ศีลเป็นสะพาน บุญและทานเป็นเสบียง นิพพานคือ เป้าหมาย มาไปด้วยกัน ^^
Group Blog
 
 
ตุลาคม 2551
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
8 ตุลาคม 2551
 
All Blogs
 

พรหมวิหาร4




ใช้”พรหม” เลี้ยงลูก


อ่านหัวข้อคง งง กันละซิ ว่ามันจะเกี่ยวกันได้ไง (อิอิ) มาฟังดูก่อนนะจะเข้าใจ (เพราะย่าก็เคยสงสัยแบบนี้มาแล้ว5555) ใช้พรหม เลี้ยงลูกที่ว่าคือ พรหมวิหาร 4 ประกอบด้วย เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา มาดูกันว่ามันใช้ยังไง

เมตตา----ใช้ยามลูกปรกติสุข---- เรารักลูก ดูแล ให้อาหาร เล่นกับเขา พาไปเที่ยว ให้การศึกษา ฯลฯ

กรุณา—ใช้ยามลูก เจ็บป่วย ตกทุกข์ หรือ ลำบาก----พ่อแม่จะให้ความช่วยเหลือ ปัดเป่า บรรเทาความทุกข์ต่างๆที่ลูกต้องเจอ

มุทิตา---- ใช้ยามลูก เจริญรุ่งเรือง ประสบความสำเร็จในชีวิต-----พ่อแม่จะร่วมยินดี ชมเชย อวยพรให้ลูกยามลูกได้ดี


เด็กที่ได้รับ เมตตา----จะเป็นคนที่รักคนอื่นเป็น มองโลกในแง่ดี อารมณ์ และจิตใจเบิกบาน มีความสุข

เด็กที่ได้รับ กรุณา----เขาจะรู้จัก เห็นใจ อ่อนโยน และสงสารในความทุกข์ร้อนของคนอื่น จะรู้จักช่วยเหลือผู้ตกทุกข์

เด็กที่ได้รับ มุทิตา---- เขาจะรู้จักยินดีกับคนอื่น ไม่อิจฉาคน มีความมั่นคง และเชื่อมั่นในตัวเอง


3ตัวที่ว่ามานี้จะ เป็นตัวควบคุม” ด้านความรู้สึกและอารมณ์ และจิตใจ “ เราให้ทั้ง3สิ่งที่ว่า กับลูกหลาน อย่าให้ขาดแต่ก็ไม่มากเกินไป เพราะถ้าเราใช้เมตตา มากๆ แบบรัก ทำให้ทุกอย่าง เด็กจะกลายเป็น”คนเอาแต่ใจ” เป็นนักเรียกร้อง” แล้วในอนาคต ก็จะไปเรียกร้องให้ตัวเอง เป็นจุดศูนย์กลาง ให้ทุกคนต้องเอาใจเขาเหมือนที่พ่อแม่ทำให้


แต่ไปอยู่กับคนอื่นเขาไม่ใช่พ่อแม่ นี้ ใครเขาจะมานั่งทำให้ละ กลายเป็นว่าลูกเราจะอยู่กับคนในสังคมไม่ได้ อันนี้เพราะพ่อแม่เอาใจมากเกินไป ต้องระวัง
สังเกต พ่อแม่สมัยนี้จะเสียสมดุล ตรงจุดนี้คือ รักมากไม่อยากให้ลำบาก เลยทำให้ซะหมด เด็กเลย เป็นพวก ฮ่องเต้น้อย ไม่ก็ ฮองเฮาเอาแต่ใจ


ตัวสุดท้ายนี้ สำคัญมาก คือ “อุเบกขา” เราคงอยากให้ลูกหลานเรา เป็นคนดี นิสัยดี อารมณ์ดี จิตใจดี เป็นที่รักของทุกคน แต่เราก็ยังต้องการให้ลูกเราช่วยตัวเองได้ แก้ปัญหาชีวิตเป็น ตัดสินใจเรื่องต่างๆในชีวิตได้ถูกต้อง เพราะพ่อแม่ไม่ได้อยู่กับลูกตลอดชีวิต สุดท้ายเขาต้อง ยืนให้ได้ด้วยลำแข้งตัวเอง


