เมื่อลูกต้องเข้าโรงพยาบาล
เมื่อพุดต้องเข้าโรงพยาบาล

แม่ได้รับโทรศัพท์จากทางโรงพยาบาลว่ามีคิวให้ผ่าตัดได้แล้วสัปดาห์หน้า หลังจากที่รอคิวมานาน 3 เดือน ให้แม่ตัดสินใจที่จะรับคิวนี้หรือไม่ แม่ควรจะตัดสินใจทันทีว่าเอา แต่แม่คิดอยู่พักใหญ่ เพราะแม่เพิ่งได้รับงานใหม่เข้ามา และงานนั้นมันก็เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่คุณหมอเสนอมา แต่แล้วแม่ก็คิดได้ว่าสุขภาพลูกสำคัญที่สุด เรื่องงานค่อยไปแก้ปัญหาเอาข้างหน้าก็แล้วกัน แม่จึงตัดสินใจรับคิวนั้น 

แล้วเย็นวันนั้น แม่ก็บอกกับพุดว่า สัปดาห์หน้าต้องไปผ่าตัดแล้วนะ พุดไม่อยากผ่า แม่รู้ แต่พุดก็รับคำ แม่เตือนพุดว่า ก่อนจะเข้าผ่าตัดเราต้องดูแลสุขภาพตัวเองให้ดีนะ ห้ามเป็นหวัดเด็ดขาด ไม่งั้นเราต้องเข้าคิวใหม่ คงอีกนานกว่าจะได้ พุดก็แกล้งทำเป็นไอแล้วบอกว่า พุดเป็นหวัด :) ในใจแม่หวั่นวิตกอยู่ลึกๆ เพราะจะว่าไปการผ่าตัดครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่พุดก็ยังมีอารมณ์ขัน ทำให้แม่สบายใจขึ้นมาหน่อยSmiley

แต่เราก็ไม่ได้เตรียมตัวกันจนเว่อร์ ยังคงใช้ชีวิตปกติ แม่พาพุดไปเที่ยวบ้านเพื่อน พุดก็ดูแลตัวเองดีมากทั้งที่ปากบอกว่าไม่อยากผ่าตัด แต่พอไปถึงบ้านเพื่อน สิ่งแรกที่พุดทำคือเดินไปถามคุณแม่เพื่อนว่าที่บ้านนี้มีใครเป็นหวัดบ้างมั้ย พอคุณแม่ของเพื่อนตอบว่า "ตัวคุณแม่เองแหละ" พุดก็รึบถอยกรูดให้ห่างจากคุณแม่ของเพื่อนเพราะกลัวติดหวัด แม่รู้สึกขอบคุณพุดมากๆ และยังภูมิใจใรตัวลูกที่รู้จักหน้าที่ ว่าจะต้องรับผิดชอบตัวเองแค่ไหน ถึงแม้จะไม่อยากทำก็ตาม

และแล้ววันที่เราต้องเข้าโรงพยาบาลก็มาถึง พุดต้องเข้าโรงพยาบาลก่อน 1 วัน เพื่อเตรียมตัวผ่าตัดในวันต่อไป เนื่องจากเราไปรักษาที่โรงพยาบาลรัฐ การที่จะได้พักรักษาตัวในห้องพิเศษจึงเป็นเรื่องยาก เราได้พักในห้องรวม ซึ่งแม่ก็ว่าดี มันจะเป็นประสบการณ์ให้กับครอบครัวได้เรียนรู้อะไรอีกเยอะทีเดียว 

