 น.
Counter : 309 Pageviews.

 

รอชมค่ะ

 

โดย: ผักกาด IP: 58.137.0.162 20 มกราคม 2553 13:19:42 น.  

 

จี๊ดดดดด อ่านแล้วจี๊ดค่ะ 555+

 

โดย: ผู้หญิงมากฝัน (maesnake ) 21 มกราคม 2553 16:37:48 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


นนท์ปวิชญ์
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add นนท์ปวิชญ์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.