Group Blog
 
<<
มกราคม 2556
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
2 มกราคม 2556
 
All Blogs
 
นักองค์มี ราชินีนครวัด ตอนที่ 17

ณ ห้องส่วนพระองค์ขององค์แบน นางกำนัลคนสนิทรีบเข้ามากราบทูลองค์แบนให้ทรงทราบว่า องเลิ้งกุ๋น มอบเทียบเชิญราชวงศ์กัมพูชาให้เดินทางไปพระราชวังหลวงกรุงเว้ โดยอ้างว่าเทียบเชิญนั้นเป็นเทียบเชิญของพระเจ้ามินมาง นางกำนัลกล่าวอย่างห่วงใย

 

“พระองค์หญิงเพคะ หม่อมฉันไม่อยากให้ทรงเสด็จเลย เกรงว่าจะไม่ปลอดภัย พระองค์ทรงหาข้ออ้างที่จะอยู่ที่นี่ หรือวางแผนหนีไปเสียมก็ได้นะเพคะ”

 

องค์แบนก้มมองหน้านางกำนัลที่กำลังหมอบราบคาบแก้วอยู่ที่พื้น เงยหน้ามองพระองค์ด้วยน้ำตาอาบแก้ม องค์แบนทรงตรัสตอบว่า

 

“ข้าเองยังนึกไม่ออกว่าองเลิ้งกุ๋นจะมาไม้ไหน แต่ที่แน่ๆความคิดแบบนี้คงไม่ได้มาจากพระเจ้ามินมางเป็นแน่ ตามนิสัยของกษัตริย์ด่ายนามผู้นี้ ถ้าจะขุดรากถอนโคนก็น่าที่จะให้ขุนศึกยกทัพมาทำสงครามมากกว่าที่จะคิดอุบายหลอกผู้หญิงไปใส่ไว้ในกรง”

 

นางกำนัลยังไม่สบายใจและพยายามหว่านล้อมต่อไป

 

“ถ้าพระองค์หญิงทั้งสี่ไปถึงกรุงเว้แล้ว พวกมันอาจสังหารพระองค์ก็ได้นะเพคะ หม่อมฉันห่วงใยในพระองค์มาก พระองค์หญิงแบนเพคะ ทรงวางแผนหนีเถอะเพคะ”

 

องค์แบนลุกขึ้นเดินไปที่ระเบียงแก้ว พระองค์มองออกไปไกล ไม่นานนักทรงหันมามองนางกำนัลที่กำลังหมอบกราบอยู่ตรงหน้า

 

“เจ้าจะยุให้ข้าหนีไปโดยไม่สนใจใยดีน้องสาวทั้งสามคนเลยเหรอ ถึงแม้ข้าจะไม่ได้เป็นกษัตริย์ แต่ข้าก็เป็นลูกคนโตของพระอุทัยราชา เรื่องคิดหนีข้าเองไม่เคยคิด น้องข้าไปอยู่ไหน ข้าก็ต้องไปอยู่ที่นั่นด้วย ถึงแม้จะเสี่ยงอันตรายเพียงใด ข้าก็ไม่กลัว”

 

ขณะทรงตรัสอยู่นั้น นางกำนัลหน้าห้องเข้ามากราบทูลว่าองค์มีเสด็จมาหาองค์แบน องค์แบนจึงรีบให้เข้ามา พอองค์มีเข้ามาภายในห้องแล้ว องค์แบนจึงเป็นคนพูดออกมาก่อน

 

“เป็นเกียรติแก่ข้าพระองค์ยิ่งนักที่พระเจ้ากรุงกัมพูชาเสด็จมาหาข้าถึงห้อง”

 

องค์มีจ้องมององค์แบน น้ำตาคลอเบ้า

 

“วันนี้ที่น้องมาหา น้องมาในฐานะน้องสาว น้องทั้งคิดถึงพี่ เป็นห่วงพี่ ตอนนี้องเลิ้งกุ๋นไม่เข้มงวดกับน้อง น้องจึงมาหาพี่ได้ น้องคิดถึงพี่มาก และน้องไม่อยากให้พี่เดินทางไปกรุงเว้ด้วย”

 

“เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาห้ามข้า”                        

 

องค์แบนพูดด้วยเสียงสั่นเครือ

 

“เจ้ากะจะให้ข้าทิ้งให้พวกเจ้าต้องเสี่ยงอันตราย แต่ข้ากลับเอาตัวรอดกระนั้นหรือ”

