ThiS iS thE wAy iT ShOUld Be

Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2551
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
4 สิงหาคม 2551
 
All Blogs
 
สงสัยมั้ยทำไมต้องเรียนพิเศษ-*-ประเภทผู้ปกครอง

"ใครที่หลงเข้ามาอ่านเรื่องนี้ ขอบอกไว้ก่อนนะคะ ผู้เขียนเองเห็นว่าการเรียนพิเศษไม่มีความจำเป็น แต่ผู้ปกครองต้องมีกิจกรรมรองรับเวลาว่างของเด็กค่ะ "

ต่อจาก ฉบับเดิมนะคะ (เว้นเรื่องอวดลูกไปก่อน)
มันอาจจยาวไปหน่อย แต่ก็ไม่มากหรอกค่ะ

การเรียนพิเศษของเด็กๆ จะจำเป็นหรือไม่จำเป็นขึ้นกับหลายปัจจัย หลักๆ ก็ผู้ปกครอง ตามประสบการณ์ของตัวเอง ในฐานะผู้ที่เคยสอนเด็ก จึงคิดว่าจะแบ่งตามประเภทของผู้ปกครอง ได้ดังนี้

1. กลุ่มผู้ปกครองเห็นความสำคัญของการเรียนพิเศษ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลเรื่องอนาคตเด็ก หรือ มหาวิทยาลัยชื่อดังในวันหน้า กลุ่มนี้ จะไปได้สวยมากๆ ในกรณีที่เด็กๆ เองก็อยากทำตัวเองให้เก่งๆ ปัญหาในเด็กกลุ่มนี้จึงไม่ค่อยมี การเรียนพิเศษก็เหมือนอีกหลายอย่างในชีวิต ถ้าเป็นไปตามความเห็นของทั้ง2 ฝ่าย มันก็จะราบรื่น แต่ก็อาจสะดุดได้ตรงที่ เด็กๆ บางคนเครียดเกินไป พอเครียดแล้วปัญหาอื่นๆ จะตามมา เพราะฉะนั้นผู้ปกครองในกลุ่มนี้ ก็คงต้องช่วยๆ ให้เด็กปล่อยวางเองบ้าง (ตัวอย่างที่พบ น้องโอ๋ เรียนอยู่แค่ ป.6 แต่เอาข้อสอบวิทยาศาสตร์ ม.2 มาลองทำดู ทำไม่ได้ แล้วเครียดมาก เพราะมีเพื่อนๆ ในห้องหลายคนทำได้) หรือมีปัญหาทางการเงิน เรียนเยอะใช้เงินแยะ ก็ต้องลดๆ ทุ่มเทศึกษาเองบ้าง ในฐานะครูสอนพิเศษกลุ่มนี้สอนได้สบายใจ และมักได้ผลที่ดี ให้การบ้านไป ก็ทำการบ้านส่ง ไม่ค่อยง่วงหรือหนีเรียนให้ประหลาดใจ



