Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2552
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
14 พฤศจิกายน 2552
 
All Blogs
 
WWR3 : เรื่องเล่าจากหนูโรงเรียน

เรื่องเล่าจากหนูโรงเรียน
โอคะดะ จุน เขียน
พิไล สุธีจินดารัตน์แปล
สำนักพิมพ์ JBOOK
154 หน้า 145 บาท


ผมเป็นหนูโรงเรียนครับ
หนูโรงเรียนต่างจากหนูทั่วไปยังไงน่ะเหรอ ต่างสิต่างมากด้วย
ผมอาศัยอยู่บนฝ้าเพดานห้องเรียนและเรียนหนังสือไปพร้อมเด็กๆ
ผมพูดภาษามนุษย์ได้แถมยังเขียนหนังสือและเดินสองขาเหมือนมนุษย์ด้วยนะ

ปกติผมไม่ออกมาให้ใครเห็นตัวหรอก
แต่ผมมีเรื่องสนุกๆที่หนูโรงเรียนตัวอื่นๆเล่าต่อกันมามากมาย
และผมก็เป็นหนูโรงเรียนตัวสุดท้ายแล้ว เลยอยากจะเล่าเรื่องเหล่านี้ให้ใครสักคนฟัง

สะอึก : เรื่องเล่าของหนูประถมหนึ่ง

เรื่องนี้ว่าด้วยเรื่อง สะอึก
ต้นต่ออยู่ที่ห้องประถม 1/1
ดญ ซัจจัง คือผู้ริเริ่ม อยู่ดีๆเธอก็สะอีกขึ้นมาจนทำให้ ดช ยูกิโอะ ตลกขบขัน
แล้วยูกิโอะก็เริ่มสะอึก ทำให้คุณครูผู้สอนมาตักเตือนแล้วคุณครูก็สะอึกไปอีกคน
จนทำให้นักเรียนในห้องหัวเราะกันยกใหญ่ แล้วทั่วทั้งห้องก็เกิดอาการสะอึก
ทำให้ครูห้องข้างๆรำคาญจนต้องมาเตือนแล้วครูคนนั้นก็สะอึกกลับไป
แล้วอาการสะอึกก็ลุกลามใหญ่โตจนทั่วทั้งชั้น ป1 ติดไปถึงครูใหญ่
ผู้ช่วยครูใหญ่ ทั่วทั้งโรงเรียน แม่บ้านที่มาติดต่องานสมาคม
คนในเมือง นักข่าวโทรทัศน์ วิทยุ ติดไปทั่วทั้งญี่ปุ่น
ลามไปถึงจีน อเมริกา ฝรั่งเศสและทั่วโลก
จนทำให้คนทั่วโลกสะอีกพร้อมกัน
วิธีทำให้หายสะอึกคือทำให้คนสะอึกตกใจ
เมื่อคนทั้งโลกสะอึกพร้อมกัน ด้วยแรงมหาศาลจนทำให้เกิดแผ่นดินไหว
เมื่อเกิดแผ่นดินไหวทุกคนตกใจอาการสะอึกก็เลยหายไป แล้วทุกคนบนโลกก็เป็นเพื่อนกัน

อะไรอยู่ในมือเอ่ย : เรื่องเล่าของหนูห้องยาม

เรื่องราวของคุณอิโนะอุเอะ ยามของโรงเรียน
ที่ระหว่างเวลาเข้างานได้เจอเด็กหญิงกระโปรงเหลืองที่มาพร้อมกับคำถาม
"อะไรอยู่ในมือเอ่ย" ด้วยความแปลกใจคุณอิโนะอุเอะตอบออกไปว่าไม่มี
แล้วมันก็เป็นจริง เด็กหญิงวิ่งกลับไปด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย
วันต่อมาเธอกลับมาพร้อมคำถามเดิมอีก "อะไรอยู่ในมือเอ่ย"
ด้วยความไม่อยากเห็นหน้าตาที่เศร้าสร้อยของเด็กหญิง คุณอิโนะอุเอะพยายามหาคำตอบที่ผิด
แต่เค้าก็ตอบถูกว่าในมือของเด็กหญิงมีคาราเมลอยู่
วันที่สามก็ตอบถูก
วันที่สี่เค้าก็ยังตอบถูก แต่สุดท้ายถึงแม้ไม่รู้ว่าเค้าตอบถูกได้ยังไง
ทั้งๆที่คิดหาคำตอบที่แน่ใจว่าผิด เค้าก็มีรอยยิ้มและอบอุ่นในใจพร้อมการจากไปของเด็กหญิงลึกลับ

