กับความฝันอันผุพัง

1.

ใครกันบ้างหนอ…ที่กำลังตกอยู่ในห้วงเหวของความพ่ายแพ้อย่างผมในยามนี้

เป็นความพ่ายแพ้ที่หมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง ชีวิตที่ไร้เรี่ยวแรงกำลังจะต่อสู้ มันมึนชาและว่างโหวง เศร้าโศก สมองนั้นสับสนพร่าเลือนในความรู้สึก มันปวดหนึบหนับเหมือนกับเพิ่งโดนอะไรทุบลงบนท้ายทอย

ในหัวใจนั้นเล่ามันแปลบเจ็บคล้ายถูกมือที่มองไม่เห็นแหวกควานเข้าไปข้างในอกซีกซ้าย แล้วบีบรัด บีบคั้น ให้หยุดเต้น และเหมือนพยายามจะกระชากหัวใจดวงนั้นออกมาขว้างทิ้งให้แตกสลาย…

โอ.หรือว่า นี่คือวาระสุดท้ายของการสิ้นสูญในชีวิตของผมแล้ว

แต่ก็ยัง…หัวใจของผมยังเต้นอยู่ และชีวิตผมยังคงเคลื่อนไหว เหยาะย่างอย่างช้าๆ ไปบนบาทวิถีของความพลุกพล่าน

ผู้คนมากมายต่างเดินสวนทางกันไปมาขวักไขว่ แต่ไม่มีใครสนใจตัวผมเลย เหมือนกับว่าตัวผมคือความว่างเปล่า…

ช่างไร้ค่าสิ้นดี…

2.
อากาศเชียงใหม่ปีนี้ร้อนแล้งกว่าทุกๆ ปี…
ผมค่อยๆ ปลีกตัวหลบเร้นออกจากผู้คนที่ล้นหลามย่านเศรษฐกิจในเมืองใหญ่ ดุ่มเดินไปตามตรอกซอกซอยอันคับแคบและอับชื้น

นานและนาน… ที่ผมพาตัวเองดำเนินไปโดยไม่มีจุดหมาย จากซอกโน้นไปโผล่ซอยนี้ วกไปวนมา จนกระทั่งลัดเลาะผ่านโค้งถนนเก่าแก่ มองเห็นต้นไทรหยั่งรากชอนไชอยู่บนเนินดินและกองซากปรักหักพังของกำแพงเมืองโบราณ

ผมยังเดินต่อไปเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด บนบาทวิถีริมคูเมือง จากแจ่งศรีภูมิ ผ่านประตูช้างเผือก สู่โค้งถนนแจ่งหัวริน และ…

ทุกครั้งที่ผมเดินผ่านซากของกำแพงเมือง ผมมีความรู้สึกว่า ตัวผมช่างดูคล้ายทหารโบราณที่กำลังทำการอารักขาคุ้มกันตามเขตแนวกำแพงเมือง

แต่พอเดินพ้นผ่านโค้งถนนตรงนั้นแล้ว ผมก็พลันตื่นมาพบกับความพลุกพล่านของยวดยานบนท้องถนน เสียงผู้คนตะโกนโหวกเหวกร้องเรียกลูกค้าในตลาดสด เสียงการด่าทอทะเลาะกัน

และผมเริ่มมองเห็นสายตาชิงชังรังเกียจของผู้คนในย่านนั้นที่หันจ้องมาทางผม…

เป็นสายตาของความเย้ยหยันที่เห็นสารรูปมอมแมมของตัวผม ผมเผ้ายาวรุงรัง เนื้อตัวเปียกชื้นเหนียวเหนอะด้วยเหงื่อที่เหม็นอับหมักหมม

ทันใดนั้น…ผมรู้สึกว่า ตัวผมถูกบีบให้ลีบ เล็กลงๆ จนดูด้อยค่ากลับกลายเป็นคนชำรุดในสังคมเมืองใหญ่ไปแล้ว…

3.

