เจ้าชาย สีน้ำ หุบเขา และข้าวก่ำ (จบ)








ภาพสีน้ำโดย : พิบูลศักดิ์ ละครพล

***************************************

เขาตื่นแต่เช้าตรู่...

คงเป็นเพราะเสียงนกป่าร้อง เสียงไก่ขัน หรือเสียงเท้าของเจ้าข้าวก่ำกับปีโป้ ที่วิ่งเล่นไปมาบนระเบียงไม้ไผ่ ก่อนกระโจนเข้าไปในบ้าน ผ่านกระโจม ทำให้เขาตื่น ทั้งที่เมื่อคืนกว่าเขาจะเข้านอนก็ปาตีสาม


หรืออาจเป็นเพราะเสียงเพรียกจากข้างใน
ปลุกเขาให้มุดออกมาดูแสงเช้า ชีวิตเช้า...

ตื่นเถิด,อุทัยเจิดจ้าเล้า รัตยา ผยองเฮย
ดาวเจิ่ง, เวิ้งสวรรค์ลา ลิบแล้ว
พรานบูรพ์,ทอดบ่วงถา โถมคร่อม คล้องแฮ
ปราสาท,ซุลต่านแพร้ว พรื่อสร้าน ฉานแสง

ผมยินเขาพึมพำๆ บทกวีของ ‘โอมาร์ คัยยาม’ ขณะยืนอยู่หน้าระเบียง ก่อนจัดแจงอุปกรณ์ ลงมือเขียนรูปสีน้ำทันทีที่ตะวันเริ่มฉายแสงโผล่พ้นดอยผาแดงเบื้องหน้า

ผมปล่อยเขาอยู่เงียบๆ เดินไปทำภารกิจประจำวันข้างล่าง ปล่อยหมาแมววิ่งไล่กันในสวน ผมโปรยข้าวไก่ ลากสายยางรดน้ำต้นไม้ดอกไม้รอบๆ บ้าน ก่อนกลับมาก่อไฟในเตาหลังบ้าน ชงกาแฟ หุงข้าว ทำกับข้าวมื้อเช้าอย่างง่ายๆ

แกงส้มหัวปลีใส่ปลากระป๋องใส่ยอดชะอม น้ำพริกป่าและผักสดๆ เก็บจากหลังบ้าน มีทั้งมะแว้ง ยอดผักเชียงดา ฟักทอง ดอกแค ผักกาด ฯลฯ เอามานึ่งเคียงกับน้ำพริก

สายแล้ว เรานั่งทานข้าวกันริมหน้าต่าง เขาถามหาสูตรแกงส้มหัวปลี เผื่อไปลองทำในกระท่อมดินทุ่งดาวบ้าง ผมบอกเขา สูตรนี้ได้มาจาก ‘หญ้าน้ำ ทุ่งขุนหลวง’ นักเขียนสารคดีมาเยี่ยมหุบผาแดงอยู่บ่อย แกชอบทำกับข้าว เลยสาธิต แนะนำสูตรให้ จนผมชอบแหย่เล่น นี่ละ อาหารนักเขียน...

รสชาติจึงอร่อย ไม่ธรรมดา

แกงส้มหัวปลีใส่ปลากระป๋องใส่ยอดชะอม... เพียงคุณก่อไฟ ตั้งหม้อ เติมน้ำ ทิ้งไว้ คุณเดินลัดสวนไปในดงกล้วย ตัดปลีเอามาหัวหนึ่ง (ถ้าคุณมีหมาแบบเจ้าข้าวก่ำ คุณให้มันคาบหัวปลีกลับมาส่งให้คุณถึงเตาไฟ)ขากลับแวะเก็บยอดชะอมมาหนึ่งกำมือ จัดแจงแกะเปลือกปลีแก่ๆ ออก ก่อนใช้สากทุบๆ หัวปลีให้น่วม โยนลงไปในหม้อน้ำเดือดพล่าน ปิดฝา รอสักพัก เปิดดู จะเห็นหัวปลีแตกนุ่มออกเป็นริ้วๆ เส้นๆ เหมือนเนื้อไก่ คุณโยน หอมแดง กระเทียม พริก กะปิ มะเขือเทศ มะขามเปียก พร้อมกับปลากระป๋องลงไป ตามด้วยยอดชะอม เพียงแค่นี้ก็ได้แกงส้มหัวปลีใส่ปลากระป๋องใส่ยอดชะอม ให้กินแบบอาหารบ้านป่าขนานแท้ และเจ้าของสูตรเป็นคนใต้ เขาแนะนำไว้ว่า หากเพิ่มกะทิลงไปอีกหน่อย ก็กลายเป็นอาหารแนวปักษ์ใต้ๆ ไปเลย