จึงต้องใช้ “อุเบกขา” อุเบกขา แปลตามตัวคือ “ การเฝ้าดูใกล้ๆ” ดูว่าเขาจะทำยังไง เหมือนกับเป็น การฝึกลูกไปในตัว เมื่อลูกเรา โตขึ้นทุกวัน เราต้องหัดให้เขาช่วยตัวเอง ได้พอสมควรตามวัยของเขา การที่เราปล่อยให้เขาทำ และตัดสินใจบ่อยๆจะทำให้เขา เก่งขึ้น


แล้วเราเฝ้าดูอยู่ใกล้ๆ เพื่อเราจะได้เข้าช่วยเหลือเขาได้ ยามที่เขา ประสบกับปัญหาและแก้ไขไม่ได้จริงๆ หรือยามที่เขาเริ่มออกนอกลู่นอกทาง เราผู้เป็นพ่อแม่ก็มีหน้าที่ ชี้ทาง แต่ไม่ทำให้นะ ต้องให้เขาทำเอง



ทุกเรื่องเลยค่ะ ตั้งแต่จับขวดนมดื่ม อาบน้ำ แปรงฟัน หิ้วกระเป๋าไปรร จนกระทั่งเขาเลือกคบเพื่อน เลือกคบแฟน เลือกเรียนต่อมหาลัยอะไร สาขาอะไร ฯลฯ เราต้องเฝ้าดูว่าเขาทำหรือตัดสินใจยังไง ถ้าไม่ดี เราก็พร้อมจะเข้าให้คำแนะนำ

พวกเราเคยสังเกตไม๊ เด็กจรจัดที่เร่ร่อน อยู่ริมถนน เด็กพวกนี้ ไม่เคยได้รับ 3ตัวแรก คือ เมตตา กรุณา มุทิตา เด็กพวกนี้จะ รักใครไม่เป็น สงสารใครก็ไม่เป็น และไม่ค่อยพอใจในสังคม เพราะว่าเขา ไม่เคยโดนพ่อแม่รัก


ยามเขาหิว ป่วยก็ไม่มีพ่อแม่จะมา กรุณา (สงสาร)เขา แล้วเขาจะสงสารคนอื่นเป็นได้ไง เขาไม่มี พ่อแม่จะมาชื่นชมเขาเวลาเขาทำอะไรดี เขาเลยขาดทุกอย่างด้านอารมณ์ ทำให้เด็กเหล่านี้ ก้าวร้าว ไม่รักใครจริง ไม่มีเห็นใจใคร ไม่มีความมั่นคงในอารมณ์ ฯลฯ(นอกจากเด้กบางคนที่มี"โยนิโสมนสิการ" จริงๆก็อาจจะได้ดีได้)


ด้วยเหตุที่เด็กเหล่านี้โดนพ่อแม่ ใส่แต่"อุเบกขา" แบบ สุดๆ คือ ไม่ดูแลไม่สนใจเลย ทำให้เด็กเหล่านี้จะ "เก่งมาก " เข้มแข้ง ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ด้วยตัวเอง เอาตัวรอดได้ในทุกสถาณการณ์(จะดีหรือไม่อีกเรืองหนึ่ง) เขาเอาชีวิตรอดได้ หาอาหารให้ตัวเองกิน ได้ฯลฯ"


นี้เองที่ ท่านบอกว่า การเลี้ยงลูกต้อง เดินทางสายกลาง balance ให้พอดี เพราะว่าเราทุกคนคงต้องการลูกที่มีความสุข มีความรักต่อตัวเอง และผู้อื่น จิตใจดี เห็นใจคนอื่นๆ เข้ากับคนในสังคมได้ และ มีความเชื่อมั่น ความมั่นคงทางอารมณ์ และทั้งยังต้อง ช่วยตัวเองได้ ดำเนินชีวิตได้ถูกต้อง และตัดสินใจได้เก่ง ฯลฯ ทั้ง 2ส่วนล้วนสำคัญทั้งสิ้น.....


