JewelryBlog for you @ Prinsesirene by Nid

ผลงานของนิดจะอยู่ในหมวดที่ขึ้นต้นด้วย Jewelry Focus Collection.... by Prinsesirene

Group Blog
 
 
สิงหาคม 2550
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
8 สิงหาคม 2550
 
All Blogs
 

ประวัติ - วิธีฝึก -ข้อดีของ Yoga พร้อมภาพประกอบฝึกเองได้ค่ะ















Yoga เพื่อสุขภาพ



คำว่า อาสนะ มาจากรากศัพท์ภาษาสันสกฤตว่า อาส ซึ่งหมายถึง มีอยู่ อาศัยอยู่ใน นั่งเงียบๆ อยู่อาศัย พำนัก

ตามศัพท์ อาสนะ หมายถึงการนั่งหรือนั่งในท่าใดท่าหนึ่ง

ในเรื่องโยคะ อาสนะหมายถึงท่าและตำแหน่งตางๆ ในการฝึกโยคะ เช่น การยืนด้วยศีรษะ (ศีรษะอาสนะ) ท่าดอกบัว (ปัทมอาสนะ) ฯลฯ

อาสนะนับเป็นหนึ่งในแปดแขนงของโยคะแบบดั้งเดิม ในตำราโยคะสูตร มีส่วนที่ว่าด้วยปรัชญาของโยคะ คือ "ปธังชลี" ซึ่งให้คำจำกัดความอาสนะด้วยคำ 2 คำ คือ เสถียร และสุขุม

เสถียร หมายถึง ความมั่นคง ความคงที่ ความแน่วแน่ โดยมากจากรากศัพท์ว่า สถ ซึ่งหมายถึงการยืน
สุขุม หมายถึง การผ่อนคลาย สบาย ความสุข

เมื่อจิตของกายอยู่ในสภาวะที่ตรงข้ามกับเสถียรและสุขุม กล่าวคือ อยู่ในสภาวะไม่คงที่ จำกัด ร้อนรน และไม่มีสมาธิ จะทำให้เรามีแนวโน้มที่จะใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก ขัดแย้ง เครียด และขาดความสุข

การฝึกโยคะช่วยสร้างความคงที่และผ่อนคลายที่สัมผัสได้ผ่านจิตของกาย อันจะก่อประโยชน์ทั้งด้านสมาธิและชีวิตประจำวันโดยทั่วไป

การฝึกโยคะนั้นต่างจากการออกกำลังกายแบบอื่นๆ ที่เป็นที่นิยมกัน เช่น แอโรบิค ยกน้ำหนัก หรือวิ่งอย่างสิ้นเชิง จุดประสงค์ของการฝึกอาสนะไม่ใช่การพัฒนาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ หรือความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหัวใจ (แม้โยคะจะมีประโยชน์เช่นนั้นด้วยก็ตาม) แต่โยคะมีจุดประสงค์เพื่อฟื้นฟูจิตของกาย ให้กลับมาสู่สภาวะความเป็นอยู่ที่ดี ผ่อนคลาย และตื่นตัวอยู่เสมอ

การฝึกโยคะมีผลต่อจิตของกายในทุกๆ ด้าน เช่น ในด้านร่างกายโดยผ่อนคลาย รักษา และสร้างความแข็งแรง ยืดเส้นยืดสายระบบกระดูก กล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อหัวใจ ระบบการย่อยอาหาร ต่อมต่างๆ ในร่างกาย และระบบประสาท

ผลทางด้านจิตใจ จะเกิดผ่านการสร้างจิตใจที่สงบ ความตื่นตัวและสมาธิ

ผลทางด้านจิตวิญญาณ คือ การเตรียมพร้อมสำหรับการทำสมาธิ และสร้างความแข็งแกร่งจาก "ภายใน"









1. Utthita Hasta Padangusthasana ท่ายืนเหยียดขา-ด้านข้าง



- ยกเท้าขวาขึ้น กางออกไปด้านข้าง จากนั้นกางแขนออกด้านข้างในระดับเดียวกับหัวไหล่ พร้อมกับยืดอกขึ้น
- เหยียดขาขวาขึ้น ใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางคล้องที่นิ้วเท้าขวา
- ลำตัวตรง สายตามองไปด้านหน้า หรือด้านข้าง

ประโยชน์
เสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา ปรับปรุงความสมดุลของร่างกายและจิตใจ




2. Ardha Changrasana ท่าพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว



- ทรงตัวและทิ้งน้ำหนักตัวที่เท้าขวา
- วางมือขวาบนพื้น มือซ้ายไขว้ด้านหลัง
- ยกขาซ้ายขึ้น พร้อมเปิดสะโพกและหน้าอกขึ้น
- ยกแขนซ้ายขึ้น เอียงหน้าขึ้นบน มองปลายนิ้วมือซ้าย

