Group Blog
 
<<
มกราคม 2553
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
11 มกราคม 2553
 
All Blogs
 

[ ทั่วไทย ] รักฤๅผูกพัน ฯ # ๑๖ #

**คำเตือน** 




เรื่องนี้ . . .




เป็นเรื่องแต่งขึ้นเพื่อสร้างความบันเทิงเท่านั้น


ไม่เกี่ยวข้องกับบุคล  หรือเหตุการณ์ใด ๆ ที่เกิดขึ้นในบรรณภิภพนี้
ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณในการอ่านอย่างมากถึงมากที่สุด
ปล. เป็นเรื่องแต่งมิได้เกี่ยวข้องใด ๆ ต่อ เจ้าของบล๊อก






ต อ น ที่   ๑ ๖






Free TextEditor

ธรรมชาติ . . .
ค่อย ๆ สอนให้ผมเรียนรู้ ทุกสิ่งทุกอย่างมาล้วนมาจากธรรมชาติแทบทั้งสิ้น ชีวิตของคนเราก็เหมือนน้ำ น้ำไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำเสมอ . . .


จากฟากฟ้า . . .

. . . สู่พื้นพิภพ

ไหลผ่านโตรกหิน . . . เป็นธารน้ำ

. . . ลำคลอง . . .

แม่น้ำ . . . ทะเล

และ . . .

. . . สุดท้ายมหาสมุทร

ก่อนที่ไอแดดจะแผดเผาจนกลายเป็นไอน้ำ ลอยกลับสู่ฟากฟ้า ก่อตัวเป็นก้อนเมฆ แล้วก็กลั่นออกมาเป็นหยาดฝน ชีวิตคนก็ไม่แตกต่างจากน้ำ . . .

เกิด . .

. . . แก่ . . .

เจ็บ . . .

. . . ตาย

ล้วนเป็นวัฎจักร เฉกเช่นเดียวกับสายน้ำ

. . . วัฏฏะสังขาร

ธรรมะ . . . ล้วนมาจากธรรมชาติ




การพลัดพราก . . .

ล้วนก่อให้เกิดความทุกข์ ทุกข์ที่เกิดขึ้นมันแสนสาหัสสำหรับผม การจากลาในสิ่งที่ตัวเองรัก นำความทุกข์มาสู่หัวใจแทบทั้งสิ้น แต่คนเราต้องก้าวต่อไปข้างหน้า จะมาจมอยู่กับความทุกข์ได้อย่างไร

วันนี้ . . .

โลกสอนให้ผมได้รู้จักการพลัดพรากแห่งการจากลาด้วย . . .

. . . ความตาย

หากวันหน้า . . .

. . . มันคงถึงเวลาแห่งการ . . . จากเป็น

บทเรียนของชีวิต ล้วนมาจากการใช้ชีวิต แล้วการจากลามันก็เจ็บ แต่อย่างไหนล่ะที่เจ็บปวดมากกว่ากัน

จากเป็น . . .

. . . ฤๅ . . .

จากตาย . . .


คนที่อยู่กับผมในเวลานั้น . . . โกเมศวร์

มันอยู่ใกล้ ๆ ผมตลอดเวลาที่ว่าง . . . จากที่ผมเคยชวนมันดูหนัง กลายเป็นมัน จะออกปากเอ่ยก่อน จากที่ผมซื้อของกินเข้าบ้าน มันจะหาแต่ของที่ผมชอบมาไว้ แม้ผมจะอยู่ในช่วงทำใจในการลาจาก แต่สิ่งที่มันทำ ผมอบอุ่น


ก่อนนอนมันจะกอดผมเอาไว้ . . .

บางครั้ง . . .

