Movie Review by negima
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2552
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
5 พฤษภาคม 2552
 
All Blogs
 
X-MEN Origins: Wolverine - "ก้าวแรกของภาคแยกที่เอฟเฟ็กเต็มตา แต่เนื้อหายังไม่เต็มอารมณ์"



X-MEN Origins: Wolverine



ตั้งแต่ประกาศสร้างทั้งยังขยันปล่อยตัวอย่างและใบปิดเท่ๆมาเป็นระลอกๆเผื่อยั่วน้ำลายแฟนพันธุ์แท้ X-MEN ทั่วโลกกับภาคแยกของตัวละครจากซี่รี่ย์ฮีโร่มนุษย์กลายพันธุ์สุดฮิต แต่สิ่งที่ฮือฮาที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นการที่มี “ตัวหนัง” หลุดออกมาให้คนทั่วโลกได้ชมกันทั่วหน้า (บ้านเราก็เป็นหนึ่งในนั้น เพราะแผ่นผีออกมร่วมเดือนกว่าหนังจะฉายจริง) แม้จะเป็นเวอร์ชั่นที่สเปเชี่ยวเอฟเฟ็กยังไม่สมบูรณ์ แต่ก็ทำให้บริษัทผู้สร้างและทีมนักแสดงเกิดอาการหวั่นวิตกว่านั่นอาจจะทำให้ Wolverine เปิดตัวล้มเหลวจากกรณีนี้ แต่ ณ วันนี้ความวิตกเหล่านั้นก็ได้คำตอบแล้ว เพราะ X-MEN Origins: Wolverine สามารถเปิดตัวด้วยอันดับที่หนึ่งในตาราง Box office อเมริกาถึง 80 กว่าล้านเหรียญสหรัฐฯ ! (จากทุนสร้างราวๆ 150 ล้านเหรียญ) และเสียงวิจารณ์ก็ยังออกมาในระดับกลางๆ (ส่วนใหญ่เองเอียนไปในทางลบด้วยซ้ำไป) ก็คงจะช่วยให้ทีมผู้สร้างรู้สึกโล่งใจได้เปราะนึงทีเดียว แต่ก็หวังว่ารายได้คงจะไม่ลดลงฮวบฮาบจนหน้าใจหายสะก่อนน่ะ





กลับมาพูดถึงตัวหนังกันบ้าง X-MEN Origins: Wolverine ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นภาคกำเนิดของ “วูลฟ์เวอรีน” หรือ “โลแกน” มนุษย์กลายพันธุ์ที่มีกรงเล็บอันทรงพลังเป็นอาวุธและแข็งแกร่งดุจสัตว์ป่า (ไม่นับทรงผมพึลึกๆของพี่แกอ่านะ) ไล่กันมาตั้งแต่สมัย “วูลฟ์เวอรีน” ยังเป็นเด็กว่าเป็นมายังไง (เราจะได้รู้ว่าพี่โลแกนของเราเคยผ่านทั้งสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 ทั้งยังไปไล่ยิงพวกเวียดกงมาแล้ว) ตลอดจนการไขความลับในอดีต และ การล้างแค้นกับคนที่ฆ่าแฟนสาวของเขา ซึ่งครั้งนี้นอกจากจะเป็นการเผยทุกรายละเอียดแล้ว มันยังจะนำเขาไปสู่เส้นทางแห่งการเป็นสุดยอดมนุษย์กลายพันธ์ในทีม X-MEN อีกด้วย !


