ประวัติกรมพระราชวังบวรสถานพิมุข (วังหลัง) ตอน วังหลัง
ประวัติวังหลัง

วังหลัง หรือกรมพระราชวังบวรสถานพิมุข เพิ่งจะมีขึ้นในรัชกาลสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช(รัชกาลที่ ๑๗ ของกรุงศรีอยุธยา และที่ ๑ แห่งบรมราชวงศ์เชียงราย-สุโขทัยเป็นพระราชบิดาของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และ สมเด็จพระเอกาทศรถ

ในรัชกาลนี้โปรดให้สมเด็จพระนเรศวร ประทับวังด้านหน้าพระราชวัง และทรงสร้างวังทางด้านหลังพระราชวังพระราชทานสมเด็จพระเอกาทศรถ จึงเรียกกันว่า ‘วังหลัง’ คู่กันกับ ‘วังหน้า’

ต่อมาในรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช(รัชกาลที่ ๒๗ กรุงศรีอยุธยา ที่ ๔ แห่งบรมราชวงศ์ปราสาททอง)ไม่ได้ทรงตั้งมหาอุปราชวังหน้า แต่โปรดให้พระราชอนุชาพระองค์หนึ่ง คือพระไตรภูวนาถทิตยวงศ์ ประทับอยู่วังหลัง

วังหลังในสองรัชกาลนี้ เป็นแต่ที่ประทับยังมิได้เป็น ‘กรมพระราชวังหลัง’ ถึงรัชกาลสมเด็จพระเพทราชา (รัชกาลที่ ๒๘กรุงศรีอยุธยา เป็นกษัตริย์พระองค์เดียวแห่งราชวงศ์บ้านพลูหลวง ถึงรัชกาลที่ ๒๙พระเจ้าเสือ หรือขุนหลวงเสือ ขุนหลวงสรศักดิ์ย้อนกลับเข้าราชวงศ์ปราสาททองอีกครั้งหนึ่งเพราะถือว่าขุนหลวงเสือเป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระนารายณ์มหาราชและเป็นราชวงศ์ปราสาททองต่อกันมาอีก ๔ พระองค์จนเสียกรุง)

ในรัชกาลสมเด็จพระเพทราชานี้เองที่มีทั้ง วังหน้า และ วังหลัง วังหน้า เรียกว่า กรมพระราชวังบวรสถานมงคลเหมือนเมื่อครั้งสมเด็จพระนารายณ์ฯ วังหลัง เรียกว่า กรมพระราชวังบวรสถานพิมุข

เมื่อถึงสมัยรัตนโกสินทร์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงสถาปนาให้พระสัมพันธวงศ์เธอเจ้าฟ้ากรมหลวงอนุรักษ์เทเวศร์ซึ่งทรงมีความดีความชอบรบทัพจับศึกมาแต่ครั้งกรุงธนบุรี ขึ้นดำรงตำแหน่งกรมพระราชวังบวรสถานพิมุข (วังหลัง)พระองค์แรกและพระองค์เดียวแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ภายหลังการเสด็จทิวงคตของกรมพระราชวังบวรสถานพิมุขแล้ว ถือเป็นการสิ้นสุดของตำแหน่งกรมพระราชวังบวรสถานพิมุขเนื่องจากไม่มีการสถาปนากรมพระราชวังหลังขึ้นอีกเลย

วังหลังสร้างขึ้นที่ตำบลสวนลิ้นจี่พื้นที่มีขอบเขตทางทิศเหนือจรดกำแพงเมืองธนบุรีเดิมทางทิศใต้จรดฉางเกลือ

วังหลังนี้เป็นกำลังสำคัญที่จะป้องกันพระนครทางทิศตะวันตกฝ่ายเหนือจากการรุกรานของข้าศึกถัดจากวังหลังลงไปเป็นตำบลสวนมังคุดซึ่งเป็นบ้านเดิมของสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยาเทพสุดาวดีต่อไปเป็นบ้านปูนและบ้านขมิ้นตามลำดับ

ครั้นกรมพระราชวังหลังทิวงคตแล้ววังก็ถูกแบ่งออกเป็นตอน ๆ พระมนเทียรสถานเดิม ที่พระชายาทองอยู่ (ที่เรียกกันทั่วไปว่า "เจ้าครอกข้างใน") ประทับอยู่ ทางตอนใต้แบ่งออกเป็น3 วัง คือ

๑ วังเหนือ เรียกว่า วังน้อยเป็นที่ประทับของพระสัมพันธวงศ์เธอ กรมหมื่นนเรศรโยธี

วังกลาง เรียกว่า วังกลาง เป็นที่ประทับของพระสัมพันธวงศ์เธอกรมหลวงเสนีย์บริรักษ์ ต้นราชสกุลเสนีวงศ์

๓ วังใต้ เรียกว่า วังใหญ่เป็นที่ประทับของพระสัมพันธวงศ์เธอ กรมหมื่นนราเทเวศร์ ต้นราชสกุลปาลกะวงศ์

ครั้นถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวพื้นที่โดยรอบ เป็นที่อยู่ของราชสกุลเสนีวงศ์หรือปาลกะวงศ์ซึ่งเป็นเชื้อสายของกรมพระราชวังหลังในปัจจุบัน ที่เหลือกลายเป็นที่ดินราษฎรไป

คณะกรรมการสร้างโรงพยาบาลศิริราชได้ขอพระราชทานที่แปลงใต้คือ วังกรมหมื่นนราเทเวศร์ มาเป็นพื้นที่สำหรับสร้างโรงพยาบาล ต่อมาโรงพยาบาลศิริราชได้ขยายออกไปจนเกือบเต็มวังหลังโดยได้รับพระราชทานพื้นที่เพิ่มเติมบ้าง เวนคืนด้วยเงินงบประมาณบ้างส่วนเขตวังหลังส่วนเหนือซึ่งเป็นที่ของสถานีรถไฟธนบุรีทางโรงพยาบาลศิริราชเพิ่งได้รับกรรมสิทธิ์เพิ่มเติมอีก 30 ไร่ เมื่อปี พ.ศ. 2547เพื่อพัฒนาเป็นสถาบันการแพทย์ชั้นเลิศในเอเชียอาคเนย์ปัจจุบันตำบลวังหลังได้รับการเปลี่ยนชื่อเป็น แขวงศิริราช ส่วนถนนเข้าวังหลังได้รับชื่อว่า ถนนวังหลัง




Create Date : 08 มีนาคม 2558
Last Update : 8 มีนาคม 2558 12:07:26 น.
Counter : 2044 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Gorjai Writer
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]



******************************
บทความทั้งหมดในบล็อกนี้ สงวนลิขสิทธิ์ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 ค่ะ
******************************

ขอบคุณที่เปิดเข้ามาอ่านค่ะ
ชื่อเล่น: (ลูก) เกด
นามปากกา: กอใจ
เริ่มบล็อค: 04 กุมภาพันธ์ 2558
Thank You For Your Vote

Popular Award #12 (2559)






มีนาคม 2558

1
2
3
4
5
6
7
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
Friends Blog
[Add Gorjai Writer's blog to your weblog]