จมูกที่จดแก้มผม มันอบอุ่น ผมนอนหลับเพราะมีมันอยู่ข้าง ๆ ยามเช้า ผมตื่นมาเจอหน้ามันคนแรก ช่วงเวลาที่ผมรู้สึกแย่ที่สุดในชีวิต ผมมีอีกชีวิตที่คอยดูแลผม

“เสาร์อาทิตย์นี้ว่างมั้ยพี่”

“ก็น่าจะว่าง มีอะไรหรือ”

“ไปเที่ยวทะเลกันมั้ย”

ผมมองหน้ามัน มันเคยเหรอที่จะไปต่างจังหวัดกับผม นอกจากกลับบ้านพร้อม ๆ กัน นี่อาจเป็นครั้งแรกที่มันเอ่ยปากชวน

“อยากไปหรือ”




“หรือพี่ไม่ชอบทะเล”

“ก็ชอบ แต่จะไปไหนดี”

“เกาะเสม็ดมั้ยพี่ ใกล้ดี”

“ไม่อ่ะ ไม่ชอบ”

“เกาะช้างเอ้า”

“ขี้เกียจขับรถ”

“ผมขับเอง”

“ไม่อยากเอารถไป” ผมมองหน้ามัน รู้ว่ามันอยากให้ผมมีความสุข มันคงไม่อยากเห็นผมในสภาพเซ็งกะตายแบบนี้

“วันจันทร์โกไปทำงานกี่โมง”

“ช่วงนี้ไม่มีงานอ่ะพี่ รอเรียนบ่ายสอง”

“งั้นไปเสาร์นี้ไปสมุยกัน”

“ไกล สองวันเอง ขับรถก็เหนื่อยตาย”

“ใครบอกไปรถ” ผมมองหน้ามัน

“เครื่องแพง ไม่ไปหรอก”

“ไอ้นี่ ลืมไปแล้วหรือ พี่ทำงานที่ไหน แล้วตั๋วราคาศูนย์บาทสำหรับพนักงานและคนพิเศษสามคน ยังไม่เคยใช้เลย ถ้าแกไม่เชื่อ งานนี้โกจ่ายเองแล้วกัน รับรองถูกกว่านั่งรถทัวร์ไปต่อเรือเฟอร์รี่เสียอีก”

“เออเนาะ ลืมไป”

มันยิ้ม ผมขยี้หัวมันเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู บูติคแอร์ไลน์ของผม สวัสดิการสำหรับพนักงาน พ่อ แม่ และ ใครก็ได้อีก ๑ คน ผมกรอกชื่อโกมันไปตั้งแต่ที่ผมได้สิทธิ์นั้นเมื่อสองปีก่อน

แต่ยังไม่เคยใช้สักที . . .

. . . หลังจากนี้ . . .

ชื่อสองคนแรก . . . คงต้องเปลี่ยนไป

ทุกอย่างล้วนเปลี่ยนแปลง หากหัวใจผม ทำไมมันไม่ยอมเปลี่ยนก็ไม่รู้ ถ้าหัวใจผมโลเล อาจจะดีกว่านี้ อาจจะทำให้ผมไม่เจ็บปวดกับทุก ๆ เรื่องที่มันผ่านเข้ามาในชีวิต แต่มันไม่ใช่แบบที่ผมคิด ความเจ็บปวดเลยอยู่กับผมเสมอ

ไฟลท์แรกของบูติค . . . ในทุก ๆ วัน . . .

. . . PG 100




ดูโกมันจะตื่นเต้นไม่น้อยกับการมาสมุยครั้งแรกของมัน แต่สำหรับผม มีหลายครั้งเหมือนกันที่ต้องมาแทนคนที่สนามบินสมุย มันตื่นตั้งแต่ตีสี่ มันบอกกลัวตกไฟลท์ แต่ผมนะ โทรให้เพื่อนออกบอร์ดดิ้งพาสรอไว้แล้ว ง่ายมากสำหรับคนที่นั่งเคาน์เตอร์แบบผม

“ไปหาไรกินที่เล้าจ์ก่อน” ผมบอกมัน ที่นั่นของกินเยอะมาก ดีกว่าพี่ใหญ่เสียด้วย เพราะบูติค มีเล้าจญ์ส่วนตัวและมีแค่คลาสเดียวชั้นประหยัด

แค่ผมโผล่เข้าไปในเล้าจญ์เท่านั้น . . .