 

“น้องไม่ได้คิดสิ่งใดเลย น้องรู้แค่ว่า เป้าหมายอยู่ที่ตัวน้อง ถึงแม้น้องจะโดนฆ่าตายที่กรุงเว้ นั่นก็คือหน้าที่และความรับผิดชอบของคนที่เป็นกษัตริย์ มันไม่เกี่ยวกับผู้ใดเลย”

 

องค์แบนมีสีหน้าอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด พระนางเดินไปจับไหล่ขององค์มี

 

“แต่ข้าคือพี่ของเจ้า เจ้าเลิกเอาความเป็นกษัตริย์มาอ้างว่าเจ้าต้องรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวเสียที มันอาจจะฟังดูดี แต่ข้าไม่เคยเข้าใจเลย ข้าห่วงเจ้านะน้องมี แม้บางครั้งข้าจะชิงชังเจ้าไปบ้าง แต่ลึกๆแล้วข้าก็ห่วงเจ้านะ ข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าต้องเผชิญกับเพทภัยตามลำพังหรอก”

 

“ท่านพี่”

 

ทั้งสองสวมกอดกัน ระหว่างสวมกอดกันอยู่นั้น องค์มีพูดออกมาว่า

 

“ราษฏรคงเกลียดข้าที่ข้าไม่สามารถปกป้องพวกเขาได้ ข้าคงไม่มีที่ยืนในแผ่นดินผืนนี้อีก ข้าอาจไปกรุงเว้แล้วไม่ได้กลับมาอีก คงจะไม่มีใครจดจำข้าได้ ท่านพี่รู้ไหมว่าองเลิ้งกุ๋นให้ขุนนางและราษฎรทุกคนแต่งชุดของพวกไดเวียต ถ้าใครไม่ทำตามก็จะฆ่าเสีย ข้าเองพยายามห้ามปรามแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ข้ารักษาแผ่นดินแห่งนี้เอาไว้ไม่ได้”

 

องค์แบนผละออกจากการสวมกอด แต่มือยังจับไหล่ขององค์มีไว้

 

“ชาวเขมรเป็นเขมรด้วยหัวใจ มิใช่เครื่องแต่งกาย ถึงมันจะทำให้เราเป็นไดเวียต เราก็เป็นได้เพียงกาย แต่หัวใจของพวกเราเป็นเขมรตราบจนสิ้นลมหายใจ ต้องมีคนรู้คนเข้าใจว่าการที่เจ้าพยายามเป็นอยู่ทุกวันนี้ มันเป็นการห้ามไม่ให้พระเจ้ามินมางยกทัพมาฆ่าราษฎรของเราทั้งแผ่นดิน ถึงวันนี้จะไม่มีใครเข้าใจ แต่ถ้าตราบใดที่แผ่นดินเขมรยังอยู่ จะต้องมีใครเข้าใจเราเข้าสักวัน และต้องรับรู้ว่าหัวใจของเราไม่ใช่โดเวียต ถึงแม้ใครๆจะเรียกเจ้าว่าบากุ๋นพูก็ตาม”

 

ทั้งสองสวมกอดกันอีกครั้ง นานแล้วที่ทั้งสองไม่ได้เปิดใจกันมากถึงขนาดนี้ การเปิดใจซึ่งกันและกันทำให้ทั้งสองเข้าใจความรู้สึกของกันและกันดี

 

ในห้องส่วนพระองค์ขององค์สงวน องค์เพาได้เข้ามาพูดคุยกับองค์สงวนตั้งแต่รู้ว่าพระเจ้ามินมางเชิญราชวงศ์เขมรทั้งหมดไปกรุงเว้ เหตุการณ์นี้ทำให้องค์สงวนกังวลไม่น้อย

 

“เด็จพี่เพา เราต้องไปเว้จริงๆเหรอเพคะ หงวนว่าที่นั่นน่ากลัวมาก หงวนไม่อยากไปเลย”

 

องค์เพากล่าวด้วยน้ำเสียงดุดัน

 

“ไม่มีใครอยากไปหรอก แต่ถ้าเราสองคนคิดหนี แล้วทิ้งองค์แบนกับองค์มีไว้ มันก็ไม่เหมาะหรอกนะ”

 

“เด็จพี่แบนและพี่มีจะเด็จจริงๆเหรอเพคะ”

 

“น่าจะเสด็จไปกันแน่ๆ”

