Group Blog
 
<<
มกราคม 2553
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
10 มกราคม 2553
 
All Blogs
 

[ กรุงเทพฯ ] รักฤๅผูกพัน ฯ # ๑๕ #

 

**คำเตือน** 



เรื่องนี้ . . .



เป็นเรื่องแต่งขึ้นเพื่อสร้างความบันเทิงไม่เกี่ยวข้องกับ  บุคล  แต่อาจเกี่ยวพันกับสถานที่ 
หรือเหตุการณ์ใด ๆ ที่เกิดขึ้นในบรรณภิภพนี้
ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณในการอ่านอย่างมากถึงมากที่สุด
ปล. เป็นเรื่องแต่งมิได้เกี่ยวข้องใด ๆ ต่อ เจ้าของบล๊อก





ต อ น ที่   ๑ ๕






Free TextEditor

แผลผ่าตัดหายเป็นปกติ ทิ้งเอาไว้แค่รอยแผลเล็ก ๆ ให้เห็นต่างหน้า คอยเตือนความทรงจำ ว่า ในวันเวลาที่มีรอยแผลนี้มีอะไรเกิดขึ้นมาบ้าง แผลที่ผมยิ้มทุกครั้งยามเอามือจับมันเบา ๆ

ของบางอย่าง . . .

. . . มีคุณค่าในตัวของมันเอง . . .

“อยากกินอะไร สั่งเลย งบไม่เกินพัน” ผมยื่นเมนูในพวกมัน

พวกมัน . . .

. . . ไอ้เพื่อนรัก คนนี้ขาดมันไม่ได้ แทบขาดใจเลยทีเดียว

น้องแดน . . . น้องรหัสที่ตามตูดผมแจ แต่ไม่เคยเบื่อมันเลยนะ

. . . ไอ้โก . . . คนที่ผมคิดว่า มันคือหัวใจของผม

เพื่อน น้อง ทั้งหมดคือคนที่อยู่ใกล้ ๆ ผมยามผมเจ็บป่วย ในเวลาที่ร่างกายอ่อนล้า ผมีพวกมันคอยเป็นกำลังใจเสมอ ตอนนี้หายป่วย เลยถือโอกาสมาเลี้ยงขอบคุณมันสักหน่อย ร้านเดิมครับ ร้านที่ผมชอบไปนั่งบ่อย ๆ

“โหยไอ้ยิว พันนึง คงพอหร๊อก สั่งข้าวเปล่ามาแดกหรือไง เปิดเหล้าขวดนึงเท่าไหร่เข้าไปแล้ว” ไอ้เพื่อนผมมันต้องต่อล้อต่อเถียงทุกทีสิน่า

“ท่านเพื่อน กะเอากูล่มจมเลยว่างั้น”

“ไม่ใช่ แต่แหม พันนึงจะกินไรได้ตั้งสี่คน ใช่มะแดน” งานถนัดของมันละครับ หาพวกคอยรุมผม

“จะแดกมั้ยมึง”



“แดกเด่ะ ของฟรี”

“เกินพันมึงจ่ายนะ”

“ช่วยสองร้อย หมดงบ”

“ตั้งแต่มีแฟน ประหยัดงบเที่ยวนะมึง เก็บเงินแต่งเมียเหรอ”

“เออดิ๊ กะกู้มึงนะเนี่ยค่าสินสอด . . .” มันเปิดเมนูไปมา

“. . . โก กินอะไรสั่งเลยน้อง” มันหันไปทางคนของผม

“ไอ้สาสสสสสสสสสส แต่งงานจริงอ่ะ ทิ้งกู เอากูไปไว้ที่ไหน แมร่งเลว ได้แล้วทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ”

“ไอ้เวร กูไปได้มึงตอนไหน”

“ถึงไม่ได้ตัวก็ได้ใจละว๊า”

เอากับผมสิครับ เรื่องยียวนกวนบาทีกับมันนี่ งานถนัด ไม่ค่อยมีใครยอมลงให้ใครหรอก ยอมกันได้อย่างไร ของแบบนี้

มันอยู่ที่ความสามารถเฉพาะตัว . . .

“แดน ปีนี้จะจบแล้ว ต่อโทเมืองนอกเลยป่ะ”

“พูดไปพี่อาร์ม แค่เมืองไทยก็จะจบแหล่มิจบแหล่ ไปนอกก็พอดี ยิ่งกว่าขายนาส่งควายเรียน”

“ขนาดนั้นเลยเหรอ”

“ใครจะเก่งเท่าพี่ละครับ เก่ง ๆ แบบพี่เป็นผมสอบจ๊วตไปแล้ว ไม่อยู่แค่กราวน์หรอกน่า”

“เหรอ . . . งั้นมึงมาเป็นกราวน์ดิ แล้วกรูจะไปเป็นจ๊วต” ผมยิ้ม เย้ากันเล่นกับมันมากกว่าที่จะคิดจริงจัง

ในเวลานั้น . . .