“หวัดดีครับพี่อาร์ม”

ผมหันไปมองหน้าโก มันส่ายหน้า ไม่รู้เรื่อง ผมจ้องลึกไปในตามัน มันคงไม่รู้เรื่องจริง ๆ ตกลงไอ้สองตัวที่นั่งรออยู่ที่เล้าจญ์ก่อนแล้ว ผมจะดีใจหรือเสียใจดีที่เห็นหน้ามันสองคน

“ไปไหนว่ะ” ผมถามมันสองคนก่อนหย่อนก้นลงนั่งที่โซฟา

“สมุย ว่าจะไปสักสองวัน”

“สัสสสส ใครถามมึง” ผมอยากฆ่ามันนัก ไอ้เพื่อนรักผม ตามติดเป็นเงาราหูเชียว มันยิ้มยียวนกวนส้นเท้าเสียด้วย

“ไอ้แดนชวน ทีแรกกะโทรชวนมึงแล้ว แต่กลัวเพื่อนไม่ว่างว่ะ”

“ไอ้แดน . . .” ผมมองหน้ามัน

“น่าพี่ ไปกันหลายคนสนุกออก”

“เอาให้ดี ตกลงมึงมาไม่โทรชวนกู หรืออยากให้กูเซอร์ไพรซ์ที่เสือกรู้ว่ากูไป” ผมมองหน้าเพื่อนรัก

“ไอ้ห่าอาร์ม มึงลืมไปหรือ ไอ้เหี้ยแดนนี่ หลานใคร”

เออ ผมไม่ลืม ไม่มีวันลืมเด็ดขาด

“คราวหน้าเห็นทีขอใช้บริการทีจี รูทไหนบางกอกลงกูไปไหนไม่ได้เล้ย”

“ทีจีก็เสร็จกูเด่ะ” ไอ้เพื่อนเลวล่ะครับ ตักขนมเข้าปาก ก่อนมองผมแบบยั่วอารมณ์เสียเหลือเกิน

“พี่จองที่พักยัง”

“ยังเลย”

“ดีเลย ไปพักที่รีสอร์ทเพื่อนแม่ ผมจองไว้สองห้อง” แดนยิ้ม

ผมมองหน้ามัน . . .

ตกลงทริปนี้ มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันเป็นการวางแผนการเอาไว้แล้ว ผมไม่รู้จะบอกอย่างไรดี มิตรภาพที่ไม่ร้องขอ มันยากเกินที่จะบอกออกไปว่าผมรู้สึกดีกับมันแค่ไหน

เก็บเกี่ยวความสุขเสียให้พอ . . .




วันหน้าร้าวราน . . .

เอาสุขนั้นมาปลอบประโลมใจ . . .

“จะไปทำไมสองคน หลายคนสนุกดี” ไอ้เพื่อนรักมันท้วง

มันไม่รู้จริง ๆ หรือว่าทำไมต้องสองคน ถ้ามันรู้ มันจะเสือกตามผมมาอีกมั้ย แต่มองอีกแง่ ดีเหมือนกัน ไปหลายคนสนุกดี อย่างน้อยไอ้โอ๋มันอยู่ มันจะคอยแหย่ให้ผมไม่มีเวลาคิดถึงเรื่องร้าย ๆ ที่เพิ่งเจอมากก็ได้

เพื่อน . . .

. . . สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตของผม

เวลา . . . ที่เยี่ยมยอดที่สุดในชีวิตผมเช่นเดียวกัน



เราไปพักกันที่หาดเฉวง หาดที่สวยที่สุดของเกาะสมุย ชายหาดกว้าง และยาวสุดลูกหูลูกตา โกมันดูจะตื่นตาตื่นใจกับชายหาด กับน้ำทะเล ผมได้แต่ยิ้มเงียบ ๆ ผมมีความสุขตราบใดที่ผมเห็นคนที่ผมรักมีความสุข

ความสุขของผมอยู่ที่รอยยิ้มของคนที่ผมรัก . . .

หาก . . . วันข้างหน้า ผมคิดแบบนี้อีกหรือเปล่า ?

