View All Images
Google
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2550
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
27 มีนาคม 2550
 
All Blogs
 
เก็บตกฮ่องกง - มาเก๊า - จูไห่






ผ่านมาจะครึ่งเดือนขอเล่าเรื่องที่ไปเที่ยวหน่อยดีกว่า...

อยากดูรูปก็เข้าไปดูได้จากที่นี่นะคะ
แต่ถ้าเคยดูแล้วก็เลื่อนไปอ่านข้างล่างเลยจ้า



View All Images

ตอนไปถึงฮ่องกงตอนกำลังจะเดินเข้าที่พักอิชั้นพักย่าน Stim Sha Stui ถนน Nathan rd.
คนแถวนั้นจะออกเสียงว่าจิมซาโจ๋ยจะพูดดังๆหน่อย เสียงดังฟังชัดกันจริงๆ - -"


ตอนกำลังจะข้ามถนนเข้าที่พักก็มีเด็กวัยรุ่น
คิดว่าเป็นชาวฮ่องกงคนนึงวิ่งเข้ามาหาแบบประชิดตัวมาก
แล้วก็พูดภาษาจีนกับอิชั้นซึ่งอิชั้นก็ไม่สามารถจะแปลได้เหมือนกันว่าเค้าพูดว่าอะไร
ก็เลยบอกเค้าเป็นภาษาอังกฤษไปว่า "ชั้นไม่เข้าใจที่คุณพูด"

เค้าก็ทำหน้าเขินๆแล้วตอบเป็นภาษาอังกฤษว่า "ผมแค่อยากรู้ว่าคุณชื่ออะไร"
Just wanna know what's your name

กะลังอึ้งเล็กน้อย ไฟเขียวให้คนเดินข้ามถนนได้ออกพอดี
แม่เรียกบอกไม่ต้องไปยุ่งก็เลยรีบๆเดินข้ามถนนกันอย่างไว
ออกแนวงงๆเล็กน้อยนะนั่น - -"

พอถึงตึกที่พักเป็น Hostel ซึ่งอิชั้นจองผ่านเน็ตไว้เรียบร้อยแล้ว
ก็มีเป็นคล้ายๆนายหน้ามาแจกใบเสนอราคาห้องพัก
ก็พูดกับอิชั้นเป็นภาษาญี่ปุ่นอีก ก็เลยต้องบอกไปว่าอิชั้นเป็นคนไทยค่า

แล้วก็บอกไปว่าจองห้องไว้แล้วเจ๊เค้าก็ทำหน้าแบบ ฮึไม่ได้ใจชั้นเลยไรเงียะ 55
แต่แปลกเชื้อชาติเอเชียนี่ปะปนกันจริงๆเลยเนอะ หน้าตาคล้ายๆกันแท้ๆ
แต่พูดจากันละภาษาให้มันรู้ซะบ้างว่าเอเชียน่ะเจ๋ง ชาติไหนภาษานั้น โหะๆ


ช่วงที่อิชั้นไปมีเด็กญี่ปุ่นไปเที่ยวค่อนข้างเยอะ
ออกแนววัยรุ่นๆกันหน่อยเหมือนเพิ่งจบไฮสคูลเงียะมากันเป็นกลุ่มๆเลยล่ะ
แต่ก็แต่งตัวกันแบบธรรมดาๆไม่ค่อยแฟชั่นจ๋ามากอาจจะเป็นเพราะนักเที่ยวจะเว่อร์ไปใยไรงี้

แต่ถ้าเป็นวัยรุ่นฮ่องกงจะออกแนวแฟชั่นจ๋าเลย
โค้ทเฟอร์ รองเท้าบูท เลคกิ้ง แบบว่าเต็มเปี่ยม
แถวนั้นนิยมอ่านพวกแม็กกาซีนญี่ปุ่น แต่งตัวแต่งหน้า
ก็เลยเหมือนออกมาจากแม็กกาซีนเด๊ะ - -"

อาจจะเป็นเพราะช่วงที่อิชั้นไปอากาศค่อนข้างเย็น
ตอนแรกเช็คอุณภูมิในเวปไปแล้วนะเค้าบอกประมาณ 18 - 22 คิดว่าไม่หนาวมาก
ก็เลยเอาแต่ขาสั้นไป พอไปถึงโหหนาวว่ะค่ะ ยิ่งเป็นคนขี้หนาวอยู่แล้ว
เลยต้องอินเทรนด์ซื้อเลคกิ้งมาใส่เหมือนชาวบ้านเค้าด้วย ไม่ได้ตั้งใจแนวเลยนะนั่น - -"

เสื้อผ้าที่นั่นถ้าไม่ใช่เสื้อผ้าแบรนด์ตามช้อปก็จะเป็นเสื้อตัดสำเร็จรูป
แบบก็คล้ายๆบ้านเรานี่หละ แต่ของเค้าจะเพิ่มเฟอร์ขนๆละก็แบบเพรชแว๊บๆมากกว่า
เลยไม่โดนอิชั้นซักเท่าไหร่ ใส่บ้านเค้าก็โอแต่ลองมาใส่บ้านเราดิ
เพื่อนๆคงได้แซวว่าเป็นลิเกหลงโรงแน่ๆ