เล่าแบบย่อจากธรรมะบรรยายของ พระพรหมคุณาภรณ์ ป อ ปยุตโต


ย่าชอบเล่า


ปล สมัยก่อน ย่าไม่รู้เลยว่าสิ่งที่ พระพุทธศาสนาจะเกี่ยวกับชีวิต คนเรา และเอาไปใช้ได้ จนกระทั่งเมื่อแก่แล้วจึงเข้าใจ และยิ่งอ่านก็ยิ่ง พบว่า พระพุทธศาสนา ก็คือ ชีวิตของเรานี้เอง มันใช้ได้จริง มันเป็นความจริงที่เกี่ยวข้องกับชีวิตคนธรรมดา อย่างเรานี้แหละ หาใช่แค่พระไม่


piano 4 - thai band







 

Create Date : 08 ตุลาคม 2551
21 comments
Last Update : 30 ตุลาคม 2556 13:28:47 น.
Counter : 1280 Pageviews.

 

อยากจะเล่าเรื่องนี้ให้พวกเราฟัง เพราะว่ามีหลายครอบครัว เช่นคุณก๋ากับมาดาม คิดว่าเรื่องนี้คงได้ใช้พอดีกับเวลาเลย( สำหรับ น้อง หมิง หมิง อิอิ)

และเห็นว่าผู้อ่าน ส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มสาวในอนาคต คงต้องมีครอบครัวและ แน่นอนมีลูก


ลองอ่านดูแล้วถ้าคิดว่า พอมีประโยชน์ก็นำกลับไปใช้ได้ค่ะ

ย่าหวังว่า ลูกๆของผู้อ่านทุกท่านจะเป็นเด็กที่มีคุณภาพและมีคุณธรรม และมีความสุข

ด้วยรักและปรารถนาดี

 

โดย: ย่าค่ะ (ย่าชอบเล่า ) 8 ตุลาคม 2551 16:02:37 น.  

 

เมตตา พ่อแม่มักจะให้ลูกเกินไป แต่อุเบกขา พ่อแม่มักจะให้ไม่ลง เพราะกลัวลูกลำบาก สงสารลูก เมื่อเห็นลูกต้องทำเอง แล้วยัง เก้ๆ กังๆ

ดูแล้วไม่ได้ดั่งใจเลย เลยใจร้อน พ่อแม่ทำให้เองเลยหมดเรือง555555 อันนี้ต้องอาศัยความอดทน นะค่ะ

เพือนย่าคนหนึ่ง ฝึกลูกชายให้ล้างจานตั้งแต่สัก10ขวบ เขาบอกว่าต้องทำใจเลย เห็นว่าลูกล้างได้ช้ามากๆ ในระยะแรก และเหมือนล้างไม่สะอาด แต่แม่จะไม่พูดอะไร จะอดทนรอ จนลูกล้างเสร้จแล้วชมว่า "ดีมากลูกเก่งมาก"

แล้วพอลูกเดินจากไป แม่ก็ลงมาล้างซ้ำเนื่องจากยังล้างไม่สะอาด แม่ก็อดทนทำยังนี้สักพักเอง

ตอนนี้ลูกชายเขาล้างจาน สะอาดและรวดเร็วแล้ว เพือนบอกว่า เรามีลูกชาย2คน ลูกสาวไม่มี คนใช้บ้านเราก็ไม่มี เลยต้องฝึกลูกให้ทำทุกอย่าง รวมทั้งซักผ้าด้วย ซึ่งก็ได้ผล ดีมาก ขอชมเพื่อนหน่อย เก่งมากๆ 5555

ทุกอย่างอยู่ที่พ่อแม่ต้องมีความอดทน อะนะ ค่อยแก้ไขใจเย็นๆๆ ไม่ช้าเราก็จะได้เห็นผลงานของเรา แล้วเราก็จะภาคภูมิใจ อะค่ะ

 

โดย: ย่าค่ะ (ย่าชอบเล่า ) 8 ตุลาคม 2551 16:12:39 น.  

 

แวะมาอ่านดีทากมากค่ะ ขอให้มีความสุขนะคะ

 

โดย: Nissan_n 8 ตุลาคม 2551 16:12:52 น.  