ประโยชน์
เสริมสร้างความแข็งแรงให้ขา และปรับกระชับแนวกระดูกสันหลังส่วนล่าง ตลอด
จนประสาทที่เชื่อมต่อไปยังกล้ามเนื้อขา



3. Virabhadrasana-3 ท่านักรบ



- ยกแขนสองข้างขึ้นเหนือศีรษะ ยืดอกขึ้น
- โน้มตัวไปด้านหน้า ลดแขนลง พร้อมกับยกขาข้างหนึ่งขึ้นทางด้านหลังให้สะโพกอยู่ระดับเดียวกันกับลำตัว ตา มองตรงไปด้านหน้า

ประโยชน์
ช่วยให้กล้ามเนื้อขาแข็งแรงขึ้น และได้รูป ช่วยปรับอวัยวะในช่องท้อง และเสริม
สร้างสมดุลของร่างกายและจิตใจ



4. Natarajasana ท่าพระศิวะร่ายรำ



- ยืนทิ้งน้ำหนักตัวที่ขาซ้าย ขาขวายกสูงขึ้นไปด้านหลัง มือขวาจับที่ข้อเท้าขวาด้านใน
- ยกแขนซ้ายขึ้นเหนือศีรษะ ยืดอกขึ้น
- หันลำตัวไปด้านหน้า ลดแขนซ้ายลงขนานกับพื้น สายตามองตรงไปข้างหน้า ให้หัวไหล่สองข้างอยู่ในระดับเดียวกัน
- ค่อยๆลดสะโพก และขาขวาลง

ประโยชน์
ปรับสมดุลระบบประสาท เสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อขา และหัวไหล่



5. Vrksasana ท่าต้นไม้



- ยืนตรง งอเข่าขวาขึ้นออกด้านข้าง วางเท้าขวาที่ขาซ้ายด้านใน
- ยกแขนสองข้างขึ้นเหนือศีรษะ ฝ่ามือประกบกัน ยกอกขึ้น ลำตัวตรง
- ตามองตรงไปด้านหน้า
- ค่อยๆลดแขนลง แล้วประกบฝ่ามือสองข้างเข้าหากันในท่าพนมมือ

ประโยชน์
บรรเทาอาการปวดขาและสะโพก เพิ่มความยืดหยุ่นให้กล้ามเนื้อสะโพกและสันหลัง แก้ไขอาการไหล่คุ้ม ไหล่ห่อ ลดอาการปวดท้องในระหว่างมีประจำเดือน



รู้จัก Flow Yoga กันค่ะ (Gentle Flowเป็นแบบที่นิดเริ่มฝึกค่ะ)



โฟลว์ โยคะ (Flow Yoga) เป็นอีกหนึ่งรูปแบบของโยคะ ที่ประยุกต์ขึ้นเพื่อตอบสนองรูปแบบชีวิตในปัจจุบันที่ผู้ฝึกหัด
มักมีเวลาจำกัด แต่ยังต้องการให้ได้รับประโยชน์ต่อร่างกายสูงสุด
แนวทางการฝึกโฟลว์โยคะจะเน้นหนักไปที่การบริหารร่างกาย มากกว่าการฝึกสมาธิ เช่น การเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับร่างกาย เสริมสร้างความสมดุล ตลอดจนฝึกความสัมพันธ์ของร่างกาย ด้วยการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องจากอาสนะหนึ่งสู่อีกอาสนะด้วยการกำหนดลมหายใจ โดยแบ่งความยากง่ายของการปฏิบัติเป็น 3 รูปแบบด้วยกัน

Gentle Flow เป็นท่วงท่าโยคะแบบพื้นฐานที่ผู้ฝึกหัดจะสามารถปฏิบัติได้ง่ายแม้จะไม่เคยฝึกหัดมาก่อนเลยก็ตาม
ช่วยเพิ่มความผ่อนคลายให้กับจิตใจ ลดความตึงเครียด และคลายความอ่อนล้าของกล้ามเนื้อ เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจอยากเริ่มเรียนรู้โยคะ และเป็นการบริหารสุขภาพร่างกายที่ปลอดภัยสำหรับช่วงตั้งครรภ์

Dynamic Flow เป็นการฝึกด้วยท่วงท่าโยคะที่ยากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีพื้นฐานการฝึกโยคะมาก่อน การฝึกไดนามิก โฟลว์จะช่วยทำให้กล้ามเนื้อมีความกระชับแข็งแรง ทำให้รูปร่างเพรียวขึ้น และดูดีสมส่วนมากยิ่งขึ้น

