Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket
Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2550
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728 
 
26 กุมภาพันธ์ 2550
 
All Blogs
 
กำแพงไทย-ญี่ปุ่น เอกสารกองโต

สำหรับคนไทยที่เคยเดินทางไปต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่ต้องขอวีซ่า(ซึ่งน่าจะเรียกว่า We sad)ก็คงจะเคยเจอประสบการณ์สยองขวัญทำเอาจิตตกไปไม่มากก็น้อย อารมณ์ตั้งแต่กรอกเอกสารไปจนถึงฟังผล ช่วงนั้นจะรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นพ่อค้าผง ไม่ก็โจรข้ามชาติ พ่อเป็นมาเฟีย แม่เปิดบ่อน ฯลฯ มันเป็นยังไงนะเหรอ ผมจะขอเล่าถึงการขอวีซ่า(ท่องเที่ยว)ของญี่ปุ่นตามประสบการณ์(สยอง)ที่ตัวเองไปเจอมาละกัน เริ่มจากเข้าไปในเวบฯกงสุล อ่านรายละเอียด ต้องยื่นอะไร ยังไง ที่ไหน ซึ่งขั้นตอนนี้จะงงไม่มาก ประมาณว่าเล่นเกมส์ด่านแรกเจอบอสกระจอก ปราบง่ายดาย พอด่านต่อไปต้องกรอกข้อมูลลงในใบคำร้อง "อะไรฟร่ะ!..." หึๆ ช่วงนี้ละคับ จะเริ่มงง หน้ามืดวิงเวียน อันนี้อาจจะเป็นเพราะเคยไปแต่ประเทศที่ไม่ใช้วีซ่า พอมาเจอครั้งแรกเลยงงไปหมด จะเข้าเมื่อไหร่ ออกเมื่อไหร่ ไปพักที่ไหน ตั๋วเครื่องบิน โอ้ยย...ดีนะไม่มีช่อง ใส่ กกน.สีอะไร อาบน้ำวันละกี่ครั้ง..? เล่นเอาเหนื่อย พอเตรียมเอกสารทุกอย่างพร้อมแล้วก็หาฤกษ์งามยามดี เวลาเหมาะแต่ไม่ต้องถึงกับไปขอจากพระท่านนะคับ เอาเวลาที่เราว่างๆนะแหละ เดินทางไปกงสุลญี่ปุ่นชั้น 9 ตึกเสริมมิตร(ตอนนี้ย้ายไปแถวสวนลุมฯแล้วนะ) ถึงที่นั่นก็เจอคุณพี่รปภ.ตรวจกระเป๋า แลกบัตรจึงจะขึ้นไปได้ ช่วงนี้ละคับ เริ่มจะเลิ่กลั่กทำหน้าตามีพิรุธสุดขีด(ก็ไม่รู้จะทำไปทำไม)เหมือนจะมาวางระเบิดยังไงยังงั้น พอขึ้นลิฟท์มาที่ชั้นเก้าก็จะมีให้ตรวจอีกครั้งก่อนเข้าห้อง ผ่านส่วนนี้ไปก็จะถึงห้องยื่นเอกสาร โอ้วว....พ่อเจ้า กะว่ามาเช้าแล้วไหงคนเยอะแบบนี้ ที่สำคัญเวลาเดินก้าวแรกเข้ามาหลายคนจะหยุดชะงัก สอดสายตาไปมา นัยว่าขอทำความคุ้นเคยกับสถานที่ สายตา(คนอื่น)นับร้อยก็จะจ้องมาที่เรา แล้วคิดในใจ "น้องใหม่สิท่า.." ทำใจดีๆไว้นะคับ ตั้งสติไว้ สิ่งแรกที่เราต้องทำคือไปรับบัตรคิว นั่งรอจนกว่าจะถึงคิวเรา ระหว่างรอหัวใจจะเต้นรัว โลหิตสูบฉีดแรงกว่าปกติ เป็นอาการปกติของโรค visaphobia ให้ทำใจไม่มียารักษา พอถึงคิวเราก็เอาเอกสารไปยื่นตามช่องที่กำหนด ตรงนี้จะแล้วแต่บุญแต่กรรมของใครทำมาดี ก็ได้เจอเจ้าหน้าที่ใจดี ใครบุญน้อยก็ตัวใครตัวมัน ผมทำบุญไว้เยอะเลยเจอเจ้าหน้าที่ดีๆ แต่ไม่ต้องกลัวนะคับส่วนใหญ่เจ้าหน้าที่กงสุลญี่ปุ่นไม่ดุ แค่โหดๆ...อ่ะล้อเล่น สิ้นสุดขั้นตอนนี้ก็ได้แต่ร้องเพลงรอ "ไม่รู้ต้องรออีกนานแค่ไหน...ไม่รู้เมื่อไรที่เราจะพบกัน..." กินไม่ได้นอนไม่หลับไปอีกประมาณสองวัน บางคนอาจนานกว่านั้น.....แต่อยากจะบอกว่าวีซ่าญี่ปุ่นไม่ได้ยากอย่างที่คิดนะคับ ถ้าเอกสารครบมันจะง่ายดายกว่าปอกทุเรียนเข้าปากแน่นอน
การขอวีซ่าว่าไปก็แปลกนะคับ เหมือนกับที่เขียนไว้ข้างบน คือเราก็เป็นคนธรรมด๊า..ธรรมดาเข้าประเทศด้วยความบริสุทธิ์ใจ แต่กลับรู้สึกกลัวๆเหมือนตัวเองทำผิดอะไรมา "กรอกแบบนี้ได้มั๊ย ถ้าเค้าถามแบบนี้ต้องตอบยังไง?.. " บางคนเครียดยังกะเตรียมสอบโอเน็ตเอเน็ต อันนี้คงเป็นเพราะความเข้มงวดที่เกิดจากคนรุ่นก่อนๆ(บางคน)เคยทำผิดไว้ ทำให้คน(หน้าตา)ดีๆอย่างเราพลอยลำบาก เฮ้อ.. อย่างวีซ่า pre-college ที่ผมจะขอหนักกว่าวีซ่าท่องเที่ยวอีกหลายเท่า เอกสารกองรวมกันนึกว่าเป็นฟูจิซัง ขอประวัติกันละเอียดยิบ นี่ถ้ามีของชาติที่แล้วคงต้องยื่นไปด้วย ที่บอกคือเอกสารที่เราต้องยื่นให้โรงเรียนพิจารณารับเราแล้วเค้าจะยื่นขอใบรับรองสถานภาพการพำนัก(Certificate of Eligibility) จากตม.ที่ญี่ปุ่น พอเราได้เจ้าใบนี้มา ก็ให้เอาไปยื่นขอวีซ่าเข้าญี่ปุ่น ขั้นตอนนี้จะไม่ยากแล้ว(เพราะมึนจนไม่รับรู้อะไรไปก่อนหน้านี้ซะแล้ว) ที่เล่ามาก็เป็นตัวอย่างสั้นๆแบบสั่นๆของคนที่จะขอวีซ่า ก็ต้องทำใจนะคับ คิดซะว่าเป็นบททดสอบแรกในการไปใช้ชีวิตยังต่างแดน......ขอให้ทุกคน(ตัวเองด้วย)โชคดีคับ.....^_^