ผมไม่เคยคิดที่จะทำงานบนเครื่องเลยแม้แต่น้อย . . .

ผมรู้งานมันไม่ได้สวยงามแบบที่เรา ๆ เห็น แค่ผมอยู่กราวน์ก็รู้แล้วลูกเรืองานหนักกว่าผมอีก แต่มองอีกมุมมันก็คุ้มกับค่าจ้างที่สูงลิบลิ่ว

“พูดไปพี่ ผมน่ะ อยากทำงานใกล้ ๆ พี่” ผมหันไปมองหน้า

มันหลบสายตาผมก่อนที่จะแก้เก้อ

“ใช่มะพี่โอ๋ ถ้าผมไปอยู่บูติคแอร์ไลน์ ผมก็อยู่ใกล้พี่อาร์ม ใกล้พี่โอ๋ เลิกงานพร้อมกันทีสังสรรค์ทุกวันเลย”

“อย่างแกนะไอ้แดน จะเข้าตำแหน่งไหนของบูติก เขาก็อ้าแขนรับ นามสกุลแกมันฟ้องหราขนาดนั้น”



นามสกุล . . .

มีผลต่อการทำงานเสมอ ยิ่งเป็นที่รู้จักมาก ยิ่งมีโอกาสมาก ผมรู้ดี ขนาดผม แม่มันยังฝากให้ได้ แล้วกับลูกตัวเอง ไม่ใช่เรื่องยากเย็น

ผมยิ้ม . . . มิตรภาพมันต้องใช้เวลา

เวลา . . . ค่อย ๆ หลอมความรู้สึกเข้าด้วยกัน

“ผมอยากอยู่ทีจีนะพี่โอ๋”

“อย่ามาปากหวานไอ้แดน อย่างมึงนี่ กูกล้าพนัน ไม่ห่างตูดไอ้อาร์มหรอก”

“สัส . . . พูดห่าไร ตูดกูกูหวง ใช้คำดี ๆ หน่อย ตูดนี้เก็บไว้ให้เอกรัฐคนเดียว” ผมทำตาหวานใส่มัน

“เออ งั้นคงเหี่ยวละเพื่อน เพราะกูจะแต่งเมียแล้ว” มันยิ้ม ก่อนจัดการอาหารที่เด็กเอามาเสริฟ

อาหารมื้อนั้น อร่อย เพราะผมเพิ่งฟื้นจากการผ่าตัด ทำให้กินอะไรก็อร่อยไปหมด มันอยากกินทุกอย่างที่ขวางหน้า ไม่รู้คนอื่นจะเป็นแบบผมไหม

“เฮ้ย! ไอ้อาร์ม จะสี่ทุ่มแล้ว มีโปรแกรมไปต่อไหนป่าวว่ะ”

“โห . . . มึง เครื่องในกูยังไม่เข้าที่เลยนะ จะให้ออกไปเริงระบำที่ไหน” พอท้องเริ่มอิ่ม เริ่มมองหาที่ต่อ

“วันศุกร์นะมึง”

“กูรู้วันศุกร์ แล้วไงต่อครับท่านเพื่อนรัก”

“กินเหล้ากัน”

“สัสดิ หมอห้าม ยังไม่ครบเดือนห้ามกิน”

“ก็ไปกินน้ำปล่าว น่า ๆ กรูอยากแดนซ์” ตัวมันแหละครับ มันชอบเที่ยว การเต้นชีวิตจิตใจของมันเลย

“ไปต่อกันมั้ยแดน”

ผมมองหน้ามัน . . . เรื่องหาแนวร่วมงานถนัดมัน ไอ้แดนมองหน้าผมที มองหน้าไอ้เพื่อนรักที เหมือนกำลังชั่งใจว่าจะอยู่ข้างไหนดี

ส่วน . . . โกเมศมวร์

คำตอบมัน . . . แล้วแต่พี่อาร์มสิ แบบเดียวที่มันตอบเป็น

“แปบนะ พ่อโทรมา” ผมบอกมัน ก่อนรับสาย

“ครับพ่อ”

“อาร์มลูก นอนหรือยัง”




“ยังครับผม พ่อละครับ”

