Group Blog
 
<<
กันยายน 2554
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
29 กันยายน 2554
 
All Blogs
 

อายุบวรศรีลังกา : อนุราธปุระ (1)

หลังจากที่ดองบล็อกไว้นานเดือนกว่าๆ จนเปรี้ยวได้ที่ ศรีลังกาตอนที่สองก็ได้ฤกษ์ออกอากาศเสียทีค่ะ (ถ้าลืมตอนที่หนึ่งแล้วก็กลับไปอ่านก่อนก็ได้นะ อิอิ)


การเดินทางวันที่สองวันนี้จะเดินทางไปเมืองอนุราธปุระ ซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของศรีลังกาอยู่ถึง 1,500 ปี และยูเนสโกก็ยกย่องให้เป็นเมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรม เมืองอนุราธปุระนี้สร้างมาก่อนสุโขทัยเกือบ 2,000 ปี (เป็นราชธานีระหว่างปี พ.ศ.106 - 1560)


ช่วงเช้าก่อนออกเดินทาง คณะของเราเดินทางไปบ้านคหบดีผู้หนึ่งเนื่องจากเขานิมนต์พระไปฉันภัตตาหารเช้า บ้านหลังนี้อยู่ใกล้กับรัฐสภาหลังใหม่ ตั้งอยู่บนเนินเขาเล็กๆ บ้านใหญ่โต พื้นที่กว้างขวาง ดูอาหารแล้วน่าจะสั่งมาจากภัตตาคารหรือโรงแรม มีบริกรมีดูแลสองคนด้วย อาหารก็หน้าตาคล้ายๆ กับเมื่อวานก็เลยไม่ลงรูปให้ดูแล้ว แต่มีรายการนี้ที่ชอบ ผลไม้รวมมิตรราดโยเกิร์ต...อร่อยดี


ผลไม้หั่นเป็นชิ้นเล็กเหมือนฟรุตสลัด






ที่เห็นขาวๆ ในชามข้างจานผลไม้คือโยเกิร์ตค่ะ






หลังจากอิ่มท้องกันแล้วเราก็ออกเดินทางไปเมืองอนุราธปุระ ซึ่งดูจากแผนที่เมืองนี้ตั้งอยู่ทางตอนกลางค่อนไปทางเหนือของประเทศ ระยะทางน่าจะสัก 170 -180 กม. ถ้าบ้านเราเต็มที่ก็คงจะใช้เวลาสัก 2 ชั่วโมง แต่ที่ศรีลังกาถนนมีแค่สองเลนค่ะ เลยใช้เวลามากกว่านั้นเยอะ





ออกนอกกรุงโคลัมโบมาแล้วเราไม่เห็นมีไฟจราจรเลยค่ะ ตามสี่แยกเขาก็ไม่มี อาศัยดูจังหวะใครมาก่อนก็ไปก่อน แต่ก็ไม่เห็นว่าจะมีรถชนกันเลยนะ ถนนสองเลนแคบๆ เวลาแซงก็เฉียดๆ ฉิว บางทีเวลารถสวนกันรู้สึกเหมือนว่าลมมันผ่านวืดไปเลย ใกล้กันมาก นับถือคนขับรถที่นี่จริงๆ ฝีมือเยี่ยมยอดมากๆ


จุดแรกที่คณะเราแวะ คือ วัดกัลนียาราชมหาวิหาร (Kelaniya Raja Mahavihara) เป็นวัดใหญ่อยู่ใจกลางเมืองโคลัมโบ ซึ่งตามพงศาวดารมหาวงศ์ กล่าวว่าในพรรษาที่ 8 หลังจากตรัสรู้ พระพุทธเจ้าเสด็จมาเทศน์โปรดพญานาคที่บริเวณวัดกัลณียาแห่งนี้ ต่อมาได้มีการสร้างพระเจดีย์ครอบบริเวณที่เชื่อกันกันว่าเป็นพุทธอาสนะในครั้งนั้น








ที่วัดแห่งนี้มีเด็กนักเรียนมาเรียนโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์เต็มไปหมด แต่งกายชุดยูนิฟอร์มสีขาวทั้งเด็กชายเด็กหญิง น่ารักมากๆ เลย










