Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2557
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
4 พฤศจิกายน 2557
 
All Blogs
 
Timeline เจาะเวลาผ่าจักรวาล (New Version) ตอนที่ 10

บรีกับบารอนตัดสินใจบอกกับภันดรว่าขณะนี้พวกเขากำลังตกอยู่ในเอกภพคู่ขนานแรกๆภันดรไม่เชื่อ แต่พอเขาถามเพนดูลั่มของเขา เขาก็ถึงกับอึ้งแต่แทนที่จะแสดงสีหน้าวิตกกังวลเหมือนบรีกับบารอน เขาดันดีใจมากจนบรีกับบารอนงงภันดรเลยบอกกับทั้งสองว่า

“ถ้าพวกเราอยู่ในเอกภพคู่ขนานจริงแสดงว่าแพทอีกโลกนึงยังไม่ตายผมเองก็ยังมีโอกาสที่จะได้เจอแพท”

ถึงบรีกับบารอนจะเข้าใจในสิ่งที่ภันดรพูดแต่ทั้งสองก็ส่ายหัว

“แต่สิ่งหนึ่งที่เราต้องรีบทำคือการออกไปจากที่นี่ออกไปจากเอกภพคู่ขนาน”

บรีเกริ่นก่อน บารอนก็ยืนยันตามมา

“นายไม่เห็นเหรอ หลังจากแพทตายภัยพิบัติในโลกของเราเกิดขึ้นมาเป็นทวีคูณ บางอย่างไม่น่าเกิดมันก็เกิดได้มันน่ากลัวมากๆเลยนะ พวกเราต้องหาทางเอาตัวเองให้รอดก่อน”

บรีสำทับอีกครั้ง

“นายไม่เห็นเหรอ แผ่นดินไหว สึนามิเครื่องบินตก น้ำท่วม ฝนพันปี หลุมยุบและก็อื่นๆอีกมหาศาลเลยทุกอย่างมันกำลังค่อยๆเสื่อมลง เพราะเอกภพคู่ขนานไม่ใช่ timelineหลัก”

การถูกกระตุ้นจากบรีและบารอนทำให้ภันดรมีสติอีกครั้งในการที่จะช่วยแก้ปัญหาปัจจุบัน

“แต่ก่อนอื่น เราเชื่อเพนดูลั่มได้แน่นะ”

ภันดรหันไปหาบรีบรีพยักหน้าอย่างเชื่อมั่นแทนการตอบว่าใช่ภันดรหยุดคิดครู่นึงก่อนที่เขาจะเดินไปหากระดาษกับดินสอและมานั่งลงที่เก้าอี้เพื่อเขียนทฤษฎีหลายๆอย่างลงไปไม่นานนักเขาก็เงยหน้าขึ้นและพูดว่า

“สำหรับคนอื่น ผมว่ามันเข้าใจยากตอนนี้เราคงต้องดำเนินชีวิตตามปกติไปก่อนแต่สิ่งที่สำคัญมากกว่านั้นคือตั้งแต่แพทตายภัยพิบัติในโลกมันมีมากขึ้นมากกว่าเท่าตัว นั่นคือสิ่งที่เราต้องเผชิญ”

“แต่มีอีกสิ่งหนึ่งที่เราต้องเผชิญ”

บรีพูดแบบแปลกๆทั้งภันดรและบารอนต่างแสดงสีหน้าที่เหมือนมีเครื่องหมายคำถามอยู่ตรงกลางหัว

บรีจึงพูดขยายความ

“คือชั้นพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวและถามเพนดูลั่มจนได้ความว่ามีคนย้อนเวลามาฆ่าแพทในยุคนี้และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้เกิดเอกภพคู่ขนานขึ้นจากจุดที่แพทตาย”

บารอนดูตื่นเต้นมาก

“ย้อนเวลาเหรอบรี จะบ้าเหรอเราไม่ได้กำลังอยู่ในหนังนะ นี่มันเรื่องจริง”

