Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2557
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
4 พฤศจิกายน 2557
 
All Blogs
 
Timeline เจาะเวลาผ่าจักรวาล (New Version) ตอนที่ 6

แพทได้ก้าวลงจากหอสูงเธอแปลกใจมากที่ร่างของเธอลอยลงมาเรื่อยๆตามแต่ใจนึก ลอยลงมาจนถึงพื้นของวิหารทรงแปลกไม่นานนักเธอก็มองเห็นว่ามีชายคนหนึ่งมายืนอยู่ข้างๆเธอ แพทก้มลงเพื่อทำความเคารพเทพพยากรณ์ส่งเสียงในหูของเธอและบอกว่าเขาผู้นี้แหละคือศิวะเทพ

พระศิวะไม่รีรอที่จะกล่าวต่อแพทว่า

“พระนางเป็นอย่างไรบ้างทรงปรับตัวได้ดีเพียงใด”

แพทตอบกลับมาว่า“หม่อมฉันปรับตัวได้พอสมควรแล้ว”

องค์ศิวะเทพแห่งโบมทราบถึงความแปลกประหลาดของเหตุการณ์นี้แล้วว่าการที่แพทจะมาปรากฏตัวที่โบมนั้นแทบเป็นไปไม่ได้เลยนอกเสียจากว่ามีใครทำให้เธอตายก่อนวัยอันควร ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆแพทก็ยิ่งไม่ควรที่จะมาเกิดที่โบมคงมีเพียงทางเดียวที่เป็นไปได้คือความเข้าใจผิดของใครบางคน ศิวะเทพเชื่อแน่ว่าในจักรวาลที่76จะต้องมีใครบางคนสามารถย้อนเวลามาทำร้ายผู้หญิงคนนี้จนถึงแก่ความตายด้วยสาเหตุอะไรบางอย่าง

แต่ timeline ปกตินั้นผู้หญิงคนนี้จะต้องไม่ตาย และสามารถมีชีวิตอยู่ได้ตามปกติจนกว่าจะสิ้นอายุขัย ศิวะเทพพอจะเดาได้ว่าผู้บงการจะต้องเชื่อแน่ว่าการย้อนเวลามาทำให้ผู้หญิงคนนี้ตายจะต้องทำให้สายพันธุกรรมของเธอหายไปด้วย ซึ่งจริงๆแล้วมันจะไม่เป็นอย่างนั้นการคิดอย่างนั้นมันตื้นเกินไป ไม่มีใครจะสามารถทำอะไรอย่างนั้นได้เพียงแต่จุดที่เธอคนนั้นตายมันจะก่อให้เกิดเอกภพคู่ขนานแยกออกมา

ถ้าเป็นอย่างที่ศิวะเทพคิดการที่แพทปรากฏร่างมาที่โบมก็นับได้ว่าโลกของโบมก็กลายเป็นเอกภพคู่ขนานด้วยอย่างนั้นหรือศิวะเทพเพ่งจิตให้พระนางลักษมีเทวีมาอัญเชิญแพทไปที่สเฟียร์ส่วนพระองค์หลังจากนั้นองค์ศิวะเทพได้เพ่งจิตเชิญซุส เทียนกง และพระอินทร์เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับเรื่องนี้ที่สเฟียร์ใหญ่

หลังจากทุกพระองค์ได้มาเจอกันที่สเฟียร์ใหญ่พระอินทร์ได้เอ่ยขึ้นก่อนว่า

“ถ้าองค์ศิวะเทพแน่ใจอย่างนั้นมันก็จะมีคำถามเกิดขึ้นตามมามากมาย ประการแรกคือใครกันคือตัวการใครกันที่สามารถย้อนเวลามาฆ่าคนอื่นได้”

ซุสออกความเห็นบ้าง

“สิ่งที่น่าสงสัยไปกว่านั้นคือจอมบงการผู้นี้เป็นมนุษย์หรือเป็นเทพ”

พอซุสพูดจบทุกเทพต่างนิ่งอึ้งไปตามๆกัน

เทียนกงให้ความเห็นที่น่ากลัวว่า

“ถ้าการที่พระนางคนนั้นมาปรากฏที่โบมเป็นไปได้หรือไม่ว่า สรวงสวรรค์แห่งโบมเองก็ได้เกิดเป็นโลกคู่ขนานขึ้นแล้ว”