“ฮิวจ์ แจ็คแมน” กลับมาสวมบท “วูลฟ์เวอรีน” (Wolverine) อีกครั้ง ด้วยภาพลักษณ์ที่ติดตามาจากการดู X-MEN ภาคแรกจนกระทั้งผ่านมาจนภึงภาคนี้ ฮิวจ์ ยังคงเป็นวูลฟ์เวอรีนที่เป็นธรรมชาติและดุดันได้อย่างไม่มีตกหล่น และอาจจะกล่าวได้ว่าไม่มีใครเหมาะสมกับบทนี้เท่ากับฮิวจ์อีกแล้วก็ได้ ทั้งซีนแอกชั่นบู๊กับพวกกลายพันธ์ ซีนแสดงอารมณ์ของคนผ่าเหล่าที่สูญเสียคนรักไปล้วนดูยอดเยี่ยมครับ คงไม่ต้องอธิบายอะไรมากจริงๆสำหรับนักแสดงหนุ่มคนนี้ กับอีกคนที่เด่นไม่แพ้กันก็คือ “ลีฟ ชรีเบอร์” ในบท “วิคเตอร์ ครีด / เซบริทูซ” (Sabretooth) มนุษย์กลายพันธุ์ที่มีเล็บที่แหลมคมและทรงพลังแถมนิสัยยังโหดร้ายเช่นสัตว์ป่า ทั้งนี้เขายังเป็นพี่น้องกันกับวูลฟ์เวอรีนอีกเสียด้วย ซึ่ง ลีฟ ก็สามารถสวมบทบาทมนุษย์กลายพันธุ์ที่กระหายสงครามและความรุนแรงได้ดีไม่แพ้กัน และในฉากแอกชั่นต่อสู้กันระหว่างเขากับฮิวจ์ในเรื่องก็ดูพอฟัดพอเหวี่ยงสุดๆ ถือเป็นการจับคู่ที่ออกมาดีเลยทีเดียว




นอกจากดาราหนักทั้งสองแล้วที่ขาดไม่ได้ก็คือเหล่านักแสดงสมบทต่างๆ ซึ่งหนังเรื่องนี้ก็ถือว่าได้ทีมนักแสดงที่ค่อนข้าง “ลงตัว” มาทำหน้าที่นั้นๆได้ดีเลย ตั้งแต่การที่หนังได้พระเอกหนุ่มหน้าหล่อร่างบึ๊ก “ไรอัน เรย์โนลด์” มารับบท “เวด วิลสัน / เดดพูล” (Deadpool) ที่เสียดายบทน้อยไปนิด (แม้ในตอนท้ายจะถูกโกนหัวและหน้าเปลี่ยนไปบ้าง แต่คนดูส่วนใหญ่ก็น่าจะจำ “หุ่น” ของพี่แกได้บ้างแหละ ก็เล่นบึ๊กสะขนาดนั้น) , “เทย์เลอร์ เคิร์ธ” ในบท “แกมบิท” (Gambit) หลายคนคงจะคุ้นๆหน้าหนุ่มคนนี้จากหนังดังอย่าง The Covenant (2006) หนังเวทมนต์สไตล์เด็กแนว หรือจาก Snakes on a Plane (2006) หนังงูบนเครื่องบินที่หลายคนส่ายหัวหลังดูจบ จนมาถึงในเรื่องนี้ เทย์เลอร์ เองก็สามารถขโมยซีนได้ทุกฉากที่โผล่ออกมาอาจจะเพราะด้วยหน้าตาที่หล่อเหลาและรูปลักษณ์ของแกมบิทด้วยที่ทำให้ตัวละครนี้ดูมีชีวิตชีวา และหนุ่มจากแดนกิมจิ “ดาเนียล เฮนนี่” พระรองจากซี่รี่ย์รัก 4 ฤดู Spring Waltz ที่โกอินเตอร์ไปเล่นหนังฮอลลีวู๊ดเป็นครั้งแรก ในบท “Agent Zero” ผู้มีฝีมือการยิงปืนระดับเทพ

(จะว่าไปแล้วสิ่งที่ X-MEN Origins มีนอกจากสเปเชี่ยวเอฟเฟ็กที่มีมากมายตลอดทั้งเรื่องแล้ว ก็คงจะเป็นการระดมนักแสดงหนุ่มหน้าตาดีมาไว้ในหนังเรื่องเดียวกันนี่แหละ)

ปิดท้ายด้วยสาวสวยหนึ่งเดียวของเรา “ลีน คอลลินส์” ในบท “เคย์ล่า ซิลเวอร์ฟ๊อกซ์” คนรักของวูลฟ์เวอรีน ซึ่งบทก็เหมาะกับเธอดีครับ ส่วนตัวแล้วคิดว่าหน้าเธอดูธรรมดาไปหน่อยแต่เวลายิ้มแล้วก็ดูสวยขึ้นมาเยอะเลยครับ