บรีกล่าวตอบว่า

“นี่แหละเรื่องจริงเรื่องที่ไม่น่าเชื่อมากกว่านี้คือเราตกอยู่ในเอกภพคู่ขนาน แต่เรายังเชื่อเลย”

พอสิ้นเสียงของบรี ทุกคนตกใจมากหน้าซีดเผือดเพราะมีบางอย่างที่ทุกคนสัมผัสได้เหมือนๆกันและสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่เกือบจะกระชากวิญญาณและตัวตนของทุกคนออกจากร่าง

บารอนเริ่มพูดก่อน

“เดจาวูที่แรงมากผมไม่เคยสัมผัสเดจาวูที่แรงขนาดนี้มาก่อน”

ภันดรเสริมถึงแม้ว่าหน้าของเขาจะซีดมากๆ

“ใช่ แรงมากๆสิ่งเดียวที่เรารู้สึกคือเราเคยมารวมหัวกันเพื่อจะแก้ปัญหาเรื่องพวกนี้มาแล้วแต่ประสบการณ์ที่เรารู้ตามความเป็นจริงคือเราเพิ่งมาคุยกันเป็นครั้งแรกที่นี่วันนี้ และเดี๋ยวนี้”

บรีพูดเหมือนตื่นเต้นจนลืมหายใจว่า

“แต่จริงๆแล้ว ปรากฏการณ์เดจาวูถูกต้อง มันคือความจริงมันแค่เตือนเราว่า ณ เวลานี้ ขณะนี้ไม่ใช่แค่เราเท่านั้นที่มานั่งคุยเรื่องนี้กันแต่เราทั้งสามคนในเอกภพคู่ขนานที่เป็น timeline หลักก็มานั่งคุยกันเหมือนกัน”

บารอนนิ่งคิดก่อนจะพูดว่า

“ถ้าพวกเขาอยู่ใน timelineหลัก แล้วทำไมพวกเขาถึงรู้ว่าเอกภพคู่ขนานได้เกิดขึ้นแล้ว”

ภันดรเริ่มดึงสติทุกคนมาสู่เรื่องที่เขาคิดว่าน่าจะสำคัญกว่า

“เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถอะตอนนี้เรื่องที่ผมอยากรู้คือทำไมต้องมีคนย้อนเวลามาฆ่าแพทด้วย”

บรีได้เล่าเรื่องอย่างละเอียดเท่าที่เธอได้ค่อยๆสอบถามจากเพนดูลั่มของเธอเพราะตอนนี้บรีเริ่มรู้เรื่องราวเกือบจะเท่ากับมาริสา สมิทในปี 3014แต่แน่นอนว่าบรีไม่รู้ละเอียดเท่าพระราชินีวิคตอเรียเกี่ยวกับ ราชวงศ์ไศเลนทร

บรียังกล่าวเสริมอีกว่า

“ตอนนี้เท่าที่รู้ พวกของมาริสาสมิทกำลังถูกฝ่ายต่อต้านเล่นงานอยู่รัฐบาลอังกฤษในอนาคตยังงงเป็นไก่ตาแตกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงแต่พวกเขายังอุ้มชูมาริสาเพราะเธอมีพลังจิตและได้ใช้พลังจิตของเธอแก้ปัญหาให้กับรัฐบาล”

ภันดรพูดเหมือนเพ้อกับตัวเอง

“นั่นคือสิ่งที่ราชินีวิคตอเรียตัดสินใจที่จะส่งขุนนางของเธอไปยังปี3014ที่มาริสาดำรงชีวิตอยู่ เนื่องจากนั่นคือ timeline หลัก”

บารอนสำทับ

“ใช่ ถ้าส่งมาปี 2014ไม่ว่าจะเป็นเอกภพคู่ขนานแบบไหนก็ดูจะไม่มีประโยชน์ทั้งคู่”

