เด็กน้อยคนหนึ่งโมโหโกรธาสงสัยว่า ทำไมคนอื่นคิดไม่ เหมือนตัวเอง เมื่อเติบใหญ่เกิดสงสัยอีกว่า ทำไมตัวเองคิดไม่เหมือนใคร..
Group Blog
 
 
มิถุนายน 2554
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
8 มิถุนายน 2554
 
All Blogs
 

โบสภ์เก่าวัดบ้านแลง



หลายคนเมื่อนึกถึงโบราณสถาน หรือสิ่งก่อสร้างทางศาสนาอันเก่าแก่ มักนึกถึงซากเศษอิฐเศษหินกองรวมๆกัน จนยากจะจินตนาการได้ว่ารูปร่างน่าตาแต่ดั้งเดิมนั้นเป็นอย่างไร หรือไม่ก็ซากปรักหักพังที่ขาดการเหลียวแลจนแทบไม่เหลือความงดงามให้คนรุ่นหลังอย่างเราๆได้ชื่นชม

ขอเล่าประวัฒิวัดบ้านแลง ตามที่มีการบันทึกไว้ดังนี้ วัดแลงหรือวัดบ้านแลง เดิมตั้งขึ้นเป็นสำนักสงฆ์ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ประมาณปี พ.ศ. 2285 โดยนายจันทร์ได้ยกที่ดินพื้นนี้ถวาย เป็นสำนักสงฆ์ ต่อมาพระนาคหรือหลวงพ่อนาคเป็นผู้ริเริ่มการก่อสร้างได้ตั้งชื่อวัดสอดคล้องกับผู้บริจาคว่า วัดจันทร์สุวรรณโพธิพาราม แต่ชาวบ้านนิยมเรียกสั้นๆว่า วัดแลงหรอวัดบ้านแลงจนถึงปัจจุบัน
ส่วนพระอุโบสถหลังเก่าสร้างตามแบบสถาปัตย์กรรมแบบอยุธยา ตั้งอยู่ในกำแพงแก้ว เป็นอาคารโครงสร้างไม้ ก่ออิฐฉาบปูนขาว มีฐานแอ่นโค้งคล้ายท้องเรือตามแบบศิลปะสมัยอยุธยา ตัวอุโบสถมีหลังคาเตี้ยคลุม ประตูทางเข้าด้านหน้า 1 ช่อง ผนังด้านข้างมีหน้าต่างด้านละ ๓ ช่อง ผนังด้านหลังไม่มีช่องหน้าต่าง อุโบสถแบบนี้เรียกว่า โบสถ์มหาอุด ในสมัยอยุธยานิยมเอาพระเครื่องมาปลุกเสก เพราะมีความเชื่อในเรื่องความคงกระพัน สามารถอุด หรือกันอาวุธหรืออาคมต่าง ๆ ได้ ตามหน้าต่างและหน้าบันด้านนอกประดับตกแต่งด้วยจานเชิง และถ้วยสังคโลก อย่างความนิยมในสมัยอยุธยา
ภายในมีพระประธานก่ออิฐโบกปูนขาว ลงรักปิดทองปางมารวิชัย ชาวบ้านแถวนั้นเรียก หลวงพ่อโต เมื่อสองปีก่อนผู้เขียนเคยได้ความกรุณาจากท่านเจ้าอาวาสให้เข้าไปถ่ายรูป
แต่ปัจจุบันทางวัดได้ปิดประตูลงกลอนไว้ เพราะตัวโบสถ์ทรุดโทรมมากเกรงว่าจะเป็นอันตรายแก่ชาวบ้าน
สิ่งที่หน้าสนใจอีกอย่างคือพระปรางค์ที่สร้างตามแบบศิลปะขอม(สมัยลพบุรี)ที่ยังอยู่ในสภาพดี ซึ่งตรงตามแบบการสร้างวัดในสมัยอยุธยาตอนปลาย ที่นิยมผสมผสานศิลปะแบบขอมเข้าไปด้วยกับสถาปัตย์กรรมในยุคนั้น และหอไตรกลางน้ำ ที่ตั้งอยู่เยื้องกับโบสถ์ที่เพิ่งได้รับการปรับปรุงไปไม่นานจากการร่วมตัวช่วยเหลือกันของชาวบ้านในละแวกนั้น ทำให้วัดบ้านแลงเป็นโบราณสถานที่เหมาะกับการศึกษาค้นคว้าทางประวัฒิศาสตร์ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของเมืองชาวระยอง
เจ้าอาวาสเคยเล่าให้ผู้เขียนฟัง( เมือสองปีก่อน)ว่าได้เคยติดต่อไปกับทางกรมศิลป์เพื่อขอให้มาดูแลซ่อมแซมก่อนที่ตัวโบสถ์จะทรุดโทรมไปมากกว่านี้ แต่ปัจจุบันก็ยังไม่ได้ไรับการช่วยเหลือแต่อย่างใดเนื่องจากต้องใช้งบประมาณในการซ่อมแซมเป็นจำนวนมาก และชาวบ้านแถวนั้นยังเล่าถึงความศักดิ์สิทธิของหลวงพ่อโตว่าครั้งหนึ่งเคยมีขโมยพยายามจะงัดเข้ามาในโบสถ์เพื่อหาของมีค่า แต่สุดท้ายหาทางออกไม่ได้ต้องวิ่งวนอยู่รอบโบสถ์จนหมดแรงถึงเช้า ชาวบ้านในละแวกนั้นให้ความเคารพบูชาหลวงพ่อโตมาก เมื่อมีเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจ มักจะมาให้หลวงพ่อช่วยเหลือเสมอ
ร่องลอยที่ปรากฏตามกำแพงและก้อนอิฐ กว่าสองศตวรรษที่ผ่านมากาลเวลาได้ช่วงชิงความงดงามและแข็งแรงของสิ่งปลูกสร้างลงไปอย่างมากมาย แต่แก่นแท้และความงดงามภายในของพระพุทธศาสนากลับสว่างสดใส ค่อยนำทางพวกเรามากว่าสองพันห้าร้อยปี นี่ต่างหากที่กาลเวลาไม่อาจทำลายได้..