เหล่าบรรดาผู้ปกครองก็ไปสวดมนต์ นั่งสมาธิอยู่ด้านใน รอลูกเลิกเรียน









ชอบบรรยากาศที่วัดนี้มากๆ บริเวณข้างอุโบสถมีต้นโพธิ์ซึ่งมีพุทธศาสนิกชนมาเดินเวียนเทียนกันหนาแน่นตลอดเวลา










รอบๆ โบสถ์มีปูนปั้นสวยงาม









ภายในวิหารของวัดกัลณียานีมีจิตรกรรมฝาผนังที่มีความสวยงาม ทั้งเรื่องการใช้สี การจัดวางเรื่องราว องค์ประกอบของภาพ รวมทั้งฝีมือในการวาด เนื้อหาของจิตรกรรมฝาผนังเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติ ชาดก และตำนานต่างๆ แต่ความที่คณะเราไม่มีไกด์ (ที่เป็นไกด์จริงๆ) เราก็เลยเดินดูไปเรื่อยๆ ไม่ค่อยได้รู้หรอกว่าภาพไหนเป็นอะไรบ้าง






















ถึงเวลาเลิกเรียนพอดี เด็กๆ ก็ทะยอยกลับ บางคนก็นั่งรอผู้ปกครองมารับ










ออกจากวัดกัลยาณีก็มุ่งหน้าขึ้นทางเหนือค่ะ ออกจากโคลัมโบมาไม่ไกลจะมีร้านขายเม็ดมะม่วงหิมพานต์ข้างทางเยอะมาก แต่เราไม่ได้แวะ รูปนี้ถ่ายจากบนรถค่ะ





ออกมาอีกหน่อยก็เจอร้านขายของข้างทาง


มะม่วงหลากหลายพันธุ์ หน้าตาแปลกๆ บางพันธุ์มีกลิ่นยางฉุนเหมือนมะม่วงป่าบ้านเรา




นอกจากมะม่วงแล้วมีอย่างอื่นขายด้วย มะขามเปียก น้ำผึ้ง พริกแห้ง ถั่วลิสง และพวกถั่วงาสารพัดค่ะ ทั้งถั่วเขียว ถั่วเหลือง ถั่วแดง ถั่วดำ เม็ดเดือย ข้าวโอ๊ต ฯลฯ









ข้างๆ ร้านขายของมีทุ่งข้าวเขียวขจี มีป้ายอ่านว่าอะไรไม่รู้ เดาเอาว่าป้ายบอกว่านาแปลงนี้ปลอดสารเคมีและยาฆ่าแมลง อิอิ






จากนั้นเราก็แวะทานอาหารกลางวันกัน เรียกว่าย่านอะไรไม่รู้ แต่น่าจะเป็นที่ที่นักเดินทางนิยมแวะทานข้าวเพราะมีร้านอาหารเต็มเลย





เป็นร้านอาหารแบบบุฟเฟต์ แล้วก็มีเบเกอรี่ขายด้วย





หลังจากอิ่มท้องก็เดินทางต่อ ระหว่างทางก็มีอะไรให้เพลิดเพลิน





เจอรถขนช้างด้วย คาดว่าคงจะขนย้ายไปที่เมืองแคนดี้ที่กำลังมีงานแห่พระเขี้ยวแก้ว






มีเงาะขายข้างทางด้วย หน้าตาเหมือนเงาะโรงเรียนบ้านเรา แม่ค้าที่นี่เขานับลูกขายไม่ได้ชั่งเป็นกิโลค่ะ สนนราคาก็ตกลูกละ 3 บาทได้มั้ง










จุดแวะเที่ยวที่ต่อไปคือ ถ้ำดัมบูลา ต้องเดินขึ้นเขาไปประมาณ 30 นาที แต่พวกเราไม่ได้ขึ้นไปทั้งหมดค่ะเพราะค่าเข้าชมสำหรับชาวต่างชาติคนละ 10 เหรียญยูเอส เราก็เลยเดินชมอยู่บริเวณด้านล่าง (ซึ่งตอนหลังถึงได้รู้ว่าพวกเราได้พลาดโอกาสอันดีที่จะได้ชื่นชมภาพพระพุทธรูป และพระพุทธรูปแกะสลักที่สวยงามมากๆ)