บรีพูดในสิ่งที่เธอกำลังกังวลอยู่

“ตอนนี้เราพบว่าฝ่ายต่อต้านปรากฏอยู่ในสองยุคแล้วคือยุคราชินีวิคตอเรียและยุคมาริสาแล้วเอกภพคู่ขนานในยุคของเราล่ะจะพบฝ่ายต่อต้านหรือไม่”

ภันดรตะโกนออกมาลอยๆ

“ฝ่ายต่อต้านนี่มันใครวะ”

บรีพยายามตอบอย่างมาเหตุผลเท่าที่เธอพยายามจะสืบค้นได้

“ยังไม่มีใครสรุปเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ที่แน่ๆถ้าถามฉันตอนนี้เบาะแสเดียวคือจักพรรดิไทก้า”

บารอนให้ความเห็นบ้างว่า

“ถ้าจักรพรรดิไทก้าต้องการเป็นเจ้าจักรวาลในยุคนั้นการยกทัพยานอวกาศไปที่อาณาจักรวิคตอเรียเลยมันไม่ง่ายกว่าการส่งคนย้อนเวลามาฆ่าแพทเหรอ”

บรีกล่าวว่า

“แต่การมาฆ่าแพท จักรพรรดิไทก้าจะได้รับประโยชน์ไปเต็มๆเลยนะถ้าราชินีวิคตอเรียหายตัวไปจริงๆ”

ภันดรไม่เห็นด้วย

“แต่มันจะเสี่ยงมากๆเลยนะถ้าการฆ่าแพทแล้วราชินีวิคตอเรียหายตัวไปเพราะอาณาจักรไทก้าก็อาจจะได้รับผลกระทบด้วย ความเสี่ยงมันมีอยู่”

บารอนเพิ่มเติมข้อมูล

“เรื่องนี้ถ้าเราไม่ไปเน้นที่อาณาจักรวิคตอเรียคนที่ได้ประโยชน์จะมีเยอะนะ เพราะใครก็ตามที่คิดง่ายๆว่าถ้าฆ่าแพทแล้วลูกหลานของแพทจะหายไปหมดตลอดสามแสนปีต่อจากนั้น แสดงว่าการหายตัวของลูกหลานแพทอาจให้ประโยชน์กับใครก็ได้ใน timelineนั้นอนาคต”

“แบบนี้ผู้ต้องสงสัยก็เพียบเลยสิตั้งแต่ปี 2014 จนถึงสามแสนปีข้างหน้าเลย”

บรีพูดแบบงงงวยมากๆแต่ภันดรกำลังจะทำให้บรีงงงวยมากไปกว่านั้น

“จริงๆผู้ต้องสงสัยไม่ใช่แค่ช่วงนั้นหรอกแต่อาจเป็นตลอด timeline ของจักรวาลเลยก็ได้”

“ยังไง”

บรีถามด้วยความสงสัยภันดรพยายามตอบแบบให้เข้าใจง่ายที่สุด

“สมมติว่าประมาณ สองหมื่นปีมาแล้วมีใครสักคนมีญาณหยั่งรู้อนาคตแบบนอสตราดามุสแล้วรู้ว่าอีก หกแสนปีข้างหน้าลูกหลานของตัวเองจะถูกลูกหลานของแพททำร้ายและบังเอิญเขาสามารถติดต่อคนในอนาคตได้ก็เลยขอให้คนในอนาคตที่สามารถเดินทางย้อนเวลาได้ให้ย้อนเวลามาฆ่าแพท”

บารอนสงสัย

“และค่าจ้างล่ะคืออะไร”

ภันดรตอบอย่างมั่นใจว่า

“ก็คือการพยากรณ์อนาคตที่แม่นยำไงซึ่งใครๆก็อยากได้ ถ้าคนในอดีตมีญาณวิเศษที่แม่นยำมากๆและติดต่อกับคนในอนาคตได้จริง เขาก็จะมีอำนาจมากในฐานะนักพยากรณ์ข้ามเวลา”