2. กลุ่มนี้น่าจะรวมอยู่ใน กลุ่ม1 แต่ ปัญหามันอยู่ ที่ผู้ปกครองเห็นด้วยฝ่ายเดียว เด็กเองกลับเห็นตรงข้าม เพราะขนาดเรียนในห้องก็ขี้เกียจเต็มที อยากให้เลิกเรียนเร็วๆ จะได้เล่นโน่น ทำกิจกรรมนี่บ้าง เด็กกลุ่มนี้ถ้าได้คุยกันอย่างเปิดใจกับพ่อแม่ ก็ไม่มีปัญหา ดีเหมือนกัน เรียนเอาตัวรอดได้โดยไม่เรียนพิเศษ เก็บเงินค่าเรียนไปทำอย่างอื่นดีกว่า ยิ่งไม่น่ากังวลถ้าเด็กมีความรับผิดชอบตัวเองดีอยู่แล้ว หรือไม่ดีมากแต่ผลการเรียนอยู่ในระดับใช้การได้ แต่จริงๆ แล้วส่วนใหญ่เด็กๆ ไม่กล้าบอกกับผู้ปกครอง เหมือนกับอีกหลายเรื่องที่เด็กๆ ไม่กล้าบอกพ่อแม่ เด็กจะทำเป็นไปเรียน ตั้งใจหลับบ้าง คุยกับเพื่อนบ้าง (ทั้งๆ ที่ครูสอนดี สนุก อิอิอิ) คือ ออกอาการต้านการเรียน หนักมากก็หนีเรียน เรื่องนี้มันทำให้ครูสอนพิเศษใหม่ๆ ประหลาดใจ (จ้างชั้นสอน แล้วหนีเรียนทำไม เงินไม่คืนนะยะ) ครูที่สอนไปนานๆ ก็จะปล่อยเลยตามเลย หรือไม่ก็อึดอัด (จะบอกกะผู้ปกครองว่าไงวะ) และจะน่าสงสารมากถ้าเกิดขึ้นกับเด็กที่ในชั้นเรียนธรรมดาก็เรียนไม่รู้เรื่อง เรื่องนี้ขอแนะนำว่าคุยกะเด็กๆ ก่อนเถอะค่ะ เรียนไปเสียเงินเปล่า เหมือนเราๆ นี่แหละ ไม่ชอบงานตัดเย็บ แต่มีคนมาสอนให้เย็บผ้า

3. ไม่เห็นความสำคัญ หรือ ไม่แน่ใจในความจำเป็นของการเรียนพิเศษมากนัก แต่พยายามส่งเสริมให้ลูก ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ กลุ่มนี้น่าเห็นใจ เพราะปัจจุบันเอง ผู้พ่อแม่ส่วนใหญ่ต้องทำงาน ถ้าเด็กอยู่ว่างๆ มันจะมีกิจกรรมอื่นๆ ที่ไม่ดีล่อตาล่อใจลูกหลานเราอยู่มากมาย เช่น เกมส์ชนิดต่างๆ ไปรวมตัวกันเป็นแกงค์อันธพาล ไปเดินห้างให้คนพาลมาทำมิดีมิร้าย แชทไร้สาระ แชทแก่แดด ฯลฯ ดังนั้นการส่งไปเรียนพิเศษก็แก้ปัญหาได้ระดับหนึ่ง แต่ในความเห็นส่วนตัว อยากให้คุยกับเด็กๆ ก่อน ดูความชอบของลูกบ้าง เด็กที่ตั้งใจเรียนพอประมาณอยู่แล้วเสริมให้ทำกิจกรรมอื่นๆ ที่มีประโยชน์ได้อีก อย่างชวนกันทำกิจกรรมครอบครัว กิจกรรมสังคมร่วมกับพ่อแม่ หรือเรียนพิเศษในคอร์สที่ใช้ประกอบสัมมาชีพในอนาคตได้ เช่น ดนตรี วาดรูป คอมพิวเตอร์ งานประดิษฐ์ต่างๆ



4. กลุ่มลูกว่างแม่ไม่ว่าง กลุ่มผู้ปกครองขี้เกียจเลี้ยงลูก (อ๊ะ อ๊ะ มีจริงๆ นะ) ความขี้เกียจมันมีหลายสาเหตุนะ อย่างเช่นมีตัวอ่อนๆ อยู่ที่บ้าน ถ้าคนโตอยู่ก็งอแง แกล้งน้อง ฝากใครเลี้ยงก็ไม่ได้ จับส่งเรียนพิเศษเลย หรือบางทีแม่ก็อยากมีเวลาส่วนตัวนิดๆ หน่อย เช่น ทำงานบ้านมาทั้งวัน พอเสร็จก็ต้องไปรับลูกจากโรงเรียนอีก ว่ากระนั้นก็เลยยืดเวลาแม่หน่อย เรียนพิเศษนะลูก แม่ขอช้อบก่อน แต่ที่เด็ด ๆ เคยเจอมากับตัวเองคือ จองเรียนพิเศษให้ลูกตอนเย็นๆ ช่วง 4-6 โมงเย็น แม่จะไปแอโรบิคค่ะ มีล็อกเวลากับครูสอนพิเศษทุกเทอม นี่แหละ ความสุขที่เงินซื้อได้ ก็ยังดี แต่อย่าลืมถามสารทุกข์ สุกดิบ ของเด็กบ้างนะคะ