แต่ก็สนุกดี เดินจิมซาโจ๋ย//บ้านเราเรียกซิมซาซุย
ก็เพลินๆไปอารมณ์ไปอีกแบบ
ของชอบอยู่แล้วที่เดินๆไปไหนมีแต่เสื้อผ้า รองเท้าเครื่องประดับเนียะ
แต่ไม่ค่อยได้ซื้อเท่าไหร่ซื้อแต่พวกน้ำหอมเครื่องสำอางค์ตามช้อป
เพราะพวกกระเป๋าจะไปซื้อจูไห่อยู่แล้วเตรียมการไว้แล้วว่างั้นเหอะ


ตอนจะไปก็เขียนโปรแกรมทัวร์ไว้เองแล้วว่าจะไปไหนบ้าง
เคยลงเรียนตัวไกด์มาอยู่แล้วจะกลัวอะไรอย่างมากก็แค่หลง55
ละก็ศึกษาว่าต้องขึ้นรถสายไหนๆไว้ก่อนล่วงหน้าก็เลยไม่ค่อยห่วงเท่าไหร่

ครั้งนี้เลือกจะไปโอเชี่ยนปาร์คอีกเพราะสนุกดี
อีกอย่างเพื่อนบอกว่าดิสนี่แลนด์ไม่ค่อยมีไรเลยไม่คุ้มแพงกว่ากันครึ่งต่อครึ่ง
อิชั้นก็เลยตัดสินใจไม่ไป ไปดิสนี่แลนด์เมกากับญี่ปุ่นก็ได้ //พูดจาช่างน่าตบ 55 - -"

วันนั้นในโปรแกรมที่เขียนไว้ มีวัดหวังต้าเซียน ขึ้นรถไฟใต้ดินไป
ก็ไปลงที่สถานีหวังต้าเซียนเลยสะดวกมากๆ
ก่อนไปก็ศึกษาอ่านป้ายหน่อยละกันว่าสายไหนไปสายไหนบ้าง
เหมือนรถไฟฟ้าบ้านเรานั่นแหละค่ะ ไม่ต้องกลัวงง
//แหมทำเป็นบอกว่าบ้านเราได้ข่าวว่าบ้านแกบ้านน้อก บ้านนอก 55

เดินขึ้นบันไดไปเรื่อยๆออกจากประตูมาก็เป็นวัดแล้วสะดวกจัง
ที่นี่พวกทัวร์ละก็คนจีนที่มาไหว้ค่อนข้างเยอะ

พอไปถึงหน้าวัดจะมีอาม่ามาขายพวกธูปเทียน
อย่าใจอ่อนล่ะถ้าเค้าชมว่า you are beautiful ก่อนที่จะขายของให้เรา55
พูดเล่นไปงั้นแหละค่ะ ยอมซื้อหน่อยก็ได้ราคา 10 เหรียญ ถือว่าช่วยคนแก่ไป อิอิ
ก็มีเสี่ยงเซียมซี เดินรอบน้ำพุ ลูบผลส้มจี๊ดอะไรก็ว่ากันไป

ต่อไปอิชั้นก็ข้ามฝั่งฮ่องกง เริ่มจาก Repluse bay หรือเจ้าแม่กวนอิมก่อน
หาดตรงเจ้าแม่กวนอิมสวยมาก ทรายสวย เค้ารักษาความสะอาดดีมาก
อยากให้หาดทรายบ้านเราเป็นแบบนี้จัง ไม่มีแม่ค้ามาขายกล้วยปิ้ง ปลาหมึกย่างไรงี้

แต่ก็ไม่รู้สิ อารมณ์มันอาจจะต่างกันมั้งอย่างถ้าเป็นบ้านเราอาจจะไม่ได้ใจ
//พยายามพูดจาเป็นกลางๆเป็นนกสองหัวไว้ก่อน
เดี๋ยวโดนระเบิดกลางบล็อก รู้จักเอาตัวรอดเป็นยอดดี 55
แต่สังเกตุง่ายๆว่าบ้านเค้าถังขยะเยอะมันเลยช่วยในระดับหนึ่งรึป่าวก็ไม่รู้
ห้องน้ำสาธารณะสะอาดมากในทุกๆที่ ดีตรงนี้แหละ




หาดสวย





วิวจ้าวิว


ไหว้เจ้าแม่กวนอิมกันเสร็จ
ที่ที่เราจะไปต่อก็คือโอเชียนปาร์คก็อยู่ใกล้ๆกันนั่นแหละ
ก็เลยโบกรถถ้าเทียบกับบ้านเราก็คือรถตู้นั่นแหละ
ที่สำคัญรถที่นี่จอดตามป้ายนะคะ ดูให้ดีๆด้วยว่าเป็นป้ายแท็กซี่หรือซิตี้บัสหรือรถตู้
เพราะถ้าโบกแบบไม่ดูตาม้าตาเรือเค้าไม่จอดค่ะ - -"




บนรถตู้

อิชั้นซื้อบัตร Octopus card ไว้อยู่แล้วก็เลยค่อนข้างสบาย
ไปไหนมาไหนไม่ต้องหาเหรียญใช้บัตรเดียวตื้ดๆ


