เด็กน้อยคนหนึ่งโมโหโกรธาสงสัยว่า ทำไมคนอื่นคิดไม่ เหมือนตัวเอง เมื่อเติบใหญ่เกิดสงสัยอีกว่า ทำไมตัวเองคิดไม่เหมือนใคร..
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2552
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
7 ตุลาคม 2552
 
All Blogs
 
ตาดูดาว เท้าติดดิน ตอน ทริปในฝัน มหัศจรรย์แดนใต้

ทริปในฝัน มหัศจรรย์แดนใต้
                 
  หลังจากทักทายพูดคุยกันพอหอมปากหอมคอแล้ว พี่หมอก็พาพวกเรามาส่งที่ อ่าวนาง เพื่อขึ้นเรื่อโดยสารต่อไปที่ไร่เลย์ ( ซึ่งเป็นส่วนของชายหาดที่ยืนไปในน้ำ ล้อมรอบไปด้วยภูเขาหินปูนใหญ่น้อย เรื่อโดยสารจึงเป็นทางเดียวที่จะเข้าออกได้ )
                    




ประมาณสิบนาทีพวกเราก็มาถึงหาดไร่เลย์ ( ฝั่งตะวันตก )  ตกใจนิดหน่อยที่เห็นคนเต็มหาด เสียงตีกลอง แข่งกับเสียงโห่ร้องของนักท่องเที่ยว ดังไม่แพ้กัน พอเดินเข้าไปใกล้จึงเห็นว่ามีการแข่งฟุตบอลกันอยู่ .....สอบถามจากเจ้าหน้าที่รีสอร์ท เค้าบอกว่าเป็นการแข่งขันกีฬาประจำปีพอดี แต่วันนี้ก็วันสุดท้ายแล้ว นั่นก็หมายความว่าพรุ่งนี้ก็จะเข้าสู่สภาวะปกติ ก็คงจะเงียบสงบเหมือนที่ฉันตั้งใจจะเจอ 
   
ที่พักของพวกเราคืนนี้ ชื่อ ไร่เลย์บีชคลับ เพียงแค่ก้าวแรกที่เราเดินก้าวผ่านเข้ามาในอาณาเขตของรีสอร์ทแห่งนี้ ก็รู้สึกได้ถึงความเงียบสงบ ( เกินกว่าที่คาดหวัง) เสียงเอะอ่ะมะเทิ่งเมื่อสักครู่ หายไปหมดสิ้น ราวกับมีกำแพงแก้วกั้นกลางระหว่างโลกภายนอกกับที่นี่  ต้นไม้น้อยใหญ่ขึ้นเรียงรายสองข้างทางเดินสนามหญ้า





เดินคดเคี้ยวเรี้ยวลดไปสักพักเจ้าหน้าที่ก็พาเรามาหยุดอยู่ที่หน้าบ้านไม้สองชั้น ทรงโบราณ ชั้นล่างยกสุงเป็น เป็นลานกว้าง มีห้องนอนอยู่สุดทางเดินหนึ่งห้อง
  ในชั้นสองส่วนหน้าจะเป็นระเบียงกว้าง ส่วนด้านในจะเป็นห้องนอนขนาดกะทัดรัดด้านในสุดเปิดประตูออกไปจะเป็นห้องน้ำแบบไม่มีหลังคาเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศริมทะเลอย่างนี้ ( เป็นบ้านในฝันของฉันเลย)

โดยปกติแล้วที่นี่จะเอาไว้ให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเช่าพัก ซึ่งส่วนใหญ่แล้วพวกนี้จะพักกันยาวนานนับเดือน เรือนแต่ละหลังปลูกห่างกันประมาณ 10- 20 เมตร เพื่อความเป็นส่วนตัวแก่ผู้เข้าพัก
 บรรยากาศโดยรอบร่มรื่นไปด้วยต้นไม้นานาพันธ์ ใครที่ชอบบรรยากาศแบบไทยๆผสมบาหลีด้วยแล้ว คงถูกใจยิ่งนัก แต่ติดอยู่อย่างที่พวกหนังกำพร้าหนาอย่างฉันขาดไม่ได้ก็คือ เครื่องปรับอากาศ ที่นี่ไม่มีให้ ( เพื่อที่พวกเราจะได้สูดอากาศจากธรรมชาติ โดยปราศจากการปรุงแต่ง)      