5. กลุ่มผู้ปกครองไม่มั่นใจในศักยภาพของตัวเอง หรือ มั่นใจแต่ลูกไม่มั่น อิอิ น่าเจ็บใจค่ะ เพราะเคยถามภริยานายทหารเรือคนหนึ่งที่มาสอบถามเรื่องเรียนพิเศษ แล้วได้คุยกัน เห็นคุณแม่ท่านนี้มีความรู้ดี แถมเก่งภาษาจีนและอังกฤษ เวลาว่างก็พอควร เลยถามว่าทำไมไม่สอนการบ้าน หรือสอนภาษาให้ลูกเอง คุณแม่หัวเราะกระจกเกือบแตกค่ะ คุณครูถามลูกเดี๊ยนซีคะ เลยลองถามดู ตัวเล็กน่ารัก ป.4 ตอบว่า “ สอนไม่ได้เรื่องเลยค่ะ ครูขา อ่านโจทก์ก็ผิด บางทีก็ว่าครูสอนผิด ไม่เหมือนที่แม่เคยเรียน” เกือบวางมวยแน่ะ แม่บางคนก็บอกว่า “โฮ้ย อะไรไม่รู้แบ่งสาระเรียนรู้อะไร มั่วไปหมด” ที่ได้ยินจากปากเด็กบ่อยก็คือ “แม่สอนไม่เหมือนที่โรงเรียน” สำหรับแม่ที่มีเวลาและมีความรู้เกิน ม.3 ในฐานะครูที่เคยสอนพิเศษขอรับประกันว่า ความรู้เท่านั้นสอนการบ้าน ป.1-ป.6 ได้สบายๆ แต่ไม่ใช่แค่เปิดการบ้านลูก แล้วสอนๆ เลยนะคะ มันต้องมีขั้นตอน ตั้งแต่วันแรกที่ลูกเปิดเทอม ต้องมีการบันทึกตรวจตราลูกเรียนวิชาอะไรบ้าง สมัยนี้ครูเขาจะแจก สาระการเรียนรู้ในแต่ละช่วง (เอกสารที่บอกว่าวิชานี้จะเรียนเรื่องอะไรบ้าง) ให้ผู้ปกครองทราบด้วย ถ้าไม่แจกก็ลองทวงถามจากครูประจำชั้นได้ จะได้เตรียมตัว ถ้าทำแบบนี้เราเองก็จะรู้ทางสอน เด็กๆ ก็มั่นใจว่าแม่จะสอนได้ (เดี๋ยววันหลังจะคุยเรื่องนี้กันอีก เพราะกำลังอยากทำบลอกโฮมสคูลอยู่) แม่ต้องมีแฟ้มเก็บเอกสารพวกนี้ไว้ด้วยนะคะ แต่ขอบอกว่า แม่ๆ ประเภทโอ๋ลูกมากๆ ตามใจลูกจนเคยตัว สอนเองไม่ได้ค่ะ ส่งเงินมาให้พวกเราเถอะค่ะ



ตามต่อคราวต่อไปนะคะ




Create Date : 04 สิงหาคม 2551
Last Update : 4 สิงหาคม 2551 17:18:01 น. 33 comments
Counter : 594 Pageviews.

 
อยู่ที่ผู้ปกครองเป็นสำคัญ ในการดูศักยภาพของลูกหลาน

เก่งวิชาการหรือเก่งการงาน หรือทั้งสองอย่าง

เด็กบางคนเรียนธรรมดาแต่วันหยุด ได้ค่าจ้างเก็บน้ำยางวันละ3-4 ร้อย ซึ่งเวลานั้นคนที่สอบได้ที่หนึ่งของประเทศยังหาเงินเองไม่เป็นเลย

เสียงเค้าว่ากันพรรณนั้น


โดย: บ้าได้ถ้วย วันที่: 4 สิงหาคม 2551 เวลา:17:51:15 น.  

