ธันวาคม 2552

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
หนึ่งใจนี้คือเธอ 1


ภายในร้านอาหารที่บรรยากาศร่มรื่นซึ่งเต็มไปด้วยต้นไม้ โดยพื้นร้านถูกยกระดับขึ้นมาให้สูง เพื่อป้องกันน้ำท่วม ตัวร้านปลูกสร้างด้วยไม้สักอย่างดีจึงดูคล้ายบ้านคนมากกว่าจะเป็นร้านอาหาร ตามผนังถูกตกแต่งด้วยกรอบไม้กรุกระจกใส ด้านในมีชั้นโชว์พวกขวดเหล้าเล็กๆ หลากหลายรูปทรงเพิ่มความเก๋ไก๋ให้กับร้าน ใช่เพียงเท่านั้นร้านแห่งนี้ยังใช้วิธีรีไซเคิลนำของเก่าที่ไม่ใช้แล้วมาดัดแปลงใหม่ โดยโต๊ะทานข้าวก็นำจักรเย็บผ้าเก่า ๆ มาทาสีใหม่ทับสนิม เปลี่ยนแผ่นไม้ด้านบนเป็นไม้สักทาเคลือบเงาให้ดูสวยขึ้น

ด้านข้างมีน้ำตกจำลองขนาดไม่ใหญ่นัก ซึ่งใช้ขวดเบียร์เก่า ๆ โบกปูนแล้วนำไปวางตามมุมที่จัดไว้ จากนั้นจึงนำต้นไม้มาตกแต่งอีกทีหนึ่ง ตรงกลางก็เป็นสระน้ำที่มีปลาสวยงามแหวกว่ายอยู่ เพียงแค่นี้ก็ทำให้ร้านแห่งนี้ดูแปลกและแตกต่างไปจากร้านอื่นมากแล้ว เพราะเน้นการตกแต่งจากวัสดุเหลือใช้นั่นเอง

ที่โต๊ะอาหารด้านในมีลูกค้ามานั่งอยู่อย่างประปราย และหนึ่งในนั้นก็มีจิลลา หญิงสาวรูปร่างบอบบางผิวพรรณผุดผ่อง ใบหน้าเกลี้ยงเกลา รับกันกับดวงตากลมโตตามแบบฉบับของสาวเหนือ แต่งกายด้วยชุดเสื้อยืดแขนสั้นสีชมพูกับกางเกงยีนส์ขาสามส่วนสีเข้ม กำลังนั่งดูเมนูของร้านอาหารอย่างตั้งอกตั้งใจเพื่อเป็นการฆ่าเวลาในระหว่างรอ เธอนัดอณิมาเพื่อนสนิทมาพบที่นี่หลังจากที่ทั้งคู่สอบปลายภาคของเทอมที่หนึ่งเสร็จแล้ว

ทางหน้าประตูผู้หญิงคนหนึ่งก็จอดรถที่หน้าร้านก่อนจะก้าวลงมาและผลักกระจกใสเข้าไปในร้าน หญิงสาวอยู่ในชุดแสคสีหวานแขนกุด ใบหน้าออกสไตล์สาวหมวย ผมซอยสั้นอย่างสวยเก๋ เดินสะพายกระเป๋าเข้ามาในร้านพร้อมกับกวาดตามองหาบุคคลที่นัดไว้ พอเห็นก็เดินตรงเข้ามาหาและเรียกชื่อ

“ลมมารอนานหรือยังน่ะ” ถามจบก็ทรุดกายลงยังเก้าอี้ตัวที่ว่าง จิลลาจึงตอบเพื่อนสาว

“สักพักแล้วล่ะ”

“แล้วนี่สั่งอะไรทานรึยัง”

“ยังเลยก็นั่งรอเค้กไง กะว่าจะได้สั่งพร้อมกัน”