เรือดำน้ำสีแดง : เรื่องเล่าของหนูประถมสอง

เรื่องนี้เป็นเรื่องของเด็กหญิงชั้น ป2 นามว่าเอทสึโกะที่หนูประถมสองแอบไปเห็น ณ ริมทะเลใกล้โรงเรียน
ทะเลแห่งนี้ครั้งหนึ่งเคยสะอาดและมีปลานกกระจอกบินขึ้นมาเหนือน้ำ
แต่เนื่องจากการถมทะเลออกไป พร้อมซ้ำยังปล่อยน้ำเสีย ทิ้งขยะ จึงทำให้ทะเลกลายเป็นสีดำปี๋
ระหว่างที่เอทสึโกะกำลังเดินเล่นอยู่นั้นเธอเห็นวัตถุสีแดงขนาดใหญ่ลอยขึ้นมาเหนือน้ำซึ่งเธอคิดว่าเป็นเรือดำน้ำ
และทันใดนั้น เธอได้ลื่นหล่นลงไปในทะเล เมื่อตื่นขึ้นมาอีกครั้งพบว่าเธอมาอยู่ในท้องเรือดำน้ำสีแดงที่เห็น
แต่มันไม่ใช่เรือดำน้ำจริงๆหรอก มันคือปลานกกระจอกที่กลายพันธุ์ไป
ตัวใหญ่ขึ้น มีสีแดง มีหน้าต่างตรงกลางตัวและที่สำคัญมันอาศัยอยู่และกลืนแต่น้ำสกปรก
เธอใช้เวลาพูดคุยสนุกอยู่ในท้องของปลานกกระจอกตัวนั้นจนควรแก่เวลา
ปลานกกระจอกอาสาไปส่งโดยบินจากทะเลไปสู่สระว่ายน้ำของโรงเรียนที่ยังไม่ได้เปิดใช้งาน
แล้วเธอก็สลบไปอีกครั้ง พอตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองนอนอยู่บนพื้นคอนกรีตข้างสระ
วันต่อมาที่สระว่ายน้ำของโรงเรียนเกิดความโกลากล
เพราะสระว่ายน้ำที่ทำความสะอาดไว้กลายเป็นสระน้ำเน่าส่งกลิ่นเหม็นและเต็มไปด้วยขยะ
และภายในสระก็ได้พบกับซากปลานกกระจอกโทรมๆ สกปรกๆ ตัวหนึ่ง
มันทำให้เอทสีโกะน้ำตาซืมกอดปลานกกระจอกตัวนั้นไว้ท่ามกลางสายตาสงสัยของเด็กๆคนอื่นๆ

เกลียดคนช่างพูดที่สุด : เรื่องเล่าของหนูสนามกีฬา

เรื่องนี้ออกจะเว่อร์หน่อยๆ ทำไมหน่ะเหรอ - ก็เพราะว่าเป็นเรื่องราวของต้นไม้พูดได้นะสิ
ต้นเพลน - ต้นไม้ที่มีเปลือกสีเขียวเข้ม สีเขียวแกมเหลืองและสีน้ำตาล ดูเหมือนแผนที่
มีผลแข็งใหญ่ประมาณลูกปิงปอง และต้นไม้ชนิดนี้เกลียดการพูดเป็นที่สุด
เรื่องราวเริ่มต้นที่ต้นเพลนด้านตะวันออกสุด ได้ชวนต้นเพลนต้นที่สองพูด
มันพูดว่า "เงียบจังนะ" ปีถัดมามันก็พูดอีกว่า "เงียบจริงๆเนอะ"
ต้นเพลนทุกต้นเอือมระอากับความพูดมากของมัน (_ _!)
พอปีที่สามมันก็พูดขึ้นมาอีกว่า "ฉันชอบความเงียบที่สุดเลย"
จึงทำให้ต้นเพลนต้นที่สองไม่พอใจเป็นอย่างมาก จึงถอดรากหนีออกมาให้ห่างจากมัน แค่นั้นแหล่ะจบ