       พวกเราเก็บสัพพาระเสร็จรีบอาบน้ำแต่งตัว ใกล้จะโพล้เพล้เต็มที ฉันไม่อยากพลาดความงามยามอาทิตย์อัสดง พระอาทิตย์ดวงเดิม ตกลงตรงทิศเดิม ดูทีไรก็ไม่เหมือนเดิม


         อิ่มตาอิ่มใจกันแล้วก็ขอไปอิ่มท้องก่อนละกัน ช่วงหัวค่ำบันดานักท่องเที่ยวต่างพากันออกมายึดร้านอาหารเป็นที่ปลดปล่อยความหิวโหยกันแน่นขนัด จะมีพื้นที่ให้คนไทยตัวเล็กๆอย่างฉันแทรกซึมได้บ้างไม่กี่ร้าน  เราเลือกร้านที่ดูจะปลอดมลพิษที่สุด คนเยอะพอสมควร แต่ดีที่พื้นที่บริการกว้างขวางจึงทำให้ไม่อึดอัดเกินไป  ……..ปากมันกันไปด้วยราคาอเมซิ่ง ไทยแลนด์ ไม่แพงอย่างที่คิด 





          พวกเราเดินเตะน้ำทะเลเล่นไปเรื่อย ๆระหว่างทางเดินกลับที่พัก เหล่านักท่องเที่ยวที่ยังพอมีเรี่ยวแรงเหลือยังคงเล่นน้ำกันต่อไปไม่ลดหล่ะ(สุดยอด) นักท่องเที่ยวต่างชาติบางคน เดินหาพื้นที่เตรียมเปลี่ยนชายหาดที่เงียบสงบเป็น เกาะสวาท หาดสยิว.........
    
ท้องทะเลนิ่งสงบ มีเพียงเสียงคลื่นแทะโลมชายฝั่งดังมาเป็นระยะๆ ยิ่งเข้าใกล้ที่พักเท่าไรความเงียบสงบยิ่งอยู่ใกล้เข้าไปทุกที  คงมีแต่พวกเราที่ทำลายความเงียบด้วยเสียงหัวเราะ คล้ายฝรั่งเมากัญชา เดินตุปักตุเป๋ด้วยความเหนื่อยอ่อน ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า....เอิ๊ก...เอิ๊ก.....เอิ๊ก......ๆๆๆๆๆ




         พลันพวกเรามาถึงรั้วรีสอร์ท เสียงเริ่งร่าของพวกเราละลายหายไปในความเย็นที่เข้าครอบงำโดยไม่รู้ตัว  ความร่มรื่นและเงียบสงบที่เราพบเจอเมื่อเย็น ถูกปกคลุมด้วยความมืดมิดยามรัตติกาล ต้นไม่ใหญ่ที่เคยให้ร่มเงา ตอนนี้มันกลายเป็นอสุรกายตัวใหญ่ ยื่นกางแขนต้อนรับมนุษย์ตัวกระจ่อยร่อยอย่างพวกเรา
     ต่อไปนี้เป็นบทสทนาอันน้อยนิดของเราสามคน