“งั้นสั่งเลยนะ น้องคะ สั่งอาหารค่ะ” พอบอกเพื่อนจบอณิมาก็หันไปเรียกพนักงานในร้านทันที เพราะเวลานี้เธอหิวจะแย่อยู่แล้ว อณิมาก็ไม่รอช้าในการที่จะสั่งอาหารเธอหยิบเมนูขึ้นมาเปิดดูไล่สายตาไปตามรายการอาหารด้านใน ก่อนจะบอกกับพนักงานเสิร์ฟเดินที่เดินเข้ามายังโต๊ะ

“ขอข้าวผัดน้ำพริกเผาทะเลค่ะ แล้วลมล่ะจะสั่งอะไร” เพื่อนสาวหันมาถาม จิลลาก็ตอบ

“เอาเป็นราดหน้าทะเลก็แล้วกันค่ะ”

“ขอน้ำเชอรี่ด้วยนะคะ” อณิมาสั่งต่อ จิลลาจึงสั่งเครื่องดื่มให้ตนเองบ้าง

“ขอน้ำชาเขียวค่ะ”

“รอสักครู่นะครับ” เมื่อพนักงานบอกจบก็เดินเลี่ยงออกไป จึงเหลือเพียงสองสาวนั่งคุยกัน โดยอณิมาเป็นคนถามเพื่อน เมื่อเห็นอีกฝ่ายท่าทางเหมือนไม่สบายใจ

“มีเรื่องอะไรหรือเปล่าน่ะลม หน้าตาดูไม่ดีเลย”

“ก็เรายังหางานทำในช่วงปิดเทอมไม่ได้เลยน่ะเค้ก”

“อ้าวแล้วร้านขายดอกไม้ที่ไปสมัครทำทุกวันหลังเลิกเรียนล่ะ ไม่ได้ทำต่อแล้วเหรอ”

“พอดีเจ้าของร้านบอกว่าเขาจะให้หลานมาทำ แล้วก็อยู่ประจำทั้งวัน ฉันก็เลยตกงาน” บอกกลับมาด้วยน้ำเสียงเศร้าเพื่อนสาวจึงแนะนำ

“แล้วร้านฟ้าสฟู้ดล่ะลองไปสมัครหรือยัง”

“ลองไปดูแล้วล่ะ แต่เขาก็บอกว่ายังไม่มีตำแหน่งว่าง เขาอยากได้แบบพนักงานประจำมากกว่า เราก็เลยจะมาปรึกษาเค้ก เผื่อว่ามีที่ไหนจะแนะนำอีกบ้าง” อณิมานิ่งไปนิดหนึ่งเหมือนกำลังคิด แล้วไม่นานก็บอกกลับมา

“อืม เดี๋ยวจะลองดูให้ก็แล้วกันนะ จะลองถามพวกพี่ ๆ ให้” เพียงเท่านี้ก็ทำให้จิลลายิ้มออกมาได้แล้ว

“ขอบใจจ้า เรารู้อยู่แล้วว่าเค้กต้องช่วยเราได้” หญิงสาวเอ่ยอย่างประจบ รู้ดีว่าเพื่อนรักของตนนั้นมีน้ำใจมากแค่ไหน เพราะตั้งแต่คบกันมาตั้งแต่ปีหนึ่งเธอก็ไม่เคยเห็นอณิมาแล้งน้ำใจกับตนเลยสักครั้งเดียว มีแต่คอยช่วยเหลือแทบทุกอย่างด้วยความจริงใจ โดยที่ไม่รังเกียจหรือถือตัวว่ารวยกว่า

บ้านของจิลลานั้นมีฐานะแค่ปานกลางพ่อกับแม่ก็ทำงานค้าขายเปิดร้านเล็ก ๆ อยู่ที่เชียงใหม่ แต่เพราะเธออยากมาเรียนต่อที่กรุงเทพ ทั้งสองจึงให้มาอยู่กับป้าผู้เป็นน้องสาวของพ่อ แต่จิลลาก็ไม่ได้อยู่เฉยๆ เลยหลังจากเลิกเรียนก็หางานพาร์ทไทม์ทำ เป็นพนักงานร้านขายดอกไม้

