Movie Review by negima
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2554
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
19 พฤษภาคม 2554
 
All Blogs
 
Priest – "ศึกนักบวชพิฆาตปะทะแวมไพร์ที่ผลลัพท์เป็นกลาง"



"ผู้คนมีความศรัทธาว่าศาสนาจะปกป้องพวกเขาได้ แต่จะมีประโยชน์อันใดหากศรัทธานั้นคือคำลวง !"


"Priest" คือหนังแอกชั่นที่อ้างอิงมาจากหนังสือการ์ตูนชื่อดังจากเกาหลี ว่าด้วยโลกในอนาคตเมื่อสงครามระหว่างมนุษย์กับแวมไพร์สิ้นสุดลง โดยฝ่ายศาสนจักรเป็นผู้กุมชนะเหลืออสูรดูดเลือด ทว่าความสงบในช่วงหลายปีที่มีมากำลังจะสิ้นสุดลงเมื่อ เกิดเหตุการณ์สังหารโหดขึ้นที่นอกเมืองเขตควบคุมของศาสนจักรพร้อมด้วยการที่หลานสาวของนักบวชพิฆาตระดับแถวหน้าแห่งศาสนจักรถูกลักพาตัวไปโดยฝูงแวมไพร์นอกรีตพันธ์ใหม่ แต่ศาสนจักรกลับไม่คิดจะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเนื่องจากมั่นใจว่ายุคของแวมไพร์จบสิ้นไปนานแล้ว เขาจึงต้องหันหลังให้ศาสนจักรและแหกทุกกฎของนักบวชเพื่อภารกิจล่าแวมไพร์นอกรีตเพื่งชิงตัวหลานสาวคืน พร้อมหาคำตอบของปริศนาแวมไพร์พันธ์ใหม่ ด้วยการช่วยเหลือของนายอำเภอหนุ่มจากเมืองคนบาป งานนี้นอกจากจะต้องแข่งกับเวลาแล้ว พวกเขายังต้องถูกตามล่าจากกลุ่มนักบวชพิฆาตที่เหลือที่ถูกส่งมาตามจับผู้ทรยศต่อพระเจ้าด้วย !




"Priest" คือผลงานลำดับต่อมาของผู้กำกับ Scott Charles Stewart เจ้าของผลงานศึกเทพเจ้าสุดแนวอย่าง Legion ในปี 2009 ที่ โดยในงานล่าสุดนี้ก็ยังคงเป็นเรื่องราวเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับพระเจ้าและเหล่าปีศาจอยู่เช่นเคย แต่เปลี่ยนฉากหลังมาเป็นโลกในอนาคตแทน


หนังมาพร้อมการดำเนินเรื่องที่รวดเร็วตั้งแต่เปิดเรื่องจนฉากสุดท้าย บวกกับความยาวเพียง 1 ชั่วโมง 28 นาทีเท่านั้น แม้การเดินเรื่องรวดเร็วและกระชับตรงนี้จะเป็นผลดีในแง่ของการทำให้ผู้ชมตื่นตัวไปกับการติดตามเนื้อเรื่อง แต่นั่นก็ทำให้เรื่องของ “รายละเอียดตัวละคร” ต่างๆนั้นแทบจะไม่มีการเจาะลึกลงไปแต่อย่างใด ทั้งที่หนังมีตัวละครที่มีปมต่อทั้ง แวมไพร์ , ศาสนจักร และสังคมทั่วไปที่กระทำต่อเหล่านักบวชพิฆาตที่ปลดประจำการแล้วที่สามารถนำมาขยายความได้อีก ไม่เว้นแม้แต่เรื่องความสัมพันธ์ของตัวละครต่างๆด้วยกันเองที่สามารถนำมาเสริมส่วนของดราม่าได้อีกเยอะถ้าคิดจะทำครับ จนอดคิดไม่ได้ว่าบางทีถ้าหนังเพิ่มความยาวเข้าไปอีกสัก 20-30 นาที ตัวหนังอาจจะออกมาสมบูรณ์กว่านี้ด้านเนื้อหามากเลยทีเดียว



หรือถ้าจะบอกว่าหนังตัดเนื้อหาของรายละเอียดตัวละครออกไปเพื่อเสริมในส่วนของแอกชั่นให้เต็มที่มากขึ้น อันนี้ก็คงจะไม่ถูกครับ เพราะในแง่ของความเป็นหนังแอกชั่นเอง "Priest" ก็ยังถือว่ามีความเป็นแอกชั่นที่ยังไม่เต็มที่สักเท่าไหร่ ยิ่งในส่วนของสเปเชี่ยวเอฟเฟ็กนั้น เรื่องนี้มีทั้งฉากที่ทำออกมาเนียนบ้าง ไม่เนียนบ้าง สลับกันไปมา แต่ภาพรวมแล้วก็ยังอยู่ในระดับที่น่าพอใจอยู่ครับ ถึงอย่างนั้นแม้สเปเชี่ยวเอฟเฟ็กจะยังไม่ค่อยเนียน แต่ด้านไอเดียการออกแบบฉากบู๊ต่างๆในเรื่อง ผมว่าอยู่ในระดับที่ดีเลยเช่นกันครับ ไม่ว่าจะเป็นฉากการต่อสู้กับอสูรเฝ้าถ้ำ,ฉากการต่อสู้กับแวมไพร์ด่านกักกันร้าง ที่โชว์ความเท่ของนักบวชพิฆาตได้มีสไตล์สุดๆ หรือแม้แต่ฉากจบของเรื่องที่ถ้าขยายเวลาให้ยาวกว่านี้สักนิดเพื่อให้ผู้ชมค่อยๆซึมซับความมันส์กว่านี้จะดีมากๆครับ



