ชีวิตสดใส(^O^~)บนเม็ดทราย(^O^)//และสายลม

3 วัน 2 คืน ณ เกาะช้าง(หมาดๆ) ในวันฝนหึ้มๆ แนะเที่ยวเกาะหน้าฝน ไม่น่าเบื่ออย่างที่คิด

และในที่สุดก็มีเวลาได้มาเล่าสู่กันฟังซ๊ากกกกกทีSmiley

Smileyทริปนี้คือทริปชวนฝัน ฝันจริงๆ เพราะไม่ได้มีการวางแผนมาก่อน อุอุ แรกเริ่มเดิมทีกะจะไปเที่ยว ณ กระบี่(วางแผนกะตั้งแต่ปีที่แล้วจ่ายตังค์ไปแล้วด้วย) แต่!!!! คุณมือกีต้าร์เปลี่ยนใจกะทันหัน เอาทริปใหม่มาล่อให้เขว สรุปไม่ไปมันแระกระบี่ มาสหวีวี่วีกันที่ทะเลตราดดีก่า

Smileyบังเอิญมากมายที่ได้แพ็คเกจราคาดี๊ ดี.....ของเกาะหมากรีสอร์ท แค่เห็นที่พักก็อดใจไม่ไหวแล้ว ก็เลยคิดว่าไหนๆ จะไปเที่ยวทั้งที ก็หลายๆ วันกันเลยดีก่า มีทริปเกาะช้างผุดขึ้นมาทันทีไปๆ มาๆ ได้แพ็คเกจสุดหรูมาอีก 1 ที่ ณ ปานวิมาน เกาะช้าง รีสอร์ท ไม่รีรอจัดแจงนั่งนับวันเดินทางกันเลย

Smileyออกเดินทางจาก กทม. วันอังคารที่ 6 ตุลาคม 2552 by รถตู้ NGV หน้า สนง.ตอนสามทุ่ม คนละ 30 บาท แล้วก็มุ่งหน้าไปที่สถานีขนส่งเอกมัย รอร๊อ.......รอ รถออกตอนห้าทุ่ม ถึง บขส. จังหวัดตราดกันตอนตีสี่พอดิบพอดี มีพี่ๆ มาถามกันใหญ่เกาะช้างมั้ย เกาะกูดป่าว เกาะหมากทางนี้ งง!!!!! เลย กะลังสลึมสลือ ขอล้างหน้าแปรงฟันกันแป๊บบบบบ แล้วค่อยตั้งหลักใหม่อีกรอบ สรุปว่าบอกให้พี่(รถสองแถว) ไปส่งที่ท่าเรือเฟอร์รี่เกาะช้างแต่ให้แวะซื้อของที่ตลาดสดก่อน(หิวมากมาย) สนนราคาอยู่ที่ คนละ 50 บาท (ซื้อทอดมันร้านเจ๊หมวย อร่อยมาก 20 บาท + หมูย่างร้านข้างๆ ก็อร่อยไม่แพ้กัน 3 ไม้ 20 บาท + ข้าวเหนียว 10 บาท)