บรีเริ่มงง

“ถ้ามันจะซับซ้อนถึงขนาดนั้นเราเลิกหาดีกว่าว่าฝ่ายต่อต้านคือใครแต่เราควรวางแผนรับมือพวกมันพร้อมกับรับมือภัยพิบัติร้ายแรงต่างๆที่กำลังจะเกิดขึ้น”

บารอนและภันดรเห็นด้วยกับสิ่งที่บรีว่ามาพวกเขาตัดสินใจว่าพวกเขาต้องหาอุปกรณ์ที่จำเป็นเพื่อการนี้ไว้ให้ครบเพราะพรุ่งนี้อะไรๆก็เกิดขึ้นได้

หลังจากหายกันไปตามหาอุปกรณ์ที่จำเป็นอยู่พักนึงพวกเขาก็กลับมารวมตัวกันใหม่อุปกรณ์ที่จำเป็นที่พวกเขาหามานั้นแยกเป็นสองแบบคืออุปกรณ์ที่สำหรับใช้ในเวลานี้กับอุปกรณ์ที่สำหรับใช้ข้ามเวลา

อุปกรณ์ที่ใช้ในเวลานี้โดยมากเป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับป้องกันตัว เช่น ปืน มีด ธนู และอื่นๆ

ส่วนอุปกรณ์ที่ใช้ในการสื่อสารหรือเป็นอาวุธสำหรับข้ามเวลาได้แก่ ไพ่ยิปซี เพนดูลั่ม ผีถ้วยแก้ว ลูกแก้ว กระดานเทพอียิปต์ อัญมณีหลากสี evileyes ซิลิกอนคาร์ไบด์ แก้วขนเหล็ก พีระมิดแคลไซต์และพีระมิดหยินหยาง

พอรวบรวมอุปกรณ์หลายอย่างจนเสร็จทุกคนก็ต้องตกใจอีกครั้งเพราะทุกคนต่างเกิดปรากฏการณ์เดจาวูที่แรงมากๆจนทำให้บรีกล่าวออกมาว่า

“พวกเขาต้องหาอุปกรณ์ด้วยเหรอ”

ภันดรมั่นใจมากเลยกล่าวออกไปว่า

“พวกเขาก็กำลังหาทางช่วยเราแต่พวกเขารู้ได้ยังไงว่ามันเกิดอะไรขึ้น คนที่อยู่ใน timelineหลักไม่น่าที่จะรู้ เรื่องพวกนี้ได้”

ภันดรนิ่งคิดนิดนึงก่อนจะหันไปหาบรี

“ช่วยถามเพนดูลั่มของเธอให้หน่อยว่า ในปี 3014ยังมีเอกภพคู่ขนานที่เราอยู่ไหม”

บรีใช้เวลาถามครู่หนึ่งในใจก่อนจะตอบว่า

“เออ ... ไม่มี”

บารอนสงสัยบางอย่าง

“จิตวิญญาณของเรากับของเราอีกคนใน timelineหลักเป็นจิตวิญญาณเดียวกันไหม”

บรีตอบอย่างมั่นใจว่า

“จิตวิญญาณเดียวกันแน่นอนเพราะถ้าฉันตายไปวิญญาณของฉันอาจแยกไปเกิดเป็นคนอีก 5คนได้ หรือวิญญาณ 5 ดวงอาจรวมกันไปเกิดเป็นราชินีวิคตอเรียได้”

ภันดรหันมากล่าวเรื่องที่สำคัญกว่า

“ถ้าฝ่ายต่อต้านมีจริงคงทั้งเราและเขาหรือก็คือเราใน timeline หลัก คงต้องโดนจู่โจมพร้อมๆกันไม่แพ้กับปี 3014 และสมัยของราชินีวิคตอเรียแน่ๆ”

ภันดรนิ่งไปชั่วครู่ก่อนจะหันไปถามบรีว่า

“อืม เราสามารถติดต่อกับตัวของเราใน timelineหลักได้ไหม”