ซึ่งต่างจากบ้านของอณิมาที่เรียกได้ว่าอยู่ในขั้นมีฐานะ เพราะพ่อของอณิมาทำงานราชการอยู่ในระดับตำแหน่งสูง แถมยังเป็นลูกผู้หญิงเพียงคนเดียวของบ้านและเป็นน้องคนเล็กด้วย ดังนั้นทุกคนที่บ้านจึงคอยประคบประหงมเอาใจเต็มที่เหมือนไข่ในหินเลยก็ว่าได้ แต่แทนที่อณิมาจะเป็นผู้หญิงอ่อนหวานกลับกลายเป็นสาวห้าวไปซะนี่ นั่นก็เพราะถูกแวดล้อมไปด้วยพี่ชายถึงสองคน

จนกระทั่งอาหารที่สั่งถูกนำมาเสิร์ฟ ทั้งสองก็ไม่รอช้าที่จะจัดการทันที ระหว่างที่รับประทานอาหารอณิมาก็ถามเพื่อนที่นั่งยังฝั่งตรงกันข้าม

“กินเสร็จแล้วจะไปไหนต่อล่ะลม”

“ก็คงกลับบ้านน่ะ ว่าจะไปเก็บพวกหนังสือที่กอง ๆ เอาไว้ ตอนเตรียมตัวสอบลงกล่อง พอเปิดเทอมมาจะได้ยกไปให้น้องรหัสเลย มันจะได้ไม่เกะกะ เราชอบห้องที่สะอาดน่ะ”

“แหม แม่บ้านแม่เรือนเสียจริง ใครได้ไปเป็นแฟนคงโชคดีน่าดู ผิดกับเราทำอะไรก็ไม่เป็นสักอย่าง” อณิมาบ่นอย่างปลง ๆ เพราะตั้งแต่เล็กจนโตก็มีคนทำให้หมด

“มันไม่เหมือนกันนี่จ๊ะ เราไม่ได้เป็นคุณหนูแบบเค้กนี่นา ต้องทำเองทุกอย่างไม่มีใครคอยมาทำให้หรอก” จิลลาว่าแบบยิ้ม ๆ ทั้งยังนึกถึงคำสอนของแม่ที่มักจะบอกให้เธอทำอะไรด้วยตัวเองเสมอ โดยเฉพาะเรื่องงานบ้านงานเรือน

และเมื่อกินกันจนอิ่มแล้ว ต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันกลับ โดยอณิมาเป็นคนขับรถไปส่งจิลลาที่หน้าปากซอยของบ้าน เนื่องจากเห็นว่าซอยมันแคบหาที่กลับรถลำบาก จึงให้เพื่อนส่งที่หน้าปากซอยแทน เมื่อส่งจิลลาแล้วหญิงสาวก็ขับรถกลับบ้าน

หลังจากจอดรถเสร็จอณิมาก็เตรียมเดินขึ้นบันไดไปบนตึกหลังใหญ่ ซึ่งอยู่ในรั้วอาณาบริเวณกว้าง แต่ยังไม่ทันขึ้นไปสายตาก็มองเห็นรถของพี่ชายคนโตจอดอยู่ แสดงว่าวันนี้ชายหนุ่มไม่ได้ออกไปไหน จึงเปลี่ยนใจก้าวเท้าไปทางด้านข้างทันที ตรงไปยังตึกที่อยู่ไม่ไกลหากแต่เต็มไปด้วยต้นไม้นานาชนิด มีสวนน้ำตกจำลองอยู่ทางด้านหน้า ได้ยินเสียงคนคุยกันโหวกเหวกก็เดินไปยังทิศทางนั้น แล้วอณิมาก็พบว่าวันนี้มีเพื่อนของพี่ชายมารวมกลุ่มกันหลายคน หญิงสาวยกมือสวัสดีทุกคนในฐานะที่อายุน้อยกว่า และหนึ่งในนั้นก็ทักทายเธอ

