Movie Review by negima
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2554
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
16 สิงหาคม 2554
 
All Blogs
 
Larry Crowne - "ชีวิตไม่เคยมีคำว่าสายที่จะเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง"



[บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของภาพยนตร์]



Larry Crowne คือชายวันกลางคนที่เป็นมิตรกับทุกคน เขาเป็นคนขยันแสนซื่อที่หลังจากปลดประจำการจากการเป็นพ่อครัวให้นาวิกโยธินถึง 20 ปีเต็มก่อนจะย้ายมาทำงานเป็นพนักงานขายให้กับบริษัทแห่งหนึ่ง ด้วยความขยันของเขาทำให้เขาได้รับเลือกเป็นพนักงานดีเด่นถึง 9 ครั้ง จนกระทั่งด้วยพิษของเศรษฐกิจเล่นงานทำให้บริษัทต้องปรับโครงสร้างภายในและต้องมีการปลดพนักงานบางส่วนออกไป ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ Larry นั่นเอง โดยทางบริษัทให้เหตุผลที่ว่าแม้เขาจะเป็นคนขยันแต่คุณสมบัติด้านการศึกษาที่ไม่ได้จบจากมหาวิทยาลัยมานั้นเป็นจุดอ่อนที่ทำให้โอกาสในการเจริญก้าวหน้าในสายงานนั้นอยู่ในระดับที่ต่ำมากเขาจึงถูกไล่ออกแบบสายฟ้าผ่า


Larry กลับบ้านมาตั้งหลักและลองเริ่มต้นตระเวนสมัครงานตำแหน่งพนักงานขายในหลายๆที่ของเมืองแต่ก็ล้วนพบแต่ความผิดหวัง นั่นทำให้เขาต้องกลับมานั่งคิดทบทวนชีวิตใหม่ทั้งหมดอีกครั้ง ก่อนที่จะมาจบลงที่การเลือกเริ่มต้นใหม่อีกครั้งในรั้วมหาวิทยาลัยเพื่อศึกษาเล่าเรียนให้จบปริญญาให้ได้ ซึ่งในรั้วนี้เองที่เขาได้พบกับเพื่อนใหม่ต่างวัยมากมาย และด้วยการชักชวนของเพื่อนใหม่ทำให้เขาได้ไปอยู่ในแก็งค์รถสกู๊ตเตอร์ประจำเมือง แต่สิ่งที่ทำให้โลกของเขาเปลี่ยนไปอย่างแท้จริงคือการที่ได้พบกับ Mercedes Tainot ครูประจำวิชาวาทะศิลป์ในวิชาเลือกของเขา ทั้งหมดนี้จะนำมาซึ่งเรื่องราวที่จะแสดงให้เห็นว่าชีวิตไม่เคยมีคำว่าสายที่จะเริ่มต้นใหม่ไม่ว่าจะเรื่องใดก็ตาม. . .



“Larry Crowne” นำเสนอเรื่องราวของตัวละครเอกเจ้าของชื่อเรื่องในช่วงจุดตกต่ำที่สุดไปยังหนทางสู่การค้นพบโอกาสใหม่อีกครั้งในอารมณ์แนวฟิวกู๊ด ซึ่งหนังทำได้ดีในการแสดงให้เห็นค่าของการ ‘เริ่มต้น’ ทั้งในเรื่องการเรียน,การทำงาน,การผูกมิตร ตลอดจนการค้นพบความรัก ซึ่งสิ่งที่หนังพยายามสื่อออกมาก็ถือว่าน่าพอใจในระดับหนึ่งครับ ที่บอกว่าใน ‘ระดับหนึ่ง’ เพราะหนังยังเหมือนนำเสนอเรื่องราวในส่วนต่างๆเพียงแค่อย่างละนิดละน้อยไม่ได้เจาะลงไปในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นพิเศษ พร้อมมีจุดที่หนังนำเสนอได้ไม่ค่อยจะชัดเจนอยู่บ้าง อย่างในเรื่องความตั้งใจที่อยากจะเข้ามาเรียนมหาวิทยาลัยให้จบอีกครั้ง ที่หนังเน้นแค่เพียงว่า Larry อยากมาเรียน ซึ่งจริงๆหนังน่าจะเจาะลงไปที่แรงขับจากการที่ถูกไล่ออกเพราะไม่ได้เรียนสูงมาเค้นอารมณ์ผู้ชมให้มากกว่านี้อีกสักนิด หรือ เรื่องการที่ Larry เลือกเรียนวิชาวาทะศิลป์ เพราะอธิการฯแนะนำวิชานี้ แต่ในฉากจบของเรื่องที่ Larry พูดในชั้นเรียนที่เขาเพิ่งจะเผยว่าก่อนหน้านี้แท้จริงแล้วก่อนจะลงเรียนวิชานี้เขาเป็นคนที่พูดไม่เก่งเลย ซึ่งภาพเหล่านั้นหนังไม่ได้มีการนำเสนอให้ผู้ชมเห็นแต่อย่างใดตั้งแต่ต้นเรื่อง และถ้ามีเสริมเข้ามาอารมณ์โดยรวมของหนังน่าจะลงตัวกว่านี้แน่นอน


(หรือแม้แต่การที่ตัวละคร Talia เลือกที่จะลาออกจากมหาวิทยาลัยเพื่อมาเปิดร้านของตัวเอง ซึ่ง Larry ก็ทำได้เพียงถามถึงสาเหตุที่ไม่ยอมเรียนให้จบ โดยไม่มีการให้คำแนะนำอะไรแก่เธอเลย ทั้งที่ตัวเขาเองเข้าใจถึงผลของการไม่ได้เรียนระดับปริญญานี้ดีที่สุดก็ตาม)




