พันพรรณ* ศูนย์เรียนรู้เพื่อการพึ่งตนเองและศูนย์เมล็ดพันธุ์
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2552
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
2 สิงหาคม 2552
 
All Blogs
 
Earthen Building ประวัติบ้านดิน

ความเป็นมา
ในยุคแรกๆเชื่อกันว่ามนุษย์ใช้ถ้ำเป็นที่อยู่อาศัยต่อมาเมื่อจำนวนประชากรมากขึ้นแต่จำนวนถ้ำมีจำกัด มนุษย์เริ่มใช้กิ่งไม้และใบไม้ทำเป็นที่อยู่อาศัยแต่ในฤดูหนาวอากาศหนาวเย็นมากมนุษย์ก็เริ่มใช้ดินมาโบกฉาบผนังบ้านภาษาอีสานและลาวเรียกว่า ทาเปี๋ยะ (wattle&duab) จากนั้นมนุษย์ก็เริ่มพัฒนามาใช้หินก่อด้วยดินและทำอิฐดินก่อด้วยดิน (adobe) จนกระทั่งเข้าสู่ยุคโลหะมนุษ์เริ่มเปลี่ยนเครื่องมือจากหินมาเป็นโลหะจากนั้นมนุษย์ก็เริ่มรู้จักใช้ไม้ทำที่อยู่อาศัยและเครื่องใช้มากขึ้น แต่มนุษย์ที่อาศัยอยู่ในทะเลทรายหรือในที่แห้งแล้งกันดารเขาก็ยังทำบ้านดินอยู่อาศัยเรือยมาจนปัจจุบัน บ้านดินถือว่าเป็นสถาปัตยกรรมที่เก่าแก่ที่สุดในโลกบ้านดินมีอายุยาวนานที่สุดในโลกด้วยในปัจจุบันยังมีบ้านดินเก่าๆอายุตั้งแต่ 200 -1,000 ปี กระจายอยู่ทั่วโลกเช่นบ้านของอินเดียแดงเผ่าอนาซาซีซึ่งกระจายอยู่ทั่วไปในรัฐนิวเม็กซิโก โคโลราโด อริโซนา บางแห่งมีอายุเกือบ 2000 ปี เช่น ที่ เมือง เทาพูเอบโบลซึ่งที่นี่องค์การสหประชาชาติได้ประกาศให้เป็นที่อยู่อาศัยที่มีคนอาศัยอยู่ยาวนานที่สุดในโลกคือตั้งแต สร้างมาจนถึงปัจจุบันมีคนอาศัยอยู่ตลอดมาไม่เคยขาดช่วงเลยนอกจากนี้ยังมีบ้านดินเก่าแก่อีกมากมายกระจายอยู่ทั่วไปในตะวันออกกลางแอฟริกา จีน เป็นต้นซึ่งส่วนมากจะอยู่ในเขตทะเลทรายหรือบริเวณที่แห้งแล้งกันดารมากๆเพราะบริเวณเหล่านี้จะมีอากาศแปรปรวนมาก หน้าร้อนก็จะร้อนจัดหน้าหนาวก็หนาวจัดจนมีหิมะลงเป็นดึอนๆในสภาวะเช่นนี้คนจะอยู่ไม่ได้เลยถ้าไม่มีฟืนไม่มีไฟฟ้าช่วยปรับความร้อนในบ้านแต่บ้านดินช่วยให้คนอยู่รอดมาได้หลายพันปีจนปัจจุบัน



ในมืองไทยมีคนใช้ดินฉาบทายุ้งข้าวมายาวนานเหมือนกับหลายๆที่ในโลกแต่วัฒนธรรมคนไทยไม่มีร่องรอยการใช้ดินทำบ้านจนกระทั่งเมื่อชาวจีนอพยพเข้ามาอาศัยในเมืองไทยคนจีนบางส่วนได้นำเอาวัฒนธรรมการทำบ้านด้วยดินเข้ามาใช้ในเมืองไทยด้วยทำให้มีบ้านดินเกิดขื้นหลายแห่งในภาคอิสานในระหว่าง 70- 100 ปี ที่ผ่านมาเช่น ยโสธร อุบล ร้อยเอ็ด นครพนม เป็นต้นอาจจะมีในจังหวัดอื่นๆด้วยแต่ไม่เหลือร่องรอยให้เห็นอาจจะเป็นเพราะที่อื่นๆมีความอุดมสมบูรณ์มากกว่าจังหวัดทางอิสานเลยทำให้คนจีนในที่อื่นๆมีเงินทองเร็วกว่าประกอบกับโลกได้พัฒนาเข้าสู่ยุคคอนกรีตก็เลยไม่มีใครสร้างบ้านด้วยดินอีกภาคอิสานเป็นส่วนที่ยากจนที่สุดของประเทศ คนจีนในภาคอิสานเลยยากจนกว่าคนจีนในภาคอื่นๆบ้านดินในภาคอิสานจึงถูกทำลายช้าที่สุด แต่อย่างไรก็ตามเมื่อการคมนาคมสะดวกขึ้นการทำธุรกิจในภาคอิสานเริ่มดีขึ้นความเจริญก้าวหน้าแพร่เข้ามาบ้านดินที่เหลืออยู่ก็เริ่มถูกทุบทิ้งอย่างรวดเร็วโดยมีตึกคอนกรีตเข้ามาแทนที่ในภาคเหนือก็มีชาวเขาบางเผ่าทำบ้านด้วยดินอยู่อาศัยแต่ในปัจจุบันเขาก็เริ่มเปลียนเป็นบ้านไม้หรือคอนกรีตแทบทั้งหมดเช่นกัน



เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2539 ผมได้สร้างบ้านดินขึ้นมาหลังหนึ่งหลังจากที่ได้ไปเห็นบ้านของคนอินเดียแดงที่รัฐนิวเม็กชิโกผมรู้สึกชอบมากตรงที่มันเย็นสบายดีในขณะที่อากาศข้างนอกร้อนมากและอุ่นดีเมื่ออากาศข้างนอกหนาวเย็นผมไม่เคยได้ยินคำว่าบ้านดินมาก่อนเห็นครั้งแรกก็รู้สึกชอบเพราะมันดูแปลกตาดีและได้เดินดูบ้านคนอินเดียแดงเพียง 15 นาที พอมาลองทำดูก็ไม่ยาก ผมใช้เวลา 2 ชั่วโมงต่อวันทำบ้าน จากตี 5 ถึง 7 โมงเช้า ทุกวันพอเวลาผ่านไป 3 เดือนผมได้บ้านหนึ่งหลังรู้สึกว่าการที่จะมีบ้านอยู่ไม่ใช่เรื่องยากเลยจากนั้นผมก็ทำบ้านทุกปีปีละหลังสองหลังเรื่อยมา



ในปี 2543 พี่ ประชา หุตานุวัต จากอาศรมวงศ์สนิทได้เจอกับ Michel spaan กับ Janell kapoor ที่ภาคใต้ ฝรั่งสองคนนี้เป็นครูสอนทำบ้านดินพี่ประชาเลยชวนมาสอนที่อาศรมวงศ์สนิท คลอง 15 องครักษ์นครนายกและผมได้รับชวนให้ไปร่วมสังเกตการณ์ด้วยมีคนเข้าร่วมประมาณ 20 กว่าคน



ในการฝึกอบรมครั้งนี้เขาสอนการทำบ้านแบบดินปั้น (cob) คือเอาดินเหนียวมานวดผสมกับฟางเส้นยาวๆปั้นเป็นก้อนแล้วเอามาแปะติดกันใช้ไม้เย็บแต่ละแผ่นให้สานติดกันชื่งจะปั้นเป็นรูบทรงอะไรก็ได้วิธีนี้จะก่อเร็วไม่ได้ต้องรอให้ดินแห้งอยู่ตัวก่อนนิดหนึ่งก่อนที่จะก่อต่อไปและการผสมดินเหนียวกับฟางยาวๆก็ค่อนข้างจะยาก ผู้เข้าร่วมหลายคนรู้สึกว่ามันยากเกินไปผมเลยบอกว่าวิธีที่ผมทำอยู่ง่ายกว่านี้ตอนท้ายผมลองทำอิฐให้ดูหลายคนสนใจมากไม่นานจากนั้นก็เกิดการฝึกอบรมครั้งที่ 2 ขึ้นโดยใช้เทคนิคอิฐดินดิบ (adobe) ที่บ้านศรีฐานอำเภอป่าติ้วยโสธรบ้านผมเอง ในเวลา 10 วันเราทำบ้านขนาด 4 x 7 เมตรสูง 2ชั้นเสร็จพร้อมกับหลังคา โดย ก่อนการฝึกอบรมได้เตรียมอิฐไว้ก่อน โดยคน 8 คนทำอิฐ 8 ชั่วโมงได้อิฐ 2,000 ก้อน ถือว่าเร็วมาก เมื่อเทียบกับการฝึกอบรมครั้งแรกที่ทำเป็นบ้านกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 เมตรครึ่ง ทำ 10 วันยังไม่เสร็จและต้องรออีกหลายเดือนถึงจะแหังจริงๆจึงจะทาสีให้เสร็จได้ปรากฏว่าทุกคนชอบการทำบ้านดินแบบอิฐดินดิบมากทำให้เกิดฝึกอบรมอีกหลายแห่งในเดือนต่อมาและข่าวก็กระจายออกตามสื่อต่างๆอย่างรวดเร็ว



