Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2553
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
21 ธันวาคม 2553
 
All Blogs
 

brussels day10-11 แวะ Antwerp ก่อนบินกลับบ้าน

ทริปยุโรป Paris-Rome-Brussels ใกล้มาถึงวันกลับแล้วล่ะครับ สำหรับวันที่10 นี้ ออกจะเป็นการเดินทางแบบส่วนตัวเพื่อไปเยื่ยมคนรู้จักที่เปรียบเสมือนญาติที่เมือง Antwerp ครับ

หลังจากทานอาหารเช้า และ Check out ที่โรงแรมแล้ว ผมก็มุ่งหน้ามายังสถานี Gare du Midi เพื่อขึ้นรถไฟไปยัง Antwerp ซึ่งสถานีเป็นสถานีใหญ่ 1 ใน 3 ของบรัสเซลส์ การซื้อตั๋วก็ทำได้สะดวก เพราะนอกจากจะมีเคาเตอร์ขายตั๋ว ยังมีตู้บริการอัตโนมัติให้เลือกใช้ด้วย แต่สำหรับคนที่จะซื้อตั๋วเพื่อเดินทางไปยังประเทศอื่น ควรติดต่อซื้อตั๋วรถไฟที่เคาเตอร์มากกว่านะครับ



ค่ารถไฟจาก Brussels-Antwerp ราคา 6.60 ยูโรครับ ใช้เวลาเดินทางเพียง 40 นาที ที่จริง Antwerp ก็ห่างจากบรัสเซลส์เพียง 29 ไมล์ (ประมาณ 46 กม.) เองนะครับ



มาดูภายในรถไฟของเบลเยี่ยมกันหน่อยครับ ด้านในสะอาด เบาะสีแดงตัดดำ





ระยะระหว่างที่นั่ก็กว้างสบายพอสมควรครับ เพียงแต่ปรับเบาะไม่ได้แค่นั้นเอง



รถไฟเริ่มแล่นออกเดินทางแล้วครับ โดยจะผ่านจอดไปทาง Central Station ก่อน



มาดูห้องน้ำกันบ้างครับ ถ้าไม่บอกว่าเป็นรถไฟ ก็คงคิดว่าเป็นห้องน้ำบนเครื่องบินเลยนะครับเนี่ย



อ่างล้างมือ ที่ดูยังไง ก็เหมือนบนเครื่องบินมากกว่า



เริ่มออกนอกเมืองบรัสเซลส์แล้วครับ บรรยากาศก็จะเป็นชานเมืองยุโรป ที่มีบ้านเมืองรวมตัวเป็นกลุ่มๆ โดยจะมีโบสถ์เป็นศุนย์กลางซะส่วนใหญ่





เตาปฎิกรณ์ปรมนูที่พบเห็นได้เรื่อยๆในเบลเยี่ยมครับจัดว่าเป็นพลังงานสะอาดรูปแบบหนึ่ง ที่หลายประเทศในยุโรปเลือกใช้



นอกจากนี้บนรถไฟยังมีบริการปลั๊กสำหรับชาร์จไฟด้วยนะครับ



เผลอแป๊ปเดียวก็มาถึง สถานี Centraal ของ Antwerp



สถานี Centraal มีหลายชั้นมากครับ เพราะรองรับทั้งรถไฟเชื่อมต่อเมืองต่างๆ และยังเป็นสถานีรถไฟ Thalys ที่เป็นรถไฟความเร็วสูงที่วิ่งผ่านประเทศต่างๆด้วย (เดี๋ยวผมจะนั่งขากลับไปปารีสครับ)



ภายในสนานีรถไฟที่เก่าแก่ และมีสถาปัตยกรรมที่สวยงาม





ด้านนอกของสถานี ทางด้านขวามือ ก็จะเป็นสวนสัตว์เมือง Antwerp เนื่องจากวันนี้เป็นวันอาทิตย์ จะเห็นพ่อแม่พาลูกๆมาเที่ยวกันไม่น้อยเลย



สำหรับเมือง Antwerp เป็นเมืองใหญ่อันดันสองของเบลเยี่ยม รองจากบรัสเซลส์ครับ ที่นี่เคยเป็นเมืองท่าใหญ่แห่งหนึ่งของยุโรป แต่สิ่งที่ทำให้ Antwerp เป็นที่รู้จัก ก็น่าจะเป็นเรื่องการเจียระนัยเพชร ที่เป็นอันดับหนึ่งของยุโรปครับ