“ ป๊า   จำทางกลับได้ปล่าว ? ” ฉันเปิดฉากทำลายความเงียบ
“ เหอะ .........เดี๋ยวเดินไปก็คุ้นมั้ง” น้ำเสียงป๊ามั่นใจว่าจำไม่ได้
“----------*---------”   เราสามคน         
 “  มืดอย่างนี้ มีผีไหมอ่ะ ?  ”      ฉันถาม
“นี่แม่ พูดอะไรงั้น ลูกกลัว . เพิ่งทุ่มเดียวเอง ผียังไม่ตื่นหรอก ”   ป๊าตอบอย่างมีเหตุผล ( ???)
“ป๊า!  ลูกอ่ะ”  ฉันถาม
“อยู่นี่แม่ ”   เสียงกระซิบมาจากข้างหลัง                      
  “  ----------*--------”   ป๊า
“  อ๋า.!!!!! ........ ”   เสียงลูกชายตะโกนลั่น   “ อะไรเกาะขาแทนไม่รู้แม่ ”
ป๊าก้มหน้าลงไปดู แล้วกระโดดโยงเลย  “ เฮ้ย !!กบบบ  ” 
 (  ลืมบอกไปว่า ป๊าเนี่ยกลัวกบที่สุดในโลกเลย )  ตกลงตอนนี้สองพ่อลูกเกาะแขนฉันไว้แน่นเลย เราสามคนยื่นิ่งหัวเราะข่มความกลัวสักครู่ ก่อนจะตัดสินใจ ไปต่อ
“ไป เดี๋ยวแทนมาขี่หลังป๊า แม่จับมือป๊าไว้หล่ะ เดินไปตรงแสงไฟข้างหน้านั่น”  ป๊าพูดพลางชี้ไปที่แสงไฟข้างหน้าซึ่งอยู่ห่างพวกเราราวสิบเมตรได้
พวกเราจุงมือกันเดินไปตามทางข้างหน้าอย่างระมัดระวัง
 แม้หนทางข้างหน้าจะมืดมน
แม้ถนนหนทางจะมืดมิด
แค่ใจสองเรา..นั้นใกล้ชิด  ก็พิชิตสิ่งมืดมิดและมืดมน หุ หุ หุ
เฮ้ย....อ๋า....กรี๊ด   ป๊า ลูกชาย และ ฉัน ร้องตะโกนพร้อมกันตามลำดับ ที่จู่ๆไฟข้างหน้าก็ดับมืดลงซะงั้น ประมาณสามอึดใจที่พวกเรานิ่งเงียบไปโดยไม่ได้นัดหมาย
“สงสัยหลอดขาด ฮ่า ฮ่า ฮ่า” เสียงป๊าแหวกความมึดขึ้นมาก่อนที่จิตของพวกเราจะกระเจิงไป มากกว่านี้ (ว่าแต่หัวเราะทำไมเนี่ย) 
“แล้วป๊าเห็นทางไหมอ่ะ” ฉันถามอีก
“ไม่....แต่เดี๋ยวใช้หัวใจนำทาง”..
“บร้า ป๊า ไม่รู้เวล่ำเวลา” ( คารมอย่างนี้ คนหน้าตาดีอย่างฉันถึงได้หลง 555)
“ป๊า เพี้ยนไปแล้วแม่” ลูกชายเสริม
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ๆๆ ”  เสียงเราสามคนหัวเราะพร้อมกัน

ประมาณกว่าสิบนาที กลางวันจากรั้วถึงที่พัก แต่กลางคืนอย่างนี้นานนับชั่วโมง อาบน้ำอาบท่าเสร็จก็หิวกันอีกรอบแล้ว ออกมานั่งเล่นกินขนมกันที่ระเบียงหน้าบ้าน
             บรรยากาศกลางคืนที่นี่วังเวงพิกล แต่มันก็สงบอย่างบอกไม่ถูก อีตอนอยู่ที่ๆเวลาเดินเร็วกว่านาฬิกาฝาบ้าน ก็โหยหาความสงบ แต่พออยู่ที่สงบเงียบไร้เสียงนาฬิกา ก็ถวิลหาความคุ้นเคย นี่แหละน้าคนเมือง