จากการฝึกอบรมที่ยโสธรได้เกิดทีมทำบ้านดินขึ้นที่อาศรมวงศ์สนิทโดยมี ไพริน พงศ์สุระ โจ้ ธนา อุทัยภัทรกุล ต่าย ราชบดิน บุญไชโย และมีทีมสมัครเล่นอีกหลายทีมเช่น นาย ดี ช่างหม้อ และ แม่ องุ่น เป็นต้น และหลายคนก็กลับไปทำบ้านของตัวเอง



ภายในเวลา 3 ปีทีมต่างๆไดัช่วยกันจัดฝึกอบรมในที่ต่างๆทั่วประเทศมากกว่า 30 ครั้ง เกิดบ้านดินขึ้นจากการฝึกอบรมและคนกลับไปทำกันเอง มากกว่า 100 หลัง ทั่วประเทศ อีก 2  ปีต่อมาจำนวนบ้านดินเพิ่มขึ้นมากกว่า 600 หลัง ทั่วประเทศจากนั้นก็ไม่สามารถนับจำนวนได้อีก เพราะต่างคนต่างทำและกระจายวงกว้างออกไปเร็วมากจนไม่สามารถเก็บสถิติได้อีกต่อไป



การทำบ้านดินมีหลายวิธี
1 การทำบ้านดินแบบ อิฐดินดิบ ( Adobe )
ทำอิฐโดยไม่เผาตากแดดให้แห้งแล้วนำมาก่อเป็นบ้านเหมือนกับการก่ออิฐมอญหรืออิฐคอนกรีต



2 การทำแบบ ดินปั้น (Cob ) คือก่อโดยใช้ดินผสมกับฟางเส้นยาวๆแล้วเอามาปั้นเป็นบ้านได้เลยหรือจะก่อเป็นรูปอะไรก็ได้


3 การทำแบบดินฉาบโครงไม้ ( Wattle & daub ) คือการทำโครงไม้ขึ้นมาก่อนซึ่งจะเป็นไม้ไผ่หรือกิ่งไม้ก็ได้แล้วเอาดินเหนียวหรือดินเหนียวผสมขี้วัวฉาบเช่นยุ้งข้าวในภาคอิสานหรือในลาว เป็นต้น



4 การทำแบบ ดิน อัด ( Ram earth ) คือทำบ้านโดยใช้ แบบพิมพ์ที่ผนังใส่ดินที่ชื้นพอหมาดๆเข้าไปไนพิมพ์แล้วตำให้แน่นเสร็จแล้วย้ายพิมพ์ไปด้านต่อไปจนรอบแล้วก็ขยับขึ้นชั้นที่สองไปเรื่อยๆจนได้ความสูงตามที่ต้องการ


5 การทำแบบกระสอบดินหรือกระสอบทราย (Earthbag bag ) ใช้กระสอบอาหารสัตว์ กรอกดินเข้าไป ประมาณ 3 ส่วน 4 แล้วพับปากกระสอบลงด้านล่างวางเรียงกันเป็นกำแพงเหมือนกับการ ก่ออิฐโดยทั่วๆปแต่ไม่ต้องไช้ดินหรือปูนเป็นตัวเชื่อมเพียงแต่ใช้ไม้ไผ่ตอกแต่ละชั้นให้เชื่อมกัน ากนั้นก็ใช้ดินฉาบเหมือนบ้านดินทั่วไป



6 การทำบ้านก้อนฟาง เป็นเทคนิคใหม่ที่เราทดลองทำกันมา (Straw bale house) คล้ายแบบอิฐดินดิบ แต่เปลี่ยนจากการใช้อิฐมาใช้ก้อนฟางแทนประหยัดเวลาและเงินเป็นอย่างมาก



Copyright Pun Pun Thailand Group 2008



Create Date : 02 สิงหาคม 2552
Last Update : 2 สิงหาคม 2552 19:28:32 น. 9 comments
Counter : 13743 Pageviews.

 
ขอบคุณ พี่โจน ที่ได้นำบ้านดินเข้ามาในเมืองไทย
ผมอยากมีโอกาสไปอบรมจริงๆครับ
แต่โอกาสของผมเองไม่อำนวยเลยจริงๆ จึงได้ทำแค่เท่าที่ทำได้


โดย: กะจังวา วันที่: 10 สิงหาคม 2552 เวลา:13:28:24 น.  