บรีตอบว่า

“ไม่น่าจะได้นะเพราะเพนดูลั่มที่ใช้ติดต่อได้ง่ายที่สุดคือกับเทพประจำตัวของเรา หลังจากนั้นที่ยากหน่อยเพราะต้องมีพลังจิตสื่อกันได้จริงๆ ก็คือติดต่อกับคนในอดีตหรืออนาคตแต่ถ้าติดต่อตัวเราเองในเอกภพคู่ขนานน่าจะยากมากๆ”

หลังจากฟังจบ ภันดรได้ตัดสินใจบางอย่างว่า

“ผมจะย้ายมาอยู่ที่นี่หลังจากนี้พวกเราต้องมีภารกิจเพิ่มนอกเหนือจากงานประจำ”

บารอนนึกอะไรบางอย่างได้จึงบอกบรีว่า

“เปิดทีวีหน่อยบรีตอนนี้กำลังมีการสรุปข่าวรายวัน”

พอบรีเปิดข่าวก็จะมีแต่เรื่องแผ่นดินไหวภูเขาไฟระเบิด เครื่องบินตก สงครามในมุมต่างๆของโลก พอเห็นข่าวแบบนี้ภันดรถึงกับอุทาน

“ในโลกคู่ขนาน นอกจากโลกจะเสื่อมลงจิตใจของผู้คนก็เสื่อมทรามลงมากกว่าคนในโลก timeline หลักอีกด้วย”

แล้วข่าวที่ทำให้ทุกคนตกใจมากคือการล้มของหอเอนเมืองปิซ่าและหอไอเฟลที่กรุงปารีสมันเป็นการบ่งบอกว่าความเสื่อมและภัยพิบัติต่างๆกำลังคุกคามเอกภพคู่ขนานแห่งนี้

### ตัวตนแห่งเทพของแพทได้เจริญก้าวหน้ามากขึ้นเรื่อยๆจนแพทเองก็ไม่คาดคิด หน้าที่หลักของเทพอย่างแพทคือการช่วยเหลือผู้คนและจักรวาลซึ่งมันง่ายกว่าตอนที่เป็นมนุษย์มาก ตอนที่แพทเป็นมนุษย์กว่าที่จะช่วยเหลือใครได้จริงๆ เราต้องช่วยให้ตัวเราก่อน ต้องให้เรารอดก่อนแต่เทพนั้น ไม่จำเป็น เนื่องจากเทพไม่จำเป็นต้องหาเงิน เทพอิ่มทิพย์เสื้อผ้าอาภรณ์ก็เป็นทิพย์ เนรมิตเองได้และไม่มีแบรนด์ที่อยู่ก็คือสเฟียร์ที่เป็นทิพย์ตามบุญและกรรมที่ทำมา

เทพอย่างเธอก็ไม่จำเป็นต้องหลับเธอจึงเข้าใจคำว่า “เป็นผู้ตื่นอยู่เสมอ” และก็ไม่จำเป็นต้องมครอบครัวเพราะโดยโครงสร้างนั้นมีไม่ได้ แต่ทุกเทพในโบมต่างคือครอบครัวเดียวกันแพทประจักษ์ว่าสังคมเทพคือสังคมในอุดมคติของเธอและเป็นสังคมที่หาไม่ได้ในโลกมนุษย์แต่ที่เธอสงสัยก็คือเธอเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ไม่เคยเชื่อว่าสวรรค์มีจริงความดีทุกอย่างที่ทำบนโลกก็เพื่ออยากจะให้สังคมดีขึ้นโดยไม่ได้นึกถึงตังเองแม้แต่น้อยแต่พอเธอตายและมาเกิดที่โบม สวรรค์ที่เธอไม่เคยเรียนก็ทำให้เธอประหลาดใจมากทีเดียว