X-MEN Origins: Wolverine โดดเด่นในเรื่องของสเปเชี่ยวเอฟเฟ็กที่ระดมใส่เข้ามาในหนังอย่างไม่ให้ผู้ชมได้พักหายใจกันเลย (ทั้งที่เนียนและไม่เนียนบ้าง) แต่ในส่วนของเนื้อหานั้นส่วนตัวคิดว่าหนังน่าจะใส่อะไรหรือเติมลูกเล่นในการเล่าเรื่องกำเนิดของ Wolverine ได้ดีกว่านี้ เพราะออกจะยังขาดๆเกินๆไปหน่อยแต่ก็ไม่ถึงกับน่าผิดหวังแต่อย่างใด ในส่วนของฉากแอกชั่นก็ต้องยอมรับเลยว่าสามารถทำออกมาได้อย่างตื่นตาตื่นใจไม่ว่าจะเป็น ฉากเปิดตัวหน่วยพิเศษในช่วงต้นเรื่องเพื่อแสดงความสามารถพิเศษของตัวละครต่างๆ , ฉากไล่ล่าจับ วูลฟ์เวอรีน ของ Zero , ฉากการเปิดตัว แกมบิท และ ไซคอป ตลอดไปจนถึงฉากสู้กันบนเกาะในช่วงท้ายของเรื่องที่สู้กันจนวินาศสันตะโลกันจริงๆ ถึงกระนั้นก็ตามแต่ถ้าสังเกตกันดีๆจะพบว่าแม้จะมีฉากแอกชั่นใหญ่ๆมากมายในเรื่อง แต่ฉากการต่อสู้ระหว่าง วูลฟ์เวอรีน กับ วิคเตอร์ ในเรื่องหนังกลับนำเสนออกมาได้ไม่น่าสนใจสักเท่าไหร่นัก ทั้งที่เป็นการดวลกันระหว่างสองตัวละครหลักสำคัญแท้ๆกลับให้อารมณ์เฉยๆ อาจจะเพราะเป็นการต่อสู้แนวประชิดตัวเน้นความดุดันก็เป็นได้ เนื่องจากความสามารถพิเศษของ วูลฟ์เวอรีน กับ วิคเตอร์ เป็นชนิดไม่ขายแอฟเฟ็กแต่เน้นมวยหมัดและกรงเล็บบู๊กันล้วนๆ

(ใน X-MEN ทั้ง 3 ภาคก่อนหน้านี้หนังอาศัยการตัดต่อและมุมกล้องช่วยให้การต่อสู้ของวูลฟ์เวอรีนดูตื่นตาขึ้น แต่ในภาคใหม่นี้กลับทำได้ไม่เท่ากับภาคก่อน)





แม้จะเป็นภาคแยกจาก X-MEN ออกมา แต่ก็อย่าไปคิดว่าหนังจะมีพวกกลายพันธุ์ใหม่ๆโผ่ลมาไม่กี่ตัวล่ะ เพราะคุณกำลังคิดผิด ! เพราะใน Wolverine เราจะได้พบกับพวกกลายพันธุ์ต่างๆจากหนังสือการ์ตูนที่ยังไม่เคยปรากฎในภาคก่อนๆมากพอสมควร โดยเฉพาะกับคนที่ชื่นชอบ “แกมบิท” แม้จะออกมาไม่เยอะ แต่โผล่มาแต่ละครั้งก็โชว์แอฟเฟ็กกันเต็มๆครับ หรือสำหรับคนที่ชอบในพวกกลายพันธุ์จากภาคก่อนๆในภาคนี้เราก็จะได้เห็น “ไซคอป” ในวัยเด็กด้วยเช่นกัน พูดกันตามตรงฉากที่มี “แกมบิท” และ “ไซคอป” ทุกฉากล้วนทำออกมาได้น่าตื่นตาเป็นอันมาก ยิ่งในฉากเปิดตัว ไซคอป นี่เท่สุดๆ จนอดคิดไม่ได้ว่าถ้าทำภาคแยกของนายตาแดงนี่ออกมาคงจะน่าสนใจมิใช่น้อย (แถมเด็กที่มารับบทไซคอปในภาคใหม่นี้ ยังหน้าละไม้คล้ายนาย “เจมส์ มาร์สเดน” ไซคอป ใน X-MEN 3 ภาคแรก อีกต่างหาก)


ผู้กำกับ Gavin Hood จากหนังดราม่าเข้มๆ อย่าง Tsotsi (2005) ผันตัวเองมาเป็นผู้กำกับหนังฟอร์มยักษ์ครั้งแรก ซึ่งก็ถือว่าพอใช้ได้ครับ เขาสามารถคลุมโทนและนำเสนอเนื้อหาออกมาได้ดีพอสมควร แต่ก็ยังมีบางอย่างขาดๆเกินๆไปบ้างในบางส่วนก็ตาม ผิดกับผู้กำกับ "ไบรอัน ซิงเกอร์" จาก 2 ภาคแรกที่สร้างโลกของ X-MEN ได้อย่างลงตัวและยากจะหาใครทัดเทียยมได้จริงๆ