ผมหยุดนั่งพักด้วยความเหน็ดหน่ายในชีวิต…อ่อนล้าและว้างไหว ผมนั่งอยู่ใต้ร่มเงาฉำฉาต้นใหญ่ใกล้กำแพงเมืองและช่องทางเข้าออกของยวดยาน

ใช่แล้ว,นั่นคือประตูสวนดอก ที่หลายๆ คนเคยเล่าให้ฟังว่า สถานที่ตรงนี้เคยเป็นอุทยานสวนดอกไม้ของเจ้าเมืองเชียงใหม่ในอดีต

ผมนั่งอยู่ใกล้ๆ กับคูเมือง สายลมพัดโชยมา…คงเป็นลมแล้งที่พัดมาจากบนดอยสุเทพ

ผมจ้องมองการกระเพื่อมของสายน้ำยามลมพัดกระทบเป็นคลื่นริ้วระลอก- - ใบฉำฉาแห้งแก่หลุดรอยจากขั้วร่วงคว้างลงกลางน้ำ… เห็นปลาฮุบเหยื่อ และไม่ไกลจากที่ผมนั่งอยู่นั้น มีชายแก่คนหนึ่งนั่งถือคันเบ็ดไม้ไผ่ยาวและโค้งงอ กำลังหย่อนสายเบ็ดลงไปในน้ำ…

ผมแอบจ้องมองชายแก่อยู่เงียบๆ และพลอยทำให้ผมครุ่นคิดไปต่างๆ นานา ในขณะที่ชายแก่นั่งนิ่งและเฝ้ารอการกินเหยื่อของปลานั้น แกกำลังนึกถึงอะไรอยู่หนอ…แกกำลังนึกถึงความหิว…การมีชีวิตอยู่…การต่อสู้…การอยู่รอด…

หรือบางที แกอาจจะไม่คิดอะไรเลย…สิ่งที่แกกระทำอยู่นั้น อาจเป็นเพียงการผ่อนคลาย หรืออาจเป็นการฆ่าเวลา…ใช่. และแกคงไม่ได้ครุ่นคิดถึงแต่เรื่องการฆ่าตัวตายเหมือนกับผมในห้วงยามนี้ก็ได้…

“แกมันโง่…ที่ปล่อยให้พวกมันหลอกปอกลอกจนเกลี้ยง ไปหลงไว้ใจว่าเป็นเพื่อนกัน แล้วเห็นไหม…ในที่สุดมันก็โกงกินจนหมดเนื้อหมดตัว แล้วแกจะไปหาเงินที่ไหนมาใช้ให้เขา หา !!…”

เสียงสบถตะโกนด่าทอของพ่อ ยังดังก้องอยู่ในโสตประสาทของผม…

จริงสิ, คนโง่ย่อมเป็นเหยื่อของคนฉลาด ผมไม่โกรธพ่อหรอก. ผมโกรธตัวเองต่างหาก ที่ทำให้ชีวิตครอบครัวต้องพังทลาย บ้าน ที่ดิน รถยนต์และคนรัก ผมสูญเสียไปหมดทุกอย่าง… สูญเสียแม้กระทั่งแม่ที่จำต้องตรอมใจตายเพราะตัวผม

ชีวิตดำดิ่งและล่มจม ตกอยู่ในห้วงเหวลึกลับ มืดดำมืดมน อับจนไร้หนทางที่จะสู้ต่อ…เหมือนถูกชะตากรรมกระชากเหวี่ยงลงไปให้แหลกเหลว มันหมดสิ้นแล้ว…

ประสาทผมตึงเครียด สมองอื้ออึง ตาพร่าพราย ท้องไส้ปั่นป่วน มือไม้สั่นระริก ผมต้องทำอะไรบางอย่าง…การทำลายตัวเอง ระหว่างท้องถนนที่รถยนต์แล่นไปมาอย่างบ้าคลั่ง…สายน้ำเบื้องหน้า…ผ้าขาวม้ากับกิ่งไม้ฉำฉา…มันถึงเวลาแล้วที่ผมต้องตัดสินใจ…

ในห้วงยามนั้น…ผมพลันตกใจตื่นจากภวังค์!!

