Movie Review by negima
Group Blog
 
<<
เมษายน 2553
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
22 เมษายน 2553
 
All Blogs
 
KICK ASS - "มันส์สาด กราดกระสุนเต็มขั้นไปกับหนังฮีโร่ที่ !#@# โครตเจ๋งเลย ให้ตายเหอะ !!!"




KICK ASS เป็นหนังแอกชั่นซุปเปอร์ฮีโร่ที่โหดเลือดสาดที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาใน ภาพยนตร์แนวนี้เลยก็ว่าได้ ตัวหนังมีสไตล์และโลกของตัวเองอย่างชัดเจน บวกกับอาศัยการเล่าเรื่องที่คล้ายการ์ตูนคอมมิคที่แหวกแนวก ทั้งยังอุดมด้วยฉากแอกชั่นมันส์ๆสุดเท่ที่ต้องถูกใจกลุ่มผู้ชมโดยเฉพาะวัยรุ่นเป็นแน่อยู่ตลอดทั้งเรื่อง พร้อมมุขตลกสุดกวน บทสนทนาเจ๋งๆ พร้อมแนวคิดการเป็นฮีโร่ที่สะท้อนสังคมแบบแสบๆคันๆ และเหล่านักแสดงนำหน้าใหม่ที่พร้อมแจ้งเกิดทุกคนจากบทเด่นในเรื่องนี้ องค์ประกอบทุกอย่างในเรื่องทำออกมาได้อย่างลงตัวมากครับ และเมื่อดูจบนอกจากความบันเทิงขั้นเทพจากหนังที่ได้รับแล้ว อาจต้องอุทานออกมาเป็นเสียงเดียวกันเลยว่า “มันเป็นหนังฮีโร่ที่ !#@โครตเจ๋งเลย !!!”





“การเป็นฮีโร่จริงๆแล้ว ไม่ต้องอาศัยอะไรมากมายนอกจากการคิดบวก และ หัวใจที่มุ่งมั้น เท่านั้น”

หนังเล่าเรื่องราวของ Dave เด็กวัยรุ่นธรรมดาๆคนหนึ่งที่ชีวิตไม่มีอะไรน่าสนใจนอกจากการหมกอยู่กับ หนังสือการ์ตูน และนั่งถกปัญหาชีวิตกับเพื่อนในก็วนใน ร้านการ์ตูนคาเฟ่ จนจู่ๆวันหนึ่งเขาฉุกคิดขึ้นมาว่าทำไมบนโลกจริงๆใบนี้ไม่มีฮีโร่จริงๆออกมา คอยช่วยเหลือประชาชนอย่างในหนังสือการ์ตูนมั้ง บวกกับที่เขาเผชิญกับเหตุการณ์ถูกจิกโก๋ปล้นบนถนนกลางวันแสกๆ สิ่งที่เขาพบคือมีแต่คนที่มามองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยไม่เลือกที่จะก้าวเข้ามาช่วยเหลือแต่อย่างใด จุดนั้นเองที่ทำให้เขาคิดว่าต้องมีสักคนที่ก้าวออกมาจากจุดของตัวเองสักคน เพื่อจะทำอะไรที่แตกต่างออกไป ไม่ใช่เพื่อตัวเองแต่เพื่อขจัดความไม่ยุติธรรมเหล่านี้ให้หมดไป หลังจากนั้นเขากลับบ้านด้วยใจที่มุ่งมั่น จัดการแปลงโฉมตัวเองด้วยชุดสีเขียวบวกหน้ากาก พร้อมอาวุธกระบองคู่ และเรียกตัวเองใหม่ในนาม KICK ASS ( หรือที่ฉบับไทยเรียกว่า เกรียนโครต ) เพื่อออกไปช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนในทุกๆเรื่องไม่เกี่ยงว่าจะเป็นงาน เล็กหรือใหญ่ พร้อมความจริงที่ว่าในเมืองๆนี้ยังมีฮีโร่คนอื่นนอกจากเขาแฝงตัวอยู่ในเงา มืดเช่นกัน ! และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่นำเขาไปสู่โลกของการเรียนรู้ในการที่จะเสี่ยงชีวิตตัวเองเพื่อช่วยเหลือคนอื่นที่ไม่รู้จัก ,การยอมรับในผลที่ตามมา ,การเชื่อใจคนอื่น ,การถูกหักหลัง และที่สำคัญที่สุดก็คือ การพิสูจน์ตัวเองให้โลกได้เห็นว่าคนเดินดินกินข้าวแกงอย่างเขาก็สามารถเป็นฮีโร่ได้ !