ป๊าเป็นคนพาพุดไปแอดมิทที่โรงพยาบาล แม่ติดงานตามไปหาพุดตอนเย็นเพื่อค้างคืนกับพุด ตอนพุดเจอแม่พุดถามว่าคืนนี้แม่มานอนกับพุดใช่มั้ย พอแม่บอกว่าใช่ พุดก็เข้ามากอดแม่พร้อมบอกว่าขอบคุณครับ แม่ก็เลยถามพุดว่า "พุดคิดว่าคืนนี้พุดจะต้องนอนคนเดียวเหรอ" พุดพยักหน้า แม่ก็เลยถามพุดว่า"แล้วพุดคิดว่าทำได้มั้ย" พุดก็ตอบว่า "ทำได้แต่ไม่อยากทำ มีแม่มานอนด้วยดีกว่า" แม่ยิ้มและกอดพุดตอบ แม่ภูมิใจในตัวพุด รู้ว่าลูกเข้มแข็งแต่ขณะเดียวกันลูกก็ไม่ได้ฝืนตัวเองมากจนเกินไป เก่งมากลูก

ในคืนแรกเป็นการปรับตัว เพราะตึ 2 พยาบาลก็ต้องมาวัดไข้ทีละเตียง เด็กเตียงข้างๆซึ่งยังเป็นน้องเล็กแค่ขวบเดียวร้องทั้งคืน แม่แทบไม่ได้นอนเลย แต่เราจะบ่นอะไรได้และไม่ควรบ่นด้วย ก็เรามาอยู่ในห้องพักรวมมันก็ต้องเป็นแบบนี้แหละ คนไข้คนอื่นๆก็คงไม่ได้อยากรบกวนคนอื่นหรอก ก็ต้องทำใจ

เช้ามาแม่ก็ต้องรีบไปทำงาน อาม่าก็อุตสาห์มาแต่เช้ารีบมาเปลี่ยนตัวให้ ตอนสายป๊าก็มาอยู่เป้นเพื่อนพุด รอส่งพุดเข้าห้องผ่าตัด แม่ก็ได้แต่โทรถามป๊าตลอดว่าพุดเป็นไงบ้าง จิตใจเป็นงัยบ้าง กลัวบ้างมั้ย ป๊าตอบแม่ว่าพุดเฉยมาก ไม่ได้กลัวหรืออะไรเลย อาจจะเพราะเราเตรียมตัวกันมาพอสมควร มีการพูดคุยถึงกานผ่าตัดมาก่อน และลูกก็รู้ว่าจะต้องดมยาสลบ พุดเล่าให้แม่ฟังเมื่อคืนว่าพุดดมยาแบบเป่าลูกโป่ง มันง่ายกว่า ผ่าตัดจะเสร็จกี่โมงพุดก็รู้  การผ่าตัดใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง กว่าจะเสร็จออกมาก็ประมาณ 6 โมงเย็น แม่เสร็จงานก็รีบพาน้องไปหาเฮียพุด น้องก็เป็นห่วงเฮียพุดมาก ถามตลอดว่าเฮียพุดผ่าต้ดเสร็จรึยัง แต่ป๊าก็โทรมาบอกว่าไม่ต้องมาแล้ว ลูกถูกส่งเข้า ICU แม่ก็ตกใจ ทำมัยอาการไม่ดีเหรอ ป๊าบอกว่าเปล่า หมอบอกว่าการผ่าตัดผ่านไปได้ด้วยดี แต่ให้อยู่ ICU พยาบาลจะดูแลใกล้ชิดกว่า พักที่วอร์ด แม่ก็สบายใจขึ้น แต่ก็อยากได้เห็นลูก แต่ป๊าบอกว่าให้พักผ่อนอยู่บ้านเถอะเดี๋ยวป๊าก็จะกลับแล้วเหมือนกัน เพราะ ICU ไม่ให้เฝ้า วันที่ย้ายกลับมาที่วอร์ด เราก็ต้องเฝ้าทุกวันอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นวันนี้เอาแรงไว้ก่อน แม่ก็เลยไม่ได้เห็นลูกหลังจากผ่าตัด แม่รู้สึกเสียใจมากที่ไม่สามารถดูแลลูกได้อย่างท่ตั้งใจ