 

“อืม หงวนกลัวเพคะพี่เพา”

 

องค์เพาแทบทนไม่ได้ที่เห็นองค์หงวน องค์หญิงน้อยชันษาประมาณ 16 นิดๆ จะต้องมาแบกรับกับ ความกดดันเกินวัย ถึงองค์หงวนจะไม่ใช่กษัตริย์ แต่ก็เป็นคนสำคัญของราชวงศ์กัมพูชาในปัจจุบัน เรื่องที่จะคิดหนีและทิ้งพี่น้องนั้นองค์เพาไม่คิดอยู่แล้ว แต่จะมีทางใดเล่าที่จะทำให้มั่นใจว่าทั้งสองจะปลอดภัย ถึงตอนนี้จะยังทรงคิดอะไรไม่ออก แต่องค์เพาก็ยังต้องคิดต่อไป เพราะพระองค์เชื่อว่าถ้าคิดหาหนทางที่ดีแล้วพระองค์กับองค์สงวนจะต้องรอดจากปากเหยี่ยวปากกาอย่างแน่นอน

 

ถึงบัดนี้ องเลิ้งกุ๋นเริ่มคิดการใหญ่จนกระทั่งพระเจ้ามินมางก็ไม่อาจล่วงรู้ อำนาจมันช่างหอมหวานดีแท้ หลังจากคิดที่จะครอบครองกัมพูชาด้วยแผนอันแยบยล องเลิ้งกุ๋นคิดเลยเถิดถึงการครอบครองด่ายนาม เสียม จามปา ล้านช้าง แล้วเลยไปถึงพุกามประเทศ การจะเป็นใหญ่ในแถบอินโดจีนนั้นอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม แต่หมากแต่ละตัวจะต้องเดินตามเกมที่เขากำลังจะจัดวางให้เข้าที่เข้าทาง แน่นอนว่าหมากตัวแรกที่ต้องจัดการก่อนคือนักองค์อิ่ม เจ้าเมืองพระตะบองคนปัจจุบัน องเลิ้งกุ๋นจึงจัดคนลักลอบเข้าเมืองพระตะบองเพื่อทรงเทียบเชิญให้กับนักองค์อิ่ม

 

ณ เมืองพระตะบอง องค์อิ่มกำลังเกษมสำราญกับการสนทนากับขุนศึกผู้รู้ใจหลายนาย ไม่นานนักมีทหารมาแจ้งว่าทหารญวนได้นำเทียบเชิญขององเลิ้งกุ๋นมาจากพนมเปญ และต้องการขอเจรจาเป็นการส่วนตัว นักองค์อิ่มคิดอยู่สักพักก่อนจะอนุญาตให้ทหารผู้นั้นสามารถที่จะพูดคุยกับตนเป็นการส่วนตัวได้ ทั้งสองจึงมีโอกาสได้คุยกัน

 

“เจ้ามีอะไรว่ามา ข้ามีเวลาไม่มากนักหรอก”

 

องค์อิ่มเริ่มบทสนทนาก่อน ทหารญวณผู้นั้นจึงกล่าวว่า

 

“ข้าพระองค์นำเทียบเชิญขององเลิ้งกุ๋นมาให้พระองค์ โดยในเทียบเชิญมีใจความว่าหลังจากช่วยมหาราชินีมีปกครองกัมพูชามาได้เกือบปี องเลิ้งกุ๋นค้นพบว่าการมีพระเจ้าแผ่นดินเป็นหญิงนั้นมีข้อจำกัดหลายอย่าง หลังจากช่วยบริหารมาจนถึงวันนี้นับว่าถึงที่สุดแล้ว คณะผู้บริหารและช่วยว่าราชการต่างเห็นตรงกันว่าองค์มีไม่เหมาะที่จะเป็นกษัตริย์ต่อไป และทุกคนต่างเห็นชอบให้ทูลเชิญองค์อิ่มขึ้นมาเป็นกษัตริย์ของกัมพูชาแทน ท่านจะทรงเห็นอย่างไร”

 

เนื่องจากองค์อิ่มมีความปรารถนาที่จะเป็นกษัติริย์อยู่แล้ว พอได้ฟังความจึงรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง แต่ก้แกล้งถามเพื่อเป็นการหยั่งเชิงทหารญวณผู้นั้น

 

“แล้วพวกเจ้าจะเอาองค์มีไปไว้ที่ไหน หรือพวกเจ้าคิดจะฆ่านาง”