โรงเรียนน่ากลัว : เรื่องเล่าของหนูห้องดนตรี

ตอนนี้น่ารัก เป็นเรื่องเล่าจากหนูห้องดนตรี แน่นอนว่าต้องมีเสียงเพลง
วันนี้เจ้าหนูโรงเรียนมาพร้อมกีตาร์และเพลงน่ารักๆที่เกี่ยวกับทาก
ทากกลัวเกลือ และแน่นอนว่าทากเหล่านี้อาศัยอยู่ในโรงเรียน
ด้วยความสงสัยว่าโรงเรียนคืออะไร ดังนั้นทากทั้งห้าตัวจึงได้ผลัดกันมาสอดแนม
เริ่มต้นที่ตัวแรก นาเมตะ ไปสอดแนมที่ชั้นเรียนภาษาญี่ปุ่น
กลับมาด้วยลูกตาที่ถลนเพราะสิ่งที่เห็นคือนักเรียนพากเพียรเขียนคำว่าเกลือ
โรงเรียนน่ากลัว โรงเรียนน่ากลัว
วันที่สองเป็นคิวของ นาเมคิจิ เค้าไปสอดแนมที่ห้องเรียนวิทย์ที่เด็กกำลังทดลองละลายเกลือ
กลับมาหาเพื่อนหางแทบละลาย โรงเรียนน่ากลัว โรงเรียนน่ากลัว
คิวต่อไปเป็นของนาเมโอะ วันนี้ไปเยี่ยมห้องเรียนสังคม
เป็นการเรียนรู้เรื่องประชาชนซึ่งมีอาชีพประจำตั้งแต่โบร่ำโบราณ
อาชีพที่ว่านั้นคือการทำเกลือ โรงเรียนน่ากลัว โรงเรียนน่ากลัว
เข้าวันที่สี่ นาเมโซ ไปที่ห้องเรียนดนตรีกลับมาด้วยตัวแข็งทื่อ พูดจาขาดห้วง
เพราะเพลงที่ร้องและทำนองที่สนุก เค้าร้องกันว่า กุเลือ กุเลือ กุเลือ กุเลือ
โรงเรียนน่ากลัว โรงเรียนน่ากลัว
สุดท้าย นาเมเอมง ตรงไปที่โรงเรียนแล้วต้องกลับมาด้วยสภาพเหงื่อโทรมกาย
เพราะวิชาเรียนจบสิ้น ทุกคนกินอาหาร
เมนูวันนี้คือไข่ต้มที่เวลากินต้องโรยเกลือลงไป
โรงเรียนน่ากลัว โรงเรียนน่ากลัว

หยุดคาบวิชาหลังเลิกเรียน : วันนี้หนูโรงเรียนงดเล่าเรื่องเหตุเพราะเป็นวันปิดภาคเรียน

แต่สมัยก่อนครั้งที่ยังมีหนูอยู่เต็มโรงเรียนจะมีเทศกาลงานเล่าเรื่อง
ในฤดูใบไม้ผลิเป็นการเล่าเรื่องสนุกสนานเพื่อแสดงความยินดีกับหนูที่จบใหม่
ส่วนฤดูร้อนจะเป็นงานเล่าเรื่องที่ใหญ่ที่สุด จัดต่อเนื่องกันหนึ่งสัปดาห์
และงานเล่าเรื่องในฤดูหนาว เรื่องที่เล่าจะต้องเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับข้อกำหนดที่ตั้งขึ้น เช่น เล่าเรื่องที่มีขลุ่ย