 

บทความดีจังค่ะย่า (ดีเหมือนเช่นเคย)

เอ็มเองก็คิดว่าตัวเองโชคดีที่เกิดมาในครอบครัวที่พ่อแม่เป็นพรหมของลูก เป็นพระในบ้าน

แต่พรหมวิหารสี่นี้ เอ็มคงไม่ได้เอาไปใช้กับลูกหรอกค่ะ (เพราะคงไม่มี ฮ่าๆ) แต่ก็จะจำเอาไว้ใช้กับทุกคนในชีวิตประจำวัน

 

โดย: discipula 8 ตุลาคม 2551 17:53:03 น.  

 

คุณย่าที่น่ารัก..จะใช้ gitters ไปวางในบล๊อกของหนูไอนะคะ ต้องใช้ Page ที่หัวคอมพ์ แล้วกดคำว่าว่า Paste ค่ะ..

คือว่า บล็อกของหนูไอ คลิ๊กขวา บ่ ได้จร้า..(ใส่โค้ดห้ามไว้ค่ะ)


 

โดย: I_sabai 8 ตุลาคม 2551 18:52:56 น.  

 

 

โดย: I_sabai 8 ตุลาคม 2551 18:55:50 น.  

 

>

พุทธศาสนา คือ ธรรมชาติที่อยู่รอบๆ ตัวเรา ถ้าชีวิตเราขาดธรรมชาติชีวิตเราก็ไม่สมบูรณ์

ขอบคุณสิ่งดีๆ ค่ะ

มีแต่ความสุขมากๆ นะคะ

คุณพระรักษาค่ะ

 

โดย: ทิวาจรดราตรี 8 ตุลาคม 2551 22:10:56 น.  

 

แงๆ ย่าจ๋า วันนี้เครียดทั้งวันเลยง่า แถมตอนหัวค่ำต่อเน็ต dsl ไม่ได้อีก ต้องต่อโมเด็มกับสายโทรศัพท์แทน ช้าสุดๆ ไม่เป็นอันทำงานเลย ... คอยนึกถึงที่ย่าบอกอยู่ว่า ฝึกความอดทน (ซึ่งไม่ค่อยมีง่า)

พอมาอ่านเมล์ที่ย่า fwd มา ก็ร้องไห้อีก (ช่วงนี้เซ้นซิถีบมาก) คิดถึงหม่ามี้ อยากกลับบ้าน ฮือๆ

แต่ก็ขอบคุณย่ามากมากนะคะสำหรับเมล์ดีดี ซาบซึ้งใจหง่ะ

หนูรักย่าน้า

 

โดย: discipula 9 ตุลาคม 2551 4:35:16 น.  

 

แวะมาเยี่ยมย่าชอบเหล้า ค่ะ กิกิ

 

โดย: แม่อ้วนคนสวย 9 ตุลาคม 2551 6:45:09 น.  

 

เข้ามาอ่านธรรมะค่ะคุณย่า
ปล.บ้านคุณย่าเข้าง่ายมากค่ะ

 

โดย: กัญจนา 9 ตุลาคม 2551 10:40:55 น.  

 

อยากใช้เหมือนกันค่ะ ย่า

แต่บางครั้งเวลาลูกดื้อมากๆ มันก็อดไม่ได้ทุกที

แต่จะพยายามนะคะ

 

โดย: แค่คนหนึ่งคน 9 ตุลาคม 2551 11:51:37 น.  

 

ขอบคุณค่ะคุณย่า วันนี้นัดหมอไว้หกโมงเย็นค่ะ ยากหายไวๆค่ะ

 

โดย: nanida IP: 58.137.122.234 9 ตุลาคม 2551 13:16:21 น.  

 

สวัสดีครับคุณย่า


ผมเพิ่งอ่านความหมายของคำว่า "พรหม"
ในหนังสือของท่านพุทธทาส

ผมคิดว่า "พรหม" ที่แท้จริง
ก็อยู่ภายในตัวเรานี่เอง
เราเป็นทั้งผู้สร้าง และผู้ทำลาย
และเป็นผู้ให้

ทั้งหมดเริ่มที่ตัวเรา
และจบที่ตัวเราครับ













 

โดย: ก๋าคุง (กะว่าก๋า ) 9 ตุลาคม 2551 14:41:27 น.  