“ตื่นๆๆ ไอ้นักเขียนไส้แห้ง…มัวแต่นั่งอยู่แต่หน้าคอมฯนั่นแหละ ไป้!! ไปช่วยกันยกของลงจากรถเร็ว…” เสียงของพ่อตวาด ก่อนเดินพรวดพราดออกไป…

ใช่แล้ว ผมกำลังคิดพล็อตเรื่องสั้นเรื่องใหม่ แต่ก็ต้องสะดุดล้มคะมำจนได้ เมื่อยินเสียงโมโหโกรธาของพ่อ…

ผมส่ายหัวไปมาไล่ความฝันอันผุพังให้หาย. ปิดหน้าจอ. ก่อนลุกออกจากห้องไปช่วยพ่อยกกระสอบข้าวสารลงจากรถไปวางขายหน้าร้าน

“เฮ้อ!!…การจะเป็นนักเขียนนี่มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยโว้ย…” ผมบ่นกับตัวเองอยู่อย่างนั้น.





Create Date : 25 มีนาคม 2550
Last Update : 25 มีนาคม 2550 13:56:40 น.
Counter : 731 Pageviews.

32 comments
  
อ่านแล้ว ลุ้นตามไปด้วย^^
วางพล็อตเรื่องสั้นเศร้าจังค่ะ
แต่ก็ให้แง่คิด
โดย: ตะกร้าหวายสีขาว วันที่: 25 มีนาคม 2550 เวลา:21:37:33 น.
  
อ่านแล้ว เศร้าจังครับ
แต่อย่าเพิ่งเหน็ดเหนื่อย ท้อแท้กับชีวิต ชีวิตคุณยังเดินต่อไปได้ และมีโอกาสลุกขึ้นมาอีกครั้ง
แต่เพื่อนบางคนไม่รู้ว่าจะเดินไหวหรือเปล่า ไปให้กำลังใจเธอที่บ้านผมก็ได้ครับ
โดย: basbas วันที่: 25 มีนาคม 2550 เวลา:22:46:33 น.
  
ขอบคุณที่แวะเวียนมาอ่านนะครับ...

ขอบคุณคุณbasbas ที่ส่งข่าวคุณ ซออู้ ไม่สบายให้รับรู้นะครับ และอยากให้เพื่อนๆ ได้ส่งแรงใจให้เธอด้วย...
โดย: pu_chiangdao วันที่: 26 มีนาคม 2550 เวลา:0:04:01 น.
  
เหอ เหอ หักมุมได้ขำดีค่ะ


นี่ถ้ามีเอฟเฟคเหมือนหนัง ประมาณว่า ติ้วววววว,แป่ววววววว...แล้วคุณพ่อทำหน้าแบบยืนท้าวสะเอว แบบเครื่องหมานยคำถามตรงหน้า ...คงฮามากกว่านี้ สบายดีนะคะคุณภู มาเยี่ยมค่ะ
โดย: PANDIN วันที่: 26 มีนาคม 2550 เวลา:17:38:33 น.
  
เข้ามาทักทายจ้ะ อะไรกันจะปานนั้นจ้ะ อากาศร้อน มันทำให้เป็นขนาดนี้เลยเหรอ โอ้ย อย่าเพิ่งท้อนะ พี่เอาใจช่วยนะ ยังไม่แก่เลย ไปได้อีกไกล ส่วนพี่เป็นหวัดงอมแงม ก็อากาศมันเป็นซะยังงี้ โทษฟ้า ดินเข้าไป นะ คนเรา
โดย: p tim IP: 222.123.81.225 วันที่: 26 มีนาคม 2550 เวลา:20:33:49 น.
  

อ่านและตีความอยู่ตั้งนานว่า

เขารำพึงรำพันชีวิตตัวเองตอนนี้ หรือ

เขาพูดถึงชีวิตใครคนหนึ่งที่เคยสัมผัส หรือ

เขากำลังพาเราไปรู้จักชีวิตตัวละครอีกตัวหนึ่ง หรือ

....และก็ยังสงสัยว่า ตกลงกำลังเขียนเรื่องจริงหรือพล็อตเรืองกันแน่ว่า


ถ้าเรื่องจริงดูมันท้อแท้ เหมือนคนใกล้หมดแรงเลย ก็ไม่น่าจะใช่คุณ

ถ้าพล็อตเรื่องหวังว่าคุณคงเขียนให้นักเขียนคนนี้ประสบความสำเร็จในอาชีพที่เขาชอบ

อ่ะนะ
โดย: sunny-low (sunny-low ) วันที่: 27 มีนาคม 2550 เวลา:4:44:06 น.
  