เทียนกงหันไปหาศิวะเทพด้วยความตื่นตระหนก

“ท่านสามารถที่จะตรวจสอบเรื่องพวกนี้ได้ไหม”

องค์ศิวะเทพส่ายหน้า

“ไม่ได้เลยแม้แต่เทพพยากรณ์ก็ยังไม่ทรงออกความเห็น”

พระอินทร์ได้กล่าวในสิ่งที่น่ากลัวมากกว่านั้น

“แล้วอดีตล่ะอดีตจะเกิดเอกภพคู่ขนานด้วยรึเปล่า เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นคือการมีคนมายุ่งกับ timelineปกติ แต่ในเมื่อ timeline ปกติไม่เป็นไร timeline ที่เกิดขึ้นใหม่เป็นเอกภพคู่ขนานจะเกิดเฉพาะจุดตั้งแต่พระนางผู้นั้นตายไปหรือเกิดตลอดtimeline ที่ขนานกันไป”

ศิวะเทพออกความเห็นอย่างตระหนกว่า

“ตอนนี้หลักฐานเดียวที่เรามีคือเมื่อนางสิ้นชีพด้วยน้ำมือนักเดินทางย้อนเวลา ร่างของนางได้มาปรากฏขึ้นที่โบมทั้งๆที่ timeline ปกติจะไม่เป็นเช่นนั้น ตอนนี้ยืนยันได้แค่ว่าน่าจะทั้งโบมและโลกในมิติของนางได้เกิดเอกภพคู่ขนานขึ้นแล้วแต่ที่เราไม่แน่ใจคือมันจะมีผลต่ออดีตหรือไม่และเอกภพที่เกิดขึ้นใหม่มันจะมีกี่เอกภพกันแน่ และมันจะเป็นอย่างนี้ตลอดไปหรือมีจุดสิ้นสุด”

เหล่าขุนนางตกใจมากเพราะพระราชินีวิคตอเรียไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อน พระนางออกมาจากราชฐานชั้นในแล้วปรารภกับเหล่าขุนนางว่า

“รอนล่ะ เขาไปหรือยัง”

เหล่าขุนนางต่างกล่าวกันเป็นเสียงเดียวว่าเขาได้เดินทางย้อนเวลาไปแล้วพระนางจึงสงบ และเดินทางเข้าสู่ราชฐานชั้นในของพระราชวังบนดวงจันทร์นางกำนัลใกล้ชิดเห็นพระนางทรงเศร้าและมีสีพระพักตร์หม่นหมองเลยทูลถามพระอาการของพระนาง

“ข้าแต่องค์ราชินีพระองค์ท่านทรงพระประชวรเหรอพระนางเจ้า”

องค์ราชินีวิคตอเรียหันมาตอบด้วยสีพระพักตร์เศร้าหมอง

“ข้าคิดไม่ถึงเลยว่าการที่รอนต้องไปจากข้ามันเป็นแผนการที่ซับซ้อนพวกเจ้าอย่าลืมว่ารอนปรีชาสามารถและมีพลังจิต เขาถูกลวงให้ไปจากข้าแล้วพวกไทก้าจะบุกมาทำให้เราพินาศ”

นางกำนัลงงหนัก

“พวกไทก้านี่คือใครเหรอพระนางเจ้า”

“พวกมันคืออาณานิคมเหมือนกับพวกเราที่หวังขุมพลังบนดวงจันทร์และหวังจะครอบครองจักรวาลนี้มันกำลังเตรียมทัพใหญ่มาหาพวกเรา ถ้ารอนอยู่รอนน่าจะช่วยอะไรได้มาก”

นางกำนัลยังถามต่อว่า

“ก่อนนี้นี้พระนางไม่มีนิมิตนี้เลยเหรอคะ”