“อาร์ม มาเชียงใหม่ได้มั้ยลูก” เสียงพ่อทำไมแปร่ง ๆ

“พ่อมีอะไรหรือเปล่า เสียงไม่ค่อยดีเลย ไปได้ครับ จะให้ไปวันไหนล่ะครับ” ผมเริ่มเฉลียวใจ

“ไฟลท์เช้าได้มั้ยลูก”

“พ่อ . . .” ผมเรียก

“บอกมาเหอะครับ พ่อมีอะไร”

“มีอุบัติเหตุนิดหน่อยนะลูก พ่ออยู่สวนดอก”

“แม่ . . . แม่ละครับ”

ไม่รู้ทำไม ใจผมมันห่วงหาแต่แม่ . . เสียงของพ่อ ไม่ดีเลย ไม่ดีเอามาก ๆ มันทำให้หัวใจผมมันพลอยวังเวงไปด้วย เสียงผมคงดัง ไอ้สามคนที่นั่งคุยกันอยู่ นั่งเงียบหันมามองผมเป็นสายตาเดียวกัน

“แม่ . . . อยู่ไอซียู พรุ่งนี้นะลูก มาไฟลท์เช้า”

“แม่เป็นไรพ่อ แม่เป็นอะไรมากมั้ย” คราวนี้เสียงผมดังขึ้น

น้ำตาผมเริ่มไหล ไอ้เพื่อน ๆ รอบตัวเริ่มรู้แล้ว ไอ้โอ๋ ขยับมานั่งติดกับผม มันเอามือวางไว้บนเข่า ผมรู้ มันห่วงใยผม

“หมอยังไม่ออกมาเลยลูก พรุ่งนี้นะลูกอาร์ม แค่นี้นะลูก” พ่อตัดสายทิ้งไป

ผมนั่งนิ่ง . . .

ทำไม มันเกิดอะไรขึ้น ผมมองหน้าแดน มองไอ้โอ๋ แล้วหันไปมองหน้าโก สายตาผมเหม่อ ผมหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้

“แม่เป็นอะไร” ไอ้เพื่อนรัก มันมองหน้า เขย่าขาผม ปลุกผมจากคำพูดของพ่อ ที่ยังก้องอยู่ในหัว

“พ่อบอกอยู่ไอซียู กี่โมงแล้ว”

“สี่ทุ่ม”

“ไฟลท์หมด กลับแล้วนะ กูจะไปเชียงใหม่” ผมบอกมัน

“น้องเก็บตังค์” ผมส่งเสียงเรียกเด็กเสริฟ

“กูไปด้วย”

“ผมไปด้วย”

“ผมด้วย”




ผมหันไปมองหน้ามันสามคน ไม่รู้จะพูดอย่างไรดี ผมเหมือนคนเป็นใบ้ นิ่งเงียบ หัวใจมันกระวนกระวาย พยายามโทรหาพ่อ แต่เครื่องปิด มันยิ่งทำให้ผมกังวลใจมากขึ้นไปอีก

“พี่อาร์ม” โกแบมือ

“อะไร”

“กุญแจรถ”

ผมมองหน้ามัน . . .

“ให้น้องมันไปไอ้อาร์ม มึงขับไม่ไหวหรอก สภาพมึงตอนนี้ กูไม่ยอมให้มึงขับเด็ดขาด เดี๋ยวกูสามคนผลัดกันขับเอง ห้ามดื้อ ห้ามเถียง เอาไปโก . . ” ไอ้เพื่อนรักออกคำสั่ง ก่อนล๊อคคอผมเอาไว้ แล้วยึดกุญแจให้โกเมศวร์

มันเข้าประจำที่คนขับ

“ทำไมว่ะ”

“ไม่ต้องถาม แดนไปนั่งหน้าเป็นเพื่อนโกมัน เดี๋ยวไอ้อาร์ม พี่เอามันนั่งหลังเอง” มันพวกไหนวะนี่ ทำอย่างกะผมเป็นนักโทษ

“ปล่อยกู กูขับได้”

“เชื่อพี่โอ๋นะพี่อาร์ม พี่อย่าขับเลย ว่าแต่แม่อยู่โรงพยาบาลไหน”

“สวนดอก”

“สักครู่นะพี่ เดี๋ยวผมจะโทรเช็คกับเพื่อนให้”

ผมไม่รับรู้อะไรแล้ว . . .