พอลงไปซื้อของกินที่ตลาดสดเรียบร้อยแล้วกลับมาขึ้นรถพี่เค้าก็บอกว่าเด๋วเรารถอีกคันไปส่งนะน้อง อ๊าววววววววอารายหว่า ก็ทำไงได้จ่ายตังค์ไปแล้วก็คงต้องรอ ร๊อ......แล้วก็รอ สรุปว่ารถอีกคันก็ยังไม่มา เป็นว่าเกิดปัญหากันนิ๊สสสสหน่อยที่ บขส.พี่เค้าก็เลยไปส่งเราที่ บขส. อีกรอบ (เซ็งเป็ด) ปรากฎว่าเค้ารอจะรับชาวต่างชาติไปด้วย(พร้อมกะเรา) จะได้ไม่เสียเที่ยว แต่!!! ชาวต่างชาติไม่ยอมไปคร๊าบบบบ ไม่รู้เค้าไปเอาข้อมูลมาจากไหน บอกเราว่าเค้าจะรอรถเมย์ที่รับส่งไปท่าเรือฟรี มีออกจาก บขส. ตรงชานชลานี้เวลา 05.45 น. เย้ย!!!! มีด้วยเหรอวะ คนไทย งงSmileyมาตั้งหลายครั้งแล้วมีแต่สองแถวนี่ล่ะที่จะพาเราไปสู่ท่าเรือต่างๆ เหอๆ ก็เกิดอาการเซ็งปรี๊ดนึง แล้วก็อีกปรี๊ดตอนที่คนขับรถสองแถวมาบอกว่า ยังไงน้องก็รอไปพร้อมกะชาวต่างชาติละกัน อึ๊ยยยยย พ่อเมิงตาย ก็ตรูจะไปให้ทันเรือรอบ 06.00 น. อ่ะ แต่แล้วพี่คนขับคงเห็นใจเลยตัดสินใจจะไปส่งเราก่อน พอรถสตาร์ทเท่านั้นล่ะ ไอ้คุณต่างชาติก็รีบวิ่งมาแล้วบอกว่า "บี้ เดอะสตาร์(wait a munute) แล้วก็ขนของขึ้นรถไปพร้อมๆ กะเรา ในใจนี่แบบว่าอยากด่ามันชิ๊บหาย แต่มันคงไม่เข้าใจ ไอ่เราจะด่าเป็นภาษาอังกฤษรึ๊ก็ กลัวจะโดนมันโดดทับ เพราะตัวใหญ่มาก 55555555+ เอาเป็นว่าถึงท่าเรือ หกโมงพอดิบพอดี

อากาศดูเหมือนจะเป็นใจ แต่แล้วก็มีฝนรำไร เอิ๊กๆๆๆๆๆๆ ฝนตกคร๊าบบบบเพ่น้องเหอๆๆๆ บรรยากาศเหมาะแก่การไปเที่ยวทะเลซะจริงๆ พอถึงท่าเรือกะว่าจะเช่ามอไซด์ก็มีแต่เกียร์ออโต้ งึมๆๆๆๆๆ แบบว่าเข็ดจากเกาะเต่า และเกาะพงันมาแระเกียร์ออโต้เนี่ย เลยตัดสินใจไม่เช่า(ดีแระที่ไม่เช่ามอไซด์จากท่าเรือเพราะวันกลับก็ฝนตกห่าใหญ่อีกที) แล้วฝนก็ตกห่าใหญ่จริงๆ ด้วย เลยตัดสินใจให้รถโรงแรมมารับ(ทีแรกคิดว่าเสียตังค์) ที่ไหนได้ "ฟรี!!!!!"คร๊าบบบ พอถึงโรงแรมโอ้วววววมายก๊อดดด สวยมากมาย(อย่างที่ได้ถ่ายมาอวดละนะ) แต่ก็มีโอกาสได้ถ่ายแต่ในห้องพัก


ส่วนด้านนอกก็ไปหาดูในเว็บละกันคร๊าบ เราพักที่ "ปานวิมาน เกาะช้าง รีสอร์ท" หรูเข้าขั้นเทพเหมือนกัน สมชื่อของรีสอร์ทจริงๆ สิ่งที่เราได้รับคือแพ็คเกจซื้อ 1 คืน แถมฟรีอีก 1 คืน(สรุป 3 วัน 2 คืน ในราคา 2,500 บาท รวมอาหารเช้า) เนื่องจากว่าเป็นช่วง LOW season เค้าก็เลยทำการปรับปรุงห้องพัก ซึ่งห้องพักเราก็อยู่ใกล้กับส่วนที่ต้องต่อเดิมทางรีสอร์ทก็มี softDrink มาให้ฟรีๆ อีก 2 แก้ว ส่วนห้องพักก็ตามสภาพที่เห็นนั่นล่ะคร๊าบบบบ(อยู่กันอย่างยาจก จริงๆ)

พอฝนเริ่มซาเราก็ตัดสินใจเดินสำรวจที่พักกันซักนิด แล้วฝนก็ตกแรงอีกรอบ เอิ๊กๆ ตัดสินใจเปียกกันเลยดีก่า ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว มี SeaBag 10 lit มาใบนึง(ซื้อมา 60 บาท จากตลาดปัฐวิกรณ์) คุ้มจริงๆ เพราะใช้ตลอดการเดินทาง ไม่มีสิ่งของใดๆ บุบสลายแต่อย่างใด อ้อ!!! ทางรีสอร์ทมีรถรับส่งไปท่าเรือและหาดทราวขาวฟรี ตอน 10.00 น. กลับบ่ายโมง และ 13.00 น. กลับหกโมงเย็น ซึ่งไม่เหมาะกะเราเลย แต่ก็ดีที่มีรถรีสอร์ทรับส่งไปหน้าปากซอยฟรี(ทางค่อนข้างกันดารเลยล่ะ เป็นดินลูกรังลื่นๆ หลุมเยอะแยะ) แล้วเราก็ออกไปเช่ามอไซด์ในราคา วันละ 200 บาท ซิ่งโล๊ดดดดด