 
เราเปรียบเทียบมนุษย์กันไม่ได้หรอกค่ะ

ไม่คิดว่าพันนั้น


โดย: rainfull วันที่: 4 สิงหาคม 2551 เวลา:18:25:58 น.  

 
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด

ยัยเอื้อง หล่อนสอนวิชาอะไรบ้างยะ ชั้นจะได้ส่งลูกไปเรียน

เกลียดนักสอนการบ้านลูกเนี่ย สอนทีไรมันร้องไห้ทุกทีเลย ตรูล่ะเบื่อ


โดย: พจมารร้าย วันที่: 4 สิงหาคม 2551 เวลา:18:38:31 น.  

 
ผมเป็นติวเตอร์ครับ

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เจอเด็กที่มาเรียนพิเศษอยู่ 2 ประเภทใหญ่ๆครับ คือ

1 เ้ด็กมีปัญหาในการเรียน ทั้งที่ไม่ไหวเอง และทั้งพวกที่บังคับตัวเองไม่ได้ จำพวก สมาธิสั้น หรือ LD อ่อนๆ กลุ่มนี้พ่อแม่จะพามาหาเองครับ การสอนสอนก็ต้องใช้ความอดทนสูงเป็นพิเศษ
และหลายๆ คนก็ต้องพึ่งจิตแพทย์อีกทาง

2 กลุ่มเด็กเทพครับ คือ อยากเก่งขึ้นกว่าเดิม อยากไปแข่งขันด้านวิชาการต่างๆ เพื่อเป็นใบเบิกทางทางการศึกษาในระดับอุดมศึกษา เพราะมหาลัยไหนๆ ก็อยากจะได้เด็กเก่ง มีรางวัลการันตีเอาไว้ และถ้าไปถึงสนามสอบโอลิมปิกได้ ก็มีลุ้นถึงเรียนฟรีในต่างประเทศเลยครับ อันนั้นไม่นับการสอบเข้า นายร้อย หรือ มหาลัยรัฐบาลนะครับ

นี่คือสิ่งที่ผมเจอครับ .. อ้อ เป็นการสอนตัว ต่อ ตัว นะครับ

สำหรับการเรียนในเซนเตอร์ต่างๆนั้น ตามความเห็นแล้ว ถ้าไปเรียนล่วงหน้า คือ ให้รู้ก่อนครูสอนในห้อง อันนี้ถือว่ายังมีประโยชน์ครับ แต่ถ้าไปเรียนตามหลังโรงเรียนแล้ว ถือว่า ไม่มีประโยชน์ ครับ


โดย: oscilated วันที่: 4 สิงหาคม 2551 เวลา:18:39:45 น.  

 
เคยสอนทุกวิชา เจ๊เมย์

ยกเว้นวิชาที่สอนแล้วได้เงินน้อย สอนพิเศษเก็บเงินเพื่ออนาคต

ไม่งั้นลูกรับจ้างเก็บน้ำยางแน่ๆ



โดย: rainfull วันที่: 4 สิงหาคม 2551 เวลา:18:42:10 น.  

 
วะ เจอผู้รู้จริงแล้วเฟร้ยยยย



โดย: rainfull วันที่: 4 สิงหาคม 2551 เวลา:18:54:05 น.  

 
วิเคราะห์ได้ดีมีเหตุผล
ขอบคุณสำหรับแง่คิดดีๆค่ะ


โดย: leona_girl วันที่: 4 สิงหาคม 2551 เวลา:19:05:13 น.  

 
นีโอจ๋า
น้าฝิ่นสงกะสัยซะแล้วสิว่า
แม่เอื้องเตรียมจับนีโอเรียนพิเศษแน่ ๆ เลย
ตามค่านิยมสมัยนี้ไงจ๊ะ
รักนะแก้มยุ้ย


โดย: ดอกฝิ่นในสายลมหนาว วันที่: 4 สิงหาคม 2551 เวลา:19:11:16 น.  

 
ไรกัน น้าฝิ่น นีโอไม่ต้องเรียนพิเศษไรเลย

6 เดือนเนี่ย เขียนนิยาย ส่ง ไป สน. 2เล่มแล้ว



โดย: rainfull วันที่: 4 สิงหาคม 2551 เวลา:19:18:21 น.  