ไปถึงโอเชียนปาร์คก็ยังสนุกสนานเฮฮาเหมือนเดิม
ในถุงมีแซนด์วิชที่ซื้อจากเซเว่นไว้ละก็ข้าวหน้าปลาหมึกของแม่
ตอนแรกเค้าก็ขอดูๆว่ามีไรบ้างเพราะเค้าไม่ให้เอาอาหารเข้าไป
เค้าก็ต้องหวังขายเองสิใช่ป่ะ อิอิ

แต่พอเค้าเห็นว่าไม่มีไรมากก็เลยโอเค ผ่านตลอด
ถ้าเห็นเบียร์กระป๋องของแม่ในกระเป๋าล่ะก็คงมีอึ้ง
เพราะเดินขายได้หลายตังค์เลยนะนั่น 55
ยิ่งเห็นเบียร์ในเซเว่นซื้อคู่อย่างถูกเจ๊แกก็เล่นซื้อมาซะเยอะ
มีแม่เป็นคอเบียร์ต้องทำใจ 555 //เมาท์แม่ซะงั้น



คอเบียร์


อยู่โอเชี่ยนปาร์คสนุกสนานหรรษามาก
แม่ชอบสุดๆบอกมาฮ่องกงแค่มาเอเชี่ยนปาร์คก็คุ้มแล้ว
แม่ชอบนั่งเคเบิ้ลคาร์บอกมันดี
ถึงจะเสียวๆบ้างก็เหอะ อิอิ

พอพักเหนื่อยก็โทรกลับไทยโทรไปคุยกับหลานๆบอกสนุกมากไรงี้
ซื้อซิมการ์ดของที่นู่นไว้ราคาประมาณ 150 เหรียญ
มีโทรฟรี 150 เหรียญ ถ้าโทรตอนค่ำจะราคาประมาณ 2.50 เหรียญต่อนาที ถ้าจำไม่ผิด - -"

นอกจากเคเบิ้ลคาร์แล้วก็มี The Abyss นี่แหละ
ที่แนะนำให้เล่นเลย โหโคดหนุก หนุกแบบลืมโลก
อารมณ์ตอนขึ้นไปเหมือนตายแล้วเกิดใหม่
ก่อนขึ้นไปอิชั้นนั่งใกล้กับพวกเด็กญี่ปุ่นก็คุยๆกันว่า
Are you fear? พอจะขึ้น ก็ตะโกน Ready Ready go go go กันดังๆปลุกอารมณ์
พอขึ้นไปจุดสูงสุดพวกนั้นก็ตะโกนกัน Victoria peak อย่างฮา



The AByss




สุดยอด


ไอ้ตอนลงนี้ความรู้สึกมันขาดๆหายๆเป็นช่วงๆ
บางทีลืมไปเลยว่าก้นมีเบาะรองอยู่
เหมือนบินได้ นึกแล้วอย่างมันส์สนุกสุดๆ
พอเล่นไอ้นี่แล้ว อย่างอื่นเบๆไปซะงั้น

เห็นเพื่อนบอกว่าเครื่องเล่นแบบนี้มีที่พัทยา
เพื่อนมันไปเล่นตั้งสองรอบ น่าลองอยู่เหมือนกัน
ไว้ได้ไปพัทยามะไหร่จะไปลองดู โหะๆ


ลงจากฝั่งของโอเชียนปาร์คก็เวลาประมาณหกโมงกว่าๆละ
เดินออกมาก็จะมีซีตี้บัสมารออยู่หน้านั้นเลยจะไปลงแอดมิสทรี่พอดี
//จะไปที่ไหนก็ดูตรงป้ายก่อนนะคะจะเขียนไว้ว่ารถสายนี้จะผ่านจะจอดตรงไหนบ้าง
ก็นั่งไปจนสุดสายคุ้มจริงๆ นั่งชั้นสองด้วยเห็นวิวชัดเจนสวยงามดี
มองไปในห้องพักแต่ละห้องที่เป็นคอนโดอย่างชัดเจน

พอลงแล้วก็เดินข้ามมานิดนึงจะเป็นสวนสาธารณะเดินข้ามไปอีกหน่อยจะเป็นป้ายรถ
นั่งรถสาย 15 C เพื่อจะไป The peak นั่งไปสุดสายอีกนั่นแหละรถไปส่งถึง The peakเลย
ก็เดินข้ามฝั่งไปอีกหน่อยเพื่อจะข้ามไปนั่ง Peak Tram

ไปถึงตอนนั้นเกือบจะสองทุ่มคนเยอะมากต่อคิวซื้อตั๋วกันจนเป็นแถวยาวออกมาข้างนอก
เสียดายตอนนั้นแบตหมดทั้งสองกล้องเลย ทั้งกล้องวีดีโอละก็กล้องดิจิตอล
เลยอดเก็บภาพมาซะงั้น - -"

ตอนที่ไปถึง Peak Tram หมอกลงมายังกะเป็นหยดน้ำเล็กๆเลย
อากาศเย็นมากๆ ได้บรรยากาศไปอีกแบบ
เพราะแบตหมดนี่แหละเลยตัดสินใจไม่ขึ้นไป Victoria peak - -"

