Movie Review by negima
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2552
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
11 พฤษภาคม 2552
 
All Blogs
 
Star Trek - "การกลับมาที่ “ยอดเยี่ยม” ของ Sci-Fi Adventure อันดับ 1 ตลอดกาล"



Star Trek / The Dark Knight แห่งปี 2009 ด้วยความ “ยอดเยี่ยม” ในทุกด้าน


หลังห่างหายไปนานจากภาคหลังสุดในปี 2002 สุดยอดหนังไซไฟยุค ‘60 ที่โด่งดังตั้งแต่สมัยเป็นซี่รี่ย์ฉายทางโทรทัศน์ ทั้งสร้างปรากฎการณ์ใหม่ๆในด้านของโลกภาพยนตร์และเทคโนโลยี ตลอดจนทรงอิทธิพลต่อวงการวิทยาศาสตร์และทำให้คนกว่าครึ่งค่อนโลกต่างพากันคลั่งไคล้กับเรื่องราวของการผจญภัยตลุยไปในอวกาศยังดินแดนที่ลึกลับและไม่เคยมีใครไปถึงมาก่อนกับยาน “เอ็นเตอร์ไพรส์” กับ “เจมส์ ที. เคิร์ก” กัปตันของยานและเหล่าลูกเรือสุดกล้าหาญทั้งหลายและในปีนี้เอง Star Trek ก็กลับมาอีกครั้งด้วยการยกเครื่องใหม่ทั้งหมดเพื่อมาตอกย้ำการเป็นที่หนึ่งของหนังไซไฟอวกาศแห่งโลกภาพยนตร์ โดยการกุมบังเหียดของผู้กำกับมือฉกาจอย่าง “เจ.เจ. อับรามส์” ผู้ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความสดใหม่ในด้านการนำเสนอแห่งยุคนี้




Star Trek ภาคนี้เล่าย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นที่เป็นดั่งโชคชะตาของเด็กหนุ่ม 2 คน คือ “เจมส์ ไทบีเรียส เคิร์ก” เด็กหนุ่มที่มีความเป็นผู้นำในตัวเฉกเช่นเดียวกับผู้เป็นพ่อ ส่วนอีกคนคือ “สป็อค” ลูกผสมระหว่างวัลแคนและมนุษย์ ทั้งคู่ต่างมาเรียนที่สถาบันสตาร์ฟลีทเพื่อที่จะค้นหาตัวตนของพวกเขาเอง หลังจากล่ำเรียนอยู่หลายปีทั้งคู่ก็ได้มาเป็นลูกเรือในยาน “ยูเอสเอส เอ็นเตอร์ไพรส์” ยานอวกาศที่ทันสมัยที่สุดที่เคยมีมา แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นกับการปรากฎตัวของยานลึกลับนาม “เนราดา” ที่มีกัปตัน “นีโร” ชาวโรมูรันผู้ที่มีเป้าหมายหวังทำลายดาวทุกดวงในจักรวาล พร้อมเป็นผู้กุมบางอย่างเกี่ยวกับการตายของพ่อของเคิร์กไว้ เคิร์กและสป็อคจึงต้องร่วมมือกันต่อกรวายร้ายตนนี้ พร้อมได้รับความช่วยเหลือจากลูกเรือต่างๆอย่าง “เลนนาร์ด โบนส์ แม็คคอย” แพทย์ประจำยาน , “มอนต์โกเมอรี่ สก็อตตี้ สก็อตต์” ชายที่จะมาเป็นวิศวกรรมของยาน , “อูฮูร่า” เจ้าหน้าที่สื่อสารสาวสวย , “ซูลู” นายท้ายยานผู้มากประสบการณ์ และ “เซคอฟ” เด็กอัจฉริยะวัย 17 ปี ซึ่งครั้งนี้พวกเขาต้องร่วมมือร่วมใจกันเผชิญหน้ากับบททดสอบสุดอันตรายในการปฏิบัติหน้าที่ครั้งแรกบนยานเอ็นเตอร์ไพรส์ เพื่อก่อกำเนิดปฐมบทการเดินทางสุดยิ่งใหญ่แห่งจักวาลในการฝ่าไปในเส้นทางที่ไม่เคยมีใครไปถึงมาก่อน....