“ไงครับน้องเค้ก วันนี้มาหาพี่เหรอครับ” ชายหนุ่มใบหน้ากวน ๆ ที่นั่งอยู่เอ่ยทัก

“เปล่าค่ะ”หญิงสาวตอบกลับไปสิ้นคำพูดก็ได้ยินเสียงโอดโอยกลับมาแทน

“โห น่าน้อยใจชะมัด” พี่ชายคนโตที่นั่งอยู่ก็เอ่ยด้วยความหมั่นไส้

“น้อยใจเหรอไอ้ภพ เดี๋ยวเอาเท้าพี่ชายไปปลอบขวัญให้ก่อนเอาไหม” บอกและส่งเท้ายื่นไปหาคนปากดี อณิมายิ้มออกมาเมื่อเห็นพี่ชายแกล้งเพื่อน เธอทรุดกายนั่งลงยังเก้าอี้และพูดกับชายหนุ่มทั้งสองถึงธุระที่เดินมาหา

“พี่เค พี่ภพ พอจะมีงานอะไรให้เพื่อนเค้กทำบ้างไหมคะ”

“งานอะไรล่ะ” พี่ชายคนโตถามกลับมา น้องสาวจึงอธิบายให้ฟัง

“คือพอดีเพื่อนเค้กเขาอยากหางานทำในช่วงปิดเทอมน่ะค่ะ แต่ว่าไปสมัครแล้วเขาไม่ค่อยรับเพราะต้องการพนักงานประจำมากกว่า” แล้วดูเหมือนชายหนุ่มใบหน้ากวนนามว่าปองภพจะบอกออกมาในทันที

“ก็ไอ้ตฤณไง มันกำลังหาแม่บ้านมาดูแลบ้าน เห็นบอกว่าแม่บ้านคนเก่าลากลับบ้านไปแล้ว” เมื่อได้ฟังพี่ชายของอณิมาก็เอ่ยออกมา

“เออ จริงสิ ให้ไปทำแทนก่อนก็ดีนะ ระหว่างที่ยังหาคนไม่ได้ ว่าแต่เพื่อนเราจะทำรึเปล่าล่ะเค้ก งานแบบนี้น่ะ”

“ทำสิคะ เพื่อนเค้กน่ะไม่เรื่องมากหรอกค่ะ ขอแค่มีงานทำช่วงปิดเทอมก็พอ”

“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวพี่คุยกับไอ้ตฤณให้ละกัน เนี่ยเดี๋ยวมันก็มาที่นี่”

“ขอบคุณมากเลยค่ะ พี่เค” บอกจบก็กอดพี่ชายแทนคำขอบคุณ คนที่นั่งอยู่ไม่ไกลก็อดปากไวอีกไม่ได้

“กอดพี่บ้างก็ได้นะน้องเค้ก”

“ไม่ต้องเลยไอ้ภพ เดี๋ยวจะโดนยัน มาทำเป็นแซว”

“แค่นี้ทำเป็นหวงน้องนะแก ไอ้เค”

“น้องข้าห้ามแตะเว้ย แตะมีเตะ” พูดเป็นคำขู่เตือนไว้ก่อน เพื่อนหนุ่มก็ไม่วายหยอกอีก

“เตะไม่กลัว กลัวไม่เตะ”

“อยากโดนไหมล่ะ จะเตะให้เดี๋ยวนี้เลย” ไม่พูดเปล่าอธินันท์ก็เตรียมลุกขึ้นยืน พอดีกับที่ทั้งหมดได้ยินเสียงบีบแตรดังมาจากอีกฟากหนึ่ง ปิ้น ปิ้น