Create Date : 26 กุมภาพันธ์ 2550
Last Update : 26 กุมภาพันธ์ 2550 15:54:54 น. 2 comments
Counter : 412 Pageviews.

 
เขียนได้ขำมาก..ยากไปเที่ยว
ญี่ปุ่น เคยได้ข่าวผู้ญ.ไทยจะขอ
วีซ่ายากมากๆ เช็คมากๆ
ถ้ามีชาติที่แล้วก็จะขอเช็คด้วย
คงกลัวผู้ญ.ไทยไปเผาญี่ปุน
ละมั้ง..แต่ก็รู้ๆอยู่จะว่าเขา
ก็ไม่ได้...ขอให้มีความสุขกับ
ชีวิตในต่างแดนน่ะค่ะ


โดย: Katja วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:22:10:56 น.  

 
ฮ่าๆๆ เขียนได้ฮามากเลยค่ะน้องคะ เขียนได้ฮาและมีสาระดีอ่ะคนอ่านอ่านแล้วเข้าใจง่ายนะ ฮ่าๆๆ ฮาดี


โดย: แม่บ้านณ.โตเกียว วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:22:49:59 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ฝนเหงา
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




ไม่ได้รักแม่ปลาเท่าชีวิต.....แต่แม่ปลาคือชีวิตของพ่อปลา
Friends' blogs
[Add ฝนเหงา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.