อีกอย่างที่เธอรู้สึกดีมากคือการที่ทุกเทพไม่ว่าจะเป็นเทพที่เธอเคยได้ยินหรือไม่ก็ตามต่างก็ช่วยกันทำหน้าที่ช่วยเหลือโลกนี้อย่างดีที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้แต่คนนับถือเทพ นับถือศาสนาที่ต่างกันบนโลกมนุษย์กลับเข่นฆ่ากันเองเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เธอไม่สบายใจเป็นอย่างมากแต่แน่นอนว่ากฎของเทพที่สำคัญมากๆคือการห้ามเผยแสดงต่อมนุษย์และห้ามติดต่อกับมนุษย์นอกจากมนุษย์จะเป็นฝ่ายติดต่อมาเองผ่านอุปกรณ์บางอย่างที่สามารถติดต่อได้

เหตุผลสำคัญก็เพราะมนุษย์ที่ติดต่อเทพจะพอเข้าใจเรื่องของเทพอยู่บ้างแต่ถ้าเทพไปติดต่อกับมนุษย์แล้วมนุษย์คนนั้นไม่เข้าใจคิดว่าเป็นผีสางหรือตัวเองหลอนไปเองปัญหาที่เกิดขึ้นก็จะมีตามมามากมายอย่างแยกไม่ออกทำให้การติดต่อระหว่างเทพกับมนุษย์เป็นกฎเหล็กอย่างหนึ่งของจักรวาล

แพทเข้าใจดีว่าเวลานี้แพทจะต้องหาสมัญญาของเทพที่เธอกำลังดำรงอยู่ หลังจากเธอกล่าวสมัญญาในจิตของเธอเทพพยากรณ์จะส่งกระแสจิตให้เทพทั่วทั้งโบมและสวรรค์แห่งอื่นได้รับรู้สมัญญานี้ไปพร้อมๆกันและสมัญญาที่แพทเลือกที่จะใช้คืออุมาเทวี พอเธอเพ่งจิต ทุกเทพก็รับรู้ทั่วกันและแน่นอนว่านี่เป็นการส่งสัญญาณแก่องค์ศิวะเทพว่าเธออยากเข้าพวกกับเทพฮินดูก่อนหน้าซึ่งเป็นที่ประจักษ์ว่ายังไม่มีเทพที่ชื่อว่าอุมาเทวี

หลังจากเสวยพระนามอุมาเทวีแล้วแพทก็ทราบถึงพลังของเทพที่มีสมัญญาว่าเธอได้เกิดพลังจิตพิเศษและได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมดเกี่ยวกับภันดร และทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับเขาทำให้เรื่องราวที่มีสาเหตุจากมีคนย้อนเวลามาฆ่าเธอจนถึงเรื่องของมาริสา สมิทราชินีวิคตอเรียและเอกภพคู่ขนาน ประจักษ์แก่จิตของเธอทั้งหมดแต่สิ่งที่แพทรู้สึกว่าน่ากลัวมากคือ ขนาดพลังจิตของเทพยิ่งใหญ่ขนาดนี้ แต่เธอก็ยังไม่สามารถรู้ได้ว่าใครคือฆาตกรอาจเป็นได้ว่าฆาตกรมีทั้งมนุษย์และเทพหรือไม่ฆาตกรเองก็ล่วงรู้ว่าเขาสามารถหลบซ่อนตัวตนของเขาจากพลังจิตทุกชนิดที่มีอยู่ในจักรวาล

แต่เรื่องนั้นก็ยังไม่สำคัญเท่ากับเรื่องที่เทพพยากรณ์แจ้งมาทางจิตว่าสรวงสวรรค์แห่งโบมมีผลกระทบบางประการทำให้เกิดเหตุที่ไม่เคยเกิดมาก่อนคือสเฟียร์เขาโอลิมปุสของเทพซุสและพวกพ้องแตกออกเป็นเสี่ยงๆและหายไปจากทุกมิติในจักรวาลทำให้เทพซุสและพวกพ้องแค้นใจมาก จึงใช้พลังจิตสร้างสเฟียร์เขาโอลิมปุสเป็นเอกเทศ และซ่อนตัวอยู่ในจักรวาลแบบเดียวกับที่สรวงสวรรค์แห่งโบมทำเพราะก็ไม่มีใครรู้ว่าสรวงสวรรค์แห่งโบมอยู่ที่ไหน เพราะที่อยู่ของสรวงสวรรค์แห่งโบมอยู่ในมิติซ่อนเร้นที่ตามหาไม่ได้ต่างจากสวรรค์ชั้นยามา

