"ความรู้" คู่ "ความงาม"
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2558
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
12 สิงหาคม 2558
 
All Blogs
 

[Deep-Review] Biotherm : Blue Therapy Accelerated Repairing Serum


 photo Biotherm BTA Serum 01.png


รู้หรือไม่ว่าปัญหาผิวริ้วรอยและความเสื่อมถอยของผิวพรรณที่เรามองเห็นนั้น มีเพียง 20% เท่านั้นที่เกิดจากวัยที่เพิ่ม นอกเหนือจากนี้เราสามารถป้องกัน หรือแม้แต่สามารถฟื้นฟูให้กลับมาแข็งแรงอ่อนเยาว์ได้ นี่คือสิ่งที่ผลิตภัณฑ์ของ Biotherm ในกลุ่ม Blue Therapy ที่ออกมาเมื่อหลายปีก่อนเคลมว่าสามารถย้อนความเสียหาย 80% ของผิวให้คืนมาได้ แต่ในปีนี้ สูตรล่าสุดของเขาอย่าง Biotherm : Blue Therapy Accelerated Repairing Serum (50ml / 3,600 THB) ก็เคลมว่าเห็นผลดีกว่าสูตรเดิมถึง 3 เท่าด้วยนะ!!!

 photo 20_80 Aging.png


ไอ้ตัวเลข 20 / 80 ที่ว่านี้ไม่ใช่ใครมโนนั่งเทียนเขียนกันขึ้นมาเองแต่มีการศึกษาที่ยืนยันผลมาแล้วทั้งในชาวตะวันตกและชาวเอเชีย ว่าสัญญาณของริ้วรอยทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นตีนกา ร่องลึก ความหย่อนคล้อย สีผิวไม่สม่ำเสมอ จุดด่างดำ และอื่น ๆ อีกมากมายที่ปรากฏบนผิวนั้น มีเพียง 20% เท่านั้นที่มาจากวัยที่เพิ่มขึ้น แต่อีก 80% นั้นมาจากปัจจัยแวดล้อมทั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่จะมาจากรังสี UV (เราเลยเรียกกันว่า Photo-Aging หรือ Sun Damage) ส่วนอื่นที่ประกอบก็มีตั้งแต่ ความร้อน (รังสีอิฟาเรด) มลภาวะ บุหรี่ อะไรทำนองนี้

การป้องกันผิวจากรังสี UV ที่ดีที่สุดที่เราทำได้ทุกวันนั่นก็คือการผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดเป็นประจำทุกวัน (แม้แต่วันที่อยู่บ้านเพราะรังสี UV ทะลุกระจกเข้ามาได้) รวมไปถึงการเลี่ยงการสัมผัสแดดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีปัจจัยอีกหลายอย่างที่ยังต้องจัดการ และยังมีวิธีอื่นที่จะช่วยให้เราฟื้นฟูความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้วให้กลับมาดีขึ้นได้

(Source : Effect of the sun on visible clinical signs of aging in Caucasian skin., Solar exposure(s) and facial clinical signs of aging in Chinese women: impacts upon age perception., Environmental influences on skin aging and ethnic-specific manifestations.)

Biotherm : Blue Therapy Accelerated Repairing Serum เป็นสูตรใหม่ของ Blue Therapy Serum ที่เปลี่ยนส่วนผสมตัวหลักที่ใช้เกือบทั้งหมด (สูตรเดิมมีวิตามิน CG สารสกัดจากสาหร่าย 3 ชนิด สารสกัดเห็ดหอม แล้วก็โปรตีนถั่วเหลือง)



ส่วนผสมหลักตัวแรกที่แบรนด์หยิบมาพูดถึงก็คือสารสกัดจากสาหร่ายสีน้ำตาลที่มีชื่อว่า Alaria Esculenta ซึ่งเป็นสาหร่ายขนาดใหญ่ โตเร็วและมีความยืดหยุ่นสูงเพื่อที่อาศัยในน่านน้ำที่มีสภาพอากาศแปรปรวนอยู่บ่อยครั้ง และยังอุดมไปด้วยกระอะมิโน ไลปิด และแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายรวมถึงผิวด้วย ซึ่งทางแบรนด์เคลมว่าสารสกัดจากสาหร่ายตัวนี้ของเขานั้นมีคุณสมบัติในการต้าน Inflammation (การอักเสบ) ของเซลล์ผิวเพื่อลดการแสดงออกของโปรตีนที่ก่อให้เกิดความเสื่อมชราของผิว และยังเสริมการสร้าง Lipid ของผิว และกระตุ้นกระบวนการเมตาบอลิซึ่มโยการเพิ่ม ATP ซึ่งเป็นพลังงานของเซลล์ด้วย