พอนั่ง Peack Tram ลงมาก็โบกซีตี้บัสต่อจะมีป้ายอยู่ตรงนั้นเลย
เลือกที่จะไปท่าเรือ star ferry เพราะอยากเปลี่ยนบรรยากาศนั่งเรือกลับฝั่งเกาลูน
และที่สำคัญจะได้ไม่ต้องเดินไป avenue of star ไกลเพราะมันก็อยู่บริเวณนั้น

ตอนเดินไปไม่ลืมที่จะถ่ายรูปฝั่งเกาลูนเห็นฝั่งฮ่องกงเป็นที่ระลึก
ก็ถ่ายตามร้านที่นั่นเลยมีอยู่หลายร้าน ปรินท์ออกมาเสร็จสรรพ
ราคาต่อรองกันได้รองไปต่อรองกันเองละกันนะคะ
จะซื้อของแต่ไม่ต่อมันจะสนุกอะไรจิงมะ
ราคาเค้าก็บวการต่อรองไปแล้วล่ะ แล้วจะหาว่าไม่บอก อิอิ


จากนั้นก็เดินถ่ายรูปแบบแบตติดๆดับๆตลอดทาง
ถึงจะถ่ายไม่ค่อยได้แต่ใจก็ยังรัก - -"
สอนให้รู้ว่ารักการถ่ายรูปอย่าลืมเอาแบตสำรองไป ฮ่าๆ
เดินอ้อมเข้าห้าง New World เดินลัดห้างไปเรื่อยๆแวะหาไรกิน
จากนั้นก็เอาบัตรOctopusไปคืนเหลือตังค์กลับมานิดหน่อย
แล้วก็เข้าที่พัก อาบน้ำนอน คืนนั้นหลับเป็นตายเพราะเหนื่อยสุดๆ




วันต่อมาเตรียมตัวไปมาเก๊าโดยนั่งเรือ first ferry ข้ามไป
ท่าเรือก็ไม่ไกลจากที่พักมากก็เลยลากกระเป๋ากันไป
พอเหงื่อแตกซิกๆแต่ก็ไม่เหนื่อยมาก แม่ก็อึดแฮะ - -"
//อยู่ที่นี่สองวันไม่ได้นั่งแท๊กซี่เลย
ซื้อตั๋วรอแป๊บเดียวเรือก็ออก first ferry เรือออกทุกๆหนึ่งชั่วโมง

พอขึ้นเรือก็อีกจนได้มีอาตี๋มาขอถ่ายรูปอีกแล้ว
//สงสัยจะชอบของแปลก เดี๋ยวส่งไปแอลนิมอลแพลเน็ตจะทำไง
ไอ้เราตามประสาสาวไทย สวยเริ่ดเชิ่ดหยิ่งบอกโน้ววว โน้ววว อย่างเดียว55
ดูเดะกว่าตั้งเยอะ แก่แดดกันจัง

ตอนลงจากเรืออุตส่าห์อ้อมมายืนอยู่ใกล้ๆแล้วส่งยิ้มให้อีก - -"
ทำไมอยู่ไทยไม่เห็นค่ากันแบบนี้บ้างเนียะ

ให้ความรู้อีกอย่างตอนนั่งเรือให้นั่งกลางๆลำจะนุ่มๆสบายกว่า
อย่าอยากดูดดื่มบรรยากาศโดยนั่งริมหน้าต่างกันเลย
พวกนั่งริมหน้าต่างเห็นอ้วกกันเป็นแถว
แต่ถ้าจะอ้วกก็ไม่เป็นไรเค้ามีถุงอ้วกแจกฟรีทุกที่นั่ง

พอถึงมาเก๊าก็นั่งรถบัสมาลงกลางๆเมือง
ละก็ต่อแท๊กซี่ถึงที่โรงแรมที่พัก(จองไว้ก่อนที่สนามบิน)
จอง East Asiaไว้
ไม่ไกลจากซีนาโดสแควร์มากสามารถเดินไปได้

ส่วนราคาถ้าเทียบกับห้องพักแล้วโอเคมากๆ
ถ้าวอร์คอินเข้าไปประมาณ 380 เหรียญมาเก๊าคืนวันธรรมดา
วีคเอนท์ 480 เหรียญมาเก๊า
แต่ถ้าไปซื้อที่โต๊ะตรงสนามบินเค้าติดป้ายไว้ 480 อิชั้นต่อจนได้ 420
//แม่บอกไปต่อเค้าทำไมสงสารเค้า มีงี้ด้วย ทีอยู่ไทยเห็นต่อเอาต่อเอา - -"
นั่งรถบัสแล้วมาต่อแท๊กซี่ถือว่าเซฟไปอีกนิดถ้านั่งมาจากท่าเรือรวมชาร์ทแพงเกิน


เช็คอินเข้าโรงแรมแล้วก็ออกมาเลย
ก่อนไปถามที่เคาท์เตอร์โรงแรมได้เลยว่ารถสายไหนไปจูไห่
ถ้าจำไม่ผิดอิชั้นนั่งสายสามก็ไปสุดสายที่จูไห่เลย
ไปไหนก็ไม่หลงเพราะนั่งสุดสายเกือบตลอด