 

“องเลิ้งกุ๋นได้ออกอุบายลวงองค์มีไปพระราชวังกรุงเว้ ไม่คิดจะทำให้ถึงตาย แต่จะกักขังไม่ให้มายุ่งกับการบริหารบ้านเมืองของท่าน”

 

องค์อิ่มกระหยิ่มอยู่ในใจ แต่ก็ยังกล่าวว่า

 

“งั้นเจ้ารอข้าที่ตรงนี้ก่อน ไม่นานหรอก เดี๋ยวข้ามา”

 

องอิ่มรีบออกจากห้องโดยเร็วเพื่อไปยังอีกห้องหนึ่ง แล้วเรียกหน่วยสายลับมาสอบถามว่าขณะนี้เหตุการณ์ ณ กรุงบันทายแก้วเป็นอย่างไรบ้าง หน่วยสายลับให้ข้อมูลมาว่า ขณะนี้องค์มีและราชวงศ์คนอื่นๆกำลังเตรียมเสด็จไปกรุงเว้ ด้วยเหตุเพราะพระเจ้ามินมางอยากจะเชื่อมสัมพันธไมตรีกับราชวงศ์เขมร เมื่อองค์อิ่มได้ยินอย่างนั้นก็เผลอหัวเราะออกมาด้วยความสะใจ และทรงคิดในใจว่า

 

“หลานมี เจ้าไม่น่ารอดแน่ พวกไดเวียตน่าจะคิดกำจัดเจ้าให้สิ้นไป นับว่าเป็นบุญของข้าที่จะได้เสวยราชย์เป็นพระเจ้ากรุงกัมพูชาองค์ต่อไป”

 

เมื่อสอบถามจนแน่ใจว่าเหตุการณ์ที่ทหารญวณเล่า กับเหตุการณ์ในวังมีความสอดคล้องกัน องค์อิ่มจึงตกปากรับคำว่าจะเป็นกษัตริย์ให้ เพราะเวลานี้ถ้าไม่มีใครจริงๆก็จะยอมทุกสิ่งทุกอย่างเรียกได้ว่ายอมเสียสละเพื่อราษฎรกัมพูชา

 

ตกดึกองค์อิ่มได้ปรึกษากังองค์พิม ลูกชายคนโปรดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น นักองค์พิมนั้นเป็นบุรุษหนุ่มรูปงาม ถึงจะงามสู้สงครามไม่ได้ แต่ก็ถือว่าสูสีอยู่มิใช่น้อย องค์พิมฟังพ่อของตัวเองเล่าถึงโอกาสที่จะได้เป็นกษัตริย์

 

“ถ้าด้วงรู้คงจะดีใจระคนเสียใจ”

 

“อย่างไรหรือท่านพ่อ”

 

องค์อิ่มยิ้มกว้างก่อนจะตอบว่า

 

“ด้วงคงดีใจที่พ่อจะได้เป็นกษัตริย์ แต่ก็คงเสียใจที่องค์มินมางไม่ได้เลือกเขา”

 

องค์พิมนิ่งคิดชั่วครู่จนองค์อิ่มเริ่มสงสัย

 

“คิดอะไรเหรอลูก”

 

องค์พิมชี้แจง

 

“ถ้าองค์ด้วงทรงทราบ สิ่งหนึ่งที่ต้องเกิดขึ้นแน่คือการอ้างว่าตนเองเหมาะที่จะเป็นกษัตริย์มากกว่าพ่อ ไม่แน่นะ องค์ด้วงอาจลุกขึ้นมาแข่งกับพ่อ”

 

เมื่อองค์อิ่มได้ฟังถึงกับหน้าซีดเผือด  กลัวว่าตนจะไม่ได้เป็นกษัตริย์ เขาจึงนิ่งคิดนิดนึงก่อนที่จะเอ่ยออกมาว่า

 

“ถ้างั้นเราจะต้องทำให้องค์ด้วงไปให้พ้นทางให้ได้ ตอนนี้ข้ากำลังมีแผนอยู่ในหัวแล้ว”

 

ถึงตอนนี้ต่างคนก็ต่างรู้สึกว่าแผนในหัวของตัวเองเป็นแผนที่ดีที่สุด และมีผลทำให้เกิดแผนซ้อนแผนตามมาอีกมากมายในอนาคต

 