รูน้ำตา : เรื่องเล่าของหนูประถมสาม

ทาเคจัง เด็กหนุ่มอารมณ์อ่อนไหว ขี้แย ชอบร้องไห้
หกล้มก็ร้อง ถูกชนหน่อยก็ร้อง ไม่เข้าใจครูพูด ลืมของ ร้องได้ทุกเรื่อง - แต่ไม่ชอบให้ใครเห็นน้ำตา
วันหนึ่งขณะที่จะร้อง เค้าได้วิ่งไปที่หลังห้องวิทยาศาสตร์ แล้วเริ่มต้นบรรเลงเพลงน้ำตา
ระหว่างที่น้ำตาร่วงลงบนพื้น เค้าก็สังเกตุเห็นรูบนพื้น
จากความอ่อนไหวกลายเป็นความสนุกเมื่อเค้าเริ่มฝึกวิทยายุทธ์ บังคับให้น้ำตาตกลงไปในรูนั้น
หลังจากนั้นสองอาทิตย์ฝีมือเค้าดีขึ้นและทั้งๆที่น้ำตาลดลง
ผ่านไปสามเดือนระหว่างที่จะบรรเลงเพลงน้ำตาลงรูเหมือนเช่นทุกครั้ง
ก็เกิดเห็ดน้ำตา โป่งลอยขึ้นมาจากรู แล้วลอยจากไป
ทาเคจัง ลงความเห็นว่ามันลอยไปร้องไห้ที่อื่น โดยที่ไม่อยากให้เค้าเห็นน้ำตาของมันเช่นกัน
แล้วหลังจากนั้นเค้าก็เลิกไปที่หลังห้องวิทยาศาสตร์และเลิกร้องไห้ได้ในที่สุด

แมวสีแห่งห้องศิลปะ : เรื่องเล่าของหนูห้องศิลปะ

เรื่องเกิดขึ้นจากความสะอาดของห้องเรียนศิลปะ ที่ดูสะอ๊าด..สะอาดจนผิดหูผิดตา
มีอยู่วันหนึ่งครูสอนศิลปะเผลอหลับไป และตื่นขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงประหลาด
มันเป็นเสียงแมวที่เลียโต๊ะ เฮ้ย ไม่ใช่มันเลียสีที่โต๊ะ
จากสีขาว เป็นเขียวและเป็นสีอื่นๆ สีของแมวเปลี่ยนไปตามสีที่เลีย
และนั่นคือคำตอบว่าทำไมห้องศิลปะจึงสะอาดขึ้น
เมื่อเห็นดังนั้นจึงเกิดแผนในใจ ครูจึงนำสิ่งของที่สกปรกเปรอะเปื้อนไปด้วยสี
ไปบำรุงบำเรอให้แก่แมวสี ทุกอย่างสะอาดเอี่ยมอ่องอรทัย
แต่เมื่อให้สีแก่แมวมากไปตัวมันก็ใหญ่ขึ้นและต้องกินสีมากขึ้น
เอาล่ะซวยแล้ว ทุกสิ่งที่เป็นสีหายไปแม้กระทั่งผลงานของนักเรียน
ครูจึงต้องออกไปกวาดซื้อสีมาให้แมวกินจนหมดปัญญาในการหาสี
วันนั้นจึงตัดสินใจซุ่มดูแมวสีตัวนั้น แล้วต้องตกใจเมื่อมันมีตัวใหญ่เท่าสิงโต
เมื่อแมวสีเผชิญหน้ากับครูศิลปะ - มันเดินเข้ามาเลียหัวครู
และหลังจากนั้นแมวสีก็หายไปพร้อมกับผมขาวบนหัวครูที่มากขึ้นนั่นเอง งงมั๊ย?? - งงเหมือนกัน