แนะนำกันซักนิด หากคิดจะขี่มอไซด์ให้ทั่วเกาะช้าง เอาแบบทุกซอกทุกมุมเลยนะ ควรเติมน้ำมันประมาณไม่เกิน 4 ลิตร(ราคาตอนนี้อยู่ที่ลิตรละ 40 บาท) อันนี้รวมถึงขี่มอไซด์จากรีสอร์ทไปทานข้าวเย็นทุกวันด้วย แต่ย้ำทางเข้าค่อนข้างทรหด(ไปสืบมาได้ความว่าทางเข้ารีสอร์ทนี้เป็นที่ส่วนบุคคลของหลายๆ รีสอร์ท แต่ไม่สามารถปรับปรุงได้ เนื่องจากเหตุผลหลายประการ ถ้าคิดจะมาพักที่นี่รับรองไม่เสียใจแน่เพราะมันสวยจริงๆ อย่าไปคิดแค่ทางเข้า ต้องรอไปดูข้างในรีสอร์ทกันซะก่อนนะจ๊ะ แล้วจะไม่ผิดหวัง)

ปะเที่ยวกันต่อที่แรกที่เราไปก็คือหมู่บ้านชาวประมงบางเบ้า ที่นี่ค่อนข้างเป็นชุมชนใหญ่พอสมควร ออกแนวในเมืองเจริญมีเซ-เว่นด้วย บ้านตั้งอยู่ในทะเลว่างั้นเหอะ มีสะพานปลาเป็นทางเดินไปสู่ท่าเรือซึ่งเป็นที่ตั้งของประภาคารขาวๆ ที่ใครๆ มาถึงแล้วก็ต้องถ่ายรูป และเราก็ได้ถ่ายรูป อิอิ


แล้วก็ทานมื้อเที่ยงกันที่นี่คร่า.....มื้อนี้ทานง่ายๆ เป็นกระเพราปลาหมึกราดข้าว 2 จาน+น้ำเปล่า 1 ขวด มื้อนี้หมดไป 180 บาท


เสร็จแล้วก็ขี่มอไซด์เล่นๆ ไปเรื่อยๆ ตามทาง(ออกมาจากหมูบ้านชาวประมงแล้วเลี้ยวขวา) ไปเจอกับป้ายบอกทางไปน้ำตก ทางลึกลับดีก็เลยตามป้ายไป เป็นว่าน้ำตกนี้อยู่ในพื้นที่หาดส่วนตัวของ "เกาะช้าง แกรนด์ ลากูน่า"ถ้าคนนอกจะเข้าไปก็ต้องเสียกะตังค์คร๊าบ......คิดๆ ดูแล้วคงไม่คุ้ม เผื่อเข้าไปแล้วฝนตกก็เซงเลยยยยย เหอๆ(ราคาหลักร้อยอ่ะจร้า แพงมักๆ) ก็เลยแวะถ่ายภาพตรงริมธารข้างๆ อย่างที่เห็น


แล้วก็ย้อนรถกลับมาทางหาดคลองพร้าว แวะตรงจุดชมวิวดูแสงสุดท้ายของวันนี้กันแป๊บนึง(ตู้ไปรษณีย์จรวดอ่ะนะ)


แล้วก็กลับไปรีสอร์ท อาบน้ำแต่งตัว ออกมา Dinner เอิ๊กๆ ณ ร้าน "เพื่อน ซีฟู๊ด" หาดไก่แบ้(อยู่ติดถนนใหญ่ ใกล้ๆ กะเซ-เว่น) อร่อยมาก ไม่แพงมากด้วย(มือกีต้าร์แนะนำสุดๆ)


มื้อนี้มีต้มยำรวมมิตร+ปูนิ่มทอดกระเทียม+หอยเชลผัดเนย+มันเบร๊ด+น้ำเปล่า 1 ขวด+ข้าวเปล่า 3 จาน อิ่มแปร้เลยยยยยย มื้อนี้หมดกันไป 485 บาท