เอาเหอะ ใครอยากจะทำอะไรก็ทำ เพราะตอนนี้ใจผมมันละลิ่วไปถึงเชียงใหม่แล้ว ทำไมพ่อไม่โทรมาก่อนหน้านี้สักสองชั่วโมง อย่างน้อย ผมยังมีโอกาสไปแสตนด์บายที่สนามบิน กรุงเทพฯ เชียงใหม่ไกล ผมคงรอให้เช้าแล้วบินไม่ไหวแน่ ๆ

“โก ออกทางแยกบางเขน ขึ้นโทลเวย์ไปเลย” ไอ้โอ๋ออกคำสั่งเมื่อขึ้นมาบนรถ

“ไม่แวะเอาของก่อนหรือพี่”

“ไม่ต้อง ไปหาเอาข้างหน้า” มันตัดสินใจเด็ดขาด

ผมหรือ มีแต่น้ำตา ความคิดมันไปไกล มมันคิดไปน่ากลัว น้ำเสียงพ่อ ไม่ดีเอาเสียเลย ไอ้เพื่อนรักมันเอาผมมาอิงแอบแนบไหล่มัน ผมมองโกขับรถลัดเลาะไปบนถนนที่ยังหนาแน่นไปด้วยรถรา

ไอ้แดนมันโทรเช็คข่าวจากเพื่อนมันที่เชียงใหม่ มันค่อนข้างกว้างขวาง ผมไม่รู้มันพูดอะไรกับเพื่อนมันบ้าง เพราะหัวใจของผมมันไม่ฟังอะไรอีกแล้ว ผมได้แต่นั่งหลับตา ปล่อยน้ำตาไหลเป็นทาง




ห่วง . . .

. . .แม่ . . .

เป็นห่วงเหลือเกินแล้ว . . .

พ่อ . . . ผมเพิ่งคุยไป

แต่แม่นี่สิ . . . อยู่ไอซียู แสดงว่าอาการหนักพอดู แล้วเกิดอุบัติเหตุที่ไหน มันเกิดได้อย่างไร ตั้งแต่เมื่อไหร่

“พี่อาร์ม เกิดอุบัติเหตุที่รอยต่อ เวียงป่าเป้ากับดอยสะเก็ด ที่นั่นทางชัน พ่อเจ็บไม่มาก แต่แม่ อาการน่าเป็นห่วง เพราะเกือบสามชั่วโมงแล้ว ทีมหมอยังไม่ออกมาจากไอซียูเลย”

“ไอ้ห่าแดน มึงไม่ต้องบอกหมดก็ได้” ไอ้โอ๋เอ็ดมัน

“อย่าว่ามันไอ้โอ๋ ขอบใจนะแดน ขอบใจ” ผมบอกได้แค่นั้นจริง ๆ เพราะอะไรไม่รู้มันมาจุกที่คอผม

. . . ทีมหมอเลยหรือ . . .

มันตีบแน่นไปหมด

แค่ . . . ไม่ถึงเดือนเอง ถ้าผมรั้งแม่ให้อยู่ต่อ แม่คงไม่เจ็บตัว ทำไมวะ ทำไมวันนั้นผมไม่รั้งแม่เอาไว้ ผมปล่อยให้แม่กลับเชียงราย แล้วแม่ต้องมาเกิดอุบัติเหตุ

ผมไม่รับรู้สองข้างทาง รถวิ่งมาเร็วขนาดไหน ผมไม่สน ผมรู้แค่ว่า ทำไมระยะทางมันยาวนานเหลือเกิน ผมนิ่งเงียบไม่อยากคุยอะไรอีก สมองมันคิดแต่ว่า แม่จะเป็นอย่างไรบ้าง

. . . แม่ต้องไม่เป็นอะไร . . .



ผมมาหลับเอาตอนที่ไอ้โอ๋ไปเปลี่ยนขับให้โก โกมานั่งหลังกับผม ผมหลับไปบนไหล่มัน มันจับมือผมเอาไว้ ผมกลัวนะ กลัวไปหมด กลัวกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น ผมไม่อยากคิดอะไรที่ร้าย ๆ

แต่ . . .

สายใยบางอย่าง . . .

. . . มันถึงกัน . . .