ชีวิตมนุษย์มันเกิดมาเพื่อแก่งแย่งให้อยู่รอด อยู่กับโลกที่มีแต่ปัญหา ตัวเราถ้ามั่นคง ไม่เอารัดเอาเปรียบใคร สวรรค์ก็น่าจะเมตตาให้เราอยู่ได้ แม้มันจะไม่สุขมากนักนะครับ
โดย: วังบัวบาน วันที่: 27 มีนาคม 2550 เวลา:15:29:49 น.
  
เป็นกำลังใจให้เขียนต่อไปนะคะ
เกิดเป็นคน ก็ต้องดิ้นรนกันต่อไป ทำไงได้
ชีวิตคือการต่อสู้ สู้กับใจตัวเองให้ได้
ก่อนที่จะไปสู้กับคนอื่น
มีความสุขมากๆ นะคะ
โดย: บัวริมบึง วันที่: 27 มีนาคม 2550 เวลา:16:35:54 น.
  
โค๊ะ...นักเขียนไส้แห้ง

ขอหื้อได้ไปแอ่วเวียดนามโวยโวยเน้อเจ้า
โดย: Kontonnum วันที่: 27 มีนาคม 2550 เวลา:17:53:13 น.
  
หึหึ

“ตื่นๆๆ ไอ้นักเขียนไส้แห้ง…มัวแต่นั่งอยู่แต่หน้าคอมฯนั่นแหละ ไป้!! ไปช่วยกันยกของลงจากรถเร็ว…” เสียงของพ่อตวาด ก่อนเดินพรวดพราดออกไป…

หึหึ
โดย: หึหึ; ) IP: 202.57.189.4 วันที่: 27 มีนาคม 2550 เวลา:18:05:28 น.
  
มาให้กำลังใจคนไส้แห้ง เหมือนกัน
โดย: ดาริกามณี วันที่: 27 มีนาคม 2550 เวลา:19:56:34 น.
  
สู้ต่อไปเน๊าะคุณภู
หนทางพิสูจน์ม้ากาลเวลาพิสูจน์คน
ไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้
สักวันต้องเป็นเวลาทองของคุณ
เชื่อมั่นเช่นนี้เสมอ
เอาใจช่วยเจ้าค่ะ
แวะไปฟังเพลง แม่น้ำ ความรัก ที่ My Blog
หรือแวะไปฟังคลิปเพลงน่ารักดี
เชิญชวนซะเลย
ฝันดีเจ้าค่ะ

โดย: อุ้มสี วันที่: 28 มีนาคม 2550 เวลา:2:28:18 น.
  
มาอ่านเจ้าคุณภู
ไผเนาะ..ช่างกล้า
ว่า..นักเขียนใส้แห้ง

นิกกำลังต๋ามรอยน้าภูน่ะก่ะ
กุ้มๆๆๆๆ
โดย: แม่น้องนิก IP: 4.232.141.195 วันที่: 28 มีนาคม 2550 เวลา:6:55:42 น.
  
ตะวาได้รับจดหมายจากน้องนิก
แกเขียนเล่าเรื่องนักแข่งรถ ฉากเป็นเมืองเลโก้(ตัวต่อๆๆนั่นน่ะ)
อ่านแล้วก็ม่วนดี ตามจินตนาการของละอ่อนปอสาม
เก่งอ่ะ น้องว่า...
โดย: กากีซ่าส์ วันที่: 28 มีนาคม 2550 เวลา:10:59:00 น.
  
หวัดดีค่ะคุณภู...
เหนื่อยนัก....ก็พักก่อนค่ะ...
แล้วสายลมเย็นๆ คงจะพัดผ่านมา...

โดย: แดดร่มลมโชย IP: 203.144.130.176 วันที่: 28 มีนาคม 2550 เวลา:17:56:33 น.
  