เช้าวันใหม่สดใสด้วยสายฝนอีกแล้ว กางร่มสุดหรูไปทานอาหารเช้า(ฟรี!!!) ณ ชายทะเลแสนสวย อิ่มแล้วก็พร้อมลุยกันต่อกับสถานที่แรก"น้ำตกคลองพลู"(จากที่แห้วไปเมื่อวาน เพราะมาช้าเค้าปิดตอน 16.00 น.)น้ำตกคลองพลูอยู่ใกล้ๆ กับรีสอร์ทมาก(พอออกมาจากรีสอร์ทเลี้ยวซ้ายไปทางร้านเจ๊อิ๋วซีฟู๊ด พอข้ามสะพานจะเห็นปางช้างอยู่ขวามือก็เลี้ยวขวาเข้าไปตามถนนลาดยางเลยจร้า) ใช้เวลาไม่ถึง 5 นาทีก็ถึงซะแระ **แนะนำกันนิ๊สสสสนุง สำหรับคนที่เอารถมาเอง(รถยนต์ หรือมอไซด์) แนะนำให้ไปจอดด้านในอุทยานได้เลย ฟรี!!!! คร่า มีห้องน้ำให้ใช้บริการฟรี!!! ด้วย แต่เราเสียรู้คน เหอๆ เค้าบอกว่าจอดรถก่อนได้เลยคร่า 10 บาท ข้างในไม่มีที่จอดนะคะ(ขี้โม้ว่ะ ข้างในฟรี) เดินอีกไกล(อันนี้จริง ประมาณ 1 กิโลเมตร) ไม่มีอะไรขายนะคะ(แหมมมม อันนี้เดินเข้าไปอีกประมาณ 100 เมตร ก็มีร้านสวัสดิการของอุทยาน) คนไทยด้วยกันไม่น่าทำอย่างงี้เล๊ยยยยยย เซง อ้อ จ่ายค่าอุทยานด้วยนะคะ คนละ 20 บาท แล้วก็เดินๆๆๆๆๆๆ ระหว่างทางสวยมาก มีทั้งแมลง ผีเสื้อ แมลงปอน้ำตก เห็ด มอส ไลเค่น เฟิร์น สวยๆ เยอะแยะ แต่ด้วยความโลภอยากไปถึงน้ำตกก่อนจะได้เก็บภาพสวยๆ ก่อนฝนตก อดเลยคร๊าบบบบบ ถึงน้ำตกได้ซัก 10 นาที ฝนก็ร่วงมาจากฟากฟ้าอีกแล้ว มาถึงน้ำตกกันทั้งที โดดน้ำเล่นกันดีก่า หุหุ เป็นที่น่าสังเกตน้ำจืดที่นี่สวยมาก ไม่ว่าจะเป็นน้ำตก ห้วย หนอง คลอง บึง ก็ล้วนแต่จะมีสีเขียวมรกต ยังกะบ่อน้ำหินแกรนิตยังไงอย่างงั้น น่าประทับใจจริงๆ

ไปต่อกันที่ ที่ทำการอุทยานเกาะช้าง ซึ่งมีจุดชมวิว(ห้องน้ำฟรีๆ) วิวตรงนี้จะมองเห็นมุมท่าเรือเฟอร์รี่ แต่หน้าเสียดายมีต้นไม้ใหญ่สูงบังวิวไปซะแล้ว เราก็เลยถือโอกาสเข้าห้องน้ำฟรี+ภาพโทนเขียวๆ ไปเชยชม


แล้วก็แวะสักการะศาลเจ้าพ่อเกาะช้าง ตรงนี้ก็วิวสวยเหมือนกัน ทางเดินขึ้นจะมีช้างน้อยๆ เรียงอยู่ตามริมทางเป็นเส้นนำสายตา สวยดี