ราชินีวิคตอเรียนิ่งคิดตามที่นางกำนัลพูด

“ใช่ทำไมก่อนหน้านี้ข้าไม่มีญาณพิเศษเรื่องไทก้าเลยมีแต่นิมิตเรื่องของบรรพบุรุษของข้าที่จะถูกฆ่าโดยนักเดินทางย้อนเวลาและเหตุการณ์นั้นก็ได้เกิดขึ้นแล้ว แต่ข้าก็ยังมีชีวิตอยู่ตอนแรกข้านึกแค่ว่าเหตุการณ์นี้จะทำให้มีปัญหาใหญ่ตามมาจึงตัดสินใจส่งรอนไปยังอดีต แต่นั่นมันอาจเป็นกลลวง นิมิตเกี่ยวกับไทก้าไม่เคยมีอยู่ในหัวข้าเลยแต่ตอนนี้ภาพของอาณาจักรไทก้าเต็มหัวข้าเลย นี่มันอะไรกัน มันเกิดอะไรขึ้น”

ขณะที่รอนกำลังเดินทางผ่านรูหนอนโดยยานขนาดเท่าตัวเขาที่ใช้วัสดุสกัดพิเศษทำออกมา เขาอยู่ในท่านอนคว่ำจับคันเร่งไปข้างหน้า ถึงแม้เขาจะรู้สึกเหมือนลมปราณแผ่ซ่าน แต่เขาก็คิดถึงสิ่งที่เรเชลพูด

“ท่านอย่าไปเจอพระเมตริยะเลยร่างกายของพระเมตริยะและผู้คนทั้งหมดในเมืองเนรมิตตัวสูงกว่าพวกเรามากทำไมถึงเป็นอย่างนั้นก็ไม่ทราบ ถ้าเจอกันอาจจะไม่เป็นผลดี”

รอนเชื่อตามที่เรเชลบอกเมื่อไม่มีอะไรติดใจ เขาจึงรีบออกเดินทางทันที ไม่นานนักเขาก็ไปโผล่อีกปลายของรูหนอนอีกที่นึงรอนรู้สึกว่าร่างกายของเขาล้าและหัวหมุนเขาเร่งเครื่องไปยังสถานีอวกาศที่พระราชินีวิคตอเรียบอกเขา พอไปถึงเขาได้รับการต้อนรับอย่างดี และอีกไม่นานจะมียานจากสถานีไปยังโลก เขาตื่นเต้นมากถึงแม้จะล้าไปทั้งตัวและเกิดปรากฏการณ์ตาพร่าแต่เขาก็อยากเห็นโลกจริงๆที่ไม่ใช่พิพิธภัณฑ์ใจแทบขาด

ชาวเผ่าไม่ได้ฆ่าโอซิริสและเจ้าหญิงไอซีสถึงพวกเขาจะเป็นชาวเผ่าพื้นเมือง แต่ก็เข้าใจว่าพวกที่มาติดเกาะไม่ใช่ผู้ก่อการร้ายส่วนเรือดำน้ำนั้น หัวหน้าเผ่าให้ลูกน้องมาช่วยกันลากไปยังที่ๆปลอดภัย และก็ไม่มีใครกล้ามายุ่งเพราะชาวเผ่าพวกนั้นรู้ดีว่าพวกเขาไม่สามารถใช้อุปกรณ์เหล่านั้นได้ถึงแม้จะมีปัญหาทางภาษาที่แทบพูดจาไม่รู้เรื่องกันเลยแต่ชาวเผ่าเข้าใจไปว่าพวกที่มาจากแอตแลนติสคือเทพในตำนานที่จะมาช่วยพวกเขาที่ชาวเผ่าเห็นอย่างนั้นเพราะทุกคนดูดี สวย หล่อ แตกต่างจากพวกชาวเผ่าที่มีรูปร่างหน้าตาธรรมดาและก็ใส่เสื้อผ้าที่ธรรมดา

หัวหน้าเผ่าได้จัดหาที่พักที่ดีที่สุดให้พวกที่มาจากแอตแลนติสแต่พวกเขาก็นอนไม่ได้ จึงต้องอาศัยเรือดำน้ำเป็นที่อยู่อาศัยธอทฉลาดมากในการปรับเรือดำน้ำให้เป็นที่อยู่ที่ดูแปลกตา พวกแอตแลนติสทั้งหมดกำลังหิธีที่จะอยู่กับชาวเผ่าได้อย่างไม่มีปัญหาซึ่งพวกเขาก็พยายามกันอยู่ การสอนหนังสือเป็นปัจจัยหนึ่งที่ธอทบอกว่าเราต้องทำเขาได้นำเสนอความคิดนี้ไปที่หัวหน้าเผ่าถึงการสอนภาษา หัวหน้าเผ่าเห็นดีด้วยและคิดว่าภาษาที่ธอทกำลังจะถ่ายทอดคือภาษาเทพ