เขตชายแดน จูไห่-กงเป่ย




ฝั่งด้านโน้นเป็นจีนส่วนใต้หลังคาแดงเป็นแหล่งช๊อปปิ้ง


พอถึงจูไห่อิชั้นไม่ได้ทำวีซ่าจากไทยก็ขึ้นไปทำวีซ่าพิเศษ3วัน
พอเข้าไปอยู่ด้านขวามือขึ้นไปชั้นสอง
ดูให้ดีๆนะคะบางคนทำผ่านบริษัททัวร์ข้างล่างราคาต่างกันครึ่งต่อครึ่ง
ทำข้างบน 150 เหรียญฮ่องกง 160 เหรียญมาเก๊า/หยวน
จะไปแลกเงินที่ธนาคารฝั่งจีนก็ได้นะคะเรทค่อนข้างดี
แต่ข้อเสียคือรอนานหน่อยเท่านั้นเองถ้าไม่คิดไรมากแลกไปก่อนก็ได้ค่ะ

พอถึงโน่นผีช๊อปปิ้งเข้าสิงแบบไม่ลืมหูลืมตา
นี่ขนาดยังไม่เดินข้ามไปฝั่งจีนนะอยู่แค่ชั้นใต้ดินแค่นั้นแหละ
เงยหน้าดูนาฬิกาอีกทีโอ้พระเจ้าจะสองทุ่มแล้ว
ซื้อของหลักการณ์ง่ายๆคือหารสามค่ะ ถ้าไม่ให้ก็เชิ่ดหน้าออกไปร้านอื่น
เดี๋ยวเค้าก็เรียกเรากลับมาเอง บางร้านเดินเข้าๆออกๆตั้งห้าหกรอบ

คนขายบ้าเรียกเดินเข้าเดินออกไอ้คนซื้อก็บ้าจี้ตามค่ะ 55
ถ้าถ่ายวีดีโอไว้คงฮา เดินเข้าออกเข้าออกอยู่นั่นแหละสุดท้ายก็ให้ตามราคาที่เราต่อไว้
นึกในใจทำไมไม่ให้แต่แรก แต่คิดไปคิดมาถ้าให้ง่ายคงไม่มันส์

จูไห่จะเป็นเขตุชายแดนติดกับกงเป่ยของจีนแผนดินใหญ่
เปรียบเทียบง่ายๆก็ประมาณเสินเจิ้นนั่นแหละ
ที่อิชั้นไม่ไปเสินเจิ้นเพราะไหนๆจะมาเที่ยวมาเก๊าอยู่แล้ว
ก็เลยช๊อปที่นี่เลยละกัน ราคาก็พอๆกันหนุกหนานก็พอๆกัน
ตอนจัดโปรแกรมก็เลยเลือกที่นี่เลยละกันลงตัวหลายๆอย่าง

แม่ค้าที่นี่บางคนพอพูดภาษาไทยได้บ้าง
เค้าชอบบอกว่าไทยแลนด์ต่อเก่ง
อิชั้นถือว่าเป็นคำชมละกันถึงจะเป็นคำด่าอิชั้นก็ไม่ถือ 55

ตอนกลับข้ามกลับมาฝั่งมาเก๊าก็มาขึ้นรถใต้ตึกนั่นแหละ
เพราะคิวรถอยู่ที่นั่นเป็นจุดสุดท้ายและเริ่มต้นของสาย
นั่งบัสหมายเลขสามเหมือนเดิมอาศัยจำถนนใกล้ที่พักเอาก็ถึงเหมือนกัน
นั่งแท๊กซี่ทำไมให้เปลืองตังค์จริงมะ - -"

ป้ายรถที่มาเก๊าค่อนข้างงงเพราะมีแต่ภาษาจีนกับโปรตุเกส
พยายามงมๆยังไงก็ไม่ไหวเพี้ยนกว่าภาษาอังกฤษเยอะอาศัยเดินเอาซะส่วนใหญ่

พอเก็บของในโรงแรมเสร็จยังไม่อาบน้ำ
ตอนค่ำๆก็ออกมาเดินที่ซีนาโดสแควร์เลย
นึกในใจโอโฮนี่หรือมาเก๊ายามค่ำคืนสวยงามมาก
ปิดหูไม่ฟังไม่ดูป้ายกับเสียงจีนโช้งเช้งนึกว่ากำลังทัวร์ยุโรปอยู่ ฮ่าๆ



ซีนาโดสแควร์ไฟสวยดี

จากนั้นก็หาอะไรกินก็เป็นร้านอาหารแถวๆนั้นแหละ
เป็นร้านที่อยู่เยื้องๆกับน้ำพุชื่อร้านอะไรก็ไม่รู้จำไม่ได้แล้ว - -"
ดีหน่อยที่ร้านนี้มีเมนูภาษาอังกฤษ
ที่สำคัญร้านแถวนี้ไม่มีชาร์ตนักท่องเที่ยวแบบฮ่องกงด้วยดีจัง
คนที่นี่พูดภาษาอังกฤษไม่คล่องเท่าฮ่องกง
สื่อสารยากลำบากถ้าพูดจีนอย่างอิชั้นไม่ได้
แต่ไม่เป็นไรไม่เกินความสามารถของคนไทย 555