เสร็จแล้วแวะไปสะพานปลาอยู่ระหว่างท่าเรือเฟอร์รี่ไปน้ำตกธารมะยม ถ้าฝนไม่ตกคงจะสวยกว่านี้ แต่ก็ยังมีคนมาตกปลาเยอะแยะ แวะไปเที่ยวต่อที่ "น้ำตกธารมะยม" ตรงนี้เดินใกล้หน่อย เพราะขี่มอไซด์ไปถึงลำธารของน้ำตกเลย เสียค่าอุทยานอีก คนละ 20 บาท แต่ที่นี่ไม่มีที่จอดรถฟรีนะคะ(ค่าจอดรถมอไซด์ 10 บาท) เดินไปประมาณ 100 เมตรก็เจอลำธารใสๆ ไหลเย็นกันแล้ว น้ำตกธารมะยมเนี่ยสนุกดีไม่มีทางเดินข้ามไปดูน้ำตก แต่ต้องโหนเชือกข้ามไป มันสนุกตรงนี้ล่ะ น้ำไม่ลึก แต่ไหลแรง และเย็นมากๆๆๆ พอไปถึงน้ำตกก็สวยมากมาย สีเขียวมรกตอีกเช่นเคย ไม่ผิดหวังจริงๆ


มือกีต้าร์บอกว่าจะมาเที่ยวน้ำตกที่เกาะช้างให้สวยๆ ก็ต้องมาหน้านี้ล่ะ เพราะถ้ามาหน้า HiSeason ล่ะก็ ทะเลสวย แต่น้ำตกแห้ง เหอๆ ยังไงก็ถือว่าคุ้ม

แล้วเราก็เดินทางเที่ยวต่อทันที ไปกันที่แหล่งเรียนรู้ป่าชายเลน มาทางอ่าวสลักเพชร-บ้านโรงถ่าน(เข้าไปทางอ่าวสลักเพชร ให้ขับเลยอ่าวสลักเพชรไปทางหมู่บ้านชาวประมงบ้านโรงถ่าน พอเข้าหมูบ้านจะเห็นวัดอยู่ขวามือ วิ่งไปทางซ้าย แล้วจะมีป้าย "โครงการฟื้นฟูป่าชายเลน" อยู่ทางซ้ายมือ แล้วขับรถข้ามสะพานไม้ไป ทางเข้าจะเป็นลูกรัง วิ่งลัดเลาะไปตามทุ่ง หรือ บ่อน้ำ นี่ล่ะค่ะ วิ่งไปจนสุดทางจะเห็นทางเข้าป่าชายเลนเป็นสะพานไม้ค่ะ)


ป่าชายเลนที่นี้สวยมาก แต่ต้นยังเตี้ยๆ อยู่เลย สงสัยเพิ่งปลูก แต่ตรงป้อมยามร้างไปซะแระ สงสัยไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวมา เพราะสะพานไม้บางช่วงก็หลุดหายไป เราเดินไปตามทางสะพานไม้เรื่อยๆ จนถึงทะเลกันเลยทีเดียว ไกลพอสมควร แต่ก็คุ้ม เพราะวิวสวยมาก จริงๆ นะพอมองออกมานอกทะเลเราก็เห็นประภาคารอีกแล้ว มีเรือยอชจอดด้วย ไม่รีรอเดินทางต่อไปประภาคารเลยคร๊าบบบบ

ประภาคารที่นี่เงียบดี เหมาะแก่การถ่ายภาพวิวสวยมาก ไม่มีหมู่บ้านลอยน้ำแถวนี้ด้วย ดูเหมือนที่นี่จะค่อนข้างเป็นส่วนตัว ชอบจัง เพราะสงบ ไม่พลุกพร่าน


เสร็จจากประภาคารเราก็เดินทางกันต่อไปที่ "น้ำตกคีรีเพชร" ทางเข้าไปรกร้าง ไม่มีบ้านคน มีแต่ป่า ที่สำคัญไม่มีด่านเก็บตังค์ซะด้วย เราก็เริ่ม งงๆ เอ๋......ยังไง สรุปไปจนถึงลาดจอดรถ หาทางไปน้ำตกต่อไม่เจอคร๊าบ......อดซะงั้น จริงๆ แล้วได้ยินเสียงน้ำนะ แต่หาทางเดินไม่เจอ กลัวหลงป่า(เพราะรกพอสมควรเหมือนไม่มีใครมาเที่ยวแล้ว) ก็เลยตัดสินใจออกจากที่นี่กันดีก่า อิอิ แล้วก็ไปเจอทางเข้า "น้ำตก....."(จำชื่อไม่ได้แล้วอ่ะ) แต่ก็เป็นทางตันบนภูเขาอีกแระี หาทางเข้าไม่เจอ สรุปก็อดอีกตามเคย ฟ้าเริ่มคลึ้มๆ อีกแล้วก็เลยกลับรีสอร์ทกัน ก่อนกลับแวะไปที่ร้าน "สบายบาร์" ณ หาดทรายขาว กะว่าจะมาทานมื้อเย็นกันที่นี่ เพราะมีดนตรีสดฟัง แต่แล้วก็เปลี่ยนใจ(ขี้เกียจ) เลยไปกินมื้อเย็นกันที่ "เพื่อน ซีฟู๊ด" อีกเช่นเคย มื้อนี้มี โป๊ะแตก+ทอดมันกุ้ง(อร่อยมาก)+หมึกนึ่งมะนาว+ข้าวเปล่า 3 จาน+น้ำเปล่า 1 ขวด+มันเบร๊ด หมดกันไป 565 บาท คร่า.............