คอนเซปต์เรื่อง ATP ถูกนำมาพูดถึงบ่อยมากในวงการเครื่องสำอางช่วงหลังมานี้ เพราะถ้าเซลล์เราไม่ Active ผลิตพลังงานน้อย การซ่อมแซม เยียวยา และการตอบสนองกับสิ่งที่เราทาลงไปเพื่อบำรุงผิวก็จะน้อยลงด้วยเช่นกัน

 photo Alaria Esculenta.png


เท่าที่ลองหาข้อมูลเพิ่มเติมดูเราพบว่ามีส่วนผสมของสารสกัดจากสาหร่ายพันธุ์ Alaria Esculenta วางขายอยู่หลายตัว แต่ตัวที่เราว่ามีแนวโน้มว่าจะเป็นตัวที่ใช้ในนี้คือส่วนผสมที่มีชื่อว่า Juvenessence® AD จากบริษัท SEPPIC / Biotech Marine เพราะเคลมในเรื่องเดียวกันกับที่ทางแบรนด์ว่าไว้ โดยเฉพาะเรื่องลดโปรตีนที่ทำให้เกิดร้ิวรอย (สารสกัดตัวอื่นใช้ตัวทำละลายที่ไม่มีในสูตรส่วนผสมของเซรั่มตัวนี้จึงตัดช้อยส์ออกไปได้เลย)


นอกเหนือจากคำเคลมของแบรนด์และผู้ผลิตสาร ก็พบว่ามีการศึกษาที่ตีพิมพ์เอาไว้ว่าสาหร่าย Alaria Esculenta นั้นมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ และสามารถลดการผลิตโปรตีน Progerin ซึ่งเป็นเสมือนสารพิษที่ขัดขวางไม่ให้เซลล์ทำงานได้เป็นปกติและทำให้เกิดความชราได้



อธิบายเพิ่มเติมจากความเข้าใจของเรา (ผิดถูกอย่างไรวานผู้รู้ช่วยแก้ไขด้วยนะฮะ) เจ้า Progerin มาจากการสร้างตัวที่ไม่สมบูรณ์ของ Lamin A ซึ่งเป็นโปรตีนที่เป็นเหมือนโครงสร้างของผนังนิวเคลียสในเซลล์ (ทำให้นิวเคลียสมีความเถียร และการทำงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งตัว การแสดงออกของยีนส์ การส่งสัญญาณทำได้อย่างไม่มีปัญหา) การผลิตที่ไม่สมบูรณ์นี้มาจากการกลายพันธุ์ของยีนที่ผลิต Laimin A อย่าง LMNA Gene ทำให้ Progerin เป็นตัวบ่งชี้ที่สำคัญในการเกิดความเสื่อมชราก่อนวัย ซึ่ง Progerin นั้นจะมีเกิดขึ้นได้เองจากวัยที่เพิ่มขึ้น แต่จะถูกกระตุ้นให้มีมากขึ้นเมื่อเจอปัจจัยที่มากระตุ้นอย่างเช่นรังสี UVA



สรุปง่าย ๆ คือการที่มี Progerin มากขึ้นในเซลล์ผิวชั้นนอก (Keratinocyte) และเซลล์ Fibroblast ในผิวชั้นใน จะทำให้การทำงานของเซลล์แย่ลง เกิดความเสื่อมชราเป็นร้ิวรอยก่อนวัย ถ้าเราไปลดเจ้า Progerin ได้ เซลล์ก็จะกลับมาทำงานดีขึ้น ชะลอการเกิดริ้วรอยและช่วยฟื้นฟูผิวที่เสียหายจากระดับเซลล์นั่นเองนั่นเอง ซึ่งฟังดูดีนะ ที่เหลือก็ต้องมาลุ้นเอาว่าถ้าเอามาทาลงบนผิวแล้วจะทำได้เหมือนกับการทดสอบในสภาวะควบคุมรึเปล่า