วันต่อมาพองานเสร็จก็รีบไปหาพุดที่โรงพยาบาล เตรียมตัวไปนอนเป็นเพื่อนพุด พุดก็มีความพยายามมาก เพราะผ่าตัดต้องเจ็บอยู่แล้ว แต่พุดก็ไม่ได้ร้องงอแงอะไรเลย มีความอดทนมาก เจ็บจนทนไม่ไหวก็ขอยา แต่พอแม่บอกว่ายังไม่ถึงเวลาพุดก็อดทน พุดเข้าใจว่าต้องรอ เข้มแข็งมากเลยพุดลูกแม่ แต่ก็มีเรื่องขำๆก็คือ ในวันแรกๆพยาบาลที่วอร์ด ไม่มีใครคิดว่าแม่เป็นแม่พุดเลยสักคน มีแต่คนคิดว่าเป็นน้าทั้งนั้น เรียกแม่ว่าคุณน้าเกือบทุกคน แม่ก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะแม่หน้าเด็ก หรือเป็นเพราะแม่ไม่ได้มาเฝ้าลูกตั้งแต่วันแรก มีแต่ป๊า เขาเลยอาจจะคิดว่าพุดไม่มีแม่รึเปล่า Smiley

ทุกวันแม่ไปนอนเฝ้าพุด ป๊าก็พาน้องมาเยี่ยมพุดทุกวันเหมือนกัน น้องก็รักและเป็นห่วงพุดมาก มาป้อนข้าวป้อนน้ำเฮียพุดถึงที่เลย บางวันก็มีเพื่อนที่โรงเรียนมาเยี่ยมพุดด้วย หลายคนด้วย กลายเป็นว่าการเข้าโรงพยาบาลครั้งนี้ทำให้พุดมีของเล่นเยอะขึ้น เพราะเพื่อนที่มาเยี่ยมทุกคนก็มของติดไม้ติดมือมาฝากพุด แม่ว่าก็กลายเป็นทำให้พุดรู้สึกว่ามานอนที่โรงพยาบาลก็ดีเหมือนกัน 

มีคืนนึงที่พุดนอนดิ้นๆแล้วก็ร้องไห้ เหมือนละเมอ แต่มันดังมากจนเตียงข้างๆก็ยังตื่น แม่ก็พยายามปลอบพุด กอดพุด พุดก็ผลักแม่ออก แม่ตกใจมากว่าพุดเป็นอะไร จะว่าเจ็บแผลก็ พักฟื้นมาหลายวันแล้ว ยาแก้ปวดก็ถูกดึงเวลาออกได้แล้ว ก็ไม่น่าจะเจ็บแผลได้นะ แต่ก็ดิ้นๆ หยุดๆ อยู่อย่างนั้น สัก 3-4 เที่ยว แล้วพุดก็สงบลงไปเองแล้วก็หลับไป

แล้ววันที่ 4  หมอมาดูอาการพุด เห็นว่าพุดลุกขึ้นเดินไปเข้าห้องน้ำเองได้แล้ว ลุกขึ้นมากินข้าวได้แล้ว หมอเลยบอกว่าพรุ่งนี้ให้กลับบ้านได้เลย แม่ก็ดีใจว่าลูกฟื้นตัวได้เร็วมาก พุดก็ดีใจเหมือนกันเพราะอยู่โรงพยาบาลมันก็น่าเบื่อ ทำอะไรก็ไม่ค่อยได้ 



Create Date : 22 ตุลาคม 2555
Last Update : 19 พฤศจิกายน 2555 12:23:29 น.
Counter : 556 Pageviews.

1 comments
  
แข็งแรงเร็วน๊ะค๊ะ
โดย: skylion วันที่: 26 ตุลาคม 2555 เวลา:15:52:14 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

xiochong
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



เป็นเพียงคุณแม่ที่ชอบทำอาหาร (อุตสาห์ตามฝันไปร่ำเรียนถึงเมืองนอกเมืองนา) และรักที่จะอยู่กับเด็กๆ ทำงานประจำมานาน แต่ไม่มีเวลาเล่นกับลูก เลยตัดสินใจลาออกจากงาน และเลือกที่จะมาทำทีสิ่งที่ชอบอยู่กับสิ่งทีรัก
ตุลาคม 2555

 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
23
24
25
26
27
28
29
30
31