แต่จะว่าไปคนมาเก๊านิสัยคล้ายๆคนไทยแบบว่ายิ้มแย้มแจ่มใสละก็เป็นกันเอง
คนฮ่องกงจะออกแนวเมืองหลวงตัวใครตัวมันชีวิตรีบเร่งหน่อยๆ
สังเกตุจากการเดินคนที่นี่จะเดินเรื่อยๆเหมือนคนแถวบ้านอิชั้นเลย อิอิ

ตอนกินอาหารที่ร้านนั้นเห็นโต๊ะตรงข้ามมองๆมา
แล้วก็พูดจาพึมๆพัมๆไรก็ไม่รู้
แม่อิชั้นเป็นสาวมนุษยสัมพันธ์ดีแห่งปีอยู่แล้วเลยยิ้มให้เค้า
แล้วมากระซิบอิชั้นว่าเค้าพูดว่าไทยแลนด์ๆ

พออิชั้นหันไปหนุ่มโต๊ะนั้นก็ยิ้มแล้วก็ทักว่า
คุณมาจากไหนกันเหรอ แล้วก็บอกว่าผมกับเพื่อนกำลังทายกันอยู่ว่าคุณมาจากไหน
ผมคิดว่าคุณมาจากไทย แต่เพื่อนผมคิดว่าคุณมาจากญี่ปุ่น
ก็เลยบอกพวกเค้าไปว่าพวกเรามากจากไทยแลนด์

เค้าก็หันไปหาเพื่อนแล้วทำหน้าประมาณว่า เห็นมะไม่เชื่อกู - -"
อิชั้นเลยถามไปว่ารู้ได้ไงว่าพวกเรามาจากไทย
เค้าก็บอกว่าผมเคยตามพวกรัฐบาลที่นี่ไปที่เมืองไทย
ก็เลยพอจำภาษาไทยได้ น่าปลื้มนะคะที่ภาษาบ้านเราเป็นเอกลักษณ์ขนาดนี้

ก็พูดกันอีกนิดๆหน่อยๆอาหารก็มาพอดี
ขอโซ้ยไม่สนใจโลกละกันแบบว่าหิวมั่กๆ - -"
ซักพักโต๊ะนั้นก็ขอตัวกลับก่อนไปยังไหว้ให้เราแล้วพูดว่าสวัสดีครับ

ปลื้มมั้ยคะคนไทย สวัสดีชาวโลก
เอ้ย การไหว้และสวัสดีของไทยเป็นเอกลักษณ์สู่ชาวโลกแล้ว อิอิ
น่ารักดีอ่ะ ชื่นชมนะนั่น
ที่สำคัญหน้าตาดีด้วยพ่อหนุ่มคนนั้น สงสัยจะมีเชื้อสายโปรตุเกสนิดๆ อาตี๋ตาโตเชียว


กินไรเสร็จยังไม่พอใจ
ยังมีไปต่อร้านนมแถวนั้นอีก
เจ้าของร้านก็ใจดีสุดๆจะปิดร้านอยู่แล้วยังอุตส่าห์ให้พวกเราเข้าร้านอีก
พุดดิ้งไข่อร่อยมากกกกกก พูดแล้วก็อยากกินอีก
เมนูจีนหมดเลยอาศัยชี้ๆจากโต๊ะอื่นเอา ก็คนมันอยากกินนี่ทำไงได้

ที่ประทับใจในร้านนี้อีกอย่างหนึ่ง
คือตอนแรกอีกคนเค้าพูดราคาผิดเป็น35เหรียญ
จริงๆแล้วเราเสียแค่ 32 เหรียญถึงเค้าจะบอกผิดเราก็คงไม่รู้หรอกเพราะอ่านเมนูไม่ออก - -"

แต่อีกคนท้วงว่าไม่ใช่35นะ 32 ต่างหาก
เสียงดังโช้งเช้งเลยล่ะหยั่งกะทะเลาะกันเรื่องศาสนากับการเมือง 55
แต่เค้าไม่ได้ทะเลาะกันนะเค้าบอกกันเฉยๆ - -"
ก็ประทับใจแบบว่าซื่อสัตย์ดีเนอะ




เมนูจีน




พุดดิ้งไข่ที่ชอบมาก




ซีนาโนสแควร์ยามค่ำคืนสวยงามจังเดินกินลมชมวิวซักพักก็เข้าที่พักสบายแฮ



อย่าหลงมาเดินกับคนแปลกหน้านะนั่น เดี๋ยวปิ๊งกันได้ - -"


ถึงจะเหนื่อยแสนเหนื่อยขนาดไหนมันก็เป็นโรคจิตของผู้หญิงอย่างหนึ่ง
คือรื้อข้าวของออกมาเชยชมกันจนกระจัดกระจายเต็มห้อง
แล้วก็นอนหลับฝันหวานในกองที่ซื้อมานั่นแหละสองคนแม่ลูก 55
ส่วนคุณผู้ชายหลับตั้งแต่ถึงห้องแล้ว 555




อิอิ




จะจะกับคอเบียร์อีกรูป ฮ่าๆ

ตอนแรกมีโปรแกรมจะไปไหว้วัดอาม่ากันอีกในวันรุ่งขึ้น
แต่ไม่ไหวละเหนื่อย เมื่อย สุดๆก็เอาไว้คราวหน้าละกันค่อยมากันอีก