 

Create Date : 08 มิถุนายน 2554
6 comments
Last Update : 8 มิถุนายน 2554 10:51:11 น.
Counter : 667 Pageviews.

 

ตามมาชมความเก่าแก่ด้วยนะคะ ชอบมากเลยค่ะ...ภาพสวยมากด้วยค่ะ

 

โดย: auau_py 8 มิถุนายน 2554 11:25:03 น.  

 

น่าสนใจมากเลยค่ะ

 

โดย: tuk-tuk@korat 8 มิถุนายน 2554 15:26:52 น.  

 

ภาพสวยมากๆคะ สีดูโบราณๆเข้ากับ กาลเวลาของโบสถ์มากเลย

 

โดย: คุณหนูคั่วกลิ้ง 9 มิถุนายน 2554 13:58:20 น.  

 

ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมกันนะคะ และวันนี้เรียนเชิญไปเที่ยวโรงแรมเมืองกรุงกันนะคะ
มีความสุขมากๆค่ะ

 

โดย: auau_py 9 มิถุนายน 2554 21:04:50 น.  

 

 

โดย: คนเดินดิน (หน้าใหม่อยากกรอบ ) 8 สิงหาคม 2554 12:44:09 น.  

 

 

โดย: คนเดินดิน (หน้าใหม่อยากกรอบ ) 12 สิงหาคม 2554 14:34:17 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


คางคกร้องเพลง
Location :
ระยอง Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สังคมมีคนอยู่สองประเภท คือ พวกที่โง่แล้วอวดฉลาด กับ อีกประเภทที่ฉลาดแต่แกล้งโง่ ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น
Friends' blogs
[Add คางคกร้องเพลง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.