Hot Flow ผู้ฝึกหัดนอกจากจะต้องมีพื้นฐานการฝึกโยคะมาก่อนแล้ว ยังต้องมีความแข็งแรงของร่างกายประกอบด้วย เนื่องจากจะต้องฝึกในห้องที่มีอุณหภูมิสูงถึง 37 องศา ซึ่งจะช่วยสร้างความแข็งแกร่งอดทนให้กับร่างกาย และขับเหงื่อได้เป็นอย่างดี
font>



ประโยชน์ของ Flow Yoga



- ช่วยกระชับ และเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อ
- เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับร่างกาย
- ผ่อนคลายความเครียดจากงานและชีวิตประจำวัน
- เสริมสร้างสุขภาพโดยรวมให้ดีขึ้น



ข้อควรระวังในการฝึกหัด



- ฝึกตามสมรรถภาพร่างกาย อย่าฝืนตนเอง เพื่อหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บ
- ไม่ควรฝึกหลังจากอิ่มอาหารใหม่ๆ ควรรอสัก 2-3 ชั่วโมง หลังจากอิ่มอาหารมื้อใหญ่ หรือ 1 ชั่วโมงหลังจากอิ่มอาหารว่างหลังจากฝึกแล้ว ควรจะรอสัก 1 ชั่วโมง แล้วจึงค่อยรับประทานอาหาร
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนการฝึกหัด Hot Flow ในห้องที่มีอุณหภูมิสูง
- ไม่ควรดื่มน้ำในระหว่างการฝึก (ยกเว้นระหว่างการฝึก Hot Flow) ให้ดื่มน้ำภายหลังฝึกเสร็จแล้ว 30 นาที เพราะในระหว่างการฝึก ไฟธาตุ (Agni) จะถูกกระตุ้น เพื่อการขับของเสียในร่างกาย ซึ่งการดื่มน้ำเข้าไปจะทำให้ร่างกายเย็นทำให้มีผลต่อกระบวนการขับของเสีย
- ควรถอดเครื่องประดับประเภท เพชร พลอย และนาฬิการะหว่างการฝึก เพราะเครื่องประดับเหล่านี้จะรบกวนการไหลเวียนของพลังงานในร่างกาย



เตรียมพร้อมสำหรับ Flow Yoga



เช่นเดียวกับการฝึกโยคะทั่วไป โฟลว์ โยคะ (ยกเว้น Hot Flow) ควรจะฝึกในห้องที่มีอากาศถ่ายเทดี สะอาดและเงียบสงบ สวมเสื้อผ้าที่ใส่สบาย ไม่รัดรูป และไม่รุงรัง เลือกเพลงเบาๆ ที่ฟังสบาย เพื่อเสริมสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายในการฝึกหัด โฟลว์ โยคะ สามารถจะฝึกเวลาใดก็ได้ แต่ควรจะฝึกให้เป็นประจำ และสม่ำเสมอ เวลาการฝึกที่แตกต่างไปในระหว่างวัน ให้ผลลัพธ์ต่อร่างกายที่แตกต่างกัน

- ในช่วงเช้าตรู่ จิตใจมักจะสงบ และสดชื่น แต่ร่างกายอาจจะยังคงเฉื่อยชาอยู่ จึงควรฝึกในท่าที่ใช้กำลังน้อย และใช้ความคิด
- ในช่วงสายสามารถฝึกหัดได้อย่างเต็มรูปแบบ เพราะจิตใจและร่างกายอยู่ในสภาพตื่นตัวอย่างเต็มที่
- ช่วงบ่ายและเย็น ร่างกายจะกระฉับกระเฉง มีความอ่อนตัว แต่อาจจฝึกได้ไม่นานนักเพราะความทนของร่างกายจะลดน้อยลง จึงควรฝึกท่าที่มีความเสี่ยงน้อย หรือฝึกซ้ำในท่าเดิม
- ช่วงค่ำ ร่างกายและจิตใจมักจะเหน็ดเหนื่อยอ่อนล้าแล้ว จึงควรเลือกฝึกท่าง่ายๆ และเน้นการฝึกหายใจไม่ควรที่จะฝึกหนัก เพราะอาจจะทำให้นอนไม่หลับ



ขอบคุณข้อมูลจาก Fitness First ค่ะ







 

Create Date : 08 สิงหาคม 2550
7 comments
Last Update : 4 สิงหาคม 2551 14:55:39 น.
Counter : 2504 Pageviews.

 

มีประโยชน์มากคะ ขอบคุณจ้า

 

โดย: NuOnt 8 สิงหาคม 2550 18:12:23 น.  