 

ขอบคุณคับย่า หมูจะได้เอาไปmanageกับยัยฝน ................แล้วจะนำพามั้ยหน้อ

 

โดย: หมุตัวน้อย (mr.pure.fon ) 9 ตุลาคม 2551 14:54:37 น.  

 

แวะมาหาไรดีๆให้กับชีวิตค่า
คิดถึงห้องเอฟ2จังค่ะ
เงียบเหงามากๆอ่ะ
คิดถึงย่านะคะ
ฝันดีค่ะ

 

โดย: Aor IP: 125.24.135.234 9 ตุลาคม 2551 17:46:07 น.  

 

แวะอ่านค่ะ กำลังหวั่น ๆเรื่องลูกวัยรุ่นเหมือนกัน

 

โดย: redclick 9 ตุลาคม 2551 20:54:51 น.  

 

ขอบคุณค่ะ

 

โดย: ต้นข้าว_ต้นนั้น 9 ตุลาคม 2551 23:34:44 น.  

 

สวัสดีเจ้าคุณย่าฯ

อ่านแล้วมีประโยชน์มากมายเลย
ขอบคุณเจ้า

 

โดย: แม่เฮือน 10 ตุลาคม 2551 2:11:28 น.  

 

ช่ายเลยคะแม่เอม กับคุณก๋า เพราะท่านอาจาย์เคยเล่าไว้ว่า พ่อแม่นี้คือ พระพรหมของโลก เป็นผู้นำเสนอ โลกใบนี้ต่อลุก ท่านเล่าไว้ในหนังสือดีๆมากๆ

 

โดย: ย่าเองคร้า (ย่าชอบเล่า ) 10 ตุลาคม 2551 14:27:52 น.  

 

ลาโภ อลาโภ ยโส อยโส จ นินฺทา ปสํสา จ สุขํ จ ทุกฺขํ
เอเต อนิจฺจา มนุเชสุ ธมฺมา มา โสจิ กึ โสจสิ โปฏฺฐปาท

ได้ลาภ เสื่อมลาภ ได้ยศ เสื่อมยศ นินทา สรรเสริญ สุข และ ทุกข์
สิ่งเหล่านี้เป็นธรรมดาในหมู่มนุษย์ ไม่มีความเที่ยงแท้แน่นอน
อย่าเศร้าโศกเลย ท่านจะโศกเศร้าไปทำไม



(ขอบคุณภาพสวยจากคุณอ๋า – วนารักษ์)

 

โดย: พรหมญาณี 21 พฤศจิกายน 2556 9:38:23 น.  

 

ปีใหม่นี้ ปอป้าขออวยพรให้พี่น้องชาวบล๊อกและชาวเฟสทุกท่าน ครอบครัวอันเป็นที่รักของท่าน
จงประสบแต่สิ่งที่ดีงามพรั่งพร้อมด้วยพรอันประเสริฐ คิดและปรารถนาทำสัมมาการสิ้งใดให้ได้สมดั่งใจหวัง
มีสุขภาพแข็งแรง มีกิจการค้าเจริญรุ่งเรืองยิ่ง ๆ ขึ้น ที่รับประทานเงินเดือนเขาก็ให้ได้เลื่อนขั้นรับเงินเดือนรับโบนัสกันมาก ๆ

มีความสุขกันทุกคนตลอดปีใหม่นี้และตลอดไป...นะคะ



 

โดย: พรหมญาณี 27 ธันวาคม 2556 10:38:31 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


ย่าชอบเล่า
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]




ได้ฟังสิ่งดีๆ แล้วมีความสุข จึงอยากแบ่งปัน เพื่อเป็นกำลังใจให้กับทุกคน ชีวิตมีทั้งสุขและทุกข์ คละเคล้ากันไป แต่ขอให้เราจำไว้เสมอว่า ทุกอย่างจะผ่านพ้นไป ไม่ว่าทุกข์ หรือสุข

อย่าสิ้นหวังยามความทุกข์เข้ามาหาเรา และอย่าประมาทเมื่อเราอยู่ในเวลาแห่งความสุข

"อย่าดีใจมาก อย่าเสียใจนาน" เพราะทุกอย่างไม่เที่ยง

ย่าชอบเล่า
Friends' blogs
[Add ย่าชอบเล่า's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.