วิถีคนสวนกับคนเขียนหนังสือ จำเป็นต้องกินอยู่อย่างเรียบง่ายอย่างนี้แหละ…ผมบอกตัวเอง
ประมาณว่า เพียงแค่คุณวิ่งวนรอบบ้าน วิ่งเก็บผักไม้ไซร้เครือหนึ่งรอบ ก็ได้หนึ่งหม้อแกงแล้ว
ซึ่งต่างกับคนทำงานประจำและมีเงินเดือน อาจไม่เคยรับรู้หรือสัมผัสแบบนี้ เพราะจำเป็นต้องวางชีวิตวิ่งไปบนสายพานของความรีบเร่ง

แต่ก็นั่นแหละ วิถีคนสวนกับคนเขียนหนังสือนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
เพราะมากต่อมากที่ทุกคนต้องเจอกับความยากลำบากและความหิว
คงเหมือนกับที่เขาเปรยไว้...
“นี่คือการเผชิญหน้าระหว่างความฝันและความจริงในสนามชีวิต...”

แน่ละ ผมเข้าใจและรู้รสชาตินั้นดี ยิ่งในยามที่เรากำลังเผชิญกับความจน และความแล้งแห้งแห่งฤดูกาลในชีวิตขณะนี้ นั่นทำให้ผมต้องใช้พลัง ใช้ความอดทนเพิ่มมากขึ้นหลายเท่าตัว และระหว่างเฝ้ารอความชุ่มชื้นมาสู่ชีวิต จำต้องคิด วางแผน สะสมเมล็ดพันธุ์เอาไว้ให้เยอะ เพื่อจะหว่านและเพาะปลูกในหน้าฝนที่จะมาเยือนในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้

นั่นรวมไปถึงการสะสมเมล็ดพันธุ์ความฝันนั้นด้วย...
ผมบอกกับตัวเองว่า จะพยายามกอบเก็บ รักษา และขยายเมล็ดพันธุ์เอาไว้ให้นานที่สุด

เขากลับไปแล้ว ออกเดินทางไปเพียงลำพัง…
ในขณะที่ผมก็หันกลับมาใช้ชีวิตอยู่ในสวนเพียงลำพัง,เช่นกัน
ในวันที่ผมอยู่เงียบๆ ไหวว้างและเปล่าดาย
ผมชอบหยิบบางถ้อยคำที่เจ้าชายโรแมนติกได้บันทึกถึงผมมาอ่านแล้วครุ่นคิดในยามที่ห้วงชีวิตหนึ่งนั้นรู้สึกเหมือนมีบางสิ่งกำลังคว้าง
บางอย่างกำลังหาย...

***********

*จงแสวงหาร่มเงาใต้ก้อนเมฆ ขณะพวกนั้นวิ่งเตลิดไปสู่เกวียนและเพิงของตน จงอย่าปล่อยให้การดำเนินชีวิตเป็นการค้าของเจ้า, แต่จงให้เป็นกีฬาของเจ้า, จงให้ความชื่นชมยินดีในผืนแผ่นดิน แต่อย่าเป็นเจ้าของมัน ด้วยต้องการในกิจการงานและศรัทธา มนุษย์ได้มาอยู่ตรงที่ๆ เขาอยู่, ซื้อและขาย, และใช้ชีวิตของตนเยี่ยงทาสติดที่ดิน,