โดยรวมแล้ว X-MEN Origins: Wolverine ถือเป็นภาคแยกที่ทำออกมาได้ดูสนุกเทียบเท่ากับใน X-MEN 3 แต่ยังคงห่างไกลจาก X-MEN 1 และ 2 มากนัก ซึ่งเหล่าแฟนเดนตายอาจจะมีทั้งที่ชอบและไม่ชอบปะปนกันไป ซึ่งส่วนตัวก็ยังแอบเสียดายเพราะคิดว่าหนังน่าจะมีอะไรให้จดจำมากกว่าฉากแอกชั่น แต่อย่างน้อยก็คงปฎิเสธไม่ได้ว่า Wolverine ยังเป็นฮีโร่ขวัญใจคนทั่วโลก และการที่ตัวหนังยังคงได้รับการตอบรับจากแฟนหนังมนุษย์กลายพันธุ์จากทั่วโลกแบบนี้ รับรองได้เลยว่าเราอาจจะคงจะได้ดู ภาคต่อของ Wolverine รวมไปถึงโปรเจคที่หลายคนรอคอยเป็นอย่างยิ่งอย่าง “Magneto” ในไม่ช้านี้เป็นแน่ !!!






Create Date : 05 พฤษภาคม 2552
Last Update : 6 พฤษภาคม 2552 11:25:09 น. 6 comments
Counter : 1299 Pageviews.

 
ตัว weapon XI ที่ออกมาตอนท้ายนั่นไม่ใช่ Ryan Reynold น่ะครับ เป็นนักแสดงอีกคนหนึ่งที่แต่งหน้าให้คล้ายๆ


โดย: deadpool IP: 119.42.69.135 วันที่: 6 พฤษภาคม 2552 เวลา:0:35:25 น.  

 
ดีมาก


โดย: น้อย IP: 58.8.114.37 วันที่: 16 พฤษภาคม 2552 เวลา:21:42:18 น.  

 
ได้ดูเรื่องนี้บนรถทัวร์ พอดูได้ ไม่ค่อยชอบแนวนี้เท่าไหร่


โดย: คนขับช้า วันที่: 5 กรกฎาคม 2552 เวลา:20:37:12 น.  

 
สนุกมากๆ


โดย: moo IP: 125.26.117.14 วันที่: 17 กรกฎาคม 2552 เวลา:11:03:15 น.  

 
สุดยอดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


โดย: 454 IP: 117.47.167.229 วันที่: 12 กันยายน 2552 เวลา:10:51:58 น.  

 
เน€เธžเธดเนˆเธ‡เธ”เธนเน„เธ›เน€เธกเธทเนˆเธญเธ„เธทเธ™เธ™เธตเน‰เธญเธขเธฒเธเธšเธญเธเธงเนˆเธฒเธŠเธญเธšเธกเธฒเธเน†เน€เธฅเธขเธ„เนˆเธฐ


โดย: Scorchio (Scorchio ) วันที่: 15 มีนาคม 2553 เวลา:22:14:03 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

negima_xx
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




!#@# สวัสดีครับ กับทุกๆคนที่เข้ามาสู่ Blog นี้ของผม ขอให้สนุกกับการอ่านรีวิวภาพยนตร์ต่างๆนะครับ อาจจะมีถูกใจมั้ง ไม่ถูกใจมั้ง เพื่อนๆคนไหนคิดเห็นเหมือนกัน หรือแตกต่างกันตรงไหนก็บอกกล่าวกันได้ครับ ^^ #@#!

ฝาก Facebook We Love Movie Club ไว้ด้วยนะครับ



**ปล.ใครจะนำบทความของผมไปลงที่ไหนรบกวนช่วยแจ้งให้ทราบกันหน่อยก็ดีนะครับ และอย่าลืมลงเคดิตให้พร้อมด้วย อย่างน้อยๆก็เพื่อเป็นกำลังใจให้ผมหน่อยก็ยังดี ขอบคุณครับ ขอให้มีความสุขกับการเยี่ยมชมบล็อกครับ**