ขอบคุณทุกคนเลยครับ ที่แวะเวียนมาอ่านงาน...
เพิ่งกลับจากเชียงดาวมาครับ...

ว่าแต่ว่า เรื่องนี้ เป็นเรื่องสั้นครับ บ่ใช่เรื่องจริง เพียงแต่อยากหยิบบางมุมมาเล่นล้อชีวิต เมือง เท่านั้นเองครับ...

ยังไม่อยากตายหรอกครับ...ยังอยากทำอะไรๆ อีกตั้งเยอะ

แต่บางครั้งก็ทำให้เรารู้ว่า ชีวิตไม่ใช่เรื่องง่ายเลยเนาะ
โดย: pu_chiangdao วันที่: 28 มีนาคม 2550 เวลา:20:04:32 น.
  


นำคลิปเพลงน่ารักๆ มาฝาก
เวลาเครียดๆ ฟังเพลงนี้ปล่อยก๊ากกกกโลด
ชื่อเพลง ลูกแม่ใหญ่อรลักปีโป้
โดย: อุ้มสี วันที่: 28 มีนาคม 2550 เวลา:21:40:36 น.
  
เอ๊อ ออออออ เอ๊ยยยย ตี้แต๊ กำลังพล๊อตเรื่อง ^ ^

ฮ้อน ทั่วไปหมดเจ้า เมืองชล นี่ฮ้อนนนนนน ตั้งแต่ตื่น

คิดถึงหน้าหนาวขนาด ไข้หื้อหนาวซัก เก่งปี๋ ท่าจะดี ^ ^

อากาศฮ้อน ๆ แต่ใจ๋เย็นไว้น่อเจ้า
โดย: varissaporn327 วันที่: 29 มีนาคม 2550 เวลา:13:44:25 น.
  
เข้ามาอ่านก้หลายครั้ง
บางทีก็ต้องอ่านให้ดีๆว่าคุฯเขียนพลอตเรื่องหรือเป็นชีวิตจริง

แต่ไม่ว่ายังไงขอให้สู้ต่อไปนะคะ
รู้สึกอ่านเรื่องวันนี้แล้วเศร้าๆอ่ะ
เรื่องของคนหมดเรียวแรงที่จะสู้ต่อ
หากว่ามีกำลังใจดี ก็ต้องสุ้ต่อไปค่ะ
โดย: สวนลอยแห่งบาบิโลน วันที่: 29 มีนาคม 2550 เวลา:15:13:40 น.
  
พลิกความคาดหมาย ด้วยประการทั้งปวง
สู้ ๆ ค่ะ
โดย: Nilz วันที่: 29 มีนาคม 2550 เวลา:23:05:32 น.
  
คุณภูนะคถณภู...ทำเอาอิชั้นต๊กกะใจ
แม๊..จะได้รีบไปปลอบ...555
กำลังคิดว่า..เดี๋ยวต้องหาซื้อยางรัดผมส่งไปให้ซะแล้ว
มันช่วยเรื่องผมเผ้ายาวแล้วรุงรังได้นะคะ...

เขียนดีค่ะดีมาก..จนเรานึกว่าจริงแน่ะ...แม๊...
โดย: จันทร์สวย วันที่: 30 มีนาคม 2550 เวลา:6:39:35 น.
  

ผมเผ้ายาวรุงรัง......
โดย: อิวอกกกกกกก IP: 61.7.175.145 วันที่: 30 มีนาคม 2550 เวลา:9:34:18 น.
  
หักมุมสนุกดี

---อิวอกกกกกก ...บ้า!!!!


โดย: นางสาวอาร์ต วันที่: 30 มีนาคม 2550 เวลา:9:40:44 น.
  
นึกว่าอกหนัก เป็นหนอง ชีช้ำกระหลำปลี๋ น้อ หักมุมป่อยๆ เน้อ แล้วจะเป็นแต้ ว่าแล้ว นักเขียนใส้แห้ง เรียกร้อง ความเห็นใจ๋ จากสาวๆ และบ่สาว 555555
โดย: โอ้ ละเน้อ IP: 124.157.202.50 วันที่: 30 มีนาคม 2550 เวลา:18:23:50 น.
  