การขึ้นจอของ Star Trek ครั้งนี้นับเป็นครั้ง 11 แล้วในการออกสู่สายตาชาวโลก ซึ่งถือว่ามากพอสมควรสำหรับหนังสักเรื่องหนึ่ง ซึ่งนอกจากการดำเนินเรื่องที่เล่าไปยังจุดเริ่มต้นและเผยรายละเอียดต่างๆที่ไม่เคยปรากฎในภาคก่อนๆแล้ว สิ่งที่ทำให้ หนังภาคใหม่นี้ดูโดดเด่นขึ้นก็คือเรื่องสเปเชี่ยวเอฟเฟ็กที่สมจริงมากขึ้น และบทภาพยนตร์ที่ถูกพิถีพิถันในการร่างเพื่อให้ทุกรายละเอียดออกมาสอดคล้องกับภาคก่อนๆและสมบูรณ์มากที่สุด ซึ่งในที่นี้ก็ต้องยกความดีความชอบให้กับตัวผู้กำกับ “เจ.เจ. อับรามส์” ที่เจ้าตัวสามารถนำเสนอโลกของ Star Trek ครั้งใหม่นี้ได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ และ “ยอดเยี่ยม” ในแทบจะทุกด้าน จนอาจจะพูดได้เลยว่า Star Trek ภาคใหม่นี้คือ The Dark Knight ของภาพยนตร์แอคชั่นไซไฟอวกาศเลยก็คงจะไม่ผิด เพราะไม่ว่าจะเป็นการนำเสนอปมภายในจิตใจของตัวละคร “สป็อค” ที่มีปัญหาในเรื่องของการใช้เหตุผลอย่างชาววัลแคนกับการใช้อารมณ์อย่างมนุษย์ที่ทั้งสองอย่างมักจะขัดกันภายในตัวของเขาเอง ,การสร้างมิติให้กับตัวละคร “เจมส์ ที. เคิร์ก” ที่มีความลึกมากขึ้น รวมไปถึงการผูกเรื่องราวและปูอารมณ์ตัวละครต่างๆ รวมไปถึงดนตรีประกอบที่อลังการอย่างไร้ที่ติจริงๆ


อาจจะดูเป็นเรื่องยากของเหล่าหนังซัมเมอร์สักเรื่องที่จะใส่ฉากแอกชั่นมโหราฬให้สอดคล้องกับเนื้อหาดราม่าดีๆไปพร้อมๆกันได้ แต่ใน Star Trek ภาคนี้นั้น แตกต่างออกไปเพราะตัวหนังสามารถแบ่งสัดส่วนและเลือกการดำเนินเรื่องที่ชาญฉลาดทำให้ในระยะเวลากว่า 2 ชั่วโมงในการชมผู้ชมจะถูกสะกดอยู่กับที่และไม่รู้สึกเบื่อแต่อย่างใด รวมไปถึงการสร้างสรรค์ฉากแอคชั่นที่สมจริงและอลังการไปพร้อมๆกัน ไม่ว่าจะเป็น ฉากเปิดเรื่องสุดยิ่งใหญ่ที่กินเวลาเกือบ 10 นาทีซึ่งยอดเยี่ยมเต็มอารมณ์สมการรอคอยแน่นอน ,ฉากเปิดตัวยาน “เอ็นเตอร์ไพรส์” , ฉากการปะทะระหว่าง “เอ็นเตอร์ไพรส์” กับ “เนราดา” และฉากตัวประหลาดไล่ล่าเคิร์กบนดาวที่เต็มไปด้วยหิมะ และ ฉากดิ่งตัวไปทำลายแท่งเจาะแกนโลกของเหล่าลูกเรือเอ็นเตอร์ไพรส์ ทั้งหมดล้วนนำเสนอได้ตื่นตาตื่นใจ นอกจากนี้ในส่วนของฉากดราม่าต่างๆก็ยังอยู่ในระดับดีไม่แพ้ในส่วนฉากแอกชั่นเช่นกัน บวกกับฉากจบของหนังที่ลงตัวและสำหรับแฟนๆซี่รี่ย์รุ่นเก่ารับรองว่าต้องถูกใจเป็นแน่ !!