คงไม่มีใครกล้าปฎิเสธว่าครั้งหนึ่ง (หรืออาจจะสักเสี้ยววินาทีหนึ่ง) ในชีวิตเคยคิดที่อยากจะเป็นซุปเปอร์ฮีโร่สุดเท่ออกไปฟาดฟันกับเหล่าคนร้าย ที่รังแกผู้บริสุทธิ์ในเมืองหรอกครับ ตัวละคร Dave ในเรื่องก็เช่นกัน ตัวหนังพยายามนำเสนอเรื่องของคนธรรมดาที่อยากเป็น "ฮีโร่" ในโลกจริงๆ โดยยึดตามหลักความเป็นไปได้พอสมควรครับ หนังไม่ได้มาพร้อมตัวละครเอกที่จู่ๆก็เก่งเวอร์ผิดปกติทันทีที่ลุกขึ้นมาเป็นฮีโร่ แต่ตัวหนังนำเสนอภารกิจแรกของ KICK ASS ที่จบลงที่การถูกทำร้ายจนอาการปางตาย นอนซมนานนับเดือนพร้อมเหล็กจำนวนมากที่ถูกใส่เอาไปแทนที่กระดูกที่หักไป กับผลข้างเคียงที่ทำให้ประสาทสัมผัสเปลี่ยนไปทำให้เขาไม่ค่อยรู้สึกเจ็บเวลา มีคนมาแตะตัวหรือทำร้ายเขา และนั่นคือสองสิ่งที่เขาได้รับจากงานครั้งแรก (ถ้าจะให้ KICK ASS มีอะไรที่ผิดไปจากคนธรรมดาสามัญก็อาจคงจะนับสองเรื่องนี้เข้าไปได้ครับ) หลังจากนั้นแทนที่ Dave จะเข็ดหลาบกลับเป็นว่าเขาฮึดและมีความตั้งใจในการที่จะเป็นฮีโร่มากกว่าเดิมด้วยซ้ำ เขากลับมาที่บ้านและฝึกซ้อมการใช้กระบองต่อสู้มากขึ้น รวมไปถึงใช้เวลาว่างจากการเรียนมาฟิตร่างกายให้แข็งแรงพร้อมอยู่เสมอ ที่เขาทำทั้งหมดนี้ส่วนน้อยมาจาก อาการระห่ำนิดๆของวัยรุ่นผสมความบ้าหนังสือการ์ตูนหน่อยๆ แต่ส่วนมากมากจากการที่เขาไม่ต้องการถอยหลังกลับไปยืนในจุดเดิมครับ จุดที่เขาได้แต่ยืนมองและยอมรับชะตากรรม ในเมื่อเขาตัดสินใจที่จะมาเป็น KICK ASS แล้ว




ฉากที่ชอบมากที่สุดในเรื่องคือฉากตอนที่ KICK ASS ช่วยเหลือคนจากแก็งค์อันธพาล 3 คนที่รุมทำร้ายชายคนหนึ่งอยู่ หน้าร้านกาแฟ (หรือ ร้านอะไรสักอย่างนี่แหละครับ เดาไม่ถูกจริงๆว่าร้านอะไร) ที่มาของคลิปที่ทำให้ตัวเอกของเราดังช่วงข้ามคืนในเว็บยูทูปนั่นเอง เพราะฉากนี้ผมว่ามันแฝงอะไรไว้หลายอย่างที่เดียวครับ เริ่มตั้งแต่ภาพการต่อสู้ที่แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการช่วยเหลือผู้อื่น ของตัวเอกแบบไม่คิดชีวิตและทุ่มเทสุดๆ พร้อมเหล่าฝรั่งมุมชุดใหญ่ที่ยืนถ่ายคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากภายในกระจกหน้าของร้าน จนหนึ่งในแก็งค์อันธพาลถามขึ้นมาว่า ทำไมนายต้องเสี่ยงช่วยคนที่นายไม่รู้จักคนนี้ด้วย ก่อนที่ KICK ASS ตอบกลับไปว่า นายมองไปรอบๆตัวสิ ภายในนั้นมีแต่คนที่ยืนดูแล้วนายเห็นสักคนที่ก้าวออกมาช่วยเหลือชายคนนี้ไหม กรูนี่แหละจะเป็นคนๆนั้น ! ใช่ครับ... ถ้าเรามองฉากนี้แบบภาพรวม เราจะเห็นคนจำนวนหนึ่งที่ได้แต่เฝ้าดูเหตุการณ์โดยไม่คิดจะเข้ามาช่วย โดยมีกระจกหน้าร้านกั้นคนเหล่านี้ไว้ชัดเจนครับ เมื่อกล้อนแพนออกมากว้างอีกนิดเราจะเห็นชาย 3 คนรุมทำร้ายคนๆหนึ่งอยู่ เหตุการณ์นี้มันอาจจบลงแบบถ้าไม่มีสักคนที่ก้าวข้ามกระจกบานนั้นออกมาช่วย เหลือผู้เคราะห์รายนี้ และ เกรียนโครต คือคนที่เลือกจะอยู่ในฟากที่เหตุร้ายกำลังเกิดขึ้นครับ ฉากนี้นอกจากจะสะท้อนอารมณ์ 2 อารมณ์ที่ต่างกันไว้อย่างกลมกลืนแล้ว ยังถือเป็นฉากเปิดตัววีรกรรมของฮีโร่ในชุดแมงกระชอนรายนี้ให้โลกได้เห็นอีกด้วยครับ