หลังจากนั้นอีกไม่กี่วันก็มีสารมาถึงกรุงเทพ สารนี้ส่งต่อมาเรื่อยๆจนถึงเจ้าพระยาบดินทรเดชา ซึ่งตอนนั้นถูกเรียกตัวมาเรื่องเขมรอยู่บ่อยครั้ง เจ้าพระยาบดินทรเดชาและผู้ที่ได้รับสารและรู้ความทุกคนต่างสงสัยในเนื้อความของสารนั้น สารนั้นบอกว่าองค์ด้วงคิดกบฏ เอาใจออกห่างสยาม ไปเข้ากับฝ่ายญวณและเห็นดีเห็นงามกับองเลิ้งกุ๋น ในท้ายที่สุดก็หวังที่จะได้เป็นพระเจ้ากรุงกัมพูชา สิ่งที่น่าแปลกใจมากที่สุดในสารที่กล่าวหาเจ้าเมืองมงคลบุรีก็คือมันเป็นสารที่มาจากองค์อิ่ม เจ้าเมืองพระตะบอง

 

เหตุการณ์นี้ทำให้เจ้าพระยาบดินทรเดชาทรงสับสนในตอนแรก แต่ก็พอเห็นภาพของบางสิ่งบางอย่าง ถึงกระนั้น พระองค์ทรงตัดสินพระทัยนำความกราบบังคมทูลพระเจ้าอยู่หัวถึงสารปริศนานี้ที่สยามได้รับ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงวิเคราะห์ตัวสารอย่างละเอียด ทรงสนพระทัยในสารนี้เป็นอย่างยิ่ง แต่ทรงมีพระราชวินิจฉัยออกไปว่า ให้ทำตามที่สารนี้บอก โดยให้ส่งข่าวออกไปว่าทางวังสยามรู้ความว่าองค์ด้วงคิดกบฏทางพระเจ้าอยู่หัวได้รับสั่งให้ทหารไปจับองค์ด้วงมาคุมขังที่กรุงเทพฯ พระองค์ทรงอยากให้ทุกคนที่รู้เรื่องนี้เข้าใจแบบนี้ แต่พระองค์ทรงแน่พระทัยว่าเหตุการณ์ไม่น่าจะเป็นแบบนี้

 

แต่ไม่ว่าเหตุการณ์จะเป็นแบบไหน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงแน่พระทัยมากว่า การนำตัวนักองค์ด้วงมาไว้ที่กรุงเทพก่อนน่าจะเป็นเรื่องที่ถูกต้องที่สุด

 

ณ บันทายแก้ว กรุงพนมเปญ องค์มียืนอยู่ตรงหน้าปราสาทใหญ่ ทรงเพ่งมองปราสาทนั้น แล้วทรงหันไปทางพระตำหนักนาวา ตอนนั้นมีทหารญวณห้อมล้อมพระองค์อยู่ห่างๆ แต่ไม่ถึงกับห่างมากนักประมาณ 200 นาย ยิ่งใกล้กำหนดการไปกรุงเว้มากเท่าไหร่ องเลิ้งกุ๋นยิ่งปล่อยให้องค์มีเป็นอิสระมากเท่านั้น แต่มันเป็นอิสระภาพภายใต้ดวงตาของทหารญวณนับร้อยคู่ บุเรเดินมาเข้าเฝ้าพระองค์

 

“เสด็จพระองค์หญิง”

 

นักองค์มีหันไปมองหน้าเขา

 

“ท่านเลือกได้หรือยังว่าจะไปเว้หรือจะอยู่ที่นี่”

 

บุเรมองหน้านักองค์มีด้วยความเมตตายิ่ง

 

“ข้าพระพุทธเจ้าจะตามพระองค์ไป”

 

“ท่านตามข้าไปก็อาจตายได้ แต่ถ้าอยู่ที่นี่ ก็อาจเป็นได้ที่พวกญวณจะฆ่าคนในวังทั้งหมดแล้วเผาพระราชวังหลวงแห่งนี้ ตอนนี้ไม่มีใครรู้จริงๆหรอกว่าอะไรจะเกิดขึ้น”

 

บุเรยังคงจ้องมองนักองค์มี แต่นักองค์มีไม่ได้จ้องมองเขา

 

“เสด็จพระองค์หญิงทรงเข้มแข็งมากกว่าที่กระหม่อมคิด”

 

นักองค์มีหันมาสบตากับบุเรเป็นครั้งแรก

 