เจอเด็กนักเรียนมาเที่ยวด้วย ใส่ชุดสีขาวทั้งชุด





ไม่ได้เดินถ้ำแต่ก็เดินอยู่รอบๆ แถวนั้น เดินขึ้นบันไดไปไหว้พระข้างบน





มีลิงอยู่ฝูงนึงซนมาก มันจะชอบออกมากินดอกบัว (เธอเลือกแกะกินแต่ของดีเสียด้วยนะ) เจ้าหน้าที่ต้องคอยไล่ไม่ให้มารบกวนคนที่มาเที่ยว






ที่หน้าวัดมีมะพร้าวขาย มะพร้าวที่นี่สีเหลืองทองค่ะ พวกเราเห็นตั้งแต่อยู่บนรถตามข้างทางที่รถผ่าน พอมาเจอที่หน้าวัดเลยซื้อมาชิม อิอิ สวยแตรูปจูบไม่หอมจริงๆ ไม่มีความอร่อยเอาเสียเล้ยยยยยยย ไม่แนะนำค่ะ ไม่หอม ไม่หวาน และไม่อร่อย จืดสนิทเลยค่ะ









นอกจากมะพร้าวแล้ว แถวหน้าวัดยังมีลอตเตอรี่ขายด้วยล่ะค่ะ บรรยากาศคล้ายๆ บ้านเรา ที่ตามวัดดังๆ จะต้องมีคนวังสะพุงแบกลอตเตอรี่ไปขาย แต่ที่นี่เห็นมีอยู่เจ้าเดียวนะ








ตู้ไปรษณีย์หน้าวัด





บรรยากาศแถวๆ หน้าวัด









ออกจากถ้ำก็มุ่งหน้าสู่อนุราธปุระจริงๆ แล้วล่ะ กว่าจะเดินทางไปถึงก็หกโมงนิดๆ แต่ยังไม่มืดค่ะ เริ่มเข้าเขตเมืองโบราณอนุราธปุระแล้ว มองเห็นเจดีย์ไกลๆ โน้น รูปนี้ถ่ายจากบนรถค่ะ






หลังจากนั่งรถวนๆ หาที่พักได้แล้ว พระคุณเจ้าก็นำพวกเราก็ไปทำวัตรเย็นและเวียนเทียนที่เจดีย์รุวันเวลิ เสร็จแล้วญาติโยมก็แยกไปหาข้าวเย็นกินที่ร้านอาหารจีน สั่งข้าวผัดและผัดหมี่มากินกันค่ะ ที่นี่มีคนพื้นถิ่นมากินกันบ้าง ส่วนใหญ่จะสั่งเหมือนข้าวราดแกงบ้านเราน่ะ เห็นบางคนกินผัดผักบุ้งราดข้าว คือกินเป็นข้าวจานเดียวกันซะส่วนใหญ่ มื้อนี้ไม่ได้ถ่ายรูปมานะคะ เพราะรออาหารนานมากเลยโมโหหิวค่ะ พออาหารมาเลยโซ้ยกันใหญ่ กินเสร็จแล้วก็กลับไปนอนพักเอาแรงเที่ยวต่อวันพรุ่งนี้






เช้าวันต่อมา ณ อนุราธปุระ เริ่มต้นตอนเช้าด้วยตามพระไปกินข้าวอีกแล้ว คราวนี้ประมาณว่าเป็นบ้านพักผู้บัญชาการตำรวจเมืองอนุราธปุระ เขาจัดให้ริมอ่างเก็บน้ำ (บ้านพักอยู่ริมอ่างเก็บน้ำพอดี) บรรยากาศดีเชียวค่ะ อาหารก็คล้ายๆ กับหลายมื้อที่ผ่านมา