 
สวัสดีครับ

ได้ติดตามการใช้ชีวิตของคุณโจน และตอนนี้ก็ได้ออกจาก กรุงเทพพยายามใช้ชีวิตนอกระบบ ทำบ้านดิน ปลูกผักกินเอง
แต่ว่าเพิ่งเริ่มต้น ครับ

ผมเขียนเรื่องราวบ้านดินของ ตัวเองไว้ที่อีกเวปนึงน่ะครับ

ตอนแรก
http://gotoknow.org/blog/dazedx/251264

ตอนสอง
http://gotoknow.org/blog/dazedx/277663

ตอนสาม
http://gotoknow.org/blog/dazedx/277663

ขอบคุณคุณโจน ที่เป็นตัวอย่างให้ผมครับ


โดย: ดอนบ้านดิน IP: 125.27.202.164 วันที่: 17 พฤศจิกายน 2552 เวลา:16:27:57 น.  

 
ชอบมากๆเลย ชิวิตนอกระบบเจ๋งมากค่ะ...สู้ๆ ปล.อยากปลูกบ้านดินเหมือนกันค่ะ


โดย: เฉาก๊วย IP: 124.122.186.88 วันที่: 18 พฤศจิกายน 2552 เวลา:1:01:50 น.  

 
ไม่เจอพี่โจนเสียนานคงต้องหาโอกาสแวะไปเยี่ยมที่เชียงใหม่สักครั้ง


โดย: ดัมพ์ IP: 210.86.135.42 วันที่: 27 พฤษภาคม 2553 เวลา:11:15:58 น.  

 
สวัสดีค่ะ..เคยเห็นในทีวี..วันนี้เจอในบล๊อกพันทิป..ดีใจจังค่ะ

สนใจบ้านดินมาก..กำลังหาข้อมูลอยู่..แต่คนที่บ้านไม่มีใครเห็นด้วยเลย..ค่ะ


โดย: ภัสสรา วันที่: 8 พฤษภาคม 2554 เวลา:20:50:28 น.  

 
หลังนี้ใช้งบโดยประมาณเท่าไหร่ครับ และขนาดเท่าไหร่ ...อยากรู้งบโดยคร่าว ๆ นะ่ครับ


โดย: นายบ้านไม้ IP: 27.130.207.96 วันที่: 5 มกราคม 2555 เวลา:16:29:54 น.  

 
ผมอยากสร้างสักหลังครับ
กำลังหาข้อมูล
ที่อุบลครับ


โดย: แสนราชสีห์ IP: 101.51.11.33 วันที่: 25 พฤศจิกายน 2555 เวลา:17:20:41 น.  

 
ผมซื้อดีวีดีไว้นานเป็น 10 ปี แล้วแต่ไม่มีโอกาศไปสร้างบ้านก้อนฟางที่ว่า แถมยังไม่รู้ว่าเดี๋ยวนี้บ้านเราเขามีการอัดฟางขายแล้ว

บ้านก้อนฟางมีความน่าสนใจมากเพราะบ้านที่ออกมาจะมีลักษณะเฉพาะตัว ดูอบอุ่น แน่ละซิครับเพราะผนังบ้านเองจะมีความหนาดูเป็นโครงสร้างที่หนาแน่นปลอดภัย แถมยังเป็นผนังที่กันเสียง ความร้อน ความเย็นได้เป็นอย่างดี ถ้าทำขึ้นมาสวย ๆ ตรงหน้าต่างก็สามารถวางของประดับเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือแจกันดอกไม้ หรือเป็นที่สำหรับเจ้าแมวน้อยไปนั่งหรือนอนราดตัวก็ได้ ถือว่าเป็นเทคโนโลยี่ใหม่ที่นำฟางข้าวมาใช้เป็นวัสดุก่อสร้างที่มีคุณค่าสูงขึ้นมากเลยทีเดียว ส่วนเรื่องการติดไฟไม่ต้องกลัวเพราะถ้ามันปิดผนึกด้วยปูน หรือพลาสเตอร์เรียบร้อยมันก็ไม่มีคุณสมบัติการติดไฟ

ถ้าอยากเห็นแบบบ้านต่าง ๆ ลองค้นหาเป็นภาษาอังกฤษคำว่า straw bale house ดีนะครับ


โดย: ต้น IP: 216.19.186.152 วันที่: 2 มกราคม 2556 เวลา:4:11:43 น.  

 
ถ้ามีเชื้อเห็ดด้วยในฟางก็จะมีโอกาสได้เห็ดฟางในอุณหภูมิที่เหมาะสมไม่ต้องไปซื้อเห็ดฟางให้เปลืองตังค์


โดย: สิทธิชัย แก้วภูสิทธิ์ IP: 124.120.194.59 วันที่: 25 ธันวาคม 2556 เวลา:21:11:51 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

พันพรรณ
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 26 คน [?]




Friends' blogs
[Add พันพรรณ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.