ตอนเช้าก็ลองไปกินข้าวในตลาดแถวๆซีนาโดดู
อร่อยใช้ได้ไม่แพงด้วย อย่างเกี๊ยวซ่า ขนมไรงี้ ก็ 5 เหรียญเองราคาโอเคมาก
แต่ตอนซื้อก็ชี้ๆเอาละกัน อ้อคนจีนตัวเลขบางทีก็ฟังคล้ายๆไทยนะ
เช่น ซามซับ ก็สามสิบไรเงียะ พอเดาๆได้ - -"



อร่อย อิ่ม ถูก




ตลาดคล้ายๆบ้านเรา



ทาร์ตไข่ต้องซื้อแถวตรอกขนม
//ถึงเมืองไทยจะมีแล้วก็เหอะ อิอิ


เดินเล่นแถวนั้นอีกนิดหน่อยก็กลับโรงแรมขนข้าวขนของออกมา
ไอ้ตอนกำลังยืนโบกแท๊กซี่ดันมีมอไซด์ที่ไหนไม่รู้พุ่งชนเข่าอิชั้นซะได้ทำเอาเข่าเขียว
ไอ้คนขับก็พูดซอรี่ๆใหญ่ ก็ให้อภัยไปเพราะคนสวยใจดี
//จริงๆแล้วได้ข่าวว่าไอ้คนชนหน้าตาดี เลยใจอ่อน




ซีนาโดสแควร์




สวยดี


โบกแท๊กซี่ไปแอร์พอร์ทเคล็ดอีกอย่างก็คือ...
แท๊กซี่ในมาเก๊าจะมีแท๊กซี่เก่ากับใหม่แท๊กซี่เก่าไม่ต้องเสียค่าชาร์ทกระเป๋า
แต่แท๊กซี่ใหม่จะเสียใบละ 3 เหรียญ จำๆกันไปไว้ใช้ได้นะคะ

ยังไงก็ถึงเหมือนกันความเย็นก็เท่ากัน
เพราะแท๊กซี่ในมาเก๊าเค้าเปิดกระจกไม่เปิดแอร์กันจ้า


จบแค่นี้แล้วดีกว่า
ถึงบ้านอย่างรอดปลอดภัย
สนุกสนานหรรษา เดี๋ยวคราวหน้าพวกพี่ๆป้าๆจะให้ไปเป็นไกด์พาไปเที่ยวอีก

ไว้จะมาบ้าพลังเล่าให้ฟังอีกนะ
บายค่ะทุกคน



ปล.แทคติดไว้ก่อนนะ เดี๋ยวจะเปิดห้องแทคไว้เลยโดยเฉพาะ 55
















Create Date : 27 มีนาคม 2550
Last Update : 27 มีนาคม 2550 20:33:12 น. 14 comments
Counter : Pageviews.

 




//
สวย


โดย: กรุณาใช้บริการช่องถัดไป วันที่: 27 มีนาคม 2550 เวลา:17:05:30 น.  

 

^
แหมๆ


ถ้าสงสัยตรงไหนหลังไมค์ถามอิชั้นได้เลยนะคะ
ข้อแม้ว่าถ้าไม่ลืมไปซะก่อนนะ - -"

ส่วน msn อิชั้นไม่ค่อยได้ออนเน่อ
นานทีปีหนมาก - -"


โดย: เป้ (ฉันชอบคุณแน่ค่ะ ) วันที่: 27 มีนาคม 2550 เวลา:19:40:05 น.  

 
...เข้ามาฟังเพลง

เอ้ย ไม่ใช่ ๆ เหอ ๆ

รูปสวยดีค่า เปลี่ยนลุคบล็อกด้วยนี่ ^ ^

ปล. รูปในกล่องคอมเมนท์ จาจุ๊บใครเอ่ย ^ ^
ปล.2 กรุณารับแท็กด้วยค่า


โดย: ChiToSe IP: 124.121.112.43 วันที่: 27 มีนาคม 2550 เวลา:19:58:38 น.  

 


^
เดี๋ยวพี่แถกให้นะจ๊ะ รอแป๊บนึง

จะตั้งห้องใหม่ให้ชิโตเสะเลยจ้ะ



โดย: เป้ (ฉันชอบคุณแน่ค่ะ ) วันที่: 27 มีนาคม 2550 เวลา:20:01:47 น.  

 
จากที่อ่าน ได้รู้ว่า...

จขบ. น่ารัก -*-
มีคนมาถามชื่อ
มีคนมาขอถ่ายรูปด้วย

และ


ต่อราคากระหน่ำ ฮ่าๆๆๆๆ

ป.ล. คุณแม่ชอบดื่มเบียร์อะไรเหรอครับ เดี๋ยวซื้อไปฝาก


โดย: Seraphyros DeCameron วันที่: 27 มีนาคม 2550 เวลา:20:25:03 น.  

 

^
ออกแนวน่าลัก(ขโมย)ไปขายเป็นโลๆมากกว่าค่ะ ฮ่าๆ

กินได้หมดอ่ะค่ะแม่อ่ะ ตั้งแต่อาชายันเบียร์หรูๆ

แต่เบียร์ผลไม้ของโรงเบียร์แกบอกไม่ได้ใจ

หวานเกิน - -"


โดย: เป้ (ฉันชอบคุณแน่ค่ะ ) วันที่: 27 มีนาคม 2550 เวลา:20:36:03 น.  