หันกลับมามองสถานี Centraal นิดนึงครับ



ภายในเมือง Antwerp จะมีรถราง และรถเมล์คอยวิ่งให้บริการขนส่งคมนาคมให้คนภายในเมืองครับ



สถานี Centraal จากรถรางที่อยู่ด้านหน้า



สำหรับวันนี้ไม่ได้ไปเที่ยวไหน เพียงแต่มาเยี่ยมและมาทานมื้อกลางวันกับชาวเบลเยี่ยมที่รู้จักและเปรียบเสมือนญาติกันไปแล้ว สุดท้ายก็เป็นการดื่มไวน์และคุยกันไปตลอดบ่าย





บาลูหมาน้อยตัวกลม



บรรยากาศบ้านเมือง Antwerp ที่จะเป็นตึกแถวสูงๆต่ำๆ ทรงเพียว ที่ก็แปลกตาดี





แล้วก็มาถึงสถานี Antwerp Cntraal ผมชอบตรงเสาสี 4 สีที่เขาจะตั้งไว้ในแทบทุกสถานีรถไฟหลักๆของเมืองนี่ล่ะครับ ทำให้ดูโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ดี



ค่าตั๋วรถไฟ Thalys จาก Antwerp ไปยัง ปารีส นี่ค่อนข้างแพงครับ ราคาคนละ 95 ยูโรแน่ะ (ตั๋วเครื่องบินมาบรัสเซลส์สองคนแค่ร้อยกว่ายูโรเองนะครับ) ถือว่าเป็นการลองนั่งรถไฟ ความไวกว่า 200 กม/ชม.ครับ เพราะคงหาโอกาสนั่งรถไฟในบ้านเราอย่างนี้ได้ยากซะแล้ว (เพิ่งได้ข่าวลาวจะมีรถไฟความเร็วสูงไปยังจีนแล้วมันจุกๆในท้องยังไงก็ไม่รู้เหมือนกันครับ)



บริเวณชานชาลารอรถไฟครับ สำหรับปลายทางที่ปารีส คือสถานี Paris Nord ครับ



รถไฟเที่ยวไป Amsterdam เพิ่งผ่านไปเลยครับ ความไว 200 กว่ากิโลเมตรต่อชั่วโมงนี้ไวจริงๆครับ





ภายในรถไฟครับ ค่อนข้างสบาย เพราะว่าเป็นรถไฟชั้น 1 ทั้งขบวนครับ แถมคนใช้บริการก็เยอะน่าดู แถมมี wifi ให้ใช้ฟรีซะด้วยครับ

สำหรับ Thalys จะเป็นรถไฟความเร็วสูงที่เชื่อมต่อระหว่าง Paris-Brussels-Amsterdam โดยจะจอดเมืองใหญ่ๆ อย่าง Antwerp และ Rotterdam ด้วยครับ โดย Brussels-Paris จะใช้เวลาเพียง 1 ชม. 22 นาที (ให้บริการถึงวันละ 27 เที่ยวเลยทีเดียว) และสำหรับ Antwerp-Paris จะใช้เวลา 2 ชม. 4 นาทีครับ



บรรยากาศด้านนอก ถึงจะไว 200กม./ชม. แต่ก็แล่นได้นุ่ม สบายมาก จนเผลอหลับไปเลยล่ะครับ (สงสัยจะเพราะฤทธิ์ไวน์ด้วย)



เพียง 2 ชม.กว่า ก็มาถึงปารีส ที่สถานี Gare du Nord ครับ





นั่งรถไฟใต้ดินมายังโรงแรม Ibis Montmare Ornano Nord ครับ เพราะว่าก่อนจะไปโรมผมได้ฝากกระเป๋าใบใหญ่ทิ้งไว้ที่นี่และจองห้องเอาไว้นอนอีกเป็นคืนสุดท้ายก่อนจะนั่งเครื่องกลับเมืองไทยในวันรุ่งขึ้น





รุ่งเช้าเพื่อความสะดวก เลยใช้บริการ taxi ไปยังสนามบินครับ เพราะมีกระเป๋าใบใหญ่ และหนัก จากการซื้อของฝาก

โรงแรมที่พักของผมอยู่ในเขตมงมาร์ต เลยไม่ไกลจากสนามบิน CDG เท่าไหร่ครับ ทางกลับยังผ่านสนามที่ใช้จัดการแข่งขันฟุตบอลโลกด้วยเสียดายที่ควักกล้องออกมาถ่ายภาพไม่ทัน