 
ตั้งใจไว้ว่าจะสอนลูกเอง ไม่รู้ต้นฝนจะรับได้เป่า อิอิ รึอยากเรียนกับแม่เอื้องก็ไม่รู้ ท่าทางจะโหด มัน ฮา ค๊า


โดย: ปลายดินสอ วันที่: 4 สิงหาคม 2551 เวลา:19:31:09 น.  

 
ต้นฝนเอ๊ย ป้าแยกแมวกะหมายังไม่ค่อยออกเลยตอนนี้ คงสอนได้นะลูก


โดย: rainfull วันที่: 4 สิงหาคม 2551 เวลา:19:42:07 น.  

 
น้องเอ๊ยยย..พี่เคยได้ยินน้องที่ทำงานบ่นนะ ว่าสอนการบ้านลูกไม่ได้ เพราะว่าทะเลาะกัน

ไอ้แม่สอนอีกอย่างนึง คุณครูสอนอีกอย่าง มันว่าแม่มันผิด

มีครั้งนึง คุณครูให้โจทย์ผิด หรืออะไรซักอย่างเนี่ย แม่ก็บอกว่าไม่ใช่ ไอ้ลูกก็เถียง กลายเป็นจะตีกันซะอีก

สำหรับพี่นะ คงคอยสนับสนุนเค้า ให้เค้าเรียน แต่ไม่บังคับเค้าหรอกจ๊ะ เพราะว่าแม่มันก็ขี้เกียจเรียนมากๆ


โดย: พี่ปุยเอง (ลูกไหม ) วันที่: 4 สิงหาคม 2551 เวลา:20:24:53 น.  

 
วันนี้แม่เอื้องมีสาระแฮะ
มาแปลกแต่ดีจ้า ชอบๆ

ถ้าอย่างนั้นดิฉันขอปรึกษาคุณครูเลยล่ะกันจ้า น้องน้อทตอนนี้ซนมากยังกับลิงแล้ว อย่างนี้จะเรียนหนังสือรู้เรื่องมั๊ยจ๊ะ

แต่เค้าก็จะซนตอนอยู่บ้านนะจ๊ะ แต่เวลาออกนอกบ้าน หรือเจอผู้คนแปลกหน้า เค้าจะเฉยและมองอย่างสนใจอ่ะ
ผิดเป็นคนละคน ราวฟ้ากับเหวเลยจ๊ะ ยิ้มแต้ ไม่งอแง
อย่างนี้ยังปกติอยู่ใช่ไหมจ๊ะ

ขอคอนเฟิร์มและมาตามไปดูหอยมุกด้วยจ้า



โดย: แอล (aal990 ) วันที่: 4 สิงหาคม 2551 เวลา:22:15:40 น.  

 
มายกมือเห็นด้วยทุ๊กประการเลยค่ะ
เจ้าลูกชายก็ไม่ยอมเรียนพิเศษหลังเลิกเรียนเด็ดขาด
แค่เรียนตั้งกะเช้าจนเย็นก็เหนื่อยแล้ว
อิอิ ยังจะให้ทำโอทีอีก

ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมที่บล็อกค่ะ
emoemo



โดย: BongKet วันที่: 4 สิงหาคม 2551 เวลา:22:31:33 น.  

 
เกิดมายังไม่เคยเรียนพิเศษ เรียนพิเศษมันเป็นงัยเหรอเอื้อง แหะๆ อย่างว่า มันฮิตหน่ะ สมัยก่อนตอนยังสาวๆ เพื่อนก็นิยม แต่เราไม่เรียน ไม่ชอบ ไม่เห็นจะจำเป็นเลย เวลาสอบ เราก็ได้คะแนนดีกว่าพวกเรียนพิเศษ ถ้ามีลูกก็ไม่ให้มานเรียนหรอก มีฟามสุขกะธรรมชาติ และสิ่งที่ตัวเองชอบดีกว่า ไม่ต้องบังคับกัน


โดย: นก นก นก แม่ยัยปาย IP: 222.123.114.85 วันที่: 4 สิงหาคม 2551 เวลา:22:57:20 น.  