( ถ้าลองมาคิดว่าเป็นเหตุการณ์จริงๆกัน ในฉากนี้ที่นักเลง 3 คน กำลังรุมทำร้ายคนอยู่ แล้วเราผ่านไปเจอได้แต่ยืนดู และลังเลไม่รู้จะทำยังไงดี แล้วจู่ๆ มีคนแต่งตัว ชุดแมงกระชอน แบบ Kick Ass เอากระบองมาอัดพวกนักเลง ปั้ว ป้าก ๆ !(ฟาดไปมั่วมั้ง เป็นท่ามั้ง) ถ้าดูแค่ชุด เราก็อาจจะคิดว่าไอนี่บ้าแน่ๆ แต่มองโดยรวม ไอหมอนี่มันโคตรเจ๋งสุดๆ เพราะเราได้แค่แต่งตัวดี แต่ทำดีช่วยคนเดือดร้อนตรงหน้าไม่ได้ เรานี่สิที่อาจจะต้องเป็นฝ่ายอาย !! )


ผู้กำกับ “Matthew Vaughn” ที่ผลงานก่อนหน้านี้คือ Stardust (2007) หนังโรแมนติกที่กลายมาเป็นหนังในใจของใครหลายคน (รวมถึงผมเองด้วย) ไปแล้ว ถือเป็นผู้กำกับที่สามารถกำกับหนังหลายแนวที่น่าทึ่งคนหนึ่งของวงการเลยก็ ว่าได้ ยิ่งกับผลงานชิ้นล่าสุดนี้ พี่แกสามารถคลุมโทน และ วางจังหวะการดำเนินเรื่อง และ ดีไซน์ฉากแอกชั่น ได้สุดๆจริงๆครับ ไม่มีช่วงไหนของหนังที่ให้ความรู้สึกน่าเบื่อหน่าย ความรู้สึกของผู้ชมจะเหมือนกับคนที่หยิบหนังสือการ์ตูนเล่มหนึ่งขึ้นมาอ่าน และไม่สามารถวางลงได้จนกว่าจะถึงตอนจบก็ไม่ปาน ก่อนหน้านี้เคยมีหลายคนสงสัยว่า ผู้กำกับ Matthew จะสามารถดึงโลกของ KICK ASS ในหนังสือการ์ตูนมาขึ้นจอโดยคงอารมณ์เดิมของต้นฉบับได้ไหม เพราะฉบับหนังสือการ์ตูนนั้น จัดเป็นการ์ตูนที่อุดมไปด้วยความรุนแรง การเสียดสีสังคม ผ่านตัวละครเด็ก (ย้ำว่าเด็ก) และวัยรุ่น รวมไปถึงผู้ใหญ่ กับมุมมองการเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ครับ ถือว่าเป็นงานที่หนักมากทีเดียว แต่ถึงตรงนี้ พี่แกก็แสดงให้เห็นแล้วครับว่าการกำกับหนังที่สร้างมาจากหนังสือการ์ตูนโหด เลือดสาดก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับแกเลย



ส่วนตัวละครต่างๆในเรื่องก็ล้วนได้นักแสดงที่เหมาะสมมาสวมบทบาทครับ ซึ่งตรงนี้ต้องยกความดีให้ทีมแคสติ้งของหนังด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะรายของ “Aaron Johnson” ในบท KICK ASS (เกรียนโครต) ด้วยหน้าตาซื่อๆ แต่ก็แฝงไปด้วยความจริงจัง เขาเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ที่ทำให้ผู้ชมต้องคอยเอาใจช่วยได้ตลอดเวลาจริงๆ กับท่าทางเงอะๆงะๆ ปนจริงจังในการออกปราบปรามเหล่าร้าย และคิดว่าผู้ชมจะจดจำหน้าเขาได้จากบทนี้ไปอีกนานทีเดียว พร้อมด้วยรายของสาวน้อยจอมขโมยซีนประจำเรื่อง “Chloe Moretz” ในบท Hit-Girl (จิ๋วจี๊ด) ซึ่งจัดเป็นตัวละครที่ผมชื่นชอบมากที่สุดในเรื่องก็ว่าได้ด้วยภาพลักษณ์สาว น้อยแสนน่ารัก แต่เป็นยัยหนูน้อยขาโหดชนิดชายอกสามศอกยังต้องอาย ที่มาพร้อมฝีมือการต่อสู้ไม่ว่าจะเป็นการควงมีด ,ดาบ และสารพัดของมีคมชนิดคล่องมือ นี่ยังไม่นับสารพัดอาวุธปืนที่ยัยหนูนี่ชื่นชอบอีกนะเนี่ย บวกกับนิสัยการสถบคำหยาบต่างๆนานาไฟแลบที่ทำให้ตัวละครตัวนี้โดดเด่นและมี เสน่ห์อย่างน่าประหลาดใจครับ และ Chloe เองก็เข้าถึงตัวละครตัวนี้ชนิดเหมือนเป็นบทที่เขียนมาเพื่อเธอคนเดียวเลยสะ จริงๆ



ด้านนักแสดงคนอื่นก็ล้วนทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีครับ ไม่ว่าจะเป็น “Christopher Mintz-Plasse” ในบท Red Mist (หมอกแดง) หลายคนคงอาจจะคุ้นหน้าอีตานี่จากหนังตลกสุดฮิต Superbad (2007) มาก่อนหน้านี้ Christopher จัดเป็นดาวรุ่งอีกคนที่มีผลงานออกมาไม่ขาดสายครับ และกับบทฮีโร่ในชุดแดงในเรื่องนี้ เขาก็ทำได้ดีครับ ใบหน้ากวนๆ ของเขาในชุดหมอกแดงดูแล้วน่าหมั่นใส้ดีแท้ และกับรุ่นใหญ่สุดของเรื่อง “Nicolas Cage” ในบท Big Daddy (ป๋าปืนโหด) ที่ถือเป็นสีสันอย่างหนึ่งของหนังครับ พี่ Cage กับยัยหนู Chloe แสดงเป็นพ่อลูกที่ดูเหมาะสมและเล่นเข้าขากันมากทีเดียว



เมื่อว่ากันถึงฉากแอกชั่นใน KICK ASS หลายฉากในหนังทำออกมาได้ทั้งโหดทั้งมันส์ และเถื่อน มาก แต่ก็แฝงอารมณ์ขันร้ายๆไว้ด้วยครับ ซึ่งส่วนมากจะมาจากฉากการบู๊ตะลุยแบบล้างบางของยัยหนู Hit-Girl ไม่ว่าจะเป็นฉากที่ยัยหนูนี่บุกเข้าไปช่วย พระเอกของเราที่กำลังจะเสียท่า ก่อนจะจบที่แก็งค์โจรเหล่านั้นแขนขาขาดว่อน เลือดพุ่งกระฉูดกันเป็นว่าเล่น หรือ ฉากการบุกตะลุยรังตัวร้ายในช่วงท้ายของเรื่องที่ตายกันนับศพแทบไม่ทัน กับลีลาการยิงปืนสุดมันส์ของยัยจิ๋วจี้ด ที่ทำให้ต้องนึกไปถึง ฉากนักบวชเกมาตอนของ พระเอก Christian Baleในหนัง Equilibrium (2002) ที่ยิงปืนชนิดแทบไม่ต้องมองเป้า มารวมกับฉากโครตเท่ของตัวละคร Wesley ใน Wanted(2008) ที่ยิงถล่มรังนักฆ่าในตอนจบของเรื่อง เลยทีเดียวครับ และอีกฉากที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้ในเรื่องนี้ก็คือ ฉากที่ยัยจิ๋วจี้ด เข้าไปช่วย ป๋าปืนโหด และ เกรียนโครต ที่ถูกจับตัวไป โดยหนังนำเสนอฉากการยิงปืนฉากนี้ในมุมมองบุคคลที่หนึ่งครับ (ถ้าใครคิดไม่ออก มันก็คือมุมมองการยิงปืนแบบเดียวกับการเล่นวีดีโอเกมส์ Doom ครับ ซึ่งหนังก่อนหน้านี้ที่นำมุมมองนี้มาใส่ใว้ในเรื่องก็คือเรื่อง Doom (2005) นั่นเอง) หนังใส่ฉากแอกชั่นมุมมองบุคคลที่หนึ่งฉากนี้ได้กลมกลืนกับเรื่องได้อย่างน่า ทึ่งครับ