เข้าเขตสนามบิน CDG



เครื่องบินคองคอร์ดของฝรั่งเศสตั้งเด่นสะดุดตาเลยเชียวครับ ว่าแล้วก็ฝันเล็กๆอยากนั่งเจ้านี่เหมือนกันนะ



หอควบคุมการบิน ที่ยังไงหอที่สุวรรณภูมิก็ดูสูงกว่า สวยกว่าครับ



terminal 1



รถไฟที่วิ่งเชื่อมต่อระหว่าง terminal (ให้บริการฟรีครับ)



สำหรับการบินไทย จะใช้ Terminal 1 และ check in ที่ Hall 3 ครับ





สำรวจราคา iPhone ที่สนามบินปารีสนิดหน่อยครับ ราคาแพงเหลือเกิน



บรรยากาศด้านใน มีของให้เลือกซื้อไม่ค่อยมากนะครับ แต่ก็ยังพอมีร้านขายกระเป๋าพวก Long Champ ให้เลือกหาแต่ไม่มากรุ่นเท่าไหร่ ถือว่าพอกล้อมแกล้มซื้อเก็บตกไปได้ครับ



มีเครื่องเช็ค Gate ที่เครื่องจะออกให้บริการด้วยครับ แต่เอา boarding pass ไป scan มันก็จะบอก gate ให้ครับ



วินาทีสุดท้ายกับของฝากที่ซื้อในสนามบิน



The Last Magahong ที่ผมใช้เหรียญที่เหลือทั้งหมดซื้อทานรอเวลา



ไฟลท์กลับ TG931 CDG-BKK 13.40-5.55 พร้อมแล้วครับ



ลาก่อนปารีส หวังว่าที่ไปยืนอธิฐานตรงสะดือปารีสจะสัมฤทธิ์ผลให้ได้กลับมาอีกนะ



ขณะที่บินอยู่กัปตันประกาศว่าเราบินผ่านเทิอกเขาแอลป์ด้วยนะครับ โชคดีที่ผมนั่งฝั่งซ้ายพอดีเลยนะเนี่ย



เครื่องลงตี 5 กว่าๆ รับกระเป๋า นั่ง taxi ถึงบ้านก่อน 8 โมงเช้าหน่อยๆ หลังจากหาอะไรทานก็สลบเลยครับ ถือเป็น Jet lag ครั้งแรกของผมเลย เพราะครั้งนี้ถือว่าเป็น trip แรกที่เดินทางไปไกลถึงยุโรปที่เวลาต่างจากบ้านเรา 5-6 ชม. (เคยไปไกลสุดก็เกาหลียังไม่กลับมา jet lag ขนาดนี้เลย) ที่สำคัญ biological clock เวลาในร่างกายนี่แปรปรวนไปร่วมอาทิตย์เลยล่ะครับ เวลากินไม่หิว เวลานอนนอนไม่หลับประมาณนั้นน่ะครับ ถือว่าเป็นประสบการณ์ส่งท้ายกลับมาจาก trip อีกอย่างครับ




 

Create Date : 21 ธันวาคม 2553
5 comments
Last Update : 21 ธันวาคม 2553 6:33:12 น.
Counter : Pageviews.

 

ตามมาเที่ยวด้วยคนค่ะ

สวัสดีปีใหม่ค่ะ

 

โดย: kidthung maanoy 22 ธันวาคม 2553 4:43:10 น.  

 

ขอขอบคุณสำหรับข้อมูลทิปนี้นะครับ มีประโยชน์มากๆๆครับ

 

โดย: it_world IP: 1.46.149.241 23 ธันวาคม 2553 10:14:54 น.  

 

สวัสดีครับ พอดีเพิ่งเข้ามาอ่าน อยากไปเหมือนกัน แต่จัด route ไม่เป็น ขอช่วยส่งรายละเอียด trip ที่พักเพื่อเป็นวิทยาทานได้ไหม ครับ

 

โดย: สุรัตน์ เพชราภา IP: 119.148.99.83 29 ธันวาคม 2553 11:15:27 น.  

 

ภาพสวย รอยยิ้มสวย
ที่ไหนก้อน่าไปว่ามั๊ยครับ

 

โดย: โปเต้ IP: 61.19.67.171 4 มกราคม 2554 9:37:49 น.  

 

Nice trip. Good information ...
: ]

 

โดย: Keith IP: 158.28.225.238 27 กรกฎาคม 2555 15:22:57 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

prapasawat
Location :
สระบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 16 คน [?]




Friends' blogs
[Add prapasawat's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.