แล้วหิมะก็เริ่มโปรยปราย : เรื่องเล่าของหนูประถมสี่

เรื่องเล่าจากเทศกาลเล่าเรื่องฤดูหนาวที่ต้องเล่าเรื่องตามกฏเกณฑ์ข้อบังคับ
"แล้วหิมะก็เริ่มโปรยปราย" นั่นคือหัวข้อของเรื่อง
ในคาบเรียนคณิตศาสตร์ท่ามกลางวันหิมะตก เวลา 11:16:23
เกิดเหตุไม่คาดฝันเพราะทุกอย่างหยุดนิ่ง ไม่เว้นแม้แต่หิมะที่ค้างอยู่กลางอากาศ
ยกเว้นทาเคชิเด็กหนุ่มที่อยู่ในอาการสงสัย ระหว่างที่งุนงงเค้าก็ได้ยินเสียงบางอย่างที่พุ่งตรงมา
จึงแกล้งแข็งไปกับคนอื่น และสิ่งที่เห็นคือ กระต่ายสีขาวตัวหนึ่งที่มีขาข้างหนึ่งเป็นสีดำ
ทำท่าเหมือนกำลังหาของ แล้วเค้าก็สงสัยว่าสิ่งที่เจ้ากระต่ายกำลังหาคืออะไร
อ๋อมันคือถุงมือสีขาวขนนุ่มราวกับขนกระต่ายที่เค้าเก็บได้กลางสนามเมื่อเช้านั่นเอง
เค้าจึงตามเจ้ากระต่ายไปแล้วยื่นถุงมืออันนั้นคึนให้
เจ้ากระต่ายดีใจพลันบอกให้เค้ากลับไปที่ห้องตามเดิม
เมื่อทาเคชิมองลงมาจากห้องมาตรงกึ่งกลางสนามก็เห็นเจ้ากระต่ายโบกมือให้เค้าแล้วเริ่มสวมถุงมือ
"แล้วหิมะก็เริ่มโปรยปราย" ทุกอย่างกลับมามีชีวิตเช่นเดิม

ผู้ช่วย : เรื่องเล่าของหนูประถมห้า

ในคอร์ตดอดจ์บอลที่เด็ก ป5 กะ ป6 กำลังแข่งกันเพื่อแย่งคอร์ต ใครชนะเอาคอร์ตไป
ด้วยความแข็งแกร่งของ ป6 ทำให้ได้เปรียบและตอนนี้ก็เหลือผู้เล่นของ ป5 อีกเพียงสามคนเท่านั้น
และการปรากฎตัวเข้ามาช่วยของเด็กชายสีฟ้ากับเด็กหญิงสีชมพูที่มีผ้าพันแผลที่ขาก็ทำให้ฝ่ายทีม ป5 ตีตื้นขึ้นมา
เกมกำลังสนุกแต่เสียงสัญญานปิดโรงเรียนก็ดังขึ้นทำให้ทุกคนต้องเลิกเล่น
ระหว่างทางกลับบ้านเด็ก ป6 ก็เข้ามาถามหาเด็กสองคนแต่เด็ก ป5 ไม่รู้จักเค้าซักคน
ระหว่างที่หาว่าสองคนนั้นคือใครทำไมถึงรู้จักพวกเค้า ทั้งหมดก็เคลื่อนขบวนไปที่บริเวณก่อสร้าง
มีการโค่นต้นซากุระ ทุบผนังห้องน้ำเพื่อปลูกสร้างอาคารเรียนตรงพื้นที่นั้น
แล้วพวกเค้าก็เหลือบไปเห็นป้ายห้องน้ำรูปคน
ป้ายของห้องน้ำชายสีฟ้า ของห้องน้ำหญิงสีชมพูซึ่งทาสีแดงตรงรอยแตกที่ขาข้างหนึ่ง