“ไม่เล่นน้ำทะเลหรือพี่” ไอ้แดนมันเดินมานั่งที่เตียงผ้าใบใกล้ ๆ ผม

“ไม่อยากเล่น”

“กลัวดำเหรอ”

“ร้อน”

“โกกับพี่โอ๋สนิทกันดีนะ นึกแล้วอิจฉาพี่” มันนอนลงใกล้ ๆ ผม สายตามองไปที่สองคนที่ริมหาด

“ทำไมหรือ” ผมหันหน้าไปมองแดนผ่านแว่นสายตากันแดดสีดำ ที่ปกปิดสายตาได้เป็นอย่างดี

“มีแต่คนที่รักล้อมรอบไปหมด”

“แลกกันมั้ย”

“แลกอะไร”

“แลกชีวิตกันไงแดน แดนลองมาเป็นพี่ แล้วพี่ไปเป็นแดน ที่อิจฉานะ มองเห็นตัวตนที่แท้จริงของพี่แล้วหรือ พี่เหลืออะไรแดน พี่ไม่มีอะไรเหลือสักอย่าง ในขณะที่แดนมีพร้อม พ่อ แม่ พี่ น้อง แต่พี่ไม่มีอะไรเลย . . .” ผมเหมือนพี่อะไรมาจุกที่ลำคอ มันตีบตันเมื่อนึกถึงชีวิตตัวเอง

“พี่อาร์ม ผมขอโทษ ผมไม่ได้หมายความให้พี่เจ็บ”




“ช่างเหอะแดน คนเราเกิดมาใครบ้างไม่สูญเสีย วันนี้พี่เหลืออยู่เท่าที่แดนเห็น อีกหน่อยภายภาคหน้า พี่อาจจะไม่เหลือใครอีกเลยก็ได้” ผมหันกลับไปมองปลายขอบฟ้า

ขอบฟ้าที่เวิ้งว้าง มีแค่ทะเลกับท้องฟ้า เหมือนชีวิตผมกระมัง มันเวิ้งว้าง อาจมีดีที่มีเรือคอยแต่งแต้มไม่ให้ท้องทะเลกับท้องฟ้าดูอ้างว้างจนเกินไปนักเพื่อนที่ผมมี น้อยลงทุกวัน

ผมเคยถามตัวเอง . . .

. . . ขอบฟ้ามีจริงหรือ ?

“มีดิพี่ ผมไง”

“อย่าเพิ่งพูดอะไรเลยแดน สิ่งที่เราเห็น สิ่งที่เป็นมันเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา อย่าว่าแต่อนาคตอีกปี สองปี หรือสิบปีข้างหน้าเลย แค่พรุ่งนี้ . . .” ผมหันไปมองหน้าแดน

“. . . พรุ่งนี้ เรายังไม่รู้เลย จะเกิดอะไรขึ้นกับเราบ้าง”

“แต่ไม่ใช่ผม ผมไม่เปลี่ยน”

“พี่ก็ไม่มีวันเปลี่ยน” ผมถอดแว่นมองหน้ามัน

แววตามันเศร้า เมื่อมองหน้าผม สายตาผม แทนคำตอบทั้งหมดของหัวใจที่ผมมี และมันอาจเป็นคำตอบเดียวที่แดนมันเกลียดมากที่สุดก็เป็นได้

“เห็นมั้ยแดน ถ้าแดนไม่เปลี่ยน พี่ไม่เปลี่ยน เราไม่บรรจบกันได้หรอก พี่ถึงบอกแดน แม้แต่วันพรุ่งนี้ เราก็ยังไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พี่อยากเปลี่ยนนะ อยากเปลี่ยนใจตัวเอง แต่ของแบบนี้มันขึ้นอยู่กับเวลา”

“พี่จะอยู่แบบนี้ไปจนตายหรือ”

“แบบไหน?” ผมเลิกคิ้วสูง มองหน้าแดน

“พี่กับโก”

ผมยิ้ม มองคนที่วิ่งไล่อยู่กับเพื่อนรัก ภาพที่ผมเห็น ผมมีความสุขดีนะ อยากเก็บกอดมันเอาไว้แบบนี้ อยากดึงเอาไว้ให้นานมากที่สุด แต่ผมไม่อยากฝืนหรอก เมื่อมันถึงเวลาเวลานึง มันจะมีคำตอบให้ตัวมัมนเอง

“ไม่หรอกแดน ของทุกอย่างอยู่ที่ระยะเวลาของมัน”

“ผมไม่เข้าใจ”

“สักวันนึงแกจะเข้าใจ”

“วันนี้ บอกผมไม่ได้หรือ” มันก็เหมือนผม หากอยากจะรู้ ก็ต้องรู้ มนุษย์เราทุกคน อยากรู้ในสิ่งที่ตัวเองอยากรู้มากที่สุด

ความอยาก . . .