ข้อมูลที่น่าสนใจอีกอย่างนึงคือ Alaria Esculenta นั้นพ่วงคุณสมบัติในการเป็นไวท์เทนนิ่งได้ด้วย กลไกการทำงานของมันก็คือไปลดการแสดงออกของโปรตีน PMEL17 ซึ่งมีผลต่อการพัฒนาการของถุง Melanosome ทำให้การส่งผ่านถุงเม็ดสีเข้าสู่เซลล์ผิวนั้นทำได้น้อยลง แต่ผลของคุณสมบัตินี้มีข้อจำกัดที่ความเข้มข้นของสารสกัดที่ใช้ เพราะว่าในความเข้มข้นที่ 0.01% กลับมีประสิทธิภาพในการลด PMEL17 ได้ดีกว่าความเข้มข้น 0.1% หรือแม้แต่ 1% ก็ตาม

(Source : Quantitative assessment of lactate and progerin production in normal human cutaneous cells during normal ageing: effect of an Alaria esculenta extract., Alaria esculenta Extract Protects against Oxidative Damage by Inducing Heme Oxygenase-1 Expression via Akt and Nrf2, Longwave UV light induces the aging-associated progerin., Melanosome transfer evaluation by quantitative measurement of Pmel 17 in human normal melanocyte-keratinocyte co-cultures: effect of an Alaria esculenta extract.)

 photo ProXylane.jpg


ส่วนผสมที่ถูกเพิ่มเติมเข้ามาอีกอย่างก็คือ Hydroxypropyl Tetrahydropyrantriol หรือ Pro-Xylane ซึ่งเป็นโมเลกุลน้ำตาลเชิงซ้อนที่สกัดจากต้น Beech ถูกพัฒนาโดยบริษัท L’Oréal และนำเสนอมาตั้งแต่ปี 2006 มีข้อมูลที่ทางบริษัทตีพิมพ์เอาไว้ว่า Pro-Xylane มีคุณสมบัติในการเสริมการสร้าง Glycoaminoglycans ในผิวชั้นนอก (ทำให้ผิวชุ่มชื่นขึ้น แข็งแรงขึ้น) และผิวชั้นใน (ทำให้ผิวมีความอิ่มขึ้น) และเสริมการทำงานของชั้น Dermal-Epidermal Junction (การแลกเปลี่ยนสารอาหารและข้อมูลระหว่างผิวชั้นนอก-ชั้นใน และโครงสร้างของผิว)

(Source : Synthesis of Pro-Xylane: a new biologically active C-glycoside in aqueous media., Formulating Innovative Anti-aging Skin Care: A Q&A with L'Oréal's Gabrielle Sore)

ส่วนผสมที่ถูกคงเอาไว้ก็คือวิตามินซีในรูปของ Ascorbyl Glucoside ซึ่งมีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ ลดการสร้างเมลานินส่วนเกิน และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน Sodium Hyaluronate ให้ความชุ่มชื่น Capryloyl Salicylic Acid หรือ LHA ช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน และที่ไม่มีไม่ได้ก็คือ Vitreoscilla Ferment ที่ได้มาจากแพลงก์ตอนแบคทีเรียในแหล่งน้ำแร่เทือกเขาพีเรนีส ซึ่งมีคุณสมบัติที่หลากหลาย (ไปอ่านได้ในรีวิว [Deep-review] Biotherm : Life Plankton Essence อันนี้)

 photo Biotherm BTA Serum 02.png


โดยสรุปแล้วส่วนผสมหลักจะเน้นไปที่เรื่องของการป้องกัน และฟื้นฟูปัญหาผิวจาก Photo-Aging ด้วยการเข้าไปลดโปรตีนที่เป็นหนึ่งในตัวการสำคัญของความชราในเซลล์ ช่วยเสริมการสร้างโปรตีนคอลลาเจน ช่วยต้านอนุมูลอิสระเพื่อปกป้องเซลล์ผิว ช่วยลดการสร้างเมลานินและการส่งผ่านเมลานินไปยังเซลล์ผิวเพื่อลดเลือนสีผิวไม่สม่ำเสมอซึ่งเป็นอีกสัญญาณของ Photo-Aging เสริมความแข็งแรงของผิวชั้นนอก และลดการระคายเคืองผิวด้วย Life Plankton ส่วนเรื่องการสร้าง ATP เพื่อกระตุ้นพลังงานของเซลล์นั้นยังหาข้อมูลจากแหล่งอื่นนอกจากคำเคลมของผู้ผลิตไม่เจอนะฮะ