กินข้าวเสร็จก็ได้เวลาไปเที่ยวค่ะ สำหรับการท่องเที่ยวในเมืองอนุราธปุระที่เขาแนะนำคือ การไปเยี่ยมชมเขตเมืองโบราณของอนุราธปุระ ซึ่งปัจจุบันเมืองโบราณแห่งนี้ได้ถูกล้อมรอบไปด้วยซากปรักหักพังของโบราณสถานอันศักดิ์สิทธิ์ที่ครอบคลุมพื้นที่กว่า 40 ตารางกิโลเมตร อาณาเขตกว้างใหญ่ทีเดียว งานนี้ต้องนั่งรถเที่ยวค่ะ แวะไปเรื่อยๆ มาดูค่ะว่าเราไปไหนกันบ้าง



วัดอิสุรุมุณิยะ ตามตำนานบอกว่าเป็นวัดที่สร้างโดยสร้างโดยพระเจ้าเทวานัมปิยติสสะซึ่งเป็นพระสหายของพระเจ้าอโศกมหาราช เมื่อ 2 พันกว่าปีมาแล้ว ภายในวัดมีพิพิธภัณฑ์เล็กๆ ที่จัดเก็บรูปประติมากรรมต่างๆ เอาไว้ ที่ขึ้นชื่อคือรูปสลักหินคู่รัก The Lover ซึ่งเป็นรูปแห่งตำนานรักของเจ้าชายสาลิยะ พระราชโอรสของพระเจ้าทุฎฐคามณี ที่ทรงสละราชบังลังก์เพราะความรักที่มีต่อหญิงในวรรณะต่ำ














รูปนี้ไงคะรูปสลักหินคู่รัก "The Lover" ที่รัฐบาลศรีลังกาเคยได้นำไปตีพิมพ์เป็นดวงตราไปรษณีย์มาแล้ว ที่โชว์อยู่ที่นี่เป็นของจำลองค่ะ






ถูปารามเจดีย์ (Thuparamaya) เป็นเจดีย์ทางพุทธศาสนาองค์แรกที่สร้างขึ้นในเกาะลังกา โดยพระเจ้าเทวานัมปิยติสสะ ทรงสร้างขึ้นในราว พ.ศ. 300 และเป็นที่ประดิษฐานพระรากขวัญเบื้องขวา (กระดูกไหปลาร้า) ซึ่งมีอยู่แห่งเดียวในโลก









"พระมหาเจดีย์รุวันเวลิสยา" (Ruwanwelisaya Dagaba) หรือที่คนไทยรู้จักอีกชื่อว่า พระมหาเจดีย์สุวรรณมาลิก สร้างขึ้นในปี พ.ศ.382-406 ในสมัยพระเจ้าทุฏฐคามณี กษัตริย์องค์ที่ 14 ของศรีลังกา ถือว่าเป็นหนึ่งในอนุสรณ์สถานที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งในโลก มีความสูง 300 ฟุต (91 เมตร) เส้นรอบวง 950 ฟุต (290 เมตร) บริเวณรอบกำแพงฐานพระเจดีย์มีประติมากรรมรูปช้าง 336 เชือก หันหน้าออกรอบองค์เจดีย์ พระมหาเจดีย์รุวันเวลิ สร้างขึ้นเพื่อฉลองชัยชนะที่มีต่อพระยาเอฬทมิฬ ตามตำนานเล่าว่าได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพุทธองค์ไว้ในมหาสถูปแห่งนี้ด้วย


รูปนี้เป็นรูปที่ถ่ายตอนกลางคืนที่มาถึงวันแรก (ที่บอกว่ามาทำวัตรเย็นและเวียนเทียนน่ะค่ะ) มองเห็นพระจันทร์ด้วย ท้องฟ้าคืนนั้นสวยงามมากๆ







เจดีย์เชตวนาราม สร้างประมาณพุทธศตวรรษที่ 8 มีความสูงถึง 152 เมตร พื้นที่กว้างประมาณ 20 ไร่ เจดีย์เชตวนารามจึงมีขนาดใหญ่กว่าโบราณสถานทั้งหลายทั้งปวงในโลก เป็นรองก็แต่พีระมิดแห่งอียิปต์เท่านั้น เจดีย์นี้ไม่ได้ฉาบปูนแล้วทาสีขาว มองดูขลังดีค่ะ แต่ตรงนี้กว่าจะเดินไปถึงก็เล่นเอาเท้าแทบสุกเหมือนเกาลัดคั่วทรายยังไงยังงั้นเลยค่ะ เพราะทางเดินที่จะไปเจดีย์เป็นดินปนทรายและเก็บความร้อนไว้อย่างเต็มที่เพราะเราไปตอนแดดเปรี้ยงเลยค่ะ