นั่งเล่นกันได้สักพักก็ได้ยินเสียงคนตะโกนเรียกอยู่ข้างล่าง ลงไปดูก็ปรากฏชายวัยกลางคนรูปร่างสันทัด ไว้หนวดงามเป็นที่สะดุดตา
            แนะนำตัวชื่อ พี่เรวัฒิเป็นเพื่อนกับพี่หมอกรุงนาง ซึ่งเป็นเจ้าของสถานที่ๆพวกเราพักคืนนี้  พวกเรานั่งคุยกับพี่เรวัฒิถึงสภานที่เที่ยวต่างๆ ในกระบี่ และที่อื่นๆอย่างออกรสชาติ จึงได้รู้ว่าพี่เรวัฒิเป็นนักเดินทางตัวยงเลย เหนือ ใต้ ออก ตก ทั้งในและนอกประเทศ ไม่ว่าจะชายหาดที่สเปน หรือ อเมริกาใต้ พวกเรานั่งฟังจนน้ำลายไหล ..
           ก่อนกลับพี่เรวัฒิ ยังบอกอีกว่าติดต่อเรื่อที่จะพาเราไปชมความงามของทะเลไทยไว้ให้แล้วเรียบร้อย รับรองความสวยงามไม่แพ้ที่ไหนในโลก .....(นั่นก็เป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่ฉันได้เจอกับพี่ชายใจดีคนนี้ เพราะวันต่อมาพี่เค้ามีธุระต้องไปที่อื่น เราเลยไม่ได้มีโอกาสล่ำลากัน) คืนนี้ก็เลยต้องขอราตรีสวัสิดิ์
          
เสียงนกร้องข้างนอกปลุกฉันลุกจากที่นอนแต่เช้าตรู่ เปิดประตูห้องอากาศเย็นสบาย คงเป็นเพราะฝนตกช่วงดึกของเมื่อคืน อากาศที่อบอ้าวเลยคลายลงไปบ้าง เปิดประตูห้องพักตกใจเจอ ป๊า นอนพริ้มริมระเบียง
 (แหมตื่นแต่เช้าเลยนะ) ชวนกันเดินละเลียดบรรยากาศกันสองต่อสอง ก่อนที่เจ้าตัวยุ่งจะตื่น..ไม่ทันจะก้าวลงบันได เสียงเจ้าตัวเล็กร้องถาม “ จะไปไหนกันเหรอ??.” สุดท้ายก็กลายเป็นเราสามคน
         




นัดเรือไว้แปดโมงเช้า คงไม่สายเกินไป ถ้าช้ากว่านั้นทะเลแหวกที่อยากชมมาหลายปีก็จะไม่แหวกให้เห็น และอีกอย่างออกสายคนเยอะแน่
เจอแล้ว
           


บรรยากาศชายหาดยามเช้า
เกือบพันกิโลเมตรที่ฉันอยู่ไกลจากบ้าน ไกลซะจนปัญหาต่างๆนาๆตามมาไม่ถึง ถ้าใครได้มาท่องเที่ยวที่ๆไกลจากที่ๆเคยอยู่ แล้วเจอกับสถานที่ๆสวยงามจับตาขนาดนี้ คงคิดไม่ต่างจากฉันนักหรอก ท้องฟ้าสีคราม กับน้ำทะเลใสๆ กับหาดทรายมีขาว และก็เราสามคน
           




ทะเลแหวก...แบบเต็มความงาม


ตัวนี้เจ้าของบ้าน
ฉันนั่งปลดเปรื้องอารมย์อยู่ถ่ามกลางพื้นทรายที่อ่อนนุมปล่อยให้สายลมโอบรัดอย่างร่างอย่างแผ่วเบา  แสงแดดยามเช้าโลมไล้ไปทั่วใบหน้าโดยปราศจากการขัดขืนใดๆ สายตาฉันทอดไกลจนสุดเส้นขอบฟ้า  ไหลลื่นไปตามแนวพาโนราม่า แล้วก็มาหยุดลงที่สองพ่อลูกกำลังเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน ฉันเผลอยิ้มอย่างไม่ตั้งใจ บางทีความสุขไม่ได้ขึ้นอยู่กับสิ่งรอบตัว แต่มันอยู่ที่คนรอบกายต่างหาก คุณอาจต้องหามันทั้งชีวิต ...........แต่ฉันเจอแล้ว 
           