เกาะมหาสมบัติบนโต๊ะ : เรื่องเล่าของหนูประถมหก

ในโรงเรียน โต๊ะเรียนคือสมบัติตกทอดอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะสมัยก่อนโต๊ะเรียนเป็นไม้
มักโดนสลักปักชื่อและลวดลายไว้มากมาย เช่นเดียวกับโต๊ะของคิโยชิ
ในชั่วโมงที่แสนน่าเบื่อเค้าได้จ้องลองไปบนพื้นหน้าโต๊ะแล้วใช้ปากกาเชื่อมต่อลวดลายที่ถูกทิ้งไว้
กลายเป็นเรือใบที่เค้าชอบหลังจากนั้นจินตนาการเริ่มมาเมื่อเค้าสรรหาลวดลายให้กลายเป็นเกาะ
ทะเล คลื่น หิน แล้วเค้าก็เผลอหลับไป ปรากฏตัวอีกครั้งกลางทะเลด้วยเรือใบคู่ชีพ
เค้าแล่นเรือใบไปเจอเกาะซึ่งคิดว่ามีสมบัติซ่อนอยู่
เมื่อขึ้นไปบนเกาะก็โดนชายหนุ่มลึกลับจับตัวแล้วให้ตอบคำถามว่าเค้าผู้นั้นชื่ออะไร
ชื่อที่คิโยชิตอบกลับไปคืออิโนะอุเอะ โคโซ รุ่นที่สอง ชื่อที่สลักไว้บนโต๊ะของเค้านั่นเอง
เพื่อนๆในห้องต่างพากันหัวเราะ เค้าเจ็บใจจนขีดฆ่าชื่อนั้นด้วยปากกาเป็นวงกลม
แล้วต่อเติมส่วนลำต้นลงไป กลายเป็นต้นไม้ซึ่งเค้าคิดว่าน่าจะเป็นที่ซ่อนสมบัติ
แล้วก็เผลอหลับไปอีกครั้ง แต่ใต้ต้นไม้ที่เค้ากากบาทมาร์กจุดไว้กลับหาสมบัติไม่เจอ
เมื่อเดินทางต่อไปบนต้นไม้อีกต้นที่อยู่จุดสูงสุดของเกาะและคาดว่าน่าจะเป็นที่ซ่อนสมบัติ
ปรากฏว่าเค้าไปเจอเพื่อนร่วมชั้นคนนึงนอนพึงต้นไม้อยู่ สงสัยใคร่รู้ว่าเพื่อนมาได้ยังไง
จึงถามออกไปเพื่อนตอบว่ามาที่นี่เป็นประจำแล้วเค้าก็ถูกปลุก เพื่อนๆต่างหัวเราะอีกครั้งยกเว้นคนที่เค้าเจอในฝัน
คิโยชิถูกลงโทษโดยการให้ทำความสะอาดห้อง แล้วเค้าก็พบว่าโต๊ะของเพื่อนนักเรียนคนนั้นมีพื้นไม้หน้าโต๊ะ
ลวดลายบนโต๊ะเหมือนโต๊ะของเค้านั่นเอง

ร่างเดิม : เรื่องเล่าของหนูห้องพักครู

เรื่องราวของเด็กหญิงคนหนึ่งที่สืบเชื่อสายมาจากแม่มดใจดี
เธอคนนี้ใช้เวทย์มนตร์ได้แบบเดียวคือเวทย์มนตร์คืนร่าง
ระหว่างนั่งอยู่ที่บึงของโรงเรียน หนูน้อยเธอแปลกใจว่าทำไมกบสามตัวถึงนั่งเรียงกันจ้องหน้าเธอ
คิดได้ดังนั้นเธอก็นึกว่ากบเหล่านั้นคือเจ้าชายที่ถูกสาป
ด้วยความใจดีปนอยากรู้เธอจึงใช้เวทย์มนตร์คืนร่างให้กบ
แล้วทันใดนั้นกบก็กลายร่างเดิมกลับไปเป็นลูกอ๊อด
เมื่อครูสาวเดินผ่านมา เธอรู้สึกแปลกๆ หรือว่าเป็นเจ้าหญิงผู้ถูกสาปให้กลายเป็นครู
เธอจึงใช้เวทย์มนตร์คืนร่าง ครูสาวจึงคืนร่างเป็นเป็ด
เมื่อครูหนุ่มเดินผ่านมา เธอรู้สึกแปลกๆ หรือว่าเป็นเจ้าชายผู้ถูกสาปให้กลายเป็นครู
เธอจึงใช้เวทย์มนตร์คืนร่าง ครูหนุ่มจึงคืนร่างเป็นตัวแบดเจอร์
และหลังจากนั้นเธอจึงใช้เวทย์มนตร์คืนร่างให้ทุกคนในโรงเรียน
จนทำให้โรงเรียนไม่เหลือเงามนุษย์เลยแม้แต่คนเดียว