Ingredients : Aqua, Cyclohexasiloxane, Glycerin, Alcohol Denat., Hydroxypropyl Tetrahydropyrantriol, Propylene Glycol, Ascorbyl Glucoside, Polysilicone-11, Polymethylsilsesquioxane, Dimethicone, PEG-20 Methylglucosesesquistearate, Bis-PEG/PPG-16/16 PEG/PPG-16/16 Dimethicone, Algae Extract, Sorbitol, Sodium Citrate, Sodium Hyaluronate, Sodium Hydroxide, Ammonium Polyacryldimethyltauramide, Disodium EDTA, Caprylic/Capric Glyceride, Caprylic/Capric Triglyceride, Capryloyl Salicylic Acid, Caprylylg Gycol, Vitreoscilla Ferment, Citric Acid, Xanthan Gum, Octyldodecanol, Phenoxyethanol, CI 77491, CI 77891, Mica, Linalool, Limonene, Citronellol, Parfum, (F.I.L. C174671/1).

 photo Biotherm BTA Serum 03.png


นอกจากการเปลี่ยน Actives หลักแล้ว เนื้อผลิตภัณฑ์ก็เปลี่ยนสูตรไปเลยนะ ถ้าใครที่เคยใช้สูตรเก่าจะพบว่าสูตรใหม่นี้มีเนื้อที่บางกว่า และเกลี่ยได้เรียบลื่นและซึมไว ให้เอฟเฟคของผิวที่นุ่มนวลละมุน ซึ่งส่วนตัวรู้สึกชอบแบบใหม่นี้มากกว่าตัวเก่าล่ะ เนื้อเอสเซนส์มีประกายสีทองอยู่ด้วยซึ่งเขาบอกวาช่วยเพิ่มความกระจ่างใสในทันทีแต่เราว่ามันไม่ค่อยช่วยอะไรเท่าไหร่ และส่วนตัวเราไม่ชอบพวกชิมเมอร์ในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวนัก (ผู้ชายคงไม่อยากให้เห็นวิ้ง ๆ บนผิวใช่ไหมล่ะ)



ความรู้สึกหลังการใช้ สัปดาห์แรกยังไม่เห็นผลอะไรกับผิวที่ชัดเจน นอกจากเนื้อสัมผัสที่ดีและเข้ากับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวอื่น ๆ ที่ใช้อยู่แล้วได้อย่างไม่มีปัญหา ขึ้นสัปดาห์ที่สองเราเริ่มมา Biotherm : Life Plankton Essence ทำเป็นมาส์กหน้าในตอนกลางคืนแล้วลงตามด้วย Biotherm : Blue Therapy Accelerated Repairing Serum แล้วรู้สึกว่าผิวมันดีขึ้น รู้สึกว่าความยืดหยุ่นของผิวมันมีมากขึ้น และในช่วงนี้เรามีสิวอักเสบที่เจ็บมากอันนึง หลังจากกดสิวออกแล้วรู้สึกว่าหลังจากรอยแดงจากลงแล้วมันเป็นรอยดำน้อยลงมาก (ปกติถ้าอักเสบหนักขนาดนี้จะเป็นรอยดำชัดเจนหลังจากรอยแดงจากการอักเสบหายไป)

เรื่องของริ้วรอยเรายังไม่ได้มีปัญหาที่เห็นได้ชัดเจนจึงวัดผลได้ลำบากว่าริ้วรอยที่เรามีมันดีขึ้นแค่ไหนในเวลาที่จำกัด แต่ตัวนี้ยังเน้นในเรื่องของการชะลอการเกิดริ้วรอยและความเสื่อมของผิวก่อนวัยได้ด้วย ซึ่งทำให้คนที่ไม่มีปัญหาเรื่องริ้วรอยหรือ Photo-Aging ก็ยังสามารถใช้เพื่อป้องกันปัญหาได้

 photo Biotherm BTA Serum 04.png


โดยภาพรวมแล้ว Biotherm : Blue Therapy Accelerated Repairing Serum ยังคงย้ำถึงคุณสมบัติในการช่วยป้องกันและฟื้นฟูความร่วงโรยของผิว 80% ที่เราสามารถจัดการได้ แต่ด้วยส่วนผสมใหม่ที่เจาะถึงสาเหตุของความเสื่อมของผิวที่ลึกยิ่งขึ้น (และเข้าใจยากขึ้น)