“สงสัยไอ้ตฤณมาแล้ว” ปองภพเอ่ยขึ้น และก็เป็นจริงหลังจากที่รถคันใหญ่สีบรอนซ์เงินขับเข้ามาจอดด้านในแล้ว ชายหนุ่มร่างสูงสวมแว่นตาดำก็เปิดประตูก้าวลงมา เขาสวมเสื้อโปโลสีกรมท่ากับกางเกงยีนส์สีขาวเดินตรงมาหาเพื่อนสนิทที่นั่งอยู่ พอมาถึงก็ถอดแว่นตาดำออก เหน็บใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อแทน ก่อนจะนั่งลงยังเก้าอี้ไม้สักตัวที่ว่าง และทักทายกับอณิมาฃาด้วยรอยยิ้มที่แทบจะทำให้สาว ๆ ใจละลายเลยทีเดียว

“สวัสดีจ้ะ น้องเค้ก วันนี้มารอรับพี่เหรอ รู้ได้ยังไงว่าพี่จะมา ถึงได้ออกมาต้อนรับ” อธินันท์มองหน้าเพื่อนอย่างไม่ชอบใจเท่าไหร่

“ไอ้นี่ก็อีกคน มาถึงก็เกี้ยวน้องฉันเลยนะ”

“แหมก็น้องแกน่ารักนี่หว่า ไม่เหมือนพี่ชายดุยังกะร็อตไวเลอร์” ตฤณเอ่ยเหน็บเพื่อน

“นี่แกว่าฉันเป็นแมวเหรอไอ้ตฤณ”

“หมาเว้ย มันว่าแกเป็นหมา” ปองภพช่วยแก้ให้

“รู้แล้วไม่ต้องย้ำเลยไอ้ภพ” อธินันท์หันไปบอกเพื่อนอีกคน ก็ได้ยินเสียงหัวเราะตอบกลับมา

“ฉันนึกว่าแกโง่ ก็เลยช่วยบอกให้”

“เออ ขอบใจ แต่ทีหลังไม่ต้องยุ่งเลย” ตฤณเห็นเพื่อนออกอาการหวงน้องมากก็อดแกล้งเล่นไม่ได้

“น้องเค้กครับ พี่ตฤณหิวน้ำจัง น้องเค้กช่วยไปเทน้ำมาให้พี่ตฤณหน่อยสิครับ”

“ได้ค่ะ รอแป๊บนะคะพี่ตฤณ” อณิมาเตรียมลุกขึ้นไปทำให้ หากพี่ชายกลับห้ามไว้

“ไม่ต้องเลยมันมีมือมีเท้าให้มันไปเทเอง”

“ไม่เป็นไรค่ะเดี๋ยวเค้กไปเทน้ำให้พี่ตฤณ แล้วพี่เคก็คุยเรื่องงานของเพื่อนเค้กให้ทีละกันนะคะ” บอกจบอลิสาก็ก้าวเข้าไปในบ้าน ชายหนุ่มนามว่าตฤณจึงทำสีหน้าสงสัย เอ่ยถามอธินันท์เมื่อได้ยินที่น้องสาวเพื่อนบอก

“งานของเพื่อนเค้ก งานอะไรวะ”

“ก็งานแม่บ้านไง แกยังหาคนไม่ได้ไม่ใช่เหรอ” พี่ชายของอลิสาถามกลับไป อีกฝ่ายก็พยักหน้ารับและตอบ

“อืม ใช่ จะซี้ซั้วรับคนสุ่มสี่สุ่มห้าได้ยังไงกัน เกิดเป็นสายโจรขึ้นมาฉันก็แย่น่ะสิ สมัยนี้ยิ่งมีข่าวโดนยกเค้าอยู่บ่อยๆ ดีไม่ดีแถมปาดคอเจ้าของบ้านอีก เลยต้องเลือกที่ไว้ใจได้จริง ๆ”

“ก็นี่ไงที่ฉันจะคุยกะแก ระหว่างที่แกยังหาคนมาดูแลบ้านไม่ได้ ก็ให้เพื่อนของยัยเค้กไปทำแทนก่อน”