 

ขอบคุณสำหรับสิ่งดี ๆ มีประโยชน์ค่ะ

 

โดย: สุภาภรณ์ IP: 203.113.50.141 8 สิงหาคม 2550 19:01:10 น.  

 

แวะเข้ามาชมเพราะสนใจโยคะอยู่พอดี ขอบคุรมากค่ะ

 

โดย: yaowalak IP: 125.27.207.169 9 สิงหาคม 2550 22:53:32 น.  

 

ตอนนี้เรียนอยู่เหมือนกันค่ะ แต่เป็นโยคะผสมฤาษีดัดตน สบายๆค่ะ ทีแรกเลยผิดพลาดเพราะเริ่มจากAshtanga โดยไม่มีพื้นฐาน เลยบาดเจ็บ ตอนนี้เลยคล่องตัวขึ้นค่ะ
ยินดีที่ได้รู้จักน่ะค่ะ เนื้อหาดีมากเลยค่ะ ขอบคุณน่ะค่ะ

 

โดย: boonroenj@hotmail.com IP: 124.120.103.171 12 สิงหาคม 2550 13:05:56 น.  

 

อยากหัดเหมือนกันค่ะแต่ยังไม่มีโอกาสสักที

 

โดย: แมวมี่ 3 ตุลาคม 2550 16:27:59 น.  

 

การเลือกเพลงมาใช้ในการฝึกโยคะ มีหลักการเลือกยังงัยค่ะ อยากรู้อ่ะ กำลังสนใจเรื่องโยคะอยู่อ่ะ

 

โดย: akizaa IP: 202.28.62.245 20 มีนาคม 2551 10:56:42 น.  

 

ดีที่หางานเจอ

 

โดย: ณัฐพร เกิดสวัสดิ์ IP: 202.143.169.11 28 มกราคม 2552 9:59:25 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


prinsesirene
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




นิดเรียนจบมาทางด้าน Productdesign ที่ มหาวิทยาลัยรังสิตค่ะ รู้ว่าตัวเองชอบออกแบบ Jewelry ก็ตอนที่ทำ Thesis จบแล้วก็ทำงานเป็น DesignerJewelry ค่ะ และก็ได้มีโอกาสสร้าง Brand ของตัวเองชื่อว่า " Prinsesirene และ BenvyU" Themeหลักในการออกแบบอยากจะให้มีกลิ่นของศิลปะในแขนงต่างๆ ใน Style Contemporary

Diary เล่มนี้ นิดได้รวบรวมภาพ ข้อมูลและเคล็ดลับดีๆเกี่ยวกับ Jewelry พร้อมทั้ง Lifestyle ขึ้นมาเล่าเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันนะคะ

ส่วนของผลงานได้รับการออกแบบจากทีม Designer Prinsesirene สุดหรรษาทั้งหมด และได้รับการจดสิทธิบัตรค่ะ ขอสงวนสิทธิเว้นจากการ Copy นะคะ แต่หากเป็นแรงบันดาลใจได้นิดยินดีค่ะ

ถ้าช่วงไหนนิดไม่เป็นพวกนักออกแบบ Tistag. จะหาเวลามา update! เพิ่มขึ้นเรื่อยๆนะคะ

Welcome My..blog

Jewelry Box




Hilight My Group Blog ?

Designer Guide

Designer Guide คือส่วนที่เอาไว้ให้ความรู้เกี่ยวกับ Tip & Trick ในเรื่องของแฟชั่นแต่เน้นไปทางเครื่องประดับค่ะ

Hip - Hot - Chic

Hip – Hot – Chic สำหรับ Design Product & Lifstyle ใหม่ๆ ที่น่าสนใจ

History to wear

History to wear หัวข้อนี้จะนำความรู้เกี่ยวกับยุคต่างๆของเครื่องประดับและเครื่องแต่งกายมาให้อ่านเป็นความรู้สำหรับคนชอบแนว Retroค่ะ

Health & Beauty

Health & Beauty สำหรับคนรักสุขภาพและความงามค่ะ

A Fashionable Life

A Fashionable Life คือส่วนที่นำ idea เก๋ๆ รอบตัวมาให้อ่านกันค่ะ

Update! ข่าวสารและสาระเกี่ยวกับเครื่องประดับ

Howto ออกแบบเครื่องประดับในหัวข้อ Update! ข่าวสารและสาระเกี่ยวกับเครื่องประดับ

Counters

web site traffic stats page
Get a free web page counter here.

My ... music

^ My love song.. My Playlists ^

มุมค้นหา

Google
Friends' blogs
[Add prinsesirene's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.