ก่อนแปดโมงเช้า . . . ผมไปถึงสวนดอก

“ญาติคุณรัชนีหรือครับ” หมอถามเมื่อ ผมแจ้งชื่อของคนไข้

“ครับ ผมเป็นลูกชายครับ

“คุณอาทรอยู่ในห้องปลอดเชื้อทั้งคืนเลย เปลี่ยนชุดก่อนนะครับ”

“ขอบคุณครับ”




“หมอครับ ผมขอเข้าด้วยได้มั้ยครับ” ไอ้โอ๋ มันมองหน้าหมอ

“ขอโทษนะครับ เข้าได้ครั้งละไม่เกินสองคนนะครับ”

“ครับ”

ผมไปเปลี่ยนชุดปลอดเชื้อ ก่อนที่จะเข้าไปในห้อง แต่ละก้าวที่เข้าไป มันเหมือนเข็มที่คอยทิ่มแทง ทุกอย่างมีแต่ความเจ็บปวด ผมกลัวเหลือเกิน คนที่นอนนิ่งอยู่ ไม่ได้สติ ส่วนคนที่นั่งกุมมือคนบนเตียงนั่น . . .

“พ่อ” ผมโผเข้าหาพ่อ

“มาถึงเร็ว” เสียงพ่อแหบ พ่ออ่อนเพลีย เพราะไม่ได้นอนมาทั้งคืน

“ขับรถมาครับ”

“อันตราย . . .” พ่อโอบผมเอาไว้

“. . .เหมือนพ่อ” น้ำตาพ่อไหล ผมกอดพ่อเอาไว้แน่น มองร่างที่นอนสงบนิ่ง ไม่รับรู้เรื่องราวใด ๆ ที่เกิดขึ้น

“โก แดน ไอ้โอ๋ ช่วยกันขับ มันไม่ยอมให้ผมขับ”

“ดีแล้วลูก”

“หัวพ่อ” ผมมองที่หัว

“หมอเย็บแล้วล่ะลูก เมื่อคืนพ่อมีธุระด่วนที่เชียงใหม่ ทางมันชันลูกก็รู้ รถอีกเลนแซงมา พ่อหักหลบ แม่เลยรับเคราะห์แทน” พ่อน้ำตาไหล

“พ่อ ไม่เป็นไรนะพ่อ ไม่เป็นไรแล้ว เดี๋ยวแม่ก็หายนะ . . .” คอผมแหบแห้ง แทบจะไม่มีเสียง ผมรู้ดี สิ่งที่พูด กับสิ่งที่ผมเห็น มันห่างไกลความเป็นจริง

“. . . พอแม่หาย เราจะกลับไปอยู่บ้านเหมือนเดิมนะพ่อ แม่ต้องหายนะพ่อ หมอเก่งผมรู้” ผมเหรอ น้ำหูน้ำตาไหลพราก พยายามยิ้ม

“แม่ . . .” ผมทรุดตัวลงกับเตียง เอามือกุมมือแม่เอาไว้

“. . . อาร์มอยู่นี่นะแม่ อาร์มอยู่นี่ แม่ตื่นสิแม่ ตื่นมาคุยกับอาร์ม” ผมจับมือแม่มาวางเอาไว้บนหัว สองมือจับมือแม่เอาไว้ อยากให้แม่รู้ ว่าผมอยู่ใกล้ ๆ ไม่ได้ไปไหนเลย

เสียงเครื่องมือแพทย์ร้อง ผมหันไปมอง แม่กระตุก เหมือนคนที่หายใจไม่ออก

“แม่ . . . แม่เป็นอะไร แม่ หมอ หมอ ช่วยแม่ด้วย” ผมร้องเรียกหมอเหมือนคนบ้าคลั่ง อาการแม่น่ากลัว

หมอเข้ามา ก่อนที่ผมจะต้องออกไปรอด้านนอก . . .




เวลาแห่งการรอคอยมันทรมาน แล้วยิ่งเป็นเวลาระหว่างความเป็นกับความตาย มันยิ่งน่ากลัว ผมนั่งกับพื้นเหมือนคนไร้ชีวิต ที่ม้านั่ง โกมันนั่งจับมือพ่อเอาไว้ ส่วนซ้ายขวาของผม ไอ้เพื่อนรักกับแดน

ไม่มีใครทิ้งผม . . .

ผมนั่งนิ่ง ๆ ไอ้เพื่อนรักมันเอามือมาโอบไหล่ผมเอาไว้ . . .

แค่นี้ . . .

. . . หัวใจผมอบอุ่น . . .