ด้านนักแสดงในเรื่องรายที่น่าจับตามองที่สุดก็คงจะไม่พ้น “Chris Pine” ใมบท เจมส์ ไทบีเรียส เคิร์ก ที่คาดว่าจะแจ้งเกิดและดังเป็นพลุแตกจากบทนี้แน่นอน ด้วยบุคลิกที่ดูมุ่งมั่น มีความเป็นผู้นำในตัว แต่ก็ยังซ่อนความอ่อนโยนไว้เช่นกัน บวกกับฉากแอกชั่นที่คล่องตัว และหน้าที่หล่อเหลาทำให้เขาจะกลายเป็นขวัญใจคนใหม่ของแฟนหนังทั่วโลกได้ไม่ยาก (จนหลายคนอาจจะลืมภาพหนุ่มหล่อใสๆไร้พิษภัยในผลงานอย่าง Just My Luck (2006)กับสาว โลแฮนไปเลย) ส่วนอีกรายที่เด่นไม่แพ้กันก็คือ “Zachary Quinto” ในบท สป็อค ที่เหล่า “เทร็กกี้” ทั่วโลกเฝ้าจับตาอยู่ว่าเขาจะสามารถรับบทในตำนานนี่ได้เหมาะสมหรือไม่ และ Zachary ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาสามารถแสดงเป็นคนที่สับสนในจิตใจแต่เก็บอาการไม่แสดงออกไว้ได้ค่อนข้างดี และยังมีความเข้าใจในอารมณ์ตัวละครตัวนี้ดีอีกด้วย อาจจะเพราะจากบทตัวร้ายโรคจิต “ไซล่าห์” จากซี่รี่ย์ในดวงใจอย่าง Heroes ที่ Zachary แสดงก่อนหน้านี้ มีปมในจิตใจคล้ายๆกันจึงอาจจะไม่เป็นการยากที่เขาจะเข้าถึงตัวละครหูแหลมตัวนี้ แต่นั่นจึงทำให้เขายังไม่สามารถสลัดภาพของไซล่าห์ไปได้หมดเท่าไหร่นักเช่นกัน