จุดเด่นที่สุดที่หนังมีก็คือ การที่หนังมี “สไตล์” เป็นของตัวเองที่เป็นเอกลักษณ์แปลกตาครับ ไม่ว่าจะเป็นภาพนักบวชพิฆาตในเครื่องแบบแนวโบราณ พร้อมอาวุธคู่กาย รูปร่างแปลกตามากมาย บวกกับยานพาหนะรูปทรงแปลกๆสุดไฮเทค ที่ทางผู้สร้างสามารถนำมารวมกันได้อย่างกลมกลืนทีเดียว



ด้านนักแสดง หนังได้ Paul Bettany กลับมาร่วมงานกับ ผู้กำกับ Scott Charles Stewart อีกครั้งหลังจาก Legion ซึ่งก็ดูเขาเหมาะกับบทที่เกี่ยวข้องกับศาสนาหรือพระเจ้าดีครับ แต่ส่วนนักแสดงชื่อดังคนอื่นๆอย่าง Cam Gigandet และ Maggie Q ที่เหมือนถูกนำมาใช้งานได้ไม่เต็มที่เท่าไหร่ โดยเฉพาะกับรายของ Karl Urban ที่บทน้อยมากจนบางคนอาจจะยังไม่ทันสังเกตเลยว่าร่วมดงในเรื่องนี้ด้วย! ส่วนรายที่โดนเด่นบนจอและน่าจับตาก็คงเป็นสาวสวยมาแรง Lily Collins ในบท Lucy ที่ดูดีมากๆในชุดโบราณในหนังเรื่องนี้


ส่วนของ ‘ฉากจบ’ ของเรื่อง หนังก็พยายามทิ้งปมไว้เพื่อดึงเนื้อหาไปยังภาคสอง ซึ่งเป็นลักษณะของฉากจบที่หนังยุคนี้นิยมใช้กันแพร่หลาย แต่สิ่งที่แตกต่างกันของแต่ละเรื่องคือ จะมีสักกี่คนที่เมื่อชมจบแล้วจะอยากดูภาคต่อไปบ้าง ซึ่งกับหนังเรื่องนี้แล้ว ส่วนตัวรู้สึกเฉยๆสะมากกว่า ทำนองถ้าสร้างต่อก็ดู ถ้าไม่สร้างให้จบ ณ ตรงนี้ ก็โอเค ไม่ว่ากันครับ



โดยรวมแล้ว "Priest" จัดเป็นหนังแอกชั่นที่อยู่ในระดับใช้ได้ครับ เนื่องจากตัวหนังยังอยู่ในระดับที่ขาดๆเกินๆไปอยู่บ้าง แม้จะมีวัสถุชั้นดีอยู่ในมือ แต่ก็ไม่สามารถหยิบมานำเสนอได้อย่างเต็มที่ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดายทีเดียว และถ้าจะมีสิ่งหนึ่งที่ผู้ชมจะจำได้จากหนังแอกชั่นแสนรวบรัดเรื่องนี้ก็คงเป็นภาพนักบวชพิฆาตพร้อมอาวุธแปลกตาครบมือ มากกว่าความเป็นหนังแอกชั่นที่ให้ความบันเทิงระดับที่น่าจดจำเป็นพิเศษอย่างแน่นอน





Create Date : 19 พฤษภาคม 2554
Last Update : 19 กรกฎาคม 2554 0:31:46 น. 1 comments
Counter : 1685 Pageviews.

 
Paul Bettany ได้รับบทนี้น่าเป็นเพราะแสดงบทพระในเรื่อง Da vin ci code ได้เป็นที่น่าจดจำ เป็นดาราที่มีความสามารถด้านการแสดงหลายด้าน อย่างเรื่อง A knight's tale และ A beautiful mind และยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลประกอบฝ่ายชายจากหนังหลาย ๆเรื่อง ที่เขาแสดง


โดย: psw2548 IP: 223.207.53.171 วันที่: 28 มิถุนายน 2554 เวลา:9:28:21 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

negima_xx
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




!#@# สวัสดีครับ กับทุกๆคนที่เข้ามาสู่ Blog นี้ของผม ขอให้สนุกกับการอ่านรีวิวภาพยนตร์ต่างๆนะครับ อาจจะมีถูกใจมั้ง ไม่ถูกใจมั้ง เพื่อนๆคนไหนคิดเห็นเหมือนกัน หรือแตกต่างกันตรงไหนก็บอกกล่าวกันได้ครับ ^^ #@#!

ฝาก Facebook We Love Movie Club ไว้ด้วยนะครับ



**ปล.ใครจะนำบทความของผมไปลงที่ไหนรบกวนช่วยแจ้งให้ทราบกันหน่อยก็ดีนะครับ และอย่าลืมลงเคดิตให้พร้อมด้วย อย่างน้อยๆก็เพื่อเป็นกำลังใจให้ผมหน่อยก็ยังดี ขอบคุณครับ ขอให้มีความสุขกับการเยี่ยมชมบล็อกครับ**