ส่วนผสมหลักโดยรวมสามารถหาข้อมูลจากแหล่งอื่นมาเพิ่มเติมได้ เสริมควาน่าเชื่อถือของคำเคลม ส่วนผสมสาหร่ายพิเศษนี้แม้จะยังไม่ได้มีการศึกษากันกว้างขวางอย่างส่วนผสม Anti-Aging มาตรฐานอย่างพวกวิตามินเอ วิตามินซี แต่ก็มีกลไกออกฤทธิ์ที่น่าสนใจไม่น้อย

 ทำให้ตัวนี้ตอบโจทย์ความต้องการของผิวหลายอย่าง ทั้งการป้องกันและการฟื้นฟู ริ้วรอย สีผิวไม่สม่ำเสมอ ความแข็งแรง และเสริมการปกป้องผิว ทำให้ช่วงวัยที่จะใช้ผลิตภัณฑ์ตัวนี่เริ่มได้ตั้งแต่ช่วง 20 กว่าๆ ไปก็ใช้ได้แล้วล่ะ

ความเห็นส่วนตัวคือเซรั่มตัวนี้ดีกว่าสูตรเก่าในหลายแง่มุม ทั้งเนื้อสัมผัส ส่วนผสม และผลที่ได้เราค่อนข้างพอใจเลยนะ คือเป็นเซรั่มตัวแรกของ Biothermที่เรารู้สึกว่ามันเวิคร์ และถ้าใช้ Blue Therapy Accelerated Repairing Serum คู่กับ Life Plankton Essence เราเห็นผลเรื่องคุณภาพผิวโดยรวมที่ดีขึ้นแบบรู้สึกเลยล่ะ ส่วนใครที่ไม่ชอบเนื้อที่ออกจะเคลือบผิวของ Life Plankton Essence ก็ใช้เฉพาะตอนกลางคืนก็ได้ แต่ให้ทำเป็นมาส์กหน้าอย่างที่เราใช้ก็น่าจะโอเคแล้วนะ

สำหรับคำถามว่า "จะแพ้มั้ย" "ใช้แล้วอุดตันรึเปล่า?" เป็นคำตอบที่ปูเป้บอกไม่ได้ครับ อาการแพ้เป็นสิ่งที่แตกต่างกันไปในทุก ๆ คน สำหรับการอุดตันนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลผิวโดยรวมของแต่ละคนเอง นอกจากนี้คนเรายังไวต่อการอุดตันของสารแต่ละตัวไม่เหมือนกันด้วย ดังนั้นก่อนจะซื้อผลิตภัณฑ์ใด ๆ ก็ตาม ควรทดสอบและทดลองใช้ก่อนทุกครั้ง

ข้อดี

- คอนเซปต์ของการต่อต้านโปรตีน Progerin เพื่อชะลอและต่อต้านริ้วรอยก่อนวัยเป็นสิ่งที่ใหม่และน่าสนใจ
- สารสำคัญที่ใช้ดูแลผิวในหลายมิติ ทั้งชะลอ ฟื้นฟู และ เสริมความแข็งแรง ส่วนใหญ่มีข้อมูลจากแหล่งอื่นมาสนับสนุน
- เนื้อสัมผัสบางเบา แต่เคลือบผิว ทำให้ผิวรู้สึกนุ่มละเอียด และไม่เป็นขุยง่าย
- ส่วนตัวรู้สึกว่ามันใช้ดีกว่ารุ่นเดิม

ข้อเสีย

- มีส่วนผสมของน้ำหอม
- มีชิมเมอร์ (ความไม่ชอบส่วนตัว)

***Sponsored Item***

- Biotherm : Blue Therapy Accelerated Repairing Serum




 

Create Date : 12 สิงหาคม 2558
0 comments
Last Update : 1 กันยายน 2558 14:49:03 น.
Counter : 3008 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

PuPe_so_Sweet
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1508 คน [?]




Advertisement


About Pupe_so_Sweet
Pupe_so_Sweet on facebook
Pupe_so_Sweet on Youtube
vr AHA project


หากมีคำถามหรือต้องการคำปรึกษา
สามารถทิ้งคำถามไว้ได้ที่หน้า Wall ของ Facebook ครับ



Web Counter


Counter Start on 29 September 2008


Search by Google

ค้นหาข้อมูลและรีวิวผลิตภัณฑ์ที่ต้องการภายในBlog ของปูเป้ได้ไม่ยากด้วย Google Search Box ด้านล่างนี้เลยขอรับ

Custom Search

Friends' blogs
[Add PuPe_so_Sweet's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.