มาถึงตัวร้ายของเรื่องที่รับบทโดย “Eric Bana” ในบท กัปตันนีโร ที่ขึ้นจอด้วยรูปลักษณ์ที่ดุดันและน่าเกรงขาม ซึ่งเจ้าตัวต้องใช้การเมคอัพถึงวันละ 4 ชม.ในการเข้าฉากเลยทีเดียว ซึ่ง Eric ก็ตีบทตัวร้ายในเรื่องได้แตกกระจุยครับ ทั้งกักขระ และ น่าเกรงขามไปพร้อมๆกัน ดูเหมือนจะเป้นตัวร้ายชนิดหอมปากหอมคอครับ ในส่วนของของคนที่รับบทลูกเรือคนอื่นๆก็ล้วนทำหน้าที่ได้เยี่ยมและสมบทบาท ไม่ว่าจะเป็น Karl Urban, Zoe Saldana , John Cho , Anton Yelchin รวมไปถึง Simon Pegg (จากงานระดับเทพที่ผ่านมาอย่าง Hot Fuzz (2007)) และ Bruce Greenwood ในบท กัปตันไพค์ ก็ล้วนเล่นได้เป็นธรรมชาติที่สุดครับ และอีกหนึ่งนักแสดงสาวสวยที่หลายคนคงลืมไปแล้วว่าเธอเล่นในหนังเรืองนี้ด้วย อย่าง “Winona Ryder” ในบท “อาแมนด้า” หรือแม่ของสป็อคนั่นเอง แต่แม้จะโผล่มาน้อยแต่ก็คุ้มครับที่จะได้เห็นเธอในหนังฟอร์มใหญ่หลังระยะหลังมานี่ห่างหายจากวงการไปพอสมควร (เหตุก็เพราะข่าวการโดนจับขึ้นโรงขึ้นศาลบ่อยๆในช่วงหลังนี่แหละ) และที่จะไม่กล่าวถึงไม่ได้ก็คือรายของ “Leonard Nimoy” เจ้าของต้นฉบับ สป็อค ในเวอร์ชั่นดั่งเดิมที่แม้เจ้าตัวจะบอกว่าจะไม่มารับบทแจ้งเกิดของเขาอีกแล้ว แต่ในที่สุดก็ยอมใจอ่อนตกปากรับคำเล่นจนได้ในบทของ สป็อควัยชรา ซึ่งแค่เห็นเจ้าตัวกับสัญลักษณ์ “Vulcan salute” ก็เกินบรรยายแล้วครับ






ในส่วนของการออกแบบต่างๆในเรื่องผู้ออกแบบงานสร้าง “สก็อตต์ แชมบลิสส์” ได้มีการปรับปรุง และ เพิ่มในส่วนของรายละเอียดต่างๆตั้งแต่ฉากภายในยานเอ็นเตอร์ไพรส์ หอบังคับการ ตลอดจนอุปกรณ์ประกอบฉากทุกอย่างให้ดูทันสมัยแต่ก็ยังคงความคลาสสิคในต้นฉบับบางอย่างไว้อย่างไม่ตกหล่น แต่ที่ดูน่าชื่นชมอีกอย่างก็คือการออกแบบยาน “เนราดา” ที่ดูยิ่งใหญ่ด้วยขนาดที่มหึมา และน่าเกรงขามด้วยภายหน้ายานที่มีลักษณะเป็นแท่งเหล็กแหลมจำนวนมาก ถือเป็นการออกแบบยานเหมืองที่มีลักษณะคล้านยานรบได้น่าสนใจครับในจุดนี้


มีอยู่ประโยคนึงในหนังที่สะดุดหูในฉากที่พ่อของสป็อคพูดกับลูกชายหลังผู้เป็นแม่เพิ่งจากไป และสป็อคเพิ่งจะระเบิดอารมณ์ใส่เคิร์ก เขาสับสนในตัวเองว่า ณ เวลานี้เขาควรที่จะเลือกใช้เหตุผลที่เขาถูกสอนให้เชื่อดั่งเช่นชาววัลแคนคนอื่นๆมาตลอด หรือ เลือกที่จะปลดปลอยอารมณ์ของตนเองออกมาดั่งเช่นมนุษย์ธรรมดาทั่วไป

พ่อบอกสป็อคลูกชายว่า “ลูกปลดปล่อยมันออกมาก็ได้”

แต่สป็อคตอบกลับไปว่า “มันจะดูไม่สมเหตุผลเท่าไหร่นักที่จะให้อารมณ์มีผลต่อการตัดสินใจโดยใช้เหตุผล”

พ่อมองดูลูกชายด้วยสายตาที่เข้าใจพร้อมบอกไปว่า “บางเรื่องที่ควรทำ ไม่จำเป็นต้องฉลาดหรอกนะ”