ธอทคิดในใจว่าถ้าใครอ่านออกเขียนได้พวกเขาก็จะมีคุณสมบัติที่ไม่ต่างจากเทพ เพียงแต่กลุ่มที่เรียนรู้ภาษาได้เร็วมีน้อยมากแต่มีชายหนุ่มคนหนึ่งที่เรียนรู้ภาษาได้เร็วมากจนเจ้าหญิงไอซีสขนานนามเขาผู้นั้นว่าอนูบิส

“เจ้าเรียนรู้ภาษาได้เร็วมาก แปลกมากเลย”

เจ้าหญิงไอซีสพูดกับอนูบิส เขากล่าวตอบว่า

“อาจเป็นเพราะข้าชอบเรียนรู้เรื่องภาษาของเผ่าต่างๆข้าเองพูดภาษาได้ของหลายเผ่า บางเผ่ามีภาษาที่เรียบง่ายมาก แต่บางเผ่าก็ซับซ้อนอย่างภาษาของท่านซับซ้อนมาก”

“แต่ท่านก็อ่านได้”เจ้าหญิงไอซีสยิ้มให้เขา

เจ้าหญิงไอซีสสนิทกับอนูบิสอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาไม่นาน อนูบิสสามารถทำหน้าที่เป็นล่ามให้กับทุกคนได้จนเจ้าหญิงไอซีสค้นพบว่าเขามีความสามารถพิเศษที่หลากหลายเจ้าหญิงจึงทรงสอนหลายสิ่งหลายอย่างให้กับเขามีหลายครั้งที่อนูบิสสอนให้เจ้าหญิงเล่นเครื่องร่อนของเผ่าเขาเจ้าหญิงเองก็สอนให้เขาบินในแบบที่เจ้าหญิงคุ้นเคยโดยการไปหยิบอุปกรณ์ในเรือดำน้ำซึ่งมันจะมีอุปกรณ์สำหรับบินแบบง่ายโดยการขึ้นไปเหยียบบนอุปกรณ์นี้แล้วเอามือจับที่ด้ามจับทั้งสองข้างแล้วกดปุ่ม อุปกรณ์นี้ก็สามารถบินขึ้นไปบนอากาศได้

ไม่นานนักอนูบิสก็มีของมาให้เจ้าหญิงไอซีส

“มันคืออะไรเหรอ”

“ลูกดิ่งแต่มันสามารถทำอะไรได้มากกว่าที่ท่านเห็น มันสามารถติดต่อกับเทพได้”อนูบิสบอกให้เจ้าหญิงหายข้องใจ

แต่เจ้าหญิงยิ่งงงหนัก

“ติดต่อกับเทพงั้นเหรอ”

อนูบิสแสดงให้ดูโดยการหยิบปลายสายสร้อยทิ้งอัญมณีให้ลงดิ่ง แล้วเอ่ยปากอธิษฐาน

“ถ้าเจ้าหญิงไอซิสเป็นเพื่อนที่ดีของข้าขอให้ลูกดิ่งแกว่งเป็นวงกลม”

ลูกดิ่งก็แกว่งเป็นวงกลมอย่างน่าอัศจรรย์อนูบิสยังทิ้งท้ายไว้ด้วยว่า

“ใช่จะติดต่อกับเทพได้เท่านั้น ถ้าท่านอยากติดต่อกับคนในอดีตหรืออนาคตท่านก็สามารถทำได้ด้วย

หลังจากได้เพนดูลั่มมาแต่ชีวิตที่เหลือของภันดรก็เหมือนสูญสิ้นทุกอย่างบารอนกับบรีอาสามาช่วยงานศพของแพททุกคืนจะกระทั่งถึงวันเผาแต่ภันดรก็ไม่ได้รู้สึกดีขึ้น ขนาดช่วงนี้มีฟุตบอลโลกแต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกดีขึ้นมาเลย เขารู้สึกแย่มากๆ มันเหมือนกับว่าโลกมันเปลี่ยนไปเหมือนกับเขาอยู่ในโลกที่มันแตกต่างไปจากเดิม