พระมหาเจดีย์อภัยคีรี (Abayagiriya) สถูปแห่งนี้สร้างขึ้นประมาณปี พ.ศ.454 ความสูงเดิม 370 ฟุต (113 เมตร) เส้นผ่านศูนย์กลาง 110 เมตร ปัจจุบันส่วนปลายยอดหักทำลายไปบางส่วน ส่วนองค์พระเจดีย์ก็ชำรุดทรุดโทรมตามกาลเวลาซึ่งยาวนาน 2,000 กว่าปี ได้รับการบูรณะอยู่แต่ยังไม่เสร็จ





"สระแฝด" (Kuttam Pokuna) หนึ่งในตัวอย่างที่ดีที่สุดของสถานที่อาบน้ำ หรือสระว่ายน้ำในสมัยโบราณของประเทศศรีลังกา และเป็นสิ่งก่อสร้างที่มี ความโดดเด่นทางด้านศิลปะและสถาปัตยกรรมของชาวสิงหลโบราณ








ยังมีอีกหลายๆ ที่ที่เราแวะไป ดูจากแผ่นพับก็ได้แค่ชื่อเพราะคำบรรยายเป็นภาษาสิงหล มาหาข้อมูลเพิ่มเติมในเว็บเกี่ยวกับท่องเที่ยวศรีลังกาก็ไม่เจอ เดาว่าคงเป็นเพราะไม่ใช่จุดที่เป็นไฮไลต์


อย่างตรงนี้น่าจะเป็นว่าเจดีย์มิริสเวทิยา (ในแผ่นพับเขียนว่า Mirisawetiya)









ภายในบริเวณเมืองโบราณนี้มีสระน้ำขนาดใหญ่ที่เขาบอกว่าความลึกยี่สิบเมตร มีร่องรอยของความก้าวหน้าระบบชลประทานสมัยโน้น มีทางระบายน้ำด้วย








เพิ่งได้เจอผู้คนแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสีสันสดใส





ตรงนี้เป็นร้านขายของริมทางที่จะเดินไปถูปาราม ขายทุกอย่างที่ขวางหน้า เหมือนเซเว่นอีเลฟเว่นเลยค่ะ






เพิ่งหมดไปครึ่งวันเองค่ะ แต่บล็อกนี้ยาวมากแล้ว
ขออนุญาตจบบล็อกนี้เพียงแค่นี้ก่อน
แล้วค่อยติดตามตอนต่อไปนะคะ





 

Create Date : 29 กันยายน 2554
36 comments
Last Update : 30 กันยายน 2554 15:25:30 น.
Counter : 2447 Pageviews.

 

จะมาตามไปเที่ยวอีกนะคะ ภาพสวยมากค่ะ

 

โดย: Maeboon 30 กันยายน 2554 0:45:03 น.  

 

เดี๋ยวตอนเช้าจะมาดูใหม่ รูปไม่ขึ้นทั้งหมด รูปเยอะจริงๆ

นอนไม่หลับอ่ะ คุณป้า
ดันกินกาแฟเข้าไปตอนบ่ายๆ ตาค้างจริงๆ นะเนี่ยะ

 

โดย: kapeak 30 กันยายน 2554 3:01:58 น.  

 

มาดูใหม่ รูปสวยนะ
นักเรียนที่โน่นเค้าใส่ชุดสีขาวกันหมดเลย
น่ารักดี
นี่ตอนที่ 1 แสดงว่ามีตอนต่อๆ ไป
อย่าให้นานเกินรอเน้อ

ปล.น้ำจะท่วมบ้านที่ กทม.รึป่าวไม่รู้ ก็มันมีเขตหัวหมากด้วยอ่ะ
อย่าท่วมเล้ยยยยย

 

โดย: kapeak 30 กันยายน 2554 8:14:16 น.  