เป็นประโยคง่ายๆที่สะท้อนอะไรหลายอย่างได้เป็นอย่างดี แม้แต่ชาววัลแคนที่เชื่อในเหตุผลตรรกะเสมอมาอย่างพ่อของสป็อค ในที่สุดแล้วก็เข้าใจว่าบางครั้งอารมณ์ก็อยู่เหนือเหตุผลทั้งหมด เพราะบางเรื่องในชีวิตการที่คนเราจะตัดสินใจเมื่อพบเจอเรื่องต่างๆแล้วเราจะ “เลือก” ที่จะใช้ “เหตุผล” ในการเผชิญกับเรื่องเหล่านั้นเพียงอย่างเดียวก็คงจะไม่ได้ บางครั้งเราก็ต้องเลือกที่จะใช้ “อารมณ์” ในการเผชิญหน้าและปลดปล่อยตัวเราเองบ้าง เพราะต่อให้รู้มากแค่ไหน ฉลาดแค่ไหน แต่ถ้าไม่รู้ว่าสิ่งไหนที่ “ควร” หรือ “ไม่ควร” ทำแล้วละก็ เราก็จะไม่มีวันเข้าใจตัวเองได้เลย คำพูดคำนั้นได้ทำให้สป็อดเข้าใจและกล้ายอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็นและรู้สึกได้และพร้อมกลับมาปฎิบัติหน้าที่ในยานต่อไป ถือเป็นคำพูดในฉากเล็กๆที่โดนใจพอสมควรทีเดียวครับ






โดยสรุปแล้ว Star Trek ถือเป็นการ “ปลุกผี” ครั้งสำคัญที่จะประสบความสำเร็จทั่วโลกและจะเป็นการสร้างก้าวแรกให้กับภาคต่อของหนังซี่รี่ย์ใหม่นี้ที่น่าจะมีในอนาตคอันใกล้เป็นแน่ และเชื่อได้เลยว่าหนังตลุยอวกาศของยานเอ็นเตอร์ไพรส์ครั้งนี้จะทำให้เด็กรุ่นใหม่รู้จัก Star Trek มากขึ้นพร้อมสร้างฐานแฟน “เทร็กกี้” ได้เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน





Create Date : 11 พฤษภาคม 2552
Last Update : 11 พฤษภาคม 2552 17:43:59 น. 4 comments
Counter : 1599 Pageviews.

 
good post of the day digg


โดย: prempcc วันที่: 11 พฤษภาคม 2552 เวลา:16:21:59 น.  

 
สนุกมาก ๆ จิง ๆ ด้วยคับ
เห็นด้วย ๆ


โดย: ibozla วันที่: 11 พฤษภาคม 2552 เวลา:16:35:48 น.  

 
55 ที่บ้านเรามี version ที่เป็น VDO ด้วย ของพ่อ เดี๋ยวกะว่าจะเปิดดู


โดย: OnzE-a-time IP: 222.123.24.147 วันที่: 11 พฤษภาคม 2552 เวลา:16:58:58 น.  

 


โดย: Mr.Chanpanakrit วันที่: 26 พฤษภาคม 2552 เวลา:7:34:33 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

negima_xx
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




!#@# สวัสดีครับ กับทุกๆคนที่เข้ามาสู่ Blog นี้ของผม ขอให้สนุกกับการอ่านรีวิวภาพยนตร์ต่างๆนะครับ อาจจะมีถูกใจมั้ง ไม่ถูกใจมั้ง เพื่อนๆคนไหนคิดเห็นเหมือนกัน หรือแตกต่างกันตรงไหนก็บอกกล่าวกันได้ครับ ^^ #@#!

ฝาก Facebook We Love Movie Club ไว้ด้วยนะครับ



**ปล.ใครจะนำบทความของผมไปลงที่ไหนรบกวนช่วยแจ้งให้ทราบกันหน่อยก็ดีนะครับ และอย่าลืมลงเคดิตให้พร้อมด้วย อย่างน้อยๆก็เพื่อเป็นกำลังใจให้ผมหน่อยก็ยังดี ขอบคุณครับ ขอให้มีความสุขกับการเยี่ยมชมบล็อกครับ**