ดนตรีประกอบในเรื่องยังถือว่ามีความเด่นไม่แพ้ กันครับ โดยเฉพาะ The Prodigy - Stand Up ที่เป็นเพลงเปิดเรื่องและจบเรื่องของตัวละคร KICK ASS ฟังแล้วให้ความรู้สึกฮึกเหิม และอยากเป็นฮีโร่สะจริงๆ รวมไปถึง Mika Vs Redone - Kick Ass , Primal Scream - Can't Go Back และ The Dickies - Banana Splits (เพลงเปิดตัวยัยหนู Hit-Girl) ที่ใส่มาถูกที่ถูกจังหวะอย่างสุดๆ จัดเป็นอัลบั้ม Soundtrack ที่เด็ดดวงไม่แพ้ตัวหนังทีเดียวครับ



“การไม่มีพลังพิเศษก็ใช่ว่าเราจะไม่ต้องมีความรับผิดชอบ”


KICK ASS นอกจากจะเป็นหนังฮีโร่มันส์สาด กราดกระสุนเต็มขั้นแล้ว มันยังมีเนื้อหาและฝากข้อคิดได้อย่างเจ็บแสบด้วยเช่นกัน อย่างประโยคข้างต้นมันสะท้อนว่าถึงแม้เราจะเป็นเพียงคนธรรมดาๆในสังคมเน่าๆ เราก็ต้องรู้จักคำว่า "รับผิดชอบ" ซึ่งคำว่ารับผิดชอบตรงนี้ไม่ได้หมายถึงรับผิดชอบต่อตนเองเพียงอย่างเดียว แต่รวมไปถึงการรับผิดชอบต่อสังคมด้วย ในแง่ที่ว่าเมื่อพบเห็นความไม่ยุติธรรมเกิดขึ้นตรงหน้า เราจะเลือกที่จะทำอย่างไร เลือกที่จะปล่อยมันผ่านไปโดยการเฝ้ามองดูเฉยๆ หรือ ก้าวออกไปยื่นความช่วยเหลือให้กับผู้ที่เดือดร้อน ผมเชื่อว่ามนุษย์เราทุกคนมีความเป็น KICK ASS อยู่ในตัวลึกๆครับ เพียงแค่ว่าเราจะเลือกดึงมันออกมาเพื่อสวมบทบาทตอนไหนเท่านั้นเอง และเมื่อมีคนแรก เชื่อเถอะครับมันจะเป็นแรงบัลดาลใจให้กับคนอื่นอีกมากมายในการก้าวออกมายืน หยัดในความยุติธรรมอย่างคาดไม่ถึงแน่ๆ และเมื่อถึงตอนนั้นก็เป็นเวลาไล่เตะก้นคนเลวให้หมดไปจากสังคมสักที !!!!!






Create Date : 22 เมษายน 2553
Last Update : 12 พฤษภาคม 2553 18:34:55 น. 15 comments
Counter : 1701 Pageviews.

 


โดย: หาแฟนตัวเป็นเกลียว วันที่: 22 เมษายน 2553 เวลา:12:17:22 น.  

 

ดูน่าจะมันส์ดีนะคะ ดูแบบไม่ต้องคิดมาก


โดย: Scorchio วันที่: 22 เมษายน 2553 เวลา:12:38:06 น.  

 
ตัวหนังมันส์มากครับ แถมดูจบแล้วได้ข้อคิดมาเยอะมาก จนผมเองกลับมาคิดจนอยากจะใช่ชุดแมงกระชอนแบบพระเอกออกไปบู๊กับผู้ร้ายมั้งเลย (ว่าไปนั่น แหะ ๆ )


โดย: negima_xx วันที่: 22 เมษายน 2553 เวลา:12:58:40 น.  