หนังมีการนำเสนอให้เห็นว่าหลังจาก Larry เรียนไปได้สักระยะแล้วเขาสามารถนำการเรียนมาใช้ในการดำเนินชีวิตและจัดการปัญหารอบตัวได้ดีขึ้นจากเดิม อาทิการจัดการเรื่องหนี้สินกับบ้าน จากวิชาเศรษฐศาสตร์ และชีวิตของเขาก็เริ่มดีขึ้นอย่างต่อเนื่องทีละน้อยๆ

แต่ถึงกระนั้นส่วนที่ดีที่สุดของเรื่องคือการนำเสนอ ‘ความแตกต่าง’ ระหว่างตัวละครเอกทั้ง 2 โดยเริ่มจาก Larry ที่หนังนำเสนอให้เห็นว่าการเริ่มต้นใหม่ในรั้วมหาวิทยาลัยอย่างสดใส แต่ในทางกลับกัน Mercedes ครูสาวที่กำลังอยู่ในช่วงจุดตกอับของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นชีวิตคู่ที่กำลังอยู่ในช่วงใกล้แตกหักกับสามีที่วันๆไม่ทำอะไรนอกจากเข้าเว็ปฯลามก บวกกับชีวิตการงานในตำแหน่งครูที่เธอเริ่มรู้สึกเบื่อหน่ายกับการสอนเด็กในห้อง ด้วยสาเหตุที่วิชาของเธอมักจะมีเด็กมาเข้าเรียนน้อยอยู่เสมอ ทำให้เธอคิดว่าเด็กสมัยนี้ไม่ค่อยมีใครที่มีจิตใจฝักใฝ่การเรียนหลงเหลืออยู่แล้ว มีก็แต่พวกที่ลงทะเบียนเรียนเช้าแล้วมานั่งหลับรอสอบปลายเทอมอย่างเดียว นั่นทำให้เธออดคิดในใจไม่ได้ว่าจะมีสักคนไหมที่ชีวิตจะเปลี่ยนไปด้วยวิชาที่เธอสอน ซึ่งหนังนำเสนอความแตกต่างของ 2 ตัวละครนี้ได้ดีและชัดเจนทีเดียวครับ


หนังนำเสนอให้ผู้ชมให้เห็นว่าไม่มีใครที่จะแก่เกินที่จะเรียนไม่ว่าจะเป็นการเรียนในห้อง หรือ แม้แต่การเรียนรู้โลกภายนอกก็ตาม เพราะสิ่งเหล่านี้ล้วนรอให้เราก้าวออกไปค้นหาและทำความเข้าใจกับมันอยู่ตลอดเวลา อยู่ที่ว่าเราได้ให้โอกาสตัวเองได้ ‘เริ่มต้น’ ที่จะก้าวออกไปหรือยังเท่านั้นเอง





ด้านนักแสดงแน่นอนว่าทั้ง Tom Hanks และ Julia Roberts ทำได้ดีอย่างไม่มีข้อติ ส่วนนักแสดงรายอื่นๆก็ถือว่าทำได้ดีในส่วนของตนเองเช่นกันทั้ง Gugu Mbatha-Raw ในบท Talia ที่ดูสดใสร่าเริงสุดๆ หรือจะเป็น Rami Malek กับบทนักเรียนหนุ่มสุดกวนประจำชั้นเรียน


บทสรุปของเรื่องหนังเผยให้ผู้ชมเห็นว่าในเทอมต่อมาของภาคเรียนนั้น Larry ยังคงมุ่งมั่นที่จะเรียนต่อไปให้จบ โดยไม่เผยว่าในคลาสเรียนวิชาของ Mercedes เขาได้ลงทะเบียนเรียนหรือไม่ แต่ที่ผู้ชมรู้ได้อย่างแน่นอนเลยก็คือตอนนี้ชีวิตของ Larry กับ Mercedes ที่ผ่านเรื่องร้ายๆจนล้มไม่เป็นท่านั้นได้ผ่านไปแล้ว และชีวิตใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น ณ บัดนี้





Create Date : 16 สิงหาคม 2554
Last Update : 16 สิงหาคม 2554 16:47:38 น. 1 comments
Counter : 696 Pageviews.

 
อยากดูหนังเรื่องนี้จัง


โดย: คนขับช้า วันที่: 17 สิงหาคม 2554 เวลา:17:33:12 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

negima_xx
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




!#@# สวัสดีครับ กับทุกๆคนที่เข้ามาสู่ Blog นี้ของผม ขอให้สนุกกับการอ่านรีวิวภาพยนตร์ต่างๆนะครับ อาจจะมีถูกใจมั้ง ไม่ถูกใจมั้ง เพื่อนๆคนไหนคิดเห็นเหมือนกัน หรือแตกต่างกันตรงไหนก็บอกกล่าวกันได้ครับ ^^ #@#!

ฝาก Facebook We Love Movie Club ไว้ด้วยนะครับ



**ปล.ใครจะนำบทความของผมไปลงที่ไหนรบกวนช่วยแจ้งให้ทราบกันหน่อยก็ดีนะครับ และอย่าลืมลงเคดิตให้พร้อมด้วย อย่างน้อยๆก็เพื่อเป็นกำลังใจให้ผมหน่อยก็ยังดี ขอบคุณครับ ขอให้มีความสุขกับการเยี่ยมชมบล็อกครับ**