เกาะปอดะนี่น้ำใสเจี๊ยบเลย เกิดมาไม่เคยได้สัมผัสธรรมชาติที่บริสุทธิ์อย่างใกล้ชิดขนาดนี้( ไม่ได้โม้) ช่วงเช้าอย่างนี้ไม่มีนักท่องเที่ยวมากนักเท่าที่เห็นก็มีอีกครอบครัว พ่อ-แม่-ลูกสาว 2 คน เท่านั้น ก็ยังถือว่าสงบเงียบดีนัก โดยส่วนตัวครอบครัวเราจะไม่ไปเที่ยวไหนช่วงเทศกาล หลีกเลี่ยงเวลาที่คนเยอะๆ เผื่อที่จะได้สัมผัสกับสิ่งที่พบเจอได้อย่างไม่กระมิดกระเมี้ยน( แต่บางที่ ก็ขาดความเร้าใจไปเหมือนกัน) นอกเสียจากบางครั้งก็เป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้กับขณะทัวร์กลุ่มใหญ่ ที่เจอที่ไหน สวรรค์เบี่ยง ที่นั่น ฮ่า ฮ่า ฮ่า




             ขากลับเรือพาพวกเราแวะเดินเล่นที่อ่าวพระนาง ที่นี่คนจะหนาตาหน่อยมีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ มีหน้าผาไว้ให้นักท่องเที่ยวมือถึงและใจถึงปีนท้าความเสียว จึงเป็นที่นิยมแก่พวกลองของเป็นอย่างมาก ส่วนฉันขอดูเฉยๆดีดว่า เราเดินลัดเลาะตามทางเดินที่สร้างไว้ให้เดินทะลุจากฝั่งตะวันตกไปตะวันออก ข้างทางประปรายไปด้วยพ่อค้าแม่ค้าวางของขาย ส่วนใหญ่เป็นเสื้อผ้า กางเกงเล ฉันลองแวะทักทายถามราคา ไม่แพงแฮะ( ต่างชาติอีกราคาน่ะ) เนื้อผ้าดีกว่าแถว เจเจ อีก เลยอุดหนุนมาสองตัว
            


  พวกเรากลับมาถึงไรเลย์เกือบเที่ยงวัน กลับเข้าที่พักเก็บสัพพาระเตรียมตัวออกเดินทางอีกครั้ง........ยัง..ยังไม่กลับหรอกกะว่าจะเปลี่ยนที่พักดู มาถึงนี่แล้ว ลองหาบรรยากาศอื่นๆดูมั่ง  พวกเรามาได้ที่ Railay Princess Resort โรงแรมสามชั้นใหญ่โตที่เดียว วิวสวยมากเมื่อมองออกมาจากห้องพัก  เสียแต่ว่าไม่ได่ติดหาดแต่ที่นี่ก็มีสระว่ายน้ำให้เจ้าตัวเล็กได้เพลิดเพลินจำเริญใจ
           



ค่ำคืนนี้หมดเรี่ยวแรงไปตามๆกัน ขอสั่งอาหารมาทานที่ห้องมั่งดีกว่า ไม่คาดหวังอะไรมากกับรสชาติ แค่เอาสะดวกเท่านั้น แต่ก็ผิดคาด พิซซ่าที่นี่อร่อยมากๆ ( คอนเฟริ์ม) อาหารฝรั่งลองไปลายอย่างรสชาติดีทีเดียว ส่วนอาหารไทยลิ้นจระเข้อย่างฉันก็ต้องขอยกนิ้วให้เลย ( นิ้วอะไรทายเอาอง 555) ---------หนังท้องตึง หนังตาหย่อน----------- Good night.
           



งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา ถึงแม้จะสนุกแต่ก็เหนื่อยไม่ใช้เล่น เมื่อคืนเรายังคุยกันอยู่ว่าจะไปภูเก็ตต่อหรือกลับกันดี เพราะคราวก่อนไปภูเก็ต 7 วันไม่มีโอกาสได้สัมผัสน้ำทะเลเลย คราวนี้เลยอยากจะแก้ตัว แต่แฟนฉันก็ท้วงว่าเดี๋ยวจะขับกลับไม่ไหว ลงมติกันว่ากลับดีกว่า ไปแวะเที่ยวแถวชุมพรหรือหัวหินก็ได้ จะได้ล่นระยะทางเข้าไปหน่อย
          