คาบวิชาหลังเลิกเรียน หรือหนูใส่รองเท้าบูต : เรื่องเล่าของหนูห้องพยาบาล

เป็นเรื่องราวของหนูโรงเรียนที่ทำตัวเลียนแบบแมวในหนังสือที่เค้าอ่าน
แมวใส่รองเท้าบูตที่ช่วยเหลือลูกชายคนทำแป้งให้ประสบความสำเร็จแต่งงานกับเจ้าหญิง
หนูใส่รองเท้าบูตจึงช่วยเด็กไม่เอาไหนคนหนึ่งที่เผอิญไปเจอในห้องพยาบาล
ให้กลายเป็นนักเรียนดีเด่น ด้วยการช่วยเหลือและสอนวิชาแก่เค้า
วันเวลาผ่านเปลี่ยนจากเด็กชายที่ไม่เอาไหนกลายเป็นประธานนักเรียน
และอยู่มาวันหนึ่งเด็กชายคนนั้นก็ของยกเลิกคาบวิชาหลังเลิกเรียนที่หนูใส่รองเท้าบูตต้องสอนวิชาแก่เค้า
เนื่องด้วยนิสัยไม่เอาไหนที่มาพร้อมตำแหน่งประธานนักเรียนนั่นเอง

หุ่นสายในตู้ : เรื่องเล่าของหนูห้องอุปกรณ์ศิลปะ

เรื่องราวสุดท้ายจากหนูโรงเรียน ที่เฝ้าแอบดูครูสอนศิลปะ
ในวันสุดท้ายของการสอนที่โรงเรียนนี้ หนูได้มอบของขวัญสั่งลาให้เค้าหนึ่งเรื่อง
อบอุ่นหัวใจอยากรู้ว่าเรื่องราวเป็นยังไงอ่านเองดีกว่าแล้วกัน (^_^)


มิตรภาพระหว่างหนูโรงเรียนตัวสุดท้ายกับคุณครูศิลปะที่ก่อตัวขึ้นพร้อมการเล่าเรื่องแสนสนุก
ผลงานของนักเขียนรางวัลโนมะ และรางวัลนานาชาติแอนเดอร์เซน
ส่วนเรื่องนี้ โฮคะโกะ โนะ จิคังวะริ - เรื่องเล่าจากหนูโรงเรียน
ทำให้เขาโอคะดะ จุน ได้รับรางวัลนักเขียนหน้าใหม่จากสมาคมวรรณกรรมเยาวชนแห่งญี่ปุ่น
ยืดอกยกมือว่าผมเป็นคนหนึ่งที่ชอบงานของคุณโอคะดะ มากเพราะหลงเสน่ห์จินตนาการและลายเส้น
ของเค้าจากโคะโสะอาโดะ ป่านั้นนี้โน้นไหนจนติดงอมแงม
ส่วนเล่มนี้เพิ่งมีโอกาสอ่าน เป็นอีกเรื่องในกองดองที่ต้องบอกว่าไม่ได้อ่านแล้วคงเสียใจ
สนุกตามสไตล์วรรณกรรมเยาวชน อ่านไปอมยิ้มไปกับเรื่องเล่าจากจินตนาการ





Create Date : 14 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 23 พฤศจิกายน 2553 0:58:31 น. 2 comments
Counter : 293 Pageviews.

 
น่าสนเนอะ พี่ไปหามาอ่านบ้างดีกว่า


โดย: หวานเย็นผสมโซดา วันที่: 16 พฤศจิกายน 2552 เวลา:12:41:00 น.  

 
เล่มนี้น่าอ่านอ่ะ
แต่ไม่กล้าอ่านรีวิวพลุ
เพราะพลุสปอยล์เก่ง ฮ่าๆ


โดย: ไอซ์คุง (ปีศาจความฝัน ) วันที่: 17 พฤศจิกายน 2552 เวลา:1:10:34 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

PTNCenter
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สวัสดีเพื่อนใหม่ทุกคนนะครับ
ผมเป็นมือใหม่หัดเล่น จริงๆรู้จักมานานแล่ะ แต่ไม่ได้เล่น หลังจากแวะเวียนไปมาหาสู่บล็อกคนอื่นๆมานานชักอยากจะมีเป็นของตัวเอง ก็เลยจัดการสร้างซะเลย

ผมชอบอ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลงมีความสุขดีครับ สำหรับคอเดียวกันทำความรู้จักกันได้นะครับ ยินดีอย่างยิ่งเลย
Friends' blogs
[Add PTNCenter's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.