คือ กิเลส ที่เกิดมาพร้อมกับความเป็นมนุษย์มิใช่หรือ




“บอกได้แค่ เมื่อถึงเวลา มันอยากเดินทางไหนก็ต้องปล่อยมัน”

“พี่ไม่เจ็บหรือ”

“ไม่รู้เหมือนกันว่ะ มันยังไม่ถึงเวลาของมัน”

“พี่อาร์ม” มันเอื้อมมือมาจับมือผม

“อือ”

“ผมอยู่ข้าง ๆ พี่นะ”

“ขอบใจ แต่บางที คนเราควรเรียนรู้การอยู่คนเดียวบ้าง”

“ทำไมพี่ ผมไม่ใช่เหรอ”

“เปล่า เพียงแต่พี่คิดว่า คนเราเกิดมาคนเดียว แม้แต่ฝาแฝดยังมาไม่พร้อมกันเลย แล้วเมื่อวันที่เดินกลับไปสู่ที่ที่เราจากมา เราก็ต้องกลับไปคนเดียว การจะมีใครหรือไม่มีใคร มันไม่สำคัญหรอก สำคัญที่ว่า เราได้ทำอะไรเพื่อคนที่เรารักไว้บ้าง”

“ปรัชญา” มันทำหน้าล้อเลียน

“เอาน่า ไว้แดนเจอแบบพี่ แดนจะเข้าใจเอง ความรักมันเลือกไม่ได้แดน”

“ผมรู้พี่”

“แดนจำไว้นะ ความรักที่ไม่ต้องการครอบครอง คือความรักที่พิสุทธิ์ล้ำที่สุดแล้ว หากวันใด เราเดินผ่านเส้นนั้น เราจะเจอทุกข์”

“ฟังดูน่ากลัว”

“แดนเคยแอบรักใครมั้ย” ผมหันไปมองหน้ามัน

“เคยสิพี่”

“การแอบรัก มีความสุขในระดับนึง แค่เราได้เห็นหน้าคนที่เรารัก การที่เรามองเขายิ้ม หัวเราะ สนุกสนานกับคนอื่น มันก็ทำให้เรามีความสุข . . .” ผมหยุดมองหน้าแดน

“. . . พี่พูดถูกไหม”

มันพยักหน้าตอบรับแทนคำตอบ

“. . . ทั้ง ๆ ที่เขาไม่ได้หันมาหาเราเลย แต่เรากลับรู้สึกว่าเราสุขไปกับรอยยิ้มที่เขามี พี่เคยมีความรู้สึกแบบนั้น ความสุขที่เรายิ้มตามคนที่เรารัก บางครั้ง แค่เห็นเขายิ้มกับคนอื่น เรายิ้มตาม อาย ก้มหน้าหนี ไม่รู้นะ สำหรับพี่แล้ว เวลาที่เจออย่างที่เคยเจอ มันมีความสุข . . .”

ผมยิ้ม ภาพที่ผมเคยแอบมองโกเมศวร์ มันสนุกสนานไปกับเพื่อน ๆ มัน ก่อนมันมาเรียนที่กรุงเทพฯ เด่นชัดเสมอมา

“. . . แล้วพี่ไม่เคยมีอีกเลย ความรู้สึกแบบนั้น เมื่อพี่ก้าวล้ำเส้นนั้นมา”

“พี่อาร์ม” แดนมันจับมือผมเอาไว้




“ไหวน่า แค่อยากให้แดนรับรู้ ในฐานะ น้องที่พี่รักคนนึง” ผมบอกแดน ก่อนวางมือบนมือแดน

ผมแกะมือแดนออกจากการเกาะกุมอย่างเบามือ และนิ่มนวลที่สุด

ผมมองหน้ามัน . . .

. . . ยิ้มให้มัน รุ่นน้องที่ผมรัก และผมเองก็รู้มันรู้สึกอย่างไรกับผม

แต่ . . .