...ผมปลอบโยนให้กำลังใจเขา ตามหน้าที่นักเพาะหว่านความฝันที่ผมเป็นราชันย์อาณาจักรอยู่ แน่นอนผมเป็นได้แค่นั้น เฉกสายลมที่หอบพาเมล็ดพันธุ์ไปเป็นป่า ส่วนการเจริญเติบโตงอกงามนั้น ขึ้นอยู่กับดิน ฟ้า อากาศ น้ำและตัวเมล็ดพันธุ์เอง

ในความคำนึงนาทีนี้ กวี นักเขียน ชาวไร่ ต่างกันตรงไหนล่ะ ระหว่างดอกเบี้ยกับดอกเหงื่อนั้น ต้องการความมุ่งมั่น ความขยันหมั่นเพียร ความรักความเอาใจใส่ไม่แพ้กัน

จากประสบการณ์ของความล้มเหลวของตัวเอง ผมพบว่า คนเรามักฝันหวาน และขยันเหลือเชื่อเมื่อท้องหิว

* * * * * ***************************************


*วอลเดน เฮนรี่ เดวิด ธอโร เขียน สุริยฉัตร ชัยมงคล แปล.

บางตอน ‘ร่มเงาใต้ก้อนเมฆ’ คอลัมน์การเดินทางของจักรยานสีแดง,พิบูลศักดิ์ ละครพล...กุลสตรี ปักษ์หลังกุมภาพันธ์ 2553




Create Date : 07 กันยายน 2553
Last Update : 7 กันยายน 2553 17:08:27 น.
Counter : 739 Pageviews.

11 comments
  
สวัสดีเจ้า.....คิดถึงจัง
โดย: mamypin IP: 117.47.220.171 วันที่: 10 กันยายน 2553 เวลา:19:12:19 น.
  
สายัณห์สวัสดีค่ะคุณภูฯ
+====================+

ชีวิตงาม
เมื่ออยู่กับธรรมชาติและความเงียบง่าย
แม้จะเดียวดาย.. ในบางเวลา

หากมีเจ้าข้าวก่ำ เจ้าปีโป้เป็นเพื่อนคลายเหงาใช่ไหมคะ
โดย: สาวบ้านนอก ณ ขอนแก่น วันที่: 10 กันยายน 2553 เวลา:20:32:16 น.
  
สวัสดีค่ะคุณภู
ติดตามและชื่นชอบผลงานของคุณ
ขอให้มีความสุขนะคะ

คนภูเขา ( สาวอิ้วเมี่ยนเจ้า..)
โดย: กู้เหญี่ยน อิ้วเมี่ยน IP: 118.174.67.195 วันที่: 10 กันยายน 2553 เวลา:21:11:08 น.
  
สวัสดีค่ะ
เป็นไงบ้างค่ะคนสวน ช่วงนี้ฝนตกบ่อย ที่บ้านปีกไม้ มองไปทางไหนก็คงสดชื่น
อยากเห็นบรรยากาศ ที่บ้านปีกไม้ พืชผักต่างๆ ตอนนี้ รวมถึงข้าวก่ำด้วย
แล้วตอนนี้คุณภูทำอะไรอยู่ ไม่เห็นอัพบล็อกมาให้อ่านเลย
โดย: nop IP: 113.53.208.141 วันที่: 11 กันยายน 2553 เวลา:17:20:27 น.
  
สวัสดีครับทุกๆคน ช่วงนี้ยังสู้รบกับหญ้า กับยุงในสวนอยู่ครับ
ใกล้ถึงเวลาอัพภาพ ล่องโขง เยือนหลวงพะบางแล้ว โปรดติดตามชมนะคับ *-*
โดย: ภู IP: 118.175.184.138 วันที่: 11 กันยายน 2553 เวลา:23:25:52 น.
  
ภาพสวยครับคำงามสบายดีนะครับพี่ภู
โดย: ปฐพีหอม วันที่: 17 กันยายน 2553 เวลา:17:03:27 น.
  