หมอออกมาอีกเกือบครึ่งชั่วโมง ทุกคนหันไปที่หมอเป็นสายตาเดียวกัน หมอมองหน้าพ่อ . . . ผมจำได้ดีไม่เคยลืมสีหน้าหมอ

หมอส่ายหน้าช้า ๆ

“หมอเสียใจด้วยนะครับ” . . . ก่อนถอยหลังจากไป

เสียงหมอ มัจุราชที่มาพรากเอาหัวใจผมไป ผมไม่รู้ว่าในตอนนั้น ผมอยากมีชีวิตอยู่หรือไม่

“แม่ . . .ไม่จริง แม่ต้องไม่ตาย” ผมตะโกนลั่น ก่อนวิ่งเข้าไปในห้อง ไอซียู

ร่างแม่นอนสงบนิ่ง ทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นเครื่องมือแพทย์โดนถอดออกจากร่างกายของแม่ ใบหน้าแม่ยิ้มอิ่มเอิบ ผมเข้าไปกอดร่างนั้นร้องไห้อย่างไม่อาย ร่างแม่ยังอุ่น

“แม่ . . . แม่ทิ้งอาร์มไปแล้ว” ผมเขย่าร่างนั้น

“ . . แม่ทิ้งอาร์มไป แม่ ตื่นสิแม่ แม่ตื่น” ผมกอดร่างนั้นเอาไว้ เขย่าเอาไว้ตลอด

ไม่มีใครรู้หรอกว่าตอนนั้นผมรู้สึกอย่างไร มันเหมือนคนที่โดนกระชากลงสู่ที่ตำอย่างรวดเร็ว มันปวดร้าวเหลือเกิน ทุกสิ่งทุกอย่างมันยากเกินที่ผมจะทำใจรับสภาพได้ ผมทุรนทุรายราวกับใครมาควักเอาหัวใจผมออกไป

แม่ไปแล้ว . . .

เหลือแค่ความรักที่ผมเคยได้รับ . . . ผมไม่เคยลืม

ผมอยากให้สิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้มันคือความฝัน ถึงมันจะเป็นฝันร้ายที่สุดในชีวิต แต่ผมก็ยังรู้ว่า หากผมตื่นขึ้นมา แม่จะยังอยู่ไม่ไปไหน แม่ยังอยู่กับผม แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมันคือความจริง

ผมต้องทำใจยอมรับมันให้ได้ . . .

การจากลา . . .

. . . มันอยู่รอบ ๆ ตัวเรา

จากตาย . . . มันทรมาน

แต่เรายังทำใจได้ว่า ไม่มีแล้ว ไม่มีอีกแล้ว คนที่เรารักเขาไปสู่สัมปรายภพที่ดีแล้ว




หาก . . . จากเป็นล่ะ

ผมไม่รู้ในเวลานั้น . . . จวบกระทั่งต้องได้เจอกับมัน

“ไอ้อาร์ม . . . ปล่อยแม่เหอะมึง ปล่อยนะอาร์ม . . .” ไอ้เพื่อนรัก มันเอามือมาโอบผมเอาไว้

“. . . แม่ไปดีแล้วอาร์ม อย่าดึงไว้ อย่าทำให้แม่ห่วงอาร์ม” มันกอดผมเอาไว้

“มึงมองแม่สิอาร์ม มองหน้าแม่ เห็นมั้ย แม่ยิ้ม แม่ไม่เจ็บนะอาร์ม แม่เพียงแต่ไปรอเราที่บ้านใหม่ แม่แค่ล่วงหน้าไปรอเรา ไปเก็บกวาดบ้านไงอาร์ม แม่ไปกวาดบ้านรอพวกเรา” มันดึงผมมาซบกับไหล่ของมัน

“กูอยากไปหาแม่ อยากอยู่กับแม่”

“พี่อาร์ม . . .” โกมันเดินมาโอบผมเอาไว้อีกคน

“โอ๋ . . . พ่อฝากทางนี้นะลูก เดี๋ยวพ่อต้องไปติดต่อกับโรงพยาบาล เอาแม่กลับบ้าน

“ครับพ่อ ไม่ต้องห่วง” มันหันไปบอกพ่อ

“แดน . . . ตามพ่อไปด้วย เพื่อนแกอยู่นี่ อาจเร็วขึ้น” โอ๋มันหันไปสั่งแดน

ในเวลานั้น ดูเหมือนไอ้เพื่อนรักมันจะเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงกับงานทั้งหมด เพราะหลังจากที่พ่อ ติดต่อเอาแม่ออกจากโรงพยาบาล มันกับโกก็วิ่งวุ่นกับติดต่อวัด ติดต่อร้านโลง ร้านดอกไม้ ไอ้เพื่อนรักผมมันเป็นตัวสั่งงานทุก ๆ อย่าง ในขณะที่ผมไม่ไม่เรี่ยวแรงเหลืออีกแล้ว

ผมได้แต่นั่งนิ่ง ๆ หน้าร่างที่คลุมไว้ด้วยผ้าขาว . . .