ความรัก มันห้ามกันไม่ได้ ผมไม่อยากเห็นมันต้องเจ็บ ต้องทุกข์กับการที่รักใครแล้วไม่สมหวัง ผมอยากเห็นมันเจอคนที่รักมันจริง ๆ

“ขอบคุณนะพี่ที่เตือนผม บางทีการที่ผมแอบรักใครแบบนี้อาจมีความสุขแบบที่พี่ว่า”

“ดีแล้วล่ะแดน . . . บางทีการล้ำเส้นแบบพี่ ก็ทุกข์นะ ทุกข์กับการนับวันรอการลาจาก”

ผมรู้ดี เวลาของผมมีเท่าไหร่ . . .

ผมขอแค่คนที่ผมรัก . . . เรียนจบ

แล้วหลังจากนั้น การจะอยู่หรือไป จะเดินหน้าหรือหันหลัง อยู่ที่การตัดสินใจของโก ไม่ใช่ผม สำหรับผม เวลามันเหลือน้อยลงทุกที


คืนนั้นผมจำได้ พระจันทร์สวย หาดทรายขาวระยิบระยับ หากแต่น้ำทะเลยามต้องแสงจันทร์ งดงามเหลือเกิน เหมือนเกล็ดอัญมณีที่วับวาวยามคลื่นน้อย ๆ ซัดเข้าหาหาดเบา ๆ ราวท่วงทำนองดนตรีธรรมชาติขับกล่อม ผมอยากหยุดเวลานั้นเอาไว้ เวลาที่ผมมีความสุขในวงล้อมของความรัก . . .

เราออกมานั่งกันที่สวนเล็ก ๆ ริมหาด ในพื้นที่ของรีสอร์ท ไอ้แดนมันไปหากีตาร์โปร่งมา มันชำนาญพอสมควร หรือจะเรียกว่า เล่นได้แทบทุกเพลง มันเล่นอยู่หลายเพลงมาก

แต่ . . .

เพลงที่ผมชอบ และจำมันไม่รู้ลืม

“เพลงนี้นะครับ เพลงหากินผมเอง มอบให้คนที่มีความรักแล้วกันนะครับ มีคนบอกผม ความรักทำให้โลกสวยงาม ทำให้โลกน่าอยู่ แต่ผมว่า มันน่าอยู่สำหรับคนที่มีความรัก ใครที่มีความรัก รักษารักไว้ดี ๆ นะครับ” มันวางท่าราวกับอยู่บนเวที

“ไปอยู่แกรมมี่เลยมึง” ไอ้โอ๋แซว

แดนมันยิ้ม ก่อนวางท่าจับคอร์ทกีตาร์ . . .

ท่วงทำนองดนตรี ค่อนข้างไปทางจังหวะเรกเก้ ฟังดูแปลกหู . . . แต่ก็ได้บรรยากาศริมทะเลเป็นที่สุด




“. . . ตอบใจตัวเองมานาน แอบรอคอยเธอก็รู้ อยากให้เธอลองตรองดู ในความจำเก็บไว้ต่างคนมีทางต้องเดิน อาจมีเวลาต้องไกล หนึ่งคนยังคงคอยใจ ยังคงคอยไปอย่างนั้น . . .” มันส่งสายตาที่ผมเองไม่อยากจะแปลมาให้ผม

ไอ้เพลงประกอบภาพยนตร์พริกขี้หนูกับหมูแฮมนี่หว่า

เพลงนี้เพราะมาก . . .

จำได้สมัยมัธยม ไปดูมาหลายรอบ สมัยนั้น ป้ามัม ลาโคนิค ยังสาวสวย ร้องเพลงได้กินใจเป็นที่สุด แต่จังหวะนี้ มันร้องเรกเก้สนุกสนาน น่าจะเป็นเวอร์ชั่นของ . . . ศุ บุญเลี้ยง

ผมยิ้ม โยกคอเป็นจังหวะไปกับมัน แดนมันเห็นพวกผมมีความสุข มันโชว์ฝีมือกีตาร์เสียหมดภูมิของมันทีเดียวเลยล่ะ

“. . . อยู่ไกลจนเกินครึ่งฟ้า หากยังมีใจคุ้นกัน จะโยงใยความสัมพันธ์จนมาพบกันใกล้ตาต่อเติมแรงใจเมื่อท้อ แบ่งปันในยามทุกข์ตรมไม่หวั่น ต่างคนเติมใจให้กันเติมใจซึ่งกันจนเต็ม. . .”