ตื่นเช้ามาพร้อมกะฝนไม่โปรยปรายแระ แต่หนักมากยังกะจะส่งท้ายยังไงยังงั้น กะว่าจะไปถึงท่าเรือก่อน 10 โมง เพราะจะไปต่อเรื่อที่ท่าเรือกรมหลวงชุมพรฯ เพื่อไปเกาะหมากให้ทันรอบเช้า เลยต้องเสียค่ารถตู้ไปท่าเรือคนละ 200 บาท


พอมาถึงเรือดันไม่มี ต้องนั่งรออีกนาน เซงเลยคร๊าบบบบบบ รู้งี้นั่งรอออกมากะรถของโรงแรม "ฟรีๆ" ตอน 10.00 น. ดีก่า เหอๆ

สรุปว่าเกาะช้างหน้าฝน "ประทับใจ" สุดๆ คุ้มครับ เด๋วมาเที่ยวซ่อมละกานนนน อิอิ ถ้าใครมาเกาะช้างแล้วฝนตก แนะนำให้ขี่มอไซด์เที่ยวน้ำตกเลยดีก่า ไหนๆ ก็มาแระนั่งเล่นอยู่แต่ในห้องพัก แหมมมมเสียดายเวลาจริงๆ เลยนะเค๊อะSmiley




 

Create Date : 24 ตุลาคม 2552
5 comments
Last Update : 22 มกราคม 2553 0:36:44 น.
Counter : 5838 Pageviews.

 

เด๋วว่างๆ จะเอารูปมาลงนะคะ

 

โดย: เผิงจี๋ 24 ตุลาคม 2552 22:07:49 น.  

 

เพิ่งจะไปมาเหมือนกันค่ะ เมื่อต้นเดือน ต.ค. นี้เอง ฝนตกแต่ก็ยังพอเห็นแดดบ้างบางเวลาค่ะ เราพักหาดทรายขาวค่ะ 3 วัน 2 คืน สนุกมาก ๆ ค่ะ

 

โดย: Miss Herz 28 ตุลาคม 2552 9:15:41 น.  

 

แวะมาเยี่ยมคะ ห่างหายไปนาน งานเยอะแหละคะ

ช่วงนี้อากาศเย็นนะคะ รักษาสุขภาพด้วยคะ

บ๊ายคะ

 

โดย: แพร์ (wirinpear ) 24 พฤศจิกายน 2552 17:54:21 น.  

 

แวะมาเยี่ยมอีกที...ยังไม่อัพบล๊อกอีกเหรอคะ...

 

โดย: แพร์ (wirinpear ) 18 ธันวาคม 2552 15:13:31 น.  

 

ยังคร่า.....งานเยอะมากมาย ไม่มีเวลาหายใจเลย ขออำภัยอย่างแรงคร่า....คุณแพร์

 

โดย: เผิงจี๋ IP: 203.185.131.97 23 ธันวาคม 2552 11:17:59 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


เผิงจี๋หนีเที่ยว
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

"เผิงจี๋" เป็นสาวขี้เล่น อารมณ์ดี
เป็นมิตรกับคนทั่วไป ชอบร้องเพลง
ชอบถ่ายภาพ ชอบเที่ยวธรรมชาติ
ทะเล ภูเขา น้ำตก
ไปหมดเลยคร๊าาาาาาาาาา(^O^~)

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
Group Blog
 
 
ตุลาคม 2552
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
24 ตุลาคม 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add เผิงจี๋หนีเที่ยว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.