 
แหม่ อ่านจบแล้ว นั่งตรึกอยู่ตั้งนานว่าอย่างเราล่ะจะเข้าข่ายไหนน้อออ ถึงขนาดต้องเลื่อนขึ้นไปอ่านอีกรอบเลยนะเนี่ย

สงสัยจะกินรวบ สอนเองเออเองซะล่ะมั้งเนี่ย



โดย: รินตินติน วันที่: 4 สิงหาคม 2551 เวลา:23:09:02 น.  

 
บังเอิญ หล่นมาบล็อคคุณแม่ชานเรือน ในต่างแดน
ทำโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ เดี่ยว คู่ สามขา สองคู่ คือ กลุ่มไม่เกิน 4 จนย่างเดือนที่ 9th

อันว่า เรื่องพามาเรียนพิเศษ มีทุกกลุ่ม อย่างที่ว่า ที่เพิ่มมาคือ เนิสเซอรี่ ซึ่งต้องปรามเข้มกันไป ว่า ไม่รับฝาก !

แล้วก็ หากวันหน้า ได้ลงจากคาน มีฝามีกะเค้า คงไม่ให้ลูกเรียนในประเทศไทย ส่งไปเรียนที่ประเทศพ่อ รัฐบาลวางรากฐานการศึกษาให้เด็กๆ สปีชอิงลิชกันคล่อง ตั้งแต่ 7 ขวบควบ อิตาเลียน หรือ ภาษาอื่นอีก ในฐานะประเทศท่องเที่ยว แต่กว่าจะถึงวันนั้น ก็ฝันไปก่อน ตอนนี้ที่จริง คือ โรงเรียนตรู ...

ไว้ 33 ค่อยมีดีกั่ว เพราะตอนนี้ จา 30 ยังกรองหาพ่อของลูกไม่ผ่านเร้ย กร๊ากกกก ฮ๋อย


โดย: kuddle วันที่: 5 สิงหาคม 2551 เวลา:3:54:12 น.  

 
เห็นกระทู้เก้าอี้ไม้ เลยต้องตามมาดูในบล๊อกนี่ล่ะค่ะพี่เอื้อง

ตอนเด็กๆ ก็บ้าเรียนพิเศษค่ะ


โดย: Second impact วันที่: 5 สิงหาคม 2551 เวลา:7:32:15 น.  

 
มาอ่านสาระดี ๆ เก็บเป็นข้อมูลไว้ ขอบคุณนะคะ


โดย: YingLek วันที่: 5 สิงหาคม 2551 เวลา:7:50:53 น.  

 
honey, what r u talking about? i cant read but ur son is cute!


โดย: Mr Bean IP: 60.51.0.33 วันที่: 5 สิงหาคม 2551 เวลา:10:13:29 น.  

 
อ่านจบหมดทุกเม็ดเลยก๊า ..

ในฐานะที่เป็นผู้ที่เคยเรียนพิเศษมาก่อง เรียนทุกเย็น หลังเลิกเรียน ตั้งกะ 4 โมง - 6 โมงเย็น เรียนวันเสาร์ทั้งวัน วันอาทิตย์อ่ะหรอ ลองซิ ลองให้ช้านเรียนอีกซิ ได้หยุดพักวันอาทิตย์ เปฌนวันเที่ยวทุกที่ที่อยากไป แม่น้ำหวานเห็นด้วยกะป้าเอื้องค่า เวลาจะส่งลูกเรียนพิเศษ ผู้ปกครองน่าจะปรึกษาลูกจั๊กกะหน่อย เพื่อลูกจะได้เต็มอยากจะไขว่คว้า และก็จะทำได้ดีด้วย แม่น้ำหวานเต็มใจค่ะ เพราะอยู่บ้านไม่มีเพื่อง พี่ชายห่างกัน 12 ปี แม่น้ำหวานโตไม่ทัน พี่มีแฟงไปแล้น ..

ว่าแต่ นีโอ ปลิ้นดีวุ้ย .. ชอบ ชอบ แม่น้ำหวานชอบเด็กปลิ้นๆ


โดย: Kitty_sweet วันที่: 5 สิงหาคม 2551 เวลา:11:27:54 น.  