 
เพลงเพราะดีครับ


โดย: fatman IP: 124.157.215.27 วันที่: 28 มีนาคม 2550 เวลา:2:41:48 น.  

 
อืม สวยดีๆ คนถ่ายรูปน่ะ











ล้อเล่นน่า แกล้งชมแค่นี้ยิ้มหน้าบานเลย 55


โดย: อู๋อู๋ IP: 58.64.104.192 วันที่: 28 มีนาคม 2550 เวลา:13:11:42 น.  

 
...เวลาไปเดินเที่ยวตามที่ๆคนต่างชาติเดิน เคยมีคนทักเหมือนกันล่ะว่าเป็นต่างชาติ แต่ของเราแนวหน้าโหด!สงสัยตาถั่ว55 ...ออกจะคล้ำซะปานนี้...ส่วนตัวชอบม๋าเก๊ามากกว่าฮ่องกงเพราะตึกสวยๆเยอะ ไม่รู้ว่าเป้ได้ไปตรงที่เขาทำสถานที่ท่องเที่ยวอันใหม่ที่เป็นทางเดินเเล้วมีร้านริมทาง รู้สึกจะถมเป็นที่ยื่นออกไปริมทะเลน่ะค่ะ ดูในข่าวคนชอบไปถ่ายรูปเยอะเหมือนกัน สวยดี
ปล.คุณแม่เป้กินเบียร์น่ารักดีใช้หลอดด้วย...
ลป.2อิจฉาวุ้ย ได้กินพุดดิ้งไข่กับทาร์ตไข่ด้วย
ลป.3ลืมเเระแระว่าจะพูดอะไร (ชอบอ่าน นานๆเม้น- -"~~~)บายค่ะ


โดย: 1 IP: 58.8.139.241 วันที่: 28 มีนาคม 2550 เวลา:16:30:49 น.  

 

^
เป้ไม่ได้ไปตรงนั้นอ่ะค่ะ

ที่มาเก๊าได้เดินแค่ซีนาโด้สแควร์

ละก็ไปจู่ไห่แค่นั้นอ่ะค่ะ

แบบว่าหมดแรงไปซะละ

แต่ยอมรับว่ามาเก๊าสวยมาก

ไม่แปลกใจว่าทำไมได้เป็นมรดกโลก

ถ้ามีโอกาสคราวหน้าว่าจะอยู่มาเก๊านานหน่อย : )

ปล.มาเมนท์บ่อยๆก็ได้นะจ๊ะ



โดย: เป้ (ฉันชอบคุณแน่ค่ะ ) วันที่: 28 มีนาคม 2550 เวลา:17:08:14 น.  

 
ฮั่นแน่ มีหนุ่มฮ่องกงมาจีบด้วย ก็สาวไทยสวยอยู่แล้วอ่ะเนอะ อิอิ

คุณแม่กินเบียร์น่ารักมากเลยค่ะ


โดย: unmei วันที่: 28 มีนาคม 2550 เวลา:21:13:23 น.  

 
รูปสวยจังครับ

แวะมาเก็บข้อมูลครับกำลังว่าจะไปเที่ยว ขอลอกแผนการเที่ยวเลยละกันนะคับ (ขี้เกียจอย่างแรง)


โดย: ราชันย์เมฆา IP: 203.144.187.18 วันที่: 4 เมษายน 2550 เวลา:23:15:07 น.  

 
คนชมเยอะไปหน่อยหรือเปล่า อิอิ อยากบอกว่า เห็นมีแต่ของกิน เบียร์แล้วก็หมีตัวน้อยๆเท่านั้นเอง

โหลดนานเหมือนกันนะ ขนาดเนท เมกนึงยังเอาไม่อยู่


โดย: เบนซ์ IP: 125.24.165.184 วันที่: 17 เมษายน 2550 เวลา:20:56:43 น.  

 
อยากรู้ที่พักชื่ออะไร แล้วเท่ารัย มีแนะนำมั้ย


โดย: Zhu IP: 210.213.29.234 วันที่: 9 ตุลาคม 2550 เวลา:11:02:10 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
ฉันชอบคุณแน่ค่ะ
Location :
ลำพูน United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




หลุมมีไว้ให้ขุด...
ไม่ได้มีไว้ให้ตก

เพราะน้ำปลาไม่เค็มไม่มีวันเข้าใจ - -"


ชอบฟังเพลงเพราะเพลง...
สามารถสื่อความรู้สึก ณ ขณะนั้นได้

: )

ดูเป็นผู้หญิงโรแมนติกแบบประหลาดๆดีนะคะ - -"


เอ่อ เอิ่ม เอ่อ...
บล็อกนี้ต้อนรับแต่คนบ้า
มิกล้าต้อนรับคนหยาบคายนะคะ

เจ้าของบล็อกไม่สู้คนค่ะ
ชีวิตจริงมันเป็นนางเอก
ถึงมันจะดูน่าหมั่นไส้งี้ก็เหอะ 55

จงเป็นสุขเป็นสุขเถิดนะคะ
อย่าได้จองเวรจองกรรมแก่กันเลย
สาธุ - -"

Website Counter

Friends' blogs
[Add ฉันชอบคุณแน่ค่ะ's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.