“งานแม่บ้านเนี่ยนะ เพื่อนน้องเค้กจะทำ” เขาทำสีหน้าเหมือนไม่เชื่อ ก็พอดีกับที่อณิมาเทน้ำออกมาเสิร์ฟให้กับเขาเสร็จแล้ว มือเรียวปิดประตูกระจกบานเลื่อนก่อนจะเดินกลับมานั่งที่เดิมโดยส่งแก้วน้ำให้กับชายหนุ่มที่นั่งอยู่ไม่ไกลและบอกให้รู้

“ทำค่ะ งานแม่บ้านเพื่อนเค้กก็ทำ เขาแค่อยากจะหางานทำในช่วงปิดเทอมน่ะค่ะ”

“แล้วเพื่อนน้องเค้กไว้ใจได้รึเปล่าน่ะ ไม่ใช่พาคนมายกเค้าบ้านพี่นะ” เขายังไม่รับปาก อณิมาจึงบอกให้ฟัง

“ถึงเพื่อนเค้กจะไม่รวย แต่เขาก็ไม่มีนิสัยขี้ขโมยหรอกค่ะ เค้กรับรองได้”

“แล้วพี่จะเชื่อได้ยังไง ยิ่งไม่รวยนี่ล่ะน่ากลัว ของในบ้านพี่ราคาไม่ใช่ชิ้นละสองสามร้อยบาทนะน้องเค้ก”

“เค้กรับรองค่ะพี่ตฤณ ว่าเพื่อนเค้กไว้ใจได้ เค้กเอาหัวเป็นประกันเลยค่ะ ว่าจะไม่มีของในบ้านพี่ตฤณหายแม้แต่ชิ้นเดียว” อณิมาพูดรับรองในตัวเพื่อนสาวอย่างแข็งขัน ตฤณก็มองหน้าน้องสาวเพื่อนและย้อนถาม

“ทำไมน้องเค้กอยากให้เพื่อนได้งานนี้จัง”

“เค้กสงสารน่ะค่ะ คือเขาเป็นเด็กต่างจังหวัดมาเรียนที่กรุงเทพ บ้านเขาก็ไม่รวยมาก แต่ว่าเขานิสัยดีมาก ๆ เลยนะคะ”

“เออน่าไอ้ตฤณ เด็กมันรักดี ก็รับ ๆ ไปเหอะ ขนาดปิดเทอมยังคิดหางานทำ น้องฉันเองซะอีกกลับไม่ยอมทำ” อธินันท์ตัดบทให้แทน

“อ้าวทำไมมาลงที่เค้กล่ะพี่เค” อณิมาหันไปทางพี่ชาย อีกฝ่ายก็ตอบกลับ

“ก็มันจริงนี่ เพื่อนเรายังทำงานเลย”

“ก็เค้กอยากพักมากกว่า” ตฤณเห็นน้องสาวเพื่อนยืนยันอย่างมั่นใจเขาจึงเอ่ยออกมา

“โอเค ก็ได้ พี่จะลองเชื่อน้องเค้กละกัน ให้เพื่อนน้องเค้กไปทำงานแทนในระหว่างที่ยังหาแม่บ้านไม่ได้” เพียงเขาเอ่ยจบอณิมาก็รีบยกมือไหว้ชายหนุ่มในทันที

“ขอบคุณมากเลยค่ะพี่ตฤณ เดี๋ยวเค้กไปโทรบอกเพื่อนก่อนนะคะ ลมรู้คงดีใจแน่เลย” เอ่ยจบก็ลุกออกไปทันทีพร้อมกับหยิบโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าออกมา กดไปหาเพื่อนสาวเพื่อบอกถึงข่าวดี

โดยในยามนี้จิลลากำลังนั่งจัดเก็บหนังสือเป็นกองๆ ใส่ลงไปในกล่องทีละตั้ง เสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กส่วนตัวก็ดังขึ้น หญิงสาวจึงละจากงานที่ทำอยู่ และเดินไปหยิบโทรศัพท์ซึ่งวางอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งขึ้นมา มองเห็นเบอร์ของเพื่อนสาวโชว์อยู่บนหน้าจอก็กดรับสาย

“หวัดดีจ้าเค้ก”