นักเขียนไส้แห้ง มักไม่แร้งน้ำใจ และไฟฝันนะ



โดย: p_tham วันที่: 25 พฤษภาคม 2550 เวลา:3:37:30 น.
  
already read , Thank you
โดย: seaman IP: 121.230.92.129 วันที่: 28 พฤษภาคม 2550 เวลา:20:00:52 น.
  
สวัสดี บังเอิญผ่านมา เป็นกำลังใจให้นะค่ะในยามท้อ.......
โดย: van IP: 124.121.41.230 วันที่: 15 มิถุนายน 2550 เวลา:4:15:33 น.
  
เศร้าจังเลยค่ะแต่พออ่านแล้วก็สนุก ถ้าเรื่องนี้เป็นจริงคงน่าสงสารแย่เลย
โดย: ด.ญ.กฤติยาณี ไชยญาติ IP: 124.120.79.219 วันที่: 23 สิงหาคม 2550 เวลา:19:07:02 น.
  
เรื่องสั้น พล้อตไม่น่าหักมุม หากคนเขียนพยายามอีกนิดน่าจะจบได้ดีกว่านี้
โดย: เธอผู้ห่างไกล IP: 203.151.46.130 วันที่: 10 มิถุนายน 2551 เวลา:14:28:50 น.
  
เรื่องสั้น พล้อตไม่น่าหักมุม หากคนเขียนพยายามอีกนิดน่าจะจบได้ดีกว่านี้
โดย: เธอผู้ห่างไกล IP: 203.151.46.130 วันที่: 10 มิถุนายน 2551 เวลา:14:29:01 น.
  
เห็นภาพชัดแจ๋วเหมือนนั่งมองความเคลื่อนไหวในกระจกเงา
แล้วจะคอยติดตามงานชิ้นตอ ๆ ไปครับ!!
โดย: ช่างหนุ่ม IP: 117.47.108.5 วันที่: 19 ตุลาคม 2551 เวลา:11:11:50 น.
  
บอกไม่ถูก รู้แต่ว่าอ่านแล้วจุก แต่สุดยอดจริงๆ ถึงจุกก็จะอ่าน ไม่อยากคิดว่ามันคือเรื่องจริง
โดย: คนรู้จักกัน IP: 118.174.52.113 วันที่: 23 ตุลาคม 2551 เวลา:15:27:41 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

pu_chiangdao
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]



ภาพและงานเขียนทุกชิ้นที่ปรากฏในเวบไซต์นี้
เป็นลิขสิทธิ์ของเจ้าของบทประพันธ์นั้นๆ แต่เพียงผู้เดียว
ห้ามกระทำการดัดแปลง แก้ไข
หรือแอบอ้างไปเป็นผลงานของตน
โดยไม่มีการอ้างถึงเจ้าของลิขสิทธิ์
หากผู้ใดมีความประสงค์
จะนำข้อมูลดังกล่าวออกเผยแพร่ ตีพิมพ์
หรือนำไปใช้เพื่อประโยชน์อื่นใด
โปรดติดต่อเจ้าของบทประพันธ์โดยตรง


***************************

งานที่มีการเขียนลงบน WEB SITE แล้วส่งผ่านอินเตอร์เนตนั้นถือว่าเป็น สิ่งเขียนซึ่งเป็นประเภทหนึ่งของงานวรรณกรรม ดังนั้นย่อมได้รับความคุ้มครองตามพ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (มาตรา 15) หากผู้ใดต้องการทำซ้ำหรือดัดแปลงงานดังกล่าวต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน มิฉะนั้นจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ (มาตรา 27) การดัดแปลงงานจากอินเตอร์เนตเป็นภาษาไทย จึงต้องขออนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ อย่างไรก็ตาม การคุ้มครองลิขสิทธิ์เป็นการคุ้มครองอัตโนมัติ เจ้าของลิขสิทธิ์หรือผู้สร้างสรรค์ไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนเพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิตามกฎหมายลิขสิทธิ์

ที่มา : เว็บไซต์กรมทรัพย์สินทางปัญญา









มีนาคม 2550

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
26
27
28
29
30
31
 
Friends Blog
[Add pu_chiangdao's blog to your weblog]