จวบจนกระทั่ง เมื่อผ่านพิธีการรดน้ำในตอนเย็น

. . . ผมกับโกช่วยกันยกแม่ลงในที่แคบ ๆ . . .

ร่างแม่ยังอุ่นอยู่เลย ใบหน้าแม่ยิ้มอิ่มเอิบ แม่คงรอผมมาทั้งคืน ไอ้โอ๋กับไอ้แดนช่วยผมทุกเรื่อง ในขณะที่ ผมไม่อยู่ในสภาพที่จะทำอะไรได้เลย ผมได้แต่นั่งนิ่ง ๆ หน้าโลงศพ

การลาจาก . . .

. . . เจ็บปวดเสมอ

ป้าภากับอาปู มาถึงตั้งแต่บ่าย เพราะโกเมศวร์โทรไปบอก เรื่องอาหารในการต้อนรับแขกหายห่วงเพราะเป็นหน้าที่ของสองคน ทุก ๆ อย่างดูวุ่นวายไปหมด แต่ผมไม่อยู่ในสภาพที่จะช่วยเหลือใคร ๆ ได้เลย

ทุกคนล้วนวุ่นวายกับงาน กับ แขกหรื่อ

ส่วนผม . . . ผมไม่ได้ทำอะไรเลย นอกจากนั่งมองรูปถ่ายแม่ . . .

“พ่อ ผมจะบวช”

“แล้วงานอีกล่ะ”




“ช่างมัน”

“อาร์ม พ่อบวชเองลูก เพราะพ่อ แม่เขาถึง . . .” พ่อนิ่ง

“พ่ออย่าโทษตัวเองสิครับ”

“อาร์มทำงานเหอะลูก เราเหลือกันแค่สองคนเท่านั้นแล้วนะ ถ้าอาร์มบวช พ่อบวช วันเผาแม่จะยุ่ง อีกอย่าง อาร์มก็บวชแล้วเมื่อตอนยี่สิบ”

“แต่ . . .”

“อาร์ม ถ้าอาร์มบวชอีกคน ใครจะส่งแม่ไปสวรรค์ล่ะลูก”

ผมกอดพ่อเอาไว้ ไม่อยากปล่อย ตอนนี้ผมมีแค่พ่อเท่านั้น ชีวิตผมไม่มีใครอีกแล้ว ถ้าผมรู้ล่วงหน้า . . . ผมไม่ยอมให้พ่อบวชแน่ ๆ

จากวันนั้น . . .

. . . จวบจนเวลาต่อมา

พ่อผม . . .

. . . หลวงพ่อ . . .



งานศพแม่จัดแบบง่าย ๆ เก็บแม่เอาไว้แค่ ๕ วัน ผมนะหรือ เหมือนซากที่เดินได้ ยามผู้คนรอบตัวผมเข้มแข็ง หากแต่ ยามไม่มีใครอยู่ใกล้ ๆ ตัว ผมมีแค่น้ำตา น้ำตาที่มันอยู่กับผม


ผมแหงนมองยอดเมรุเมื่อเสียงสัญญาณที่บาดลึกเข้าไปในหัวใจ . . .

ควันสีดำ ๆ ที่ล่อยล่องไปสู่เบื้องบน ผมจ้องมองมันนิ่ง ราวกับว่าจะเห็นวิญญาณของแม่สักครั้ง ผมอยากแยกให้ออก อันไหนกันแน่ควัน สิ่งใดกันแน่วิญญาณ . . . แม่

“กูไม่มีใครแล้ว กูไม่เหลือใครแล้ว” ผมบอกเบา ๆ คนที่ข้าง ๆ ผม ไอ้เพื่อนรัก กับโก

“มึงยังมีกูไง กูไม่ทิ้งมึงหรอก”

“กูเหลือใคร กูไม่เหลือใคร แม่ไม่อยู่แล้ว พ่อบวช กูรู้ พ่อไม่สึกแน่ ๆ. . .” ผมเอามือปาดน้ำตาทิ้ง

“. . . แล้วกูล่ะ ชีวิตกูที่เหลือจากนี้ กูจะอยู่ไปทำไมอีกว่ะ กูจะอยู่ไปเพื่ออะไรอีก ในเมื่อทุกอย่างของกูมันไม่มีอะไรแล้ว”

ไอ้เพื่อนรักมันดึงผมไปกอดเอาไว้ ผมรู้ มันเองก็ไม่ได้เข้มแข็งอะไรมากมาย มันปาดน้ำตาป้อย ๆ

“พี่อาร์ม ผมอยู่กับพี่ไง ผมก็อยู่” โกมันเดินมาโอบผมเอาไว้จากด้านหลัง

“กูไม่รู้นะโว้ย ทำไมกูต้องเจอเรื่องบ้า ๆ แบบนี้ด้วย ทำไมว่ะไอ้โอ๋”




“อย่าร้องนะมึง กูอยู่นี่ อยู่กับมึง” มันตบไหล่ผมเบา ๆ

“พี่อาร์ม ผมก็อยู่พี่” แดนมันจับมือผมเอาไว้

มันแทนกันได้หรือ ?