เรื่องที่สเฟียร์เขาโอลิมปุสต้องออกไปจากโบมแล้วไปตั้งเป็นสวรรค์เอกเทศนับว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่ยังไม่เคยเกิดขึ้น และเทพพยากรณ์ยังแจ้งอีกว่าเทพซุสเข้าใจไปว่าตัวการคือพระศิวะทำให้เรื่องนี้เกิดเป็นความบาดหมางครั้งใหญ่ระหว่างสองเทพใหญ่ในจักรวาล องค์ศิวะกำลังประชุมกับปวงเทพที่อยู่ในโบมเพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับเหตุที่เกิดขึ้นแพทสงสัยว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับเรื่องยุ่งๆที่เกี่ยวข้องกับภันดรด้วยรึเปล่าแต่มันก็ไม่สามารถที่จะเป็นได้ เพราะการเดินทางย้อนเวลามาฆ่าเธอน่าจะพอทำได้แต่ไม่น่าจะมีมนุษย์หน้าไหนมายุ่งกับสเฟียร์ของเทพบนสวรรค์ได้ถ้าเรื่องนี้เกี่ยวก็จะมีอยู่ทางเดียวคือมีเทพร่วมมือกับมนุษย์ในการก่อให้เกิดเหตุวิปลาสขึ้น

แพทพยายามไม่คิดเรื่องพวกนั้นเพราะมีคลื่นพลังจิตมาจากเทพพยากรณ์ให้แพทในนามอุมาเทวีช่วยไปรับเทพใหม่ที่จะทรงมาสถิตยังโบมและน่าจะมีส่วนแก้ไขเหตุการณ์ความบาดหมางระหว่างเทพซุสกับศิวะเทพได้แพทในนามพระนางอุมาเทวีได้เหาะไปยังสเฟียร์แรกที่เทพองค์ใหม่จะมาจุติ ซึ่งจะอยู่บนหอสูงใกล้ๆที่ๆแพทมาจุติก่อนหน้านี้ครั้งนี้แพทจะทำหน้าที่คล้ายกับพระนางลักษมีเทวีในการเป็นพี่เลี้ยงคอยแนะนำเทพใหม่และมีหน้าที่พาเทพใหม่ไปเข้าเฝ้าองค์ศิวะเทพ

แพทเองแปลกใจมากว่าเทพพยากรณ์ได้ให้ความเห็นว่าเทพองค์ใหม่นี้ให้ใช้สมัญญาเดิมเป็นสมัญญาแห่งเทพไปเลยโดยไม่ต้องให้พระองค์หาสมัญญาใหม่ซึ่งนับว่าเป็นการตัดสินใจที่แปลกประหลาดของเทพพยากรณ์

พอไปถึงหน้าสเฟียร์แรกที่เทพองค์ใหม่จุติพระนางอุมาเทวีได้ทรงรอให้เทพองค์ใหม่เสด็จมาจากจุติสเฟียร์ และเมื่อเทพองค์ใหม่เสด็จออกมาพระนางอุมาเทวีจึงได้พบกับเทพหนุ่มรูปงามพระองค์ได้กล่าวพระสุรเสียงต้อนรับเทพองค์นี้ว่า

“ขอต้อนรับท่านสู่สรวงสวรรค์แห่งโบมเพคะมหาเทพโอซิริส”




Create Date : 04 พฤศจิกายน 2557
Last Update : 4 พฤศจิกายน 2557 2:41:11 น. 0 comments
Counter : 56 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

อุรุเวลา
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add อุรุเวลา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.