 

ว๊าวววว คุณป้าไปเที่ยวไกลเลย มาตามไปดูหมูเดย์จร้า

 

โดย: lookmoodeaw 2 ตุลาคม 2554 7:33:37 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับพี่








 

โดย: กะว่าก๋า 3 ตุลาคม 2554 6:16:59 น.  

 

ฝนตกอีกแล้ววววววววววววววววววววววววววววว

 

โดย: kapeak 3 ตุลาคม 2554 13:11:10 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับพี่








 

โดย: กะว่าก๋า 4 ตุลาคม 2554 6:33:43 น.  

 

ก็ต้องขอขอบคุณเพื่อนบล้อกทุกคนด้วยครับพี่
ที่ทำให้ตัวเลขออกมาน่าชื่นใจแบบนี้ อิอิอิ

ผมกำลังค่อยๆทยอยซื้อหนังสือแล้วล่ะครับ

 

โดย: กะว่าก๋า 4 ตุลาคม 2554 9:18:54 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับพี่







 

โดย: กะว่าก๋า 5 ตุลาคม 2554 6:31:48 น.  

 

เมื่อวานไม่ค่อยสบาย กินยาไป หลับไม่รู้เรื่องเลย
ไฟดับยังไม่รู้เลย เช้าตื่นมา เอ...ทำไมแอร์ปิด ดีที่ฝนตก
เลยไม่ค่อยร้อน
เมื่อเช้าก็แหกขี้ตามาแต่เช้า ว่าจะมี vcs ปรากฏเลื่อนไป แต่ให้สแตนบายไว้ หุหุ
กุหลาบ เอาซิ คุณป้า คราวนี้การขนส่งไม่ยากแล้ว
ฝากคนครยกมาได้ อิอิ

 

โดย: kapeak 5 ตุลาคม 2554 17:14:48 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับพี่








 

โดย: กะว่าก๋า 6 ตุลาคม 2554 6:31:35 น.  

 

หวัดดียามเช้าจ้า คุณป้า

 

โดย: kapeak 6 ตุลาคม 2554 8:27:38 น.  

 

ผมกำลังจะออกไปส่งหนังสือแล้วล่ะครับพี่
อนุโมทนาบุญเช่นกันนะครับ


 

โดย: กะว่าก๋า 6 ตุลาคม 2554 9:23:12 น.  

 

บรรยากาศน่าไปนะเนี่ย... ปกติพอนึกถึงศิลปวัฒนธรรม ก้ไปมองที่อินเดีย บาหลี แต่ศรีลังกาลืมชื่อนี้ไปสะสนิท

ปล. มีแซวๆ

 

โดย: gutswallow 6 ตุลาคม 2554 18:34:11 น.  

 

วันนี้ตั้งแต่เที่ยงไปอยู่เวรร้านกาชาดมาจนถึงห้าโมงกว่า ตอนนี้ฝนเทอีกแล้ว

 

โดย: kapeak 6 ตุลาคม 2554 18:49:27 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับพี่








 

โดย: กะว่าก๋า 7 ตุลาคม 2554 6:42:21 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับพี่









 

โดย: กะว่าก๋า 8 ตุลาคม 2554 6:44:02 น.  

 

แต่ก่อนซอยบ้านพี่จะต่ำมาก โดยเฉพาะแถวหน้าบ้าน ฝนตกทีไรน้ำท่วมขังตลอด เพราะตอนนั้นถนนเป็นถนนส่วนบุคคล เค้าก็ไม่ดูแล จนยกถนนให้ กทม. เขตบางกะปิ เค้าก็เลยมาทำถนนให้ใหม่ จนสูงกว่าถนนใหญ่ข้างนอก ปลั๊กที่บ้านก็ทำสูงหมด เพราะเคยเจอบทเรียนตอนน้ำท่วมหมู่บ้านเสรี แถวบ้านล่ะ มีแนวโน้มว่าจะท่วมมั๊ย

 

โดย: kapeak 8 ตุลาคม 2554 9:29:57 น.  

 

คุณป้าคะ สวัสดียามบ่ายค่ะ ขอให้มีความสุขกับบ่ายวันเสาร์นะคะ ^^



ด.ญ.ปั๊มเงิน โพสหน้าโชว์ความสวย ^^

 

โดย: หัวใจแก้ว 8 ตุลาคม 2554 14:08:56 น.  