ความเครียดมันปะทะตัวเขาอย่างไม่หยุดยั้งเขาอยากมีชีวิตใหม่ อยากให้อะไรๆรอบๆข้างมันดีขึ้น วันดีคืนดี เขาก็เลยมานั่งดูบอลโลกคือดูไปดื่มไป และก็อยู่คนเดียวเงียบๆ เขากะจะดูบอลแล้วพนันไปด้วยเอาให้มันหมดเนื้อหมดตัวไปเลย แต่มโนธรรมได้ห้ามเขาไว้เสียก่อน ทำให้เขาไม่ได้ทำอย่างที่คิดบอลคู่นี้เขาเชียร์ฝรั่งเศสเต็มที่ เพราะเขาชอบบอลฝรั่งเศสมากเขาจำได้ว่าบอลโลกที่มีความสุขที่สุดคือฟร้อง 98 เพราะเขาได้ดูทุกคู่และได้ลุ้นอย่างมีความสุขแต่ความสุขแบบนั้นจะหาไม่ได้อีกแล้ว วันนี้ฝรั่งเศสขับเคี่ยวกับเยอรมันอย่างสุดๆ จนสุดท้ายฝรั่งเศสชนะเยอรมันไป 1 ต่อ 0 ภันดรรู้สึกดีที่ทีมที่เขาเชียร์ชนะ เขาเมามาก พอดูบอลจบก็เผลอหลับไป

ที่บ้านของบารอนและบรีบารอนชวนเพื่อนที่ชื่อทัชมาดูบอลด้วย แต่พอบอลจบ บารอนถึงกับอึ้ง พูดอะไรไม่ออกทัชหัวเราะใหญ่

“เป็นไง บอกแล้วไม่เชื่อว่าฝรั่งเศสชนะ”

บารอนไม่ได้เสียใจที่ทีมที่เขาเชียร์แพ้แต่งงต่างหากที่เยอรมันแพ้ ทัชเห็นบารอนดูแปลกๆไปเขาจึงกลับไปก่อนและทิ้งท้ายไว้ตรงประโยคที่ว่า

“เอาไว้ให้นายอารมณ์ดีก่อนแล้วค่อยมาว่ากันใหม่”

บรีเห็นบารอนนั่งนิ่งไม่ไหวติงเธอจึงขึ้นมานั่งคุยด้วย

“เป็นไง บอลแพ้แต่คนไม่แพ้เหรอ”

บารอนหันหน้าไปหาบรี

“ไม่ใช่อย่างนั้นนะบรีจริงๆแล้ววันนี้ทีมที่ชนะจะต้องเป็นเยอรมันต่างหาก ไม่ใช่ฝรั่งเศส”

บรีตกใจกับคำพูดของบารอน

“ทำไมถึงพูดอย่างนั้นล่ะบารอน”

บารอนนิ่งก่อนจะตอบด้วยสภาพเหงื่อท่วมตัวว่า

,”คือผมถามเพนดูลั่มแล้วว่าเยอรมันจะชนะ”

บรีตกใจมาก “นี่นายใช้เพนดูลัมเพื่อ......แต่........เดี๋ยวก่อนนายว่ายังไงนะ”

“เพนดูลัมบอกว่าเยอรมันจะชนะ”

ทั้งคู่นิ่งเงียบ พอนิ่งได้สักพักบรีเอ่ยปากบอกบารอนอีกครั้ง

“นายเอาเพนดูลัมมาถามใหม่สิว่า บอลคู่นี้ใครชนะ”

“แต่รู้ผลไปแล้วนี่”

“ไปหยิบมาเถอะน่า”

บรีพูดอย่างมีอารมณ์

บารอนเดินไปหยิบเพนดูลัมมาแล้วถามว่าทีมไหนชนะในวันนี้เพนดูลัมยืนยันว่าเป็นทีมเยอรมัน บรีเห็นดังนั้นจึงบอกกับบารอนว่า

“บารอนตอนนี้เราตกอยู่ในเอกภพคู่ขนานแล้วล่ะ”

บารอนมีสีหน้าตกใจหน่อยเพราะก็พอจะรู้อยู่แล้วบรีมีสีหน้าที่ดีขึ้น

“แต่อย่างน้อยเราก็รู้ว่าเพนดูลัมจะยืนยันข้อมูลตามtimelineของเอกภพอันแรกก่อนแยกตัวออกมา”