สิ่งที่ผมสูญเสีย ผมแลกได้หรือกับชีวิตที่เหลือจากนี้ หากมีอะไรที่ผมแลกได้ ผมอยากจะแลก ผมยอมทุก ๆ อย่าง

“ทำไมกูไม่ตาย ๆ ไปว่ะ”

“พี่อาร์ม อย่าพูดแบบนั้นสิ” โกมันกอดผมจากด้านหลัง ผมรู้ น้ำตามันเลอะหลังผมหมดแล้ว

“ไอ้อาร์ม มึงเข้มแข็งเอาไว้นะ มึงต่อผ่านไปให้ได้ มึงมีกู มีไอ้โก มีแดน ทุกคนอยู่ข้าง ๆ มึงนะโว้ย ไม่มีใครไปไหน ไม่มีใครทิ้งมึงไปไหน” มันกอดผมเอาไว้

ผมรู้ตอนนั้น . . .

ไม่รู้น้ำหูน้ำตาของใครเป็นของใคร มันคือช่วงเวลาที่สูญเสียที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของผม แต่ผมรู้ ผมมีคนที่รักผม คนที่อยู่ใกล้ ๆ ผมในยามที่ผมอ่อนแออย่างที่สุดในชีวิต

“อาร์ม” เสียงหลวงพ่อ

ผมปล่อยเพื่อนจากอ้อมกอด นั่งลงยกมือไหว้

“คนเราทุกคนล้วนสูญเสีย ความสูญเสียมันอยู่รอบ ๆ ตัวนะลูก อาร์มต้องปล่อยวาง มองสิ่งที่เกิดขึ้น ล้วนเป็นธรรมชาติ” เสียงหลวงพ่อเรียบ

“แต่ . . “ ผมมองหน้า น้ำตาเอ่อ

“ทุกอย่างเป็นกรรม โยมแม่เขาหมดกรรมแล้ว เราควรยินดี” โยมพ่อยิ้มละมุน

“. . . โอ๋ แดน โก ดูแลกันดี ๆ นะลูก”

“ครับหลวงพ่อ ผมจะดูแลอาร์ม อยู่ข้าง ๆ มันนี่แหละครับ” ไอ้เพื่อนรักก้มกราบ

ผมไม่รู้ . . .

ไม่ได้รับฟังคำสั่งสอนหรอก ผมจะทำใจได้อย่างไร สิ่งที่มันเกิดขึ้น รวดเร็วเหลือเกิน ขอเวลาผมอีกสักหน่อยได้ใหม

ขอเวลาให้ผมตั้งตัวบ้าง . . .





 

Create Date : 10 มกราคม 2553
4 comments
Last Update : 10 มกราคม 2553 14:25:14 น.
Counter : 356 Pageviews.

 

มาทักทายเจ้าคะ ^______^

 

โดย: onedermore 10 มกราคม 2553 14:33:06 น.  

 

รออ่านครับ

 

โดย: eakie (วาสุกรี ) 10 มกราคม 2553 23:25:23 น.  

 

ตอนที่แล้วมีฮา.. พอเจอตอนนี้เข้าไป.. รู้สึกแอบเศร้าไปด้วย คนที่เรารักจากไปมันเจ็บปวดจับใจจริงๆ ค่ะ "อีก ๑ เม้นท์นะค่"

รอ อ่านตอน ๑๖ อยู่นะค่ะ

 

โดย: ผู้หญิงมากฝัน (maesnake ) 11 มกราคม 2553 10:39:24 น.  

 

เศร้าอ่ะ เพราะเราเสียคุณปู่กับคุณย่าไป ท่่านก็เำหมือนพ่อกะแม่เราเพราะท่านเลี้ยงเรามา เกือบปีแล้ว แต่เหมือนเหตุการณ์มันพึ่งเกิด ยังคิดถึงท่านอยู่เสมอ

 

โดย: ผักกาด IP: 58.137.0.162 12 มกราคม 2553 10:05:42 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


นนท์ปวิชญ์
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add นนท์ปวิชญ์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.