ครึ่งวันเช้าเวลาของพวกเราจึงหมดไปกับการล่ำลาต้นไม้ใบหญ้า ก่อนฝากรอยยิ้มไว้กับท้องฟ้า ฝากรอยเท้าไว้บนผืนทราย  ก่อนแวะฝากลมหายใจกับสายลม สัญญาไว้ว่าโอกาสหน้าจะมาเอาคืน ( ฟังดูน่ากลัวไปไหมเนี่ย )





..........เรื่อโดยสารพาเราออกมาไกลไปทุกที ฉันมองกลับหลังไปดูชายหาดที่กำลังเล็กลงไปเรื่อยๆ ด้วยสายตาที่อาลัย อาวรณ์ (แต่มันก็เอื้ออาทรดีต่อกระเป๋าตังค์ ) ความสวยงามของสถานที่และความมีน้ำใจ ของผู้คนที่ฉันได้พบเจอ เป็นสิ่งมีค่าที่คอยต่อเติมพลังฉันในทุกการเดินทาง 
  


       
ความสุขอาจอยู่ที่จุดหมายปลายทาง  แต่ตามรายทางมีแต่ความทรงจำที่ยากจะลืมเลือน ขอเพียงแค่เราซึมซับไปกับมัน และ ความสุข ความทรงจำ จะไม่สิ้นสุดจริงๆ ( อย่างที่ป๋าเบิร์ดบอก ) 
                                                             Bye Bye…..







Create Date : 07 ตุลาคม 2552
Last Update : 8 ตุลาคม 2552 11:54:45 น. 15 comments
Counter : 655 Pageviews.

 
ได้ชมบรรยากาศเต็มๆ เลยครับ ชวนให้อยากไปเที่ยวอีกครั้ง เส้นทางทะเลฝั่งนี้ได้ไปเกาะมุก ก็ประทับใจมากๆ แล้ว และที่หาดไร่เลย์ ก็น่าจะเป็นทริปต่อไปที่อยากจะไปเยือนบ้างละครับ ....รอโอกาสวันเวลาว่างก่อนนะครับ คงจะได้ไปเยือนที่นี่สักครั้ง


โดย: ถปรร วันที่: 7 ตุลาคม 2552 เวลา:22:27:47 น.  

 
อ่านไปดูรูปไปเพลินเลยค่ะ สนุกดีค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 8 ตุลาคม 2552 เวลา:12:36:28 น.  

 
อ่านแล้วรู้สึก คึกคัก ...อยากไปสัมผัสเองสักครั้ง เมื่อก่อนผมทำงานที่ภูเก็ต แต่ไม่ค่อยได้ออกไปไหนเท่าไหร่ เพราะทำงานอย่างเดียว...ไกลสุดก้อ พีพี ....เช้ากลับเยน

ตอนสิ้นปี เหนเพื่อนว่าจะไป เขาสก ( สุรา เอ๊ย สุราษ หรือเปล่าผมไม่แน่ใจ.......

อยากไป ง่ะ....


โดย: สามหลัง วันที่: 10 ตุลาคม 2552 เวลา:13:19:33 น.  

 
มีโอกาศอยากให้ทุกท่านได้ไปสัมผัสซักครั้งครับ สวยงามมากๆ ... g;]

นึกถึงทีไร หัวใจพองโต อยากไปเสียตังค์อีกรอบ อิอิ


โดย: praraam วันที่: 10 ตุลาคม 2552 เวลา:18:32:55 น.  

 
ทางใต้กับคนเชียงรายแบบผมมันไกลกันมากจริงๆครับ
เว้นว่าจะแอบหนีไปกันสองคนนั่นแหละถึงจะพอไปไหว รออีกนิ๊ดดดด ให้เด็กๆโตอีกหน่อยจะทิ้งไปเที่ยวซะให้เข็ด


โดย: Tangible วันที่: 10 ตุลาคม 2552 เวลา:20:32:01 น.  