เพลงนี้ ทั้งผมทั้งไอ้โอ๋ ร้องคลอตามได้ ผมก็ช่วยมันร้อง ผมยังจำได้ มันสนุกสนาน มีความสุขกับบทเพลงที่เราชอบ ผมชอบมาก เวลาที่เราไปเที่ยว แล้วมีเวลาล้อมวงร้องเพลง มันเหมือนการปลดปล่อย

ปล่อยพันธนาการทั้งหมดที่ผมมี . . .

“. . .ตอบใจตัวเองมานาน แอบรอคอยเธอก็รู้ อยากให้เธอลองตรองดูในความทรงจำเก็บไว้ต่างคนมีทางต้องเดิน อาจมีเวลาต้องไกลหนึ่งคนยังคงคอยใจ ยังคงคอยไปอย่างนั้น . . .”

“เอ้า ช่วงสุดท้าย ขอพี่อาร์มร้องเดี่ยวนะครับ” ช่วงสุดท้ายของเพลง มันปล่อยให้ผมร้องคนเดียว

“. . . อยู่ไกลจนเกินครึ่งฟ้า หากยังมีใจคุ้นกัน จะโยงใยความสัมพันธ์จนมาพบกันใกล้ตาต่อเติมแรงใจเมื่อท้อ แบ่งปันในยามทุกข์ตรมไม่หวั่นต่างคนเติมใจให้กันเติมใจซึ่งกันจนเต็ม ต่างคนเติมใจให้กันเติมใจซึ่งกันจนเต็ม”

ใครจะรู้ . . .

. . . อีกไม่กี่ปีต่อมา

ผมอยู่ห่างจากคนที่ผมรักเกือบครึ่งฟ้า . . .

. . .ครึ่งฟ้าที่ . . .

เหงา . . .

. . .เงียบ . . . เฉียบ เย็น ในหัวใจ

. . . ครึ่งฟ้าที่ผมเลือกจากมาเอง . . .

บทเพลง . . . ที่แดนมันชอบส่งมาให้ผมเสมอ มันสื่อความรู้สึกด้วยบทเพลง ทำไมผมจะไม่รู้ และเพลงนี้ มันจะร้องให้ผมฟังเสมอ ยามที่ผมออนเอ็มมาหามันจากแดนไกล . . .

เวลานี้ . .

ณ ช่วงปัจจุบัน ตอนที่ผมนั่งพิมพ์อยู่นี้ ผมคิดถึงมันจับหัวใจ ไอ้คนที่มันคอยแอบรักผม และอยู่ข้าง ๆ ผมเสมอมา

มันทำให้ผมยิ้มได้ . . . ในห้วงเวลาที่อ่อนล้าจากการทำงาน





 

Create Date : 11 มกราคม 2553
4 comments
Last Update : 12 มกราคม 2553 8:05:08 น.
Counter : 486 Pageviews.

 

สุขสันต์วันจันทร์อันแสนผ่อนคลายนะค้าบ

 

โดย: ผมชอบกินข้าวมันไก่ 11 มกราคม 2553 17:29:07 น.  

 

อ๋าอ๋าอ๋า ..๑ เม้นท์สำหรับตอนที่ ๑๖ ค่ะ
กลับบ้านละนะค๊ะ..เลิกงานแล้ว(ผ่านไปอีกหนึ่งวัน)

 

โดย: ผู้หญิงมากฝัน (maesnake ) 11 มกราคม 2553 18:02:46 น.  

 

รอชมค่ะ

 

โดย: ผักกาด IP: 58.137.0.162 12 มกราคม 2553 10:11:50 น.  

 

รอชมต่อครับผม

 

โดย: DAN_KRAB 13 มกราคม 2553 9:26:19 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


นนท์ปวิชญ์
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add นนท์ปวิชญ์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.