บรีอยากรู้มากๆว่าโลกของเธอเข้าสู่เอกภพคู่ขนานตั้งแต่เมื่อไหร่เธอบอกกับบารอนว่า

“ถามเพนดูลัมของเธอให้หน่อยว่าตอนนี้คุณแพทมีชีวิตอยู่รึเปล่า”

บารอนทำหน้าแปลกใจมาก แต่ก็ทำตามที่บรีบอกเขาถามว่า

“ถ้าคุณแพทยังมีชีวิตอยู่ขอให้เพนดูลัมแกว่งจากซ้ายไปขวา”

แล้วเพนดูลัมก็แกว่งจากซ้ายไปขวาจริงๆ

ในขณะที่เจ้าชายนันทะไม่อยู่เจ้าหญิงรูปนันทาก็ออกว่าราชการร่วมกับมหาอำมาตย์เพราะพระเจ้าสุทโธทนะทรงพระประชวรอยู่บ่อยๆ เจ้าชายนันทะก็ยังไม่เสด็จกลับมาเจ้าหญิงเองไม่ชอบที่จะอยู่ตรงนี้สักเท่าไหร่เพราะมหาอำมาตย์ทำให้พระองค์คิดว่าตัวเองเป็นคนล่องหนจนท้ายที่สุดเจ้าหญิงก็ทรงยอมแพ้ และปล่อยให้พวกอำมาตย์ว่าราชการตามลำพัง

จริงๆแล้วในมหาอำมาตย์เหล่านั้นก็มีหลายคนที่นิยมชมชอบในตัวเจ้าหญิงรูปนันทาและเห็นว่าเจ้าหญิงทรงมีความเฉลียวฉลาดเกินวัย แต่เนื่องจากทรงเป็นหญิงจึงไม่มีโอกาสที่จะมาช่วยราชการงานเมือง เจ้าหญิงรูปนันทาคิดในใจว่า

“ถ้าเจ้าพี่สิทธัตถะยังอยู่พวกท่านจะรู้สึก”

เจ้าหญิงรูปนันทาทรงเข้าไปเยี่ยมพระนางพิมพาที่ร่างกายยังไม่ค่อยแข็งแรงทรงไถ่ถามถึงพระอาการด้วยความห่วงใยยิ่ง

“เสด็จพี่พิมพา ทรงเป็นอย่างไรบ้างเพคะเช้านี้”

พระนางพิมพาไม่ได้ตอบอะไรพระนางได้แต่ยิงคำถามกลับว่า

“เจ้าจำที่ท่านพราหมณ์ทำนายได้ไหมถ้าเสด็จพี่สิทธัตถะไม่ได้เป็นมหาจักพรรดิก็จะทรงเป็นมหาศาสดาเอกของโลกเจ้าจำได้ไหม”

เจ้าหญิงรูปนันทาทรงสงสัยว่าทำไมพระพี่นางจึงถามเยี่ยงนี้แต่เจ้าหญิงก็ทรงตอบไปว่า

“เพคะ หม่อมฉันจำได้”

“เจ้าเคยสงสัยไหมรูปนันทาว่าทำไมท่านพราหมณ์ถึงรู้ว่าทางเลือกของเสด็จพี่จะมีแค่สองทาง”พระนางพิมพาทรงพูดโดยที่ไม่ได้สบเนตรกับเจ้าหญิงรูปนันทาเลย

เจ้าหญิงรูปนันทาตอบไปว่า

“ไม่เคยเลยเพคะ”

“มันอาจเป็นได้ที่พราหมณ์ได้เห็นโลกของเจ้าพี่ทั้งการเป็นมหาศาสดาและมหาจักรพรรดิตอนนี้ข้าตกอยู่ในโลกของการที่เจ้าพี่เลือกที่จะเป็นมหาศาสดาเจ้ารู้ไหมว่าโลกที่เจ้าพี่ทรงเลือกที่จะเป็นมหาจักรพรรดินั้นอยู่ ณ ที่ใด”




Create Date : 04 พฤศจิกายน 2557
Last Update : 4 พฤศจิกายน 2557 2:34:07 น. 0 comments
Counter : 54 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

อุรุเวลา
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add อุรุเวลา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.