 
เป็นอีกคนที่ไม่มีประโยชน์สำหรับลูกนอกเหนือไปจากการเหลาดินสอ และฟังลูกอ่านหนังสือ (และไม่ขัดคอ) เนื่องจากลูกสับสนทุกทีเวลาแม่สอน ลูกห้าขวบ อ่านหนังสือได้เยอะแล้ว ถ้าคำไหนไม่เคยเจอ จะพยายามสะกด แต่บางครั้งก็จะเจอคำแปลกก็ไม่แน่ใจ ไถ่ถามแม่ปรากฎว่าลูกไม่มั่นใจในตัวแม่เพราะแม่อ่านแปลกไปจากครู แม้แต่คำง่ายๆ
เช่น คำว่า แมลง แข็งแรง ทันควัน ฯลฯ
อิอิ แต่เค้าดีกว่าตัวอย่างหนึ่ง
ลูกชายบอกว่าเวลาแม่ดุ แม่ก็เหมือนนางฟ้า ส่วนครูเวลาดุ เหมือนยักษ์ อิอิ ส่วนพ่อก็เป็นยักษ์ตัวผู้...เด๋วต้องพาลูกไปวัดสายตา


โดย: นางฟ้าในสายตาหนูคนเดียว (นางพิมพิลาไลย ) วันที่: 5 สิงหาคม 2551 เวลา:11:47:35 น.  

 
คุณแม่น้องบุค เก่งมากๆ เด็ก5ขวบ อ่านนิทานให้ตัวเองฟังได้

ลูกเกดป้าอุ้มกว่าจะอ่านปาไป 7-8 ขวบ จำได้ป่ะ


โดย: rainfull วันที่: 5 สิงหาคม 2551 เวลา:13:31:38 น.  

 
หูยยยยยมาแนววิชาการมากมาย มีสาระสุดๆๆๆ เลยคร่า ตามมาอ่านความรู้เผื่อไว้ตอนเจ้าแวววาวต้องเรียนพิเศษอะ

เจ้านีโอสุดหล่อสบายแล้วลูก แม่เอื้องสอนเอง เก่งเหมือนคุณแม่ชัวร์ๆ

ปล.ขอบคุณมากมายที่แวะไปอวยพรวันเกิดคุณพ่อเจ้าแวววาวนะคะ


ขอบคุณที่มาอวยพรวันเกิด ให้คุณพ่อของแวววาวนะคะ




โดย: PORBUA วันที่: 5 สิงหาคม 2551 เวลา:15:06:10 น.  

 
โจทย์ปัญหา โจทก์ - จำเลย

เฮ้ย เขียนผิดนี่หว่า


โดย: rainfull วันที่: 5 สิงหาคม 2551 เวลา:16:24:39 น.  

 
ดร.เอื้อง พิมพ์ซ่ะเยอะแยะ หายหมดเลยอ่ะ แง แง

สรุป เจ๊เป็นทุก ๆ ข้อเลยค่ะ โดยชาเพาะข้อสุดท้ายเป็นมากสุด อิอิอิ



โดย: kateking(แม่คิงคอง) (kateking ) วันที่: 5 สิงหาคม 2551 เวลา:18:07:23 น.  

 
อยากมีแบบนี้มั่ง
แต่หาคนช่วยทำไม่ได้
หุหุหุ


โดย: หมอภัทร (patra_vet ) วันที่: 5 สิงหาคม 2551 เวลา:21:46:39 น.  

 
สวัสดีค่ะ แวะมาทักทายและจูจุ๊บน้องนีโอค่า น้องน่ารักมากเลยค่ะ เอมี่ก็มีลูกชายเหมือนกัน แต่ตอนนี้อยู่ในท้องอยู่เลยค่า


โดย: Amy (CoolDubaiChic ) วันที่: 5 สิงหาคม 2551 เวลา:22:41:14 น.  