 
แทนคำขอบคุณจากแม่ และCharlieค่ะ
Charlie เปิดบล๊อกให้แม่ดูด้วยนะคะ
แม่บอกว่า "นี่ชั้นเป็นดาราหน้าบล๊อกแกอีกแล้วเหรอนี่" แล้วแม่ก็หัวเราะ 55+

ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมและให้กำลังใจที่บล๊อกนะคะ :))



สุข สดชื่น สดใส สุขภาพแข็งแรงนะคะ


โดย: sierra whiskey charlie วันที่: 11 ตุลาคม 2552 เวลา:12:02:07 น.  

 
ขอบคุณนะคะ ที่แวะมาเยี่ยม

รูปสวยจังค่ะ น่าไปเที่ยว

ปล.รูปอยู่ในกล้องคุณพ่อ (ไป ตปท.ยังไม่กลับเยย)


โดย: percompop วันที่: 11 ตุลาคม 2552 เวลา:12:23:39 น.  

 
แน่ะ ตามมาจาก neo club บ้าง

อิจฉาครอบครัวนี้จริงจริ๊ง

คงต้องรอไปกะหลานละคราวนี้ อิ อิ


โดย: ป้ากุ้ง ชื่อใหม่หัวใจเดิม IP: 117.47.140.189 วันที่: 11 ตุลาคม 2552 เวลา:18:06:29 น.  

 

sierra whiskey charlie ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมครับมี ขนมมาฝากด้วย


โดย: praraam วันที่: 11 ตุลาคม 2552 เวลา:19:10:07 น.  

 
สวัสดีค่ะ แวะมาชมภาพทะเลสวยๆค่ะ
กำลังอยากจะไปเที่ยวชมทะเลแหวกพอดีเลยค่ะ
ตอนแรกตั้งใจว่าจะไปช่วงลูกปิดเทอม
แต่กลัวจะเจอฝนเจอมรสุมน่ะค่ะ
ก็เลยเปลี่ยนใจขึ้นเหนือไปชมทุ่งดอกบัวตองก่อนค่ะ
ส่วนทะเลค่อยไปช่วงปีใหม่ค่ะ


โดย: พี่สาว (พอที ) วันที่: 11 ตุลาคม 2552 เวลา:23:18:28 น.  

 
สวัสดีครับ เห็นแล้วอยากไปเที่ยวกระบี่อีกจังเลยครับ

**************************

โล่งโต้งผมก็เคยกินครั้งแรกเหมือนกันครับ ถ้ามีโอกาสไปอย่าลืมแวะทานนะครับ อร่อยดีเหมือนกันครับ

ป.ล.ขอบคุณที่แวะไปทักทายครับ


โดย: nongmalakor วันที่: 12 ตุลาคม 2552 เวลา:21:28:20 น.  

 
พี่สาว (พอที ) ....งั้นผมรอดูทุ่งบัวตองละกันครับ


โดย: praraam วันที่: 14 ตุลาคม 2552 เวลา:19:34:30 น.  

 
แอบอิจฉาทำไม วันที่เราไปทะเลมันไม่แหวกแบบนี้นะ..
อยากไปไร่เลย์เหมือนกันค่ะ


โดย: opauorm วันที่: 16 ตุลาคม 2552 เวลา:16:47:30 น.  

 
บล๊อกน่ารักดีครับ
อ่านสนุกไปเลย


โดย: ขึ้นเป้ วันที่: 20 ตุลาคม 2552 เวลา:8:56:34 น.  

 
เพิ่งไปมาเหมือนกันครับ อ่าวนาง กลางใจเลย

http://phuketmeedee.com/blog/?p=617


โดย: ภูเก็ตมีดี (thailerd ) วันที่: 19 มิถุนายน 2553 เวลา:11:51:29 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

คางคกร้องเพลง
Location :
ระยอง Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สังคมมีคนอยู่สองประเภท คือ พวกที่โง่แล้วอวดฉลาด กับ อีกประเภทที่ฉลาดแต่แกล้งโง่ ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น
Friends' blogs
[Add คางคกร้องเพลง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.