 


อรุณสวัสดิ์ครับพี่








 

โดย: กะว่าก๋า 9 ตุลาคม 2554 6:40:24 น.  

 

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

 

โดย: kapeak 9 ตุลาคม 2554 9:00:23 น.  

 

เมื่อวานก็มาเก็บๆ ของ
แต่ตู้เย็นกะเครื่องซักผ้า จะยกไง
เครื่องเบ่อเริ่มเลยอ่ะ

 

โดย: kapeak 9 ตุลาคม 2554 11:57:12 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับพี่







 

โดย: กะว่าก๋า 10 ตุลาคม 2554 6:37:22 น.  

 


นั่นซิ...ฝนอย่าตกอีกเลย
แล้วนี่เพื่อนๆเรา แถวนั้นจะเป็นไงกันบ้างหนอ อยู่จว.น้ำท่วมกันทั้งนั้นเลย

 

โดย: kapeak 10 ตุลาคม 2554 8:55:08 น.  

 

ตัวนับในหน้าจัดการบล๊อกหายไปหมดเลย

 

โดย: kapeak 10 ตุลาคม 2554 10:41:34 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับพี่








 

โดย: กะว่าก๋า 11 ตุลาคม 2554 6:35:49 น.  

 

เวลาฝนตก เป็นเรื่องปกติ ที่น้ำจะท่วมขังแถวนั้น
เพราะระบายไม่ทัน แต่ถ้าเป็นน้ำเหนือไหลบ่าเข้ามา
ก็ไม่รู้จะเป็นยังไง

 

โดย: kapeak 11 ตุลาคม 2554 9:04:32 น.  

 

ภาพนั้น น่าจะเป็นภาพเก่าเมื่อวันเสาร์น่ะ

 

โดย: kapeak 11 ตุลาคม 2554 10:55:27 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับพี่






 

โดย: กะว่าก๋า 12 ตุลาคม 2554 6:40:54 น.  

 

โปสการ์ดคั่นหนังสือหน้า 23
เป็นหัวข้อที่เป็ดสวรรคืเค้าตั้งขึ้นมาน่ะครับพี่

โจทย์ของโครงการตะพาบจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆครับ


 

โดย: กะว่าก๋า 12 ตุลาคม 2554 11:59:24 น.  

 

ลุ้นๆอยู่คะ โดยรอบท่วมแล้วแต่ที่หมู่บ้านยังสูงจร้า

 

โดย: lookmoodeaw 12 ตุลาคม 2554 13:19:24 น.  

 

โห เงาะแพงจัง สงสัยเป็นเงาะนำเข้าแน่เลย

 

โดย: Tiwanon48 12 ตุลาคม 2554 17:50:45 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับพี่








 

โดย: กะว่าก๋า 13 ตุลาคม 2554 6:37:13 น.  

 

ไปอยู่ที่อื่น จะมีเวลาอัพบล๊อกเหรอ
หุหุ

 

โดย: kapeak 13 ตุลาคม 2554 15:22:24 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับพี่






 

โดย: กะว่าก๋า 14 ตุลาคม 2554 6:26:05 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับพี่








 

โดย: กะว่าก๋า 15 ตุลาคม 2554 6:18:46 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


รุ่นป้าหน้าใส
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]





สนใจหลายเรื่อง ก็เลยมีหลายมุม ไม่มี theme ว่าจะเน้นเกี่ยวกับเรื่องอะไร วนๆ เวียนๆ อยู่กับเรื่องกิน เรื่องเที่ยว และเรื่องดอกไม้ ต้นไม้ใบหญ้า

ขอขอบคุณ Bloggang ที่ให้ใช้พื้นที่ และขอบคุณเพื่อนๆ ทุกคนที่แวะมาเยี่ยม ไม่ว่าจะแค่เข้ามาแว้บๆ นานๆ ที หรือแวะมาทักทายกันเป็นประจำ ขอบคุณนะคะ :)

Friends' blogs
[Add รุ่นป้าหน้าใส's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.