 
น่าดูเหมือนกันนะ
ชอบแนวๆ kill bill ครับ
เลือดสาดแต่ดูเท่ห์ดี


โดย: มิสเตอร์ฮอง วันที่: 22 เมษายน 2553 เวลา:14:04:36 น.  

 
ยอมรับครับว่าเรื่องนี้มันจริงอะไรจริง


โดย: Don't try this at home. วันที่: 22 เมษายน 2553 เวลา:14:17:10 น.  

 
รักhit-girl
เลิฟ Kick-Ass
ชอบ บทวิจารณ์นี้ค่ะ


โดย: lamerdejoy IP: 202.57.140.226 วันที่: 22 เมษายน 2553 เวลา:15:30:12 น.  

 
ขอบคุณครับ ^^

เรื่องนี้เลือดอาจจะสาดไม่มากแต่มันส์สาด รับรองครับ


โดย: negima_xx วันที่: 22 เมษายน 2553 เวลา:17:03:40 น.  

 
วินาทีนี้ใครๆ ก็ปลื้ม Hit girl ฉากแอ็คชั่นสะใจจริงๆ ครับ


โดย: Nanatakara วันที่: 22 เมษายน 2553 เวลา:18:09:59 น.  

 
ได้อ่านแล้วอยากดูมากๆเลยค่ะ


โดย: มะนาวเพคะ IP: 125.25.181.98 วันที่: 23 เมษายน 2553 เวลา:12:40:45 น.  

 
ไปดูเรื่องนี้ แบบไม่ได้ตั้งใจจะเข้าไปดูเลย และก็ไม่ได้รู้จักหนังเรื่องนี้มาก่อนด้วย แต่แฟนอยากดู (ตอนแรกแฟนก็เข้าใจว่าเป็นหนังออกแนวต๊องๆเหมือนกัน) พอเข้าไปดูก็ตะลึงงัน หนังผิดคาดมากมาย เลือดสาดกระจาย ผิดกับที่คิดไว้ เพราะนึกว่าเป็นหนังต๊องๆ 55+


โดย: แมลงสาบอาบแดด IP: 110.164.244.212 วันที่: 25 เมษายน 2553 เวลา:20:21:51 น.  

 
น่่ามันส์ดีนะคะ เพราะชอบหนังอาร์ตๆ แบบkillbill อยู่พอดีเลย













โดย: puy_naka63 วันที่: 3 พฤษภาคม 2553 เวลา:4:40:07 น.  

 
เสียดายไม่มีโอกาสได้ดูในโรง ตอนแรกคิดว่าหนังน่าจะ

ไม่สนุก พอมาอ่านรีวิวแล้ว อยากเขกหัวตัวเอง โอย

TT^TT


โดย: Bravo-10 วันที่: 12 พฤษภาคม 2553 เวลา:9:50:05 น.  

 
ผมดูแล้วครับ ชอบม๊ากกกก


โดย: Phi IP: 222.123.73.140 วันที่: 14 มิถุนายน 2553 เวลา:21:09:55 น.  

 
Hit-Girlน่ารักมาก


โดย: job IP: 10.250.218.227, 203.172.199.250 วันที่: 3 มกราคม 2554 เวลา:12:08:35 น.  

 
จิ๋วจี๊ดโหดจังอ่า...
สนุกดีชอบๆๆๆๆๆ


โดย: แคร์แบลร์ IP: 223.205.113.148 วันที่: 7 เมษายน 2554 เวลา:17:41:23 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

negima_xx
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




!#@# สวัสดีครับ กับทุกๆคนที่เข้ามาสู่ Blog นี้ของผม ขอให้สนุกกับการอ่านรีวิวภาพยนตร์ต่างๆนะครับ อาจจะมีถูกใจมั้ง ไม่ถูกใจมั้ง เพื่อนๆคนไหนคิดเห็นเหมือนกัน หรือแตกต่างกันตรงไหนก็บอกกล่าวกันได้ครับ ^^ #@#!

ฝาก Facebook We Love Movie Club ไว้ด้วยนะครับ



**ปล.ใครจะนำบทความของผมไปลงที่ไหนรบกวนช่วยแจ้งให้ทราบกันหน่อยก็ดีนะครับ และอย่าลืมลงเคดิตให้พร้อมด้วย อย่างน้อยๆก็เพื่อเป็นกำลังใจให้ผมหน่อยก็ยังดี ขอบคุณครับ ขอให้มีความสุขกับการเยี่ยมชมบล็อกครับ**