 
มารอบนึงละ รอบแรกมาดูรูปสุดหล่ออย่างเดียว แหม...ยิ่งดูยิ่งอยากไปดักจับตัวตอนซื้อข้าวมันไก่วุ้ย เด็กไรน่ารักน่าฟัดเจงๆ เรยยยย...มะน่าเชื่อว่าจะมาจากนมเหี่ยวๆ ของแม่ (อันนี้แม่เอื้องคอมเฟิร์มเองนะ)

สมัยเด็กๆ ไม่ค่อยเรียนพิเศษหรอก ไม่ชอบอะ ยิ่งหลังเลิกเรียนด้วย โห...ขอไปไกลๆ เหนื่อยทั้งวันแระ ขอพักดีกั่ว แต่เป็นคนชอบอ่านหนังสือ ก็เลยพอเอาตัวรอดได้ มาถึงยุคนี้...ยุคที่การเรียนพิเศษมีผลกับการเรียนของเด็กๆ เหลือเกิน (เอะอะก็เรียนพิเศษ เรียนพิเศษ) ยังไม่รู้ว่าพอถึงคราวยายพะโล้จะเป็นยังไง

ถ้าตอนเล็กๆ นี่สอนเองได้ก็คงสอนเองแหละ ค่อยๆ สอนกันไป


โดย: คีตาญชลี วันที่: 6 สิงหาคม 2551 เวลา:0:29:14 น.  

 
มิตรรักแฟนเพลงคนที่ 8 ขอบคุณที่แวะมาตึ๋งหนืด

ใช่ค่ะ พี่ปุย

รูปเยอะโหลดได้ช้า (ช้าเพราะบลอกแกงนิ) แต่บลอกเที่ยว ถ้าไม่มีรูปจะดูไรหว่า อิอิอิ

แต่แม่น้อง2ม. ถ่ายรูปสวยนะคะ



โดย: rainfull วันที่: 5 สิงหาคม 2551 เวลา:23:10:43 น.


--------------------------




tHanK yOu ที่แวะไปทักทายที่บล็อคเสมอเลยน๊า....^ ^



tHanK yOu สำหรับคำชม ว่าถ่ายรูปสวยด้วยน๊า...^ ^

อ่านแล้วปลื้ม ปิติ มานะ มานี ชูใจ.....^ ^



อ้อ..แต่เราเป็นคุณแม่ของน้อง 3 ม. นะจ๊ะ มะใช่ 2 ม.


มาวิน

เมจิ

มินิค .....^ ^


3 ม. ...สามหนุ่ม..สามมุมนะ คิกคิก...^ ^


โดย: ริวคิ-mawin-maji-minic วันที่: 6 สิงหาคม 2551 เวลา:7:04:57 น.  

 
มาลงชื่อก่อนนะคะ เดี๋ยวมาอ่านใหม่ เพราะอ่านไม่ได้เลยค่ะ


โดย: แม่หนมจีนน้อย วันที่: 6 สิงหาคม 2551 เวลา:17:49:42 น.  

 
เข้ามาตามติด อิอิอิ


โดย: อาเดียร์ วันที่: 11 สิงหาคม 2551 เวลา:0:12:13 น.  

 
ถ้าใครอยากเรียนเลขป.5-6 และม.1 ขอแนะนำพี่เบญ สอนอยู่ที่คณิตศาสตร์อ.เจี๋ย สยามสแควร์ ซ.6 เน้นสอนกลุ่มเล็ก พื้นฐานแน่น เข้าใจง่าย ใจดี เอาใจใส่เด็กดี ใครสนใจติดต่อ โทร.02-2524848 นะคะ


โดย: nok IP: 125.24.204.108 วันที่: 27 พฤษภาคม 2552 เวลา:18:29:20 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

rainfull
Location :
ตรังกานู Malaysia

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]












ทุกตัวอักษรทุกภาพที่ปรากฏบนบลอกนี้ ไม่ว่าจะยาวนานอีกแค่ไหน เจ้าของขอสงวนสิทธิ์แต่ผู้เดียวหากผู้ใดละเมิดหรือนำไปใช้ไปอ้างโดยมิบอกกล่าวจะเอาเรื่องทั้งด้วยกฎหมู่และกฎหมาย
Friends' blogs
[Add rainfull's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.