“ข้าไม่ได้เข้มแข็งหรอก ข้าคิดว่าข้ากำลังทำหน้าที่ของกษัตริย์อยู่ แต่ข้าก็รู้อยู่แก่ใจว่าหลายคนเห็นข้าเป็นเพียงหุ่นเชิด ถึงพวกเขาจะคิดอย่างนั้นกัน แต่หุ่นเชิดอย่างข้าก็มีหัวใจและก็มีศักดิ์ศรีไม่แพ้กษัตริย์องค์ใดของกัมพูชา เพียงแต่ว่าข้าไม่อย่างให้สมัยของตัวเองเป็นสมัยที่ราชวงศ์ถูกโค่นล้ม ข้าไม่อยากให้แผ่นดินกัมพูชาต้องสิ้นชาติ เพราะถึงข้าจะตาย ข้าก็คงอับอาย ไม่กล้าไปสู้หน้าบรรพกษัตริย์ ถึงแม้ว่าข้าจะตายข้าก็อยากตายอย่างสมศักดิ์ศรี”

 

“เสด็จพระองค์หญิง บางครั้งพระองค์ก็ไม่ควรที่จะคิดถึงเพียงนี้ พระองค์ไม่จำเป็นจะต้องแบกรับภาระหนักถึงเพียงนี้ เพราะพระองค์ไม่ใช่ต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด และพระองค์ไม่ควรที่จะต้องรับผิดชอบอะไรเลย”

 

องค์มีมองลึกลงไปในดวงตาของบุเร

 

“เจ้า เจ้าถือดียังไงถึงมาแนะนำข้าแบบนี้ เจ้าแนะให้ข้าเห็นแก่ตัว ให้ข้าไม่ต้องไปสนใจบรรพกษัตริย์ ไม่ต้องไปสนใจอาณาประชาราษฏร์ ไม่ต้องไปสนใจใครเลย ข้าทำอย่างนั้นได้หรือ ข้าทำได้จริงๆหรือ”

 

บุเรอยากจะปลอบพระองค์ให้มากกว่านี้ อยากจะสัมผัสไหล่และให้กำลังใจองค์มีให้มากกว่านี้ แต่คงไม่อาจทำได้ เพราะเท่าที่ใกล้ชิดอยู่ทุกวันนี้ก็เป็นเป้าสายตามากพอแล้ว

 

องค์มีคืนสติอีกครั้ง และทรงรับสั่งว่า

 

“เจ้าอยู่ที่นี่เถอะ ถึงกษัตริย์หญิงหุ่นเชิดจะตายอย่างน่าอนาถในพระราชวังหลวงกรุงเว้  แต่คนกัมพูชายังต้องการคนอย่างเจ้า”

 

พอรับสั่งเสร็จก็ทรงเสด็จพระราชดำเนินขึ้นพระตำหนักนาวา ปล่อยให้บุเรมองพระองค์จนลับสายตาไป หลังจากเข้าห้องส่วนพระองค์ไปแล้ว พอปิดประตู พระองค์นำพระหัตถ์มาป้องไว้ที่พระโอษฐ์ และทรงพระกันแสงออกมาอย่างหมดหัวใจ พระองค์รู้สึกสงสารตัวเองมากที่พลั้งปากออกไปว่าห้ามไม่ให้บุเรตามไปที่กรุงเว้ ทำไมพระองค์ถึงพูดออกไปอย่างนั้น ในเมื่อบัดนี้พระองค์ทรงรู้แน่แก่พระทัยแล้วว่าทรงรักบุเรหมดหัวใจ.

 




Create Date : 02 มกราคม 2556
Last Update : 2 มกราคม 2556 2:07:16 น. 2 comments
Counter : 476 Pageviews.

 
หน้าที่ยิ่งใหญ่ขององค์มี สำคัญกว่าหัวใจของตัวเองเนอะ
เศร้าจัง

สวัสดีค่ะ คุณภคสิต
ไม่เอานิยายไปลงที่กระทู้เหรอคะ



โดย: lovereason วันที่: 3 มกราคม 2556 เวลา:23:13:49 น.  

 
เอาลงครับ แต่ช้าหน่อยครับ เพราะเป็นช่วงที่พันทิปปรับปรุงใหม่พอดีอ่ะครับ


โดย: ภคสิต วันที่: 8 มกราคม 2556 เวลา:13:00:59 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

อุรุเวลา
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add อุรุเวลา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.