ชีวิตงาม ยามอยู่กับธรรมชาติ
ฝันไว้เหมือนกัน แต่ยังไปไม่ถึงฝัน

แหม!....อ่านแกงส้มหัวปลีแล้วน้ำลายไหลเลยนะคะ
ปลูกกระเจี๊ยบแดงด้วยซิคะ แล้วเปลี่ยนหัวปลีเป็นกระเจี๊ยบแดง ก็อร่อย ไม่ต้องใส่ปลากระป๋องก็อร่อยได้ แล้วเก็บปลากระป๋องไว้ผัดกับกระเจี๊ยบแดงได้อีก เมนูหนึ่งค่ะ
โดย: สนต้องลม (tin_tamaka ) วันที่: 18 กันยายน 2553 เวลา:18:15:20 น.
  
สายัณห์สวัสดีค่ะคุณภูฯ
+=====================+

มาตามสัญญา...
จะได้ไปเยือน "หลวงพระบาง" เมื่อไรหนอ
เฝ้าชะเง้อรอเวลาชม "พระอาทิตย์ลาลับฟ้า"

หากได้ฤกษ์วันใด รบกวนไปเคาะประตูหน้าต่างบอกด้วยนะจ๊ะ
อ้อ! ระวังนิดหนึ่ง อาจเจอกองทัพ "มดแดง"
เดินเพ่นพ่าน ณ บ้านนอกนะจ๊ะ
โดย: สาวบ้านนอก ณ ขอนแก่น วันที่: 21 กันยายน 2553 เวลา:21:38:52 น.
  
ดีค่ะพี่ภู สบายดีมั้ย? รูปสวยมากๆ คิดถึงบ้านจัง
โดย: ละอ่อนเจียงดาว IP: 117.47.231.208 วันที่: 28 กันยายน 2553 เวลา:17:44:30 น.
  
สวัสดีค่ะ ไม่ได้แวะมานาน สบายดีนะคะ คุณภู
โดย: บี๋ (Yushi ) วันที่: 8 ตุลาคม 2553 เวลา:17:07:32 น.
  
จาก(ก้อนหินริมทาง)รูปสวยมาๆค่ะ ขอบคุณนะค่ะ
โดย: พี่เอ IP: 203.150.206.90 วันที่: 11 ตุลาคม 2553 เวลา:12:29:35 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

pu_chiangdao
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]



ภาพและงานเขียนทุกชิ้นที่ปรากฏในเวบไซต์นี้
เป็นลิขสิทธิ์ของเจ้าของบทประพันธ์นั้นๆ แต่เพียงผู้เดียว
ห้ามกระทำการดัดแปลง แก้ไข
หรือแอบอ้างไปเป็นผลงานของตน
โดยไม่มีการอ้างถึงเจ้าของลิขสิทธิ์
หากผู้ใดมีความประสงค์
จะนำข้อมูลดังกล่าวออกเผยแพร่ ตีพิมพ์
หรือนำไปใช้เพื่อประโยชน์อื่นใด
โปรดติดต่อเจ้าของบทประพันธ์โดยตรง


***************************

งานที่มีการเขียนลงบน WEB SITE แล้วส่งผ่านอินเตอร์เนตนั้นถือว่าเป็น สิ่งเขียนซึ่งเป็นประเภทหนึ่งของงานวรรณกรรม ดังนั้นย่อมได้รับความคุ้มครองตามพ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (มาตรา 15) หากผู้ใดต้องการทำซ้ำหรือดัดแปลงงานดังกล่าวต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน มิฉะนั้นจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ (มาตรา 27) การดัดแปลงงานจากอินเตอร์เนตเป็นภาษาไทย จึงต้องขออนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ อย่างไรก็ตาม การคุ้มครองลิขสิทธิ์เป็นการคุ้มครองอัตโนมัติ เจ้าของลิขสิทธิ์หรือผู้สร้างสรรค์ไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนเพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิตามกฎหมายลิขสิทธิ์

ที่มา : เว็บไซต์กรมทรัพย์สินทางปัญญา









กันยายน 2553

 
 
 
1
2
3
4
5
6
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog
Friends Blog
[Add pu_chiangdao's blog to your weblog]