“ลมเค้กมีข่าวดีจะบอกล่ะ”

“ข่าวอะไรเหรอ” ถามกลับไปด้วยความอยากรู้

“ลมได้งานทำแล้วนะ”

“จริงเหรอ งานอะไรน่ะ” น้ำเสียงบอกกลับมาอย่างยินดี อณิมาจึงพูดให้ฟัง

“เป็นแม่บ้านที่บ้านเพื่อนพี่ชายเค้กเอง พอดีว่าแม่บ้านคนเก่าเขาลาออกไปแล้ว และยังหาคนมาทำไม่ได้ เค้กก็เลยบอกว่าจะให้ลมไปทำ” เมื่อได้รู้จิลลาก็ตอบกลับมาอย่างดีใจ

“ขอบใจมากเลยนะเค้ก แล้วเขาจะให้ฉันไปทำงานได้เมื่อไหร่ล่ะ”

“เดี๋ยวเค้กถามให้ละกัน เมื่อกี้ก็ลืมไป มัวแต่ดีใจที่หางานให้ลมได้แล้วน่ะ”

“เค้กดีกับฉันมากเลย”

“เฮ้ย เรื่องแค่นี้เองลม นี่เก็บของที่ห้องอยู่ใช่ไหม งั้นไปทำงานต่อเถอะ เดี๋ยวเค้กกลับไปถามพี่ตฤณว่าจะให้ลมไปทำงานเมื่อไหร่ก่อนนะ”

“จ้ะ” แล้วอณิมาก็วางสายไปก่อนจะเดินกลับมาหาชายหนุ่มอีกครั้งหนึ่ง

“พี่ตฤณจะให้เพื่อนเค้กไปทำงานเลยไหมคะ”

“เอาเป็นพรุ่งนี้ละกัน เค้กพาเขาไปหาพี่ที่บริษัท จะได้คุยกันว่าต้องทำอะไรบ้าง”

“ได้ค่ะพี่ตฤณ” พอดีกับที่เด็กในบ้านของอณิมาและอธินันท์เดินมาพร้อมกับวางถาดในมือตรงหน้าลงยังโต๊ะซึ่งทุกคนนั่งอยู่

“ขนมอร่อย ๆ ค่ะ”

“โอ้ลาภปากอีกแล้ว มาบ้านไอ้เคทีไรอิ่มท้องกลับไปทุกที” ปองภพเอ่ยเมื่อเห็นถาดขนมหวานตรงหน้าที่มีพวกขนมชั้น ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ดูน่าทาน ไม่พูดเปล่ายังใช้มือหยิบส้อมจิ้มขนมขึ้นมาใส่ปากและเอ่ยชม

“อื้ม อร่อย น้องเค้กมากินด้วยกันสิครับ” ขณะเคี้ยวก็หันมาชวนน้องสาวเพื่อน อณิมาก็ยิ้มและจิ้มขึ้นมาทาน อีกสองหนุ่มก็ทำเช่นเดียวกัน ต่างคนต่างป้อนขนมใส่ปากตัวเอง พร้อมกับนั่งคุยหยอกล้อกันอย่างไม่หยุด




เรื่องใหม่ที่ตั้งใจจะเขียนให้จบให้ได้ค่ะ หลังจากที่มันค้างเติ่งมานานแล้ว เป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ



Create Date : 12 ธันวาคม 2552
Last Update : 12 ธันวาคม 2552 4:55:35 น.
Counter : 245 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ที่รักของ Nathan Adrian
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



เป็นคนง่ายๆ อะไรก็ได้ไม่เรื่องมาก เฮฮา ร่าเริง แต่ยกเว้นตอนโกรธที่ไม่ว่าหน้าไหนก็กระเจิงได้หมด

หมายเหตุ : ไม่อนุญาตให้ผู้ใดนำงานเขียนต่างๆ ในเว็บนี้ไปเผยแพร่โดยมิได้รับอนุญาต หากนำไปเผยแพร่ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของบล็อกก่อน มิฉะนั้นจะถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์